สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 53 เม็ดยากล้าแกร่งเกรียงไกร
ตงฝู
“เถ้าแก่หยาน คราวหน้าหากมีหญ้าหางจิ้งจอกหิมะอีก อย่าลืมเรียกหาข้าก่อน”
ชายชราท่าทางมีอันจะกินผู้หนึ่งกล่าวอย่างจริงจัง
ใบหน้ากลมสมบูรณ์ของหยานเล่อเต็มไปด้วยรอยยิ้ม “แน่นอน แน่นอน เถ้าแก่หวัง
ไม่ต้องกังวล ข้าจะเก็บไว้สำหรับท่านอย่างแน่นอน”
“ประเสริฐ” เถ้าแก่หวังพยักหน้า กล่าวอย่างริษยาอยู่บ้างว่า “สำนักท่านเต็มไป
ด้วยยอดอัจฉริยะมากมาย กระทั่งเกษตรกรปราณก็ยังมี ต่อไปจะยิ่งเป็นที่นับหน้าถือตา
มากกว่าเดิม!”
หยานเล่อลอบพึงพอใจอยู่ภายใน แต่ย่อมไม่เปิดเผยออกมาทางสีหน้า มันรีบโบก
มือเป็นพัลวัน “เถ้าแก่หวังล้อเล่นแล้ว สำนักเรายังคงต้องการคำชี้แนะจากท่าน”
พวกมันกล่าวถ่อมตนไปมาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่หยานเล่อจะใช้สายตาส่งเถ้าแก่หวัง
จากไป
“เกษตรกรปราณสมกับที่เป็นเกษตรกรปราณอย่างแท้จริง!” กลับเข้าไปในร้าน
หยานเล่อทอดถอนชมเชย มันรู้สึกว่าโชคดียิ่งที่ในวันนั้นบังเอิญมาพบจั่วม่อ มิเช่นนั้น
อาจถูกสำนักอื่นพรากตัวไปแล้ว หากสถานการณ์ยังดำเนินต่อไปเช่นนี้เรื่อยๆ สำนักก็จะ
มั่งคั่งขึ้นเรื่อยๆ และที่สำคัญกว่านั้น อิทธิพลของสำนักจะยิ่งทวีขึ้นในตงฝู ต่อไปในภาย
ภาคหน้า สำนักกระบี่สุญตาจะประกอบไปด้วยอัจฉริยะไร้ผู้ต้านอย่างเหวยเสิ้ง เกษตร
ปราณจั่วม่อ และผู้มีฝีมือทำการค้าเช่นหลี่อิงฟั่ง สำนักจะส่งต่อจากมือของคนรุ่นอาวุโส
อย่างพวกมันสืบทอดผ่านไปยังรุ่นใหม่ด้วยดี
หลี่อิงฟั่งก็ลงมือโดยไม่เลือกวิธีการเหมือนกัน ฉวยโอกาสที่ซือฟูั่กำลังอารมณ์ดี นาง
รีบออกปากเพื่อหาทางช่วยเหลือจั่วม่อ “ใช่แล้วท่านอาจารย์ การค้าของเราดีงาม
กว่าเดิมมาก ความดีความชอบส่วนใหญ่คงไม่พ้นศิษย์น้องจั่วม่อ”
หยานเล่อก็เป็นบุคคลอันชาญฉลาดผู้หนึ่ง พอฟังก็เข้าใจความหมายในวาจาของ
ศิษย์นางนี้ ต้องหัวร่อเหอะๆ ออกมา “ไม่ต้องกล่าวถึงศิษย์น้องจั่วม่อของเจ้าแล้ว ข้า
ทราบว่าพวกเจ้ามีความสัมพันธ์อันดีงาม”
จากนั้นกล่าวอย่างไม่อินังขังขอบ “คนหนุ่มสาวถูกสั่งสอนเสียบ้างไม่ใช่ว่าจะไม่ดี
ศิษย์น้องจั่วม่อของเจ้าดูคล้ายว่าง่าย เรียบๆ ร้อยๆ แต่ที่จริงธาตุแท้ของมันเป็นบุคคล
อันดื้อรั้นผู้หนึ่ง ทั้งยังต้องมาอยู่กับซือฟูั่ซึ่งยึดติดกับชัยชนะอย่างรุนแรงอีกผู้หนึ่ง ฮาฮา
น่าสนใจ น่าสนใจจริงๆ นี่น่าสนุกสนานยิ่ง”
หยานเล่อคล้ายนึกถึงบางสิ่งบางอย่างขึ้นมาได้ กล่าวไปกล่าวมาก็หัวร่อเสียงดัง
กระหึ่ม
หลี่อิงฟั่งโต้แย้งอย่างเดือดดาล “แต่ศิษย์น้องเป็นแค่เกษตรกรปราณ การทดสอบ
ของสำนักฝั่ายในเพียงทดสอบกระบี่ ไฉนไม่ทดสอบเคล็ดเมฆฝนหล่นรินบ้างเล่า? นี่ไย
มิใช่รังแกผู้คนเกินไป?”
“ฮ่าฮ่า อย่าเพิ่งมีโทสะ สำนักเราเป็นสำนักกระบี่ ไม่ทดสอบกระบี่จะทดสอบอะไร?
อย่าวิตกไปเลย พวกเราเหล่าผู้อาวุโสล้วนอยู่พร้อมหน้า ย่อมไม่ปล่อยให้มันถูกหยาม
หยันมากเกินไป แต่หากมันสู้ผู้อื่นไม่ได้จริงๆ นี่ก็ยากจะหลีกเลี่ยงความทุกข์ทรมานสัก
เล็กน้อย” กล่าวถึงตรงนี้ สีหน้าของหยานเล่อเปลี่ยนเป็นเข้มงวดดุดัน “พวกเราเหล่า
เซียนกระบี่ สิ่งที่ไล่ไขว่คว้าแสวงหาคือหัวใจดุจกระบี่ กระบี่คืออะไร? นั่นคือพ่ายแพ้หรือ
ได้ชัย นั่นคือมีชีวิตหรือตกตาย นั่นคือหากไม่ก้าวหน้าก็ตาย! เจ้าต้องจดจำไว้ให้มั่น
มรรคาแห่งเซียนกระบี่นั้นแท้ที่จริงแล้วต่อต้านฟั้าสวรรค์! มันเป็นเกษตรกรปราณแล้ว
เป็นไร เมื่ออยู่ในสำนักกระบี่ มันก็ต้องเข้าใจเรื่องนี้ด้วย!”
หลี่อิงฟั่งตะลึงลาน อึ้งงันจนพูดไม่ออก ยืนซึมเซาอยู่กับที่ หยานเล่อเห็นดังนั้นก็
แย้มยิ้ม ไม่ได้รบกวนนาง เดินหายเข้าไปในห้องโถง
หลี่อิงฟั่งยืนตาปริบๆ อยู่นานเท่าใดไม่ทราบ ทันใดนั้นใครบางคนผลักประตูเข้ามา
ในร้าน
“เม็ดยากล้าแกร่งเกรียงไกรที่ข้าสั่งไว้ วันนี้มีแล้วหรือไม่?” ผู้มาถามอย่างเปิดเผย
หลี่อิงฟั่งสะท้านขึ้นคราหนึ่ง สติกลับคืนมาในบัดดล รีบตอบ “มีแล้ว มีแล้ว”
ผู้มาอดเผยสีหน้ายินดีออกมาไม่ได้ ถามว่า “มีเท่าใด?”
“ยี่สิบเม็ด”
“ประเสริฐ! ข้าเหมาทั้งหมด!” ผู้มากล่าวทันควัน
หลี่อิงฟั่งมีปฏิกิริยารวดเร็ว นางส่ายหน้าอย่างคล่องแคล่ว “สามารถขายให้ท่านได้
เพียงสิบห้าเม็ดเท่านั้น”
ผู้มาถามอย่างไม่พอใจ “ไฉนไม่ขายให้ข้าทั้งหมด?”
หลี่อิงฟั่งโปั้ปดด้วยสีหน้าเยือกเย็น “มีคนที่จองไว้ห้าเม็ด”
“ไม่เป็นไร” ผู้มารู้สึกอับจนอยู่บ้าง จะอย่างไรทีแรกมันก็สั่งซื้อไว้เพียงสิบเม็ด
เท่านั้น “เช่นนั้นก็ขายให้ข้าสิบห้าเม็ดเถอะ” มันเร่งจ่ายจิงสือ คว้าเม็ดยากล้าแกร่ง
เกรียงไกรได้ก็รีบร้อนจากไป
หลี่อิงฟั่งมองตามหลังมัน แล้วทอดตามองเม็ดยากล้าแกร่งเกรียงไกรห้าเม็ดที่เหลือ
ในใจคึกคักขึ้นอักโข คนผู้นี้ให้ความสำคัญกับเม็ดยากล้าแกร่งเกรียงไกรถึงปานนี้ เช่นนั้น
เม็ดยากล้าแกร่งเกรียงไกรสมควรมีบางอย่างไม่ปกติเป็นแน่ หากนางสามารถค้นพบสิ่งที่
พิเศษเฉพาะนั่นได้ ต่อไปอาจหาหนทางเปิดตลาดใหม่สำหรับเม็ดยานี้ มิเช่นนั้นนางก็ได้
แต่ขายให้แก่คนผู้นี้เท่านั้น
ดังนั้นหลี่อิงฟั่งตกลงใจส่งเม็ดยากล้าแกร่งเกรียงไกรไปยังสมาคมโอสถ เพื่อให้
ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์เจาะลึกดูสักครา แม้ว่าจะต้องเสียค่าบริการเป็นจำนวนมาก แต่
ท้ายที่สุดนางก็จะได้ล่วงรู้ประโยชน์ใช้งานที่แท้จริงของเม็ดยากล้าแกร่งเกรียงไกรที่ศิษย์
น้องหลอมกลั่นขึ้นมาเสียที
อู๋หมิงถือเม็ดยากล้าแกร่งเกรียงไกรที่มันซื้อหามาอย่างหวงแหน ในใจเบิกบานยิ่ง
มันไม่ทราบว่าผู้ใดเป็นผู้ตั้งนามให้แก่เม็ดยานี้ ช่างไม่เจริญหูเจริญตาเสียจริงๆ เม็ด
ยาอันดีงามแต่นามกลับบ้านนอกคอกนาน่าหัวร่อกระไรเช่นนี้ ช่างสร้างความเสื่อมเสีย
แก่เม็ดยาอย่างแท้จริง! แต่ที่ตำหนิก็เพียงแค่นามอันไร้คุณค่าความหมายเท่านั้น ในใจมัน
พึงพอใจอย่างที่สุด โชคดีที่มันมีความรู้สึกเฉียบไวต่อพลังปราณธาตุไฟ มิเช่นนั้นกระทั่ง
มันเองยังจะมองข้ามเม็ดยานี้ไป
คราวที่แล้ว อู๋หมิงค้นพบโดยบังเอิญว่าเม็ดยาที่วางขายอยู่นี้แผ่ซ่านกลิ่นอายปราณ
ธาตุไฟออกมาอย่างเบาบาง ตัวมันเกิดมาพร้อมความรู้สึกเฉียบไวต่อธาตุไฟเป็นพิเศษ
ธาตุไฟที่แฝงเร้นในเม็ดยานี้อาจจะเบาบางยิ่ง แต่กลับบริสุทธิ์ถึงขีดสุด ดังนั้นมันรีบซื้อ
เม็ดยามาอย่างไม่ลังเล
หลังจากทดลองรับประทานเม็ดยาลงไป อู๋หมิงทั้งแตกตื่นทั้งยินดี ในที่สุดพบว่าพลัง
ไฟที่แฝงอยู่ในเม็ดยาที่แท้ถึงกับเป็นแก่นสารของดวงอาทิตย์!
ไฟ! หนึ่งในเบญจธาตุทั้งห้า ภายในอาณาจักรนภาจันทร์แห่งนี้ เหล่าซิวเจ่อที่
ฝึกปรือวิถีแห่งไฟมีจำนวนมากกว่าซิวเจ่อที่ฝึกปรือในอีกสี่ธาตุรวมกันเสียอีก เนื่องเพราะ
ไม่ว่าจะเป็นวิชาหลอมสร้างยุทธภัณฑ์ หรือหลอมกลั่นโอสถ หรือปรุงกลั่นกระยาหาร
ล้วนหนีไม่พ้นเพลิงไฟ ที่พบเห็นได้มากที่สุดคือไฟหลี ซึ่งเป็นเพลิงไฟชนิดที่นิยมใช้กัน
มากที่สุด นอกเหนือจากนั้นสิ่งที่ถูกไล่ล่าไขว่คว้ามากที่สุดคือไฟแปลกๆ ทุกชนิด ควร
ทราบว่าการผลิตโดยใช้เพลิงไฟชั้นสูงขึ้น ย่อมหมายถึงลงแรงเพียงครึ่งแต่ได้ผลสำเร็จ
มากกว่าเดิม
ความลับที่ซ่อนอยู่ในเม็ดยากล้าแกร่งเกรียงไกร ที่แท้คือแหล่งกำเนิดเพลิงไฟจาก
ดวงอาทิตย์ ‘ไฟอีกาทองคำ’* นี่เป็นเพลิงไฟระดับสี่!
แน่นอนว่าแม้ว่าไฟอีกาทองคำมาจากดวงอาทิตย์ ซึ่งพบเห็นกันอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน
แต่วิธีการดูดซับเข้าสู่ร่างหรือวิธีการหล่อเลี้ยงฟูมฟักรักษา มีเพียงสำนักขนาดใหญ่ที่สุด
ไม่กี่แห่งเท่านั้นที่ล่วงรู้กรรมวิธี และมันถูกสืบทอดส่งต่ออย่างลับๆ มาโดยตลอด ไม่เคย
หลุดรอดออกสู่ภายนอก ยิ่งไปกว่านั้นไฟอีกาทองคำระดับสี่ดุร้ายรุนแรง ยากจะบังคับ
ควบคุม แต่ง่ายมากที่จะย้อนมาทำร้ายร่างกายตนเอง ผู้คนที่สามารถครอบครองไฟอีกา
ทองคำนั้นย่อมหาได้ยากยิ่ง
ดังนั้นอู๋หมิงเมื่อค้นพบเส้นใยแก่นสารดวงอาทิตย์ในเม็ดยากล้าแกร่งเกรียงไกร
ความปลาบปลื้มยินดีในใจย่อมเป็นที่คาดคำนวณได้ และสิ่งที่ทำให้มันยิ่งเบิกบานใจก็คือ
แม้ว่าแก่นสารดวงอาทิตย์สายนี้จะเป็นหยางสุดขั้ว แต่อบอุ่นอ่อนโยนถึงที่สุด ไม่เป็น
อันตรายแต่อย่างใด เมื่อหล่อเลี้ยงไว้ในร่างกาย มันไม่ได้รู้สึกถึงผลร้ายแม้แต่นิดเดียว
อู๋หมิงฟูมฟักรักษาเส้นใยแก่นสารดวงอาทิตย์ไว้ในร่างกายราวกับสมบัติล้ำค่า แม้ว่า
เส้นใยนี้จะบางเฉียบและยังห่างไกลจากการก่อตัวเป็นไฟอีกาทองคำ แต่ตราบเท่าที่
สามารถซื้อหาเม็ดยากล้าแกร่งเกรียงไกรมากกว่านี้ และสั่งสมแก่นสารดวงอาทิตย์ในร่าง
เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไฟอีกาทองคำก็ไม่ใช่สิ่งที่อยู่ไกลเกินเอื้อมอีกต่อไป ต่อให้ไม่
สามารถก่อกำเนิดไฟอีกาทองคำได้จริง แต่แก่นสารดวงอาทิตย์อันเป็นหยางที่บริสุทธิ์ถึง
ขีดสุดนี้ หากสามารถหลอมรวมเข้าด้วยกันกับเพลิงไฟชนิดอื่น ยังอาจช่วยยกระดับของ
เพลิงไฟเหล่านั้นได้
กล่าวถึงที่สุดแล้ว เพลิงไฟอีกาทองคำปกติแล้วไม่ใช่สิ่งที่สามารถซื้อหาได้ด้วยจิงสือ!
หนนี้สามารถซื้อเม็ดยาได้ถึงสิบห้าเม็ด อารมณ์ของมันดีมาก หลังจากดูดกลืนเม็ด
ยาทั้งสิบห้าเม็ดเสร็จสิ้น แก่นสารของดวงอาทิตย์ในร่างกายของมันเพิ่มพูนขึ้นอย่างเห็น
ได้ชัด แม้ยังคงห่างไกลจากการก่อตัวเป็นเพลิงไฟอีกาทองคำ แต่ก็นับว่าเริ่มต้นขึ้นแล้ว
ยามนี้มันได้แต่หวังว่าจะไม่มีผู้ใดค้นพบฤทธานุภาพที่แท้จริงของเม็ดยากล้าแกร่งเกรียง
ไกรเหล่านี้
อย่างไรก็ตาม มันทราบว่าความคาดหวังของมันค่อนข้างเป็นไปไม่ได้ ผู้อื่นไม่ได้โง่
เม็ดยากล้าแกร่งเกรียงไกรสมควรเป็นโอสถปราณชนิดใหม่ที่เพิ่งหลอมกลั่นออกมา เป็น
ผลให้มันยังซื้อหาได้ในราคาถูก แต่มันเดาว่าผู้อื่นจะค้นคว้าผลที่แท้จริงของเม็ดยาได้
อย่างรวดเร็ว ต่อไปหากคิดซื้อหาเพิ่มเติม เกรงว่าจะไม่ใช่ราคานี้แล้ว
เส้นใยแก่นสารดวงอาทิตย์ คุณค่าของมันมากเกินกว่าราคาปัจจุบันไปไกลโข
แต่จะอย่างไรมันก็นำหน้าผู้อื่นไปหลายก้าว รวมกับสถานะทางการเงินของตระกูล
มันที่มั่งคั่งอยู่เป็นทุนเดิม ดังนั้นแม้ราคาจะเปลี่ยนไปก็หาได้หวั่นเกรงไม่
จั่วม่อรู้สึกว่าทะเลแห่งจิตสำนึกของมันไม่ค่อยคุ้นเคยอยู่บ้าง ไม่ได้เข้ามาเพียงชั่ว
ระยะเวลาหนึ่ง แต่ภายในบังเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวง อาณาบริเวณกว้าง
ใหญ่ไพศาลกว่าเดิม เปลวเพลิงสีแดงเข้มอันเย้ายวนประหนึ่งวัชพืชบ้าคลั่ง เติบโตยืดสูง
จนผิดหูผิดตา ดวงดาวในความว่างเปล่าดูราวกับจะห่างไกลกว่าเดิม แต่ก็ยิ่งสว่างสดใส
แพรวพราวมากขึ้นด้วย ธารน้ำแข็งก็หนาวเหน็บยิ่งกว่าคราวก่อน อนุภาคผลึกน้ำแข็ง
ภายในแม่น้ำคล้ายเล็กละเอียดกว่าเดิมและกระจายตัวมากขึ้น การเคลื่อนที่ของกระแส
ธารก็ยิ่งทรงพลังน่ากลัวมากขึ้นกว่าแต่ก่อน
“โชคดีจริงๆ ที่อย่างน้อยเจ้าก็ไม่ได้โง่เง่าจนถึงที่สุด ยังสามารถเลือกเคล็ดวิชากระบี่
ที่เหมาะสมกับเจ้ามาได้ม้วนหนึ่ง” ผูเยากล่าวอย่างเฉื่อยชา
จั่วม่อฟังอย่างตั้งอกตั้งใจมาก
“ว่ากันตามตรง พรสวรรค์ด้านกระบี่ของเจ้าไม่มีอะไรเลยจริงๆ หากเปลี่ยนเป็น
ศิษย์พี่ของเจ้าผู้นั้น เมื่อมันถูกเจตจำนงกระบี่ผ่าร่างไปสักสิบรอบ มันอาจจะบรรลุความ
เข้าใจทันที ถูกสับอีกยี่สิบรอบ มันจะสามารถเข้าถึงจุดที่เจ้าอยู่ในตอนนี้ ลองคิดดู เจ้า
ซึ่งถูกสับเป็นพันๆ รอบกว่าจะมีความก้าวหน้าเช่นนี้ จะยังนับเป็นตัวอันใดได้ เฮะเฮะ”
ผูเยากล่าวอย่างไม่ปราณี
จั่วม่อไม่ถกเถียง ไม่ไหวติง
“อย่างไรก็ตาม พรสวรรค์ของเจ้าในห้าธาตุกลับไม่เลวนัก” น้ำเสียงของผูเยาจู่ๆ ก็
กลายเป็นห่างเหินและลึกล้ำ “ในโลกนี้ มีเพียงสิ่งที่เหมาะสมหรือไม่เหมาะสมเท่านั้น ไม่
เคยมีสิ่งที่แข็งแกร่งที่สุดหรืออ่อนแอที่สุด”
“เคล็ดกระบี่เพลิงธาราฉบับนี้ไม่อาจเรียกว่าเป็นสิ่งที่ดี แต่เหมาะสมกับเจ้ามาก” ผู
เยาชมเชยคำหนึ่งซึ่งหาได้ยากอยู่สักหน่อย
จั่วม่อเงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจ กลัวว่าจะพลาดคำใดไปแม้สักคำ ทุกถ้อยคำที่ผูเยากล่าว
ออกมา ถูกกลไกในศีรษะมันแปลงค่ากลับเป็นจิงสือโดยอัตโนมัติ
“หลี ในแผนภูมิปากว้าเป็นตำแหน่งไฟ สร้างเพลิงไฟที่เรียกว่าไฟหลี แต่ทุกสิ่งใน
โลกยังคงแบ่งออกเป็นหยินและหยาง ในที่นี้หยางคือไฟ หยินเป็นน้ำ บุคคลที่คิดค้นวิชา
นี้นับว่าน่าสนใจไม่เบา” อาจเป็นเพราะได้รับจิงสือมากพอสมควร ผูเยาแสดงความ
อดทนอดกลั้นที่ไม่เคยมีมาก่อน
“เพลงกระบี่นี้แม้ยังคงมุ่งเน้นเดินไปในแนวทางแห่งน้ำ แต่อย่างไรก็ตาม แก่นแท้
ของมันกลับเป็นบังคับใช้น้ำเสมือนไฟ” ผูเยาให้คำประเมิน “ความคิดไม่เลว แต่ค่อนข้าง
ตื้นเขินอยู่บ้าง ไม่น่าแปลกใจที่จัดอยู่เพียงระดับสามเท่านั้น”
จากนั้นผูเยาเงยหน้าขึ้นมองจั่วม่อ กล่าวเสริมอีกประโยค “แต่สำหรับเจ้าในตอนนี้
ยังคงมากเกินพอแล้ว”
อย่างรวดเร็ว จั่วม่อรู้สึกว่าหกชิ้นจิงสือระดับสามจ่ายไปคุ้มมูลค่าของมันแล้ว!
เคล็ดกระบี่ที่ทั้งลึกล้ำและคลุมเครือวิชานี้ ภายใต้คำอธิบายของผูเยากลายเป็น
กระจ่างชัดและเข้าใจง่าย
หนึ่งชั่วยามให้หลัง ผูเยาเริ่มสรุป “เอาละ พอเท่านี้ ทุกสิ่งที่จำเป็นต้องกล่าวล้วน
กล่าวไปแล้ว หากเจ้ายังไม่สามารถฝึกปรือสำเร็จ หึหึ เช่นนั้นก็โง่มากเกินไปแล้ว”
”จบแล้ว?” จั่วม่อผู้กำลังมึนงงถามโดยไม่รู้สึกตัว
“แน่นอนว่าจบแล้ว”
“เจ้ายังไม่ได้บอกว่ามันมีข้อบกพร่องหรือช่องโหว่อยู่ที่ใดบ้าง?” จั่วม่อถามอย่างไม่
ลดราวาศอก
ผูเยาเผยรอยยิ้มอันน่าลุ่มหลง “หากจะใช้บริการปรับปรุงเคล็ดวิชากระบี่ เจ้าต้อง
จ่ายมากกว่านี้ นี่เห็นว่าเราเป็นคนกันเอง ข้าจะลดราคาให้เป็นพิเศษ จ่ายเพียงแค่หนึ่ง
ร้อยชิ้นจิงสือระดับสาม ข้าจะเปลี่ยนมันเป็นเคล็ดวิชากระบี่ระดับสี่ให้ หรือหากเจ้ายังไม่
พอใจ อยากได้ระดับห้า นี่ก็ยังพอคุยกันได้ เพียงหนึ่งพันชิ้นจิงสือระดับสามเท่านั้น!”
หนึ่ง…พันชิ้น…จิงสือระดับสาม…
จั่วม่อหมุนตัวจากไปโดยไม่ลังเลสักแวบ หายวับไปจากทะเลแห่งจิตสำนึก ทิ้งไว้
เพียงเสียงหัวร่ออันรื่นเริงบันเทิงใจของผูเยา
ออกจากทะเลแห่งจิตสำนึก จั่วม่อหาพื้นที่ว่างแถบหนึ่งภายในหุบเขา มันจงใจเลือก
พื้นที่ห่างไกลออกมาจากบริเวณท้องทุ่งปราณ
ผูเยาได้กล่าวต้นสายปลายเหตุไว้ชัดเจนแล้ว และสรุปทุกอย่างไว้ในประโยคเดียว
‘บังคับใช้น้ำเสมือนไฟ’ โดยทั่วไปก็คือการใช้วิธีการบังคับใช้ไฟมาควบคุมน้ำ จั่วม่อยิ่ง
ตระหนักมากขึ้นว่าเคล็ดกระบี่นี้เหมาะสำหรับมันอย่างยิ่ง กระบี่บินของมันเป็นกระบี่
ผลึกน้ำแข็งระดับสาม อันว่าน้ำแข็งคุณสมบัติพื้นฐานก็ยังเป็นน้ำ อีกทั้งเจตจำนงกระบี่ที่
มันบรรลุ ก็เป็นเจตจำนงกระบี่กระแสธารของอาจารย์ลุงซินหยาน ซึ่งนั่นก็เกี่ยวข้องกับ
น้ำเช่นเดียวกัน
และแก่นแท้ของเคล็ดกระบี่เพลิงธารานี้ก็ยังเป็นน้ำ! จะมีอะไรเหมาะเจาะพอดีมาก
ไปกว่านี้อีกเล่า
นี่ไม่ใช่ว่ากระทั่งฟั้าสวรรค์ ยังรู้สึกว่าหลัวหลีช่างขัดตาอย่างยิ่งเช่นกันหรอกหรือ?
จั่วม่อหัวร่อเฮะเฮะอย่างชั่วร้าย
มันรีบพาตัวเองออกจากห้วงความคิด ไม่ว่าจะเข้าใจหลักเหตุผลของวิชามากถึง
เพียงไหน เคล็ดวิชากระบี่ก็ยังเน้นลงมือฝึกปรือเป็นหลัก มิเช่นนั้นการควบคุมบังคับน้ำ
เสมือนไฟเป็นอย่างไร มันยังคงไม่มีปัญญาทราบ
อีกสามเดือน!
มันมีเวลาเหลือแค่สามเดือนเท่านั้น!
ครั้นท่าทีเย่อหยิ่งจองหองของห่าวหมิ่น กับสายตาดูถูกเหยียดหยามของหลัวหลี
ลอยเข้ามาในหัว จั่วม่อกำหมัดแน่นโดยไม่รู้ตัว
ถ้ากระทั่งแค่หินรองเท้าเหล่านี้มันยังข้ามไปไม่ได้ จะไปไล่ล่าแสวงหาคำตอบของมัน
ได้อย่างไร!