สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 775 ลงมือ!
ภายใต้คำสั่งการของจั่วม่อ กองเรือแล่นเข้าไปใกล้ปลาหมึกยักษ์อย่าง
รวดเร็ว
“เฮ้ เจ้าตัวโตนี้ใช่กำลังนอนหลับอยู่หรือไม่?”
?” จั่วม่อสีหน้ากระหายใคร่รู้ แต่ก็ทอแววหวาดวิตก
เล็กน้อย “มันคงไม่ตื่นขึ้นมาอย่างกะทันหันกระมัง? มันตัวโตถึงเพียงนี้
หากจู่ ๆ ฟื้นคืนสติขึ้นมา พวกเราคงไม่มีผู้ใดหนีรอด”
เซียวหรูเจี้ยนยามนี้กระวนกระวายใจอยู่บ้าง แต่ฉากหน้าไม่ได้
เปิดเผยออกมาแม้แต่น้อย มันทราบว่าต้องคลายความวิตกกังวลของคน
เหล่านี้เสียก่อน พวกมันจึงจะยอมลงทุนลงแรงอย่างเต็มที่ ดังนั้นสะกด
กลั้น อธิบายว่า “กำยานหอมลวงวิญญาณของสำนักเรา สามารถปิดผนึก
ประสาทสัมผัสของสัตว์ประหลาดทุกประเภท ไม่ว่ามันจะแข็งแกร่งสัก
เท่าใดก็ตาม อย่าว่าแต่เพียงปลาหมึกตัวเท่านี้เอง เรามีเวลาอย่างน้อยสอง
ชั่วยาม ภายในสองชั่วยามนี้ รับประกันว่ามันไม่มีทางฟื้นคืนสติขึ้นมาได้
อย่างแน่นอน”
“ร้ายกาจถึงเพียงนี้!” จั่วม่อสีหน้าตื่นตะลึง
“เป็นกำยานหอมลวงวิญญาณจริง ๆ!” ผูเยารู้จักคุ้นเคยกับคู่ต่อสู้ใน
อดีตของมันเป็นอย่างดี “อาจไม่ถึงสองชั่วยามเช่นที่มันว่า แต่สมควรไม่
น้อยกว่าหนึ่งชั่วยามแน่”
เมื่อได้รับข่าวสารที่ต้องการ รอยยิ้มของจั่วม่อยิ่งอบอุ่นจริงใจกว่าเดิม
“ประเสริฐ ถ้าเช่นนั้นมาเริ่มกันเลย!”
เซียวหรูเจี้ยนปิติยินดียิ่ง กล่าวเสียงดังฟังชัด “ทุกท่าน มาลงมือ
พร้อมกันเถอะ หลังจากนี้จะไม่มีผู้ใดต้องกลับไปมือเปล่า!”
จั่วม่อถกแขนเสื้อ ชูมือขึ้นสูง พลางร้องตะโกนราวกับอันธพาลน้อยผู้
หนึ่ง “พี่น้อง ได้รับการเหลือบแลจากสำนักอันดับหนึ่งเช่นคุนหลุน ถือเป็น
เกียรติของพวกเรา หากเราไม่ออกแรงให้เต็มที่ เกรงว่าเหล่าสหายจากคุน
หลุนต้องผิดหวังแล้ว!”
เซียวหรูเจี้ยนกับพวกยิ้มละไม คนผู้นี้สีหน้าท่าทีหยาบกร้านราวกับ
อันธพาลร้านตลาด แต่กลับรู้จักการควรไม่ควร รู้สถานะของตนเป็นอย่าง
ดี มิหนำซ้ายังเคารพเทิดทูนคุนหลุนอย่างเต็มเปี่ยม!
เซียวหรูเจี้ยนประสานมือคารวะอย่างสง่างาม “ผู้น้องขอขอบคุณพี่
ท่านทั้งหลายล่วงหน้า ต่อไปหากมีเรื่องให้ผู้น้องช่วยเหลือ ขอเพียงบอกมา
เท่านั้น!”
จั่วม่อหัวร่ออย่างชอบอกชอบใจ “ฮ่าฮ่า! สหายคุนหลุน
เกรงอกเกรงใจเกินไปแล้ว นี่ไหนเลยจะรับไว้ได้! พี่น้อง! ลงมือเถอะ!”
เซียวหรูเจี้ยนค่อยถอนหายใจอย่างโล่งอก ในที่สุดพวกมันก็จะได้เริ่ม
กันเสียที
ทว่ามันยังไม่ทันจะได้มีปฏิกิริยาตอบสนอง ความเย็นเยียบอันแหลม
คมสายหนึ่งพลันแผ่พุ่งมาถึงโดยไม่มีวี่แววล่วงหน้า ตรึงแน่นอยู่บนร่าง
ของมันในชั่วพริบตา
เกิดอะไรขึ้น?
พวกมันถูกหลอกแล้ว!
เซียวหรูเจี้ยนศีรษะลั่นอึงอล แต่ปฏิกิริยาตอบสนองกลับรวดเร็วยิ่ง
มันตวาดอย่างเดือดดาล “เจ้ากล้า!”
กระบี่บินในมือสะบัดแทงไปข้างหน้า กลับแทงใส่ฝ่ายตรงข้ามดุจ
สายฟ้าแลบ
ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตาย มันไม่ออมรั้งพลังฝีมือแม้แต่
น้อย ปราณกระบี่สีเขียวสดเปล่งประกายเจิดจ้า พื้นที่ว่างรอบกายพลันสั่น
กระเพื่อมและบิดเบี้ยวอย่างพิสดาร
พลังเทพ!
ปราณกระบี่สีเขียวอัดแน่นไปด้วยพลังเทพบริสุทธิ์ เจตจำนงกระบี่
ของคุนหลุนที่หลอมรวมเข้ากับพลังเทพ ถึงกับทรงอานุภาพยิ่งกว่า ร้อย
เปลี่ยนพันแปลงยิ่งกว่า และยากจะหยั่งคำนวณยิ่งกว่าเดิม!
เซียวหรูเจี้ยนประดุจเงาร่างที่ไม่อาจคาดเดาสายหนึ่ง แทบจะหลุด
รอดพ้นจากพลังสภาวะของจั่วม่อที่สะกดตรึงเอาไว้
จั่วม่อดวงตาทอประกายเจิดจ้าด้วยลวดลายสีทอง พลังเทพสุริยัน
ระเบิดวาบ ฝ่ามือผนึกกระบวนท่าเทพวิชาเสร็จสมบูรณ์ในชั่วพริบตา
แท่งหนามแหลมอันเจิดจ้าบาดตา ดุจลำแสงอาทิตย์พุ่งวาบออกจาก
มือ ตรงดิ่งเข้าหาเซียวหรูเจี้ยนอย่างแม่นยำ
ลำแสงสีทองทิ่มแทงปะทะกับปราณกระบี่ของเซียวหรูเจี้ยนอย่าง
ถนัดถนี่!
ปัง!
ปราณกระบี่สีเขียวแตกกระจายราวกับเศษแก้ว กลายเป็นสะเก็ดสี
เขียวสาดพุ่งไปทั่ว สะเก็ดสีเขียวเล็กละเอียดเหล่านั้นพลันก่อตัวเป็นพายุ
หมุนเล็ก ๆ กลางอากาศ แต่ไม่อาจส่งผลกระทบต่อลำแสงรูปหนามแหลม
สีทองแม้แต่น้อย
หนามลำแสงหม่นประกายลงเล็กน้อย แต่ยังคงพุ่งดิ่งเข้าหาเซียวหรู
เจี้ยนด้วยระดับความเร็วอันน่าแตกตื่นสะท้านใจ
เซียวหรูเจี้ยนหน้าเผือดสี นี่จะเป็นไปได้อย่างไร
จะเป็นไปได้อย่างไรกัน!
แต่ว่า… …
ในสถานการณ์เช่นนี้ย่อมไม่ใช่เวลาจะมัวมาคิดฟุ้งซ่าน มันเป็นบุคคล
อันเด็ดเดี่ยวเฉียบขาดผู้หนึ่ง ทราบดีว่านี่เป็นช่วงเวลาแห่งความเป็นความ
ตาย พลันกัดปลายลิ้นอย่างไม่ลังเล
โลหิตที่เปี่ยมไปด้วยพลังเทพแผ่กระจายไปทั่วทั้งปาก
ดวงตาของมันพลันสาดประกายด้วยชั้นแสงสีเขียว เพลงกระบี่ที่มัน
ฝึกปรือเป็นวิชากระบี่ดั้งเดิมของคุนหลุน เรียกว่า ‘เคล็ดกระบี่สามพิสุทธิ์’
เคล็ดวิชากระบี่นี้ในอดีตไม่เคยมีความสำคัญอันใด แต่ในกระบวนการ
ปรับปรุงแก้ไขเพื่อให้สามารถหลอมรวมเข้ากับพลังเทพ เหล่าผู้อาวุโสจึง
ค่อยค้นพบด้วยความตื่นตะลึง เคล็ดวิชากระบี่ชั้นรองฉบับนี้ถึงกับ
เหมาะสมกับพลังเทพเป็นอย่างยิ่ง
‘เคล็ดกระบี่สามพิสุทธิ์’ ยกระดับฐานะขึ้นในบัดดล ปัจจุบันมีศิษย์คุน
หลุนมากมายฝึกปรือเคล็ดวิชากระบี่ฉบับนี้
เซียวหรูเจี้ยนเป็นหนึ่งในศิษย์ระดับสูง มันทุ่มเทเรี่ยวแรงกำลัง
มากมายในการฝึกปรือเพลงกระบี่ชุดนี้ จนได้ชื่อว่ามีฝีมือใน ‘เคล็ดกระบี่
สามพิสุทธิ์’ สูงล้าที่สุด
พลังเทพอันไพศาลท่วมท้นไปทั่วร่างของมัน มันรู้สึกว่าภายในร่าง
เปี่ยมไปด้วยพลังอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
เคล็ดวิชาลับนี้มีความเสี่ยงต่อชีวิตของมันเช่นกัน แม้สามารถเพิ่ม
พลังในช่วงเวลาสั้นๆ แต่ต้องจ่ายค่าตอบแทนอย่างหนักหนา ต่อให้มันได้
ชัย แต่อย่างน้อยภายในครึ่งปีก็จำเป็นต้องพักรักษาตัว ไม่อาจประมือกับ
ผู้คนอีก เซียวหรูเจี้ยนร่าเรียนกระบวนท่านี้มานาน แต่ไม่เคยใช้ออกมา
ก่อน
ทว่าการพักรักษาตัวครึ่งปี กับการสูญเสีญชีวิตน้อย ๆ ของมันไป
แทบไม่จำเป็นต้องคิดว่ามันสมควรเลือกข้อใด
เซียวหรูเจี้ยนจิตใจจรดจดจ่ออย่างไม่เคยเป็นมาก่อน มันสลัด
ความคิดฟุ้งซ่านทั้งปวง ไม่คิดถามไถ่ว่าคนเหล่านี้ที่แท้เป็นใครกันแน่ ทั้ง
ไม่สนใจว่าพวกมันไฉนจู่ ๆ ก็ลงมือโจมตี ในสายตาของมันมีเพียงหนาม
แหลมสีทองที่จู่โจมเข้ามา หนามเทพสุริยัน
หนามเทพสุริยันทีรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ ทันใดนันในสายตามัน
กลับกลายเป็นเชื่องช้าสุดขีด มันสามารถมองเห็นถนัดชัดเจนได้ทุก
รายละเอียด
?
จิตวิญญาณการต่อสู้อันแรงกล้าพลุ่งพล่านขึ้นจากส่วนลึกในจิตใจ
สามารถประมือกับคู่ต่อสู้อันกล้าแกร่งเช่นนี้ ต่อให้ต้องตายก็ไม่โทษว่า
ตำหนิ!
ความหวาดกลัวในส่วนลึกของดวงตาอันตรธานหายไป เซียวหรูเจี้ย
นพลันกู่คำรามอย่างเกรี้ยวกราด มันปลดปล่อยพลังเทพทั้งมวลภายในร่าง
ออกจากการสะกดยับยั้ง พลังเทพที่หลุดจากบังเหียนประหนึ่งพยัคฆ์ร้าย
ทลายกรง โผนทะยานไปในร่างทั้งซีกซ้ายและซีกขวาอย่างดุเดือดพลุ่ง
พล่าน
เซียวหรูเจี้ยนทั่วร่างคล้ายกำลังจะลุกไหม้เป็นเปลวไฟ
พลังเทพที่อัดแน่นอยู่ในเลือดเนื้อทุกตารางนิ้วภายในร่าง คล้ายปะทุ
ขึ้นมาอย่างฉับพลัน ลุกฮือโหมอย่างรุนแรง
กระบี่บินในมือของมันพลันปรากฏชั้นปราณกระบี่อันเกรี้ยวกราด
สะบัดพลิ้วดุจเปลวเพลิงสีเขียวกลุ่มหนึ่ง เซียวหรูเจี้ยนดวงตาลึกล้าดุจห้วง
สมุทร กระบี่บินที่ลุกโชนด้วยเปลวไฟสีเขียวยกขึ้นสูง แล้วแทงออกหนึ่ง
กระบี่!
พลังเทพสีเขียวที่ลุกโชนอยู่รอบกระบี่ ประดุจคลื่นน้าซัดสาด แล่น
วาบจากด้ามกระบี่ไปถึงปลายกระบี่ในชั่วพริบตา!
รอจนเมื่อเปลวไฟสีเขียวแล่นมาถึงปลายกระบี่ พลังสีเขียวก็ผนึกรวม
รั้งจนกล้าแข็งถึงขีดสุด พลันพวยพุ่งออกจากปลายกระบี่ อาศัยระดับ
ความเร็วอันน่าแตกตื่นสะท้านใจแทงตรงเข้าหาจั่วม่ออย่างพิสดาร พร้อม
กันนั้นเสียงดังแกรกคราหนึ่ง กระบี่บินในมือของเซียวหรูเจี้ยนถึงกับ
แตกร้าวไปทั้งเล่ม
ทว่ากระบวนท่าสังหารของเซียวหรูเจี้ยนกลับมิได้สิ้นสุดเพียงเท่านี้
มันสะบัดแทงอีกหนึ่งกระบี่! ตามด้วยอีกหนึ่งกระบี่!
กระบวนท่าทั้งหมดรวดเร็วสุดเปรียบปาน!
ในชั่วพริบตา มันถึงกับแทงออกสามกระบี่ติดต่อกัน รวดเร็วจนแทบ
เป็นกระบี่เดียว!
กระบวนท่าสังหารของ ‘เคล็ดกระบี่สามพิสุทธิ์’
หนึ่งกระบี่แปรเป็นสามพิสุทธิ์!
ปราณกระบี่สีเขียวทั้งสามสายพุ่งดิ่งเข้าหาจั่วม่อตามแนวเส้นตรงที่
สั้นที่สุด กระบี่บินในมือเซียวหรูเจี้ยนสูญเสียประกายชั่วนิรันดร์ เมื่อกระบี่
สุดท้ายแทงออก กระบี่บินก็แตกกระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยนับไม่ถ้วน
ปราณกระบี่สีเขียวสายแรกแทงเข้าใส่หนามเทพสุริยันอย่างถนัดถนี่
ปัง เศษลำแสงหนึ่งเขียวหนึ่งทองระเบิดวาบที่กลางอากาศ สาดกระจายไป
ทั่วสี่ทิศแปดทาง
จั่วม่อสีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดจริงจัง สัตว์ร้ายจนตรอกยังสู้ไม่คิด
ชีวิต นับประสาอะไรกับยอดยุทธ์แห่งคุนหลุน แม้ด้วยพลังฝีมือของมันยัง
ไม่กล้าประมาทดูแคลน
ในเวลานี้เอง ปราณกระบี่สองสายที่เหลือพลันบังเกิดการ
เปลี่ยนแปลงอีกครั้ง ปราณกระบี่ที่สามซึ่งคล้อยหลังสุด จู่ ๆ เร่งความเร็ว
เทพวิชาจากยุคบรรพกาล!
วิถีการต่อสู้ในยุคบรรพกาลนั้นเรียบง่ายรวบรัด ปราศจากท่วงท่าเยิ่น
เย้อมากความ สังขารร่างกายของพวกมันแข็งแกร่งทนทานยิ่งกว่าสัตว์ร้าย
แดนร้าง พวกมันครอบครองพลังไร้ที่สิ้นสุด สามารถปลิดดวงตะวัน หยิบ
ฉวยจันทราจากฟากฟ้า พวกมันคือสิ่งมีชีวิตที่ทรงพลังที่สุดในยุคสมัยนั้น!
นั่นเป็นยุคสมัยที่เป็นปริศนาตลอดกาล ยุคสมัยที่ผู้คนนับไม่ถ้วนล้วน
ปรารถนา
จั่วม่อประหนึ่งวีรบุรุษผู้กล้าที่ก้าวเดินออกมาจากตำนานโบราณ
เช่นเดียวกันกับนักรบสัญลักษณ์ศึกที่ชนเผ่าสุริยันกราบกรานสักการะ
กอรปด้วยรัศมีอหังการอันไร้ผู้ต้าน ถือครองพลังอำนาจอันแกร่งกร้าว
เกรียงไกร ประดุจแสงอันรุ่งโรจน์ของดวงอาทิตย์ซึ่งผู้คนไม่อาจหลบเลี่ยง
จั่วม่อมือขวาสาดประกายสีทองเจิดจรัส ลวดลายสีทองบนร่างโคจร
อย่างแช่มช้า ประกายแสงที่มือขวากะพริบวูบ แล้วก่อตัวเป็นขวานที่เรียบ
ง่ายสามัญเล่มหนึ่ง
ดุจเดียวกันกับนักรบสัญลักษณ์ศึกแห่งชนเผ่าสุริยันเมื่อหลายหมื่นปี
ที่แล้ว ยามเมื่อพวกมันเหวี่ยง ‘ขวานเทพสุริยัน’! ดุจเดียวกันกับนักรบ