ศิษย์ข้าใครว่ากาก? ระบบศิษย์คืนกำไรหมื่นเท่า - บทที่ 67: หอรวมปราณและพู่กันบัญชาการ
ผู้ที่ปรากฏกายหาใช่ใครอื่น เป็นนักพรตเฒ่าหวงนั่นเอง
“คารวะคุณชาย!”
เมื่อเห็นจางอวิ๋น นักพรตเฒ่าหวงก็รีบสาวเท้าเข้ามาประสานมือทำความเคารพอย่างนอบน้อม
จางอวิ๋นโบกมือรับทราบ ก่อนเอ่ยถามเข้าประเด็น “ตระกูลหลินมีความเคลื่อนไหวแล้วรึ?”
นักพรตเฒ่าหวงพยักหน้าตอบด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “ขอรับคุณชาย เมื่อห้าวันก่อน ผู้อาวุโสตระกูลหลินหลายคนได้เดินทางออกจากเมืองหนานอวิ๋น ทิศทางมุ่งหน้าไม่แน่ชัด นอกจากนี้ทางตระกูลหลินยังได้ออกประกาศจับไปทั่ว… ซึ่งเป้าหมายในประกาศจับก็คือ นายน้อยสวีหมิงขอรับ!”
จางอวิ๋นหรี่ตาลงเล็กน้อย ประกายสังหารวาบผ่านในดวงตา เขาครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วถามต่อ “ผู้อาวุโสที่ตระกูลหลินส่งออกมา มีความแข็งแกร่งระดับไหน?”
“ระดับจินตานขั้นสูงสุดหนึ่งคน, จินตานขั้นสูงสองคน และจินตานขั้นกลางอีกสามคนขอรับ…”
นักพรตเฒ่าหวงรายงานอย่างละเอียด “ในจำนวนนี้รวมถึงผู้อาวุโสใหญ่และผู้อาวุโสสี่ของตระกูลหลินด้วย ระดับพลังที่แท้จริงของสองคนนี้ ข้าน้อยเองก็ไม่อาจฟันธงได้ เพราะครั้งล่าสุดที่พวกเขาลงมือก็ผ่านมาหลายปีแล้ว โดยเฉพาะผู้อาวุโสสี่… ข้าน้อยสงสัยว่าเขาอาจจะทะลวงถึงระดับจินตานขั้นสูงสุดแล้ว!”
“ระดับจินตานไม่ต้องไปสนใจ จับตาดูแค่ผู้นำตระกูลหลินที่เป็นระดับหยวนอิงก็พอ!”
จางอวิ๋นกล่าวเสียงเรียบ แต่แฝงไว้ด้วยความมั่นใจอันเปี่ยมล้น “เจ้าจับตาดูต่อไป ตราบใดที่ผู้นำตระกูลหลินยังไม่เคลื่อนไหว คนอื่นก็ไม่ต้องไปใส่ใจ!”
“ข้าน้อยรับทราบ!”
“อีกเรื่อง…”
จางอวิ๋นตรวจสอบแหวนมิติ แล้วก็นึกขึ้นได้ว่าหินส่งเสียงแบบพิเศษอันที่เหลือ เขาเพิ่งจะมอบให้ศิษย์น้องอวี๋สุ่ยเอ๋อร์ไป จึงส่ายหัวแล้วกล่าวว่า “ช่วยหาข่าวเกี่ยวกับศาสตราวิญญาณประเภทกระบี่ให้ข้าด้วย ถ้าเจอเมื่อไหร่ให้รีบแจ้งทันที!”
“รับทราบขอรับ คุณชาย!”
นักพรตเฒ่าหวงรับคำสั่งแล้วถอยกายจากไป พริบตาเดียวก็กลืนหายไปกับความมืด
จางอวิ๋นเองก็หันหลังกลับเข้าสู่สำนักหลิงเซียน
ในยามนี้ระดับพลังของเขาทะลวงผ่านจุดคอขวดแล้ว เขาจึงไม่ได้หวาดกลัวตระกูลหลินมากนัก ตราบใดที่ตัวตนระดับหยวนอิงไม่ออกโรง ระดับจินตานก็ไม่ใช่สิ่งที่น่ากังวลอีกต่อไป!
เมื่อกลับถึงถ้ำฝึกตน จางอวิ๋นก็ปิดประตูถ้ำ แล้วส่งจิตเข้าสู่ ‘โลกปรมาจารย์เซียน’ ทันที
【ยินดีด้วยโฮสต์ โลกปรมาจารย์เซียนอัปเกรดเป็นระดับ 3 แล้ว!】
ทันทีที่ก้าวเท้าเข้ามา เสียงแจ้งเตือนสวรรค์ก็ดังก้องกังวาน
จางอวิ๋นรีบกวาดสายตามองไปรอบๆ ความว่างเปล่าอันเวิ้งว้าง และก็เป็นอย่างที่คาด กลุ่มก้อนแสงลึกลับเหล่านั้นกลับมาแล้ว!
ดวงตาของเขาเป็นประกายวาววับ
แต่เขายังไม่รีบร้อนที่จะสุ่มของรางวัล ก่อนอื่นเขาเปิดดูข้อมูลใหม่จาก ‘ตราคำสั่งปรมาจารย์’ เพื่อตรวจสอบสิทธิ์ประโยชน์ที่ได้รับเสียก่อน —
【ตราคำสั่งปรมาจารย์】
ระดับโลกปรมาจารย์เซียน: 3
สิทธิ์ที่ได้รับ:
สามารถรับกลุ่มก้อนแสงได้ 5 กลุ่ม (ความคืบหน้าการรับ: 3/5)
สิทธิ์การเข้าถึงหอคัมภีร์หมื่นภพ อัปเกรดเป็นระดับ 3
เนื่องจากรับศิษย์เพิ่มขึ้น ได้รับรางวัลพิเศษตามจำนวนศิษย์ —— ยันต์คุ้มกันศิษย์ 3 แผ่น
วูบ!
ทันทีที่อ่านจบ ความว่างเปล่าเบื้องหน้าก็บิดเบี้ยว ยันต์ทรงกลมสามแผ่นลอยออกมาจากอากาศธาตุ แผ่กลิ่นอายโบราณอันลึกลับ
【ยันต์คุ้มกันศิษย์】
คำอธิบาย: สร้างขึ้นโดยภูมิปัญญาของผู้บำเพ็ญเพียรโบราณ เมื่อพกติดตัว สามารถต้านทานการโจมตีถึงตายได้หนึ่งครั้ง!
…
“ของดีนี่หว่า!”
จางอวิ๋นตาเป็นประกายวาวโรจน์
นี่มันเท่ากับยันต์กันตายสามชีวิตเลยทีเดียว! สำหรับลูกศิษย์ที่ยังต้องเติบโต สิ่งนี้มีค่ายิ่งกว่าทองคำพันชั่ง
เขาเก็บยันต์ลงไปอย่างทะนุถนอม แล้วมองดูสิทธิ์ใหม่ที่ได้รับด้วยรอยยิ้มมุมปาก
สุ่มกลุ่มก้อนแสงได้อีกสองกลุ่ม แถมหอคัมภีร์หมื่นภพก็อัปเกรดเป็นระดับสาม…
สายตาของเขาจับจ้องไปยังกลุ่มก้อนแสงมากมายที่ลอยคว้างอยู่ในความว่างเปล่าราวกับดวงดาวนับล้าน
“เอาเจ้านี่แหละ!”
หลังจากเลือกพิจารณาอยู่รอบหนึ่ง เขาก็ตัดสินใจเลือกกลุ่มแสงที่ดูใหญ่ที่สุดและส่องสว่างที่สุด
【ได้รับ ‘หอรวมปราณ’!】
กลุ่มแสงแตกกระจายออกเป็นละอองดาว ทันใดนั้นพื้นที่โดยรอบก็สั่นสะเทือนเลื่อนลั่นราวกับเกิดแผ่นดินไหว
ครืนนนน!
ตึกหินโบราณสูงสามชั้นผุดขึ้นมาจากพื้นดิน ตั้งตระหง่านอยู่ตรงข้ามกับหอคัมภีร์หมื่นภพอย่างองอาจ
‘หอรวมปราณ’
หน้าตึกหินมีศิลาจารึกตั้งอยู่ สลักอักษรโบราณเรียบง่ายสามคำที่แฝงด้วยพลังอำนาจ
จางอวิ๋นทำหน้าครุ่นคิด
รวมปราณ? หมายถึงรวบรวมพลังวิญญาณงั้นรึ?
คิดแล้วเขาก็อดผิดหวังเล็กน้อยไม่ได้
การรวบรวมพลังวิญญาณ พูดตามตรงว่าไม่ได้ช่วยอะไรเขามากนัก เพราะเพียงแค่ได้รับพลังงานคืนกำไรสักรอบ แล้วเปิดใช้งานเคล็ดวิชากายาสูงสุด ตัวเขาเองก็สามารถกลายสภาพเป็น ‘ค่ายกลรวมวิญญาณเคลื่อนที่’ ดูดซับพลังปราณจากทั้งสำนักได้อยู่แล้ว ถึงจะทำได้ไม่ตลอดเวลาก็เถอะ
ไอ้หอรวมปราณนี่… ดูเหมือนจะไร้ประโยชน์สำหรับเขาไปหน่อยนะ!
วูบ!
ขณะที่กำลังคิด พลันปรากฏวงแหวนอักขระเรืองแสงขึ้นที่หน้าศิลาจารึก
จางอวิ๋นชะงัก
【ค่ายกลเคลื่อนย้าย】
คำอธิบาย: เปิดใช้งานเฉพาะหอรวมปราณ โฮสต์สามารถใช้ค่ายกลนี้พาลูกศิษย์เข้าสู่หอรวมปราณเพื่อฝึกฝนได้
…
เห็นคำอธิบายจากเนตรเซียน จิตใจที่ห่อเหี่ยวก็ฮึกเหิมขึ้นมาทันที
พาลูกศิษย์เข้ามาฝึกได้?
แบบนี้ความหมายเปลี่ยนเลยนะเฮ้ย!
ตัวเขาเองรวมปราณไปก็ไม่ค่อยมีประโยชน์ แต่สำหรับลูกศิษย์ทั้งสามคน มันมีประโยชน์มหาศาล! ยิ่งศิษย์เก่งขึ้นเท่าไหร่ ก็เท่ากับตัวเขาเก่งขึ้นเท่านั้น!
เมื่อคิดได้ดังนั้น จางอวิ๋นจึงรีบเดินไปผลักประตูตึกหินบานยักษ์ แล้วก้าวเท้าเข้าไปข้างใน
เขาอยากจะลองดูให้เห็นกับตาว่าไอ้ที่ว่า ‘รวมปราณ’ เนี่ย… มันจะแน่สักแค่ไหนเชียว
ตู้ม!
ทันทีที่ก้าวเท้าข้ามธรณีประตู ราวกับไปกระตุ้นกลไกบางอย่าง คลื่นพลังวิญญาณอันหนาแน่นประดุจน้ำหลากก็พุ่งเข้าปะทะใบหน้าจนแทบหงายหลัง
“ป…ปริมาณขนาดนี้เลยเรอะ?”
จางอวิ๋นตกตะลึงจนตาค้าง
เขากวาดตามองไปรอบๆ ชั้นหนึ่งของหอนี้โล่งกว้าง ไม่มีสิ่งของประดับตกแต่งใดๆ นอกจากเบาะรองนั่งสิบอันที่วางเรียงรายอยู่
หลังมือของเขาร้อนวูบ ข้อมูลชุดหนึ่งเด้งขึ้นมาจากตราคำสั่งปรมาจารย์ —
【ได้รับสิทธิ์หอรวมปราณระดับ 1: สามารถพาลูกศิษย์เข้าออกชั้นที่ 1 ได้อย่างอิสระ, ชั้นนี้สามารถเปิดใช้งาน ‘ค่ายกลรวมวิญญาณร้อยเท่า’ ได้สูงสุด โดยความเข้มข้นของพลังปราณจะสูงถึง 100 เท่าของสำนักที่โฮสต์สังกัดอยู่!】
“ระ…ร้อยเท่า? ค่ายกลรวมวิญญาณร้อยเท่า! ความเข้มข้นร้อยเท่าของสำนักหลิงเซียน!?”
ต่อให้เป็นจางอวิ๋นที่จิตใจมั่นคงดั่งขุนเขา เห็นแบบนี้ก็ยังอดไม่ได้ที่จะอ้าปากค้าง
ขอโทษที… เมื่อกี้ที่บอกว่าไร้ประโยชน์ ข้าพูดดังไปหน่อย!
นี่มันไร้ประโยชน์บ้าอะไร นี่มันตึกเทพเจ้าชัดๆ!
ค่ายกลรวมวิญญาณร้อยเท่า… จางอวิ๋นอยู่แดนใต้มานานขนาดนี้ ยังไม่เคยได้ยินชื่อค่ายกลระดับนี้มาก่อนเลย!
ของพรรค์นี้ถ้าข่าวหลุดรอดออกไป มีหวังผู้บำเพ็ญเพียรทั่วทั้งแดนใต้ได้คลั่งตายแย่งชิงกันจนเลือดนองแผ่นดินแน่!
“ต้องลอง!”
จางอวิ๋นสูดหายใจลึก ข่มความตื่นเต้น แล้วเอ่ยคำสั่งเสียงดังฟังชัด “เปิดใช้งานค่ายกลรวมวิญญาณร้อยเท่า!”
ครืนๆๆๆ!!
สิ้นเสียงคำสั่ง ผนังทั้งสองด้านของชั้นหนึ่งราวกับเปิดวาล์วยักษ์ มวลอากาศพลังวิญญาณที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าทะลักเข้ามาดั่งคลื่นสึนามิ
ชั่วพริบตาเดียว จางอวิ๋นรู้สึกเหมือนตัวเองจมดิ่งอยู่ในมหาสมุทรแห่งพลังงานอันไร้ก้นบึ้ง ต่อให้เขาไม่ตั้งใจดูดซับ พลังปราณเหล่านี้ก็ยังพยายามแทรกซึมเข้าสู่รูขุมขนทั่วร่างกายของเขาอย่างบ้าคลั่ง!
“บ้าน่า!”
ความตกตะลึงทั้งหมดของจางอวิ๋น ถูกรวบยอดออกมาเป็นคำอุทานสั้นๆ
ปริมาณพลังวิญญาณขนาดนี้… มันเหนือสามัญสำนึกไปแล้ว!
วูบ!
หลังมือร้อนขึ้นอีกครั้ง ข้อความแจ้งเตือนสีแดงปรากฏขึ้น —
【โปรดระวัง: พลังงานของค่ายกลในหอรวมปราณมีจำกัด โปรดใช้อย่างประหยัด ปัจจุบันสิทธิ์ของโฮสต์สามารถใช้พลังงานของหอรวมปราณได้สูงสุด 1% เมื่อใช้หมด จำเป็นต้องเติมหินวิญญาณจึงจะเปิดใช้งานได้อีกครั้ง!】
เห็นข้อความนี้ จางอวิ๋นสะดุ้งโหยง รีบตะโกนสั่งการหน้าตาตื่น “ปิด! ปิดเดี๋ยวนี้!”
สิ้นเสียง พลังวิญญาณที่ไหลบ่าก็หยุดกึกทันที
“หนึ่งเปอร์เซ็นต์…”
มองดูตัวเลขนี้แล้ว จางอวิ๋นรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีแปลกๆ
แต่คิดไปคิดมาก็ส่ายหัว ช่างเถอะ พลังงานในที่แห่งนี้เก็บไว้ให้ลูกศิษย์ใช้ดีกว่า ตัวเขาเองไม่จำเป็นต้องใช้ให้เปลือง เพราะเขามีกายาคืนกำไรยอดเซียนอยู่แล้ว ขืนดูดซับไปเองมีแต่จะเสียของเปล่าๆ!
เมื่อเดินออกจากหอรวมปราณ จางอวิ๋นมองดูกลุ่มแสงที่เหลือในความว่างเปล่า แล้วยื่นมือไปคว้ามาอีกหนึ่งกลุ่มด้วยความคาดหวัง
【ได้รับ ศาสตราวิญญาณ —— พู่กันบัญชาการ】
กลุ่มแสงแตกออก พู่กันสีทองอร่ามด้ามหนึ่งลอยออกมาหมุนคว้างอยู่เบื้องหน้า
จางอวิ๋นชะงักไปเล็กน้อย
อะไรกันเนี่ย… ศาสตราวิญญาณ?
ศาสตราวิญญาณมันก็เป็นของดีอยู่หรอก แต่กลุ่มแสงพวกนี้มันคือรางวัลจากระบบเชียวนะ ให้ศาสตราวิญญาณแค่อันเดียวเนี่ยนะ?
ยังไม่ทันได้คิดอะไรต่อ กลุ่มแสงจำนวนมากที่ลอยอยู่รอบๆ ก็หายวับไปพร้อมกัน… สิทธิ์ในการสุ่มกลุ่มแสงของเขา หมดเกลี้ยงแล้ว!
จางอวิ๋น: “…”
สงสัยวันนี้เขาจะลืมดูฤกษ์ยาม ดวงถึงได้กุดขนาดนี้
ไอ้หอรวมปราณน่ะยังพอว่า แต่ไอ้ศาสตราวิญญาณด้ามนี้… มันไม่เท่ากับเสียสิทธิ์ฟรีไปรอบหนึ่งเลยรึไง? ประเด็นคือ ถ้าจะให้ศาสตราวิญญาณ อย่างน้อยก็ขอเป็นกระบี่บินสักเล่มเถอะ ให้พู่กันมาทำซากอะไร? ข้าไม่ใช่บัณฑิตนะ!
จางอวิ๋นรู้สึกหดหู่ใจ แต่ก็จำใจเอื้อมมือไปหยิบพู่กันด้ามนั้นมา
ทว่าทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัส พู่กันด้ามนี้ราวกับมีชีวิต! มันทิ่มทะลุนิ้วของเขาอย่างรวดเร็ว แล้วดูดกลืนหยดเลือดเข้าไปทันที
‘การยอมรับนายเสร็จสิ้น!’
กว่าเขาจะรู้ตัว ข้อมูลชุดหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในหัวสมอง
จางอวิ๋นมุมปากกระตุก สัมผัสถึงความเชื่อมโยงทางจิตวิญญาณที่ก่อตัวขึ้นระหว่างเขากับพู่กันสีทองด้ามนี้… รู้สึกปวดตับนิดๆ
มีบังคับยัดเยียดความเป็นเจ้าของด้วยเรอะ!
【พู่กันบัญชาการ】
คำอธิบาย: สร้างโดยผู้บำเพ็ญเพียรโบราณระดับสูง มีความสามารถในการใช้ตัวอักษรสื่อสารกับกฏเกณฑ์แห่งฟ้าดิน...
ทักษะศาสตรา —— บัญชาการ: ใช้พู่กันนี้เขียนตัวอักษรลงในความว่างเปล่า เพื่อกระตุ้นผลลัพธ์ที่แตกต่างกันตามความหมายของอักษร
…
“เขียนตัวอักษรเพื่อกระตุ้นผลลัพธ์?”
จางอวิ๋นขมวดคิ้วด้วยความฉงน เขาลองตวัดพู่กันเขียนคำว่า ‘รบ’ ลงกลางอากาศ
ตู้ม!
ทันทีที่ตัวอักษรสีทองปรากฏ สมองของเขาก็สั่นสะเทือน ความกระหายในการต่อสู้อันพลุ่งพล่านปะทุขึ้นจนเลือดลมเดือดดาล จิตสังหารอันเกรี้ยวกราดแผ่ซ่านออกมาจากร่างราวกับแม่ทัพสวรรค์ผู้กระหายสงคราม
“นี่มัน…”
จางอวิ๋นประหลาดใจจนตาเบิกโพลง
พู่กันนี้ช่วยปลุกเร้าจิตวิญญาณการต่อสู้ได้งั้นรึ?
ยังไม่แน่ใจนัก เขาคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วลองเขียนคำว่า ‘เร็ว’ ลงไปอีกตัว
ทันทีที่ตัวอักษรปรากฏ เขารู้สึกว่าร่างกายเบาหวิวราวกับขนนกที่ลอยล่องไปตามสายลม ฝ่าเท้าเหมือนเหยียบย่างอยู่บนเมฆหมอก เพียงแค่ก้าวเท้าออกไปเบาๆ…
ฟุ่บ!
ร่างของเขาพุ่งทะยานไปข้างหน้าหลายสิบเมตรในพริบตา!
จางอวิ๋นตาโตเท่าไข่ห่าน เขาไม่รอช้า ลองโคจรวิชาย่างก้าวชิงหยวนแล้วก้าวเท้าอีกครั้ง
ความเร็วของเขาในตอนนี้… รวดเร็วดุจสายฟ้าฟาด พุ่งทะยานไปทั่วโลกปรมาจารย์เซียนจนเกิดภาพติดตาซ้อนทับกันนับไม่ถ้วน
“สวรรค์ช่วย!”
จางอวิ๋นตะลึงงันไปแล้ว
ของสิ่งนี้… มันทรงพลังกว่าที่คิด!