ศิษย์ข้าใครว่ากาก? ระบบศิษย์คืนกำไรหมื่นเท่า - บทที่ 258 มองแวบเดียวก็บรรลุ
ใช้เวลาเพียงไม่นาน... แค่จิบชาไม่ทันหมดถ้วย หลังจากกวาดสายตาอ่านเคล็ดวิชาทั้งสองจบลงหนึ่งรอบ
“ง่ายดายปานนี้เชียว?”
จางอวิ๋นเลิกคิ้วขึ้นด้วยความประหลาดใจ
เดิมทีเขาคาดการณ์ว่าวิชาระดับนี้คงมีความซับซ้อนซ่อนเงื่อนอยู่บ้าง แต่ผลลัพธ์หลังจากอ่านจบ ความรู้สึกเดียวที่ผุดขึ้นมาในหัวคือ… มันง่ายจนน่าผิดหวัง!
ด้วยความกังขา จางอวิ๋นจึงเดินดุ่มออกไปที่ลานบ้าน ก่อนจะคว้าคอเสื้อของหลิวชางที่กำลังยืนอู้งานอยู่ให้ลอยหวือเข้ามา
“คะ… คุณชาย?”
หลิวชางมองจางอวิ๋นด้วยสีหน้ามึนงง ทำตัวไม่ถูก
หลังจากที่ได้เฝ้าสังเกตการณ์มาตลอดการเดินทาง เขาตระหนักดีแล้วว่าควรวางตัวอย่างไรต่อหน้าปีศาจตนนี้ที่กุมชะตาชีวิตของเขาอยู่
จางอวิ๋นชูม้วนคัมภีร์สองม้วนขึ้นมาแกว่งไปมา “เจ้าแน่ใจนะว่าไม่ได้เขียน ‘ดัชนีเหี่ยวเฉาตัดนภา’ กับ ‘กรงเล็บวิญญาณเหี่ยวเฉา’ นี่ผิด?”
“ไม่มีทางผิดขอรับ! ข้าสาบานต่อฟ้าดินได้!”
กลัวว่าจางอวิ๋นจะเข้าใจผิดแล้วบันดาลโทสะ หลิวชางรีบยกมือขึ้นปฏิญาณตนเสียงหลง
“ถ้าอย่างนั้น… วิชาสองแขนงนี้ของเจ้ามันก็ออกจะง่ายเกินไปหน่อยมั้ง!”
จางอวิ๋นขมวดคิ้วมุ่น
ครอบครองหอคัมภีร์หมื่นภพ เขาผ่านตาเคล็ดวิชามาชั้นยอดมานับไม่ถ้วน แต่ในฐานะที่เป็นถึง ‘เคล็ดวิชาระดับวิญญาณ’ เขาไม่เคยพานพบอะไรที่เรียบง่ายและตื้นเขินขนาดดัชนีเหี่ยวเฉาตัดนภาและกรงเล็บวิญญาณเหี่ยวเฉามาก่อนเลย
“ง่ะ… ง่าย?”
หลิวชางได้ยินคำวิจารณ์นั้นก็ถึงกับอ้าปากค้าง ทำหน้าเหมือนคนโง่งม
วิชาไม้ตายก้นหีบสองแขนงนี้ กว่าเขาจะเรียนรู้จนแตกฉานได้นั้นยากเย็นแสนเข็ญเลือดตาแทบกระเด็น โดยเฉพาะกรงเล็บวิญญาณเหี่ยวเฉา แม้แต่บรรพชนตระกูลหลัวผู้เกรียงไกรฝึกฝนมาหลายสิบปี ยังทำได้เพียงเข้าใจแค่ผิวเผิน
ง่ายงั้นรึ?
ล้อเล่นอะไรกัน!
จางอวิ๋นเห็นสีหน้าอีกฝ่ายจึงสั่งเสียงเรียบ “ไหนเจ้าลองแสดงให้ข้าดูสักรอบซิ!”
“ได้ขอรับ!”
หลิวชางพยักหน้ารับคำอย่างแข็งขัน ก่อนจะเริ่มร่ายรำแสดงเคล็ดวิชาทั้งสองออกมาให้ดูเป็นขวัญตา
จางอวิ๋นยืนกอดอกจ้องมองอย่างตั้งใจทุกกระบวนท่า
“มันง่ายแค่นี้จริงๆ ด้วยแฮะ…”
หลังดูจบ เขาก็อดไม่ได้ที่จะวิจารณ์ออกมาตามตรงอีกครั้ง
มุมปากของหลิวชางกระตุกยิกๆ
เอ็งจะเลิกพูดคำว่าง่ายสักคำได้ไหมวะ? ถ้าเก่งนัก เอ็งก็แสดงให้ข้าดูสักรอบเป็นบุญตาหน่อยสิโว้ย!
ตูม!
ในขณะที่เขากำลังก่นด่าในใจ พลันเห็นจางอวิ๋นยกนิ้วชี้ขึ้น พลังเซียนเหี่ยวเฉาสีเทาทองสายหนึ่งหมุนวน ชักนำพลังเหี่ยวเฉามหาศาลในอากาศมารวมตัวที่ปลายนิ้ว ก่อนจะจิ้มออกไปเบาๆ
ทันใดนั้น ทัศนวิสัยทั่วทั้งลานบ้านก็พลันมืดมิดลง รังสีดัชนีที่เปี่ยมล้นไปด้วยกลิ่นอายแห่งความเสื่อมสลาย อันทำให้ทุกสรรพสิ่งรอบข้างพลันเหี่ยวเฉาและเงียบงัน ได้ปรากฏขึ้นกลางอากาศ!
“นี่มัน…”
หลิวชางตาถลนแทบหลุดจากเบ้า อ้าปากค้างด้วยความตกตะลึงสุดขีด
ในฐานะเจ้าของวิชา เขาคุ้นเคยกับ ‘ดัชนีเหี่ยวเฉาตัดนภา’ นี้ดียิ่งกว่าใคร
แต่จางอวิ๋น... ดันใช้ออกมาได้จริงๆ งั้นรึ?
แถมยังสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ!
ล้อกันเล่นใช่ไหมเนี่ย!
นับจากวินาทีที่เขามอบม้วนคัมภีร์ให้อีกฝ่ายจนถึงตอนนี้ รวมแล้วยังไม่เกินหนึ่งชั่วยามด้วยซ้ำ ความเร็วในการเรียนรู้บ้าบอคอแตกอะไรถึงได้รวดเร็วปานกามนิตหนุ่มขนาดนี้?
หลิวชางอดไม่ได้ที่จะโพล่งถามเสียงสั่น “คะ… คุณชาย ท่านเคยเรียนดัชนีเหี่ยวเฉาตัดนภามาก่อนหรือเปล่าขอรับ?”
“เรียน?”
จางอวิ๋นสลายรังสีดัชนีทิ้ง ก่อนจะกลอกตามองบนอย่างเหนื่อยหน่าย “ทักษะวิชาพื้นฐานแค่นี้ยังต้องเรียนอีกเหรอ? มองแวบเดียวก็เป็นแล้วเถอะ!”
“มองแวบเดียวก็เป็น?”
มุมปากหลิวชางกระตุกไม่หยุด ราวกับโดนตบหน้าฉาดใหญ่
จางอวิ๋นคร้านจะสนใจว่าอีกฝ่ายจะคิดยังไง มือขวาพลันทำท่ากรงเล็บ พลังเซียนเหี่ยวเฉาสายหนึ่งพุ่งออกมา ชักนำคลื่นพลังเหี่ยวเฉามหาศาลให้รวมตัวกัน
ตูม!
วินาทีต่อมา กรงเล็บยักษ์สีเทาทองขนาดมหึมาก็ก่อตัวขึ้นกลางอากาศ บดบังแสงตะวันเหนือลานบ้านจนมิด
กรงเล็บวิญญาณเหี่ยวเฉา!!
หลิวชางเบิกตากว้างจนแทบฉีก
ถ้าบอกว่าจางอวิ๋นเรียนรู้ดัชนีเหี่ยวเฉาตัดนภาได้อย่างรวดเร็วเป็นเรื่องบังเอิญ แต่กรงเล็บวิญญาณเหี่ยวเฉานี้ขึ้นชื่อเรื่องความยากระดับนรกแตก!
บรรพชนตระกูลหลัวใช้เวลาค่อนชีวิตยังเข้าใจแค่ผิวเผิน แม้แต่ตัวเขาเองตอนที่ได้วิชานี้มา ก็ต้องเก็บตัวฝึกฝนอยู่นานหลายปีกว่าจะชำนาญ แต่ตอนนี้…
สมองของหลิวชางเริ่มสับสนอลหม่านไปหมด
จะบอกว่าจางอวิ๋นเคยเรียนมาก่อน ก็ดูไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย
เพราะวิชาสายพลังเหี่ยวเฉานั้นหาได้ยากยิ่งในยุทธภพ สองวิชานี้เรียกได้ว่าเป็นวิชาเฉพาะตัวของเขา เขาไม่เคยเห็นใครหน้าไหนใช้วิชาทั้งสองนี้ได้มาก่อน
หรือว่าจางอวิ๋น... จะเชี่ยวชาญทั้งสองวิชาภายในเวลาแค่หนึ่งชั่วยามจริงๆ?
เอื๊อก!
หลิวชางกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มองจางอวิ๋นด้วยสายตาหวาดหวั่นราวกับกำลังจ้องมองสัตว์ประหลาดจากยุคบรรพกาล
“อืม… กลิ่นอายก็ถือว่าใช้ได้!”
จางอวิ๋นไม่แยแสสายตาของอีกฝ่าย จ้องมองกรงเล็บยักษ์กลางอากาศแล้วพยักหน้าเบาๆ อย่างพอใจ
ตอนนี้เป็นเพียงการรวบรวมด้วยพลังเหี่ยวเฉาธรรมดา ถ้าเขาต้องการ เขาสามารถอัด ‘พลังเซียนเหี่ยวเฉา’ เข้าไปในกรงเล็บนี้ได้โดยตรง
เมื่อถึงเวลานั้น อานุภาพของกรงเล็บนี้อย่างน้อยต้องทวีความรุนแรงขึ้นอีกเท่าตัว รวมไปถึงดัชนีเหี่ยวเฉาตัดนภาก่อนหน้านี้ด้วย
เพียงแต่ว่า… หลังจากฝึกฝนสองวิชานี้สำเร็จ ความรู้สึกที่เขามีคือมันง่ายดายเกินไป ง่ายจนไม่สมศักดิ์ศรีวิชาระดับวิญญาณเลยสักนิด!
เพราะเมื่อวิเคราะห์ภาพรวมแล้ว สองวิชานี้มีจุดร่วมที่เหมือนกันอยู่อย่างเดียว นั่นคือ: ต้องสามารถควบคุมพลังเหี่ยวเฉาปริมาณมหาศาลได้อย่างเชี่ยวชาญ
ซึ่งไอ้เรื่องการควบคุมพลังเนี่ย… สำหรับเขาแล้วมันแทบไม่มีความยากเลย!
ทันใดนั้นเขาก็สะบัดมือวูบ กรงเล็บยักษ์กลางอากาศพลันสลายหายไปราวกับหมอกควัน
เมื่อเห็นท่าทางอันคล่องแคล่วราวกับสั่งได้ดั่งใจนึก หลิวชางก็ทนเก็บความสงสัยไม่ไหวอีกต่อไป เอ่ยถามขึ้นว่า “คุณชาย… ท่านทำได้อย่างไรกันแน่?”
“มันยากตรงไหน?”
จางอวิ๋นหันมามองเขาด้วยความฉงน “ก็แค่พื้นฐานการควบคุมพลังเหี่ยวเฉาอย่างเชี่ยวชาญมิใช่หรือไง?”
“พะ… พื้นฐาน?”
หลิวชางตาโตเป็นไข่ห่าน “คุณชาย ความหมายของท่านคือ… การควบคุมพลังเหี่ยวเฉาอย่างเชี่ยวชาญคือเรื่องพื้นฐานงั้นรึ!?”
“หรือว่าไม่ใช่?”
จางอวิ๋นถามกลับหน้าตาย
หลิวชาง “……”
เขาเข้าใจอย่างถ่องแท้แล้วว่าทำไมจางอวิ๋นถึงบอกว่าง่าย!
ถ้าสามารถมองว่าการควบคุมพลังเหี่ยวเฉาอย่างเชี่ยวชาญเป็นเรื่องพื้นฐานได้ บนโลกนี้ก็คงไม่มีวิชาสายพลังเหี่ยวเฉาไหนที่ยากสำหรับปีศาจตนนี้อีกแล้ว!
ต้องเข้าใจก่อนว่า ‘พลังเหี่ยวเฉา’ เป็นพลังงานพิเศษที่แฝงด้วยอำนาจแห่งความเสื่อมสลาย สามารถกัดกร่อนเลือดเนื้อและชีวิตได้ ผู้บำเพ็ญเพียรทั่วไปอยากจะฝึกฝนนั้นยากลำบากแสนสาหัส เพราะหากผิดพลาดเพียงนิดเดียว ก็จะถูกพลังเหี่ยวเฉาตีกลับจนตัวตาย
และต่อให้ฝึกสำเร็จ ก็ทำได้เพียงแค่ ‘หยิบยืม’ พลังเหี่ยวเฉามาใช้เท่านั้น
เหมือนกับเขา…
แม้จะฝึกฝนพลังเหี่ยวเฉาเป็นหลักจนถึงระดับแปลงเทพ แต่สิ่งที่ทำได้ในตอนนี้ ก็คือการใช้พลังเหี่ยวเฉาอย่างเชี่ยวชาญ ไม่ใช่การ ‘ควบคุม’ ได้อย่างสมบูรณ์แบบดั่งแขนขา!
หลิวชางสูดหายใจเข้าลึกๆ พยายามระงับสติอารมณ์แล้วกล่าวว่า “คุณชาย แม้ข้าจะไม่รู้ว่าท่านทำได้อย่างไร แต่การควบคุมพลังเหี่ยวเฉา สำหรับผู้บำเพ็ญวิถีเหี่ยวเฉานั้น… คือสิ่งที่ยากที่สุดขอรับ!”
“ยากที่สุด?”
จางอวิ๋นทำหน้างุนงง “เจ้าแน่ใจนะ?”
หลิวชางพยักหน้ายืนยันอย่างจริงจังที่สุดเท่าที่ชีวิตนี้จะจริงจังได้
จางอวิ๋นขมวดคิ้วเริ่มใช้ความคิด
ถ้าจะบอกว่ากรณีของเขาเป็นกรณีพิเศษ อาจเพราะฝึกฝน ‘พลังเซียนเหี่ยวเฉา’ แล้วเจ้าศิษย์อ้วนน้อยล่ะ?
ในความทรงจำของเขา แม้เจ้าอ้วนน้อยจะเพิ่งทะลวงระดับพลังเหี่ยวเฉาถึงขั้นที่ 2 แต่ก็สามารถควบคุมพลังเหี่ยวเฉาได้อย่างเชี่ยวชาญแล้วเช่นกัน
เมื่อเห็นหลิวชางทำหน้าจริงจังปานนั้น จางอวิ๋นก็ยกมือลูบคางอย่างใช้ความคิด
หรือจะเป็นเพราะวิธีฝึกพลังเหี่ยวเฉาของตำหนักเซียน?
ดูเหมือนจะเป็นไปได้จริงๆ…
ยังไงเสียวิธีฝึกพลังเหี่ยวเฉาที่เซียนมอบให้ ย่อมต้องแตกต่างและเหนือชั้นกว่าวิธีที่ผู้บำเพ็ญวิถีเหี่ยวเฉาทั่วไปฝึกฝนอย่างเทียบกันไม่ติด
ส่วน ‘เคล็ดวิชาดูดกลืนเหี่ยวเฉาเอกอุไร้เทียมทาน’ ที่เขาฝึก ยิ่งไม่ต้องพูดถึง มันอยู่คนละมิติกันเลย
เมื่อคิดได้ดังนั้น จางอวิ๋นจึงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเห็นอกเห็นใจ “เจ้าว่ามีความเป็นไปได้ไหม… ที่วิธีฝึกพลังเหี่ยวเฉาของเจ้ามันผิด?”
“วิธีผิด?”
หลิวชางยืนนิ่งเป็นหิน
เขาฝึกฝนพลังเหี่ยวเฉามาไม่รู้กี่ปีต่อกี่ปี เป็นถึงระดับแปลงเทพ มาบอกว่าวิธีของเขาผิดเนี่ยนะ?
จางอวิ๋นกล่าวเสริม “เอาไว้ตอนเจ้าอ้วนน้อยว่าง ข้าแนะนำให้เจ้าลองไปถกเถียงแลกเปลี่ยนวิชากับเขาดู!”
“ถกเถียงแลกเปลี่ยน?”
หลิวชางขมวดคิ้ว
ให้ระดับแปลงเทพอย่างเขา ไปถกเถียงเรื่องพลังเหี่ยวเฉากับอู๋เสี่ยวพั่ง เด็กเหลือขอที่ขนยังขึ้นไม่ครบเนี่ยนะ?
ถ้าไม่ใช่เพราะจางอวิ๋นเป็นคนพูด เขาคงมั่นใจไปแล้วว่าอีกฝ่ายจงใจเหยียดหยามเขาชัดๆ
จางอวิ๋นไม่สนใจความคิดเล็กคิดน้อยของเขา พูดจบก็หันไปฝึกซ้อมดัชนีเหี่ยวเฉาตัดนภาและกรงเล็บวิญญาณเหี่ยวเฉาอีกหลายรอบ กระบวนการทั้งหมดราบรื่นไร้ที่ติราวกับสายน้ำไหล
แถมอานุภาพยังน่าเกรงขามและรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ทุกครั้งที่ใช้ออก!
ทำเอาหลิวชางที่ยืนดูอยู่ข้างๆ ถึงกับสูดปากด้วยความหนาวเหน็บ
ควบคุมพลังเหี่ยวเฉาได้ขนาดนี้… ทำได้อย่างไรกัน?
หรือว่าวิธีฝึกพลังเหี่ยวเฉาที่เขาทำมาตลอดชีวิต จะมีปัญหาจริงๆ?
หลิวชางเริ่มเกิดความสงสัยในชีวิตตัวเองขึ้นมาตงิดๆ
วิ้ง… วิ้ง!!
จางอวิ๋นกำลังจะลองฝึกต่อ แต่ทันใดนั้น แสงสว่างสายหนึ่งก็พวยพุ่งขึ้นภายในหอสมบัติเซียน ทำลายความเงียบงันลงทันที สีหน้าของเขาพลันเคร่งขรึมขึ้น
เขารีบเข้าไปในหอสมบัติเซียนชั้นที่หนึ่งทันที
เห็นเพียงเขตอาคมที่เขาเคยวางไว้ตรงนี้ถูกชนจนแตกร้าว แสงสว่างเป็นเส้นๆ เล็ดลอดออกมาจากภายใน
เห็นได้ชัดว่า แสงสว่างนี้มาจากดินวิญญาณภายในเขตอาคม
ดวงตาของจางอวิ๋นเป็นประกาย
สมุนไพรศักดิ์สิทธิ์… กำลังจะปรากฏแล้ว!