สวรรค์บันดาล: ข้าพเจ้าสร้างวิถี - บทที่ 314 จุดสูงสุด
ที่ราบสูงหมื่นจักรวรรดิ เปลี่ยนเป็น ที่ราบสูงหมื่นอาณาจักรนะครับ เพราะ
อาณาจักรมันเล็กกว่าจักรววรดิ ขออภัยค้าบบบ
……………..
หลังจากศาสนจักรแห่งตัณหา ‘ถอนตัว’ ไปทั้งหมด ศาสนจักรเทพแห่ง
ระเบียบก็ได้สอบถามเมืองอันผูและอาณาจักรของไวเคานต์โดยรอบตามปกติ
เรื่องนี้ก็ถือว่าจบลงอย่างสมบูรณ์
ชีวิตของหลินหยวนกลับสู่ความสงบอีกครั้ง
เมืองหลงซาน หลินหยวนนั่งขัดสมาธิอยู่กลางลานฝึก
“กฎแห่งเวลา…นักวิชาการวิวัฒนาการของอารยธรรมมนุษยได้สรุปแบบ
จำลองกฎแห่งเวลา 2,173 แบบตามแก่นแท้ของกฎแห่งเวลา”
หลินหยวนครุ่นคิด เมื่อเทียบกับแบบจำลองกฎแห่งมิติเกือบ 10,000 แบบ
จำนวนแบบจำลองกฎแห่งเวลาน้อยกว่ามาก แต่ในแง่ของความยากในการ
เข้าใจ แบบจำลองกฎแห่งเวลานั้นยากกว่ามาก
และแม้ว่าจะเข้าใจแบบจำลองกฎแห่งเวลา 2,173 แบบทั้งหมด ก็ไม่ได้
หมายความว่าเข้าใจกฎแห่งเวลาทั้งหมด
การจะเข้าใจกฎแห่งเวลาทั้งหมด ต้องเข้าใจขั้นตอนสุดท้ายด้วยตนเอง
แบบจำลองกฎแห่งเวลา 2,173 แบบ เป็นเพียงการชี้ทิศทางให้กับผู้
วิวัฒนาการในการเข้าใจกฎแห่งเวลา
“ตอนนี้เรายังไม่ได้ฟื้นฟูถึงระดับ 9 ยังไม่สามารถสร้างชั้นมิติได้แต่กลับมี
ความก้าวหน้าอย่างมากในกฎแห่งเวลา”
ที่
หลินหยวนรู้สึกแปลกประหลาดในใจ 100 ปีที่ผ่านมา เขาเข้าใจแบบ
จำลองกฎแห่งเวลามากกว่า 100 แบบ ความเข้าใจในเวลานั้นใกล้เคียงกับ
‘ความสำเร็จเล็ก ๆ’
นี่คือความลึกซึ้งในการเข้าใจที่ผู้วิวัฒนาการระดับ 10 เท่านั้นทีจะมี
นอกจากนี้ หลินหยวนยังมีความเข้าใจที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นเกี่ยวกับกฎแห่งมิติ
ไม่ได้หมายความว่าการเข้าใจกฎแห่งมิติทั้งหมด จะเป็นขีดจำกัดในด้านกฎ
แห่งมิติ กฎแห่งมิตินั้นกว้างใหญ่ไพศาล มีด้านต่างๆ
กฎแห่งมิติที่ผู้แข็งแกร่งสูงสุดเข้าใจ กับกฎแห่งมิติที่ผู้วิวัฒนาการระดับ 9
ทั่วไปเข้าใจ ไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกันเลย
เจ้าของหอหยกปีศาจทิ้ง《การตีความความว่างเปล่า》ไว้ ซึ่งอธิบายแก่นแท้
ของกฎแห่งมิติจากมุมมองอื่น ทำให้หลินหยวนได้รับประโยชน์มากมาย ทุกครั้ง
ที่อ่านก็มีความเข้าใจใหม่ๆ
“หืม?”
“คนมาครบแล้ว?”
หลินหยวนกวาดสายตา พบว่าคนของตระกูลหลงซานจำนวนมากได้รวม
ตัวกันที่ขอบลานฝึก มองเขาด้วยความหลงใหลอย่างบ้าคลั่ง
พลังที่มองไม่เห็นและเลือนราง เริ่มรวมตัวกันที่ร่างของหลินหยวน
“โลกนี้ เหมาะสำหรับการเดินบนเส้นทางแห่งศรัทธาจริงๆ”
หลินหยวนรู้ดีว่าพลังที่รวมตัวกันมานั้น ล้วนมาจากศรัทธาของคนตระกูล
หลงซานที่มีต่อเขา
สิ่งนี้เป็นไปไม่ได้อย่างยิ่งในจักรวาลหลักของโลกหลัก
ในอารยธรรมมนุษย์ของโลกหลัก ก็มีผู้วิวัฒนาการที่พยายามเดินบนเส้น
ทางแห่งศรัทธาเช่นกัน แต่พบว่าพลังศรัทธายากที่จะรวมตัวกัน แต่ในโลกนี้
กลับง่ายกว่ามาก
“น่าเสียดาย พลังศรัทธาต้องพึ่งพามวลมนุษย์มากเกินไป หากมวลมนุษย์
หายไปหรือตาย เทพที่ใช้ศรัทธาเป็นรากฐานก็จะสูญเสียแหล่งที่มาของพลัง”
หลินหยวนส่ายหัวเล็กน้อย
เมื่อเทียบกับเส้นทางแห่งศรัทธา เขายังคงชอบพลังที่อยู่ในตัวเองมากกว่า
แม้ว่าการเผยแพร่เส้นทางวิวัฒนาการจะทำให้การก้าวกระโดดครั้งสุดท้ายของ
หลินหยวนง่ายขึ้นบ้าง
แต่ไม่ได้หมายความว่าหากไม่เผยแพร่เส้นทางวิวัฒนาการ หลินหยวนจะ
ไม่สามารถก้าวสู่ระดับ 12 ได้
ความคิดของหลินหยวนฟุ้งซ่าน มองไปที่คนตระกูลหลงซานทีเพิ่มมากขึ้น
เรื่อยๆ
เพื่อเผยแพร่วิธีการฝึกฝนวรยุทธ์ให้ดีขึ้น หลินหยวนจึงบรรยายประเด็น
สำคัญของวิธีการฝึกฝนวรยุทธ์ในตระกูลหลงซานทุกช่วงเวลา
“ท่านผู้นำตระกูล นั่นคือท่านผู้นำตระกูล”
“ท่านผู้นำตระกูลแข็งแกร่งมาก เพียงแค่มองผู้นำตระกูล ข้าก็รู้สึกหวาด
กลัว”
“ท่านผู้นำตระกูลหลงซานของเรา ได้รับการยกย่องว่าเป็นอัศวินระดับ 4 ที่
แข็งแกร่งสูงสุดในอาณาจักรของไวเคานต์โดยรอบ ในอนาคตมีหวังที่จะเป็น
อัศวินใหญ่ระดับ 5 อัจฉริยะที่หาตัวจับยาก”
คนตระกูลหลงซานพูดคุยกันอย่างตื่นเต้น หลายคนไม่ได้ฝึกฝนวิธีการฝึก
ฝนวรยุทธ์ แต่เพื่อที่จะได้เห็นหลินหยวน จึงมาที่นีโดยเฉพาะ
100 ปีที่ผ่านมา อาณาจักรหลงซานพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ทำให้อาณาจักรของ
ไวเคานต์โดยรอบให้ความสนใจ อาณาจักรของไวเคานต์เหล่านี้ร่วมมือกัน ส่ง
ที่
อัศวินระดับ 4 ยอดฝีมือกว่าสิบคนเข้ามาในเมืองหลงซาน หวังที่จะกดดันไวเคา
นต์แห่งหลงซานคนใหม่
ผลก็คือ อัศวินระดับ 4 ยอดฝีมือเหล่านั้น ถูกหลินหยวนต่อยทีละคน จน
ไม่มีโอกาสได้ตอบโต้
หลังจากนั้น อาณาจักรของไวเคานต์โดยรอบก็ไม่มีความคิดใดๆเกี่ยวกับ
อาณาจักรหลงซานอีก ในสายตาของพวกเขา ความแข็งแกร่งของไวเคานต์แห่ง
หลงซานนั้นใกล้เคียงกับอัศวินใหญ่ระดับ 5 แล้ว การก้าวเข้าสู่ระดับนี้เป็นเพียง
เรื่องของเวลาเท่านั้น
สิ่งที่อัศวินระดับ 4 ยอดฝีมือของอาณาจักรของไวเคานต์โดยรอบไม่รู้ก็คือ
ไวเคานต์แห่งหลงซานที่ต่อสู้กับพวกเขานั้น เป็นผู้มีอยู่ที่เทียบเท่ากับเทพที่แท้
จริง
เวลาผ่านไป
2 ชั่วโมงผ่านไปอย่างรวดเร็ว
การบรรยายของหลินหยวนก็มาถึงบทสรุป คนตระกูลหลงซานโดยรอบ
ฟังอย่างตั้งใจ
ด้วยความเข้าใจในแก่นแท้ของพลังของหลินหยวน แม้ว่าจะไม่ถนัดสอน
ลูกศิษย์ แต่คำอธิบายทุกคำของเขาก็ชี้ตรงไปที่แก่นแท้ของวิธีการฝึกฝนวร
ยุทธ์
คนตระกูลหลงซานไม่ต้องพูดถึงการเข้าใจในทันที อย่างน้อยก็พอจะ
เข้าใจได้บ้าง เมื่อกลับไปทบทวนก็จะได้รับประโยชน์
เหนือเมืองหลงซาน
ในพื้นที่บิดเบี้ยวเล็กน้อย
มีหลายร่างยืนอยู่ที่นั่น มองหลินหยวนที่กำลังบรรยายอยู่ด้านล่างอย่าง
ตั้งใจ
ที่
ร่างสามร่างที่อยู่ข้างหน้า ปิดบังพลังของตนไว้ เป็นอัศวินในตำนานระดับ
6 อาวุธลับสุดท้ายของจักรวรรดิ
บนที่ราบสูงหมื่นอาณาจักร อาจจะมีจักรวรรดิที่แข็งแกร่งสูงสุดทีมีกึ่งเทพ
ระดับ 7 ประจำการอยู่ แต่ส่วนใหญ่ไม่มีกึ่งเทพ ระดับ 6 เป็นขีดจำกัดสูงสุดแล้ว
กึ่งเทพระดับ 7 โดยทั่วไปมีสองทางเลือก หนึ่งคือยอมสวามิภักดิต่อเทพ
ที่แท้จริง สองคือแอบเผยแผ่ศรัทธา พยายามเป็นเทพด้วยตนเอง
“ท่านฟาเบียน วิธีการฝึกฝนวรยุทธ์นั้นเผยแพร่โดยไวเคานต์แห่งหลงซาน”
ชายหนุ่มผมทองพูดกับชายชราที่อยู่ข้างหน้าด้วยความเคารพ
ฟาเบียน เป็นตำนานของจักรวรรดิ อัศวินในตำนานระดับ 6 ขั้นสูงสุด มี
โอกาสที่จะจุดประกายไฟศักดิ์สิทธิ์ ก้าวสู่กึ่งเทพ ระดับ 7
“ในความเห็นของข้า วิธีการฝึกฝนวรยุทธ์ก็ธรรมดา แม้ว่าจะครอบคลุม
สายเลือดส่วนใหญ่ได้ แต่ในแง่ของการกำหนดเป้าหมายสายเลือดที่เฉพาะ
เจาะจง จะสู้วิธีการฝึกฝนของราชวงศ์เราได้อย่างไร”
ชายหนุ่มอีกคนอดไม่ได้ที่จะพูด
ตระกูลหลงซานเปิดเผยวิธีการฝึกฝนวรยุทธ์ต่อสาธารณะหลังจากเผย
แพร่อย่างรวดเร็ว ก็ได้แพร่กระจายไปถึงราชวงศ์ของจักรวรรดิด้วย
ฟาเบียนตระหนักถึงความสำคัญของวิธีการฝึกฝนวรยุทธ์ในทันที อาจ
ทำให้เกิดการปฏิวัติวิธีการฝึกฝนอัศวินทั้งหมด เขาจึงพาคนมาที่เมืองหลงซาน
ทันที เพื่อสังเกตไวเคานต์แห่งหลงซานอย่างลับๆ
“เจ้าควรพูดว่า วิธีการฝึกฝนของราชวงศ์เราจะสู้วิธีการฝึกฝนวรยุทธ์ได้
อย่างไร”
ฟาเบียนเหลือบมองชายหนุ่ม ส่ายหัวแล้วพูด
“ไวเคานต์แห่งหลงซานผู้นี้ ในอนาคตจะไร้ขีดจำกัด มีโอกาสมากที่จะก้าว
สู่ระดับ 7”
มื่
สู่
เมื่อพูดจบ
คนอื่นๆ รอบข้างก็ตกตะลึงในทันที
พวกเขาไม่เคยได้ยินฟาเบียนประเมินอัศวินคนใดสูงเช่นนี้มาก่อน ใน
อนาคตจะไร้ขีดจำกัด มีโอกาสมากที่จะก้าวสู่ระดับ 7 ?
โอ้พระเจ้า
นี่เป็นคำพูดที่ออกมาจากปากของฟาเบียนผู้หยิ่งผยอง?
“พวกเจ้าไม่เชื่อ?”
ฟาเบียนพูดด้วยน้ำเสียงที่สงบ ยังคงฟังการบรรยายของหลินหยวนด้าน
ล่างอย่างตั้งใจ
เขามองไม่เห็นความแข็งแกร่งของหลินหยวน และไม่รู้สึกถึงความผิดปกติ
ใดๆ แต่เพียงแค่จากคำพูดทุกคำของหลินหยวนคำอธิบายที่แม่นยำเกี่ยวกับ
แก่นแท้ของพลังและการฝึกฝน ก็รู้สึกเลือนรางว่าความสำเร็จในอนาคตของไว
เคานต์แห่งหลงซานผู้นี้จะเหนือกว่าเขา
อย่างน้อยตอนที่ฟาเบียนอายุเท่านี้ ก็รู้แค่การใช้พลัง ความเข้าใจในแก่น
แท้ของพลังนั้นยังห่างไกลจากไวเคานต์แห่งหลงซานในปัจจุบัน
และยิ่งฝึกฝนถึงระดับสูง ฟาเบียนก็ยิ่งตระหนักว่า ความเข้าใจในแก่นแท้
ของพลังนั้นสำคัญเพียงใด
“ท่าน ไม่ใช่ว่าพวกเราไม่เชื่อ แต่เป็นเรื่องที่เหลือเชื่อเกินไป”
คนอื่นๆ มองหน้ากัน พูดอย่างระมัดระวัง
ล้อเล่นหรือ? กึ่งเทพระดับ 7 ทุกคนล้วนมีสายเลือดที่แข็งแกร่งและลึกซึ้ง
สายเลือด ‘มังกรภูเขา’ ของตระกูลหลงซานนั้นไม่ธรรมดาแต่ขีดจำกัดก็คือ
ระดับ 5 หากต้องการไปถึงกึ่งเทพระดับ 7 ? ยากยิ่งกว่าขึ้นสวรรค์
“ไม่เป็นไร”
ชื่
“ถ้าไม่เชื่อ ก็รออีก 500 ปีก็แล้วกัน”
ฟาเบียนพูดอย่างไม่ใส่ใจ เมื่อเขากล้าพูดเช่นนี้ ก็หมายความว่าไวเคานต์
แห่งหลงซานจะต้องก้าวสู่ระดับ 6 ภายใน 500 ปี
เพราะมีเพียงอัศวินในตำนานระดับ 6 เท่านั้นที่สามารถมีชีวิตอยู่เกิน 500
ปี
“วิธีการฝึกฝนวรยุทธ์ ให้เผยแพร่ในราชวงศ์ของเราทันที มิเช่นนั้น หากรอ
ต่อไป จักรวรรดิโดยรอบก็จะตามทัน”
ฟาเบียนครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วพูด
หลายปีที่ผ่านมา ภายในราชวงศ์ของจักรวรรดิ มีการถกเถียงกันไม่หยุด
หย่อนเกี่ยวกับวิธีการปฏิบัติต่อวิธีการฝึกฝนวรยุทธ์ตอนนี้ฟาเบียนได้เห็นไวเคา
นต์แห่งหลงซานด้วยตนเองแล้ว เขาก็ตัดสินใจได้
ส่วนการปิดบังข่าว? ให้วิธีการฝึกฝนวรยุทธ์เป็นของราชวงศ์ของจักรวรรดิ
เท่านั้น? ไม่ค่อยเป็นจริง ตอนนี้อัศวินในจักรวรรดิทีรู้จักวิธีการฝึกฝนวรยุทธ์มี
มากเกินไป จักรวรรดิโดยรอบก็รู้ไม่น้อยเช่นกัน
ที่ตอนนี้ยังไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ เป็นเพราะยังอยู่ในขั้นตอนการศึกษา
วิธีการฝึกฝนวรยุทธ์
“ขอรับ”
อัศวินคนอื่นๆ ด้านหลังตอบรับทันที
ในราชวงศ์ของจักรวรรดิ อำนาจของฟาเบียนนั้นรองจากศาสนจักรเทพ
แห่งระเบียบเท่านั้น ในการตัดสินใจภายในราชวงศ์นั้นเป็นทียอมรับ
“อีกอย่าง ไวเคานต์แห่งหลงซานผู้นี้ ให้ดึงเขามาอยู่ฝ่ายเราทันทีเลื่อนยศ
เขาเป็นเอิร์ล อาณาจักรที่เหลืออยู่ใกล้ๆ และอาณาจักรของไวเคานต์เหล่านั้น
ให้ตกเป็นของตระกูลหลงซานทั้งหมด”
ฟาเบียนครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วพูดต่อ
รุ่
รู่
ู
“ขอรับ”
คนอื่นๆ มองหน้ากัน ตอบรับทันที
พวกเขาได้ยินอย่างชัดเจนว่า ฟาเบียนให้ความสำคัญกับไวเคานต์แห่งหลง
ซานอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน เลื่อนยศไวเคานต์แห่งหลงซานเป็นเอิร์ลแห่งหลง
ซานโดยตรง? นับตั้งแต่ก่อตั้งจักรวรรดิ ยังไม่เคยมีแบบอย่างการเลื่อนยศข้าม
ขั้นเช่นนี้มาก่อน
ยิ่งไปกว่านั้น ไวเคานต์แห่งหลงซานยังไม่ได้สร้างคุณงามความดีที่โดดเด่น
ใดๆ
ต้องรู้ว่า เอิร์ลทุกคนของจักรวรรดินั้นสามารถสืบทอดตำแหน่งได้ตลอดไป
สิทธิในการครอบครองอาณาจักรนั้นสูงกว่าจักรวรรดิเสียอีก
“ไปเถอะ”
“กลับกันได้แล้ว”
ฟาเบียนมองเมืองหลงซานด้านล่างเป็นครั้งสุดท้าย จากนั้นก็พาคนอื่นๆ
กลับไปยังเมืองหลวงของจักรวรรดิ
สิ่งที่ฟาเบียน อัศวินในตำนานระดับ 6 ขั้นสูงสุดไม่รู้ก็คือหลังจากที่เขาจาก
ไป ไวเคานต์แห่งหลงซานด้านล่าง ได้เหลือบมองมายังตำแหน่งที่เขายืนอยู่เมื่อ
ครู่อย่างไม่ตั้งใจ
“กลับเป็นคนที่รู้จักกาลเทศะ”
หลินหยวนคิดในใจ
ฟาเบียนและคนอื่นๆ ย่อมไม่รอดพ้นจากการรับรู้ของหลินหยวน
ไม่เพียงเท่านั้น คำพูดทุกคำที่พวกเขาพูด หลินหยวนก็ได้ยินทั้งหมด
เกี่ยวกับการเผยแพร่วิธีการฝึกฝนวรยุทธ์ หลินหยวนคาดการณ์ไว้แล้วว่า
จะดึงดูดความสนใจของจักรวรรดิ
ที่
มื่
ท้ายที่สุด เมื่อเทียบกับวิธีการฝึกฝนอัศวินมากมาย วิธีการฝึกฝนวรยุทธ์
นั้นพิเศษเกินไป สามารถแทนที่วิธีการฝึกฝนอัศวินส่วนใหญ่ได้
เดิมทีหลินหยวนคิดว่าจักรวรรดิจะใช้มาตรการบางอย่าง เช่นควบคุมตัว
เขา ไวเคานต์แห่งหลงซานผู้เผยแพร่วิธีการฝึกฝนวรยุทธ์?
แต่เห็นได้ชัดว่า ผู้นำระดับสูงของจักรวรรดิไม่ได้มองการณ์สั้นหลังจาก
ตระหนักว่าไม่สามารถยับยั้งวิธีการฝึกฝนวรยุทธ์ได้ ก็เข้าร่วมทันที
แม้แต่ยังให้รางวัลและดึงตัวหลินหยวนผู้เผยแพร่วิธีการฝึกฝนวรยุทธ์
หลังจากทำทั้งหมดนี้ แม้แต่หลินหยวนก็ไม่ได้รู้สึกไม่พอใจราชวงศ์ของ
จักรวรรดิ
“วิญญาณหยินและหยางของเรา ได้เริ่มแทรกซึมเข้าไปในศาสนจักรแล้ว”
หลินหยวนมองไปไกลๆ
แม้ว่าที่ราบสูงหมื่นอาณาจักรจะเรียกว่า ‘หมื่นอาณาจักร’ แต่จักรวรรดิ
และอาณาจักรที่มีอยู่นั้น มากกว่าหมื่นอาณาจักร
การที่หลินหยวนให้วิญญาณทั้งสองรวบรวม ‘ผลึกศักดิ์สิทธิ์’ แน่นอนว่า
ต้องเลือกศาสนจักรของจักรวรรดิที่อยู่ห่างไกล
แม้แต่กระต่ายก็ยังไม่กินหญ้าใกล้รัง ปัจจุบันจักรวรรดิที่หลินหยวนอยู่ ชื่อ
ว่าจักรวรรดิ ‘ซือหลาน’ เป็นอาณาจักรแห่งศรัทธาของเทพแห่งระเบียบ
เมื่อเผชิญหน้ากับสิ่งมีชีวิตระดับเทพสูงสุด หลินหยวนยังคงระมัดระวัง ไม่
ยั่วยุเทพสูงสุดโดยง่าย
ในจักรวรรดิอื่นที่อยู่ห่างไกลจากจักรวรรดิ ‘ซือหลาน’ อย่างมาก
ที่นี่เป็นอาณาจักรแห่งศรัทธาของเทพที่แท้จริง ‘ดวงดาว’ ศาสนจักรเทพ
แห่งดวงดาวเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในจักรวรรดิแห่งนี้
ศาสนจักรเทพแห่งดวงดาว
ที่
ผู้ศรัทธาจำนวนมากกำลังกราบไหว้ พลังศรัทธาที่เลือนรางกำลังรวมตัว
กันที่รูปปั้นเทพของเทพแห่งดวงดาว จากนั้นก็ส่งไปยังเทพแห่งดวงดาวที่อยู่ใน
มหาสมุทรแห่งแสงสว่างผ่านรูปปั้นเทพ
ส่วนลึกของศาสนจักร
สมเด็จพระสันตะปาปามองผลึกศักดิ์สิทธิ์ที่กำลังรวมตัวกันอยู่ตรงหน้า
ด้วยรอยยิ้ม
“ครั้งนี้เทพของเราดูเหมือนจะพอใจมาก มอบผลึกศักดิ์สิทธิ์ให้มากมาย
เช่นนี้”
สมเด็จพระสันตะปาปารู้สึกยินดีในใจ
ผลึกศักดิ์สิทธิ์มีพลังงานที่บริสุทธิ์มาก นอกจากจะใช้สนับสนุนร่างอวตาร
ของพลังศักดิ์สิทธิ์แล้ว ยังมีประโยชน์อย่างมากในการฝึกฝนอีกด้วย
ผลึกศักดิ์สิทธิ์ที่เทพแห่งดวงดาวมอบให้ในครั้งนี้ เพียงพอสำหรับผู้
แข็งแกร่งระดับ 5 ขึ้นไปของศาสนจักรฝึกฝนได้หลายร้อยปี
“ถ้าข้ากลืนผลึกศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้ อาจจะก้าวสู่ระดับ 7 แล้วสร้างอาณาจักร
เทพ เข้าสู่มหาสมุทรแห่งแสงสว่างเหมือนกับเทพของเราเป็นอมตะตลอดไป?”
สมเด็จพระสันตะปาปามองผลึกศักดิ์สิทธิ์ตรงหน้า ความโลภผุดขึ้นมาใน
ใจทันที
ในขณะนั้น
ข้างๆ สมเด็จพระสันตะปาปา มีร่างหนึ่งปรากฏขึ้นอย่างเงียบๆ
ใบหน้าของร่างนั้นพร่ามัว ร่างกายถูกปกคลุมด้วยออร่าลึกลับ
“หืม?”
สมเด็จพระสันตะปาปามองไปแวบเดียว ไม่ทันได้ตอบสนอง สีหน้าก็
เปลี่ยนไปอย่างมาก
“เจ้าคือ…”
ยังไม่ทันที่สมเด็จพระสันตะปาปาจะพูดจบ สติก็ดับวูบไป เมื่อตื่นขึ้นมาอีก
ครั้ง ก็พบว่าผลึกศักดิ์สิทธิ์ที่ศาสนจักรสะสมมานานกว่าพันปีหายไปแล้ว
“ผู้ใด!!”
สมเด็จพระสันตะปาปาของศาสนจักรเทพแห่งดวงดาวตาแดงก่ำผลึก
ศักดิ์สิทธิ์มากมายขนาดนั้น หายไปได้อย่างไร?
นอกศาสนจักร
ร่างของหลินหยวนรวมตัวกันอีกครั้ง
“ไม่เลว”
หลินหยวนมองจำนวนผลึกศักดิ์สิทธิ์ที่เพิ่งได้รับ พยักหน้าเล็กน้อย
แม้ว่าจะไม่มาก แต่ทำบ่อยๆ ก็ได้เยอะ ระหว่างทาง มีผลึกศักดิ์สิทธิ์ที่
ศาสนจักรหลายสิบแห่งสะสมมานานหลายปีตกอยู่ในมือของเขาแล้ว
“ไปต่อ ไปต่อ”
หลินหยวนรู้ว่าต้องเร็วเข้าไว้
พยายามรวบรวมผลึกศักดิ์สิทธิ์ให้เพียงพอสำหรับการก้าวสู่ระดับ 9 ก่อน
ที่เทพจะตอบสนอง
เวลาผ่านไป
10 ปีผ่านไปอย่างรวดเร็ว
10 ปีนี้ วิญญาณหยินและหยางของหลินหยวนเดินทางไปทั่วทีราบสูงหมื่น
อาณาจักร ไม่รู้ว่าศาสนจักรของเทพที่แท้จริงกี่แห่งถูกหลินหยวนปล้น
แน่นอน หลินหยวนสนใจแค่ผลึกศักดิ์สิทธิ์ ส่วนสาวกเหล่านั้น?
ไม่ได้ฆ่า
ส่วนใหญ่เพื่อจำกัดสถานการณ์ การฆ่าสาวกและผู้นำระดับสูงของ
ศาสนจักร เท่ากับการประกาศสงครามกับเทพโดยตรง ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อการ
รวบรวมผลึกศักดิ์สิทธิ์ของหลินหยวนในภายหลัง
อาณาจักรหลงซาน
ในถ้ำใต้ดินแห่งหนึ่ง
หลินหยวนมองผลึกศักดิ์สิทธิ์จำนวนมากที่กองอยู่ตรงหน้า
สูดหายใจเข้าเบาๆ ผลึกศักดิ์สิทธิ์จำนวนมากแตกสลาย รวมเข้ากับ
ร่างกายของหลินหยวน ในพริบตา โลกภายในเริ่มขยายตัว ชั้นมิติหนาแน่นและ
กว้างใหญ่ขึ้น
ด้วยประสบการณ์การก้าวสู่ระดับ 9 ในจักรวาลหลักของโลกหลัก
การกลับสู่ระดับ 9 ของหลินหยวนไม่มีการหยุดชะงักใดๆ แม้แต่การ
เคลื่อนไหวระหว่างการบุกทะลวงก็ถูกระงับไว้
ฮู่ว~~
หายใจเข้า~~~
ออร่าลึกลับแผ่ออกมาชั่วขณะ
ไม่มีใครรู้ว่า
ในอาณาจักรหลงซานเล็กๆ แห่งนี้ของจักรวรรดิซือหลาน
ได้ถือกำเนิดสิ่งมีชีวิตที่เทียบเท่ากับเทพสูงสุด
24 องค์…..