ศิษย์ข้าใครว่ากาก? ระบบศิษย์คืนกำไรหมื่นเท่า - บทที่ 89 ปะทะเดือดระดับหยวนอิง
【???】
ระดับพลัง: ระดับหยวนอิง ขั้นกลาง
กายา: กายารากวิญญาณปฐพีระดับสูง
พรสวรรค์กายา: กายาปฐพีเคลื่อนย้ายพริบตา — สามารถทิ้งตราประทับธาตุดินเอาไว้ล่วงหน้า เพื่อสลายร่างเป็นดินและเคลื่อนย้ายพริบตาไปยังจุดที่กำหนดในระยะสั้นได้
เคล็ดวิชาและทักษะยุทธ์: เคล็ดหอกศิลา, มังกรทรายคลั่งร่ายรำ, หนึ่งหอกสะกดใจ…
อาวุธ: หอกวิญญาณทมิฬ (ศาสตราวิญญาณ) — เมื่อโคจรปราณธาตุดินและหินเข้าสู่ตัวหอก จะเพิ่มอานุภาพของพลังปราณได้อย่างมหาศาล
จุดอ่อน: พรสวรรค์มีข้อจำกัด สามารถคาดเดาตำแหน่งที่อีกฝ่ายจะเคลื่อนย้ายไปได้ โดยการค้นหาตราประทับที่ทิ้งไว้ล่วงหน้า
……
จางอวิ๋นโคจรเคล็ดวิชาเนตรสวรรค์จ้องมองชายชุดดำผู้ถือหอกผู้นี้ พลางหรี่ตาลงเล็กน้อย ในหัวปรากฏรายชื่อยอดฝีมือระดับหยวนอิงที่เขาเคยไปล่วงเกินมา
เจ้าสำนักหนานซานงั้นรึ?
คนแรกที่เขานึกถึงคือศัตรูที่อยากให้เขาตายมากที่สุด
แต่ก็ยังฟันธงไม่ได้เสียทีเดียว
เพราะที่นี่คือถิ่นของสำนักหนานไห่ แม้ตอนนี้จะเป็นยามวิกาล แต่การลงมือโจ่งแจ้งถึงเพียงนี้ย่อมก่อให้เกิดความเคลื่อนไหวได้ง่ายดาย
เมื่อเทียบกันแล้ว ผู้อาวุโสใหญ่สำนักหนานไห่ที่เพิ่งไปล่วงเกินมาวันนี้ดูจะมีความเป็นไปได้มากกว่า เพราะที่นี่คือถิ่นของอีกฝ่าย จะลงมือก็ย่อมสะดวกกว่า
แต่คิดๆ ดูก็ยังมีความผิดปกติ
แค่เขาปฏิเสธคำเชิญ ถึงกับต้องส่งคนมาฆ่าแกงกันเลยเชียวหรือ?
รู้งี้ส่องดูตั้งนานแล้ว!
จางอวิ๋นนึกด่าความขี้เกียจของตัวเองในใจ ตอนที่ผู้อาวุโสใหญ่สำนักหนานไห่นำทางมา หรือตอนที่เผชิญหน้ากับเจ้าสำนักหนานซาน หากเขาใช้เนตรสวรรค์ส่องดูข้อมูลล่วงหน้า ป่านนี้แค่เทียบข้อมูลพลังและทักษะยุทธ์ก็คงรู้แจ้งแล้วว่าไอ้โม่งตรงหน้านี้เป็นใคร!
นี่ถือเป็นบทเรียนราคาแพงเลยว่า วันหน้าถ้าเจอสถานการณ์คล้ายคลึงกัน ใครที่ใช้เนตรสวรรค์ส่องได้ ก็ต้องรีบส่องเก็บข้อมูลไว้ก่อน!
อย่างน้อยถ้ามีใครคิดจะเล่นงาน เขาจะได้รู้ทันทีว่ามันเป็นใครหน้าไหน!
“ตายซะ!”
ไม่เปิดโอกาสให้เขาคิดไตร่ตรองนาน ชายชุดดำผู้ถือหอกก้าวพรวดเข้ามาสองก้าว หอกทมิฬในมือวาดผ่านท้องฟ้ายามราตรีเป็นเส้นโค้งน่าหวาดเสียว กวาดเข้าใส่เขาทันที
จางอวิ๋นรีบยกกระบี่เมฆาเวหาขึ้นต้านรับ
เคร้ง!
หอกและกระบี่ปะทะกันเสียงดังสนั่น ประกายไฟแลบแปลบปลาบท่ามกลางความมืดมิด
“หักซะ!”
ชายชุดดำคำรามลั่น ออกแรงกดปลายหอกลงมาอย่างบ้าคลั่ง
จางอวิ๋นถูกแรงกระแทกมหาศาลซัดจนถอยกรูดไปข้างหลังหลายก้าว ร่างกายสะท้านเฮือก
เมื่อเห็นว่ากระบี่ในมือของเขาไม่หักสะบั้น ชายชุดดำก็ฉายแววประหลาดใจวูบหนึ่ง ก่อนจะนึกอะไรขึ้นได้และตาเป็นประกาย
“ศาสตราวิญญาณ?”
อาวุธที่ปะทะกับหอกวิญญาณทมิฬของเขาแล้วยังคงสภาพดีอยู่ได้ ย่อมต้องเป็นศาสตราวิญญาณอย่างไม่ต้องสงสัย!
ทันใดนั้นมันก็เปลี่ยนกระบวนท่า แทงหอกออกไปตรงๆ ปลายหอกพุ่งทะยานดุจมังกรดำ เจาะทะลวงอากาศพุ่งใส่กลางอกจางอวิ๋น
ฟุ่บ!
หอกเดียวทะลวงร่างจางอวิ๋นจนพรุน!
“หือ?”
แต่สิ่งที่ทำให้ชายชุดดำขมวดคิ้วมุ่นคือ สัมผัสที่แทงลงไปกลับว่างเปล่า ไร้ซึ่งแรงต้านของเลือดเนื้อ
เมื่อเพ่งมองไปข้างหน้า ร่างของจางอวิ๋นที่ถูกแทงก็ค่อยๆ สลายกลายเป็นฟองอากาศจางหายไป
“ชอบลอบกัดทีเผลอเสียจริงนะพวกเจ้า!”
เสียงเย็นยะเยือกดังขึ้นที่ข้างหู ทำให้ชายชุดดำดวงตาหดเกร็ง รีบตวัดหอกกลับมาขวางลำตัวตามสัญชาตญาณ
เคร้ง!
ร่างจริงของจางอวิ๋นปรากฏตัวขึ้น ฟันกระบี่ลงบนด้ามหอกทมิฬของอีกฝ่ายเต็มแรง
“สมกับที่เป็นระดับหยวนอิง ปฏิกิริยาว่องไวไม่เลว!”
จางอวิ๋นเอ่ยชม แต่นัยน์ตากลับสาดประกายเจิดจ้าดุจดารา “ข้าเองก็จะเริ่มเอาจริงแล้วเหมือนกัน!”
ตู้ม!
ปราณคืนกำไรระเบิดออกมาห่อหุ้มกระบี่เมฆาเวหาจนเรืองแสง ผสานกับพละกำลังมหาศาล ซัดตูมเดียวเต็มเหนี่ยว
ชายชุดดำไม่คาดคิดว่าอีกฝ่ายจะมีแรงระเบิดรุนแรงขนาดนี้ แขนทั้งสองข้างที่ถือหอกถึงกับสั่นสะท้าน สองเท้าครูดไปกับพื้นทรายเป็นทางยาว ถอยกรูดไปไกลหลายเมตร
“แก?”
สัมผัสได้ถึงความชาหนึบที่ฝ่ามือ ชายชุดดำเงยหน้ามองจางอวิ๋นด้วยความตกตะลึง
แค่ระดับจินตาน... ทำไมถึงมีแรงระเบิดรุนแรงขนาดนี้?
“ระดับหยวนอิง ข้ายังไม่เคยสู้ด้วยจริงๆ จังๆ สักที แต่ในเมื่อคิดจะฆ่าข้า…”
จางอวิ๋นเร่งเร้าปราณคืนกำไรในกายจนท่วมท้น ไหลเวียนไปรวมที่กระบี่เมฆาเวหา ยกปลายกระบี่ชี้หน้าชายชุดดำแล้วเอ่ยเสียงเรียบ
“ก็เตรียมใจโดนฆ่ากลับไว้ด้วยแล้วกัน!!”
ฟุ่บ!
สิ้นเสียง ร่างของเขาก็พุ่งวาบดุจสายฟ้าฟาดในยามวิกาล ตวัดกระบี่ฟันเข้าใส่ลำคอของชายชุดดำ
“เร็วมาก!”
ชายชุดดำรูม่านตาหดเกร็ง ไม่มีเวลาให้ตกใจ รีบผนึกปราณปฐพีเคลือบหอกทมิฬจนหนาแน่นแล้วยกขึ้นต้านรับ
ตูม!!
คราวนี้ไม่ใช่เพียงเสียงโลหะกระทบกัน แต่เป็นเสียงกัมปนาทจากการปะทะกันของพลังงานสองสาย ระหว่างปราณคืนกำไรอันบริสุทธิ์กับปราณปฐพีอันหนักแน่น คลื่นกระแทกที่ระเบิดออกซัดเอาเม็ดทรายรอบด้านฟุ้งกระจายไปทั่วทิศ
ชายชุดดำอีกสองคนที่แขนขาดอยู่ไม่ไกลถึงกับยืนไม่อยู่ ถูกแรงอัดกระแทกซัดกระเด็นกลิ้งหลุนๆ ไปไกลกว่าสิบเมตร กว่าจะทรงตัวได้ก็ทุลักทุเลเต็มที
“นี่มัน…”
ภาพที่จางอวิ๋นใช้กระบี่ต้านหอกของชายชุดดำจนพลังงานสูสีกัน ทำให้ชายชุดดำทั้งสองคนอ้าปากค้างด้วยความตื่นตะลึง
ท่านผู้นั้นเป็นถึงระดับหยวนอิงเชียวนะ! ทำไมถึงสู้กับระดับจินตานได้สูสีขนาดนี้? โลกนี้มันบิดเบี้ยวไปแล้วหรืออย่างไร?
ชายชุดดำผู้ถือหอกเองก็รู้สึกอับอายเป็นที่สุด ที่ตนเองกลับกินเด็กหนุ่มระดับจินตานไม่ลง จึงตวาดลั่นด้วยความเดือดดาล
“ไสหัวไปซะ!!”
ปราณปฐพีบนหอกทมิฬระเบิดตูมตาม หมายจะกระแทกจางอวิ๋นให้กระเด็น
แต่มันระเบิดแรงแค่ไหน จางอวิ๋นก็ระเบิดแรงกว่า
“เป็นเจ้าต่างหากที่ต้องร่วงลงไป!!”
จางอวิ๋นตะโกนก้อง ปราณคืนกำไรจากจินตานในตันเถียนทะลักออกมาจนหมดหน้าตัก
ครืนนน!
พลังงานสองสายปะทะกันสนั่นหวั่นไหวอีกครั้ง ฝุ่นทรายปลิวว่อนบดบังทัศนวิสัย
ทว่าท่ามกลางฝุ่นตลบนั้น ชั้นปราณปฐพีที่เคลือบอยู่บนหอกทมิฬเริ่มส่งเสียง แกรก แล้วเกิดรอยร้าวลุกลามขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
“เป็นไปไม่ได้!!”
ชายชุดดำผู้ถือหอกเบิกตากว้างด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
“ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้!”
จางอวิ๋นคำรามลั่น ปราณคืนกำไรที่ระเบิดออกมาเปรียบเสมือนสัตว์ร้ายที่อ้าปากกว้าง กลืนกินปราณปฐพีของอีกฝ่ายจนเกลี้ยงในคำเดียว
ชวิ้ง!
ในจังหวะที่คมกระบี่กำลังจะฟันถึงตัว เท้าของชายชุดดำก็พลันเปล่งแสงสีเหลืองนวล ร่างทั้งร่างสลายกลายเป็นฝุ่นดินหายวับไปกับตา
“กะไว้แล้วว่าต้องมาไม้นี้!”
จางอวิ๋นแสยะยิ้มเย็นเยียบ ปราณคืนกำไรที่อัดแน่นบนกระบี่เมฆาเวหาเปลี่ยนทิศทางทันที เขาตวัดกระบี่วาดออกไป ปล่อยคลื่นปราณกระบี่ยาวกว่าสิบเมตรกวาดไปทางด้านข้าง
ตรงจุดนั้น… บนหาดทรายที่มีตราประทับธาตุดินซ่อนอยู่ ร่างของชายชุดดำผู้ถือหอกเพิ่งจะโผล่ออกมาจากการเคลื่อนย้ายพริบตา
“แย่แล้ว!!”
เห็นคลื่นปราณกระบี่ที่พุ่งสวนมาดักหน้าอย่างแม่นยำ ชายชุดดำหน้าถอดสี ปราณปฐพีที่เพิ่งถูกกลืนกินไปเมื่อครู่ยังรวบรวมไม่ทัน ไม่ทันได้คิดไตร่ตรอง มันรีบอ้าปากพ่น ทารกวิญญาณ หรือ หยวนอิง ตัวเท่ากำปั้นสีเหลืองนวลดินออกมา
เจ้าทารกวิญญาณร้อง อุแว้ ปลดปล่อยปราณธาตุดินมหาศาลออกมาสร้างกำแพงดินขึ้นมาขวางกั้นทันที
โพละ!
แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าคลื่นปราณกระบี่ที่อัดแน่นด้วยปราณคืนกำไรของจางอวิ๋น กำแพงดินนั้นต้านได้ไม่ถึงครึ่งวินาทีก็พังทลายลง
ทารกวิญญาณร้อง ด้วยความเจ็บปวดเมื่อถูกปราณกระบี่บาด
พรวด!
ชายชุดดำผู้ถือหอกได้รับบาดเจ็บสะท้อนกลับจนกระอักเลือดคำโต รีบคว้าตัวทารกวิญญาณที่บาดเจ็บกลับมาเข้าร่าง แล้วหันหลังวิ่งหนีสุดชีวิตโดยไม่คิดจะสู้ต่อ
“มาแล้วยังจะคิดหนีอีก?”
จางอวิ๋นแค่นเสียงเย็น ใช้พู่กันบัญชาการเขียนอักษร เร็ว ขึ้นกลางอากาศในพริบตา ร่างพุ่งทะยานดุจสายฟ้าแลบไล่กวดตามไป
ฟิ้ว!
จังหวะนั้นเอง ลูกธนูอันแหลมคมดอกหนึ่งก็พุ่งเข้ามาดักทางข้างหน้าเขาจากด้านข้าง
จางอวิ๋นชะงักฝีเท้าเล็กน้อย จำต้องยกกระบี่ขึ้นปัดลูกธนูทิ้ง
“พวกเจ้า รีบหนีไป!!”
พร้อมกันนั้นก็มีเสียงตะโกนลั่น ชายชุดดำคนเดิมที่ถูกเขาตัดมือขาด บัดนี้คาบสายธนูของคันธนูคันใหม่ด้วยปาก วิ่งเข้าใส่เขาอย่างบ้าคลั่ง
“ระเบิดตัวเอง?”
สัมผัสได้ถึงพลังงานในร่างของอีกฝ่ายที่พองขยายขึ้นอย่างรวดเร็ว จางอวิ๋นดวงตาฉายแววเคร่งเครียด
【โจมตีที่สะดือ จุดรวมของกงล้อลมปราณ จะสลายพลังงานได้!】
หน้าต่างข้อความจากเนตรสวรรค์เด้งขึ้นมาเตือน
จางอวิ๋นไม่รอช้า แทงกระบี่สวนไปที่สะดือของอีกฝ่ายทันทีอย่างแม่นยำ
ฉึก!
อีกฝ่ายไม่คิดว่าเขาจะกล้าพุ่งสวนเข้ามา จึงถูกกระบี่แทงทะลุสะดือเต็มเปา ทันใดนั้น ร่างที่พองลมเหมือนลูกโป่งของชายชุดดำผู้นั้นก็แฟบลงทันที พลังงานทั้งหมดสลายวูบออกมาราวกับลูกโป่งแตก
ฟู่…
“แก…”
ชายชุดดำที่คาบสายธนูอยู่ถึงกับนิ่งอึ้ง สมองว่างเปล่า
จางอวิ๋นรู้ตำแหน่งจุดรวมลมปราณของเขาในเสี้ยววินาทีได้ยังไง?
ชวิ้ง!
จางอวิ๋นไม่มีอารมณ์มาเสียเวลากับมัน ตวัดกระบี่ฟันมันล้มกลิ้งไปกับพื้น แล้วเตรียมจะไล่ล่าต่อ
แต่พอเงยหน้ามอง ชายชุดดำผู้ถือหอกกับพรรคพวกอีกคนที่หูขาด ก็หายวับไปไกลลิบจนสุดสายตาแล้ว
“แม่งเอ๊ย!”
สีหน้าของจางอวิ๋นดูไม่สบอารมณ์อย่างแรง
เขาหันกลับมามองชายชุดดำที่นอนกองอยู่กับพื้น พอพลังงานสลายไป ร่างกายของมันก็ผอมแห้งเหี่ยวเฉาจนเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก
เขากระชากผ้าคลุมหน้ามันออก เผยให้เห็นใบหน้าที่ซูบตอบจนจำเค้าเดิมแทบไม่ได้
จางอวิ๋นขมวดคิ้ว เห็นมันขยับปากพะงาบๆ เสียงเบาหวิว แต่เขาก็ยังได้ยินชัดเจน มันพูดว่า แกไม่รอดแน่ เพียงสี่คำ แล้วก็…
อึก!
ชายชุดดำตาเหลือกค้าง สิ้นใจตายไปดื้อๆ
จางอวิ๋นจะห้ามก็ไม่ทันการแล้ว
“ไอ้เวร!”
ตรวจสอบชีพจรที่ขาดสะบั้นของมัน เขาอดสบถออกมาไม่ได้
กะว่าจะเค้นถามตัวตนสักหน่อย ไม่นึกว่าจะเด็ดขาดถึงขั้นชิงฆ่าตัวตายเพื่อปิดปาก เป็นถึงระดับจินตานแท้ๆ ไม่เสียดายชีวิตบ้างหรือไง?
จางอวิ๋นนวดขมับ ค้นตัวศพอย่างละเอียด แต่เจอก็แค่หินวิญญาณกับยาเม็ดนิดหน่อย คันธนูสำรองสองคัน ลูกธนูหนึ่งกระบอก แล้วก็หินส่งเสียงแบบพิเศษอีกก้อน ไม่มีหลักฐานระบุตัวตนเลยสักชิ้น
ขณะที่จางอวิ๋นกำลังหงุดหงิด เขาก็สัมผัสได้ถึงบางอย่าง ดวงตาฉายแววอำมหิตขึ้นมาทันควัน
วูบ!
ไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาตวัดคลื่นปราณกระบี่ฟันใส่โขดหินสูงสองเมตรที่ริมหาดทันที
ตู้ม!
โขดหินระเบิดกระจายเป็นจุณ เงาร่างหนึ่งพุ่งหนีออกมาได้ก่อนจะโดนถล่ม แล้วทำท่าจะวิ่งหนีไป
จางอวิ๋นมีหรือจะยอมปล่อยให้ใครรอดไปได้อีก?
เขาใช้ท่าเท้าพริบตาเดียวก็ตามไปทัน ตวัดกระบี่เฉือนแขนอีกฝ่ายจนเลือดสาด ร่างร่วงลงไปกองกับพื้นทราย
เพื่อป้องกันไม่ให้มันฆ่าตัวตายอีก เขาอัดปราณคืนกำไรหลายสายจี้จุดสกัดการเคลื่อนไหวของมันทันที
“เข้าใจผิด! สหายเซียน เข้าใจผิดแล้ว!!”
เสียงที่คุ้นหูดังขึ้น
จางอวิ๋นชะงักการลงมือทันที เมื่อก้มลงเพ่งมองใบหน้าของคนผู้นี้ชัดๆ เขาก็ต้องเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ
……