สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 98 จั่วม่อผู้เจ็บปวดรวดร้าวและพิโรธโกรธเกรี้ยว
- Home
- สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation
- บทที่ 98 จั่วม่อผู้เจ็บปวดรวดร้าวและพิโรธโกรธเกรี้ยว
ผ่านไปครึ่งค่อนวัน ดวงวิญญาณของจั่วม่อเพิ่งกลับคืนสู่ร่าง
แม้ว่าอาวุธยุทโธปกรณ์ในกายมันจะดีขึ้นกว่าในอดีตมาก แต่เห็นอีกฝั่ายติดอาวุธ
เพียบพร้อมอลังการถึงเพียงนี้ จั่วม่อขวัญวิญญาณระเบิดกระเจิดกระเจิงอย่างช่วยไม่ได้
แน่นอน นี่ไม่ใช่ว่ามันตกตะลึงในพลังของผู้อื่น แต่ยุทธภัณฑ์เวท ยันต์กระดาษ และ
โอสถปราณมากมายถึงเพียงนี้ ลองแปลงค่าเป็นจิงสือดูสิ อ้า น่าตกใจแทบตายแล้ว!
บัดซบ!
จั่วม่อสองตาแดงฉาน ราวกับว่ามันอดทนรอที่จะลอกคราบคู่ต่อสู้จนล่อนจ้อนไม่
ไหวแล้ว
ยามที่เกอ ยากจนข้นแค้นถึงเพียงนี้ แต่เจ้ากลับ…
จั่วม่อผู้มาเสี่ยงภัยเพียงเพื่อจิงสือระดับสามเพียงสามสิบชิ้น รู้สึกโทสะปะทุขึ้นในอก
พลุ่งพล่านอย่างรุนแรง พิโรธโกรธเกรี้ยวถึงที่สุด!
“รับมือ!” ศิษย์พี่หวังตวาดอย่างเชื่อมั่น ชิงสืบเท้าออกมาหนึ่งก้าว!
มันหวาดเกรงต่อธาราหลั่งไหลของจั่วม่อเป็นอย่างยิ่ง เจ้าสิ่งนั้นทั้งรวดเร็ว ทั้งไร้
ร่องรอย มันไม่มั่นใจว่าสามารถรับมือกระบวนท่านี้ได้ แต่มีบทเรียนจากหลินเอวี่ยน มัน
ตัดสินใจรุกแทนการรับ ทันทีที่ส่งเสียงตวาดออกมา ก็ชิงเปิดฉากโจมตีก่อน
สองมือคีบยันต์ผีซ้อนเงาข้างละใบ สะบัดพรึบ เสียงระเบิดเบาๆ ทุกผู้คนรู้สึกสายตา
พร่าเลือนวูบหนึ่ง จากนั้นศิษย์พี่หวังห้าคนปรากฏขึ้นในวงต่อสู้!
“อย่างที่คาดไว้ ยังคงเป็นกระบวนท่าอันร้ายกาจไร้ที่เปรียบนี้ตั้งแต่เริ่มต้น!” หูซาน
ทอดถอน
ยันต์ผีซ้อนเงา ระดับสอง สามารถสร้างร่างมายาที่เหมือนกับผู้ใช้สองร่าง ใช้ออก
พร้อมกันสองใบ ปรากฏร่างมายาสี่ร่างในทันที รวมกับตัวจริงอีกหนึ่งเป็นห้าร่าง ยากที่
จะค้นพบตัวจริงของศิษย์พี่หวังได้ ยันต์ผีซ้อนเงาชุดนี้เห็นได้ชัดว่าฝีมือประณีตยิ่ง ร่าง
มายาละเอียดอ่อนมีชีวิตชีวาเสมือนของจริง นอกจากผู้ที่ฝึกปรือเวทวิชาประเภทเนตร
ฟั้า เนตรภูตพราย หรือเนตรหยินหยาง มิเช่นนั้นไม่มีทางที่จะแยกแยะออกได้
จั่วม่อย่อมไม่เคยฝึกปรือเวทวิชาประเภทนั้น มันยังไม่เคยคิดว่าอีกฝั่ายจะใช้ยันต์ผี
ซ้อนเงาระดับสองถึงสองใบในคราวเดียวอีกด้วย ค่าใช้จ่ายนี้น่าสะพรึงกลัวเกินไปแล้ว!
ยันต์ผีซ้อนเงาระดับสองอย่างน้อยมีราคาไม่ต่ำกว่ายี่สิบชิ้นจิงสือระดับสาม ใช้ไปสองใบ
เท่ากับสี่สิบชิ้นจิงสือระดับสาม!
เกอสุดจะทนกับคนอย่างเจ้าจริงๆ !
คนยากจนจั่วม่อ จิตวิญญาณแห่งการต่อสู้โหมไหม้ดุจไฟลามทุ่ง เร่าร้อนเดือดพล่าน
แทบจะเผาผลาญเลือดทุกหยดในร่าง
ในเมื่อเจ้ามีห้าคน เช่นนั้นก็ทุบตีมารดามันให้หมดทั้งห้าคน!
จั่วม่อขบกรามแน่น สะบัดมือผนึกมุทราใช้กระบวนท่าเจ็ดวังวน วังวนทั้งเจ็ด
ปรากฏขึ้น รายล้อมทั้งห้าร่างในพริบตา กระบวนท่านี้มีระยะโจมตีไกลมาก เหมาะสม
ที่สุดสำหรับใช้รับมือยันต์ผีซ้อนเงา เงาลวงตาท้ายที่สุดก็เป็นเพียงเงาลวงตา เมื่อพวกมัน
ถูกปราณกระบี่หมุนวนฉีกกระชาก ทันใดนั้นก็สลายไปหมดสิ้น.
ศิษย์พี่หวังเห็นได้ชัดว่าไม่ใช่ครั้งแรกที่เผชิญสถานการณ์เช่นนี้ มันไม่แตกตื่นลนลาน
สองมือขยับดรรชนีละลานตา วู้ม วู้ม วู้ม ยันต์กระดาษสามใบเหินร่อนออกมาจากมือ
ของมัน
ยันต์เกราะเต่า ยันต์วัชรปาณี ยันต์ระเบิดเวิ้งว้าง!
เห็นศิษย์พี่หวังร่างกายปรากฏม่านแสงสองชั้นซ้อนทับกัน ปั้องกันมันไว้ภายใน ม่าน
แสงชั้นในสีเขียวเป็นยันต์เกราะเต่า ม่านแสงชั้นนอกเป็นยันต์วัชรปาณี พริบตาที่ยันต์
ระเบิดเวิ้งว้างบินร่อนออกไป มันก็ระเบิดดังสนั่นลั่นโลก
แรงกระแทกมหึมากดทับไปทั่วลานต่อสู้ คลื่นอากาศไร้รูปร่างแต่ดุดันกวาดวาบ
ออกไปด้วยความเร็วสูง เจ็ดวังวนที่เพิ่งฉีกทึ้งร่างมายาถูกบดขยี้ทันทีโดยการระเบิดอย่าง
ฉับพลันของคลื่นอากาศ ศิษย์พี่หวังแม้อยู่ที่จุดศูนย์กลางของการระเบิด ก็ไม่ได้
หวาดกลัวแต่อย่างใด มันเพิ่งใช้ยันต์กระดาษปั้องกันตัวเองไว้สองชั้น ผลลัพธ์ปรากฏ
ชัดเจนในเวลานี้ ยันต์ระเบิดเวิ้งว้างแม้ว่าทรงพลังอย่างน่าอัศจรรย์ แต่ยังไม่สามารถทะลุ
ผ่านเกราะปั้องกันสองชั้นของมันได้ มันกระทั่งไม่ถูกกระทบแม้แต่น้อย
เหล่าประจักษ์พยานที่สัญจรไปมาล้วนตะลึงพรึงเพริด วิชายุทธ์ที่ไม่สมเหตุสมผลถึง
เพียงนี้ พวกมันเพิ่งเคยพบเห็นเป็นครั้งแรก
แต่เหล่าศิษย์พรรคอัจฉริยะปราณกลับโลหิตในกายเดือดพล่าน พวกมันทราบว่า
ศิษย์พี่หวังเมื่อช่วงชิงเป็นฝั่ายมีเปรียบ จากนั้นก็แค่รอ พายุหฤโหดกำลังจะโหมกระหน่ำ
ในอีกไม่กี่อึดใจ!
ความเจ็บปวดรวดร้าวระคนพิโรธโกรธเกรี้ยวในใจจั่วม่อไม่อาจอธิบายได้
ยันต์เกราะเต่า ระดับสอง สิบห้าชิ้นจิงสือระดับสาม ยันต์วัชระปาณี ระดับสอง สิบ
ห้าชิ้นจิงสือระดับสาม ยันต์ระเบิดเวิ้งว้าง ระดับสอง สามสิบชิ้นจิงสือระดับสาม
ตัวเลขเหล่านี้ไม่ต่างอันใดกับเลือดไหลออกจากหัวใจของจั่วม่อ …
ศิษย์พี่หวังด้วยประสบการณ์อันช่ำชอง สั่งให้มันช่วงชิงรุกไล่ไม่หยุดมือ เปิดฉาก
โจมตีระลอกถัดไปโดยไม่รีรอลังเลแม้แต่วูบเดียว
สองมือสะบัดขวับๆๆ กระสวยอสรพิษหัวหนาม จักรวาลหนึ่งดารา และนกกระจอก
คู่แสงพิรุณ พวกมันไม่ผิดอันใดกับฝูงหมาปั่าได้กลิ่นเลือด พกพารังสีสังหารอันร้ายกาจ
กระโจนเข้าใส่จั่วม่อโดยพร้อมเพรียง
กระสวยอสรพิษหัวหนามส่งเสียงกรีดแหลมบาดใจ ตัวกระสวยยาวสามชุ่น แปร
สภาพกลางอากาศอย่างฉับพลัน กลายเป็นงูดำเพรียวบางประหนึ่งสายฟั้าสีดำเส้นหนึ่ง
แสยะปากเผยคมเขี้ยวดุร้ายและคมกริบ!
จักรวาลหนึ่งดารา เป็นจุดแสงสีฟั้าเจ็ดจุด คล้ายดาราจักร งดงามสดใสกระจ่างตา
ปราศจากรังสีสังหารอย่างสิ้นเชิง
นกกระจอกคู่แสงพิรุณเมื่อบินขึ้นไปบนฟั้า มันกลายเป็นนกกระจอกหางกรรไกรสี
ฟั้าสองตัว พวกมันกู่ร้องระสานเป็นเสียงเดียว บินแยกเป็นสองทิศทาง ใช้วิถีโค้งอัน
พิสดารพุ่งดิ่งเข้าหาจั่วม่อ
ศิษย์พี่หวังจู่โจมระลอกนี้ทั้งแยบคายและงดงามถึงที่สุด ครอบฟั้าคลุมดิน ปิดสกัด
ทางถอยทั้งหมดของจั่วม่อในพริบตา ไม่มีช่องว่างให้หลบหนีแม้แต่น้อย
ยุทธภัณฑ์เวทแบบใช้ครั้งเดียวเหล่านี้แพงระยับยิ่งกว่ายันต์กระดาษเสียอีก! สามสิบ
ชิ้นจิงสือระดับสาม สี่สิบชิ้นจิงสือระดับสาม สามสิบชิ้นจิงสือระดับสาม ตัวเลขอีกชุด
หนึ่งบินผ่านในจิตใจของจั่วม่อ
ทุกครั้งที่ตัวเลขเหล่านี้บินผ่าน จั่วม่อจะรู้สึกเจ็บปวดใจ จนกระทั่งถึงตอนนี้ มันแบก
รับความเจ็บปวดใจอย่างต่อเนื่องถึงแปดครั้ง ไม่ว่าผู้ใดหากต้องเจ็บปวดซ้ำๆ ถึงแปดครั้ง
แล้วยังคงมีอาการเป็นปกติ เช่นนั้นพวกมันก็นับเป็นสุดยอดฝีมือแล้ว แต่เห็นได้ชัดว่า
จั่วม่อไม่ใช่! เมื่อหัวใจของมันแตกสลายเป็นหนที่แปด โทสะในอกก็พุ่งทะลุขึ้นถึงจุด
ระเบิด
หากใช้ไฟเพื่ออธิบายความโกรธเกรี้ยวของใครบางคน จั่วม่อเวลานี้ทั้งร่างก็ลุกเป็น
ไฟแล้ว ไฟสีแดงเลือดพวยพุ่งออกจากร่าง ทะยานขึ้นไปถึงท้องฟั้า!
หากเรื่องเช่นนี้ยังทนได้ จะมีอะไรที่มันทนไม่ได้อีกเล่า?
ลุงอาจทนได้ แต่ปั้าไม่สามารถทน! *
(*วลีนี้แปลว่าทนไม่ไหวแล้ว)
ความพิโรธโกรธเกรี้ยวทั้งมวลรวมตัวและอัดแน่นในทันที ดวงตามันถลึงกว้างอย่าง
เคียดแค้น โน้มร่างไปข้างหน้า มือร่ายกระบวนท่าราวกับกำลังขว้างลูกกลมมหึมา กระบี่
หยดน้ำพุ่งทะยานขึ้นฟั้า ทิ้งเสียงดังสดใสกังวานไว้เบื้องหลัง
เพลงกระบี่เพลิงธารา กระบวนท่าที่ห้า ฝนใบกล้วย!
ศิษย์พี่หวังรู้สึกว่าท้องฟั้าเหนือศีรษะมันมืดครึ้มในบัดดล มันค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมอง
ดวงตาพลันเบิกกว้างอย่างกะทันหัน สีหน้าซีดเผือด!
มันละความสนใจจากยุทธภัณฑ์เวทชุดแรกที่เพิ่งปล่อยออกไปในทันที สองมือฉกวูบ
ลงข้างเอว สะบัดขว้างยันต์ห้าสายฟั้าอหังการสองใบขึ้นไปบนฟั้า ต่อด้วยตวัดมือขว้างร่ม
สีแดงอันเล็กๆ ตามขึ้นไป
ร่มแดงคันน้อยนั้นเล็กมาก ขนาดเพียงครึ่งหนึ่งของพู่กันเท่านั้น แต่ทันทีที่หลุดออก
จากมือ ก็เริ่มขยายใหญ่ขึ้นอย่างฉับพลัน บินร่อนอยู่เหนือศีรษะของศิษย์พี่หวังและ
ปกปั้องมันไว้ นี่เป็นยุทธภัณฑ์เวทแบบใช้ครั้งเดียวระดับสอง ร่มในแขนเสื้อ แม้ว่าร่มใน
แขนเสื้อจะเป็นเพียงยุทธภัณฑ์เวทแบบใช้ครั้งเดียว แต่ราคาแพงหูดับ! แม้แต่ศิษย์พี่หวัง
หากไม่ถึงคราววิกฤติจริงๆ ยังไม่อาจหักใจใช้ร่มคันนี้ได้ แต่คราวนี้สถานการณ์ร้ายแรง
มากเกินไป มันไม่ลังเลที่จะใช้ไพ่ตายใบนี้ออกมา!
เมื่อยันต์ห้าสายฟั้าอหังการบินออกจากมือ ก็กลายเป็นตาข่ายสายฟั้าห้าเส้นสอง
กลุ่มเชื่อมต่อกัน แลบลั่นอยู่กลางอากาศ ปกปั้องศิษย์พี่หวังไว้อีกชั้นหนึ่ง
ฝนใบกล้วย หมายความถึงหยาดพิรุณตกกระทบใบกล้วย นอกจากนี้ยังมีอีก
ความหมายหนึ่ง เล่าถึงตำนานในสมัยโบราณ ปีนั้นมียุทธภัณฑ์เวทระดับแปดเรียกว่าพัด
ใบกล้วย* พัดใบกล้วยนี้เพียงโบกเบาๆ ก็สามารถบันดาลให้เกิดทะเลไฟลุกไหม้ไม่มีที่
สิ้นสุด ไม่ทราบมีวีรบุรุษมากมายเพียงใดตกตายภายใต้เงื้อมเงาของพัดใบกล้วยด้ามนี้
มันกลายเป็นหนึ่งในยุทธภัณฑ์เวทธาตุไฟที่มีชื่อเสียงเลื่องลือที่สุด ใบกล้วยของกระบวน
ท่าฝนใบกล้วยมีความหมายของไฟเช่นนี้เอง
(*อ้างถึงพัดใบกล้วยในเรื่องไซอิ๋ว หรือที่ในดราก้อนบอลตอนเด็กก็เคยนำมาใช้)
ฝนเป็นฝนเปลวไฟ เปลวไฟเป็นไฟเย็นสีขาวหิมะ
รอบบริเวณพรรคอัจฉริยะปราณเย็นเยือกลงในพริบตา แม้แต่ประตูใหญ่ที่ทำด้วย
หยกยังถูกปกคลุมด้วยชั้นน้ำแข็งบางๆ อย่างสมบูรณ์
ไฟยังมาไม่ถึง แต่ความเย็นเยือกระเบิดกระจาย ครอบคลุมลงมาอย่างรวดเร็ว
เจตจำนงกระบี่เพลิงธารา เมื่อผสานรวมกับเจตจำนงกระบี่กระแสธารซึ่งประกอบ
ไปด้วยผลึกน้ำแข็งเหลือคณานับ มันก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง เดิมทีเป็นแค่น้ำในร่าง
ของไฟที่โปร่งใส ในเวลานี้มันกลับดูคล้ายไฟหินงอกของจั่วม่ออยู่บ้าง เย็นจนเยือกแข็ง
ฝนเปลวไฟทั้งขาวพร่างและเย็นเฉียบ ให้ความรู้สึกแก่ผู้คนราวกับว่ามันเป็นหิมะตก
แทนที่จะเป็นไฟ
อย่างไรก็ตาม ไม่มีผู้ใดหลงใหลไปกับฉากอันงดงามตระการนี้ พวกมันทั้งหมดล้วน
แตกตื่นพรั่นพรึงกันถ้วนหน้า ด้วยการคุกคามจากรังสีสังหารสุดฟั้าสุดดินที่แฝงอยู่ใน
ความงามนี้ ท่ามกลางฝนเปลวไฟสีขาว เจตจำนงกระบี่ตัดไขว้เป็นตาข่ายมหึมา เย็นยะ
เยือก คมกริบ ไม่ดับสลาย และไม่มีที่สิ้นสุด!
ตาข่ายสายฟั้าห้าเส้นทั้งสองกลุ่มปะทุแปลบปลาบ เปล่งเสียงดังสนั่น เหินขึ้น
รับหน้าฝนเปลวไฟที่โปรยปรายลงมาจากบนฟั้าอย่างแช่มช้า
หลายคนลอบนับถือปฏิกิริยาตอบสนองอันรวดเร็วของศิษย์พี่หวัง ยันต์ห้าสายฟั้า
อหังการทั้งสองใบนี้ ทรงพลานุภาพอย่างเหลือเชื่อ หากตาข่ายสายฟั้าสิบเส้นสามารถ
ต้านทานฝนเปลวไฟไว้ได้ชั่วขณะหนึ่ง จะเปิดโอกาสให้ยุทธภัณฑ์เวทสามเล่มที่ปล่อย
ออกไปในทีแรก ชิงโจมตีจั่วม่อได้สำเร็จ
แต่พิรุณเปลวไฟสีขาวที่ดูเหมือนเชื่องช้า กลับเคลื่อนลงมาปะทะกับห้าสายฟั้า
อหังการในทันที
ซู่ ซู่ ซู่!
ราวกับเสียงสายฟั้าแลบลั่นอยู่ในน้ำ ตาข่ายสายฟั้าห้าอหังการทั้งสองกลุ่ม สุดท้าย
ไม่อาจต้านทานไว้ได้แม้แต่แวบเดียว กระจายหายไปอย่างไม่น่าเชื่อ
ทุกผู้คนที่เฝั้าดูล้วนตะลึงงัน ในความประหลาดใจ ยังแฝงไว้ด้วยความประทับใจใน
ฤทธานุภาพของกระบวนท่านี้ของจั่วม่อ ศิษย์พี่หวังไม่เพียงแต่แตกตื่น เวลานี้ใบหน้ามัน
ยังถึงกับเผือดสีลง!
มันกำลังภาวนาว่าร่มในแขนเสื้อจะมีอานุภาพเพียงพอ อีกทางหนึ่ง ก็รีบขว้างกง
ล้อมหาสุริยันจันทราและแหฟั้าตาข่ายสวรรค์ออกไป ระหว่างปกปั้องชีวิตของมันกับเข่น
ฆ่าศัตรู มันเลือกปกปั้องชีวิตตัวเอง
ในเวลาเดียวกัน จั่วม่อเผชิญหน้าสามยุทธภัณฑ์เวทที่เข่นฆ่าเข้ามา มันไม่คิดหลบ
หลีก แต่กลับกระตุ้นพลังของเกราะเต่าดำจันทราวารีขึ้นมา แสงสีฟั้าจู่ๆ ก็ปะทุออกมา
จากเกราะดำ ม่านแสงทรงกลมคล้ายคลื่นน้ำพลันปรากฏขึ้นรอบกายจั่วม่อ และเพื่อ
ความปลอดภัย มันยังโคจรวัชรสูตรน้อย เพียงชั่วพริบตาชั้นแสงสีทองเข้มปรากฏขึ้นบน
แขน ศีรษะ และส่วนอื่นๆ ที่เปิดเผยอยู่นอกเกราะ
ระหว่างปกปั้องชีวิตตัวเองกับเข่นฆ่าศัตรู จั่วม่อเลือกเข่นฆ่าศัตรู!
มันเป็นนักพนัน และเดิมพันว่าคู่ต่อสู้ของมันจะเลือกปกปั้องตัวเอง! ดังนั้นมันชนะ
เดิมพันหนนี้ สามยุทธภัณฑ์เวทแบบใช้ครั้งเดียวซึ่งไร้ผู้ควบคุมดูเหมือนจะน่ากลัว แต่
เมื่อพวกมันปะทะกับชั้นม่านแสงน้ำสีฟั้ารอบกายจั่วม่อ แม้ว่าม่านแสงจะกระเพื่อมอย่าง
รุนแรง และจั่วม่อที่อยู่ภายในม่านแสงยังถูกกระแทกจนเลือดลมปันปั่วน ซ้ำยังถอยหลัง
ไปหลายก้าว แต่ในท้ายที่สุด ยุทธภัณฑ์เวทแบบใช้ครั้งเดียวทั้งสาม เมื่อไม่มีพลังหนุน
เสริม ทั้งยังไม่มีอำนาจที่ยาวนาน ก็เปลี่ยนเป็นแสงหายลับไปในอากาศ
จั่วม่อเมื่อสกัดกั้นยุทธภัณฑ์เวทแบบใช้ครั้งเดียวทั้งสามได้สำเร็จ นั่นหมายความว่า
การเดิมพันเสี่ยงภัยของมันประสบผลสำเร็จ ช่วงชิงเป็นฝั่ายรุกได้เป็นครั้งแรก เวลานี้มัน
สามารถควบคุมฝนใบกล้วยได้อย่างสะดวกดาย ความเกรี้ยวโกรธเดือดพล่าน จั่วม่อยิ้ม
หยันอย่างเย็นชา กระบวนท่านี้เพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น!
ร่มในแขนเสื้อกลับสามารถต้านทานฝนเปลวไฟไว้ได้ชั่วขณะหนึ่ง แม้ว่าปราณกระบี่
ในฝนเปลวไฟจะกระหน่ำแทงใส่ร่มสีแดง สร้างรอยแตกเสียหายไว้บนร่มมากมาย แต่
ยุทธภัณฑ์เวทชิ้นนี้ ศิษย์พี่หวังซื้อหามาในราคาแพงลิบลิ่ว ยามนี้กลับแสดงให้เห็นว่ามัน
คุ้มค่ากับจิงสือที่จ่ายไป ยังฝืนปิดกั้นฝนเปลวไฟไว้ได้
อย่างไรก็ตาม มันไม่สามารถเอาแต่ปั้องกันเพียงอย่างเดียว มิเช่นนั้นก็หมายถึง
ความพ่ายแพ้!
ศิษย์พี่หวังประสบการณ์ต่อสู้โชกโชน เห็นจั่วม่อซึ่งดูเหมือนว่าอยู่ไกลเกินกว่าที่มัน
จะแตะต้องได้ มันก้มหน้ากัดฟัน แต่เมื่อมองแสงสีฟั้าจากเกราะของอีกฝั่าย ความเกลียด
ชังที่มีต่อหลินเอวี่ยนในใจมันก็ทะยานขึ้น! อย่างไรก็ตาม โทสะไม่ได้บดบังสติสัมปชัญญะ
ของมันจนโง่เขลา มันทราบว่าหากมันชนะการประลอง เท่ากับตบหน้าหลินเอวี่ยนต่อ
หน้าธารกำนัล การแสดงที่หลินเอวี่ยนทำไว้จะสูญเปล่าอย่างสิ้นเชิง!
วีรบุรุษต้องเป็นข้าเท่านั้น!
มือของมันตะปบลงไปที่เอว
เห็นอีกฝั่ายนำกองยันต์กระดาษสีแดงและสีเขียวออกมาจากเอว จั่วม่อก็ถูกเผาด้วย
ไฟพิโรธ คล้ายเห็นแถวตัวเลขบินผ่านหน้ามันไป หัวใจของมันสั่นอย่างเจ็บปวดรวดร้าว
เจ้าตัวล้างผลาญ! ไร้ยางอาย!
จั่วม่อขบกรามแน่น ความโกรธเกรี้ยวบ้าระห่ำที่ปกคลุมทั่วร่างก็ระเบิดออก โทสะ
ทะยานขึ้นไปถึงจุดสูงสุด มันจู่โจมท่าไม้ตายที่ตระเตรียมไว้นานออกไปโดยไม่ลังเล!