สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 110 ค่ายกลเพลิงสี่หวน!
ค่ายกลเพลิงสามหวน เป็นค่ายกลที่จั่วม่อใช้ในการตัดแบ่งแม่เหล็กเย็นในคราวที่
แล้ว
เวลานี้มันเคียดแค้นข่าวลือเป็นอย่างยิ่ง มันเพียงตัดแบ่งแม่เหล็กเย็นชัดๆ แต่ข่าว
ลือกลับแพร่ออกไปว่ามันแปรสภาพแม่เหล็กเย็นสำเร็จ เป็นเหตุให้ภัยพิบัติมาเยี่ยมเยือน
ถึงที่ จั่วม่อฝืนยิ้มในใจ ตัวมันยังไม่ทันจะเข้าสู่ด่านหนิงม่าย การแปรสภาพวัตถุดิบระดับ
สี่หายากเช่นแม่เหล็กเย็นและเม็ดบัวดำนิลกาฬ โดยทั่วไปเป็นได้แค่ความคิดฝันเท่านั้น
ต่อให้ใช้ค่ายกลเพลิงสามหวน จั่วม่อก็ไม่สามารถแปรสภาพเม็ดบัวดำนิลกาฬระดับ
สี่ได้ มันหลับตา เพ่งจิตสำนึก พินิจพิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงต่างๆ ของเม็ดบัวดำนิล
กาฬที่อยู่ภายในไฟหินงอก แต่ในไม่ช้าก็รู้สึกผิดหวัง แม้จะถูกห่อหุ้มด้วยไฟหินงอก แต่
เปลือกแข็งชั้นนอกของเม็ดบัวดำนิลกาฬไม่มีความเปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อย
สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ดรรชนีของจั่วม่อเริ่มสะบัดพลิ้วลิ่วล่อง กลมกลืนลื่นไหล ทิ้ง
ภาพเงาตกค้างไว้นับไม่ถ้วน
เป็นครั้งแรกที่บุรุษชุดแดงเผยสีหน้าอัศจรรย์ใจ คนธรรมดาเห็นเพียงฉากอัน
ตระการตา แต่ยอดฝีมือเช่นมันเห็นลึกซึ้งลงไปถึงทักษะ กระบวนท่าดรรชนีชุดนี้ไม่ใช่
กระบวนท่าที่ซับซ้อน แต่กลับรวดเร็วถึงขีดสุด บรรลุถึงขอบเขต ‘ดรรชนีวิวัฒน์สู่เงา
ร่าง’ สิ่งที่เรียกว่า ‘ดรรชนีวิวัฒน์สู่เงาร่าง’ นี้ หมายถึงดรรชนีที่รวดเร็วจนทิ้งภาพเงา
ดรรชนีซ้อนทับแน่นขนัด ภาพเงาดรรชนีเหล่านี้เข้มข้นถึงขั้นตกค้างอยู่ในอากาศชั่ว
ระยะหนึ่ง แต่กระบวนท่าดรรชนีย่อมไม่ได้หยุดลงเพียงเท่านี้ ก่อนที่ภาพเงาตกค้างชุด
เก่าจะหายไป ภาพเงาตกค้างชุดใหม่ก็ก่อเกิดตามมาไม่ขาดตอน สร้างชุดภาพเงาดรรชนี
ตกค้างเชื่อมต่อกันไปไม่สิ้นสุด นี่คือ ‘ดรรชนีวิวัฒน์สู่เงาร่าง’
ก่อนที่จะเข้าสู่ด่านจินตัน กระบวนท่าดรรชนีเป็นทักษะที่มีประโยชน์ใช้สอย
มากมาย ทุกผู้คนล้วนล่วงรู้ แต่แม้ว่ารูปแบบทักษะจะแตกต่างกันไป เว้นเสียแต่ซิวเจ่อที่
ฝึกฝนกายา ปกติแล้วมักไม่มีความแตกต่างกันมากนักทั้งในด้านความแข็งแกร่ง ความ
ยืดหยุ่น หรือพลังของดรรชนี กล่าวอีกอย่างหนึ่งก็คือ ซิวเจ่อด่านหนิงม่ายจะมีพลัง
ปราณมากกว่าซิวเจ่อด่านจู้จี แต่ในด้านกระบวนท่าดรรชนีแทบไม่มีอันใดแตกต่างกัน
เว้นเสียแต่ว่ามีทักษะกระบวนท่าดรรชนีอันพิเศษเฉพาะ มิเช่นนั้น วิธีเดียวที่
สามารถเพิ่มพูนทักษะดรรชนี คือพึ่งพาการฝึกปรืออย่างหนักหน่วงเท่านั้น
บุรุษหนุ่มคล้ายผีดิบผู้นี้พลังบำเพ็ญเพียรสามัญธรรมดามาก แต่กระบวนท่าดรรชนี
ของมันกลับน่าตื่นตะลึงไม่น้อย
ไม่เพียงแต่บุรุษชุดแดง อีกสองคนก็แตกตื่นเช่นกัน พวกมันสบตากันวูบ ต่างเห็นเค้า
ความยินดีในดวงตาอีกฝั่าย เพียงแค่กระบวนท่าดรรชนีชุดนี้ ก็เพียงพอที่จะเพิ่มความ
เชื่อมั่นของมันพวกที่มีต่อจั่วม่อ
จั่วม่อจิตใจว่างเปล่า สมาธิจดจ่อรวมตัวอย่างสมบูรณ์ ในสายตาของมันมีเพียงไฟ
หินงอกสีขาวนวล กับเม็ดบัวดำนิลกาฬภายในกองไฟ
ดรรชนีของมันเร่งเร็วขึ้น เร็วขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางเสียงปะทุแผ่วเบา ราวกับมีมือที่
มองไม่เห็นบีบเค้นไฟหินงอก เส้นเชือกไฟสีขาวพลันพุ่งออกมาจากไฟหินงอก ไฟหินงอก
ราวกับกลุ่มก้อนด้ายขดหนึ่ง และกลุ่มด้ายขดนี้เป็นจุดเริ่มต้นของเส้นด้ายไฟที่พุ่งออกมา
ด้ายไฟสีขาวคล้ายถูกสาวดึงออกมาจากกองไฟไม่หยุดยั้ง
ด้ายไฟสีขาวยืดยาวออกมาทุกขณะ ปลายด้านหนึ่งเชื่อมต่อกับไฟหินงอก
ตลอดเวลา ส่วนปลายอีกด้านของด้ายไฟ เริ่มโลดแล่นไปรอบๆ เม็ดบัวดำนิลกาฬ
ในขณะเดียวกัน ลูกไฟของไฟหินงอกก็หดเล็กลงอย่างรวดเร็ว เมื่อเปลวไฟสุดท้าย
เปลี่ยนเป็นส่วนหนึ่งของด้ายไฟ เม็ดบัวดำนิลกาฬที่เดิมทีถูกลูกไฟหินงอกห่อหุ้มไว้ ก็
พลันหลุดออกมาสัมผัสกับอากาศ เส้นด้ายไฟสีขาวว่ายเวียนไปรอบๆ เม็ดบัวดำนิลกาฬ
ที่ลอยค้างอยู่กลางอากาศ ราวกับงูสีขาวอันปราดเปรียวตัวหนึ่ง
ถึงตอนนี้ กระบวนท่าดรรชนีของจั่วม่อก็แปรเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน หากก่อน
หน้านี้เรียกว่ารวดเร็วดุจสายฟั้า เวลานี้ดรรชนีของมันคล้ายแบกรับน้ำหนักมหาศาล
กลายเป็นเชื่องช้าและหนักอึ้ง
ทันใดนั้นเส้นด้ายไฟสีขาวพลันขาดตรงกึ่งกลาง แยกออกเป็นด้ายไฟสองเส้น ด้าย
ไฟทั้งสองเส้นดุจดั่งงูสีขาวตัวน้อยสองตัว ว่ายเวียนโคจรรอบเม็ดบัวดำนิลกาฬเป็น
วงกลม ความเร็วในการหมุนวนของพวกมันถึงกับเร็วขึ้นกว่าเดิมเป็นเท่าตัว ที่น่า
ประหลาดคือ เส้นด้ายไฟทั้งสองหมุนวนเป็นวงแหวนสองวงตัดไขว้กัน แต่ไม่เคยชนกัน
ค่ายกลเพลิงหนึ่งหวน!
เม็ดบัวดำนิลกาฬภายในค่ายกลไฟมั่นคงประหนึ่งก้อนหิน ไม่มีร่องรอยของการ
สะท้านสั่นไหวแม้แต่น้อย
จั่วม่อดวงตานิ่งสงบไม่เปลี่ยนแปลง สิบนิ้วกลับแปรเปลี่ยนไม่หยุดยั้ง
สองแบ่งออกเป็นสี่! เส้นด้ายไฟทั้งสี่เส้นขนาดเล็กลงไปอีก แม้แต่วงแหวนไฟที่โคจร
ตัดไขว้รอบเม็ดบัวดำนิลกาฬก็มีรัศมีแคบลงกว่าเดิม
ค่ายกลเพลิงสองหวน!
เม็ดบัวดำนิลกาฬสั่นสะเทือนเล็กน้อย
จั่วม่อใช้สายตาตึงเครียดมองไปยังเม็ดบัวดำนิลกาฬที่จุดกึ่งกลางของค่ายกลไฟ ไม่
กล้าผิดพลาดแม้แต่น้อย สถานการณ์เบื้องหน้าไม่ได้ทำให้มันแปลกใจแต่อย่างใด
กระบวนท่าดรรชนีของมันยิ่งมายิ่งเชื่องช้าลง ตรงกันข้าม ความเร็วในการโคจรพลัง
ปราณภายในร่างมัน ยิ่งนานยิ่งเร่งเร็วขึ้นเป็นลำดับ
เส้นด้ายไฟแบ่งเป็นแปดเส้น หมุนวนเป็นวงแหวนรอบเม็ดบัวดำนิลกาฬด้วย
ความเร็วอันน่าตื่นตะลึง สร้างกรงไฟสีขาวอันพิสดารขึ้นมากรงหนึ่ง
ค่ายกลเพลิงสามหวน!
เมื่อเทียบกับค่ายกลเพลิงสามหวนที่มันใช้ตัดแม่เหล็กเย็น ค่ายกลเพลิงสามหวนชุด
นี้ยังพัฒนาไปอีกขั้น จั่วม่อควบคุมค่ายกลเพลิงสามหวนได้ดีกว่าเดิมมาก หลังจากได้ฟัง
คำชี้แนะของผูเยา จั่วม่อเริ่มฝึกฝนการควบคุมพลังปราณด้วยสติจดจ่อ เนื่องจากทุกวัน
มันมีโอกาสฝึกฝนมากมาย จึงรุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว ค่ายกลเพลิงสามหวนที่มันเคยต้อง
ฝืนควบคุมอย่างยากลำบาก เวลานี้กลับกลายเป็นง่ายดาย
ภายในใจกลางของค่ายกลไฟ เม็ดบัวดำนิลกาฬสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ราวกับว่า
มันจะกระโจนออกมาจากค่ายกลไฟในวินาทีใดวินาทีหนึ่ง
ทุกผู้คนกลั้นลมหายใจ จ้องมองกรงไฟสีขาวที่ลอยอยู่กลางอากาศด้วยสีหน้าเคร่ง
ขรึมจริงจัง พวกมันทราบว่าขั้นต่อไปคือขั้นตอนที่สำคัญที่สุด ความเย็นเยือกของค่ายกล
ไฟได้มาถึงระดับความลึกล้ำอันน่าอัศจรรย์ เย็นเยียบยิ่งกว่าอุณหภูมิปกติของไฟหินงอก
ถึงแปดเท่า! ไฟเย็นนั้นเย็นเยือก ไฟร้อนก็ร้อนลวก แต่ไม่ว่าจะเป็นไฟชนิดใด พวกมัน
ล้วนมีคุณสมบัติ ‘หลอมละลาย’ ความสามารถในการหลอมละลายของไฟเย็นจะเพิ่มขึ้น
ตามระดับความเย็นเยียบ ส่วนความสามารถในการหลอมละลายของไฟร้อน ก็จะรุนแรง
ขึ้นตามระดับอุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้น
ค่ายกลเพลิงสามหวนหนุนเสริมให้ไฟหินงอกเย็นเยียบกว่าปกติแปดเท่า ดังนั้น
ความสามารถในการหลอมละลายของมันก็ย่อมเพิ่มขึ้นถึงแปดเท่า!
ภายใต้ความสามารถหลอมละลายแปดเท่า เม็ดบัวดำนิลกาฬที่ไม่เคยสะทกสะท้าน
ในที่สุดเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย บนเปลือกชั้นนอกเริ่มปรากฏให้เห็นร่องหลุมตื้นๆ
นี่เป็นสัญญาณว่ามันเริ่มหลอมละลายแล้ว แต่ด้วยระดับความรุนแรงเท่านี้ กว่าจะแปร
สภาพเม็ดบัวดำนิลกาฬแล้วเสร็จ ไม่ทราบว่าต้องใช้เวลาอีกกี่ปีกี่เดือน
ภายใต้บทบาทสำคัญของเมล็ดพันธุ์อสูร จิตสำนึกของจั่วม่อให้ความร่วมมือเป็น
อย่างดี ไม่มีผู้ใดสังเกตเห็น ร่างกายของมันอ่อนนุ่มลงและผ่อนคลายอย่างที่ไม่เคย
เป็นมาก่อน ยิ่งร่างกายผ่อนคลายมากเท่าใด พลังของแผนผังปิศาจก็ยิ่งดีขึ้น และยิ่งดูด
ซับพลังปราณได้มากขึ้นเท่านั้น
ผลลัพธ์ของการควบคุมพลังปราณอย่างแม่นยำของจั่วม่อ สำแดงออกมาในเวลานี้
อย่างเห็นได้ชัด มันก่อตั้งค่ายกลเพลิงสามหวนสำเร็จ โดยใช้พลังปราณไปเพียงครึ่งเดียว
ของคราวที่แล้ว รู้สึกถึงปราณธรรมชาติจากค่ายกลห้าปฐมปราณเสริมพลังถาโถมเข้ามา
จั่วม่อระบายลมหายใจโล่งอกเล็กน้อย มันไม่เคยลงมือแปรสภาพวัตถุดิบพร้อมกับใช้ค่าย
กลห้าปฐมปราณเสริมพลังมาก่อน แต่จากสิ่งที่เห็นในยามนี้ สถานการณ์นับว่าไม่เลวเลย
ปราณธรรมชาติจากจิงสือเจือปนสิ่งสกปรกอยู่บ้าง แต่นี่ไม่ใช่ปัญหาสำหรับจั่วม่อ
แผนผังปิศาจสามารถกลั่นกรองสิ่งสกปรกออกจากปราณธรรมชาติได้ด้วยตัวเอง ปราณ
ธรรมชาติที่ถ่ายทอดมาจากค่ายกลห้าปฐมปราณเสริมพลังจึงมีเสถียรภาพเป็นอย่างยิ่ง
พลังปราณในร่างกายจั่วม่อเพิ่มพูนขึ้นอย่างรวดเร็ว
จั่วม่อพริ้มตาหลับลง คงสภาพค่ายกลเพลิงสามหวนเอาไว้ สงบนิ่ง ไม่ไหวติง รอ
คอยให้พลังปราณในร่างเติมเต็มจนถึงขีดจำกัด ในไม่กี่ครั้งที่มันได้พยายามสร้างค่ายกล
เพลิงสี่หวน อัตราการเผาผลาญพลังปราณช่างน่าแตกตื่นสะท้านใจเสียจริง
คนชุดแดงกับพี่น้องของมัน เวลานี้อดตื่นเต้นตึงเครียดไม่ได้ พวกมันย่อมเห็นได้ชัด
ว่าจั่วม่อกำลังรอคอยเวลาและรวบรวมพลังของมัน เช่นเดียวกับความเงียบสงบครั้ง
สุดท้ายก่อนเกิดพายุ ยิ่งสงบมากเท่าใด ยิ่งระเบิดรุนแรงมากเท่านั้น
ทันใดนั้นพลังปราณในร่างจั่วม่อก็ไต่ขึ้นมาถึงระดับสูงสุด มันลืมตาอย่างฉับพลัน
ดรรชนีของจั่วม่อสะบัดพลิ้วอย่างแช่มช้า ประหนึ่งแบกรับน้ำหนักไว้หนึ่งพันจิน!
ไหล่และแขนผอมๆ ของมันสั่นคลอนด้วยความพยายามอย่างหนัก แต่ดรรชนีที่กรีดวาด
อย่างเชื่องช้ากลับมั่นคงอย่างพิสดาร
ทุกผู้คนรู้สึกว่าแสงสีขาวสว่างวาบขึ้น!
กรงไฟกลับกลายเป็นแน่นขนัดกว่าเดิม ไม่ผิดอันใดกับรังไหมไฟรังหนึ่ง! เส้นด้ายไฟ
กลายเป็นสิบหกเส้น หมุนวนรอบเม็ดบัวดำนิลกาฬด้วยความเร็วที่แทบมองไม่เห็นด้วย
ตาเปล่า
ค่ายกลเพลิงสี่หวน!
พลังปราณในร่างกายจั่วม่อเผาผลาญอย่างบ้าคลั่ง ทันทีที่ก่อตั้งค่ายกลเพลิงสี่หวน
ขึ้นมา พลังปราณเต็มขีดจำกัดของมันก็แทบจะเกลี้ยงฉาดในบัดดล มันไม่มีปัญญาสนใจ
สิ่งอื่นใด ได้แต่เริ่มดูดกลืนปราณธรรมชาติจากค่ายกลห้าปฐมปราณเสริมพลังอย่าง
ดุเดือด ปราณธรรมชาติปริมาณมหาศาลถาโถมเข้าไปในร่างจั่วม่อ มันเป็นเหมือนนัก
เดินทางผู้หิวโหยในทะเลทราย ดูดกลืนปราณธรรมชาติทุกหยาดหยดอย่างกระหาย
อยาก
ภายใต้พลังหลอมละลายสิบหกเท่า เปลือกแข็งชั้นนอกของเม็ดบัวดำนิลกาฬในที่สุด
เริ่มหลอมละลาย!
พลังจิตสำนึกทั้งหมดของจั่วม่อทำงานอย่างบ้าคลั่ง พลังหลอมละลายสิบหกเท่า
ย่อมต้องการการควบคุมพลังปราณที่แม่นยำถึงที่สุด หากขาดความแม่นยำไปสัก
เล็กน้อย เมื่อขยายขึ้นสิบหกเท่า อาจนำพาค่ายกลไฟไปสู่การล่มสลายได้ง่ายๆ!
บุรุษทั้งสามกับหลี่อิงฟั่งประสาทเขม็งตึงจนไม่กล้าหายใจ ภายในร้านค้า เงียบจน
ชวนอึดอัด ค่ายกลไฟสี่หวนปราศจากสุ้มเสียงสำเนียงใด แต่รังไหมไฟสีขาวสั่นสะเทือน
เบาๆ เป็นครั้งคราว การสั่นสะเทือนแต่ละครั้งบันดาลให้หัวใจของพวกมันทั้งสี่สะท้าน
สั่นไหวตามไปด้วย พวกมันทราบดีว่าการสั่นสะเทือนแต่ละครั้ง หมายถึงจั่วม่อมีปัญหา
ในการควบคุมค่ายกลเพลิงสี่หวน และไม่สามารถบังคับค่ายกลให้ทำตามใจปรารถนาได้
อย่างสะดวกดายนัก
แต่ยามนี้ไม่มีผู้ใดสนใจเรื่องนี้
บนใบหน้าของพวกมัน นอกเหนือจากความกังวลใจ ก็มีแต่ความตกตะลึงเท่านั้น!
ตกตะลึงอย่างรุนแรง!
ซิวเจ่อด่านจู้จีผู้หนึ่ง สามารถก่อตั้งค่ายกลเพลิงสี่หวนขึ้นมาได้ หากข่าวนี้แพร่สะพัด
ออกไป ย่อมจะเขย่าไปทั้งตงฝู ไม่ถูกต้อง เขย่าทั้งอาณาจักรนภาจันทร์! โดยทั่วไปแล้ว
เพียงค่ายกลเพลิงสามหวนก็เป็นสิ่งที่ยากเย็นสำหรับซิวเจ่อด่านจู้จีไม่น้อย ส่วนค่ายกล
เพลิงสี่หวนนั้น ย่อมเป็นไปไม่ได้ที่ก่อตั้งจนเสร็จสมบูรณ์!
แต่บุรุษหนุ่มซึ่งดูพื้นเพธรรมดาอย่างยิ่งผู้นี้ กลับสามารถก่อตั้งค่ายกลเพลิงสี่หวน
มองไปยังรังไหมสีขาวอันหนาแน่น นั่นไม่ต้องสงสัยเลยว่าเป็นค่ายกลเพลิงสี่หวนจริงๆ!
ครั้งแรกที่พวกมันได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับแม่เหล็กเย็นระดับสี่ พวกมันตามมาเพียง
เพื่อลองเสี่ยงโชคดูเท่านั้น อันที่จริงเมื่อเห็นจั่วม่อมีพลังบำเพ็ญเพียรเพียงด่านจู้จี ในใจ
ผิดหวังมาก แต่ยังคงตั้งใจจะทดลองดูสักครั้ง จะอย่างไรนี่ก็เป็นเม็ดบัวดำนิลกาฬระดับสี่
ต้องการที่จะทำลายมันไมใช่ง่ายดายดังใจนึก! เมื่อท้ายที่สุดจั่วม่อยินยอมรับงานนี้ พวก
มันอดสงสัยไม่ได้ว่าเจ้าผีดิบผู้นี้จะใช้วิธีการดีงามอันใด แต่ไม่ว่าจะอย่างไร พวกมันก็ไม่
เคยคิดว่าจั่วม่อจะเลือกใช้ค่ายกลเพลิงสี่หวน!
ค่ายกลเพลิงสี่หวนไม่ใช่ค่ายกลลึกลับแต่อย่างใด ตรงกันข้าม มันธรรมดาสามัญมาก
แพร่กระจายไปอย่างกว้างขวาง ผู้คนไม่น้อยเข้าใจค่ายกลนี้ แต่แม้ว่าคนที่เข้าใจมี
มากมาย ทว่าคนที่สามารถใช้งานได้กลับมีน้อยมาก ระดับที่สูงขึ้น ต้องการ
ความสามารถควบคุมพลังปราณมากขึ้นและต้องการพลังบำเพ็ญเพียรที่ทวีคูณขึ้น
พลังบำเพ็ญเพียรที่ทวีคูณขึ้นได้แต่ต้องทะลวงผ่านด่านฝึกตนเท่านั้น! ใช้ค่ายกล
เพลิงสามหวนเป็นตัวอย่าง หากซิวเจ่อด่านจู้จีบางคน สามารถก่อตั้งค่ายกลเพลิงสาม
หวนสำเร็จเป็นบางครั้ง เช่นนั้นมันย่อมไม่สามารถก่อตั้งค่ายกลเพลิงสี่หวนได้สำเร็จ
อย่างแน่นอน นั่นเป็นเพราะว่าค่ายกลเพลิงสี่หวน ต้องการความสามารถในการควบคุม
พลังปราณและระดับพลังบำเพ็ญเพียรเป็นสองเท่าของค่ายกลเพลิงสามหวน ต้องรอ
จนกระทั่งผ่านเข้าไปยังด่านหนิงม่าย จึงจะสามารถเติมเต็มเงื่อนไขทั้งสองข้อนี้ได้
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่พวกมันคิดว่าเป็นไปไม่ได้กลับกำลังบังเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตา!
รังไหมไฟสีขาวสั่นกระเพื่อมเป็นครั้งคราว ทั้งกลายเป็นไม่มั่นคง แต่นี่เป็นค่ายกล
เพลิงสี่หวนอย่างไม่มีข้อกังขา!
ดวงตาสามคู่ของพวกมันจ้องมองจั่วม่อ เหมือนกับเฝั้าดูตัวประหลาด
จั่วม่อไม่ทราบ เวลานี้มันไม่แยแสสนใจสิ่งใด ในโลกของมันมีเพียงค่ายกลเพลิงสี่
หวนนี้เท่านั้น!
หลุมเล็กๆ บนพื้นผิวเปลือกนอกของเม็ดบัวดำนิลกาฬเริ่มขยายใหญ่และลึกขึ้น เผย
ให้เห็นเม็ดบัวที่อยู่ด้านใน
ในเวลานี้ จั่วม่อไม่กล้าผ่อนคลายแม้แต่น้อย อย่าได้เห็นว่าเม็ดบัวภายในสุกใสน่ารัก
ทั้งงดงามและดึงดูดใจ แต่กลับแฝงพิษร้ายแรงอันน่าสะพรึงกลัว เพียงสัมผัสแค่เศษเสี้ยว
มันอาจตายโดยไม่เหลือซากไว้ให้กลบฝัง
สะกดกลั้นความหวาดกลัวในใจ จั่วม่อพยายามรักษาความมั่นคงของพลังปราณให้ดี
ที่สุด ในเวลานี้ไม่ว่าเกิดข้อผิดพลาดเล็กน้อยปานใด มันไม่กล้าคิดถึงผลลัพธ์ที่ตามมา
คนทั้งสามพอเห็นเม็ดบัวที่สุกใสละมุนละไม ล้วนถดถอยไปไกลกว่าเดิม สีหน้าเต็ม
ไปด้วยความระแวดระวังและอกสั่นขวัญแขวน
ชื่อเสียงอันตรายของเม็ดบัวดำนิลกาฬดังกระฉ่อนไปทั่ว!