ศิษย์ข้าใครว่ากาก? ระบบศิษย์คืนกำไรหมื่นเท่า - บทที่ 357 ทะลวงสู่ระดับแปลงเทพ
พรวด! พรวด! พรวด!
โลหิตสดๆ สามสายพุ่งกระฉูดออกจากปาก ร่างของเจ้าสำนักหลิงเซียน ซูเตี๋ย และนักพรตหงต๋าปลิวละลิ่วราวกับว่าวสายป่านขาด กระแทกพื้นดังสนั่นจนฝุ่นตลบ ไม่อาจขยับเขยื้อนกายได้ชั่วขณะ
“ตายซะ!”
กู่ถัวคำรามลั่น นัยน์ตาอำมหิตไม่แม้แต่จะปรายตามองผู้พ่ายแพ้ ฝ่ามือเหี่ยวย่นตวัดวูบ เส้นสายพลังงานสีเลือดนับไม่ถ้วนที่เพิ่งเจาะทะลวงม่านพลังเมื่อครู่ พลันเปลี่ยนทิศทางพุ่งเป้าสังหารไปที่จางอวิ๋น ซึ่งยังคงนั่งขัดสมาธิอยู่บนเบาะรองนั่งดุจพายุคลั่ง!
ในวินาทีความเป็นความตายนั้นเอง ร่างเล็กจ้อยร่างหนึ่งก็พุ่งเข้ามาขวางหน้าจางอวิ๋นไว้อย่างไม่เกรงกลัว
เป็นอู๋ไห่ไห่นั่นเอง!
“ศิษย์สวะของเจ้าเดรัจฉานน้อย… เจ้าก็ไปลงนรกพร้อมกันซะ!!”
เมื่อเห็นเด็กน้อยมาขวางทาง กู่ถัวก็บันดาลโทสะถึงขีดสุด
หากไม่มีเจ้าเด็กปีศาจคนนี้ เขาคงบดขยี้จางอวิ๋นไปนานแล้ว ไม่ต้องมาสูญเสียแก่นโลหิตมังกรแท้จริงอันล้ำค่าไปเปล่าๆ เช่นนี้
ในเมื่อรนหาที่… เขาจะส่งศิษย์อาจารย์นรกแตกคู่นี้ไปทัวร์ยมโลกพร้อมกัน!
แม้เด็กคนนี้จะมีความแปลกประหลาดพิสดาร แต่จากการรับมือท่าไม้ตายของเขาเมื่อครู่ เห็นได้ชัดว่าเริ่มจะต้านทานไม่ไหวแล้ว สังเกตได้จากแสงรัศมี ‘พลังอู’ รอบกายที่หม่นแสงลงจนแทบจะมอดดับ
ผู้คนโดยรอบต่างจับตามองเหตุการณ์ตาไม่กระพริบ
พวกเขาต่างสนอกสนใจในตัวเด็กประหลาดคนนี้ แต่ที่สนใจยิ่งกว่าคือตัวของจางอวิ๋น
ขวงหลงห้าตน… ราชินีนางมารทะเลทรายห้าตน… และไป๋เหม่ยเหรินอีกสิบตน…
วิชาที่สามารถอัญเชิญยอดฝีมือระดับเหลียนซวีออกมาได้มากมายขนาดนี้ จะบอกว่าไม่หวั่นไหวก็คงเป็นการโกหกหน้าตาย
นอกจากนี้ยังมีเคล็ดวิชาลับของจางอวิ๋นที่สามารถดูดกลืนปราณวิญญาณฟ้าดินจากทั่วสารทิศมาสร้างเป็นลำแสงกระแทกประตูแห่งพันธนาการ... นั่นยิ่งทำให้พวกเขาเนื้อเต้นจนแทบคลั่ง!
สาเหตุที่พวกเขายังนิ่งเฉย ก็เพราะกำลังรอจังหวะ
รอให้จางอวิ๋นและเจ้าเด็กนี่งัดไพ่ตายใบสุดท้ายออกมาให้หมดเสียก่อน
เวลานี้พวกเขาต่างคาดหวังว่าเจ้าเด็กนี่จะระเบิดพลังเฮือกสุดท้ายออกมาต้านทานกู่ถัว ทางที่ดีที่สุดคือให้ทั้งสองฝ่ายปะทะกันจนบาดเจ็บล้มตายกันไปข้าง
นั่นแหละคือ ‘โอกาสทอง’ ของจริง!
ส่วนเรื่องการล่วงเกินเมืองกู่โม่น่ะหรือ? พวกเขาหาได้ใส่ใจไม่
เผลอๆ หากกู่ถัวบาดเจ็บสาหัส พวกเขาก็ไม่รังเกียจที่จะ ‘ซ้ำเติม’ ส่งเจ้าเมืองกู่โม่ผู้นี้ไปลงนรก เพราะในตัวของระดับเจ้าเมืองย่อมมีสมบัติล้ำค่าซุกซ่อนอยู่ไม่น้อย แก่นโลหิตมังกรแท้จริงเมื่อครู่ก็เป็นเครื่องพิสูจน์ชั้นดีว่ากู่ถัวนั้นร่ำรวยเพียงใด
หลังจากนั้นอาจจะโดนไล่ล่า… แต่ใครสนกันล่ะ?
ได้ของดีมาแล้วก็แค่หนีไปกบดานให้เงียบเชียบ
คนที่กล้ามาใช้ชีวิตในแดนโกลาหล สิบในสิบล้วนเคยล่วงเกินขุมกำลังอำนาจใหญ่โตมาแล้วทั้งนั้น หรือไม่ก็หนีการตามล่าหัวซุกหัวซุนมาอยู่ที่นี่
พวกเขาคือพวกเดนตาย… ขอแค่มีผลประโยชน์มากพอ ต่อให้ต้องล่วงเกินเทพเจ้าหน้าไหนพวกเขาก็ไม่กลัว!
“คนเลว…”
เมื่อเผชิญหน้ากับเส้นสายพลังงานสีเลือดนับไม่ถ้วนที่พุ่งเข้ามาดุจห่าฝนใบมีด ใบหน้าเล็กๆ ของอู๋ไห่ไห่ก็ฉายแววโกรธเกรี้ยว รัศมีแสงเริ่มแผ่ซ่านออกมาจากร่างเตรียมระเบิดพลังปะทะ
“ไห่ไห่…”
แต่ยังไม่ทันที่จะได้ลงมือ ฝ่ามือข้างหนึ่งก็วางแหมะลงบนศีรษะกลมทุยของเขาอย่างอ่อนโยน พร้อมกับเสียงหัวเราะแผ่วเบาที่ดังขึ้น
“ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของอาจารย์เถอะ!”
คนในเหตุการณ์ต่างชะงักกึก
วูบ!
ทันใดนั้น พลังงานระลอกหนึ่งที่ดูราวกับน้ำทะเลที่เป็นรูปธรรมก็ม้วนกวาดออกมาจากร่างของจางอวิ๋น ปะทะและกลืนกินเส้นสายพลังงานสีเลือดเหล่านั้นจนสลายไปจนหมดสิ้น!
ทุกคนเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย
ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ประตูแห่งพันธนาการบนฟากฟ้าปรากฏรอยแยกแนวนอนขึ้นมาสายหนึ่ง!
แสงสว่างเจิดจรัสสาดส่องลงมาอาบไล้ร่างของจางอวิ๋นที่กำลังลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ ชุดคลุมสีขาวราวหิมะภายใต้แสงสว่างนั้น ดูศักดิ์สิทธิ์และงดงามประดุจเทพเซียนจุติ
ฮัดชิ้ว!
แต่ไม่ทันไร เสียงจามที่ไม่เข้ากับบรรยากาศอย่างแรงก็ดังขึ้น ทำลายภาพลักษณ์อันศักดิ์สิทธิ์จนป่นปี้ไม่มีชิ้นดี
จางอวิ๋นยกมือลูบจมูกฟุดฟิดด้วยความระอา สัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมของดอกไม้ปริศนาที่ยังตกค้างอยู่ที่ปลายจมูก เขาชำเลืองมองแสงสว่างบนท้องฟ้าที่ค่อยๆ จางหายไปพร้อมกับประตูแห่งพันธนาการที่เลือนหายไปในชั้นเมฆ…
มีเงื่อนงำ!
มีเงื่อนงำแน่นอน!!
เขามั่นใจในสัญชาตญาณตัวเองร้อยเปอร์เซ็นต์
ทุกครั้งที่กระแทกประตูแห่งพันธนาการเปิดออกและได้รับพลังงานที่ไหลย้อนลงมา เขาจะต้องสูดเอาละอองเกสรดอกไม้เข้าไปทุกที ที่สำคัญคือไอ้เกสรบ้านี่… มันทะลุผ่านการป้องกันทางกายภาพของเขา แล้วยัดเยียดตัวเองเข้ามาในโพรงจมูกของเขาอย่างไม่มีเหตุผล
มองยังไง… นี่มันก็ฝีมือคนชัดๆ!
หรือว่าเหนือประตูแห่งพันธนาการในส่วนลึกของขอบฟ้านั่น จะมีใครบางคนคอยบงการอยู่?
ความสงสัยแวบเข้ามาในหัว
แต่เขาก็ส่ายหน้าปัดตกไปอย่างรวดเร็ว
ไม่ว่าจะมีหรือไม่ นั่นไม่ใช่สิ่งที่เขาสามารถสัมผัสหรือรับรู้ได้ในตอนนี้
จัดการไอ้แก่ตรงหน้าก่อนดีกว่า!
“ท่านอาจาย์!!” (<a href=”https://novel-lucky.com/”>อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky</a>)
อู๋ไห่ไห่เห็นเขาลุกขึ้น ดวงตาก็เป็นประกายวิบวับ รีบกระโจนเข้าใส่ทันที
จางอวิ๋นรับร่างเล็กนั้นเข้ามาในอ้อมกอด ลูบหัวศิษย์รักเบาๆ “ไห่ไห่ เมื่อครู่ต้องขอบใจเจ้ามาก ไม่งั้นอาจารย์คงแย่แน่!”
“อี้หยา!!”
อู๋ไห่ไห่ส่งเสียงร้องอย่างดีใจ เอาหน้าซุกไถกับอกของเขา แต่สัมผัสที่ราบเรียบแข็งกระด้างนั้นทำให้เจ้าตัวเล็กเงยหน้าขึ้นมาทำหน้ามุ่ยอย่างน้อยใจ
พร้อมกันนั้น ดวงตากลมโตก็กลอกกลิ้ง จ้องเขม็งไปที่หน้าอกของซูเตี๋ยที่ล้มอยู่ข้างๆ ซึ่งยังลุกไม่ขึ้นด้วยความอิจฉา
“...”
มุมปากของจางอวิ๋นกระตุกยิก เขาตบหัวเจ้าเด็กแก่แดดนี่ไปทีหนึ่งด้วยความหมั่นไส้ แล้วหันไปพูดกับซูเตี๋ยและพรรคพวก “ท่านเจ้าสำนัก, แม่นางซูคนงาม, หงต๋า… พวกท่านเข้ามาหลบก่อน!”
ทั้งสามพยักหน้าอย่างอ่อนแรง
ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ!
ขณะที่จางอวิ๋นกำลังจะเก็บพวกเขาเข้าสู่หอสมบัติเซียน เส้นสายพลังงานที่คมกริบราวกับลูกธนูก็พุ่งแหวกอากาศเข้ามาเป็นชุดหมายขัดขวาง
ฉึก! ฉึก! ฉึก!
แต่ชั้นน้ำทะเลที่ก่อตัวจาก ‘พลังอู’ ก็พลันม้วนตัวขึ้นเป็นเกลียวคลื่น ขวางกั้นเส้นสายพลังงานเหล่านั้นเอาไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
จางอวิ๋นเงยหน้ามองกู่ถัว แววตาคมกริบ “ไม่ต้องรีบ... เดี๋ยวจะจัดการแกเดี๋ยวนี้แหละ!”
พูดจบก็สะบัดมือ เก็บซูเตี๋ยทั้งสามคนรวมถึงอู๋ไห่ไห่เข้าไปในหอสมบัติเซียนจนหมดสิ้น
“ไอ้เดรัจฉานน้อย! คิดว่าทะลวงสู่ระดับแปลงเทพได้แล้ว จะมาทำกำแหงต่อหน้าข้าได้งั้นรึ?”
กู่ถัวตวาดลั่นด้วยความเดือดดาลจนตัวสั่น เส้นสายพลังงานนับไม่ถ้วนระเบิดออกมาจากทั่วร่างที่ค่อมงุ้ม กวาดต้อนเข้าใส่จางอวิ๋นอย่างบ้าคลั่งราวกับพายุคลั่ง
“ฮึ!”
จางอวิ๋นแค่นเสียง สะบัดมือวูบเดียว พลังอูมหาศาลรวมตัวกันเป็นกำแพงน้ำขนาดยักษ์ขวางอยู่เบื้องหน้า ต้านรับเส้นสายพลังงานเหล่านั้นไว้ทั้งหมดอย่างง่ายดาย
ในขณะเดียวกัน ที่ก้นบึ้งดวงตาก็มีปราณวิญญาณหมุนวนลึกลับ เคล็ดวิชา ‘เนตรเซียน’ ทำงานทันที——
【 เป้าหมาย: กู่ถัว 】
【 ระดับพลัง: เหลียนซวี ขั้นสูงสุด 】
【 อาณาเขต: อาณาเขตเส้นด้ายนภา — สามารถผสานเส้นสายพลังงานจำนวนมหาศาลเข้ากับความว่างเปล่าในพื้นที่ เพื่อควบคุมเส้นด้ายให้โจมตีหรือพันธนาการได้ดั่งใจนึก 】
【 จุดอ่อนของอาณาเขต: อาณาเขตนี้จำเป็นต้องวางเส้นด้ายล่วงหน้า จึงจะครอบคลุมพื้นที่ได้อย่างสมบูรณ์และแสดงอานุภาพสูงสุด การปลดปล่อยกะทันหันจะทำให้เส้นด้ายที่ก่อตัวขึ้นซ่อนเร้นได้ยาก 】
【 กายา: กายาพลังงานกระแสเส้น — ภายในร่างกายกักเก็บพลังงานรูปทรงเส้นด้ายที่ผ่านการขัดเกลาไว้จำนวนมาก เพียงแค่กระตุ้นเล็กน้อย ก็สามารถปลดปล่อยพลังงานเส้นด้ายจำนวนมหาศาลออกมาในรูปแบบต่างๆ ผ่านลมปราณได้ 】
【 เคล็ดวิชา/ทักษะยุทธ์: บันทึกโลหิตยมโลก, เคล็ดศักดิ์สิทธิ์กระแสเส้น, ร้อยเส้นคลั่งโหมซัด… 】
【 จุดอ่อนวิกฤต: สภาพร่างกายปัจจุบันย่ำแย่ เผาผลาญแก่นโลหิตไปมากเกินไป ไม่สามารถคงสภาพพลังงานเส้นด้ายได้ทั้งหมด บริเวณด้านหลังไหล่ขวา เป็นจุดตายที่เป็นศูนย์รวมลมปราณของพลังงานเส้นด้าย หากโจมตีจุดนี้จะทำให้ได้รับบาดเจ็บสาหัสได้ทันที! 】
...
“ในที่สุดก็มองเห็นข้อมูลระดับเหลียนซวีได้เสียที…”
มุมปากของจางอวิ๋นยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างพึงพอใจ
“ร้อยเส้นคลั่งโหมซัด!!”
กู่ถัวเห็นว่าการโจมตีครั้งแรกไม่เป็นผล ก็ระเบิดพลังทั้งหมดออกมาด้วยความบ้าคลั่ง เส้นสายพลังงานนับหมื่นเส้นพุ่งทะยานออกจากร่างที่เหี่ยวย่น ระดมทุบทำลายกำแพงน้ำอย่างเกรี้ยวกราด
“วังวนกระแสมุทรสังหาร!”
จางอวิ๋นยกฝ่ามือขึ้นด้วยสีหน้าเรียบเฉย กำแพงน้ำเบื้องหน้าหมุนวนเป็นเกลียวคลื่นรุนแรง ก่อตัวเป็นวังวนกระแสมุทรขนาดมหึมาที่หมุนติ้ว!
ซูมมมม!
เส้นสายพลังงานที่กู่ถัวยิงเข้ามา ต่างจมหายเข้าไปในวังวนนั้นทั้งหมดราวกับถูกปีศาจร้ายกลืนกิน
อึก!
เมื่อจางอวิ๋นกำมือแน่น ราวกับว่าวังวนนั้นได้กินจนอิ่มหนำ เกลียวคลื่นกระแสมุทรก็บีบตัวลง บดขยี้เส้นสายพลังงานทั้งหมดที่หลุดเข้าไปจนแตกสลายหายไปสิ้น!
“เป… เป็นไปไม่ได้!?”
กู่ถัวเบิกตากว้างจนแทบฉีกขาดด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
อันที่จริงเมื่อครู่เขาก็รู้สึกประหลาดใจอยู่แล้ว
น้ำทะเลที่จางอวิ๋นสร้างขึ้นจากพลังอู ไม่เพียงแต่จะไม่ถูกเส้นสายพลังงานของเขากดดัน แต่กลับกดดันเส้นสายพลังงานของเขาเสียด้วยซ้ำ!
ในสายตาของเขา นี่เป็นเรื่องเหลือเชื่อระดับปาฏิหาริย์
เพราะเขาคือระดับเหลียนซวีผู้ยิ่งใหญ่ ส่วนจางอวิ๋นเป็นเพียงระดับแปลงเทพที่เพิ่งจะทะลวงระดับได้หมาดๆ
ว่ากันตามระดับชั้นพลังงาน เขาควรจะบดขยี้อีกฝ่ายได้สบายๆ เหมือนบี้มด
ทำไมถึง…
“บนโลกใบนี้… ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้หรอกนะ!”
เสียงราบเรียบแต่เย็นยะเยือกที่ดังขึ้นแนบชิดข้างหู ทำให้รูม่านตาของกู่ถัวหดเกร็งอย่างรุนแรง
“!!”
ขนทั่วร่างลุกชันด้วยความหวาดกลัวสุดขีด คิดจะขยับหนีแต่ก็สายไปเสียแล้ว
ฝ่ามือของจางอวิ๋น... ได้ประทับลงบนด้านหลังไหล่ขวาของเขาเป็นที่เรียบร้อย!