สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 129 เจดีย์ห้าสี
ถือแหวนมิติอยู่ในมือ จั่วม่อชมชอบจนวางไม่ลง
“จั่วเซียนเซิงสายตาแหลมคมจริงๆ แหวนมิติวงนี้มีพื้นที่สี่เหลี่ยมจัตุรัสกว้างยาว
ด้านละเก้าจั้ง ใหญ่โตกว่าแหวนมิติระดับสามทั่วไปเกือบสองเท่า แต่ราคาแพงกว่าแหวน
มิติระดับสามเพียงสามสิบส่วนในร้อยส่วนเท่านั้น สิ่งของที่เก็บไว้ภายในช่องมิติของ
แหวนไม่มีการเน่าเปือยหรือสลายตัว มันจะยังคงสดใหม่เหมือนเดิมแม้จะผ่านไปหนึ่ง
ร้อยปีแล้วก็ตาม การนำสินค้าออกมายังสะดวกดายเป็นอย่างยิ่ง เพียงใจคิด สินค้าก็จะ
อยู่ในฝั่ามือ” เสมียนร้านร่ายยาว จากนั้นส่งมอบม้วนหยกให้แก่จั่วม่อม้วนหนึ่ง “ในม้วน
หยกบันทึกไว้ด้วยอาคมหวงห้ามพิเศษเฉพาะสำหรับแหวนมิติ ทางร้านกำนัลให้โดยไม่
เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม จั่วเซียนเซิงสมเป็นยอดยุทธ์รุ่นเยาว์ที่มีอนาคตยาวไกลสุดหยั่ง
อย่างแท้จริง ร้านนี้เปิดมานานแล้ว แต่ท่านเป็นคนแรกที่สามารถครอบครองแหวนมิติ
ตั้งแต่ยังอยู่ในด่านจู้จี”
สิ่งของที่ดีอย่างแท้จริง!
จั่วม่อไม่รอช้า โยนทุกสิ่งในถุงร้อยสมบัติลงไปในแหวนมิติ รู้สึกร่างกายเบาสบาย
อย่างบอกไม่ถูก ถุงร้อยสมบัติของมันเก็บสะสมข้าวของไว้เท่าภูเขาเลากา หากไม่ใช่ว่า
วัชรสูตรน้อยของมันมีความรุดหน้าอยู่บ้าง น้ำหนักสินค้าเหล่านี้คงบดขยี้มันจนบี้แบนไป
นานแล้ว เวลานี้เมื่อยัดของทั้งหมดลงไปในแหวนมิติ มันไม่รู้สึกถึงน้ำหนักแม้แต่น้อย
ความรู้สึกนี้ดียิ่ง! พื้นที่สี่เหลี่ยมจัตุรัสเก้าจั้งว่างโล่ง ภูเขาสินค้าอันใหญ่โตของมันเพียงกิน
พื้นที่ตรงมุมที่เล็กมากมุมเดียว ด้วยพื้นที่ว่างใหญ่โตนี้เพียงพอที่จะบรรจุแผ่นจานค่ายกล
นับไม่ถ้วน
รูปแบบโอสถยันต์เวทคือสิ่งใด? อาศัยแหวนมิติวงนี้ นั่นจึงจะเป็นรูปแบบโอสถยันต์
เวทที่แท้จริง!
แม้ว่ามันจะเคยรู้จักแหวนมิติมาก่อน แต่ยังคงต้องทอดถอนชมเชยในความต่างชั้น
กันของแหวนมิติกับถุงร้อยสมบัติ ไม่น่าแปลกใจที่มีราคาแพง สิ่งที่จั่วม่อพึงพอใจเป็น
พิเศษ ก็คือรูปลักษณ์ของแหวนมิติวงนี้ดูเรียบง่ายสามัญเป็นอย่างยิ่ง มองผิวเผินคล้าย
แหวนโลหะธรรมดาทั่วไป หากไม่ทราบอยู่ก่อน ไม่ว่าผู้ใดก็นึกไม่ถึงว่าแหวนเหล็กต่ำต้อย
ด้อยค่านี้ ที่แท้เป็นแหวนมิติที่มีค่าถึงหนึ่งร้อยชิ้นจิงสือระดับสี่
จั่วม่อย่อมทราบดีแก่ใจ ว่าระดับพลังบำเพ็ญเพียรของมันต่ำต้อยเพียงใด หากเปล่ง
ประกายสะดุดตาเกินไป ไม่ต่างอันใดกับแส่หาที่ตาย อย่าได้เห็นว่าตงฝูดูผิวเผินอยู่
ภายใต้กฎระเบียบอย่างเรียบๆ ร้อยๆ แต่เรื่องราวดังเช่นการฆ่าคนชิงสมบัติ หรือคนที่
จู่ๆ ก็หายสาบสูญไปโดยไม่มีร่องรอย เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่เนืองๆ มนุษย์มักหลงลืม
คุณธรรมเพราะความมั่งคั่ง นกตายเพราะอาหาร คนตายเพราะความมั่งคั่ง ไม่ว่าที่ไหน
เมื่อใด ประโยคนี้ก็ยังคงเป็นสัจธรรมอยู่เสมอ จั่วม่อย่อมไม่ต้องการสังเวยชีวิตน้อยๆ
ของมันเพื่อแหวนมิติวงเดียว รูปทรงอันเรียบง่ายของแหวนมิติวงนี้จึงตรงใจมันเป็นที่สุด
นับว่าคุ้มค่าสมราคาหนึ่งร้อยชิ้นจิงสือระดับสี่อย่างแท้จริง
ท่ามกลางความอิ่มอกอิ่มใจล้นปรี่ จั่วม่อพึมพำในใจ ยังเหลือจิงสืออีกเก้าสิบชิ้น!
มาลุยกันต่อเลย!
เสมียนร้านอดแปลกใจในความมือเติบของจั่วม่ออยู่บ้างไม่ได้ นี่เป็นครั้งแรกที่มันพบ
เห็นซิวเจ่อด่านจู้จีผู้หนึ่ง จ่ายเงินร้อยชิ้นจิงสือระดับสี่โดยไม่กะพริบตา มันย่อมไม่ทราบ
ว่าจั่วม่อกำลังแข่งกับเวลา ชนิดมีความเป็นความตายเป็นเดิมพัน หากไม่มีผูเยา มันจะ
กอดจิงสือเหล่านี้ไว้อย่างแนบแน่น ไม่มีวันซื้อสิ่งของเช่นแหวนมิติวงนี้เป็นแน่
แต่เวลานี้ ตราบเท่าที่มันใช้ไปจนหมด จิงสือจะยังเป็นของมันไปตลอดกาล
แม้ว่าผูเยามักเสนอสิ่งที่เรียกว่าการแลกเปลี่ยน ดังเช่นเคล็ดวิชา แต่คิดถึงสิ่งที่ผูเยา
มอบให้ จั่วม่อแทบกระอักเลือดออกมา ไม่ว่าจะเป็นเคล็ดบำเพ็ญสูดปราณก่อนกำเนิดใน
ครั้งแรก หรือแผนผังปิศาจกับเมล็ดพันธุ์อสูรในครั้งล่าสุด ทั้งหมดล้วนมีผลข้างเคียง
อย่าได้กล่าวถึงเคล็ดหอมจรุงไม่ลืมเลือน มิเช่นนั้นมันจะเกิดอาการอยากฆ่าคนขึ้นมา
การผลาญจิงสือไม่ใช่เรื่องผิดบาป หากไม่ผลาญให้หมดต่างหาก มันจะต้องน้ำตา
ร่วงทีหลัง
จั่วม่อยังคงเดินหน้าต่อไป สายตาของมันตกลงบนเจดีย์ห้าสีองค์หนึ่ง เจดีย์ห้าสีองค์
นี้สร้างขึ้นเป็นห้าชั้นชัดเจน แต่ละชั้นมีสีสันแตกต่างกัน คลับคล้ายจะเป็นสีสันของห้า
ธาตุ จั่วม่อตระหนักในทันทีว่านี่เป็นยุทธภัณฑ์เวทสายเบญธาตุ แต่ละชั้นของเจดีย์แทน
หนึ่งธาตุในห้าธาตุ
“เจดีย์ห้าธาตุนี้หลอมสร้างโดยเซียนสัญจรผู้หนึ่ง แรกเริ่มเดิมที เซียนสัญจรผู้นี้มี
วัตถุประสงค์เพื่อหลอมสร้างยุทธภัณฑ์เวทซึ่งสามารถเพิ่มการควบคุมห้าธาตุ แต่ต่อมา
มันฝึกปรือผิดแนวทาง เกิดอาการธาตุไฟเข้าแทรก ทั้งร่างกายและดวงวิญญาณล้วนดับ
สลายสิ้น ยุทธภัณฑ์เวทซึ่งยังหลอมสร้างไม่เสร็จสมบูรณ์ชิ้นนี้ ถูกครอบครัวของมันนำมา
ขายให้แก่ร้านของเรา แนวคิดเบื้องหลังเจดีย์ห้าธาตุนี้นับว่าชาญฉลาดไม่เบา ถึงแม้ว่า
วัตถุดิบที่ใช้สร้างเจดีย์ห้าชั้นจะไม่ใช่วัตถุดิบที่ดีที่สุด แต่การเก็บรวบรวมวัตถุดิบห้าธาตุ
เหล่านั้นก็นับว่ายากเย็นไม่น้อย น่าเสียดายที่ตงฝูเชิดชูเซียนกระบี่ มีคนไม่มากนักที่
ฝึกปรือวิชาห้าธาตุ เป็นเหตุผลที่ไม่เคยมีใครสนใจเจดีย์ห้าสีองค์นี้ ฟังว่าจั่วเซียนเซิงเป็น
เกษตรกรปราณที่มีฝีมือ เจดีย์ห้าสีนี้เหมาะกับท่านเป็นอย่างยิ่ง หากท่านสนใจ ทางร้าน
ยังจะกำนัลเวทวิชาสำหรับหลอมสร้างเจดีย์ห้าสีให้แก่ท่าน โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายอีกด้วย
มันเป็นม้วนหยกที่ผู้สร้างเจดีย์ห้าสีทิ้งเอาไว้”
ก่อนอื่นใด จั่วม่อมองปั้ายราคา ห้าสิบชิ้นจิงสือระดับสี่ มันอดหวั่นไหวใจไม่ได้
“สิ่งของที่ดี แต่ราคา…”
ได้ยินวาจามัน เสมียนร้านกล่าวอย่างขอโทษขอโพย “ขออภัยด้วย ไม่ใช่ว่าผู้น้อยไม่
ยินดี แต่กฎของร้านนี้ไม่ต่อรองราคา”
ผู้อื่นอาจกล่าวอย่างมีมารยาท แต่ฟังจากน้ำเสียงเด็ดเดี่ยวแน่วแน่ คล้ายไม่สามารถ
ต่อรองราคาได้จริงๆ จั่วม่อรำพึงในใจ แต่เจดีย์ห้าสีนี้ก็น่าสนใจมากจริงๆ มันได้แต่กล่าว
ว่า “สามารถนำออกมาชมดูหรือไม่”
“ไม่มีปัญหา” เสมียนร้านหยิบเจดีย์ห้าสีออกมาทันที ประคองส่งให้จั่วม่อ
ทันทีที่เจดีย์ห้าสีเข้าสู่มือจั่วม่อ มันรู้สึกถึงปราณห้าธาตุที่มีชีวิตชีวา ตัวมันถือกำเนิด
จากเกษตรกรปราณ มีความรู้สึกเฉียบไวต่อปราณห้าธาตุเป็นที่สุด แม้แต่เคล็ดวิชากระบี่
ที่ฝึกปรือก็โน้มเอียงไปทางห้าธาตุอย่างเห็นได้ชัด เจดีย์หลังนี้มีการจัดเรียงลำดับจาก
ส่วนยอดถึงส่วนฐาน ชั้นบนสุดเป็นธาตุทอง ไล่ลงมาเป็นไม้ น้ำ ไฟ และดิน เมื่อพลัง
ปราณของจั่วม่อหลั่งไหลเข้าไปในเจดีย์ เจดีย์ก็ส่องแสงห้าสีสว่างจ้าออกมาทันที จั่วม่อ
รู้สึกราวกับว่ากำลังถือกลุ่มปราณห้าธาตุที่บริสุทธิ์เป็นอย่างยิ่งห้าขุม รีบผนึกจิตใจ ร่าย
เคล็ดเมฆฝนหล่นรินโดยไร้เสียง จากนั้นสัมผัสถึงความชุ่มชื้นจากทุกทิศทางเข้ามา
รวมตัวกันรอบฝั่ามือ
รวดเร็วเป็นอย่างยิ่ง!
จั่วม่อตะลึงพรึงเพริด
เทียบกับเคล็ดเมฆฝนหล่นรินที่มันร่ายออกด้วยตัวเองแล้ว ถึงกับเร็วกว่าสองเท่า!
ยุทธภัณฑ์เวทอันร้ายกาจ!
จั่วม่อตระหนักถึงคุณค่าของยุทธภัณฑ์เวทชิ้นนี้อย่างฉับพลัน บางทีหากตกอยู่ในมือ
ของผู้อื่น เจดีย์ห้าธาตุนี้อาจไม่มีประโยชน์ใช้สอยมากนัก แต่ในมือมันจะทรงพลานุภาพ
เป็นที่สุด
“เจดีย์ห้าสีนี้เหมาะกับเจ้ามาก” สุ้มเสียงหนึ่งดังขึ้นด้านหลังอย่างกะทันหัน
ได้ยินเสียงนี้ จั่วม่อหันขวับ ตั้งแต่เมื่อใดไม่ทราบ คนผู้หนึ่งเข้ามายืนอยู่ด้านหลังมัน
โดยที่มันไม่ทันได้รู้ตัว
เป็นมัน! จั่วม่อนิ่งงันไปครู่หนึ่ง
เบื้องหน้าจั่วม่อ เป็นบุคคลสวมหมวกแพรสีดำ ย่อมเป็นบุรุษที่มาเสาะหามันเพื่อตัด
แม่เหล็กเย็นในคราวนั้น คนผู้นี้เรียกว่าซู่ มีที่มาลึกลับ แต่มันแข็งแกร่งมาก ได้ชัย
ติดต่อกันหลายรอบอย่างง่ายดาย จัดอยู่สิบลำดับแรกในใบรายการจัดลำดับแทบทุก
ฉบับ มันยังเป็นผู้ที่เริ่มพนันกับเฉาอัน บีบบังคับให้เฉาอันตกอยู่ในสถานการณ์น่าอึดอัด
ใจ อาจกล่าวได้ว่าเป็นผู้ช่วยเหลือจั่วม่อทางอ้อม
แน่นอน จั่วม่อกับมันไม่ได้มีความสัมพันธ์เยี่ยงสหาย ดังนั้นจั่วม่อไม่มีเหตุผลที่จะคิด
ว่าคนผู้นี้เปิดฉากพนันเพื่อช่วยเหลือมัน
“ข้าจะซื้อเจดีย์ห้าสีให้เจ้า” ซู่กล่าวอย่างรวบรัด “เจ้าต้องช่วยข้าเรื่องหนึ่ง”
เสมียนร้านเตร่ออกไปด้านข้างอย่างรู้ความ ไม่ได้รบกวนการสนทนาแลกเปลี่ยน
ระหว่างคนทั้งสอง
จั่วม่อในใจระมัดระวังมาก สั่นศีรษะพลางกล่าวว่า “ไม่จำเป็น ข้าสามารถซื้อเอง”
ห้าสิบชิ้นจิงสือระดับสี่ไม่ใช่จำนวนเล็กน้อย สามารถแลกจิงสือระดับสามได้สองหมื่นห้า
พันชิ้น บุญคุณที่มีมูลค่าถึงห้าสิบชิ้นจิงสือระดับสี่ แม้จะใช้นิ้วหัวแม่เท้าคิดจั่วม่อก็ทราบ
ว่าไม่ใช่บุญคุณที่จะตอบแทนได้ง่ายดาย
“เพิ่มด้วยของสิ่งนี้” ซู่นำขวดหยกออกมาอีกขวดหนึ่ง “เม็ดยาเพลิงเหลือคณาของ
ปั้อมตระกูลเฉา มีสามสิบหกเม็ด โปรดช่วยข้าหลอมสร้างของสิ่งหนึ่ง”
หลอมสร้างของสิ่งหนึ่ง?
จั่วม่อค่อยคลายใจลงบ้าง สิ่งที่เกอกลัวที่สุดคือการต่อสู้หรือฆ่าฟันกัน หากเป็น
หลอมสร้างก็นับว่าเป็นอีกเรื่องหนึ่งแล้ว อ้อ รอประเดี๋ยว หวนคิดถึงประสบการณ์แปร
สภาพเม็ดบัวดำนิลกาฬในครั้งนั้น มันมิใช่แทบจะต้องเอาชีวิตน้อยๆ ไปทิ้งหรอกหรือ
ดังนั้นรีบถามว่า “หลอมสร้างอันใด?”
“หลอมสร้างแม่เหล็กเย็นเป็นชิ้นส่วนกระบี่” ซู่ตอบ
“เป็นไปไม่ได้” จั่วม่อกล่าวอย่างมั่นใจ “สิ่งนั้นเป็นของระดับสี่ ข้าต้องทุ่มเท
เรี่ยวแรงทั้งหมดกว่าจะตัดมันได้อย่างฉิวเฉียด ไหนเลยจะมีปัญญาหลอมสร้างเป็น
ชิ้นส่วนกระบี่?”
“เจ้าสามารถทำได้” สุ้มเสียงของซู่ไม่หวั่นไหว “เจ้าเมื่อสามารถแปรสภาพเม็ดบัว
ดำนิลกาฬ รวมกับเจดีย์ห้าสีชิ้นนี้ เจ้าย่อมสามารถหลอมสร้างชิ้นส่วนกระบี่ให้ข้าได้”
ซู่ไม่กล่าวถึงเม็ดบัวดำนิลกาฬยังพอทำเนา แต่เมื่อกล่าวออกมา โทสะในใจจั่วม่อก็
ปะทุพล่าน หากไม่ใช่เจ้าสารเลวเบื้องหน้านี้เปิดเผยเรื่องราวออกไป ไหนเลยเรื่องบรรลัย
จักรเช่นนั้นจะวิ่งมาหามันถึงที่ เกอแทบจะต้องสังเวยชีวิตน้อยๆ ของเกอ!
“ข้ายังจะช่วยให้เจ้าเข้าสู่สิบลำดับแรกในการประลองรอบสาม”
วาจาเรียบๆ กับสุ้มเสียงแผ่วเบาของซู่ ทำให้ไฟแค้นในหัวใจจั่วม่อหายวับไปทันที
จั่วม่อชักหวั่นไหวใจขึ้นมา ปากก็ลองถามว่า “เช่นนั้นรอบที่สองข้าจะทำอย่างไร?”
“เจ้าได้ตำแหน่งว่างผ่านเข้ารอบที่สามได้โดยตรง” ซู่ตอบ
จั่วม่อลอบตื่นตระหนก สหายผู้นี้มีความหมายนัก กระทั่งข่าวลับสุดยอดเช่นนี้ยัง
ล่วงรู้อย่างรวดเร็ว ท่านเจ้าสำนักเพิ่งแจ้งให้มันทราบเรื่องนี้ก่อนที่มันจะลงจากภูเขา
นี่เอง แต่เจ้าคนที่อยู่ตรงหน้าก็ทราบเช่นเดียวกัน
ข้อเสนอของคนผู้นี้นับว่าดึงดูดใจจั่วม่อไม่น้อย อันที่จริง ความคิดของมันที่จะรอซื้อ
ม้วนหยกเริ่มต้นของคุนหลุนจากผู้ที่ได้ครอบครอง ไม่ตรงกับสภาพความเป็นจริง เนื่อง
เพราะผูเยาใกล้จะตื่นขึ้นมาแล้ว ทันทีที่ผูเยาตื่น จิงสือของมันจะเปลี่ยนผู้ครอบครองใน
บัดดล แล้วยังจะเหลือจิงสือที่ไหนไว้ซื้อม้วนหยกอีกเล่า? ดังนั้นหากมันคิดครอบครอง
ม้วนหยก หนทางเดียวที่มีก็คือผ่านการประลอง การประลองรอบที่สามเป็นศึก
ตะลุมบอนอันไร้กฏเกณฑ์ มีผู้เข้าร่วมหนึ่งร้อยคน แม้ว่าทั้งหนึ่งร้อยคนล้วนได้รับรางวัล
แต่ยิ่งมันได้ลำดับต่ำมากเท่าใด ก็ยิ่งห่างไกลจากโอกาสครอบครองม้วนหยกมากท่านั้น
แต่จั่วม่อมีความรู้สึกว่า ข้อเสนอของผู้อื่นไม่ได้เรียบง่ายปานนั้น
“ลองบอกวิธีหลอมสร้างชิ้นส่วนกระบี่มาฟังดูได้หรือไม่?” มันตกลงใจทำความ
เข้าใจให้รอบด้านเสียก่อน
“ใช้คลื่นอาสัญจันทร์ทรงกลดแกะสลักค่ายกลบนชิ้นส่วนกระบี่แต่ละชิ้น มีทั้งสิ้นสี่
ค่ายกล” ซู่ตอบ
คลื่นอาสัญจันทร์ทรงกลด…
จั่วม่อสั่นศีรษะระรัว “เป็นไปไม่ได้ เป็นไปไม่ได้! คลื่นอาสัญจันทร์ทรงกลดไม่ใช่สิ่งที่
ข้าจะมีปัญญาใช้งานได้ในขณะนี้” มันไม่ได้ถ่อมตัว แม้ว่าคลื่นอาสัญจันทร์ทรงกลดจะ
เป็นวัตถุดิบระดับสาม แต่เป็นประเภทหายาก มีคุณสมบัติพิเศษเฉพาะเป็นอย่างยิ่ง
จัดเป็นวัตถุดิบชั้นยอดอย่างแท้จริง
แม้จะเป็นระดับสามเช่นเดียวกัน แต่มีความแตกต่างกันอย่างใหญ่หลวง
สิ่งที่เรียกว่าระดับคุณภาพเป็นแนวคิดที่คลุมเครือไม่น้อย บางครั้งหมายถึงการจัด
ระดับแนวขวาง แต่บางครั้งกลับอ้างถึงการจัดระดับแนวดิ่ง ระบบการการจำแนกที่เลอะ
เลือนถึงเพียงนี้ ไม่ใช่ว่าเหล่าผู้ฝึกตนไม่เข้มงวด แต่เป็นผลเนื่องมาจากลักษณะอัน
ซับซ้อนของวัตถุดิบหลากหลายชนิด
ยกตัวอย่างเช่นไฟหินงอกของจั่วม่อ การจำแนกมันเป็นเมล็ดพันธุ์ไฟระดับสอง เป็น
การจัดระดับในแนวขวาง นี่เป็นเพราะคุณสมบัติทางกายภาพที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ
ของเมล็ดพันธุ์ไฟ
อันที่จริงไฟหินงอกยังมีอีกหลายชนิด หากผ่านการหล่อเลี้ยงเป็นเวลานานกว่านี้
เติบโตภายในสถานที่ที่มีปราณธรรมชาติอุดมสมบูรณ์อย่างต่อเนื่อง มันจะกลายเป็นไฟ
อีกชนิดหนึ่ง เรียกว่าไฟม่วงเยือกเย็น และหากยังคงเติบโตต่อไป ก็จะก่อให้เกิดเปลวไฟ
ชนิดอื่นอีก เรียกว่าไฟคลื่นหยิน
ไฟหินงอกเป็นระดับสอง ไฟม่วงเยือกเย็นเป็นระดับสาม และไฟคลื่นหยินเป็นระดับ
สี่
เหล่าผู้ฝึกตนอาจเห็นว่าพวกมันเป็นสายพันธุ์ไฟที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เพราะพวก
มันเป็นคนละระดับ ทั้งยังมีคุณลักษณะที่แตกต่าง แต่ในความเป็นจริงพวกมันเป็น
แหล่งกำเนิดไฟเดียวกัน
นี่คือการจัดระดับในแนวขวาง
ส่วนการจำแนกอีกประเภทหนึ่งนั้น วัตถุดิบบางอย่างระดับคุณภาพอาจเพิ่มสูงขึ้น
เรื่อยๆ แต่ยังคงรูปลักษณ์ภายนอกเช่นเดิม นี่อยู่ภายใต้การจัดระดับในแนวดิ่ง
ยกตัวอย่างเช่นหญ้ามังกรเพลิง หญ้ามังกรเพลิงระดับสามกับหญ้ามังกรเพลิงระดับสี่
อาจมีส่วนแตกต่างกันบ้างในแง่ของพลังปราณที่อยู่ภายใน รวมถึงสีสันของส่วนผล แต่
ยังคงเป็นเรื่องง่ายมากที่จะระบุว่ามันเป็นหญ้ามังกรเพลิง
คลื่นอาสัญจันทร์ทรงกลดอาศัยการจำแนกตามประเภทที่สอง นั่นคือจำแนกใน
แนวดิ่ง สิ่งที่เรียกว่าคลื่นอาสัญจันทร์ทรงกลดระดับสาม หมายถึงว่าในสายพันธุ์คลื่น
อาสัญจันทร์ทรงกลดทั้งหมด มันจัดอยู่ในลำดับที่สามนับจากด้านล่างขึ้นมา ดังนั้นจึง
เป็นคลื่นอาสัญจันทร์ทรงกลดระดับสาม
ในความเป็นจริง การจำแนกในแนวดิ่ง มีมากมายและพบเห็นได้บ่อยครั้งกว่าการ
จำแนกในแนวขวาง
การจัดหมวดหมู่ระดับคุณภาพนี้ดำเนินมานานนับหมื่นปี ค่อยๆ สั่งสมและพัฒนา
มาเป็นลำดับ
ด้วยเหตุนี้เอง คลื่นอาสัญจันทร์ทรงกลดจัดเป็นวัตถุดิบชั้นสูงด้วยตัวมันเองอย่าง
แท้จริง ไม่ว่าการเสาะหา รวบรวม หรือแปรสภาพก็ล้วนแต่ยากเย็นแสนเข็ญ ไม่ใช่สิ่งที่
ซิวเจ่อด่านจู้จีอย่างจั่วม่อจะสามารถแตะต้องได้ มันถึงกับสงสัยว่ากระทั่งคลื่นอาสัญ
จันทร์ทรงกลดระดับหนึ่งหรือระดับสอง มันก็ยังไม่มีปัญญาลงมือ อย่าว่าแต่คลื่นอาสัญ
จันทร์ทรงกลดระดับสาม
การค้านี้ไม่อาจรับ!