สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 169 โชคลาภร่วงลงมาจากฟั้า
จั่วม่อตามติดด้านหลังแมลงทองทมิฬไปอย่างกระชั้นชิด มือกระชับกระบี่หยดน้ำ
สายตากวาดมองรอบด้านเป็นครั้งคราว เฝั้าตื่นตัวระมัดระวังอยู่ตลอดเวลา
แมลงทองทมิฬวิ่งเร็วมาก จั่วม่อตามหลังมันไป ในใจเบิกบานอย่างบอกไม่ถูก
หากเจ้าดำน้อยวิ่งรี่อย่างยินดีปรีดาเช่นนี้ ก็เป็นที่แน่นอนว่าบนเกาะร้างแห่งนี้
จะต้องมีเส้นชีพจรปราณปฐพีหรือไม่ก็มหาสมบัติบางประเภท เดิมทีมันเคยคาดเดาว่า
หมู่เกาะแมกไม้รกร้างเป็นเกาะอันยากจนแร้นแค้น แต่มองจากยามนี้ ดูเหมือนว่าจะได้
สัมผัสความประหลาดใจที่ไม่คาดคิดเสียแล้ว
สถานที่ที่เจ้าดำน้อยนำไป เป็นปั่าทึบอันแน่นขนัดไปด้วยแมกไม้ ใจกลางปั่ารกเรื้อ
แห่งนี้ เห็นทะเลสาบที่เต็มไปด้วยน้ำสีดำแห่งหนึ่ง เจ้าดำน้อยคล้ายหวาดกลัวทะเลสาบ
น้ำดำนี้เป็นอย่างยิ่ง รีบโกยอ้าวผ่านไปอย่างเร็วรี่ จั่วม่อเพ่งพิศทะเลสาบน้ำดำอย่าง
แปลกใจอยู่บ้าง ทะเลสาบนี้ไม่กว้างใหญ่เท่าใด มีพื้นที่ราวๆ สิบกว่าหมู่เท่านั้น แต่ที่
แปลกก็คือ น้ำในทะเลสาบดำสนิทดุจน้ำหมึก ให้บรรยากาศคล้ายสถานที่แห่งความตาย
ด้านข้างริมขอบไม่มีพืชหญ้าชนิดใดงอกเงย มีเพียงหาดหินกรวดสีขาวซีดผืนใหญ่
ผืนดินอันชั่วร้าย!
ไม่ทราบว่าเพราะเหตุใด จั่วม่อในใจปรากฏถ้อยคำเหล่านี้ลอยขึ้นมาเอง ทะเลสาบ
น้ำดำราบเรียบ นิ่งสงัดประหนึ่งตายดับไปนานแล้ว ตามริมขอบชายฝังไม่มีร่องรอยของ
สัตว์ใด ดูเหมือนจะแผ่ซ่านเค้าลางอัปมงคลอันแรงกล้าออกมา มันจดจำได้ว่าในม้วน
หยกที่ศิษย์สำนักกระบี่หัวใจทะเลสาบมอบให้ ก็กล่าวถึงทะเลสาบแห่งนี้ ทะเลสาบน้ำดำ
เป็นอันตรายมาก ขอเตือนว่าให้อยู่ห่างๆ ไว้เป็นดี
จั่วม่อตอนนี้ไม่มีเวลาจะมัวมาศึกษาวิเคราะห์ทะเลสาบดำ มันเร่งฝีเท้าตามเจ้าดำ
น้อยไป
ท่ามกลางแมกไม้พนาไพร เจ้าดำน้อยไม่ผิดอันใดกับสายลมกระโชกแรง เห็นเพียง
เงาดำแล่นลิ่วอยู่เลือนราง หากจั่วม่อไม่ได้มีความสัมพันธ์เชื่อมโยงจิตใจกับเจ้าดำน้อย
มันคงสูญหายไปนานแล้ว
เห็นเจ้าดำน้อยทวีความเร็วขึ้นอีกหนึ่งส่วน จั่วม่อรีบเร่งฝีเท้าตามไปด้วย
เจ้าดำน้อยทันใดนั้นพุ่งหายเข้าไปในรอยแตกบนพื้นหิน ในลานโล่งกว้างที่อยู่
ใกล้เคียง จั่วม่อฝืนยิ้มในใจ มองส่องเข้าไปในรอยแตกซึ่งกว้างราวสองนิ้วมือ กระบี่หยด
น้ำในมือมันพลันแปรเปลี่ยนเป็นลำแสงพุ่งขึ้นฟั้าโดยไม่รีรอ กระบี่บินหมุนควงเร็วรี่ดุจ
สว่าน กลายเป็นเงาสีฟั้ากลุ่มหนึ่งพุ่งดิ่งลงมา เจาะทะลวงเข้าไปในรอยแตกอย่างหักโหม!
ตูม!
เศษหินปลิวเวียนว่อน กระจัดกระจายไปทั่ว หลุมที่กว้างพอให้จั่วม่อมุดผ่านเข้าไป
ได้ ก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า
จั่วม่อโบกมือคราหนึ่ง กระบี่หยดน้ำบินกลับเข้าสู่มือ มันก้มตัว มุดลงไปในหลุม
จากนั้นโพรงถ้ำกว้างใหญ่ผ่านเข้ามาในครรลองสายตา ที่แห่งนี้เป็นถ้ำธรรมชาติแห่งหนึ่ง
ไม่ห่างออกไปนัก เห็นแมลงทองทมิฬตัวน้อยเฝั้ารอจั่วม่ออยู่ด้านใน พอเห็นจั่วม่อลงมา
มันส่งเสียงกรีดร้องคำหนึ่ง หมุนตัว วิ่งนำไปเบื้องหน้า จั่วม่อปรับสภาพสายตาอย่าง
รวดเร็ว รีบไล่ตามเจ้าดำน้อยไป
ความมืดมิดในโพรงถ้ำใต้ดินไม่มีผลต่อเจ้าดำน้อยเลยสักนิด จั่วม่อก็ใช้พลังจิตสำนึก
อันเข้มแข็งแผ่ออกไปรอบด้าน ทุกสิ่งทุกอย่างสะท้อนเข้ามาในใจมันประหนึ่งเห็นชัดเจน
ด้วยสายตา
เร่งรุดเข้าไปในโพรงถ้ำ จั่วม่อรู้สึกว่ามันกำลังมุ่งหน้าลงต่ำ ดิ่งลึกลงไปใต้ดินอย่าง
ต่อเนื่อง ระหว่างทาง มันใช้กระบี่บินทะลวงทางตันเข้าไปเป็นครั้งคราว จนกระทั่งถึง
ตอนนี้ ยังไม่พบร่องรอยว่าเคยมีผู้คนล่วงหน้าเข้ามาก่อน ทำให้มันรู้สึกตื่นเต้นคาดหวัง
มากยิ่งขึ้น
เดินต่อไปราวครึ่งชั่วยาม เมื่อจั่วม่อเลี้ยวผ่านทางโค้งมุมหนึ่ง พบเห็นฉากเบื้องหน้า
ก็พลันตะลึงลาน
เห็นบ่อหินหลอมเหลวสีแดงก่ำขนาดใหญ่โตมหฬาร ไหลเวียนช้าๆ ค่อยๆ เดือดปุด
ผุดพราย ในครรลองสายตามันเต็มไปด้วยแสงสีแดงสดใส ในโถงถ้ำประหนึ่งโลกสีแดง
เข้มอันเป็นเอกเทศใบหนึ่ง คลื่นความร้อนกวาดออกมาเป็นครั้งคราว แต่ละระลอกคล้าย
บิดเบือนชั้นบรรยากาศจนแปรปรวน บัดเดี๋ยวชัดเจน บัดเดี๋ยวพร่าเลือน อากาศเต็มไป
ด้วยกลิ่นกำมะถัน
ทะเลสาบหินหนืดคล้ายปะทุอยู่ตลอดกาล มีขนาดพื้นที่ราวสามหมู่ ผนังหินที่
ล้อมรอบยอยยุบตัวลงไปในบ่อหินหลอมเหลวตลอดเวลา ละลายหายไป แต่หลังจากนั้น
สักครู่ หินหนืดตรงบริเวณชายฝังเย็นตัวลง กลับกลายเป็นหินแข็งอีกครั้ง ถมทับหลุมบ่อ
จนเต็มเหมือนเดิม
ฮะ? ดวงตาของมันตกลงบนร่างแมลงทองทมิฬ ตั้งแต่เมื่อใดไม่ทราบ เจ้าดำน้อยปีน
ขึ้นไปบนก้อนหินสีแดง เริ่มแทะอย่างเมามัน
จั่วม่อดวงตาเบิกกว้างในทันใด เผยแววปิติยินดีอย่างเปียมล้น
หินเพลิงแดงเดือด!
มันไม่อาจยับยั้งเท้าของตนอีกต่อไป ก้าวเข้าไปหยิบหินสีแดงขึ้นมาจากพื้น หินภูเขา
ไฟสีแดงนี้แม้ไม่ใช่หยกก็แทบไม่ต่างจากหยก เป็นสีแดงเข้ม บริสุทธิ์และสดใส เพียง
สัมผัสก็รู้สึกถึงความร้อนลวกประดุจเหล็กที่ถูกเผาจนแดงฉาน หากจั่วม่อไม่ผนึกพลัง
ปราณห่อหุ้มไว้รอบมือ ฝั่ามือของมันจะถูกแผดเผาตรงๆ จนกลายเป็นกระดูกกองหนึ่ง
ไปแล้ว
ช่างเป็นหินที่มีพลังปราณไฟอุดมสมบูรณ์กระไรเช่นนี้!
หินเพลิงแดงเดือด ระดับสี่!
จั่วม่อในยามนี้อยากแหงนหน้าหัวร่อให้ก้องฟั้า ผู้ใดจะคิดว่าเกาะรกร้างแร้นแค้นจะ
มีสมบัติล้ำค่าเช่นนี้! มันกวาดตามองไปรอบด้าน ริมขอบชายฝังทะเลสาบหินหนืดเติบโต
เป็นวงกลมสีแดงเข้ม สวรรค์ของข้า! ล้วนเป็นแหล่งกำเนิดหินเพลิงแดงเดือดทั้งสิ้น!
แค่หินเพลิงแดงเดือดในสถานที่นี้เพียงสิ่งเดียว ก็มากพอจะทำให้การเดินทางมายัง
หมู่เกาะแมกไม้รกร้างของมัน คุ้มค่าเหลือที่จะกล่าว!
ไม่เสียเวลาเอ่ยคำใด จั่วม่อเริ่มเก็บรวมรวมหินเพลิงแดงเดือดอย่างรีบด่วน ไม่
หลงเหลือไว้แม้แต่ชิ้นเดียว หินเพลิงแดงเดือดกระจายตัวเป็นรูปแบบที่สม่ำเสมอ เกือบ
ทั้งหมดล้วนเติบโตในพื้นที่ที่ใกล้ชิดกับบ่อหินหนืดมากที่สุด ก่อตัวขึ้นในแถบกว้างราย
รอบทะเลสาบหินหนืด หินเพลิงแดงเดือดเหล่านี้ถูกกลั่นกรองขัดเกลาผ่านหินหนืดมา
นับเวลาไม่ถ้วน สิ่งสกปรกที่เจือปนละลายหายไปตั้งแต่แรก ดังนั้นพวกมันมีระดับ
คุณภาพและความบริสุทธิ์สูงมาก
ในจำนวนหินเพลิงแดงเดือดทั้งสิ้นหกสิบกว่าก้อน ส่วนใหญ่เป็นระดับสาม มีจำนวน
หินเพลิงแดงเดือดระดับสี่ถึงหกก้อน
นี่เป็นโชคลาภที่น่าอัศจรรย์ใจ!
จั่วม่อพออกพอใจเป็นที่สุด ถูกโชคลาภที่มาจากสวรรค์ทุบตีจนหัวหมุนมึนงง เพื่อให้
รางวัลกับเจ้าดำน้อย มันนำหินเพลิงแดงเดือดระดับสี่ก้อนหนึ่งส่งให้เจ้าดำน้อยจัดการได้
ตามสบาย
เจ้าดำน้อยพอเห็นของรางวัล รีบละทิ้งหินเพลิงแดงเดือดระดับสามที่แทะกินไปแล้ว
ครึ่งก้อนในทันที โถมเข้าตะครุบใส่หินเพลิงแดงเดือดระดับสี่ทันควันราวกับก้นของมัน
ติดไฟ หินเพลิงแดงเดือดก้อนหนึ่งไม่ได้ใหญ่โตอันใด เพียงขนาดใหญ่กว่านิ้วหัวแม่มือ
เล็กน้อย เจ้าดำน้อยกัดกินราวกับก้อนหินเพลิงเป็นขนมกรอบ กร้วม กร้วม หินเพลิงแดง
เดือดระดับสี่ไม่นานก็หายวับไปกับตา
เสร็จสิ้นมื้ออาหารของมัน เจ้าดำน้อยจู่ๆ ก็เปลี่ยนเป็นสีแดงสดราวกับว่าทั้งร่าง
กำลังลุกไหม้ นอนนิ่งเงียบงัน ไม่ไหวติง
จั่วม่อแตกตื่นจนขวัญหาย ความเชื่อมโยงระหว่างมันกับเจ้าดำน้อยขาดสะบั้นไป
อย่างกะทันหัน!
มันรีบคว้าตัวเจ้าดำน้อยขึ้นมาวางในมืออย่างระมัดระวัง เจ้าดำน้อยในเวลานี้คล้าย
หินเพลิงแดงเดือดก้อนหนึ่ง ความร้อนสูงอย่างผิดปกติ จั่วม่อค่อยๆ ใช้จิตสำนึก
ตรวจสอบอย่างละเอียดถี่ถ้วน ในที่สุด หลังจากยืนยันแล้วว่าแมลงทองทมิฬตัวน้อยยัง
ไม่ตาย มันต้องถอนหายใจอย่างโล่งอก นับตั้งแต่ติดอยู่ในค่ายกลครึ่งปี สำหรับจั่วม่อ นก
โง่กับเจ้าดำน้อยก็ไม่ได้เป็นแค่พาหนะกับแมลงปราณอีกต่อไป แต่เป็นดั่งสหายคู่ใจของ
มัน
จั่วม่อคาดเดาว่าคราวนี้เจ้าดำน้อยเพียงรับประทานพลังปราณไฟมากเกินไป จนเกิด
อาการ ‘อาหารไม่ย่อย’ เท่านั้น
“เจ้าตัวตะกละน้อย!” มันบ่นพึมพำ นำเจ้าดำน้อยใส่ลงไปในแหวน
เมื่อกวาดหินเพลิงแดงเดือดจนเกลี้ยงเกลา จั่วม่อค่อยเยือกเย็นลง หันมาวิเคราะห์
ทะเลสาบหินหนืดใต้ดินใหม่อีกรอบ กระทั่งยืนอยู่บนฝัง ยังสามารถรู้สึกถึงพลังปราณไฟ
ที่มีมากมายอย่างล้นเหลือ
สถานที่แห่งนี้ นี่มันขุมทรัพย์ชัดๆ !
จั่วม่อเริ่มครุ่นคิดใคร่ครวญว่าจะใช้ขุมทรัพย์ที่อยู่ตรงหน้าอย่างไรดี
มันกวาดจิตสำนึกสำรวจไปมาสองสามรอบ ไม่ได้พบสิ่งใดแปลกใหม่อีก
แรกเริ่มเดิมที เจตนาของมันคือเสาะหาเส้นชีพจรปราณปฐพี คาดไม่ถึงว่าจะพบ
ทะเลสาบหินหนืดไฟพิภพแทน นี่ไม่ได้อยู่แผนการของมัน แม้ว่าจะไม่คาดฝันอยู่บ้าง แต่
ทะเลสาบหินหนืดนี้ยังคงมีประโยชน์ใช้สอยไม่ธรรมดา
จั่วม่อยืนนิ่งอยู่กับที่ ขบคิดอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะเริ่มลงมือ
วัตถุดิบมากมายหลายชนิดปรากฏขึ้นในมืออย่างต่อเนื่อง เพื่อการเดินทางมายังหมู่
เกาะแมกไม้รกร้างของมันในคราวนี้ สำนักได้เปิดคลังสินค้าของสำนักให้แก่มัน แน่นอน
ว่ามันย่อมไม่เกรงอกเกรงใจ กวาดทุกสิ่งทุกอย่างมาจนกว่าซือฟูั่จะสิ้นเนื้อประดาตัว
ยอมแพ้ไปเอง เทียบกับกาลก่อน สำนักกระบี่สุญตาในวันนี้ครอบครองทรัพยากรอุดม
สมบูรณ์ในระดับที่แตกต่างจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ความหลากหลายของวัสดุขั้นสูงใน
คลังสินค้า ทำเอาจั่วม่อตาลายละลานไปหมด
จั่วม่อเรื่องทั่วไปอาจเกียจคร้านสันหลังยาว แต่สิ่งที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของมัน ย่อมไม่
เคยละเลยมาก่อน
พลิกฝั่ามือคราหนึ่ง กระถางหลอมกลั่นสัมฤทธิ์สองหูรูปมังกรไร้เขาก็ปรากฏขึ้น
มังกรไร้เขาบนกระถางเป็นสีแดงจางๆ ร่างเรียวยาวที่ม้วนพันรอบกระถาง ถูกสลักคล้าย
เปลวไฟลุกโชติช่วง
จั่วม่อตวัดมือซัดเบาๆ กระถางหลอมกลั่นสัมฤทธิ์ก็พลันปรากฏบนขอบฝังทะเลสาบ
อย่างมั่นคง
มันพลิกฝั่ามืออีกหน ปรากฏกระถางหลอมกลั่นสัมฤทธิ์อีกใบหนึ่ง รูปร่างหน้าตา
เหมือนใบที่แล้วไม่มีผิดเพี้ยน
ตวัดมืออีกครั้ง กระถางหลอมกลั่นสัมฤทธิ์ก็ตั้งมั่นตรงอีกจุดหนึ่งอย่างแม่นยำ
จั่วม่อซัดกระถางหลอมกลั่นสัมฤทธิ์สองหูรูปมังกรไร้เขาออกไปเจ็ดใบในรวดเดียว
ทั้งหมดตั้งอยู่ริมทะเลสาบหินหนืด เว้นระยะห่างจากกันอย่างสม่ำเสมอ
กระถางหลอมกลั่นสัมฤทธิ์สองหูรูปมังกรไร้เขาทั้งเจ็ดใบเป็นสินค้าระดับสามชั้น
ยอด เมื่อครั้งที่จั่วม่อหยิบพวกมันทั้งเจ็ดออกมาจากคลังสินค้าของสำนัก ใส่ลงไปใน
แหวนของมัน ศิษย์ที่รับผิดชอบคลังสินค้าถึงกับหน้าเขียวคล้ำ น่าเกลียดสุดทนดู
จั่วม่อดวงตาเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดจริงจัง สองมือประดุจบุปผาบาน เริ่มเดิน
วนรอบทะเลสาบช้าๆ ยุทธภัณฑ์เวทกับวัตถุดิบมากมายปลิวออกจากมือไม่ขาดสาย
หนึ่งชั่วยามให้หลัง จั่วม่อปาดเหงื่อบนหน้าผาก ทะเลสาบหินหนืดรายล้อมด้วย
อาณาเขตวัตถุดิบสีสันสดใสสารพัดชนิด น่าตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างยิ่ง!
มันระบายลมหายใจยาว สองมือผนึกมุทรารวดเร็วดุจสายฟั้า ร่ายเวทวิชาสร้างเป็น
กระแสลำแสง พุ่งเข้าไปในขบวนวัตถุดิบ
กระบวนการทั้งหมดใช้เวลาสามชั่วยามเต็ม ขณะที่กระทำมุทราท่วงท่าสุดท้ายเสร็จ
สิ้น คนคล้ายหมดเรี่ยวสิ้นแรง กระแทกนั่งลงกับพื้น ทั้งร่างชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อ
จั่วม่อเหน็ดเหนื่อยแทบขาดใจตาย แต่ยังฝืนลากขาขัดไขว้ในท่าดอกบัว เข้าสู่ห้วง
ฌานในทันที
หลายชั่วยามถัดมา มันค่อยลืมตาขึ้น พลังปราณฟืนฟูเต็มเปียม
“ตอนนี้ก็ทำได้เพียงเท่านี้เอง” มองดูค่ายกลที่ก่อตั้งแล้วเสร็จ มันไม่ใคร่พอใจนัก
ทะเลสาบหินหนืดมีพลังปราณไฟอุดมสมบูรณ์มาก อีกทั้งยังมีร่องรอยของไฟพิภพ
แทรกอยู่ภายใน นี่นับเป็นกระถางหลอมกลั่นตามธรรมชาติอันยอดเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็น
หลอมกลั่นโอสถหรือหลอมสร้างยุทธภัณฑ์ ล้วนจำเป็นต้องใช้กระถางหลอมกลั่นตาม
ธรรมชาติใบนี้ ดังนั้นมันไม่ลังเลที่จะสละกระถางสัมฤทธิ์สองหูระดับสามทั้งหมดเจ็ดใบ
ก่อตั้งค่ายกลเพลิงสี่หวน!
หลังผ่านค่ายกลเพลิงสี่หวน พลังปราณไฟจะบรรลุถึงระดับชั้นอันน่าแตกตื่น ไม่ว่า
จะเป็นหลอมกลั่นโอสถหรือหลอมสร้างยุทธภัณฑ์ สมควรประสบความสำเร็จเป็นสอง
เท่าโดยที่ลงแรงเพียงครึ่ง!
ค่ายกลใหญ่ขบวนนี้ขับเคลื่อนด้วยตัวเองตามธรรมชาติ กระถางหลอมกลั่นทองแดง
ทั้งเจ็ดประหนึ่งวังวนเจ็ดแห่ง สูบกลืนพลังปราณไฟจากทะเลสาบหินหนืดอย่างบ้าคลั่ง
หลังจากปราณไฟแล่นผ่านสี่หวน มันจะเปลี่ยนเป็นเส้นเปลวไฟสีแดงสด พุ่งขึ้นไปกลาง
อากาศเหนือทะเลสาบหินหนืด เส้นเปลวไฟแดงจัดทั้งเจ็ดปะทะกันกลางเวหา กลายเป็น
ไฟสีน้ำเงินเยือกเย็นเบ่งบานกลางอากาศ
จั่วม่อในที่สุดค่อยมีทีท่าพึงพอใจ ค่ายกลขบวนใหญ่ไม่สมบูรณ์ แต่เปลวไฟเป็นสิ่งที่
ดีมากแล้ว
มันหยิบห่วงทองแดงแบนๆ บางๆ ออกมาจากแหวนมิติ ห่วงทองแดงที่ไม่มีใด
พิสดารนี้ ทุกส่วนของพื้นผิวปกคลุมด้วยอักขระยันต์หลากหลายรูปแบบ
จั่วม่อสะบัดมือซัดห่วงทองแดงเข้าไปในกองไฟที่กลางอากาศ
เปลวไฟลุกวาบ ห่อหุ้มห่วงทองแดงไว้ภายใน ห่วงทองแดงลอยอยู่กลางเปลวไฟ
เงียบงันอย่างผิดปกติ
จั่วม่อจัดวางอาคมหวงห้ามไว้เป็นชั้นๆ รวมทั้งสิ้นเจ็ดชั้น รายล้อมรอบชายฝัง
ทะเลสาบหินหนืด ก่อนจะหยุดมือ
มองไปยังห่วงทองแดงที่ลอยอยู่ในเปลวไฟอีกครั้ง เห็นห่วงทองแดงที่เดิมมีสีเหลือ
งอมแดง เริ่มเผยให้เห็นรอยเส้นสีแดงฉานเบาบางเท่าเส้นผมเส้นหนึ่ง จั่วม่อใบหน้า
คล้ายคาดหวังอยู่บ้าง ก่อนที่มันจะจากมา
ออกมาจากถ้ำ จั่วม่อจัดวางอาคมหวงห้ามหลายชนิดไว้รอบทางเข้าอย่างรอบคอบ
ปั้องกันไม่ให้ผู้ใดล่วงล้ำเข้าไป
เหล่าศิษย์สำนักกระบี่สุญตา ตลอดหลายวันมานี้ทำงานตามแผนการของจั่วม่อ ใน
ที่สุดก็ทยอยเสร็จสิ้นครบถ้วนตามภารกิจที่บันทึกไว้ในม้วนหยกของแต่ละคน จั่วม่อ
ไม่ได้อธิบายรายละเอียดมากนัก แต่ทุกคนยังคงทำงานสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี มาคราวนี้
จั่วม่อเลือกเฟั้นมาเฉพาะซิวเจ่อสายการผลิตทั้งสิ้น พวกมันส่วนใหญ่ซื่อสัตย์เชื่อฟังเป็น
อย่างดี
อย่างไรก็ตาม ทุกผู้คนอยากรู้อยากเห็นไม่น้อบ ศิษย์พี่ที่แท้คิดทำอะไร?
ดังนั้นเมื่อศิษย์พี่ที่หายหัวไปสองสามวันกลับมาปรากฏตัวอีกครั้ง ทุกคนรีบเข้าไป
รายล้อม ผลัดกันรายงานความคืบหน้าของพวกมัน
จั่วม่อตระเวนตรวจงานของแต่ละคนอย่างถี่ถ้วนอีกรอบ ดวงตาเผยแววพึงพอใจ
“พี่น้องทั้งหลาย ขอบคุณสำหรับความเหน็ดเหนื่อยของพวกเจ้า!” จั่วม่อปรบมือ
“ทุกคนรับเม็ดยาปฐมปราณคนละขวด พักผ่อนสักสองสามวัน”
แม้พวกมันจะไม่ทราบว่าศิษย์พี่ทำเรื่องลึกลับอันใด แต่มีขวดโอสถปราณอยู่ในมือ
ทุกคนก็รู้สึกพออกพอใจยิ่ง พอรับรางวัลแล้ว พวกมันก็เตรียมแยกย้ายกันไปพักผ่อน
ในเวลานี้เอง ลำแสงกระบี่สายหนึ่งสาดประกายที่ขอบฟั้า
ลำแสงกระบี่สายนี้รวดเร็วจนน่าตระหนก คนผู้นั้นคล้ายพบเห็นหมู่เกาะแมกไม้รก
ร้าง ลำแสงเปลี่ยนทิศทางอย่างกะทันหัน มุ่งตรงมายังหมู่เกาะแมกไม้รกร้างแทน
จั่วม่อกับเหล่าสหายร่วมชะตากรรมของมัน ตึงเครียดขึ้นมาทันที
เกล็ดเล็กๆ น้อยๆ – ที่จริงหมู่เกาะแมกไม้รกร้าง ในต้นฉบับไม่ได้ใช้คำนี้ แต่เป็นคำ
ว่า แนวหินปะการังแมกไม้รกร้าง หากนึกภาพไม่ออก ลองเสิร์ชดูคำว่า great barrier
reef ซึ่งเป็น reef หรือแนวหินปะการังที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งการเกิดสภาพภูมิประเทศ
แบบนี้ มักมีภูเขาไฟและลาวาเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยชนิดขาดไม่ได้ ดังนั้นการที่จั่วม่อพบ
บ่อลาวาบนเกาะ เรียกได้ว่าคนเขียนเก็บรายละเอียดได้ดีจริงๆ