สวรรค์บันดาล: ข้าพเจ้าสร้างวิถี - บทที่ 320 สั่นคลอน
“ใช่ ท่านสมเด็จพระสันตะปาปา เกิดอะไรขึ้น”
สมาชิกตระกูลหลงซานคนอื่นๆ ก็สงสัยเช่นกัน
สำหรับหลินหยวน พวกเขามีศรัทธามั่นอย่างแน่นอน
เมื่อครู่นี้ยังมีร่างอวตารของพลังศักดิ์สิทธิ์หลายร้อยองค์กำลังจะมาถึง การ
ล่มสลายของตระกูลหลงซานอยู่ตรงหน้าแล้ว
ตอนนี้ไม่มีอันตรายใดๆแล้ว?
การเปลี่ยนแปลงนี้เร็วเกินไป
“เกิดอะไรขึ้น”
สมเด็จพระสันตะปาปาเงียบ
ภาพที่หลินหยวนสูดเบาๆ ร่างเล็กๆ ในฝ่ามือทั้งหมดพังทลายลงไหล
เข้าไปในปาก ปรากฏขึ้นในใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ต้องรู้ว่าร่างเล็กๆ เหล่านั้นล้วนเป็นร่างอวตารของพลังศักดิ์สิทธิของเทพ
ที่แท้จริง! ในนั้นมีร่างอวตารของพลังศักดิ์สิทธิ์ของเทพชั้นสูงบางส่วนที่ไม่ด้อย
ไปกว่าเทพชั้นสูงทั่วๆไป
ผลสุดท้ายกลับลงเอยเช่นนี้
ใจของสมเด็จพระสันตะปาปาสั่น ตอนนี้เขารู้สึกโชคดีเล็กน้อยทีตัวเองไม่
ได้ลงมือเมื่อครู่ ไม่เช่นนั้นแม้จะไม่ตาย คาดว่าคงถูกหลินหยวนปัดไปข้างๆ
“ท่านผู้นำตระกูลหลงซาน…ท่านผู้นำตระกูลหลงซานจะแข็งแกร่งเช่นนี้ได้
อย่างไร”
ขึ้
สมเด็จพระสันตะปาปามองขึ้นไปบนท้องฟ้า
ดวงดาวมากมายที่แขวนอยู่บนนั้น คือที่ตั้งของอาณาจักรเทพของเทพใน
มหาสมุทรแห่งแสงสว่างและห้วงลึกแห่งความมืด
จำนวนเทพนั้นมีจำกัด ดังนั้นอาณาจักรเทพจึงมีจำกัด ดวงดาวบนท้องฟ้า
ก็มีจำกัดเช่นกัน
ในโลกนี้ กึ่งเทพบางคนรวบรวมศรัทธาอย่างระมัดระวังและลับๆอาจหลบ
เลี่ยงการรับรู้ของเทพได้
แต่หากก้าวออกไป ก้าวสู่การเป็นเทพที่แท้จริง ยกระดับอาณาจักรเทพ ก็
ไม่สามารถปิดบังได้
เพราะอาณาจักรเทพนั้นเด่นชัดเกินไป กลายเป็นดวงดาว แขวนอยู่บน
ท้องฟ้า จำนวนมีแค่นั้น หากมีเพิ่มขึ้นอีกดวงหนึ่ง ย่อมดึงดูดความสนใจของ
เทพอย่างแน่นอน
เพียงแต่ในช่วงหลายร้อยปีที่ผ่านมา หรือแม้แต่พันปี บนท้องฟ้าก็ไม่ได้มีด
วงดาวเพิ่มขึ้นมาอีกดวง
กล่าวคือยังไม่มีเทพองค์ใหม่ถือกำเนิดขึ้น
จากนี้สามารถอนุมานได้ว่า ผู้นำตระกูลหลงซานยังไม่ได้เป็นเทพ อย่าง
น้อยก็ยังไม่ได้ยกระดับอาณาจักรเทพ
แต่หากไม่ได้ยกระดับอาณาจักรเทพ ไม่สามารถยืมพลังของอาณาจักร
เทพได้ ทำไมผู้นำตระกูลหลงซานถึงแข็งแกร่งเช่นนี้?
สมเด็จพระสันตะปาปารู้สึกว่าความรู้ของเขาทั้งหมดกำลังพังทลาย ผู้นำ
ตระกูลหลงซานไม่ใช่เทพ ทำไมถึงฆ่าเทพได้ราวกับมดปลวก?
สมเด็จพระสันตะปาปาตั้งสติ รวบรวมความคิด มองไปที่หลงซานหลิงและ
สมาชิกหลักของตระกูลหลงซานที่อยู่ข้างๆ ซึ่งเต็มไปด้วยความสงสัย
“ท่านผู้นำตระกูลหลงซานพูดถูก”
นี้
ผู้
ู
ู
ู
“ตอนนี้ไม่มีภยันอันตรายใดๆแล้ว”
สมเด็จพระสันตะปาปาพูดอย่างยากลำบาก
อันตราย?
อันตรายทั้งหมดถูกผู้นำตระกูลหลงซานกินเข้าไปหมดแล้ว
“หา?”
“ไม่มีอันตรายจริงๆ หรือ?”
ในขณะที่หลงซานหลิงและคนอื่นๆ โล่งใจ ในใจก็ยิ่งอยากรู้อยากเห็นมาก
ขึ้น
“ร่างอวตารของพลังศักดิ์สิทธิ์ของเทพที่แท้จริงทั้งหมดถูกผู้นำตระกูลหลง
ซานจัดการแล้ว ร่างเล็กๆ ในฝ่ามือของท่านผู้นำตระกูลหลงซานเมื่อครู่นี้ คือ
ร่างอวตารของพลังศักดิ์สิทธิ์ของเทพที่แท้จริงเหล่านั้น”
สมเด็จพระสันตะปาปาเงียบไปครู่หนึ่ง จึงอธิบายอย่างอดทน
เขามีลางสังหรณ์ว่าหลังจากวันนี้ ชื่อเสียงของผู้นำตระกูลหลงซานจะดัง
ก้องไปทั่วมหาสมุทรแห่งแสงสว่างและห้วงลึกแห่งความมืด
“สิ่งเหล่านั้นคือร่างอวตารของพลังศักดิ์สิทธิ์?”
หลงซานหลิงและคนอื่นๆ งงงัน
“ร่างอวตารของพลังศักดิ์สิทธิ์อ่อนแอขนาดนี้เชียวหรือ?”
หลังจากพูดประโยคหลังออกไป พวกเขาก็รู้ตัว
ไม่ใช่ร่างอวตารของพลังศักดิ์สิทธิ์ที่อ่อนแอ แต่ผู้นำตระกูลของพวกเขา
แข็งแกร่งเกินไป เมื่อเทียบกับผู้นำตระกูล ร่างอวตารของพลังศักดิ์สิทธิ์ที่
แข็งแกร่งไร้เทียมทานจึงดูอ่อนแอ
“ข้าไปก่อน”
สุดท้ายสมเด็จพระสันตะปาปาก็มองเข้าไปในพระราชวังหลงซานอย่างลึก
ซึ้ง แล้วหันหลังกลับไป
สิ่งที่เขาเห็นนั้นเหลือเชื่อเกินไป ต้องรีบรายงานให้เทพสูงสุดแห่งระเบียบ
ทราบโดยเร็วที่สุด
จริงๆ แล้วไม่ต้องให้เขารายงาน เรื่องนี้ก็ปิดบังไม่ได้ ร่างงอวตารของพลัง
ศักดิ์สิทธิ์ของเทพที่แท้จริงที่ถูกหลินหยวนกลืนกินไปในคำเดียวนั้นเดือดพล่าน
ไปหมดแล้ว
เรื่องนี้จะแพร่กระจายไปในหมู่เทพด้วยความเร็วที่น่ากลัว และไม่จำกัด
เฉพาะมหาสมุทรแห่งแสงสว่าง
มหาสมุทรแห่งแสงสว่าง
ภายในพระราชวังที่คดเคี้ยว
เทพที่แท้จริงหลายร้อยองค์มองหน้ากัน ความตกใจในใจแทบจะทะลัก
ออกมา
“ร่างอวตารของข้าตายแล้ว”
“ของข้าก็เช่นกัน รับรู้ไม่ได้แล้ว”
“ใบหน้าขนาดใหญ่ที่ปรากฏขึ้นสุดท้าย ทำไมถึงดูเหมือนผู้นำตระกูลหลง
ซาน”
“ไม่ใช่แค่เหมือน แต่นั่นน่าจะเป็นผู้นำตระกูลหลงซานจริงๆ”
เทพที่แท้จริงแต่ละองค์ขนลุก ในฐานะเทพที่แท้จริงระดับ 8 ความทรงจำ
ของพวกเขาไม่มีทางผิดพลาด
หากใบหน้าขนาดใหญ่นั้นย่อขนาดลงหลายล้านเท่า ก็คือผู้นำตระกูลหลง
ซาน
ยิ่
นั้
ดิ์
ธิ์
ยิ่งไปกว่านั้นร่างอวตารของพลังศักดิ์สิทธิ์ของพวกเขาถูกย้ายไปยังกรงมิติ
ระหว่างทางไปเทือกเขามังกรเพื่อสอบสวนผู้นำตระกูลหลงซาน
เบาะแสต่างๆ ชี้ไปที่ความเป็นไปได้เดียว
นั่นคือผู้ที่ลงมือกับพวกเขาคือผู้นำตระกูลหลงซาน
กึ่งเทพที่พวกเขาเคยมองว่าเป็นมดปลวก เคยต้องการเผาผลาญวิญญาณ
ของเขาในอาณาจักรเทพเป็นเวลาหมื่นปี
พูดตามตรง เทพที่แท้จริงไม่เคยมองผู้นำตระกูลหลงซานอยู่ในสายตา
แม้ว่าอีกฝ่ายจะเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการหายตัวไปของกึ่งเทพในช่วงหลายปีที่
ผ่านมา
แต่กึ่งเทพก็คือกึ่งเทพ
ไม่ว่ากึ่งเทพจะแข็งแกร่งแค่ไหน หากไม่ได้รวบรวมศรัทธายกระดับ
อาณาจักรเทพ ก็เป็นเพียงมดปลวก
แต่ตอนนี้
มดปลวกในสายตาของเทพที่แท้จริง กลับกลายเป็นมังกรทะยานฟ้า?
“เป็นไปไม่ได้”
“ยังไม่ได้เป็นเทพ จะแข็งแกร่งเช่นนี้ได้อย่างไร?”
“ใช่ ผู้นำตระกูลหลงซานยังไม่ใช่เทพที่แท้จริงด้วยซ้ำ ทำไมถึงแข็งแกร่ง
เช่นนี้?”
แม้จะมีหลักฐานมากมายอยู่ตรงหน้า ก็ยังมีเทพที่แท้จริงบางองค์ที่ไม่
อยากจะเชื่อ
พวกเขาผ่านความยากลำบากนับพัน กว่าจะยกระดับอาณาจักรเทพ เข้าสู่
มหาสมุทรแห่งแสงสว่าง กลายเป็นเทพที่สูงส่งในสายตาของสรรพชีวิต
รื่
นี้
ผลสุดท้ายกลับเกิดเรื่องเช่นนี้?
“ข้าจะไปพบเทพสูงสุด สืบหาสาเหตุของเรื่องนี้ ทำไมผู้นำตระกูลหลงซาน
ถึงแข็งแกร่งเช่นนี้”
“ใช่ แต่จะไปพบเทพสูงสุดองค์ใด?”
“ไปพบเทพแห่งพยากรณ์ ไม่มีเรื่องใดในโลกที่ท่านไม่รู้ เทพแห่งพยากรณ์
ต้องรู้ที่มาของผู้นำตระกูลหลงซาน”
เทพที่แท้จริงแต่ละองค์ลุกขึ้นทันที
ในบรรดาเทพสูงสุด 12 องค์ของมหาสมุทรแห่งแสงสว่าง เทพแห่ง
พยากรณ์เป็นเทพที่มีเอกลักษณ์ที่สุด และเป็นเทพที่มีอารมณ์ดีที่สุดเช่นกัน
เทพสูงสุดองค์อื่นๆ เช่นเทพสูงสุดแห่งระเบียบ เทพีแห่งตาข่ายปีศาจ
มังกรรุ้ง ล้วนมีเหตุผลอย่างแท้จริง ปกติไม่หลับก็บำเพ็ญเพียรด้วยศรัทธา
มีเพียงเทพแห่งพยากรณ์เท่านั้นที่บางครั้งจะไขข้อข้องใจให้พวกเขา
ก่อนหน้านี้เทพที่แท้จริงก็ขอให้เทพแห่งพยากรณ์ทำนายตำแหน่งสุดท้าย
ที่กึ่งเทพที่หายตัวไปปรากฏตัว
ดูเหมือนตอนนี้ การทำนายนั้นถูกต้อง ด้วยความแข็งแกร่งของผู้นำตระกูล
หลงซาน การลักพาตัวกึ่งเทพไปอย่างลับๆ นั้นง่ายมาก
“ผู้นำตระกูลหลงซาน อาจจะเป็นเทพที่เกือบตายในอดีตอันยาวนาน
แม้แต่อาณาจักรเทพก็ตกลงสู่โลกมนุษย์หรือ?”
มีเทพที่แท้จริงบางองค์คาดเดา
ในอดีตอันยาวนาน เคยเกิดสงครามเทพหลายครั้ง เทพหลายองค์ล้มตาย
อาณาจักรเทพตกลงสู่โลกมนุษย์
แต่อาณาจักรเทพตกลงสู่โลกมนุษย์ ไม่ได้หมายความว่าจะตายหากยังมี
สาวกผู้ศรัทธาในโลกมนุษย์ เทพที่ล้มตายก็ยังมีโอกาสกลับมาได้
ที่
ขึ้
นั้
ต่ำ
แน่นอนว่าความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้นนั้นต่ำมาก เป็นเพียงความเป็นไปได้
ในทางทฤษฎีเท่านั้น ในความเป็นจริงแล้วไม่เคยเกิดขึ้น
แต่ผู้นำตระกูลหลงซานแข็งแกร่งเกินไป ดังนั้นจึงมีเทพที่แท้จริงบางองค์
อดไม่ได้ที่จะคิดไปในทิศทางนี้
“ไม่ว่าจะเป็นเทพที่ล้มตายในอดีตหรือไม่ หลังจากพบเทพแห่งพยากรณ์
ทุกอย่างก็จะกระจ่าง”
มีเทพที่แท้จริงบางองค์ตอบ
พวกเขามีศรัทธามั่นอย่างแน่นอนในเทพแห่งพยากรณ์
พระราชวังหลงซาน
ภายในห้องฝึกฝน
หลินหยวนนั่งขัดสมาธิอีกครั้ง
“รสชาติของร่างอวตารของพลังศักดิ์สิทธิ์ ดีกว่า ‘ผลึกศักดิ์สิทธิ์’ ทั่วไปเล็ก
น้อย”
หลินหยวนเลียริมฝีปาก ประเมินในใจอย่างไม่ใส่ใจ แม้แต่ในจักรวาลหลัก
ของโลกหลัก พลังที่บริสุทธิ์ที่บรรจุอยู่ในร่างอวตารของพลังศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้ก็
ยังเหนือกว่า ‘ของเหลววิญญาณสีแดง’ อยู่มาก
“น่าเสียดายที่เป็นเพียงร่างอวตาร หากเป็นร่างจริงของเทพที
แท้จริง…อย่างน้อยก็สามารถลองผลของเทพสัญลักษณ์ได้”
หลินหยวนรู้สึกเสียดายเล็กน้อย
ด้วยความแข็งแกร่งของเขาในปัจจุบัน ร่างอวตารของพลังศักดิ์สิทธิ์ของ
เทพที่แท้จริงแทบไม่ต่างจากร่างจริง การควบคุมมิติอย่างสมบูรณ์ด้วยชั้นมิติ
เกือบ 100 ล้านชั้น ทำให้หลินหยวนสามารถบดขยี้เทพที่แท้จริงหรือแม้แต่เทพ
สูงสุดในชั้นมิติได้
“แต่ก็ใกล้แล้ว”
“รอให้เราเข้าใจแก่นแท้ของมิติในกึ่งเทพได้อย่างสมบูรณ์”
หลินหยวนคิดในใจ ในสายตาของเขา แก่นแท้ของมิติที่บรรจุอยู่ในสถานะ
กึ่งเทพ เป็นภาพสะท้อนของแก่นแท้ของมิติในโลกนี้
เช่นเดียวกับโทรทัศน์ กึ่งเทพรู้เพียงวิธีดูรายการผ่านโทรทัศน์นี้
แต่หลินหยวนกลับอนุมานห่วงโซ่อุตสาหกรรมโรงงานสมัยใหม่ทีสมบูรณ์
ผ่านตัวโทรทัศน์เอง จากนั้นจึงเข้าใจอุตสาหกรรมสมัยใหม่ทั้งหมด
แน่นอนว่าแก่นแท้ของมิติในโลกหนึ่งนั้นยากกว่าห่วงโซ่อุตสาหกรรม
ธรรมดานับไม่ถ้วน เป็นเพียงการเปรียบเทียบ
แก่นแท้ของมิติที่สอดคล้องกับกึ่งเทพในโลกนี้ เป็นส่วนพื้นฐานหลินหยวน
ต้องเข้าใจทั้งหมด จึงจะสามารถเข้าใจแก่นแท้ของมิติทีสอดคล้องกับเทพที่แท้
จริงได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
“มิติ”
ในดวงตาของหลินหยวน ชั้นมิติมากมายกำลังถูกสร้างขึ้น
ชั้นมิติมากมายในโลกภายในก็กำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว เกือบทุกวินาทีก็มี
ชั้นมิติใหม่ถือกำเนิดขึ้น
“หืม?”
ทันใดนั้นหลินหยวนก็หยุดการเข้าใจ หันไปมองไปทางหนึ่ง
“ดูนานพอหรือยัง?”
หลินหยวนพูดพึมพำกับตัวเอง
วูบ
ที่
พลังที่มองไม่เห็นรวมตัวกัน
หญิงสาวรูปร่างสูงสง่า ดวงตาเย็นชา ปรากฏตัวขึ้น
ในขณะที่หญิงสาวผู้นี้ปรากฏตัว กฎของโลกก็ถอยห่าง พลังทีเหนือกว่า
เทพที่แท้จริงแผ่กระจายออกมา
“เทพีแห่งตาข่ายปีศาจ?”
หลินหยวนมองไปที่หญิงสาวที่ไม่ไกลออกไป ไม่แปลกใจ
เรื่องที่หลินหยวนลงมือกับร่างอวตารของพลังศักดิ์สิทธิ์ ใครเป็นคนรู้ก่อน?
ร่างจริงของร่างอวตารของพลังศักดิ์สิทธิ์เหล่านั้นในมหาสมุทรแห่งแสง
สว่าง?
หรือสมเด็จพระสันตะปาปาที่อยู่ข้างๆ หลินหยวน?
ไม่ใช่ทั้งสองอย่าง
ผู้ที่รับรู้ถึงความผิดปกติก่อนคือ เทพีแห่งตาข่ายปีศาจ ซึ่งครอบคลุมโลก
มนุษย์ด้วยตาข่ายปีศาจ เป็นหนึ่งในเทพสูงสุด 12 องค์ของมหาสมุทรแห่งแสง
สว่าง (ทำไมชื่อนี้แต่อยู่ฝั่งแสงสว่าง งงกันไหมครับ)
ที่ใดมีตาข่ายปีศาจครอบคลุม ที่นั่นคือขอบเขตการรับรู้ของเทพีแห่ง
ตาข่ายปีศาจ
การที่หลินหยวนลงมือกับศาสนจักรแห่งตัณหา ส่งร่างแยกวิญญาณลงไป
ยังฐานที่มั่นของศาสนจักรแห่งตัณหาด้วยตนเอง ก็เพราะเกรงกลัวเทพีแห่ง
ตาข่ายปีศาจ กังวลว่าการระเบิดพลังทีแข็งแกร่งเกินไปจะดึงดูดความสนใจของ
อีกฝ่าย
“ผู้นำตระกูลหลงซาน เจ้ามีที่มาอย่างไร?”
เทพีแห่งตาข่ายปีศาจมีสีแปลกๆ ในดวงตาที่สวยงาม มองไปทีหลินหยวน
แล้วถามอย่างช้าๆ
ที่
ในฐานะเทพสูงสุด สูงส่ง มองลงมาที่สรรพชีวิตและเทพ มีไม่กีอย่างในโลก
ที่สามารถกระตุ้นอารมณ์ของพวกเขาได้
แต่หลินหยวนเป็นหนึ่งในนั้นอย่างแน่นอน
“ข้ามีที่มาอย่างไร อีกสักพักเจ้าก็จะรู้”
“ข้าจะเข้าไปในมหาสมุทรแห่งแสงสว่างด้วยตนเอง เมื่อถึงเวลานั้นหวังว่า
พวกเทพสูงสุดอย่างพวกเจ้าจะไม่ทำให้ข้าผิดหวัง”
หลินหยวนขี้เกียจพูดคุยกับเทพสูงสุดเหล่านี้ ยกมือขวาขึ้น พลังของโลกที่
น่ากลัวรวมกับพลังของชั้นมิติมากมาย กวาดล้างทุกสิ่ง
เทพีแห่งตาข่ายปีศาจตรงหน้าเป็นเพียงร่างอวตารที่รวมตัวกันจากตาข่าย
ปีศาจที่ครอบคลุมโลกมนุษย์
แน่นอนว่าไม่สามารถต้านทานการโจมตีของหลินหยวนได้
“ตาข่ายปีศาจ?”
หลินหยวนมองไปรอบๆ ขยับความคิดเล็กน้อย
พลังของตัวเองแผ่กระจายไปทุกทิศทุกทาง ขจัดตาข่ายปีศาจทีอยู่ทุกหน
ทุกแห่ง ส่วนสมาชิกตระกูลหลงซานจะติดต่อกันอย่างไรหลังจากสูญเสียตาข่าย
ปีศาจ?
ด้วยความแข็งแกร่งของหลินหยวน สามารถสร้าง “เครือข่ายการสื่อสาร”
ใหม่ขึ้นมาแทนที่ตาข่ายปีศาจเดิมได้อย่างสมบูรณ์
มหาสมุทรแห่งแสงสว่าง
เทพที่แท้จริงจำนวนมากรวมตัวกันหน้าวิหารอันยิ่งใหญ่ของเทพแห่ง
พยากรณ์
สิ่งที่พวกเขาประสบเมื่อไม่นานมานี้แพร่กระจายไปในหมู่เทพแล้ว มีผู้
แข็งแกร่งเทียบเท่าเทพสูงสุดปรากฏตัวขึ้นในโลกมนุษย์ เป็นเรื่องยากที่จะไม่
แพร่กระจาย
ดังนั้นเทพที่แท้จริงที่รวมตัวกันหน้าวิหารในตอนนี้จึงมีมากกว่าหลายร้อย
องค์ เทพที่แท้จริงอย่างน้อยแปดในสิบของมหาสมุทรแห่งแสงสว่างทั้งหมดถูก
ดึงดูดมาที่นี่
แม้แต่เจตจำนงของเทพสูงสุดก็กำลังเฝ้าดูอยู่ห่างๆ
ในเวลานี้ ประตูวิหารก็ถูกผลักเปิดออก
เทพแห่งพยากรณ์ในชุดขาวเดินออกมา
“ข้ารู้จุดประสงค์ของพวกเจ้าแล้ว”
เทพแห่งพยากรณ์เป็นชายชราผมขาว น้ำเสียงอ่อนโยน ดวงตาอบอุ่น
“ต้องการทราบที่มาของผู้นำตระกูลหลงซาน เรื่องนี้ไม่ยาก”
เทพแห่งพยากรณ์พูดอย่างใจเย็น แต่ในใจก็อยากรู้เช่นกัน
ก่อนหน้านี้เขาทำนายเพียงร่องรอยสุดท้ายของกึ่งเทพที่หายตัวไป อยู่ที่
เทือกเขามังกร ก็ไม่ได้ทำนายต่อไป
ไม่คิดว่าเรื่องนี้จะกลายเป็นเรื่องใหญ่โตเช่นนี้
“ขอบพระคุณท่านเทพแห่งพยากรณ์”
“เทพแห่งพยากรณ์รู้ทุกสิ่ง คาดว่าที่มาของผู้นำตระกูลหลงซานจะปรากฏ
ต่อหน้าพวกเราในไม่ช้า”
เทพที่แท้จริงแต่ละองค์มีสีหน้าตื่นเต้น พลังการต่อสู้ที่ผู้นำตระกูลหลง
ซานแสดงออกมานั้นไม่ด้อยไปกว่าเทพสูงสุด ผู้แข็งแกร่งเช่นนีอยู่ในโลกมนุษย์
ได้อย่างไร ทำให้เทพอยากรู้อยากเห็นมาก
“งั้นข้าเริ่มแล้ว”
ยิ้
ชื่
เทพแห่งพยากรณ์ยิ้มเล็กน้อย ในขณะเดียวกันก็ท่องชื่อของผู้นำตระกูล
หลงซานและตำแหน่งที่แน่นอนของเทือกเขามังกรในใจ
สุดท้ายก็กระตุ้นพลังทำนายของเทพสูงสุดในร่างกาย ยืมกฎแห่งสวรรค์
และโลกเพื่อตรวจสอบที่มาที่แท้จริงของผู้นำตระกูลหลงซาน
วูบ
ภาพมากมายปรากฏขึ้นต่อหน้าเทพแห่งพยากรณ์
นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตของเทือกเขามังกร
สิ่งเหล่านี้แสดงต่อหน้าเทพแห่งพยากรณ์ในรูปแบบของการย้อนเวลากลับ
ไป
100 ปี
200 ปี
300 ปี
400 ปี
ในพริบตา เวลาก็ย้อนกลับไปสี่ถึงห้าร้อยปี
“มีที่มาอย่างไรกัน”
เทพแห่งพยากรณ์มีสีหน้าคาดหวังเล็กน้อย
สิ่งที่เรียกว่าการทำนาย สาระสำคัญคือเวลา ย้อนอดีตด้วยเทพสูงสุดแห่ง
เวลาในร่างกายของเทพแห่งพยากรณ์
ดังนั้นเทพแห่งพยากรณ์จึงมีชื่อเสียงว่ารู้ทุกสิ่ง
ท้ายที่สุดตราบใดที่เวลาย้อนกลับไปนานพอ สำหรับเทพแห่งพยากรณ์
แล้ว ก็ไม่มีความลับใดๆ ในโลก
ในบรรดาเทพสูงสุด 24 องค์ของมหาสมุทรแห่งแสงสว่างและห้วงลึกแห่ง
ความมืด พลังการต่อสู้ของเทพแห่งพยากรณ์ไม่ได้แข็งแกร่งสูงสุด แต่เป็นเทพ
สูงสุดที่ตายยากที่สุดอย่างแน่นอน
การมองเห็นอดีตทำให้เทพแห่งพยากรณ์มีวิธีเอาตัวรอดนับไม่ถ้วน
วูม
เวลายังคงย้อนกลับ
เมื่อมาถึงจุดหนึ่ง
เวลาที่ย้อนกลับอย่างช้าๆ ก็หยุดชะงัก
“หืม?”
สีหน้าของเทพแห่งพยากรณ์เปลี่ยนไปเล็กน้อย เขาไม่เคยพบสถานการณ์
เช่นนี้มาก่อน
สามารถต้านทานการย้อนเวลาของเขาได้
เทพแห่งพยากรณ์รีบมองไปที่ภาพตรงหน้า ผู้นำตระกูลหลงซานที่ยังหนุ่ม
นอนอยู่บนเตียง ทันใดนั้นก็ลืมตาขึ้น
วินาทีต่อมา
เวลาย้อนกลับราวกับสัมผัสกับบางสิ่งที่เหลือเชื่อ
แม่น้ำแห่งกาลเวลาเริ่มปั่นป่วน สีหน้าของเทพแห่งพยากรณ์เปลี่ยนไป
อย่างมาก เขารู้สึกได้อย่างชัดเจนถึงแรงสะท้อนกลับจากแม่น้ำแห่งกาลเวลา
เกือบจะกลืนกินเขา
เปรี๊ยะ
นื่
สีหน้าของเทพแห่งพยากรณ์ซีดเผือด พลังลดลงอย่างต่อเนื่องเทพสูงสุด
แห่งเวลาในร่างกายก็มีรอยร้าวปรากฏขึ้น
บนท้องฟ้า
“ดาวดวงใหญ่ที่เป็นสัญลักษณ์ของเทพแห่งการทำนายโชคชะตา ซึ่งเกือบ
จะส่องแสงไปทั่วหนึ่งในสิบของท้องฟ้า แต่แล้วจู่ๆดาวดวงนั้นก็เริ่มสั่นสะเทือน
อย่างรุนแรง.”
ดวงดาวขนาดใหญ่ที่เป็นสัญลักษณ์ของเทพแห่งพยากรณ์
ซึ่งเกือบจะส่องแสงไปทั่วหนึ่งในสิบของท้องฟ้า
แต่แล้วจู่ๆ ดาวดวงนั้นก็เริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
สั่นคลอนจนเกือบพังทลาย….
(จบตอน)
……..
ระดับ
ผมจะไล่ระดับจากกึ่งเทพขึ้นไปนะครับ
กึ่งเทพ
เทพหรือเทพที่แท้จริง แบ่งออกเป็น 3 ระดับ (พวกนี้เป็นได้แค่ผู้ติดตาม
หรือบริวาร อยู่ใต้เทพสูงสุด )
เทพชั้นล่าง
เทพชั้นกลาง
เทพชั้นสูง
ที่
สุดท้ายคือ เทพสูงสุด ที่มีเพียง 24 องค์