สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 92 ตำรามุกหยินประลัยกัลป
จั่วม่อตัวสั่นเหมือนตะแกรงร่อนทอง เส้นเลือดดำปูดโปนเขียวคล้ำบนหน้าผากและ
ลำคอราวกับไส้เดือน น่าหวาดผวาเป็นอย่างยิ่ง
ผูเยาไม่ทราบออกมาตั้งแต่เมื่อใด เห็นสภาพของจั่วม่อ มันคล้ายตกใจระคนไม่
คาดคิด
จั่วม่อร่างกายสั่นสะเทือนไม่หยุดยั้งเกือบครึ่งชั่วยาม ก่อนที่จะสิ้นสุดลง
จั่วม่อลืมตา หอบหายใจอย่างหนักหน่วง สายตามันมีแววกังขาบางประการ เวลานี้
มันรู้สึกว่าสังขารร่างกายคล้ายเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย แต่เปลี่ยนแปลงไปอย่างไร มันก็
พูดไม่ออกบอกไม่ถูก ก้มหน้าตรวจสอบไปทั่วร่างอย่างรอบคอบ แต่ก็ยังไม่พบสิ่งใด
วัชรสูตรน้อยฉบับปั้ายหินสุสานนี้ ไม่ได้มีปัญหาอะไรใช่หรือไม่? จั่วม่ออดหัวใจไหว
สะท้านไม่ได้
“ผู้ใดสอนวิชานี้ให้เจ้า?” เสียงของผูเยาดังมาจากทางด้านหลัง
จั่วม่อสะดุ้งสุดตัว หันขวับ พอเห็นเป็นผูเยาค่อยระบายลมหายใจอย่างโล่งอก
“ตอนที่เจ้าได้รับบาดเจ็บ มันถูกเขียนไว้บนปั้ายหินสุสาน”
ผูเยาดูคล้ายไม่แปลกใจแต่อย่างใด เพียงผงกศีรษะ “อืม ฝึกต่อไป”
จั่วม่อได้ยินคำผูเยา ในที่สุดค่อยวางใจลง ในเมื่อผูเยากล่าวว่าให้มันฝึกปรือต่อ
เช่นนั้นสมควรไม่มีปัญหา แม้ว่ามันจะเคยประสบชะตากรรมเจ็บปวดแสนสาหัสในคราว
ที่ทะลวงผ่านขั้นลมหายใจแรก แต่มันมิอาจไม่ยอมรับว่าเคล็ดบำเพ็ญสูดปราณก่อน
กำเนิดเป็นวิชาที่ล้ำเลิศอย่างแท้จริง จนกระทั่งถึงตอนนี้ จั่วม่อยังไม่เคยพบเคล็ดวิชาใด
ที่มีระดับสูงกว่าเคล็ดบำเพ็ญสูดปราณก่อนกำเนิดเลย
“เคล็ดหอมจรุงไม่ลืมเลือนคล้ายไม่เหมาะสมกับเจ้าจริงๆ” ผูเยากล่าวอะไร
บางอย่างที่ทำให้จั่วม่อตกใจจนตาค้าง ซ้ำยังกล่าวต่อไปว่า “ข้าจะสอนวิธีใช้พลัง
จิตสำนึกแบบอื่นให้แก่เจ้า”
จั่วม่อเบิกตาจ้องมองผูเยาอยู่นาน สุดท้ายอดถามอย่างลังเลไม่ได้ “ผูเยา เจ้า
สบายดีหรือไม่?”
ผูเยากลับไม่แยแสสนใจมัน กล่าวว่า “เจ้ายังมีไข่มุกหยินอยู่สิบกว่าเม็ด ทั้งยัง
ควบคุมไฟได้ดี ข้าจะสอนวิธีหลอมสร้างมุกหยินประลัยกัลปให้”
เสร็จกัน เสร็จกัน ดูท่าคราวนี้ผูเยาจะได้รับบาดเจ็บที่สมองจริงๆ! ผูเยาคนเดิมต้อง
ไม่ทำอะไรเยี่ยงนี้แน่ จั่วม่อมองผูเยาอย่างเวทนาจับใจ แน่นอนว่ามันไม่ได้กล่าวออกมา
เมื่อจะได้รับบางอย่างจากผูเยาโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย หากไม่คว้าเอาไว้มันก็ปัญญาอ่อน
แล้ว ผูเยายามนี้กำลังปัญญาอ่อน แต่มันจำเป็นต้องปัญญาอ่อนตามไปด้วยหรือไร?
จั่วม่อตั้งอกตั้งใจฟังเป็นอย่างยิ่ง กลัวจะตกหล่นคำใดไป
คราวที่แล้วไข่มุกหยินเป็นเหตุให้เกิดภัยพิบัติอย่างใหญ่หลวงในตงฝู อย่างไรก็ตาม
สิ่งนั้นบอกจั่วม่ออย่างชัดเจนว่าไข่มุกหยินมีคุณค่ามากเพียงใด ไม่ต้องสงสัย ไข่มุกหยิน
เป็นสิ่งที่ดี! ของล้ำค่า! บางสิ่งบางอย่างที่กระทั่งยอดคนด่านจินตันถึงกับลงมือต่อสู้แย่ง
ชิง จะไม่ใช่สิ่งที่ดีได้อย่างไร?
วิธีหลอมสร้างมุกหยินประลัยกัลปไม่ซับซ้อน แต่เนื้อหามีความยาวมาก เพียงครู่
เดียวผูเยาก็หมดความอดทน และโยนลูกกลมแสงมายังจั่วม่อแทน ปล่อยให้มันอ่าน
ตำรามุกหยินประลัยกัลปด้วยตัวเอง
เพื่อหลอมสร้างมุกหยินประลัยกัลป มีความต้องการอยู่สามประการ ประการแรก
คือไข่มุกหยิน ประการถัดมาคือไฟ และประการสุดท้ายคือพลังแห่งจิตสำนึก ไข่มุกหยิน
ยิ่งบริสุทธิ์และเข้มข้นมากเท่าใด ไฟยิ่งระดับสูงมากเท่าใด พลังแห่งจิตสำนึกยิ่งแข็งแกร่ง
มากเท่าใด พลังอำนาจของมุกหยินประลัยกัลปที่หลอมสร้างออกมา ก็จะยิ่งร้ายกาจมาก
ขึ้นเท่านั้น
ตำราทั้งเล่มครอบคลุมเรื่องราวทั้งสามประการนี้ การควบแน่นและหลอมสร้าง
ไข่มุกหยิน สัมพันธ์กับระดับพลังบำเพ็ญเพียร การควบคุมจัดการพลังแห่งจิตสำนึก ซึ่งมี
บทบาทสำคัญในกระบวนการหลอมสร้างมุกหยินประลัยกัลป แต่ในตำราทั้งหมด
เนื้อหาส่วนใหญ่กลับเป็นรายละเอียดของเมล็ดพันธุ์ไฟและเปลวไฟทุกชนิด
ในตำราเล่มนี้ อธิบายถึงเมล็ดพันธุ์ไฟและเปลวไฟไว้อย่างละเอียดลออมาก ดู
เหมือนจะจัดลำดับของเมล็ดพันธุ์ไฟและเปลวไฟที่สามารถนำมาใช้หลอมสร้างมุกหยิน
ประลัยกัลปไว้ทั้งหมด หนึ่งในนั้นยังเป็นไฟที่จั่วม่อเฝั้าใฝั่ฝันถึง ไฟอีกาทองคำ เนื่องจาก
ความแตกต่างกันของไฟแต่ละชนิด ผลลัพธ์ของมุกหยินประลัยกัลปที่หลอมสร้างออกมา
ก็จะแตกต่างกันทั้งหมด ไฟหายากและแปลกประหลาดทุกชนิด ช่วยเปิดหูเปิดตาจั่วม่อ
ขยายขอบเขตความรอบรู้ของมัน และทำให้มันอัศจรรย์ใจอย่างยิ่ง
จนกระทั่งอ่านจบ มันยังคงรู้สึกหิวกระหายมากกว่านี้ มันไม่เคยคิดเลยว่าในโลกนี้
จะมีไฟมากมายหลายชนิดถึงเพียงนี้ กระทั่งในหมู่เปลวไฟระดับต่ำ ยังมีเปลวไฟ
ประหลาดที่ไม่เป็นที่รู้จักอีกมากมาย
ที่ผ่านมาจนกระทั่งถึงตอนนี้ นี่เป็นตำราเคล็ดวิชาที่มีรายละเอียดมากที่สุดและ
สมบูรณ์ที่สุด เท่าที่จั่วม่อเคยพบเห็นมา มันไม่ทราบว่าเคล็ดวิชานี้มาจากสำนักใด แต่
เมื่อสามารถศึกษาคว้นคว้าเรื่องไฟจนลึกซึ้งถึงขั้นนี้ ฝีมือของพวกมันช่างน่าอัศจรรย์
อย่างแท้จริง!
คิดไปคิดมา ต้องรู้สึกคันหัวใจยากจะเกา มันอยากทดลองหลอมสร้างมุกหยิน
ประลัยกัลปดูสักเล็กน้อย ตามที่บันทึกไว้ในเคล็ดวิชา ตราบเท่าที่มันสามารถหาไฟที่
เหมาะสมได้ในเวลานี้ มุกหยินประลัยกัลปที่อาจหลอมสร้างขึ้นมา แม้แต่ผู้ฝึกตนด่านห
นิงม่ายยังไม่อาจต้านติด ไข่มุกหยิน สิ่งนี้มีความสำคัญมากเกินไปจริงๆ แม้ว่ามันจะ
หลอมสร้างมุกหยินประลัยกัลปขึ้นมาได้ แต่จั่วม่อไม่อาจสุ่มสี่สุ่มห้าใช้งานโดยไม่ระวัง
อย่างไรก็ตาม มันมีของนี้ติดตัวก็เท่ากับมีไพ่ตายซ่อนไว้ หากต้องเผชิญกับวิกฤติเป็นตาย
ขึ้นมา บางทีอาจใช้ช่วยชีวิตได้
คิดถึงเรื่องนี้ จั่วม่อยิ่งกระหายอยากมากกว่าเดิม
ในทะเลแห่งจิตสำนึก ผูเยายืนอยู่เบื้องหน้าปั้ายหินสุสาน แย้มยิ้มเย้ยหยัน “ในที่สุด
เจ้าก็ไม่สามารถอดทนได้อีก! สามพันปี ความอดทนของเจ้าถึงขีดจำกัดแล้วใช่หรือไม่?
กับเจ้าหนูผู้ไม่แยแสที่จะปฏิบัติตามกฎของเจ้าด้วยซ้ำ แต่กระทั่งคนหัวโบราณอย่างเจ้า
…เจ้าคิดประนีประนอมจริงๆ?”
ปั้ายหินเงียบกริบ
ผูเยากลายเป็นดุเดือดอย่างกะทันหัน ดวงตาสีเลือดเสียดแทง ตะคอกดังสนั่น
“เช่นนั้น ไฉนตอนนั้นเจ้าปฏิเสธที่จะประนีประนอม?”
ปั้ายหินสุสานยังคงเงียบงัน
ผูเยาพริ้มตาลง เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง มันสงบจนดูคล้ายเป็นคนละคน ใบหน้าหล่อ
เหลาทรงเสน่ห์ทอแววดูหมิ่นจางๆ “เจ้าตายไปแล้ว แต่ยังคงต้องการทิ้งความปรารถนา
ของเจ้าไว้ เจ้ากลายเป็นโง่งมถึงเพียงนี้ตั้งแต่เมื่อใด!” มันเชิดคาง จ้องมองปั้ายหินสุสาน
อย่างเย็นชา “จะว่าไป ข้าจะยอมให้เจ้ากระทำตามอำเภอใจได้อย่างไร? เมื่อตายไปแล้ว
เช่นนั้นเจ้าก็ไม่สมควรทิ้งอะไรไว้ข้างหลัง! ฮิ นี่น่าเล่นจริงๆ …”.
ปั้ายหินสุสานเงียบสนิทดังเช่นปกติ
จั่วม่อเช็ดเหงื่อบนใบหน้า มันดูน่าอนาถมาก บนร่างปกคลุมไปด้วยโคลนและใบไม้
แห้ง ภูเขาสุญตาเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาที่อุดมสมบูรณ์ สถานที่ซึ่งมีปราณธรรมชาติ
หนาแน่นอยู่บ้าง เป็นธรรมดาที่จะถูกยึดครองไว้หมดแล้ว สิ่งที่มีอยู่ดาษดื่นเหลือใช้คือ
พื้นที่รกร้างทุรกันดาร เหล่าซิวเจ่อไม่ได้สนใจแผ่นดินที่ไม่มีปราณธรรมชาติ พวกมันยัง
ไม่ใช้งานต้นไม้ปกติสามัญที่ไม่มีประโยชน์กับพวกมัน และนอกเหนือจากสัตว์อสูรแล้ว
สัตว์ปั่าธรรมดาในสายตาของซิวเจ่อ ก็ไม่ต่างอันใดจากก้อนเนื้อ เวลานี้ทุกสำนักล้วน
เลี้ยงสัตว์ปราณของพวกมันเอง ย่อมไม่มีผู้ใดสนใจจะไล่ล่าสัตว์ปั่าสามัญเหล่านี้ ปั่าไม้ที่
ขาดแคลนปราณธรรมชาติ มักไม่มีผู้ใดใส่ใจดูแลพวกมัน
จั่วม่อยามนี้อยู่ในสถานที่ประเภทภูเขาแห้งแล้งน้ำย่ำแย่* เป็นหุบเขาแห่งหนึ่ง
ต้นไม้เติบโตขึ้นทุกทิศทาง ส่วนใหญ่ยังปกคลุมแน่นขนัดด้วยเถาไม้เลื้อย ยอดเขาสูงปิด
กั้นแสงแดด สถานที่แห่งนี้ไม่เคยเห็นดวงอาทิตย์มาชั่วนาตาปี ในอากาศเต็มไปด้วยกลิ่น
เหม็นอับ คงหลายปีแล้วที่ไม่มีผู้ใดมาเยือนหุบเขาแห่งนี้ ใบไม้แห้งทับถมบนพื้นดินจนสูง
และหนา สถานที่เช่นนี้มักก่อกำเนิดพิษได้อย่างง่ายดาย แต่จั่วม่อตระเตรียมมาก่อน
หลอมกลั่นเม็ดยาแก้พิษระดับหนึ่งพกพามาด้วยจำนวนหนึ่ง ตราบเท่าที่ไม่พบพิษที่
ร้ายแรงเกินไปนัก ย่อมไม่มีปัญหาอันใด
(*เป็นวลี หมายถึงไม่เหมาะที่จะอยู่อาศัย)
สองสามวันที่ผ่านมา มันท่องไปในปั่ากว้างใหญ่ไพศาลแห่งนี้ ระยะนี้เหล่าผู้อาวุโส
ของสำนักต่างออกไปจัดการธุระหรือปิดด่านกักตน ไม่มีผู้ใดสนใจมัน มันมีอิสระเสรีและ
ไม่ถูกจำกัดไว้อีก ตั้งแต่ที่ได้เห็นวิธีอันสมบูรณ์แบบในการหลอมสร้างมุกหยินประลัย
กัลป มันก็เกิดความคิดออกมาค้นหาเมล็ดพันธุ์ไฟ
สิ่งที่มันต้องการมากที่สุดย่อมเป็นไฟอีกาทองคำ ตำรามุกหยินประลัยกัลปยังให้การ
ประเมินไฟอีกาทองคำไว้อย่างสูง มุกหยินประลัยกัลปที่หลอมสร้างขึ้นจากไฟอีกา
ทองคำ จะเป็นหยางสุดขั้วและแกร่งกร้าวถึงที่สุด มีพลังอำนาจสะท้านฟั้าสะเทือนดิน
แต่ในช่วงระยะเวลาอันสั้น มันได้แต่คิดเพ้อฝันถึงไฟอีกาทองคำเท่านั้น ก่อนที่จะหา
สมุนไพรปราณที่เหมาะสมชนิดใหม่ได้ มันก็ไม่สามารถทำสิ่งใด และแม้ว่าจะสามารถหา
สมุนไพรทดแทนได้ แต่ก็ไม่ค่อยมั่นใจว่าจะประสบผลสำเร็จจริงๆ เป็นการดีกว่าที่จะ
เสาะหาเมล็ดพันธุ์ไฟระดับต่ำเสียก่อน สิ่งใดก็ได้ที่ดีกว่าค่ายกลยันต์เวทไฟหลีในกระถาง
หลอมกลั่น หากมันมีเมล็ดพันธุ์ไฟ มันย่อมสามารถก่อกำเนิดเปลวไฟแห่งใจ และหลอม
สร้างมุกหยินประลัยกัลปบางส่วน
ในตำรามุกหยินประลัยกัลปแนะนำเมล็ดพันธุ์ไฟระดับต่ำไว้มากมายหลายชนิด
จั่วม่อมีแรงผลักดันไม่น้อย
แต่สถานที่ที่สามารถให้กำเนิดเมล็ดพันธุ์ไฟ จะต้องเป็นสถานที่ที่มีปราณธรรมชาติ
อุดมสมบูรณ์ หากเป็นในกาลก่อน มันแน่นอนว่าไม่มีปัญญาเสาะหา แต่ยามนี้มันมีแมลง
ทองทมิฬระดับสี่ แม้ว่าวิธีการนี้จะดูโง่เขลา แต่จั่วม่อรู้สึกว่ามีความเป็นไปได้สูงมาก มัน
เต็มไปด้วยความมั่นใจในแมลงทองทมิฬตัวนี้ เจ้าดำน้อยนี้กระทั่งสถานที่ที่ถูกปิดซ่อน
อย่างห้องศิลายังสามารถหาพบ หากในปั่านี้มีเส้นชีพจรปราณปฐพีอยู่จริงๆ มันย่อม
สามารถหาจนพบ
แต่โชคของจั่วม่อคราวนี้ไม่ค่อยดีนัก แม้จะเจาะจงเลือกสถานที่ภูเขาแห้งแล้งน้ำ
ย่ำแย่ แต่ค้นหาในภูเขาอยู่เจ็ดแปดวันยังไม่พบพานสิ่งใด ในแต่ละวัน พอพระอาทิตย์ขึ้น
มันก็จะเริ่มต้นค้นหาทันที บางครั้งยังถูกสัตว์ปั่าคอยกวนใจ แต่ในมือก็ยังคงว่างเปล่า
หากบอกว่าไม่ท้อแท้เลยคงเป็นเรื่องโกหก แต่เมื่อนึกถึงศิษย์พี่เหวยเสิ้ง จั่วม่อพลันรู้สึก
ว่าปัญหาเพียงเล็กน้อยนี้ไม่ได้นับเป็นอะไรเลย พอคิดถึงตรงนี้ก็โล่งใจขึ้นเล็กน้อย หากนี่
เป็นสิ่งของที่สามารถค้นพบได้อย่างง่ายดาย เช่นนั้นยังจะมีโอกาสหลงเหลือมาถึงมือมัน
อีกหรือ
เหลือบมองภูมิประเทศไปรอบๆ จั่วม่อตกลงใจทดลองดูอีกครั้ง ปลดกระบอกไม้ไผ่
ที่หนากว่านิ้วหัวแม่มือเล็กน้อยออกจากเอว มันเปิดจุก แล้วร่ายเวทวิชา
แมลงทองทมิฬไต่ออกมาจากระบอก หนวดสองเส้นบนหัวสะบัดไปมาอย่างปราด
เปรียว จากนั้นเริ่มดิ่งลึกเข้าไปในหุบเขา
จั่วม่อในใจสั่นสะเทือนและตื่นตัว!
มีบางอย่าง!
ตลอดเจ็ดแปดวันมานี้ นี่เป็นครั้งแรกที่เจ้าดำน้อยมีปฏิกิริยาเช่นนี้ ก่อนหน้านี้มัน
เกือบจะสงสัยอยู่แล้วเชียว ว่าเจ้าแมลงทองทมิฬใช่ความสามารถเสื่อมถอยลงแล้ว
หรือไม่
มันรีบติดตามด้านหลังเจ้าดำน้อยไป จวบจนได้ระยะเหมาะสมสำหรับควบคุม
สถานการณ์รอบด้าน กระบี่หยดน้ำก็ทะยานไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ทุกที่ที่มันบินผ่าน
กิ่งก้านและเถาวัลย์ทั้งหมดถูกสับเป็นชิ้นๆ กวาดล้างเส้นทางอย่างหมดจด
วิ่งมาจนถึงใต้หน้าผาแห่งหนึ่ง จั่วม่อเห็นถ้ำสูงครึ่งตัวคน วัชพืชแน่นขนัดงอกงามสูง
กว่าปากถ้ำ หากมันไม่ได้เข้ามามองในระยะประชิดเช่นนี้ เกรงว่ายากจะหาพบ จั่วม่อ
ลังเลอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะก้มตัวลงและเบียดผ่านเข้าไป ภายในถ้ำกลับใหญ่โตและกว้างขวาง
มาก ลมเย็นเปั่าเส้นผมจั่วม่อปลิวสะบัด มันกวาดมองไปรอบๆ ในครรลองสายตาเป็นหมู่
หินงอกหินย้อยที่เกิดขึ้นมานานนับหมื่นปี เรียงรายเต็มไปหมด เสียงน้ำหยดเป็นจังหวะ
จะโคนอันพิสดาร ดังชัดเจนผิดปกติในถ้ำอันเงียบสงัดแห่งนี้
จั่วม่อพบเจ้าดำน้อยอย่างรวดเร็ว มันหยุดอยู่เหนือหินงอกที่ไม่เหมือนใครแท่งหนึ่ง
เมื่อเทียบกับหินงอกซึ่งมีรูปร่างน่าอัศจรรย์แท่งอื่นๆ แล้ว หินงอกแท่งนี้สูงเพียงครึ่ง
ตัวคนเท่านั้น ไม่มีสิ่งใดสามารถดึงดูดสายตาผู้คน
จั่วม่อจดจำได้อย่างฉับพลัน เจ้าสิ่งนี้มีบันทึกไว้ อยู่ในส่วนหนึ่งของตำรามุกหยิน
ประลัยกัลป มันกลายเป็นตื่นเต้นขึ้นมาทันที ค่อยๆ สูดลมหายใจลึก ระงับความตื่นเต้น
ก่อนเดินตรงไปยังหินงอกแท่งนั้น
ภายใต้การควบคุมของมัน แมลงทองทมิฬปีนลงจากหินงอกอย่างอิดออด หลบไป
อยู่ด้านหนึ่ง
จั่วม่อชูกระบี่หยดน้ำขึ้น จ่อเข้าที่ส่วนยอดของแท่งหินงอก ค่อยๆ แทงลงไป
กระบี่หยดน้ำแทงเข้าไปอย่างง่ายดาย จั่วม่อดวงตาทอแววปิติยินดีอย่างฉับพลัน
ดึงกระบี่หยดน้ำกลับมา เปลวไฟสีขาวน้ำนมทันใดนั้นก็พุ่งแลบออกมาจากรอย
กระบี่!
เมล็ดพันธุ์ไฟระดับสองชนิดหายาก… ไฟหินงอก!
มองอย่างละโมบไปยังเปลวไฟสีขาวน้ำนมที่ลุกไหม้เงียบๆ จั่วม่อสะกดกลั้นความ
ตื่นเต้นและความยินดีในใจ ผนึกพลังปราณไว้ที่ฝั่ามือ เอื้อมมือไปยังไฟหินงอก!
ตำรามุกหยินประลัยกัลปบันทึกรายละเอียดเวทวิชาสำหรับรวบรวมเมล็ดพันธุ์ไฟไว้
ถึงกับมีประสิทธิภาพมากกว่าเวทวิชาที่จั่วม่อพบในห้องตำราของซือฟูั่ด้วยซ้ำ จั่วม่อ
โคจรพลังปราณตามเคล็ดวิชา ฝั่ามือพลันบังเกิดแรงดึงดูดอันพิสดาร ภายใต้เสียง
แปลกๆ คราหนึ่ง ไฟหินงอกนั้นก็เข้าสู่ร่างกายของมัน
ดวงตามันทันใดนั้นเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมจริงจังกว่าเดิม การดูดเอาเมล็ดพันธุ์ไฟเข้าสู่
ร่างสำเร็จ ไม่ได้หมายความว่าจัดงานเลี้ยงฉลองได้แล้ว นี่เพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น ขั้นต่อไป
ต่างหากจึงจะเป็นขั้นตอนสำคัญที่แท้จริง!
ต้องสยบเมล็ดพันธุ์ไฟให้เชื่องเท่านั้น จึงจะสามารถนำเปลวไฟมาใช้ได้
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าไฟหินงอกจะเป็นเพียงแค่ไฟระดับสอง แต่มันผ่านกาลเวลามา
ยาวนานจนนับปีไม่ถ้วน ดูดซับปราณธรรมชาติไม่รู้เท่าไรต่อเท่าไร มากมายเหลือคณา
นับ กว่าจะก่อกำเนิดเติบโตขึ้นมาจนใหญ่โตถึงเพียงนี้
ไฟหินงอกนี้จะยอมจำนนง่ายๆ ได้อย่างไร?