สวรรค์บันดาล: ข้าพเจ้าสร้างวิถี - บทที่ 335 จักรวาลขนาดเล็ก
“นี่… นี่ผ่านไปแล้ว?”
รูปปั้นหินเซินจี๋มองไปที่ตำแหน่งเริ่มต้นของหอคอยดำชั้นที่สามแล้วมอง
ไปที่ตำแหน่ง ‘จุดสิ้นสุด’ ที่หลินหยวนยืนอยู่ ในที่สุดก็ตระหนักได้ถึงบางสิ่ง
“ทำไมเร็วอย่างนี้?”
รูปปั้นหินเซินจี๋ไม่อยากจะเชื่อ เขาคาดเดาไว้แล้วว่าหลินหยวนมีความ
ก้าวหน้า จึงกล้าที่จะฝ่าหอคอยดำชั้นที่สามต่อไป
ท้ายที่สุด การทดสอบของชั้นที่สาม แตกต่างจากชั้นที่หนึ่งและชั้นที่สอง
เมื่อผู้ฝึกฝนฝ่าชั้นที่หนึ่งและชั้นที่สอง จำเป็นต้องต่อต้านแรงกดดันที่อยู่ทุกหน
ทุกแห่ง
ด้วยวิธีนี้จึงสามารถใช้แรงกดดันเพื่อฝึกฝนตนเองได้ แต่ชั้นทีสาม?
สิ่งที่ทดสอบคือการครอบครองชั้นมิติ นี่คือมาตรฐานที่เข้มงวดทำได้ก็คือ
ทำได้ ทำไม่ได้ก็คือทำไม่ได้
ดังนั้น เมื่อหลินหยวนมาถึงอีกครั้ง รูปปั้นหินเซินจี๋จึงมั่นใจว่ามีความ
ก้าวหน้าครั้งสำคัญ
หากความแข็งแกร่งยังคงเท่าเดิม หลินหยวนก็ไม่จำเป็นต้องมา
แต่ความก้าวหน้านี้ก็น่าตกใจเกินไป
แม้ว่ารูปปั้นหินเซินจี๋จะเคยผ่านยุครุ่งเรืองอันยาวนานของหอคอยหยก
ปีศาจ แต่ก็ยังตกใจกับความเร็วในการฝ่าหอคอยของหลินหยวน
รูปปั้นหินเซินจี๋สามารถยืนยันได้ว่าแก่นแท้ของจิตสำนึกที่หลินหยวนส่ง
มายังคงอยู่ในระดับ 9
ที่
ชั้
ที่
มีเพียงระดับ 9 ที่สามารถผ่านหอคอยดำชั้นที่สามได้ในพริบตา? ใน
มาตรฐานที่เจ้าหอคอยหยกปีศาจทิ้งไว้ ความยากของหอคอยดำชั้นที่สาม
สอดคล้องกับผู้แข็งแกร่งระดับ 9 ขั้นพิเศษที่สร้างชั้นมิติได้ 80 ถึง 90 ล้านชั้น
และผู้แข็งแกร่งระดับ 10
ในบรรดาสิ่งมีชีวิตระดับ 9 แม้แต่ผู้ที่สร้างชั้นมิติได้เกือบ 100 ล้านชั้น หาก
ต้องการฝ่าหอคอยดำชั้นที่สาม ก็จำเป็นต้องระมัดระวังเคลื่อนย้ายไปในชั้นมิติ
ต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อหลบเลี่ยงแรงกดดันทีอยู่ทุกหนทุกแห่ง
แล้วหลินหยวนล่ะ?
รูปปั้นไม่รู้จะอธิบายความเร็วในการฝ่าหอคอยของหลินหยวนอย่างไร
เพราะอีกฝ่ายไม่ได้ใช้เวลาเลย
เพียงก้าวเดียวก็ถึง ‘จุดสิ้นสุด’ แล้ว
“ครอบครองชั้นมิติได้กี่ชั้นกันแน่?”
รูปปั้นเริ่มย้อนดูภาพ ชะลอการก้าวของหลินหยวนลงอย่างต่อเนื่อง
ในมิติหลัก หลินหยวนเพียงก้าวออกไปเบาๆ แต่กลับครอบครองชั้นมิติ
ต่างๆ นับไม่ถ้วน อย่างน้อยก็เกิน 500 ล้านชั้นในเวลาเดียวกัน
ด้วยเหตุนี้ หลินหยวนจึงสามารถข้ามระยะทางจากตำแหน่งเริ่มต้นไปยัง
จุดสิ้นสุดของหอคอยดำชั้นที่สามได้อย่างง่ายดาย
“ตัวประหลาด”
รูปปั้นหินเซินจี๋ส่ายหัวไม่หยุด
แปลกประหลาด
แปลกประหลาดเกินไป
หากไม่ได้เห็นกับตา รูปปั้นหินเซินจี๋ก็ไม่อยากจะเชื่อว่าในจักรวาลเล็กๆ จะ
มีตัวประหลาดอย่างหลินหยวนเกิดขึ้น
ชั้
ชั้
การสร้างชั้นมิติได้มากกว่า 500 ล้านชั้น ในยุครุ่งเรืองของหอคอยหยก
ปีศาจ เคยได้ยินมาบ้าง แต่หลินหยวนเพิ่งก้าวเข้าสู่ระดับ 9 ผ่านไปนานเท่าไหร่
เอง?
วูบ
รูปปั้นหินเซินจี๋ปรากฏตัวที่ ‘จุดสิ้นสุด’ ของหอคอยดำชั้นที่สามในฐานะผู้
พิทักษ์หอคอยดำเก้าชั้น เขามีสิทธิ์ที่จะปรากฏตัวในชั้นใดก็ได้
“เจ้าหนู เจ้าเป็นสิ่งมีชีวิตระดับ 9 ที่ผ่านชั้นที่สามได้เร็วที่สุด”
รูปปั้นหินเซินจี๋ยิ้มแห้งๆ
เหตุผลที่จำกัดขอบเขตไว้ที่ระดับ 9 เป็นเพราะในบรรดาสิ่งมีชีวิตที่ผ่าน
หอคอยดำชั้นที่สาม ยังมีสิ่งมีชีวิตระดับ 10 ระดับ 11 และแม้แต่สิ่งมีชีวิตระดับ
สูงสุดระดับ 12
“อยากลองชั้นที่สี่ไหม?”
รูปปั้นหินเซินจี๋ถามขึ้นทันที
หากเป็นสิ่งมีชีวิตระดับ 9 อื่นๆ หลังจากผ่านชั้นที่สามแล้ว เขาจะไม่ถาม
ประโยคนี้แน่นอน
หอคอยดำชั้นที่สามโดยทั่วไปมุ่งเป้าไปที่สิ่งมีชีวิตระดับ 10 มีสิ่งมีชีวิต
ระดับ 9 ส่วนน้อยที่สร้างชั้นมิติได้เกือบ 100 ล้านชั้นที่มีหวังผ่าน
ส่วนหอคอยดำชั้นที่สี่ มุ่งเป้าไปที่สิ่งมีชีวิตระดับ 10 ขั้นสูงสุดและระดับ
11 หอคอยดำชั้นที่ห้า มุ่งเป้าไปที่สิ่งมีชีวิตระดับ 11 ที่เข้าใจกฎแห่งเวลาอย่าง
สมบูรณ์ หอคอยดำชั้นที่หก มุ่งเป้าไปที่สิ่งมีชีวิตระดับ 11 ที่เริ่มผสานกฎแห่ง
เวลาและกฎแห่งมิติ
ส่วนหอคอยดำชั้นที่เจ็ด ชั้นที่แปด และชั้นที่เก้า มีเพียงสิ่งมีชีวิตระดับ 12
หรือผู้แข็งแกร่งสูงสุดเท่านั้นที่สามารถผ่านได้
รั้
จากระดับ 9 ไปสู่ระดับ 10 เป็นการก้าวกระโดดครั้งใหญ่ เป็นการ
เปลี่ยนแปลงเชิงคุณภาพ แม้ว่าสิ่งมีชีวิตระดับ 9 จะสร้างชั้นมิติได้ 100 ล้านชั้น
พันล้านชั้น ก็ไม่สามารถผ่านหอคอยดำชั้นที่สี่ได้
เพราะสิ่งที่หอคอยดำชั้นที่สี่ทดสอบไม่ใช่การครอบครองชั้นมิติ
“ได้ขอรับ”
หลินหยวนพยักหน้า เขาก็อยากเห็นว่าหอคอยดำชั้นที่สี่เป็นอย่างไร
หากผ่านได้ก็ดี หากผ่านไม่ได้ก็ไม่มีอะไรเสีย
วูบ
ร่างของหลินหยวนหายไป ปรากฏตัวที่หอคอยดำชั้นที่สี่
“การทดสอบของชั้นนี้คือ…”
สีหน้าของหลินหยวนเคร่งขรึมเล็กน้อย
“เวลา?”
ด้วยความเข้าใจในกฎแห่งเวลาของเขาในปัจจุบัน เขาจึงรับรู้ได้ถึงการ
เปลี่ยนแปลงของอัตราการไหลของเวลาในพื้นที่ต่างๆ ของชั้นที่สี่ในทันที
บางพื้นที่ อัตราการไหลของเวลาเร่งขึ้น บางพื้นที่ อัตราการไหลของเวลา
ช้าลง บางพื้นที่ อัตราการไหลของเวลาหยุดนิ่ง
ยังมีพื้นที่เล็กๆ น้อยๆ ที่อัตราการไหลของเวลาย้อนกลับอย่างช้าๆ
“ลองดูหน่อย”
หลินหยวนสังเกตอย่างระมัดระวัง ก้าวออกไป
นอกหอคอยดำ เมื่อเห็นฉากนี้ สีหน้าของรูปปั้นหินก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย
นี่
ชี่
“เจ้าหนูนี่มีความเชี่ยวชาญในกฎแห่งเวลาด้วย?”
รูปปั้นหินเซินจี๋รู้สึกมึนงง กฎแห่งเวลา สิ่งมีชีวิตระดับ 9 สามารถรับรู้ถึง
ความผันผวนของเวลาได้จริง แต่ยังห่างไกลจากการเข้าใจ
โดยทั่วไปแล้ว มีเพียงสิ่งมีชีวิตระดับ 10 เท่านั้นที่เริ่มรับรู้กฎแห่งเวลา
ตอนนี้หลินหยวนก้าวออกไปทีละก้าว ข้ามพื้นที่ที่เวลาบิดเบี้ยวในด้านกฎแห่ง
เวลา ไม่ด้อยไปกว่าสิ่งมีชีวิตระดับ 10 ขั้นสูงสุดเลย
“ตัวประหลาดนี่ฝึกฝนอย่างไรกันแน่?”
รูปปั้นหินเซินจี๋สงสัย ในเวลาสั้นๆ เช่นนี้ แม้จะเข้าไปในสถานทีที่มีอัตรา
การไหลของเวลาสูงมาก ก็ไม่น่าจะมีความก้าวหน้าในการฝึกฝนเช่นนี้
ครึ่งชั่วยามต่อมา
หลินหยวนมีสีหน้าจริงจัง หลังจากข้ามพื้นที่สุดท้ายที่เวลาย้อนกลับ ใน
ที่สุดก็มาถึง ‘จุดสิ้นสุด’ ของหอคอยดำชั้นที่สี่
“ผ่านแล้ว”
หลินหยวนยิ้ม
การที่สามารถผ่านชั้นที่สี่ได้ เป็นเพราะเทพสูงสุดสัญลักษณ์สองอันที่มี
คุณสมบัติเวลาในโลกแห่งเทพ
ด้วยการใช้เทพสูงสุดสัญลักษณ์สองอันที่มีคุณสมบัติเวลา หลินหยวนจึง
สามารถสังเกตกฎแห่งเวลาในโลกแห่งเทพ ทำให้ความเข้าใจในกฎแห่งเวลา
พัฒนาอย่างรวดเร็ว
แม้ว่าจะยังห่างไกลจากการเข้าใจกฎแห่งเวลาอย่างสมบูรณ์ แต่เมื่อเทียบ
กับระดับ 9 หรือแม้แต่ระดับ 10
หลินหยวนถือเป็นผู้บุกเบิกในด้านกฎแห่งเวลาอย่างแน่นอน
“อยากลองชั้นที่ห้าไหม?”
ปั้
จี๋
รั้
รูปปั้นหินเซินจี๋ปรากฏตัวอีกครั้ง
“ได้ขอรับ”
หลินหยวนพยักหน้า
เขารู้สึกว่าตัวเองไม่น่าจะผ่านหอคอยดำชั้นที่ห้าได้ เพราะแม้แต่ชั้นที่สี่ก็
ยังผ่านอย่างยากลำบาก
แต่ก็ต้องขึ้นไปดู
วูบ
ครู่หนึ่งต่อมา
หลินหยวนถอยออกมาจากหอคอยดำชั้นที่ห้าด้วยตัวเอง
“อย่างน้อยต้องเข้าใจกฎแห่งเวลาอย่างสมบูรณ์จึงจะมีหวังผ่านชั้นที่ห้า”
หลินหยวนรู้สึกทึ่ง เพียงแค่ตำแหน่งเริ่มต้นของชั้นที่ห้า อัตราการไหลของ
เวลาย้อนกลับก็ทำให้หลินหยวนรู้สึกปวดหัวแล้ว
เมื่อเห็นเช่นนี้ รูปปั้นหินเซินจี๋ก็โล่งใจเล็กน้อย
แม้ว่าเขาจะตัดสินจากความเชี่ยวชาญในกฎแห่งเวลาที่หลินหยวน
แสดงออกมาเมื่อผ่านชั้นที่สี่แล้วว่าไม่น่าจะผ่านชั้นที่ห้าได้
แต่ก่อนหน้านี้ รูปปั้นหินเซินจี๋ก็คิดว่าหลินหยวนไม่น่าจะผ่านชั้นที่สามและ
ชั้นที่สี่ได้เช่นกัน
“เอาล่ะ ตามกฎที่เจ้าหอคอยทิ้งไว้ เจ้าผ่านชั้นที่สามและชั้นที่สี่สามารถรับ
สมบัติอย่างละหนึ่งชิ้นจากคลังสมบัติชั้นที่สามและชั้นที่สี …”
รูปปั้นหินเซินจี๋มองหลินหยวน ครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วพูด
อื่
นั่
ชั้
“แต่ข้าสามารถให้ทางเลือกอื่นแก่เจ้า นั่นคือเลือกโดยตรงในคลังสมบัติชั้น
ที่ห้า แต่สามารถเลือกได้เพียงชิ้นเดียว”
“แน่นอน เจ้าสามารถปฏิเสธ และเลือกสมบัติสองชิ้นในคลังสมบัติชั้นที่
สามและชั้นที่สี่”
รูปปั้นหินพูด
คลังสมบัติชั้นที่สาม คลังสมบัติชั้นที่สี่ คลังสมบัติชั้นที่ห้าสอดคล้องกับชั้น
ของหอคอยดำเก้าชั้น
ยิ่งชั้นสูง สมบัติรางวัลในคลังก็ยิ่งมีค่ามากขึ้น
“ขอเลือกในคลังสมบัติชั้นที่ห้า”
หลินหยวนพูดอย่างไม่ลังเล
หอคอยดำชั้นที่ห้า อย่างน้อยต้องเป็นผู้แข็งแกร่งระดับ 11 ทีเข้าใจกฎแห่ง
เวลาอย่างสมบูรณ์จึงจะผ่านได้ ส่วนคลังสมบัติทีสอดคล้องกัน คาดว่าอย่าง
น้อยก็ต้องเป็นระดับ 11 ดาว หรือแม้แต่ระดับ 11 ดาวขั้นสูงสุดอย่างต้นไม้โลก
ก็มีไม่น้อย
สมบัติระดับ 11 ดาวขั้นสูงสุดชิ้นเดียว มีค่ามากกว่าสมบัติระดับ 11 ดาว
ทั่วไปหลายชิ้น
“ได้”
รูปปั้นหินเซินจี๋พยักหน้า แล้วโบกมือ
มีภาพสามภาพปรากฏขึ้นข้างหน้า
ภาพแรกเป็นหยกใส แม้ว่าจะดูธรรมดา แต่สามารถปรากฏในคลังสมบัติ
ชั้นที่ห้าได้ หลินหยวนไม่กล้าประมาท
“ในหยกชิ้นนี้ บันทึกเส้นทางวิวัฒนาการที่ไม่สมบูรณ์”
ปั้
จี๋ยิ้
รูปปั้นหินเซินจี๋ยิ้มเล็กน้อย
“เส้นทางวิวัฒนาการระดับสูงสุดที่ไม่สมบูรณ์”
“เส้นทางวิวัฒนาการระดับสูงสุดนี้ สิ่งมีชีวิตสูงสุดได้ล่มสลายไปนานแล้ว”
“เส้นทางวิวัฒนาการระดับสูงสุด?”
จิตใจของหลินหยวนสั่นสะท้าน นี่เป็นสมบัติที่ไม่สามารถประเมินค่าได้
อย่างแน่นอน เส้นทางวิวัฒนาการระดับสูงสุดที่ไม่มีสิ่งมีชีวิตสูงสุด? แม้จะไม่
สมบูรณ์ ก็เพียงพอที่จะทำให้สิ่งมีชีวิตระดับ 11 จำนวนมากคลั่งไคล้
ท้ายที่สุด แม้ว่าเส้นทางวิวัฒนาการจะไม่สมบูรณ์ แต่ตัวมันเองก็เป็นระดับ
สูงสุด สามารถกำหนดเส้นทางตามส่วนที่ยังไม่เสียหายส่วนที่เหลือก็ค่อยๆ เติม
เต็มก็ได้
หลินหยวนมีความรู้สึกว่า หากให้เผ่าพันธุ์ต่างดาวระดับสูงในจักรวาลรู้
เกี่ยวกับเส้นทางวิวัฒนาการระดับสูงสุดที่ไม่สมบูรณ์ อาจทำให้เผ่าพันธุ์ระดับ
สูงสุดหลายเผ่าทำสงครามกันอย่างเต็มที่
“สมบัติชิ้นที่สอง เป็นอาวุธลับพิเศษ แข็งแกร่งกว่าอาวุธลับระดับ 11
ทั่วไปเล็กน้อย”
รูปปั้นหินเซินจี๋มองไปที่ภาพที่สอง เป็นหอกสีเทา พื้นผิวมีรอยด่าง แต่รังสี
อำมหิตที่แผ่ออกมาอย่างรางๆ ทำให้หลินหยวนรู้สึกหนาว
“แข็งแกร่งกว่าอาวุธลับระดับ 11 ?”
หลินหยวนรู้สึกตื่นเต้น นี่เป็นสมบัติที่สามารถเพิ่มพลังการต่อสู้ได้โดยตรง
รอยแยกมิติถาวรในสมรภูมิรบต่างเผ่าพันธุ์ขนาดเล็กและขนาดกลางเกิด
ขึ้นได้อย่างไร?
ผู้แข็งแกร่งขั้นสูงสุดลงมือเอง?
ทั่
กี่
ที่ต่ำ
โดยทั่วไปแล้ว ผู้แข็งแกร่งสูงสุดจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับสมรภูมิรบที่ต่ำกว่า
สมรภูมิรบขนาดใหญ่ รอยแยกมิติถาวรในสมรภูมิรบขนาดเล็กและขนาดกลาง
เกิดจากผู้แข็งแกร่งระดับ 10 หรือระดับ 11 บางคนถืออาวุธระดับสูงสุด แล้ว
โจมตีระดับสูงสุด
ในช่วงเวลาพิเศษบางช่วงเวลา เมื่ออารยธรรมมนุษย์ทำสงครามกับเผ่า
พันธุ์ต่างดาวอย่างเต็มที่ แม้แต่ในสมรภูมิรบต่างเผ่าพันธุ์ขนาดเล็ก ก็ยังมีร่อง
รอยของผู้แข็งแกร่งระดับ 10
ดังนั้น ในทางทฤษฎีแล้ว หลินหยวนก็สามารถใช้หอกสีเทาทีแข็งแกร่งกว่า
อาวุธลับระดับ 11 นี้ได้เช่นกัน
แค่ไม่สามารถใช้พลังทั้งหมดได้เท่านั้น
“สมบัติชิ้นที่สาม”
รูปปั้นหินเซินจี๋มองไปที่ภาพสุดท้าย
“นี่คือจักรวาลขนาดเล็ก จักรวาลขนาดเล็กที่เป็นอิสระอย่างแท้จริง เป็นสิ่ง
ที่เจ้าหอคอยสร้างขึ้นเมื่อหลายล้านปีก่อนในช่วงที่ปิดฝึกฝน”
ภาพที่สามที่อยู่ตรงหน้ารูปปั้นหินเซินจี๋ เป็นทรงกลมสีเทา ให้ความรู้สึก
คล้ายกับผลึกแห่งความโกลาหล แต่ลึกซึ้งกว่ามาก
“จักรวาลขนาดเล็ก?”
“จักรวาลขนาดเล็กที่เป็นอิสระอย่างแท้จริง?”
ดวงตาของหลินหยวนเป็นประกาย อะไรคืออิสระอย่างแท้จริง?
โลกภายในของผู้แข็งแกร่งระดับ 8 ระดับ 9 ระดับ 10 หรือแม้แต่ระดับ 11
ในจักรวาลหลัก พูดอย่างจริงจังแล้วนั่นไม่ใช่โลกทีเป็นอิสระ
พวกเขาจำเป็นต้องพึ่งพาโลกหลัก ใช้กฎแห่งเวลาของจักรวาลหลักร่วมกัน
หากต้องการเป็นอิสระอย่างสมบูรณ์ จำเป็นต้องหลอมรวมกาล
อวกาศ(กาลเวลาและอวกาศ) เปลี่ยนโลกภายในเป็นจักรวาลภายใน
โลกที่เป็นอิสระอย่างแท้จริง อัตราการไหลของเวลาภายในจะเป็นอิสระ
อย่างแท้จริง จะไม่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยอื่นๆ
“เมื่อเจ้าหลอมรวมจักรวาลขนาดเล็กนี้แล้ว จะสามารถรับรู้ถึงความ
ผันผวนของกฎต่างๆ ภายในได้อย่างลึกซึ้ง”
รูปปั้นหินเซินจี๋อธิบาย
ในแง่มุมหนึ่ง จักรวาลขนาดเล็กนี้เกินขอบเขตของสมบัติระดับ 11 ดาว
แล้ว มีเพียงผู้แข็งแกร่งสูงสุดเท่านั้นที่สามารถสร้างได้ และไม่ใช่ผู้แข็งแกร่ง
สูงสุดทั่วไป
“สมบัติสามชิ้น เจ้าสามารถเลือกได้หนึ่งชิ้น”
รูปปั้นหินเซินจี๋มองหลินหยวน
“เลือกหนึ่งชิ้น?”
ความคิดของหลินหยวนหมุนอย่างรวดเร็ว อย่างแรกคือสมบัติชิ้นแรก เส้น
ทางวิวัฒนาการระดับสูงสุดที่ไม่สมบูรณ์
หากหลินหยวนไม่มีความเข้าใจท้าทายสวรรค์ แน่นอนว่าจะเลือกอันนี้
ก่อน เพราะเส้นทางวิวัฒนาการระดับสูงสุดที่ไม่มีสิ่งมีชีวิตระดับสูงสุด เป็นสิ่ง
ล่อใจที่สิ่งมีชีวิตระดับ 11 ทุกคนไม่สามารถปฏิเสธได้
แต่หลินหยวนมีความเข้าใจท้าทายสวรรค์ และวางแผนที่จะพัฒนาเส้น
ทางวิวัฒนาการวรยุทธ์ไปสู่ระดับสูงสุด ในกรณีนี้ เส้นทางวิวัฒนาการระดับ
สูงสุดก็ไม่ได้มีความหมายมากนักสำหรับหลินหยวน
เพราะหลินหยวนจะไม่ละทิ้งเส้นทางวิวัฒนาการวรยุทธ์ แล้วไปฝึกฝนเส้น
ทางวิวัฒนาการที่ไม่คุ้นเคย
ส่วนการเรียนรู้?
รู้
อารยธรรมมนุษย์มีเส้นทางวิวัฒนาการระดับสูงสุด 9 เส้นทางหลินหยวน
ไม่ขาดสิ่งที่จะเรียนรู้
เส้นทางวิวัฒนาการระดับสูงสุดที่ไม่สมบูรณ์นี้ สิ่งที่มีค่าที่สุดไม่ใช่เส้นทาง
วิวัฒนาการเอง แต่เป็นการที่ไม่มีสิ่งมีชีวิตระดับสูงสุดอยู่ที่ปลายทาง
ส่วนชิ้นที่สอง หอกสีเทาที่แข็งแกร่งกว่าอาวุธลับระดับ 11 เล็กน้อย หลิน
หยวนก็ปฏิเสธเช่นกัน เขาไม่สามารถให้ร่างแยกสองร่างของเขามีอาวุธลับที่มี
ค่าเช่นนี้ได้
แต่ร่างจริงของเขามักจะอยู่ในสถานที่ที่ปลอดภัยโดยสิ้นเชิงแทบจะไม่ต้อง
ใช้อาวุธลับระดับนี้เลย
ดังนั้นจึงดูไม่มีประโยชน์
“ข้าเลือกจักรวาลขนาดเล็กนั่น”
หลินหยวนมองไปที่ภาพที่สาม
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็รับไปเถอะ”
รูปปั้นหินเซินจี๋ยิ้ม แล้วโบกมือ
ทันใดนั้น จักรวาลขนาดเล็กที่ปกคลุมไปด้วยหมอกสีเทาก็ลอยมาหาหลิน
หยวน
หลินหยวนยื่นมือขวาเข้าไป พบว่าภายในมีพื้นที่เพียงไม่กี่ร้อยปีแสง แต่
กลับมีความผันผวนของเวลาและความผันผวนของมิติทีสมบูรณ์
“รีบกลับไปหลอมรวมเถอะ”
รูปปั้นหินเซินจี๋ยิ้ม
“เจ้าจะพบว่ามีประโยชน์มาก”
“ได้ขอรับ”
หลินหยวนพยักหน้า
ก่อนออกจากมิติหยกปีศาจ หลินหยวนนึกถึงบางสิ่ง มองไปที่รูปปั้นหินเซิน
จี๋แล้วถาม
“ท่านเซินจี๋ ไม่ทราบว่าท่านเคยได้ยินเกี่ยวกับมิติลับ ‘ต้นกำเนิดแห่ง
จักรวาล’ หรือไม่?”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดของเผ่าพันธุ์ระดับสูงสุดต่างๆ ไม่รู้ที่มาของมิติลับต้น
กำเนิดแห่งจักรวาลในจักรวาลหลัก
แค่ยืนยันได้ว่าไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นในยุคจักรวาลปัจจุบัน
แม้ว่ารูปปั้นหินเซินจี๋จะไม่ใช่ผู้แข็งแกร่งสูงสุด แต่เขามาจากหอคอยหยก
ปีศาจ เคยติดตามเจ้าหอคอยหยกปีศาจผู้ลึกลับ
ด้วยความรู้ของเขา อาจเคยได้ยินเกี่ยวกับมิติลับ ‘ต้นกำเนิดแห่งจักรวาล’
“มิติลับ ‘ต้นกำเนิดแห่งจักรวาล’?”
รูปปั้นหินตกตะลึงไปครู่หนึ่ง เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่
แปลกประหลาด
“เจ้าหมายถึงองค์จักรพรรดิ ‘ต้นกำเนิดแห่งจักรวาล’ ใช่ไหม?”
(จบตอน)
…………
อาจจะงงๆตอนสุดท้ายนิดนึงนะครับ
“‘玄黄’陛下?”
人形石像微微一愣,他思索了一会,语气流露出古 怪,
“你说的应该是‘玄皇’陛下吧。”
นี้
มันมาแบบนี้ครับ มันจะมี 2 คำหลักๆคือ
“เซียนฮวง” (玄黄) เป็นชื่อของ สถานที่ลับ หรือ จักรวาลลับ
“เซียนหวาง” (玄皇) เป็นชื่อที่ถูกต้องของ ฝ่าบาท หรือจักรพรรดิ
ถ้าแปลจริงๆโดยไม่เปลี่ยนความหมายจะแปลประมาณนี้ครับ
“มิติลับ ‘เซียนฮวง’?”
รูปปั้นหินตกตะลึงไปครู่หนึ่ง เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่
แปลกประหลาด
“เจ้าคงหมายถึงองค์จักรพรรดิ ‘เซียนหวาง’ ใช่ไหม”
……………….
ประมาณนี้ครับบบ
ขอบพระคุณสำหรับทุกๆการสนับสนุนจากผู้อ่านที่น่ารักนะค้าบบบบ
ฝันดีนะค้าบบ พรุ่งนี้จะรีบมาเหมือนเดิมมมมม ติดตรงไหนบอกผมได้เลย
น้าา