สวรรค์บันดาล: ข้าพเจ้าสร้างวิถี - บทที่ 128 การกลับมา
เกาะทะเลเหนือ เหล่าผู้แข็งแกร่งระดับ 10 คุยกันอย่างสบายๆ มองไปยัง ‘ดวงตาแห่งทะเลเหนือ’ ที่หดเล็กลงจนมีขนาดเพียง 100 เมตรในระยะไกลเป็นครั้งคราว
กว่าร้อยปีที่ผ่านมานี้ พวกเขามีทั้งความสบายใจและความตกตะลึง
ความสบายใจคือ พวกเขาไม่จำเป็นต้องไปเฝ้ายามดวงตาแห่งทะเลเหนืออีกต่อไป ไม่จำเป็นต้องเผชิญหน้ากับดวงตาแห่งทะเลเหนือที่ลึกราวกับเหวลึก และการมองดูดวงตาแห่งทะเลเหนือหดเล็กลงทุกวัน ก็เป็นความสุขทางจิตใจอย่างหนึ่ง
ส่วนความตกตะลึงคือ ทุกอย่างมาจากคนๆ เดียว ‘ท่านผู้ลึกลับ’ ที่สามารถเหนือกว่าผลงานของพวกเขาที่สั่งสมมาหลายหมื่นปี หลายแสนปี ด้วยตัวคนเดียว
กว่าร้อยปีที่ผ่านมานี้ ท่านผู้ลึกลับผู้นั้นนั่งอยู่เหนือดวงตาแห่งทะเลเหนือ วิญญาณต้นกำเนิดทั้งสองของท่านมีขนาดถึงล้านจั้ง ยืนอยู่ที่ปลายทั้งสองด้านของดวงตาแห่งทะเลเหนือ
“บอกพวกเจ้านะ ตอนนั้นข้าเกือบจะได้ต้อนรับท่านด้วยตัวเองแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะเจ้าเกาะและรองเจ้าเกาะหลายคนแย่งซีนไป ข้าคงเป็นคนแรกที่ได้คุยกับท่าน”
ชายร่างอ้วนพูดอย่างภาคภูมิใจ ไม่พูดถึงความคิดแรกสุดที่อยากจะเตือนหลินหยวนให้ทำตัวให้โดดเด่นลงหน่อยเมื่อไปถึงเกาะทะเลเหนือ
“ไม่รู้ว่าท่านผู้นี้มีที่มาที่ไปอย่างไรกัน ผู้แข็งแกร่งเช่นนี้เกิดขึ้นมาได้อย่างไร?”
ผู้แข็งแกร่งระดับ 10 ร่างผอมคนหนึ่งอดไม่ได้ที่จะพึมพำ
น้ำตื้นเลี้ยงมังกรไม่ได้ นี่คือความรู้ทั่วไปที่ผู้ฝึกตนรู้ แต่ท่านผู้ลึกลับที่ปราบปรามดวงตาแห่งทะเลเหนือได้อย่างสมบูรณ์นั้น เหนือกว่าพวกเขามากกว่า ‘มังกร’ เสียอีก ไม่ต้องพูดถึงตัวจริงของท่าน แค่วิญญาณต้นกำเนิดสองร่างขนาดล้านจั้ง ก็เพียงพอที่จะทำให้จิตใจของพวกเขาสั่นสะเทือนแล้ว
“เอาล่ะ เจ้าเกาะและรองเจ้าเกาะเคยบอกแล้วว่า อย่าพูดถึงท่านลับหลัง ผู้ใดฝ่าฝืนจะถูกลงโทษ”
ในเวลานี้ ผู้แข็งแกร่งระดับ 10 ที่มีสีหน้าเคร่งขรึมพูดด้วยเสียงต่ำ
“ข้าแค่พูดเฉยๆ ไม่ได้พูดถึงท่านในทางที่ไม่ดีสักหน่อย”
ผู้แข็งแกร่งระดับ 10 ร่างผอมรีบส่ายหัว “อีกอย่าง เจ้าเกาะและรองเจ้าเกาะไม่ให้พวกเราพูดถึง แปลว่าพวกเขาไม่พูดถึงท่านผู้ลึกลับผู้นั้นลับหลังงั้นหรือ?”
“ในเมื่อเจ้าเกาะและรองเจ้าเกาะห้ามไม่ให้พวกเราพูดถึง พวกเขาก็ต้องปฏิบัติตามอย่างแน่นอน”
ผู้แข็งแกร่งระดับ 10 ที่มีสีหน้าเคร่งขรึมพูดอย่างจริงจัง
“พวกเจ้าว่าท่านมีความแข็งแกร่งระดับใด? ระดับ 14 ? หรือระดับ 15 ?”
ภายในถ้ำระดับ A ของเกาะทะเลเหนือ เจ้าเกาะหนานหลานและรองเจ้าเกาะหลายคนก็มองไปยังทิศทางของดวงตาแห่งทะเลเหนือเช่นกัน รองเจ้าเกาะคนหนึ่งพูดขึ้น
ยิ่งระดับการบ่มเพาะสูงเท่าไหร่ ก็ยิ่งรู้สึกถึงความน่ากลัวของหลินหยวนมากขึ้นเท่านั้น พลังที่น่ากลัวที่เหนือกว่าขีดจำกัดของโลกนี้ ทำให้พวกเขาไม่มีแม้แต่ความคิดที่จะต่อต้าน
“ไม่รู้ ข้าแค่รู้สึกว่าท่านน่าจะเหนือกว่าระดับนั้นไปนานแล้ว ระดับที่ท่านอยู่ พวกเราไม่สามารถบรรยายหรืออธิบายได้”
รองเจ้าเกาะอีกคนหนึ่งพูดด้วยเสียงต่ำ
“ไม่แปลกใจที่ตอนนั้น ‘วิถีแห่งสวรรค์’ บอกให้พวกเราเชื่อฟังท่านอย่างไม่มีเงื่อนไข”
รองเจ้าเกาะคนที่สามมีสีหน้าครุ่นคิด
เจ้าเกาะหนานหลานมองไปยังดวงตาแห่งทะเลเหนือในระยะไกลอย่างสงบ กว่าร้อยปีที่ผ่านมานี้ เขาเป็นแบบนี้เกือบตลอดเวลา มองดูดวงตาแห่งทะเลเหนือค่อยๆ หายไป ความกังวลในใจของเจ้าเกาะหนานหลานก็ค่อยๆ ลดลง
“คนรุ่นหลังจากพวกเรา ลูกหลานในอนาคตก็ไม่ต้องเผชิญหน้ากับภัยคุกคามจากดวงตาแห่งทะเลเหนืออีกต่อไปแล้ว”
เจ้าเกาะหนานหลานยิ่งเคารพหลินหยวนมากขึ้น เกือบจะกราบไหว้บูชา
“แต่…” ในใจของเจ้าเกาะหนานหลานยังคงมีข้อสงสัยอยู่ “ในเมื่อดวงตาแห่งทะเลเหนือถูกผนึกอย่างสมบูรณ์แล้ว ทำไมพลังปราณของโลกยังคงไหลมารวมกันที่ทะเลเหนืออย่างต่อเนื่อง?”
เหนือดวงตาแห่งทะเลเหนือ หลินหยวนนั่งขัดสมาธิ
ตั้งแต่ดวงตาแห่งทะเลเหนือหดตัวลงจนมีขนาด 10,000 ลี้ เขาก็เก็บวิญญาณหยินและวิญญาณหยางกลับเข้าไปในร่างกาย เพราะดวงตาแห่งทะเลเหนือขนาดนี้ เขาคนเดียวก็สามารถปราบปรามได้
“สบายจริงๆ”
หลินหยวนมีสีหน้าค่อนข้างพึงพอใจ การที่เขาปราบปรามดวงตาแห่งทะเลเหนือ ไม่ใช่การปราบปรามอย่างสมบูรณ์ แต่เว้นช่องว่างเล็กน้อยไว้ เพื่อให้ดวงตาแห่งทะเลเหนือยังคงสามารถกลืนกินพลังปราณของโลกนี้ได้
เมื่อพลังปราณของโลกที่ไม่มีที่สิ้นสุดมาถึงที่นี่ ก็จะถูกหลินหยวน ‘สกัด’ ไปใช้ในการบ่มเพาะโดยตรง กล่าวคือ กว่า 120 ปีที่ผ่านมานี้ ดวงตาแห่งทะเลเหนือทำงานให้หลินหยวนอย่างสมบูรณ์ ไม่เพียงไม่ได้รับประโยชน์ใดๆ แต่ยังหดตัวเล็กลงอีกด้วย
“ระดับ 18”
หลินหยวนผ่อนลมหายใจเบาๆ ตอนนี้เขาได้ก้าวเข้าสู่ระดับ 18 แล้ว แน่นอนว่า ระดับ 18 คือการเรียกของโลกนี้ หากเป็นไปตามสหพันธ์มนุษย์จักรวาลอารยธรรมมนุษย์ของโลกหลัก ก็คือระดับ 5 ขั้น 12
“น่าเสียดาย การที่จะก้าวเข้าสู่ระดับ 6 ไม่ใช่เรื่องที่พลังปราณจะแก้ไขได้”
หลินหยวนคิดอย่างเงียบๆ ในใจ ในโลกหลัก การก้าวข้ามจากระดับ 5 ไประดับ 6 นั้น ยากกว่าการก้าวจากระดับ 1 ไประดับ 5 รวมกันเสียอีก
ระดับ 5 คือระดับจมทวีป ส่วนระดับ 6 คือระดับดาวตก ทั้งสองมีการเปลี่ยนแปลงเชิงคุณภาพ การที่จะก้าวข้ามไปไม่ใช่เรื่องง่าย เช่น จากระดับ 3 ระดับทำลายเมือง ไประดับ 5 ระดับจมทวีป ยังมีระดับ 4 เป็นช่วงเปลี่ยนผ่าน แต่จากระดับ 5 ไประดับ 6 นั้นไม่มี ต้องอาศัยผู้วิวัฒนาการเองในการก้าวข้าม
แม้ว่าหลินหยวนจะมีเส้นทางวิวัฒนาการมากมายเป็นข้อมูลอ้างอิง รวมถึงเส้นทางวิวัฒนาการที่เหนือกว่าระดับ 6 และแม้แต่เส้นทางวิวัฒนาการปรัชญาแห่งจักรวาลที่ลึกลับมากก็มี แต่การอ้างอิงเป็นเรื่องหนึ่ง การสร้างเส้นทางวิวัฒนาการวรยุทธ์บทระดับ 6 ต่อ ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
“พอแล้ว”
หลินหยวนเหลือบมองดวงตาแห่งทะเลเหนือเบื้องล่าง จริงๆ แล้ว ตั้งแต่สามสี่สิบปีก่อน หลินหยวนก็มีความสามารถที่จะผนึกดวงตาแห่งทะเลเหนืออย่างสมบูรณ์แล้ว แต่เพื่อที่จะเพลิดเพลินกับพลังปราณของโลกจำนวนมหาศาลที่ดวงตาแห่งทะเลเหนือกลืนกิน หลินหยวนจึงลากมาจนถึงตอนนี้
จิตสำนึกของโลกนี้ดูเหมือนจะรับรู้ได้ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ จิตสำนึกของโลกยังต้องพึ่งหลินหยวนในการแก้ไขดวงตาแห่งทะเลเหนือ ไม่สามารถทะเลาะกันในเวลานี้ได้
แต่ตอนนี้ หลินหยวนได้ไปถึงระดับ 5 ขั้น 12 แล้ว การบ่มเพาะต่อไปไม่เกี่ยวข้องกับพลังปราณภายนอกอีกแล้ว อีกทั้งระยะเวลาที่อนุญาตให้อยู่ในโลกนี้ก็เหลือเวลาอีกเพียง 10 กว่าปี ก็ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาอยู่ที่นี่อีก
“ผนึก”
เมื่อคิดถึงตรงนี้ หลินหยวนก็มองลงไปที่ดวงตาแห่งทะเลเหนือขนาด 100 ลี้เบื้องล่าง
วู๊ง! ภายใต้การปราบปรามที่น่ากลัว ก็ไหลทะลักลงมาอีกครั้ง ดวงตาแห่งทะเลเหนือขนาด 100 ลี้ก็เริ่มหดตัวลงอีกครั้ง 90 ลี้… 80 ลี้… 70 ลี้…
เมื่อดวงตาแห่งทะเลเหนือหดตัวลงจนเหลือ 10 ลี้ จิตสำนึกที่น่ากลัวก็ทะลุผ่านดวงตาแห่งทะเลเหนือ มาถึงข้างหูของหลินหยวน
“หยุด”
คลื่นจิตที่จิตสำนึกที่น่ากลัวนี้ปล่อยออกมา ทำให้หลินหยวนเข้าใจความหมายโดยสัญชาตญาณ
“หยุด?” หลินหยวนยิ้มเล็กน้อย ไม่ใส่ใจ
หลายปีที่ผ่านมานี้ เขาคาดเดาได้นานแล้วว่า เบื้องหลังดวงตาแห่งทะเลเหนือมีผู้ทรงพลังอยู่ เพราะเมื่อเขาสังเกตดวงตาแห่งทะเลเหนืออย่างละเอียด ด้วยความเข้าใจท้าทายสวรรค์ เขาสามารถเข้าใจวิชา ‘ประเภทกลืนกิน’ ได้เป็นครั้งคราว
วิชาประเภทกลืนกินเหล่านี้เทียบไม่ได้กับเส้นทางวิวัฒนาการ ‘กลืนกินสวรรค์’ แต่เห็นได้ชัดว่าเป็นวิชาเฉพาะตัวของผู้ทรงพลังบางคน เดิมทีหลินหยวนคิดว่า ผู้ที่อยู่เบื้องหลังดวงตาแห่งทะเลเหนือจะไม่พูดอะไร จนกระทั่งถูกผนึกอย่างสมบูรณ์ แต่ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะทนไม่ไหวในที่สุด
“แค่เจ้าหยุด ทุกอย่างคุยกันได้” จิตสำนึกที่น่ากลัวนั้นค่อนข้างกระวนกระวาย “เราสามารถทำข้อตกลงกันได้”
หลินหยวนไม่ได้หยุด ยังคงผนึกต่อไป ดวงตาแห่งทะเลเหนือยังคงหดตัวลงอย่างต่อเนื่อง
พูดให้ชัดคือ หลินหยวนไม่สนใจข้อตกลงที่ความต่างชั้นของทั้งสองฝ่ายมากเกินไป ผู้ที่อยู่เบื้องหลังดวงตาแห่งทะเลเหนือ อย่างน้อยก็เป็นผู้แข็งแกร่งที่เหนือกว่าระดับ 6 การทำข้อตกลงกับสิ่งมีชีวิตระดับนี้ ไม่ต่างจากการเสี่ยงอันตรายกับเสือ ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะถูกอีกฝ่ายเล่นงาน
ที่หลินหยวนทำข้อตกลงกับจิตสำนึกของโลกนี้ เป็นเพราะจิตสำนึกของโลกไม่ใช่สิ่งมีชีวิต ไม่มีความสุข ความโกรธ ความเศร้า ไม่มีความรู้สึกส่วนตัว และหลินหยวนก็มีวิธีรับมือกับจิตสำนึกของโลก อย่างมากก็แค่ทำลายโลกนี้ ทุกคนก็ไม่ได้ประโยชน์อะไร
แต่ผู้ที่อยู่เบื้องหลังดวงตาแห่งทะเลเหนือ? หลินหยวนคิดว่าตัวเองไม่มีวิธีควบคุมอีกฝ่าย แทนที่จะกังวล ก็ไม่ติดต่อเลยจะดีกว่า
วื๊บ! ดวงตาแห่งทะเลเหนือยังคงหดตัวลง 5 ลี้… 3 ลี้… 1 ลี้…
ในที่สุด จิตสำนึกที่น่ากลัวที่ทะลุผ่านมาจากส่วนลึกของดวงตาแห่งทะเลเหนือก็เริ่มสาปแช่ง วูบ! การโจมตีทางวิญญาณที่มองไม่เห็นเริ่มแทรกซึมเข้าสู่วิญญาณต้นกำเนิดของหลินหยวนอย่างรวดเร็ว
แต่น่าเสียดาย วิญญาณหยินและวิญญาณหยางของหลินหยวนรวมกันเป็นหนึ่ง กลายเป็นวิญญาณต้นกำเนิดไท่จี๋ มั่นคงอย่างยิ่ง บวกกับวิชาป้องกันทางวิญญาณ ‘เจดีย์วิญญาณ’ เมื่อเผชิญหน้ากับการโจมตีทางวิญญาณที่มาจากส่วนลึกของดวงตาแห่งทะเลเหนือ ซึ่งพลังถูกทำให้อ่อนลงไปมาก ก็ย่อมไม่เกรงกลัว
ในที่สุด หลายวันต่อมา ดวงตาแห่งทะเลเหนือกลายเป็นจุดเล็กๆ ที่เล็กกว่าเส้นผม จากนั้นหลินหยวนก็คิด จุดเล็กๆ นั้นก็ตกลงมาในมือของเขา ดวงตาแห่งทะเลเหนือขนาดนี้ ไม่เป็นภัยคุกคามใดๆ อีกต่อไป แม้แต่การกลืนกินพลังปราณของโลกก็ยังทำไม่ได้
วูบ! ร่างของหลินหยวนหายไป ปรากฏตัวขึ้นเหนือเกาะทะเลเหนือ
ในเวลานี้ เจ้าเกาะหนานหลาน รองเจ้าเกาะ 5 คน และเหล่าผู้แข็งแกร่งระดับ 10 ต่างรออยู่ที่เดิมแล้ว เมื่อดวงตาแห่งทะเลเหนือหดตัวลงจนเหลือ 10 ลี้ เจ้าเกาะหนานหลานและคนอื่นๆ ก็ตระหนักได้ว่า ภัยคุกคามที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่ปราบปรามเหล่าผู้แข็งแกร่งของโลกนี้อาจจะกลายเป็นอดีตไปแล้ว จึงนำทุกคนมารออยู่ที่นี่ตั้งแต่เนิ่นๆ เพราะเมื่อดวงตาแห่งทะเลเหนือได้รับการแก้ไขอย่างสมบูรณ์ ท่านผู้ลึกลับผู้นั้นก็จะปรากฏตัวขึ้นอย่างแน่นอน
“พวกเจ้าอาศัยอยู่ที่นี่มานานหลายพันปี หลายหมื่นปี” หลินหยวนมองไปยังเจ้าเกาะหนานหลานและเหล่าผู้แข็งแกร่ง (ซึ่งหมายถึงรุ่นสู่รุ่น) “แต่ ต่อไปนี้ทุกคนต้องอยู่ที่นี่ต่อไปอีก 500 ปีก่อน จึงจะสามารถไปยังโลก 5 เขตได้”
ในโลก 5 เขตปัจจุบัน พลังมารที่หลินหยวนทิ้งไว้ก็เพียงพอที่จะปราบปรามทุกสิ่ง แต่ถ้าหากผู้แข็งแกร่งบนเกาะทะเลเหนือแห่กันเข้าไปในโลก 5 เขต ก็ไม่แน่ ผู้แข็งแกร่งระดับ 10 หลายสิบคน ผู้แข็งแกร่งระดับ 11 6 คน สามารถเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ในโลก 5 เขตได้อย่างสิ้นเชิง
ดังนั้นหลินหยวนจึงกำหนดเวลา 500 ปี ให้ทุกคน เมื่อมีช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านนี้ หากไม่มีดวงตาแห่งทะเลเหนือกลืนกิน พลังปราณของโลกในโลก 5 เขตก็จะฟื้นตัว อีก 500 ปีข้างหน้าก็มีความเป็นไปได้ที่จะมีผู้แข็งแกร่งระดับ 10 หรือแม้แต่ผู้แข็งแกร่งระดับ 11 เกิดขึ้น
“ขอรับ” เจ้าเกาะหนานหลานและเหล่าผู้แข็งแกร่งตอบตกลงโดยไม่ลังเล พวกเขารอมานานหลายพันปี หลายหมื่นปีแล้ว อีกแค่ 500 ปีก็ไม่ใช่ปัญหา
“ในเมื่อเป็นเช่นนั้น…” หลินหยวนโบกมือ จุดแสงหลายจุดก็บินออกมา ตกลงที่หน้าผากของผู้แข็งแกร่งแต่ละคน จุดแสงนี้คือสิ่งที่หลินหยวนสร้างขึ้นโดยใช้ออร่าของเกาะทะเลเหนือ บวกกับพลังของเขาเอง หากมีใครออกจากพื้นที่เกาะทะเลเหนือ จุดแสงก็จะระเบิดตัวเอง
“จำไว้ อีก 500 ปีจึงจะสามารถไปยังโลก 5 เขตได้” หลินหยวนพูดอีกครั้ง ร่างก็หายไปต่อหน้าทุกคน
โลก 5 เขต จักรวรรดิต้าเซี่ย
120 ปีผ่านไป หนวนซู่และเหล่าราชันมาร ปกครองโลก 5 เขตตามคำสั่งของหลินหยวนอย่างเป็นระบบ และสร้างจักรวรรดิขนาดใหญ่ขึ้นมา ตั้งชื่อว่าจักรวรรดิ ‘ต้าเซี่ย’ (คำว่า ‘เซี่ย’ มาจากตัวอักษร ‘เซี่ย’ ในนามสกุลของเซียโหวหยวน)
จักรวรรดิต้าเซี่ยไม่มีจักรพรรดิ มีเพียงเสนาบดีผู้ช่วยเหลือประเทศ 12 คน คือลูกน้องของจอมมารเซียโหวหยวน โดยมีหนวนซู่เป็นผู้นำ
“ความเข้มข้นของพลังปราณของโลกเพิ่มขึ้นอีกแล้ว?” หนวนซู่เดินไปที่หน้าต่าง พึมพำกับตัวเอง เธอที่ก้าวเข้าสู่ระดับ 9 รับรู้ได้ว่าพลังปราณของโลกในโลก 5 เขตกำลังเข้มข้นขึ้นอย่างช้าๆ
“ต่อไปนี้พลังปราณของโลกจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งอีกห้าสิบปีข้างหน้า จะฟื้นตัวกลับสู่สภาพแวดล้อมเมื่อหลายแสนปีก่อน” ในเวลานี้ เสียงทุ้มต่ำก็ดังขึ้นอย่างกะทันหัน ทำให้หนวนซู่ตกใจ เมื่อหันกลับไปเห็นเจ้าของเสียง นำตาก็เริ่มคลอเบ้า
“ท่านจอมมาร” หนวนซู่คุกเข่าลงทันที พูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
“ลุกขึ้นเถอะ” หลินหยวนส่ายหัว “ป้ายสิบอันนี้ มีพลังที่ข้าทิ้งไว้”
ป้ายไม้สิบอันลอยอยู่ตรงหน้าหนวนซู่ “ในอนาคต หากเผชิญกับสถานการณ์ที่ไม่สามารถแก้ไขได้ สามารถบดขยี่ป้ายหนึ่งอันได้ เมื่อถึงเวลานั้น พลังในป้ายจะทำให้เจ้ามีพลังระดับ 13 ชั่วคราว” นี่คือไพ่ตายที่หลินหยวนทิ้งไว้ให้จักรวรรดิต้าเซี่ย แม้ว่าจะผ่านไปอีกหมื่นปี แสนปี พลังระดับ 13 ก็สามารถกวาดล้างทุกสิ่งได้
“ค่ะ” หนวนซู่ลังเลอยู่บ้าง อดไม่ได้ที่จะถาม “ท่านจอมมาร ท่านจะจากพวกเราไปแล้วหรือ?”
“บนโลกนี้ มีที่ใดที่ไร้การจากลา?” หลินหยวนส่ายหัว เป็นการยอมรับโดยปริยาย
“ถ้าอย่างนั้นท่านจอมมารจะไปที่ใด?” หนวนซู่รวบรวมความกล้าถาม
“ไปที่ใด? มาจากที่ใด ก็กลับไปที่นั่น” ร่างของหลินหยวนหายไป เหลือเพียงหนวนซู่ที่ยังคงคุกเข่าอยู่บนพื้นด้วยสีหน้าสับสน
เขตใต้ ในป่าลึกแห่งหนึ่ง
ร่างของหลินหยวนปรากฏขึ้น เขาเหลือบมองพบว่าในหมู่บ้านบนภูเขาที่อยู่ไกลออกไป เซียวหั่ว เฉินหลาง หยางปี้ซิน ปลอมตัวเป็นคนธรรมดา เล่นกับเด็กๆ อยู่ที่นั่น
“บุตรแห่งโชคชะตางั้นหรือ?” หลินหยวนถอนหายใจ หากไม่มีเขา ทั้งสามคนคงจะเป็นบุคคลที่โดดเด่นที่สุดในโลก 5 เขต เพราะได้รับความสำคัญจากจิตสำนึกของโลก แต่ตอนนี้พวกเขาถูกหลินหยวนเล่นงานจนจิตใจบอบช้ำ จึงหนีมาอยู่ที่หมู่บ้านที่ห่างไกล
เขตตะวันตก ในทะเลทรายแห่งหนึ่ง
หลินหยวนนั่งขัดสมาธิบนพื้นทราย “ต้องไปแล้ว” ตอนนี้เหลือเวลาอีกไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก่อนที่เขาจะต้องจากไป
“วรยุทธ์” การรับรู้ของหลินหยวนขยายออกไปอย่างไร้ขอบเขต รู้สึกถึงพลังปราณที่แผ่ออกมาจากผู้ฝึกฝนวรยุทธ์ในโลก 5 เขตอย่างเลือนราง
“หากวันใดวันหนึ่ง ระบบการบ่มเพาะวรยุทธ์หายไปจากโลกนี้ เมื่อนั้น จะมีดวงตาแห่งทะเลเหนือดวงที่สองปรากฏขึ้น”
หลินหยวนคิด ‘ดวงตาแห่งทะเลเหนือ’ ขนาดเล็กเท่าเส้นผมก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า จากนั้นเขาก็กลืนลงไป แล้วเริ่มจมลงไปในทะเลทราย จมลงไปเรื่อยๆ ไม่มีที่สิ้นสุด
ในขณะเดียวกัน อีกด้านหนึ่งของทะเลทราย พลังปราณของโลกรวมตัวกันก่อตัวเป็นร่างหนึ่ง ร่างนี้มีดวงตาสีทองบริสุทธิ์ สูงส่ง เย็นชาไร้ความรู้สึก ตัวตนนี้มองไปยังตำแหน่งที่หลินหยวนจมลงไป ร่างก็กลายเป็นพลังปราณของโลก หายไปจากทะเลทราย….