สวรรค์บันดาล: ข้าพเจ้าสร้างวิถี - บทที่ 182 ทรัพย์สินเพิ่มพูน
สำหรับผู้วิวัฒนาการระดับ 7 ที่ต้องการเลื่อนขั้นเป็นระดับ 8 ‘วิธีสร้างโลก’ มีความสำคัญอย่างยิ่ง
การสร้างโลกภายในร่างกายเป็นหนึ่งในเงื่อนไขเบื้องต้นในการก้าวสู่ระดับ 8
โลกภายในร่างกายที่นี้ ไม่ใช่พื้นที่ขนาดเล็กแบบนั้น แต่เป็นโลกที่แท้จริง ที่สามารถให้ชีวิตสืบพันธุ์และสืบทอดได้
ต้องรูว่า ร่างกายของผู้วิวัฒนาการมนุษย์เทียบกับสิ่งมีชีวิตพิเศษในห้วงลึกของจักรวาลที่เทียบเท่ากับดวงดาวนั้น อ่อนแอเกินไป
ตัวอย่างเช่น วาฬแดงทะเลดาว เมื่อโตเต็มวัยจะเป็นระดับ 6 สามารถกินดวงดาวเป็นอาหารได้
ผู้วิวัฒนาการระดับ 6 ของมนุษย์ ต่อหน้าวาฬแดงทะเลดาวที่โตเต็มวัย ก็เป็นอาหารอันโอชะเช่นกัน หากไม่หนีก็คือตาย
นี่คือความแตกต่างอย่างมากที่เกิดจากปัจจัยต่างๆ เช่น ร่างกาย สายเลือด เผ่าพันธุ์ ภายใต้เงื่อนไขระดับเดียวกัน สิ่งมีชีวิตพิเศษเหล่านั้นแทบจะไร้เทียมทาน
แต่เมื่อถึงระดับ 8 ความแตกต่างระหว่างผู้วิวัฒนาการมนุษย์กับสิ่งมีชีวิตพิเศษเหล่านั้นก็ลดลงอย่างรวดเร็ว หรือแม้กระทั่งได้เปรียบ
สาเหตุพื้นฐานคือโลกภายในร่างกายที่สร้างขึ้นโดย ‘วิธีสร้างโลก’
มีโลกคอยสนับสนุน แม้ว่าโลกนี้จะไม่ใหญ่ แต่พลังของโลกที่สมบูรณ์ก็ยังคงทำให้พลังพื้นฐานของผู้วิวัฒนาการมนุษย์อยู่ในระดับที่น่าสะพรึงกลัว
และหากต้องการสร้างโลก ต้องการสร้างโลกภายในร่างกาย อย่างน้อยต้องถึงจุดสูงสุดของระดับ 7 ถึงจะมีโอกาสลอง และเมื่อถึงระดับ 8 ถึงจะสมบูรณ์ได้
อย่างไรก็ตาม
นักวิชาการไท่เอ๋อเห็นความเป็นไปได้ของการ ‘สร้างโลก’ ของผู้วิวัฒนาการระดับ 7 จากข้อมูลที่หลินหยวนส่งให้เขา
นี่มัน… ด้วยสายตาของนักวิชาการไท่เอ๋อ แน่นอนว่าเขาสามารถมองเห็นได้ว่าในทฤษฎีที่หลินหยวนให้มานั้น มีเงื่อนไขจำกัดมากมาย
เช่น ต้องเข้าใจแบบจำลองมิติพื้นฐานทั้งหมดในระดับ 6 หรือ เส้นทางที่ตนเองควบคุมต้องสมบูรณ์แบบเพียงพอ เป็นต้น
วิธีนี้ย่อมไม่สามารถเผยแพร่ได้ เพราะผู้วิวัฒนาการทั่วไปส่วนใหญ่ไม่มีความเข้าใจนี้ มีเพียงอัจฉริยะชั้นนำของมนุษย์เท่านั้นที่มีโอกาสลองในทิศทางนี้
แต่อย่างไรก็ตาม ทฤษฎีที่หลินหยวนกล่าวถึง เทียบกับแนวคิดและความคิดต่างๆ ที่นักวิชาการวิวัฒนาการของมนุษย์ในอดีตเสนอเกี่ยวกับการสร้างโลกภายในร่างกายก่อนระดับ 8 นั้น มีความเป็นไปได้ที่จะสำเร็จ
นักวิชาการวิวัฒนาการในอดีตได้ศึกษาการสร้างโลกภายในร่างกายก่อนระดับ 8 จริงๆ
แต่มีเงื่อนไขจำกัดมากกว่า และต้องอาศัยสิ่งล้ำค่าของจักรวาลมากมาย
เช่น วิธีการสร้างโลกภายในร่างกายในระดับ 7 คือการกิน ‘ผลโลก’ แล้วใช้กลวิธีพิเศษในการกลั่น
แต่ผลโลก… ล้ำค่าขนาดไหน? ใช้กับผู้วิวัฒนาการระดับ 7 เพื่อสร้างโลกภายในร่างกาย? สิ้นเปลืองเกินไป
“นักวิชาการวิวัฒนาการท่านใด?”
ดาวเคราะห์หลักชิคุน หลินหยวนนั่งขัดสมาธิ
มองดูข้อมูลที่ผู้ก่อตั้ง ‘ไท่เอ๋อ’ ตอบกลับมา ครู่หนึ่งก็รู้สึกงุนงง
นักวิชาการวิวัฒนาการ… หลินหยวนรู้ว่านี่คือทรัพย์สินของอารยธรรมมนุษย์ทั้งหมด
แต่การที่จะเป็นนักวิชาการวิวัฒนาการ ความแข็งแกร่งเป็นเรื่องรอง สิ่งสำคัญคือต้องสร้างระบบวิวัฒนาการระดับ 8 ที่มั่นคง สมบูรณ์ และใหม่เอี่ยม
เขตดาวฤกษ์ชิคุนมีนักวิชาการวิวัฒนาการเกิดขึ้นเพียง 3 คน ในช่วงหลายล้านปี
และนักวิชาการวิวัฒนาการทั้ง 3 นี้ได้เดินทางไปยังเขตดาวฤกษ์กลางของอารยธรรมมนุษย์ตั้งแต่เนิ่นๆ
“เป็นเพราะแนวคิดที่เราพูดถึง?”
หลินหยวนคิดในใจ แนวคิดบางส่วนของบทที่ 7 ของเส้นทางวิวัฒนาการวรยุทธ์ที่เขาพูดถึงกับผู้ก่อตั้ง ‘ไท่เอ๋อ’ เกี่ยวข้องกับความคิดในการสร้างโลกขนาดเล็กโดยใช้ไท่จี๋และมิติ
แต่ความคิดนี้เหมาะกับหลินหยวนเท่านั้น จนถึงตอนนี้มีเพียงหลินหยวนเท่านั้นที่ทำได้
ไม่ต้องพูดถึงอย่างอื่น แค่การเข้าใจแบบจำลองมิติพื้นฐานทั้งหมดในระดับ 6 ก็เพียงพอที่จะหยุดผู้วิวัฒนาการเกือบทั้งหมดแล้ว
แน่นอน ในความคิดของหลินหยวน บทที่ 7 ของเส้นทางวิวัฒนาการวรยุทธ์มีทิศทางการเรียนรู้มากมาย
การเข้าใจกฎแห่งมิติเป็นเพียงวิธีหนึ่ง
ผู้วิวัฒนาการที่ฝึกฝนเส้นทางวรยุทธ์คนอื่นๆ เมื่อถึงจุดสูงสุดของระดับ 6 หากไม่สามารถเข้าใจกฎแห่งมิติได้ ก็สามารถเข้าใจกฎที่ตนเองถนัดได้
เพียงแต่หากไม่มีกฎแห่งมิติ ก็ไม่สามารถสร้างโลกภายในร่างกายในระดับ 7 ได้
นี่เป็นทางเลือกจริงๆ หลินหยวนจะไม่เน้นย้ำในบทที่ 7 ว่าการเข้าใจแบบจำลองมิติพื้นฐานสามารถ ‘สร้างโลก’ ล่วงหน้าได้
สิ่งนี้จะทำให้ผู้วิวัฒนาการนักรบคนอื่นๆ บังคับให้เข้าใจกฎแห่งมิติในระดับ 6 เพื่อแสวงหาการ ‘สร้างโลก’
“ผมไม่ใช่นักวิชาการวิวัฒนาการครับ” หลินหยวนตอบ
ปัจจุบัน เส้นทางวิวัฒนาการวรยุทธ์ยังไม่ได้สร้างบทที่ 7 เลย ไม่ต้องพูดถึงการสร้างบทที่ 8
“ไม่ใช่นักวิชาการวิวัฒนาการ?”
นักวิชาการไท่เอ๋อขมวดคิ้ว เขาก็รู้สึกว่าหลินหยวนไม่ใช่มานักวิชาการวิวัฒนาการเช่นกัน ตอนที่คุยกันก่อนหน้านี้ก็รู้สึกได้
แต่ทว่า
หากไม่ใช่นักวิชาการวิวัฒนาการ ท่านก็ค้นพบแนวคิดในการสร้างโลกภายในร่างกายในระดับ 7?
ไม่ใช่ว่านักวิชาการไท่เอ๋อดูถูกผู้วิวัฒนาการที่ต่ำกว่า นักวิชาการวิวัฒนาการ
แต่หากไม่ใช่นักวิชาการ พลังจิตวิญญาณ พลังคำนวณ และวิธีการอื่นๆ จะไม่แข็งแกร่ง จะอนุมานแนวคิดแบบนี้ออกมาได้อย่างไร
“หรือว่าจะมิอัจฉริยะแบบนี้อยู่บนโลกจริงๆ”
นักวิชาการไท่เอ๋อรู้สึกเบื่อหน่ายในทันที นับตั้งแต่ก้าวเข้าสู่เส้นทางวิวัฒนาการ เขาก็เป็นอัจฉริยะในหมู่ผู้วิวัฒนาการนับไม่ถ้วน
การสนับสนุนจากชนชั้นสูงของอารยธรรมมนุษย์ ความโปรดปรานจากเทพธิดาทั้งสาม ทำให้นักวิชาการไท่เอ๋อมั่นใจมาก
แต่หลังจากเห็นหลินหยวน นักวิชาการไท่เอ๋อกลับรู้สึกว่าตัวเอง ‘แก่’ แล้ว
ดาวเคราะห์หลักชิคุน หลินหยวนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง
“หรือว่าผู้ก่อตั้ง ‘ไท่เอ๋อ’ คนนี้จะเป็นนักวิชาการวิวัฒนาการ?”
หลินหยวนเดาในใจ จำนวนนักวิชาการวิวัฒนาการนั้นหายากมาก น้อยกว่าผู้วิวัฒนาการระดับ 8 มาก
แม้ว่าในแวดวงผู้ก่อตั้งโลกเสมือนจริง ล้วนเป็นผู้ก่อตั้งของเส้นทางวิวัฒนาการบางอย่าง
แต่จะมีผู้ก่อตั้งกี่คนที่สามารถสร้างเส้นทางวิวัฒนาการระดับ 8 ได้ในท้ายที่สุด?
สิ่งนี้ยากกว่าการฝึกฝนจนถึงระดับ 8 เป็นร้อยเป็นพันเท่า
“กฎแห่งมิติ…” หลินหยวนศึกษาต่อเกี่ยวกับกฎแห่งมิติ
ต้องบอกว่าความผันผวนของมิติในสมรภูมิต่างเผ่าพันธุ์ ทำให้ความยากในการเข้าใจกฎแห่งมิติของหลินหยวนลดลงอย่างมาก
พูดง่ายๆ คือ
หากอยู่บนดาวเคราะห์หลักชิคุน การเข้าใจกฎแห่งมิติของหลินหยวนก็เหมือนกับการมองเห็นสิ่งต่างๆ ด้วยสายตาสั้น 800
แต่ในสมรภูมิต่างเผ่าพันธุ์ ระดับสายตาของหลินหยวนลดลงเหลือ 700 600
มองเห็นได้ชัดเจนขึ้นด้วยตาเปล่า
“หืม?” “จิตวิญญาณหยางกลับมาที่เขตดาวฤกษ์ชิคุนแล้ว?”
หลินหยวนขยับตัวเล็กน้อย มองไปทางหนึ่ง
ไม่ว่าจะเป็นจิตวิญญาณหยินหรือจิตวิญญาณหยาง ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของจิตวิญญาณต้นกำเนิดของหลินหยวน แม้จะอยู่ห่างไกลแค่ไหนก็สามารถรับรู้ตำแหน่งของกันและกันได้
“จิตวิญญาณหยินก็เข้าไปในสมรภูมิต่างเผ่าพันธุ์แล้ว”
หลินหยวนพยักหน้าเล็กน้อย เพื่อหลีกเลี่ยงการเสียเวลาในการเข้าใจกฎแห่งมิติ
ก่อนที่จิตวิญญาณหยางจะนำมรดกของผู้วิวัฒนาการระดับ 8 โอวหยิน กลับมา
หลินหยวนก็ให้จิตวิญญาณหยินไปที่สมรภูมิต่างเผ่าพันธุ์แล้ว
ด้วยวิธีนี้ แม้ว่าจะยังเสียเวลาไปบ้าง แต่ก็ดีกว่าให้จิตวิญญาณหยางเดินทางไปกลับ
ยังไงก็ตำตาม จิตวิญญาณหยิน จิตวิญญาณหยาง และร่างจริง ต่างก็มีสติร่วมกัน ไม่ว่าใครจะอยู่ในสมรภูมิต่างเผ่าพันธุ์ หลินหยวนก็สามารถซิงโครไนซ์มุมมองได้ ไม่มีอะไรแตกต่าง
ฝึกฝนเสร็จ หลินหยวนเชื่อมต่อกับโลกเสมือนจริง มาที่โลกเสมือนจริงของดาวเคราะห์ซางหลาน
“เสี่ยวหยวน” ลู่ฉง แม่ของหลินหยวน เห็นหลินหยวนก็ยิ้มทักทายทันที
“ครับแม่” หลินหยวนพยักหน้า
หลินโส่วเฉิง พ่อของหลินหยวนก็นั่งอยู่ข้างๆ พูดคุยกันเป็นครั้งคราว
“ไม่คิดจะมาดาวเคราะห์หลักจริงๆ เหรอครับ?” หลินหยวนถามย้ำอีกครั้ง
นับตั้งแต่หลินหยวนเปิดเผยตัวตนและเป็นศิษย์คนที่สิบสามแห่งสายเลือดชิคุน เขาถามพ่อกับแม่ว่าอยากจะย้ายมาดาวเคราะห์หลักชิคุนหรือไม่
เพราะไม่ว่าจะมองจากมุมไหน ดาวเคราะห์หลักชิคุนก็เหนือกว่าดาวเคราะห์ซางหลาน
หนึ่งคือดาวเคราะห์สิ่งมีชีวิตระดับกลางทั่วไป อีกหนึ่งคือดาวเคราะห์หลักที่เจริญรุ่งเรืองที่สุดในเขตดาวฤกษ์ ทั้งสองไม่มีอะไรเทียบกันได้เลย
และหากพ่อแม่ย้ายไปดาวเคราะห์หลักชิคุน ก็ไม่ต้องเริ่มต้นใหม่ ไม่ต้องเจอกับสถานการณ์ที่เป็นคนสถานะสูงบนดาวเคราะห์ซางหลาน แต่สถานะกลับตกลงมาเมื่อไปดาวเคราะห์หลัก
เพียงแค่ตัวตนของพ่อกับแม่ในฐานะศิษย์คนที่สิบสาม หลินโส่วเฉิงและลู่ฉง แม้จะอยู่บนดาวเคราะห์หลักชิคุน ก็ยังคงมีสถานะสูง แม้แต่ดาวตกระดับ 6 ก็ยังต้องปฏิบัติต่อพวกเขาด้วยความเคารพ
“เสี่ยวหยวน” “ไม่เอาดีกว่า”
“พวกเราสองคนอยู่บนดาวเคราะห์ซางหลานมาตั้งแต่เด็กจนโต เคยชินแล้ว” หลินโส่วเฉิงยิ้ม
“แม้ว่าดาวเคราะห์ซางหลานจะล้าหลัง แต่ก็เป็นดาวเคราะห์บ้านเกิดของเรา ตอนนี้สามารถอยู่ในคฤหาสน์ระดับสูงสุดของทวีปกลาง พ่อกับแม่ก็พอใจแล้ว”
“ใช่แล้ว เสี่ยวหยวน ลูกไปทำธุระของลูกเถอะ อย่าเสียเวลาเพราะพวกเราเลย” ลู่ฉงพูดเสริม
เมื่อหลินหยวนได้ยิน ก็นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ไม่ได้บังคับ พ่อและแม่ของเขาเป็นคนที่ชอบความสงบสุข
ดาวเคราะห์ซางหลานมีทุกอย่างที่พวกเขาคุ้นเคย ดวงอาทิตย์หนึ่งดวง ดาวเคราะห์สิบสองดวง พวกเขาเคยชินแล้ว
“ก็ได้ครับ” “ถ้าพ่อกับแม่มีอะไร ก็ไปบอกโหวหมิงก็แล้วกันนะครับ”
หลินหยวนคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูด โหวหมิงคือหัวหน้าหน่วยคุ้มกันของหลินหยวน ดาวตกระดับ 6 เมื่อหลินหยวนไปดาวเคราะห์หลักชิคุน เขาได้ทิ้งโหวหมิงไว้โดยเฉพาะ
นอกจากนี้ หน่วยคุ้มกันของประธานสมาคมเฉินซีก็กำลังคุ้มครองพ่อกับแม่ของเขาเช่นกัน
บอกได้ว่า กำลังคุ้มกันความปลอดภัยของพ่อและแม่ในปัจจุบันนั้นเพียงพอ แม้แต่ผู้ว่าการดาวเคราะห์ซางหลานก็เทียบไม่ได้
“เสี่ยวหยวน ลูกก็อย่ากังวลเกินไป ยังไงก็มีโลกเสมือนจริงอยู่ ถ้าพวกเราอยากเจอลูก ก็เจอได้ตลอดเวลา” ลู่ฉงพูดต่อ
“จริงด้วยครับ” หลินโส่วเฉิงพยักหน้า
ด้วยโลกเสมือนจริง หลายสิ่งหลายอย่างก็กลายเป็นเรื่องง่าย แม้จะอยู่ห่างกันหลายสิบเขตดาว หากต้องการพบกันก็ไม่ใช่เรื่องยาก
หลังจากคุยกับพ่อแม่อีกสักพัก หลินหยวนก็ออกจากโลกเสมือนจริง
“กลับมาแล้ว” หลินหยวนเดินออกจากห้องโถงใหญ่ ในเวลานี้ ยานอวกาศสีดำกำลังร่อนลงอย่างช้าๆ
วู่ม พลังสุริยะหลายสาย ปรากฏขึ้นอย่างเงียบๆ แล้วรวมเข้ากับร่างกายของหลินหยวน
นั่นคือจิตวิญญาณหยางสุริยะของหลินหยวน การส่งจิตวิญญาณหยางสุริยะไปยังสมรภูมิต่างเผ่าพันธุ์ในครั้งนี้
ผลประโยชน์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดไม่ใช่การพัฒนาความเข้าใจในแบบจำลองมิติ แต่เป็นการได้รับมรดกทั้งหมดของผู้วิวัฒนาการระดับ 8
กลับไปที่ห้องโถงใหญ่ หลินหยวนคิดเล็กน้อย กำไลสีเงินขาวปรากฏขึ้น
กำไลสีเงินขาววงนี้มีรูปทรงโบราณ แตกต่างจากความงามของอุปกรณ์มิติของอารยธรรมมนุษย์ในปัจจุบัน เป็นกำไลมิติของผู้วิวัฒนาการระดับ 8 โอวหยิน
“แม้ว่าเราจะเป็นศิษย์คนที่สิบสามของสายเลือดชิคุน มีฐานะสูงส่ง แต่ก็มีทรัพย์สินไม่มาก” “ตอนนี้ ถือว่าถูกเติมเต็มแล้ว”
หลินหยวนรู้สึกยินดี แม้จะเป็นศิษย์ของเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ชิคุน ก็ไม่สามารถได้รับสมบัติและทรัพย์สินจำนวนมากได้ อย่างมากก็แค่มีสิ่งของป้องกันตัวเท่านั้น
ก่อนหน้านี้ เฮยี่ว์ม่อตั้งใจจะใช้สมบัติล้ำค่าบางอย่างมาล่อหลินหยวนให้ออกมาพบ เพราะมั่นใจว่าศิษย์คนที่สิบสามคนนี้น่าจะขาดแคลนสมบัติ
นี่เป็นเรื่องปกติ ผู้วิวัฒนาการส่วนใหญ่ หากต้องการได้รับทรัพย์สินจำนวนมาก ต้องสะสมมาเป็นเวลานาน
ส่วนรายได้จากการแบ่งปันเส้นทางวิวัฒนาการวรยุทธ์ที่หลินหยวนสร้างขึ้น ตอนนี้ผ่านไปนานแค่ไหน? รายได้ประเภทนี้มีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ไม่ได้รวยขึ้นในชั่วข้ามคืน
“กำไลมิตินี้เป็นสมบัติที่หายาก” หลินหยวนสังเกตกำไลสีเงินขาวอย่างละเอียด แสดงความชื่นชมออกมา
แม้แต่อุปกรณ์เก็บของมิติก็แบ่งออกเป็นหลายระดับ อุปกรณ์เก็บของมิติบำงอย่างมีพื้นที่ภายในเล็กมาก แม้แต่สิ่งมีชีวิตก็ไม่สามารถใส่เข้าไปได้
แต่อุปกรณ์เก็บของมิติบำงอย่างมีพื้นที่ภายในที่กว้างใหญ่ และมิตินั้นเสถียรมาก ไม่เกิดความผันผวนได้ง่าย
และกำไลสีเงินขาววงนี้เห็นได้ชัดว่าเป็นอย่างหลัง
“ชุดเกราะระดับ 8…” หลินหยวนกลั่นกำไลสีเงินขาวอย่างรวดเร็ว หยิบชุดเกราะสีเขียวอมฟ้าออกมา
ชุดเกราะนี้มีขนาดเกือบหนึ่งเมตร มีลวดลายลึกลับสลักอยู่บนพื้นผิว หลังจากที่หลินหยวนหยิบมันออกมา มันก็ลอยอยู่ในอากาศ แผ่ออร่าที่หนักแน่นออกมาอย่างเลือนลาง
“ชุดเกราะป้องกันระดับ 8 นี่คือสิ่งของป้องกันตัว…” หลินหยวนยิ้ม
การสวมชุดเกราะระดับ 8 นี้สามารถต้านทานการโจมตีทางกายภาพทั้งหมดที่ต่ำกว่าระดับ 8 ส่วนการโจมตีระดับ 8 ก็สามารถลดทอนลงได้ส่วนใหญ่
จากจุดนี้จะเห็นได้ว่าสิ่งที่ผู้วิวัฒนาการระดับ 8 โอวหยินให้ความสำคัญมากที่สุดน่าจะเป็นการป้องกันตัว เพราะในมรดกที่เขาทิ้งไว้ ไม่พบสมบัติโจมตีระดับ 8 อาจจะสูญหายไปแล้วก็ได้
“ชุดเกราะนี้สามารถเก็บไว้ใช้เอง หรือจะขายก็ได้” ชุดเกราะระดับ 8 ไม่ได้หมายความว่าต้องเป็นผู้วิวัฒนาการระดับ 8 เท่านั้นที่สวมใส่ได้
ระดับ 7 ระดับ 6 ก็สามารถสวมใส่ได้ เพียงแต่มีเพียงผู้วิวัฒนาการระดับ 8 เท่านั้นที่สามารถกระตุ้นความสามารถในการป้องกันของชุดเกราะระดับ 8 ได้อย่างเต็มที่
“อาวุธระดับ 7 และระดับ 6 บางส่วน…” หลินหยวนหยิบอาวุธเจ็ดแปดชิ้นออกมาจากกำไลสีเงินขาวอีกครั้ง
อาวุธเหล่านี้น่าจะเป็นสิ่งที่ผู้วิวัฒนาการระดับ 8 โอวหยินได้รับโดยบังเอิญ
“แล้วยังมีคริสตัลจักรวาล 1,000 ก้อน” หลินหยวนพลิกมือ หยิบคริสตัลจักรวาลออกมา 1 ก้อน เป็นผลึกหยกขนาดเท่ากำปั้น มีพลังจักรวาลบริสุทธิ์ไหลเวียนอยู่ภายใน
“คริสตัลจักรวาล 1 ก้อน เทียบเท่ากับเหรียญจักรวาล 100 ล้านเหรียญ เทียบเท่ากับเหรียญอารยธรรมมนุษย์ 1 ล้านล้านเหรียญ” หลินหยวนรู้สึกตกตะลึง
เหรียญอารยธรรมเป็นเพียงสกุลเงินที่ใช้ในการซื้อขายภายในอารยธรรมมนุษย์ ผู้วิวัฒนาการระดับ 7 ระดับ 8 ส่วนใหญ่ใช้เหรียญจักรวาลในการซื้อขาย และคู่ค้าไม่ได้จำกัดอยู่ภายในมนุษย์
ดังนั้น เหรียญจักรวาลเป็น ‘สกุลเงินแข็ง’ ที่ใช้ในการซื้อขายของเผ่าพันธุ์ต่างๆ ในจักรวาล
ส่วนสาเหตุก็เพราะว่าภายในเหรียญจักรวาลนั้นมีพลังจักรวาลระดับสูงมาก พลังจักรวาลคุณภาพสูงเช่นนี้สามารถตอบสนองการต่อสู้และการบริโภคของผู้แข็งแกร่งระดับ 7 ระดับ 8
หรือแม้แต่ระดับที่แข็งแกร่งกว่า การดูดซับพลังจักรวาลเพื่อฟื้นฟูอย่างช้าๆ?
ช้าเกินไป ศัตรูก็คงไม่รอให้เราฟื้นฟูหรอก การดูดซับพลังงานภายในเหรียญจักรวาลนั้นสะดวกกว่ามาก
เนื่องจากเหรียญจักรวาลมีบทบาทที่ขาดไม่ได้สำหรับผู้แข็งแกร่งระดับสูง จึงสามารถเป็นสกุลเงินซื้อขายที่เผ่าพันธุ์ต่างๆ ยอมรับได้ เพราะเหรียญจักรวาลนั้นมีมูลค่าสูงมากในตัวเอง
“พลังงานบริสุทธิ์กว่าพลังงานในน้ำวิญญาณอีก” หลินหยวนเปรียบเทียบในใจ จากนั้นก็เพ่งมองไปที่สมบัติชิ้นสุดท้ายในกำไลสีเงินขาว
สมบัติชิ้นนี้มีค่ามากที่สุดในบรรดาสมบัติทั้งหมด แม้ว่าจะรวมชุดเกราะระดับ 8 อาวุธระดับ 7 ระดับ 6 และคริสตัลจักรวาล 1,000 ก้อนเข้าด้วยกัน ก็ยังเทียบไม่ได้กับสมบัติชิ้นนี้