สวรรค์บันดาล: ข้าพเจ้าสร้างวิถี - บทที่ 115 อานุภาพของมารแผ่ไพศาล
“ที่ใด?”
หลินหยวนถามตรงๆ
เขาเชื่อในความสามารถของหน่วนซู่ แน่นอนว่าเธอจะค้นหาตามความต้องการของเขา ไม่มีทางที่จะทำงานแบบขอไปที
“ท่านจอมมาร”
หน่วนซู่บอกข้อมูลทั้งหมดที่เธอสืบมาได้ทันที
ที่แท้ ตั้งแต่ 25 ปีก่อน หลินหยวนถูกผนึกไว้ในชั้นที่ 18 ของเหวลึก ในฐานะลูกน้องคนสำคัญของเซี่ยโหวหยวน ราชันมารเหมยหยางระดับ 9 ขั้นสูงสุด ก็เริ่มสร้างพระราชวังใต้ดินอย่างลับๆ ต้องการใช้พระราชวังใต้ดินแห่งนี้เป็นฐาน เป็นรังในการรวมมารใน 5 เขตอีกครั้ง
พระราชวังใต้ดินแห่งนี้สร้างขึ้นบนวังวนพลังปราณธรรมชาติแห่งหนึ่ง และวังวนพลังปราณนี้มีระดับถึงระดับสวรรค์
ที่เรียกว่าวังวนพลังปราณ คือสถานที่ที่พลังปราณจากสวรรค์และโลกมีความเข้มข้นและรวมตัวกันมากที่สุด และวังวนพลังปราณระดับสวรรค์มีน้อยมากใน 5 เขต 4 ทะเล
ราชันมารเหมยหยางค้นพบวังวนพลังปราณนี้ ไม่เคยเปิดเผย จนกระทั่งเซี่ยโหวหยวนถูกผนึกและไม่มีหวังที่จะออกมา จึงเริ่มใช้ประสงค์ในสิ่งที่ยิ่งใหญ่
น่าเสียดายที่ราชันมารเหมยหยางมีเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ แต่ไม่มีพลังปราบปรามที่น่ากลัวต่อมารทั้งหมดเหมือนเซี่ยโหวหยวน ดังนั้นจึงไม่สามารถควบคุมมารทั้งหมดได้ อย่างมากก็แค่สร้างกองกำลังมารขึ้นมาเท่านั้น
เรื่องที่ราชันมารเหมยหยางสร้างพระราชวังใต้ดินเป็นความลับอย่างยิ่ง หากไม่ใช่เพราะตอนที่เริ่มสร้าง เซี่ยโหวหยวนเพิ่งถูกผนึกได้ไม่นาน ยังคงมีมารจำนวนน้อยที่ภักดี แอบบอกเรื่องนี้กับหน่วนซู่ คาดว่าตอนนี้หน่วนซู่คงไม่สามารถหาสถานที่ที่เหมาะสมสำหรับการทะลวงของหลินหยวนได้อย่างรวดเร็วเช่นนี้
“แต่”
สีหน้าของหน่วนซู่ลังเลเล็กน้อย
“พระราชวังใต้ดินที่ราชันมารเหมยหยางสร้างขึ้นนั้น ไม่เพียงแต่เป็นความลับ แต่ยังอันตรายอย่างยิ่ง ว่ากันว่ามีการจัดวางขบวนมารระดับสวรรค์มากกว่าหนึ่งขบวน”
ขบวนมารระดับสวรรค์ เพียงพอที่จะปราบปรามและสังหารผู้แข็งแกร่งระดับ 9
“หากท่านจอมมารตั้งใจจะเข้าไปในพระราชวังใต้ดินแห่งนั้น ต้องระมัดระวังอย่างยิ่ง”
หน่วนซู่พูดเบาๆ
“ไม่เป็นไร”
สีหน้าของหลินหยวนสงบนิ่ง
หลายวันต่อมา หลินหยวนและหน่วนซู่มาถึงหน้าเนินเขาแห่งหนึ่ง เปียนเม่าและมารอื่นๆ อีกมากมายก็ติดตามมา
“ที่นี่คือทางเข้าพระราชวังใต้ดินของราชันมารเหมยหยาง”
หน่วนซู่พูดเบาๆ
“พลังปราณจากสวรรค์และโลก”
หลินหยวนรู้สึกได้ถึงวังวนพลังปราณขนาดมหึมาอย่างเลือนราง เพียงแต่วังวนพลังปราณนี้ดูเหมือนจะถูกผนึกไว้ ไม่ได้ปล่อยพลังปราณออกมาแม้แต่น้อย
นี่เป็นเรื่องปกติมาก โดยทั่วไปแล้ว หากไม่มีการแทรกแซงจากภายนอก วังวนพลังปราณจะค่อยๆ ปล่อยพลังปราณจากสวรรค์และโลกออกไปทุกทิศทาง แต่การทำเช่นนี้จะทำให้ความเข้มข้นของพลังปราณในแกนกลางของวังวนลดลง
ดังนั้น ตราบใดที่วังวนพลังปราณมีเจ้าของ มันก็จะถูกตัดขาดจากโลกภายนอก เพื่อเพิ่มความเข้มข้นของพลังปราณในพื้นที่ภายใน
พระราชวังใต้ดินแห่งนี้ ในเมื่อเป็นรังของราชันมารเหมยหยาง ก็ไม่มีทางที่จะมีพลังปราณรั่วไหลออกมา
“เพียงพอสำหรับการทะลวงไปสู่ระดับ 5 ของข้า”
หลินหยวนพยักหน้าเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่าเขาพอใจในใจ
“ท่านจอมมาร ข้าจะนำทางเอง”
หน่วนซู่ก้าวไปข้างหน้า เปิดกลไกข้างๆ เนินเขาด้านหน้าก็ปรากฏทางเข้าขึ้นมาทันที
ใต้เนินเขา ภายในพระราชวังใต้ดินที่กว้างขวาง ราชันมารทั้ง 9 รวมตัวกันในห้องโถงใหญ่ โต้เถียงกันอย่างดุเดือด
ตามหลักแล้ว ในฐานะราชันมารระดับ 9 ผู้แข็งแกร่งระดับสูงสุดของ 5 เขต ยากที่จะปรากฏตัวในที่เดียวกัน มักจะกระจายตัวอยู่ใน 5 เขต ประจำการอยู่ในดินแดนของตน แต่ตอนนี้ พวกเขากลับรวมตัวกันที่พระราชวังใต้ดิน และยังคงโต้เถียงกัน
สาเหตุก็คือเรื่องที่เซี่ยโหวหยวนออกมาจากเหวลึก ราชันมารทั้ง 9 เป็นลูกน้องคนสำคัญของเซี่ยโหวหยวนในอดีต หลังจากที่เซี่ยโหวหยวนถูกผนึก พวกเขาก็แบ่งดินแดนของมารเดิม และไม่มีความคิดที่จะช่วยเซี่ยโหวหยวนเลย
ช่วยเซี่ยโหวหยวน? เพื่ออะไร?
ตอนที่เซี่ยโหวหยวนยังอยู่ พวกเขาเหล่าราชันมารที่แผ่อิทธิพลไปทั่ว 5 เขตต่างก็ถูกจำกัด แม้แต่การสังหารหมู่บ้านเพื่อฝึกฝนก็ถูกจำกัดอย่างมาก
ดูเผินๆ แล้ว เซี่ยโหวหยวนนำมารใน 5 เขต ต่อสู้กับกองกำลังฝ่ายธรรมะเช่นสำนักเทียนเจี้ยน กองกำลังมารไม่เคยยิ่งใหญ่เท่านี้มาก่อน ดูเหมือนจะสง่างามมาก แต่ความยากลำบากนั้นมีเพียงพวกเขาเท่านั้นที่รู้
มีเซี่ยโหวหยวนอยู่ เหนือหัวของมารทั้งหมดก็เหมือนมีดาบคมแขวนอยู่ ไม่สามารถฆ่าคนและฝึกฝนได้อย่างอิสระอีกต่อไป
หากไม่ใช่เพราะเซี่ยโหวหยวนน่ากลัวเกินไป มีพลังปราบปรามที่ไม่อาจเข้าใจได้ต่อมาร ไม่ต้องพูดถึงการต่อสู้กับกองกำลังฝ่ายธรรมะเช่นสำนักเทียนเจี้ยน พวกเขาราชันมารทั้ง 9 คงจะกบฏไปนานแล้ว
“เซี่ยโหวหยวนออกมาแล้ว พวกเราควรทำอย่างไร?”
“เทียนเจี้ยนจื่อเป็นยังไงกันแน่ ไม่ใช่ว่าบอกว่าชั้นที่ 18 ของเหวลึกนั้นยากที่จะหนีไปได้หรอกหรือ? ไร้ประโยชน์!”
“ตอนนี้สิ่งแรกที่ต้องทำคือยืนยันว่าเซี่ยโหวหยวนออกมาจากเหวลึกเป็นเรื่องจริงหรือไม่”
ราชันมารต่างก็ถามกัน แม้ว่าจะพยายามระงับ แต่ออร่าที่น่ากลัวของราชันมารก็ยังคงปะทุออกมา ผู้แข็งแกร่งระดับ 7 และระดับ 8 ทั่วไปไม่สามารถเข้าใกล้ได้เลย
“เอาล่ะ เซี่ยโหวหยวนออกมาจริงๆ”
ราชันมารคนหนึ่งพูด เขามีดวงตาที่เรียวเล็ก ให้ความรู้สึกที่อ่อนโยน “เจียงเจี้ยนเค่อที่ประจำการอยู่นอกเหวลึกเสียชีวิตแล้ว และผู้คุมเหล่านั้นก็มีคน ‘ค้นหาจิตวิญญาณ’ แล้ว”
เมื่อพูดถึงตรงนี้ ราชันมารคนนี้ก็หยุดชั่วคราว แล้วพูดต่อว่า “เซี่ยโหวหยวนออกมาจริงๆ”
เมื่อพูดจบ ห้องโถงใหญ่ก็ตกอยู่ในความเงียบ ราชันมารทั้งหมดเงียบลง
เซี่ยโหวหยวนออกมาแล้ว แล้วพวกเขาควรทำอย่างไร? จะยังคงเฝ้าดูอยู่ต่อไป? หรือจะยอมรับผิด? หากยังคงเฝ้าดูอยู่ต่อไป หากทำให้เซี่ยโหวหยวนโกรธ… แต่ถ้ายอมรับผิด เซี่ยโหวหยวนจะให้อภัยพวกเขาหรือ?
ราชันมารคิดแล้วคิดอีก รู้สึกว่าไม่ว่าจะเลือกอย่างไร ก็ยากที่จะจบลงด้วยดี
“เซี่ยโหวหยวนไม่เพียงแต่ออกมาแล้ว ความแข็งแกร่งอย่างน้อยก็ฟื้นฟูสู่ระดับ 9”
ในเวลานี้ หญิงวัยกลางคนร่างท้วมคนหนึ่งพูด
“ระดับ 9 ? เป็นไปได้อย่างไร?”
ราชันมารที่มีนิสัยใจร้อนคนหนึ่งอดทนไม่ได้ทันที
ไม่ต้องพูดถึงว่าตอนที่เซี่ยโหวหยวนถูกผนึก ร่างกายและจิตวิญญาณของเขาก็ถูกผนึกโดยเทียนเจี้ยนจื่อและผู้แข็งแกร่งระดับ 9 ขั้นสูงสุดคนอื่นๆ และกระดูกไหปลาร้าของเขาก็ถูกแทงด้วยโลหะล้ำค่าจากใต้ทะเลลึกพันปี แขนขาถูกตรึงไว้
แค่ถูกผนึกไว้ในชั้นที่ 18 ของเหวลึกเป็นเวลา 25 ปี ไม่ต้องพูดถึงผู้แข็งแกร่งระดับ 9 แม้แต่ระดับ 10 ที่หาได้ยากในรอบ 10,000 ปี ก็ยากที่จะทนได้ใช่ไหม?
“เมื่อไม่นานมานี้ ข้าแอบกระตุ้นเปียนเม่า อินสือลิ่ว และมารระดับ 8 ขั้นสูงสุดคนอื่นๆ ให้ลงมือกับเซี่ยโหวหยวน ผลคือ เปียนเม่าและคนอื่นๆ ยังไม่ได้ติดต่อข้าจนถึงตอนนี้”
หญิงวัยกลางคนร่างท้วมพูด จริงๆ แล้วเธอยังไม่ได้พูดข้อมูลบางอย่าง เช่น ไม่ใช่แค่เปียนเม่า อินสือลิ่ว แต่ยังมีศิษย์ของเธออีกคนหนึ่ง
“เปียนเม่า อินสือลิ่ว”
เมื่อได้ยินดังนั้น สีหน้าของราชันมารในที่เกิดเหตุก็เคร่งขรึม พวกเขาก็เคยได้ยินเกี่ยวกับมารรุ่นใหม่ที่โดดเด่นเหล่านี้ โดยเฉพาะอินสือลิ่ว เทคนิคการลอบสังหารของเขานั้นเพียงพอที่จะทำให้ผู้แข็งแกร่งระดับ 9 หวาดกลัว
หากต้องการจัดการกับคนสองคนนี้โดยไม่มีใครรู้ ราชันมารระดับ 9 ทั่วไปก็ทำไม่ได้ ที่หญิงวัยกลางคนร่างท้วมบอกว่าเซี่ยโหวหยวนได้ฟื้นฟูความแข็งแกร่งสู่ระดับ 9 แล้ว แน่นอนว่าไม่ได้พูดเกินจริง
“เหมยหยาง เจ้าพูดอะไรหน่อยสิ ตอนนี้พวกเราควรทำอย่างไร?”
ราชันมารคนหนึ่งขมวดคิ้ว มองไปที่ราชันมารเหมยหยางที่นั่งอยู่ตรงหัวโต๊ะ ที่ราชันมารหลายคนมารวมตัวกันในครั้งนี้ เป็นเพราะคำเชิญของราชันมารเหมยหยาง
ตอนที่เซี่ยโหวหยวนยังอยู่ พวกเขาในฐานะลูกน้องของจอมมาร ก็มีราชันมารเหมยหยางเป็นผู้นำ หลังจากที่เซี่ยโหวหยวนถูกผนึก ราชันมารทั้ง 9 ก็แยกย้ายกันไป ก็เป็นราชันมารเหมยหยางที่มีอิทธิพลมากที่สุด
“ทำอย่างไรรึ? ยังไงข้าก็ไม่อยากกลับไปใช้ชีวิตแบบนั้นอีกแล้ว”
ราชันมารเหมยหยางหัวเราะเยาะ เมื่อราชันมารอีก 8 คนได้ยินท่าทีของราชันมารเหมยหยาง ก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก ไม่ใช่แค่ราชันมารเหมยหยางที่ไม่อยาก พวกเขาก็ไม่อยากเช่นกัน
“เหมยหยาง เจ้ารีบบอกความคิดของเจ้ามา”
ราชันมารที่พูดก่อนหน้านี้ถามทันที เท่าที่พวกเขารู้จักราชันมารเหมยหยาง ในเมื่ออีกฝ่ายกล้าพูดเช่นนี้ แน่นอนว่าต้องมีไพ่ตาย
“เซี่ยโหวหยวนออกมาจากเหวลึก แน่นอนว่าต้องไปแก้แค้นสำนักเทียนเจี้ยน เมื่อ 25 ปีก่อน เทียนเจี้ยนจื่อผนึกเซี่ยโหวหยวนด้วยตัวเอง ความแค้นนี้ไม่แก้ พวกเจ้าคิดว่าเซี่ยโหวหยวนจะทนได้หรือ?”
ราชันมารเหมยหยางถามกลับ
“จริงด้วย ตอนนั้นเทียนเจี้ยนจื่อก็ไม่ใช่คนดีอะไร ใช้ผู้หญิงชั้นต่ำอย่างไป๋ชิงเอ๋อร์ทำลายจิตใจของเซี่ยโหวหยวน ตอนนี้เซี่ยโหวหยวนออกมาแล้ว ชั่วคราวคงไม่มาหาเรื่องพวกเรา แต่สำนักเทียนเจี้ยนก็ไม่ใช่ของง่าย เทียนเจี้ยนจื่อยิ่งมีฉายาว่าผู้แข็งแกร่งอันดับ 1 ของโลก เซี่ยโหวหยวนไปแก้แค้นสำนักเทียนเจี้ยน พวกเราแค่เฝ้าดูก็พอ”
ราชันมารหลายคนคิดตามคำพูดของราชันมารเหมยหยาง ต่างก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
“แต่ ถ้าเกิดว่า…?”
ทันใดนั้น หญิงวัยกลางคนร่างท้วมก็ขมวดคิ้วและพูด “ถ้าเกิดว่าเซี่ยโหวหยวนไม่ไปหาสำนักเทียนเจี้ยน แต่กลับมาหาพวกเราล่ะ?”
หญิงวัยกลางคนร่างท้วมพูดถึงปัญหาที่ราชันมารกังวลมากที่สุด ใช่ ถ้าเกิดว่าล่ะ? เซี่ยโหวหยวนคนนี้ ไม่สามารถคาดเดาได้ด้วยตรรกะทั่วไป
“ถ้าเกิดว่า?” ราชันมารเหมยหยางหัวเราะเยาะอีกครั้ง “นี่คือเหตุผลที่ข้าเรียกพวกเจ้ามารวมตัวกัน แม้ว่าความเป็นไปได้นี้จะน้อย แต่ก็ต้องพิจารณา”
ราชันมารเหมยหยางมีชีวิตอยู่มาหลายร้อยปี แน่นอนว่าต้องคิดอย่างรอบคอบ “พระราชวังใต้ดินแห่งนี้ ข้าใช้เวลา 20 ปีในการสร้าง มีการจัดวางขบวนมารระดับสวรรค์ 9 ขบวน”
“พวกเราราชันมารทั้ง 9 ตราบใดที่ประจำการอยู่ในขบวนมารระดับสวรรค์ทั้ง 9 อาศัยความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ แม้แต่ผู้แข็งแกร่งระดับ 10 มาก็สามารถต้านทานได้ชั่วขณะหนึ่ง เซี่ยโหวหยวน แน่นอนว่าทำอะไรพวกเราไม่ได้ เมื่อเวลาผ่านไป เขาก็จะไม่เสียเวลากับพวกเรา แม้ว่าจะเสียเวลากับพวกเราจริงๆ พวกเราก็แอบติดต่อเทียนเจี้ยนจื่อ เชื่อว่าเขาสนใจเซี่ยโหวหยวนมาก”
ราชันมารเหมยหยางพูดอย่างมั่นใจ ในฐานะมาร เขาไม่รังเกียจที่จะร่วมมือกับกองกำลังฝ่ายธรรมะ
“ขบวนมารระดับสวรรค์ 9 ขบวน? เหมยหยาง เจ้านี่ใหญ่โตจริงๆ ไม่แปลกใจเลยที่ข้ารู้สึกอึดอัดเมื่อเข้ามาในพระราชวังใต้ดินแห่งนี้ ที่แท้ก็เป็นขบวนมารระดับสวรรค์”
เมื่อได้ยินดังนั้น ราชันมารคนอื่นๆ ก็รู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย พวกเขารู้ดีถึงพลังของขบวนมารระดับสวรรค์ ขบวนมารระดับสวรรค์ขบวนเดียวก็สามารถปราบปรามผู้แข็งแกร่งระดับ 9 ได้ ยิ่งไปกว่านั้น 9 ขบวน?
“เอาล่ะ นี่คือแก่นของขบวน พวกเจ้าลองทำความคุ้นเคยดู”
ราชันมารเหมยหยางขยับความคิด ส่งหยก 8 ชิ้นให้กับราชันมารอีก 8 คน
“แก่นของขบวน? วิเศษมาก ขบวนทั้ง 9 นี้ไม่ใช่ขบวนเดี่ยวๆ แต่เหมือนเป็นขบวนเดียวกัน พวกเราในฐานะราชันมารหลัก แค่ขยับความคิดก็สามารถควบคุมพลังของขบวนได้”
ราชันมารทั้ง 8 รีบทำความเข้าใจ มีความยินดีอย่างยิ่งในใจ ไม่แปลกใจเลยที่ราชันมารเหมยหยางจะสงบนิ่งเช่นนี้ ที่แท้เขามีไพ่ตายเช่นนี้
ในเวลานี้ บนใบหน้าของราชันมารทั้ง 8 ก็ปรากฏรอยยิ้มที่ผ่อนคลาย ตั้งแต่รู้ว่าเซี่ยโหวหยวนออกมา พวกเขาก็ไม่เคยผ่อนคลายเลยแม้แต่วินาทีเดียว
ในเวลานี้เอง ชายคนหนึ่งในชุดรัดรูปสีดำวิ่งเข้ามาด้วยท่าทางตื่นตระหนก
“ราชันมาร มี… มีคน… มีคนบุกรุกเข้ามา”
เสียงของชายในชุดรัดรูปสั่น แสดงให้เห็นว่าเขายังไม่อยากจะเชื่อจนถึงตอนนี้
“มีคนบุกรุกเข้ามา?”
ดวงตาของราชันมารเหมยหยางหรี่ลง ในฐานะเจ้าของพระราชวังใต้ดินแห่งนี้ เขาได้จัดวางกำลังคนจำนวนมากไว้ข้างนอก มีมารระดับ 8 มากกว่า 10 คน
ในสถานการณ์เช่นนี้ คนนอกจะบุกรุกเข้ามาได้อย่างไร พระราชวังใต้ดินมีทางเดินเชื่อมต่อกันทุกทิศทาง มีขบวนระดับสวรรค์ปราบปราม วิธีการตรวจสอบทั่วไปไม่มีผล แม้แต่ผู้แข็งแกร่งระดับ 9 ก็สามารถขังไว้ได้ชั่วขณะหนึ่ง
“เกิดอะไรขึ้นกันแน่”
ราชันมารเหมยหยางกำลังจะถาม เสียงฝีเท้าเบาๆ ดังขึ้น ราชันมารหลายคนเงยหน้าขึ้นมอง เห็นหญิงสาวร่างสูงโปร่งยืนอยู่ที่ประตู
เมื่อเห็นหญิงสาวคนนี้ ราชันมารทั้ง 9 ก็ขมวดคิ้ว
“หน่วนซู่? ทำไมเจ้า…”
ราชันมารเหมยหยางตกใจในใจ ราชันมารอีก 8 คนก็รู้สึกงงๆ เช่นกัน พวกเขารู้จักหน่วนซู่เป็นธรรมดา ในอดีตตอนที่เซี่ยโหวหยวนยังอยู่ หน่วนซู่เป็นหนึ่งในผู้พิทักษ์ 36 คน รองจากพวกเขาราชันมารทั้ง 9
ในขณะที่ราชันมารเหมยหยางกำลังจะถามต่อ ข้างหน่วนซู่ ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ปรากฏร่างสูงใหญ่ขึ้นมา ในขณะที่เห็นร่างสูงใหญ่นั้น สมองของราชันมารทั้ง 9 ก็ดังก้อง
“เซี่ย… เซี่ยโหวหยวน?”
ราชันมารทั้ง 9 เหมือนเห็นผี พวกเขาเพิ่งคุยกันว่าจะรับมือกับเซี่ยโหวหยวนอย่างไร ไม่คิดว่าเซี่ยโหวหยวนจะปรากฏตัวต่อหน้าพวกเขา
“ท่านจอมมาร”
ราชันมารเหมยหยางตั้งสติได้ทันที เขาก้มตัวเล็กน้อยให้เซี่ยโหวหยวน พูดเบาๆ “ไม่ทราบว่าท่านจอมมารมาที่พระราชวังใต้ดินแห่งนี้ มีธุระอะไรหรือไม่ขอรับ?”
แม้ว่าเขาจะไม่อยากเผชิญหน้ากับเซี่ยโหวหยวนจากก้นบึ้งของหัวใจ แต่เมื่อนึกถึงวันที่ถูกเซี่ยโหวหยวนควบคุม ราชันมารเหมยหยางก็รู้สึกว่าเขาสามารถดิ้นรนได้
อีกอย่าง ด้วยวิธีการที่ราชันมารเหมยหยางจัดเตรียมไว้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แค่ขบวนระดับสวรรค์ 9 ขบวนและราชันมารระดับ 9 9 คน แม้ว่าจะเผชิญหน้ากับเซี่ยโหวหยวนในอดีต ราชันมารเหมยหยางก็ไม่ได้สิ้นหวังขนาดนั้น
“ที่นี่เป็นของข้า เป็นอย่างไร?”
หลินหยวนมองไปรอบๆ รับรู้ถึงพลังปราณจากสวรรค์และโลกที่ลอยอยู่ในอากาศ แล้วพูด
“ท่านจอมมารกำลังพูดเล่นใช่ไหมขอรับ?”
สีหน้าของราชันมารเหมยหยางแข็งค้าง เขาทำงานหนัก ใช้เวลา 20 ปี สร้างพระราชวังใต้ดินแห่งนี้ขึ้นมา จะยอมยกให้คนอื่นได้อย่างไร? ยิ่งไปกว่านั้น ภายในพระราชวังใต้ดินยังมีขบวนระดับสวรรค์ 9 ขบวน ราชันมารเหมยหยางเชื่อว่าเขาไม่กลัวใคร
“ถ้าเจ้าไม่ให้ ข้าก็จะมายึดเอง”
หลินหยวนก้าวเท้าเข้าไปในห้องโถงใหญ่โดยตรง
“ลงมือ”
จิตใจของราชันมารเหมยหยางตึงเครียด ไม่พูดพร่ำทำเพลง ติดต่อกับขบวนระดับสวรรค์ด้วยกำลังทั้งหมด ราชันมารอีก 8 คนมองหน้ากัน ในเวลานี้พวกเขายืนอยู่ในฝ่ายเดียวกัน ไม่มีใครอยากถูกเซี่ยโหวหยวนควบคุมอีก
ตูม ทุกทิศทาง บนล่างซ้ายขวา อากาศก็ควบแน่นทันที แรงกดดันที่มองไม่เห็นปรากฏขึ้น
วูบ!! มารฉีค่อยๆปรากฏขึ้นจากทุกทิศทางของห้องโถงใหญ่ หนึ่งเกิดสอง สองเกิดสี่ สี่เกิดแปด… ในชั่วพริบตา มารฉีที่ไม่มีที่สิ้นสุดพันกัน เป็นไปตามเส้นทางที่กำหนด ก่อตัวเป็นขบวนสังหาร
อย่างไรก็ตาม ปัง ในขณะที่เท้าขวาของหลินหยวนเหยียบลงบนพื้นของห้องโถงด้านใน มารฉีที่ไม่มีที่สิ้นสุดที่ปรากฏขึ้นจากทุกที่ในห้องโถงใหญ่ก็แข็งค้างในทันที
ขบวนสังหารที่ก่อตัวขึ้นอย่างสมบูรณ์และประกอบขึ้นจากมารฉีเริ่มเดือด ราวกับได้รับคำสั่ง ต่างก็วนเวียนอยู่ใต้เท้าของหลินหยวน ออร่าที่แข็งแกร่งกว่าก่อนหน้านี้ก็ปะทุขึ้น
อานุภาพของมารแผ่ไพศาล
หลินหยวนเดินเข้าไปในห้องโถงด้านใน ราชันมารเหมยหยางระดับ 9 ขั้นสูงสุดก็คุกเข่าลงกับพื้นแล้ว แม้แต่ไม่รู้สาเหตุ ทำไมตอนนี้เมื่อเผชิญหน้ากับหลินหยวน จึงอดไม่ได้ที่จะโค้งคำนับ!
หลินหยวนเดินผ่านราชันมารที่นอนราบกับพื้นและตัวสั่นทีละคน ก้าวขึ้นบันได หันหลังและนั่งลงบนบัลลังก์หลักของห้องโถงใหญ่ เอนตัวเล็กน้อย มองลงไปที่ผู้คนที่กำลังโค้งคำนับในห้องโถง….
(จบตอน)
……….
มารฉี คือ พลังปราณของมารครับ หรือพลังมารก็ได้ครับ
大魔头 (Dà Mótóu): หมายถึง “จอมมาร” หรือ “ปีศาจผู้ยิ่งใหญ่” (ใช้เรียกตัวละครที่เป็นศัตรูใหญ่ หรือผู้มีพลังชั่วร้าย)
魔君 (Mójūn): “จอมมาร” หรือ “ราชันปีศาจ”
ผมเลยให้ตัวหลินหยวนแทนตัวเองว่า จอมมาร ส่วนลูกน้องอีก 9 คน ใช้ชื่อว่า ราชันมาร นะครับ ไม่อยากใช้จอมมารเหมือนกัน กลัวจะสับสนครับ