สวรรค์บันดาล: ข้าพเจ้าสร้างวิถี - บทที่ 361 เจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ชิคุน: ระดับ
9 นี่คือระดับ 9!
……….
กฎการหลอมรวมแบ่งออกเป็น 3 ระดับ
การหลอมรวมระหว่างกฎพื้นฐาน
การหลอมรวมระหว่างกฎหลักและกฎพื้นฐาน
การหลอมรวมระหว่างกฎหลัก
ระดับ 10 แบ่งออกเป็น…..
ขั้น ‘เจี๋ย'(1) ขั้น อี้(2) ขั้น ปิ่ง(3) ขั้น ติง(4) ขั้น อู่(5) ขั้น จี่(6)
……….
“พลังในร่างกายและจิตวิญญาณของเราเพิ่มขึ้นถึง 1,000 เท่า …”
หลินหยวนสัมผัสถึงความรู้สึกควบคุมที่ร่างกายและจิตวิญญาณอัน
แข็งแกร่งมอบให้
ในเวลานี้ ร่างของเขาราวกับวัตถุบนท้องฟ้าขนาดยักษ์ หากปลดปล่อยการ
ควบคุม
สสารทั้งหมดภายในพื้นที่หลายปีแสงรอบๆ สามารถกลายเป็นผงธุลี จาก
นั้นหมุนรอบตัวเขา
“ตอนนี้ หากเราใช้เพียงพลังของร่างกาย หมัดเดียวก็เพียงพอที่จะบดขยี้
ชั้นมิติหลายชั้น”
หลินหยวนคิดในใจอย่างเงียบๆ
ร่างกายและจิตวิญญาณของหลินหยวนเพิ่มขึ้นพันเท่า พื้นฐานไม่ใช่ระดับ
9 ขั้นสูงสุด ทั่วไป
แต่เป็นร่างกายที่น่าสะพรึงกลัวที่เสริมความแข็งแกร่งด้วยน้ำเต้าลึกลับ
ทำให้พื้นฐานเพิ่มขึ้นมากกว่า 20 เท่า
และพลังของโลกภายในอันกว้างใหญ่ที่เกิดขึ้น กำลังหล่อเลี้ยงร่างกายและ
จิตวิญญาณของหลินหยวนอยู่ตลอดเวลา
ยิ่งไปกว่านั้น เส้นทางวิวัฒนาการวรยุทธ์ยังเชี่ยวชาญในการฝึกฝนร่างกาย
กล่าวคือ ก่อนที่จะพัฒนาขึ้นสู่ระดับ 10 ความแข็งแกร่งของร่างกายของ
หลินหยวนก็แข็งแกร่งกว่าเป็นร้อยหรือพันเท่าของผู้แข็งแกร่งระดับ 9 ในระดับ
เดียวกันแล้ว
“ไม่น่าแปลกใจที่ได้ยินว่าผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทายระดับ 8 สามารถเอาชีวิต
รอดจากผู้แข็งแกร่งระดับ 9 ได้ แต่ไม่เคยได้ยินว่าผู้
แข็งแกร่งระดับ 9 สามารถเอาชีวิตรอดจากผู้แข็งแกร่งระดับ 10 ได้ …”
หลินหยวนส่ายหัวเล็กน้อย
ความแตกต่างของพลังนั้น มากเกินไป
แม้ว่าผู้แข็งแกร่งระดับ 10 คนอื่นๆ จะได้รับเพียงการหล่อเลี้ยงจากพลัง
ต้นกำเนิดของจักรวาล
ก็ยังเหนือกว่าสิ่งมีชีวิตระดับ 9 มาก แม้แต่ผู้แข็งแกร่งระดับ 9 ขั้นพิเศษก็
ไม่มีพลังต้านทานใดๆ เลยต่อหน้าผู้แข็งแกร่งระดับ 10 ทีเพิ่งก้าวขึ้นมาใหม่
“ยิ่งสูงขึ้นไป รอยแยกระหว่างขอบเขตต่างๆ ก็ยิ่งใหญ่ขึ้น ระดับ 9 และ
ระดับ 10 เป็นแบบนี้ ระดับ 10 และระดับ 11 ก็เป็นแบบนี้ ยิ่งระดับ 11 และสิ่ง
มีชีวิตที่อยู่ในขอบเขตสูงสุดก็ย่อมเป็นแบบนี้เช่นกัน”
หลินหยวนคิดในใจ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากระดับ 11 ถึงระดับสูงสุด นั่นคือช่องว่างระหว่าง
การหลุดพ้นจากพันธนาการของแม่น้ำแห่งกาลเวลา
แม้ว่าในจักรวาลจะมีสิ่งมีชีวิตโบราณระดับ 11 ที่แข็งแกร่งมากบางตัว ที่
ทำให้สิ่งมีชีวิตที่อยู่ในขอบเขตสูงสุดไม่ต้องการลงมือ
เช่น “มารดาแห่งโลกต้นไม้”
แต่การไม่ต้องการลงมือนี่ ไม่ได้หมายความว่าสิ่งมีชีวิตโบราณระดับ 11 ที่
แข็งแกร่งเหล่านั้นสามารถต้านทานทักษะของสิ่งมีชีวิตทีอยู่ในขอบเขตสูงสุดได้
แต่หมายความว่า พวกเขามีโอกาสที่จะทำลายตัวเองก่อนที่สิ่งมีชีวิตที่อยู่ใน
ระดับสูงสุดจะสังหารพวกเขาได้สำเร็จ
ทำให้สิ่งมีชีวิตที่อยู่ในขอบเขตสูงสุดไม่ได้อะไรเลย
“โลกภายใน…”
หลินหยวนแบ่งจิตสำนึกส่วนหนึ่งลงไปในโลกภายใน
หลังจากได้รับพลังต้นกำเนิดของความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลจำนวน
มหาศาล โลกภายในของหลินหยวนไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงในด้านขนาดที่มอง
เห็นได้
แต่ทุกด้านของโลกนั้นมีการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด
พูดง่ายๆ
ก็เหมือนความแตกต่างระหว่างดินแดนศักดิ์สิทธิ์กลางกับโลกวิญญาณ
มิติมีเสถียรภาพมากขึ้น กฎสมดุลมากขึ้น
การโจมตีที่มีพลังเท่ากัน ในโลกภายในของระดับ 9 สามารถสร้างหุบเหว
ลึกหลายหมื่นลี้
แต่ในโลกภายในปัจจุบัน อาจทำได้เพียงแค่ผ่าหินออกเป็นสองส่วน?
“เรารู้สึกได้ว่าหลังจากได้รับการหล่อเลี้ยงจากพลังต้นกำเนิดของความว่าง
เปล่าแห่งความโกลาหล โลกภายในได้เชื่อมต่อกับความว่างเปล่าแห่งความ
โกลาหล ดังนั้นจึงค่อยๆพัฒนาขึ้นตลอดเวลา….”
หลินหยวนคิดในใจอย่างลับๆ
ถึงแม้ว่าหลินหยวนจะไม่ได้ลงมือ
จำนวนชั้นมิติของโลกภายในก็กำลังเพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ
โลกภายในของหลินหยวนเป็นอิสระอย่างสมบูรณ์ สามารถดูดซับพลังของ
ความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลได้อย่างช้าๆ
ส่วนผู้วิวัฒนาการระดับ 10 คนอื่นๆ นั้นด้อยกว่าเล็กน้อยสามารถดูดซับ
พลังของจักรวาลหลักได้ แต่คาดว่าก็น่าจะใกล้เคียงกับหลินหยวนในตอนนี้
ชั้นมิติกำลังเพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ ด้วยตัวมันเอง เพียงแต่ความเร็วนั้นช้าลง
มาก
นี่คือเหตุผลที่ผู้แข็งแกร่งระดับ 10 ไม่สนใจจำนวนชั้นมิติของโลกภายใน
ของตนเอง
เพราะเมื่อถึงระดับระดับ 10 โลกภายในจะ “ซิงโครไนซ์” กับจักรวาลหลัก
(ความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล) โดยอัตโนมัติ ซึ่งสามารถสร้างชั้นมิติด้วยตัว
มันเอง
สิ่งมีชีวิตโบราณระดับ 10 บางตัว จำนวนชั้นมิติของโลกภายในสามารถสูง
ถึงหลายร้อยล้านหรือหลายพันล้านชั้น
ในกรณีนี้ เหตุผลที่ผู้แข็งแกร่งระดับ 9 บางคนสร้างชั้นมิติมากขึ้น ก็เพื่อรับ
การหล่อเลี้ยงจากพลังต้นกำเนิดของจักรวาลมากขึ้น
โดยปกติแล้ว ผู้แข็งแกร่งระดับ 9 ที่มีโลกภายใน 10 ล้านชั้น เมื่อพัฒนาสู่
ระดับ 10 สามารถเปิดรอยแยกขนาด 1 ล้านลี้เพื่อรับการหล่อเลี้ยงจากพลังต้น
กำเนิดของจักรวาล
ส่วนผู้แข็งแกร่งระดับ 9 ขั้นพิเศษที่สร้างชั้นมิติหลายสิบล้านชั้นเมื่อพัฒนา
สู่ระดับ 10 รอยแยกที่เปิดออกจะสูงถึง 2 หรือ 3 ล้านลี้
เมื่อเวลาในการพัฒนาขอบเขตคงที่ที่ 333 วินาที การหล่อเลี้ยงจากพลัง
ต้นกำเนิดของจักรวาลหลักที่ทั้งสองได้รับจึงแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
นี่คือประโยชน์สูงสุดที่ได้รับจากการสร้างชั้นมิติมากขึ้นในระดับ
หลินหยวนสร้างชั้นมิติได้มากกว่า 2,300 ล้านชั้น
ขนาดที่มองเห็นได้ของโลกภายในเกิน 200 ล้านลี้
ด้วยปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ ทำให้รอยแยกของจักรวาลที่ถูกฉีกออกสูงถึง 12
ปีแสง
ดังนั้น การหล่อเลี้ยงจากพลังต้นกำเนิดของความว่างเปล่าแห่งความ
โกลาหลที่ได้รับจึงมากมายมหาศาล
ทำให้พลังของหลินหยวนเพิ่มขึ้นมากกว่าที่คาดไว้มาก
“พลังที่แท้จริงของเราในตอนนี้ เทียบเท่ากับเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์เฮยซิง 3
ถึง 5 คน”
หลินหยวนสำรวจตัวเองและประเมินอย่างเป็นกลาง
เจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์เฮยซิงเป็นระดับ 10 ขั้น’เจี๋ย’ รุ่นอาวุโสเข้าใจกฎการ
หลอมรวมระหว่างกฎหลัก 2 ข้อ
แม้ว่าหลินหยวนจะยังไม่ได้เข้าใจกฎหลักแม้แต่ข้อเดียว แต่พลังที่เขามีนั้น
มากมายมหาศาล หากเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์เฮยซิงต้องเผชิญหน้ากับหลินหยวน
จริงๆ
ผลลัพธ์จะเป็นเพียง
การโจมตีอย่างเต็มกำลังของเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์เฮยซิงไม่สามารถทำลาย
การป้องกันของหลินหยวนได้
ส่วนการโจมตีเพียงเล็กน้อยของหลินหยวน หากโดนเพียงเล็กน้อย เจ้า
แห่งเขตดาวฤกษ์เฮยซิงคงต้องกระอักเลือดและบาดเจ็บสาหัส
“ร่างธาตุ…”
หลินหยวนนึกถึงทักษะร่างกายศักดิ์สิทธิ์หรือกายเซียนนี้จากโลกแห่งเทพ
การต่อสู้ระหว่างผู้แข็งแกร่งระดับ 10 ส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับความแข็งแกร่ง
ของกฎการหลอมรวม
และการหลอมรวมกฎถือเป็นกฎรูปแบบหนึ่งเช่นกัน ซึ่งร่างธาตุสามารถ
รับมือกับการหลอมรวมกฎในระดับ 10 จากการโจมตีของสิ่งมีชีวิตระดับ 10 ได้
เช่นกัน
“การหลอมรวมกฎ” ถือเป็นพลังรูปแบบหนึ่ง สามารถถูก “ร่างธาตุ” ปราบ
ปรามอย่างแน่นอน เพราะร่างธาตุมีคุณสมบัติที่เหนือกว่าหรือข่มกฎเหล่านี้ได้
โดยธรรมชาติ
หลังจากคุ้นเคยกับการเปลี่ยนแปลงของตัวเองแล้ว
หลินหยวนคิดเล็กน้อย ร่างแยกทั้งสองก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าเขา
ในระหว่างการรับการหล่อเลี้ยงจากพลังต้นกำเนิดของความว่างเปล่าแห่ง
ความโกลาหล ร่างแยกทั้งสองย่อมได้รับประโยชน์เช่นกันพลังเพิ่มขึ้นไม่น้อย
ไปกว่าร่างหลัก
“ไปสมรภูมิรบขนาดใหญ่”
หลินหยวนมองไปที่ร่างแยกสุริยะ
ในเมื่อก้าวสู่ระดับ 10 แล้ว หลินหยวนตั้งใจจะไปสมรภูมิรบขนาดใหญ่
ที่
ที่นั่
อย่างน้อยที่สุด ความเร็วในการสะสมพลังต้นกำเนิดทำลายขอบเขตที่นั่น
ย่อมมากกว่าสมรภูมิรบขนาดกลางมาก
หลังจากพัฒนาสู่ระดับ 10 ภัยคุกคามสุดท้ายของสมรภูมิรบขนาดใหญ่ที่มี
ต่อหลินหยวนย่อมหายไป ตราบใดที่ผู้แข็งแกร่งสูงสุดของเผ่าพันธุ์ต่างดาวไม่
ลงมือกับเขา เขาไม่จำเป็นต้องกลัวอะไร
เวลาผ่านไป
ผ่านไป 5 ปีในพริบตา
และด้วยการดำเนินการของสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในขอบเขตสูงสุดเช่นผู้แข็งแกร่ง
สูงสุดเซี่ยฉิน ข่าวการพัฒนาขอบเขตสู่ระดับ 10 ของหลินหยวนก็เริ่มเปิดเผย
ต่อสาธารณะ
จริงๆ แล้ว หากไม่เปิดเผย ภายนอกสามารถคาดเดาได้ว่าเจ้าแห่งเขต
ดาวฤกษ์ทางช้างเผือกก้าวสู่ระดับ 10 แล้วหรือไม่ ด้วยพลังทีหลินหยวน
แสดงออกมาในมิติลับต้นกำเนิดแห่งจักรวาล การพัฒนาขอบเขตสู่ระดับ 10
ไม่ใช่เรื่องยาก
“ระดับ 10 ท่านหลินหยวนก้าวสู่ระดับ 10 แล้ว?”
“200 ปี ผู้วิวัฒนาการระดับ 10 ที่อายุน้อยกว่า 200 ปี”
“ดาวเคราะห์ซางหลานของเรา มีท่านหลินหยวนเกิดขึ้น”
หลังจากการพัฒนาในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ดาวเคราะห์ซางหลานไม่ได้
ด้อยไปกว่าดาวเคราะห์หลักของเขตดาวฤกษ์บางแห่ง แต่หลังจากทราบว่าหลิน
หยวนกลายเป็นผู้วิวัฒนาการระดับ 10 พวกเขายังคงเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่
ประชาชนรุ่นเยาว์หลายคนบนดาวเคราะห์ซางหลานไม่รู้เลยว่าผู้
วิวัฒนาการระดับ 10 หมายถึงอะไร แต่การที่ดาวของพวกเขามีบุคคลสำคัญ
เช่นนี้เกิดขึ้น ก็ยังคงน่าตื่นเต้นอย่างมาก
ในโลกเสมือน
หลินหยวนกำลังพูดคุยกับเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์เฮยซิง เจ้าแห่งเขต
ดาวฤกษ์หลิวหลี่ และระดับ 10 ขั้น’เจี๋ย’ อีกสองสามคน
“เจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือก การได้รับการหล่อเลี้ยงจากพลังต้น
กำเนิดของจักรวาลในระหว่างการพัฒนาขอบเขตสู่ระดับ 10 รู้สึกอย่างไร?”
เจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์เฮยซิงอดไม่ได้ที่จะถาม
นี่คือความแตกต่างที่ใหญ่ที่สุดจากการพัฒนาขอบเขตก่อนๆ
ผู้วิวัฒนาการระดับ 10 ผู้นี้ ได้ก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุด ที่อยู่ภายใต้ขอบเขตของผู้
แข็งแกร่งสูงสุดเพียงครึ่งก้าวเท่านั้น
สามารถรับของขวัญจากพลังต้นกำเนิดของจักรวาลหลักได้
นี่คือโอกาสครั้งใหญ่ที่ไม่เคยมีมาก่อน แม้แต่ผู้วิวัฒนาการทีเก่งกาจที่สุด
ยังสามารถสัมผัสได้เพียงสองหรือสามครั้งในชีวิต
“ยอดเยี่ยม”
หลินหยวนยิ้มและพูด
ถึงจะผ่านมา 5 ปีแล้ว แต่ความรู้สึกของการได้รับการหล่อเลี้ยงจากพลัง
ต้นกำเนิดของความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลยังคงทำให้หลินหยวนหลงใหล
ความรู้สึกที่ทุกสิ่งทุกอย่างของตนเองกำลังพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็วภายใต้
การหล่อเลี้ยงจากพลังต้นกำเนิดนั้น ทำให้เขาติดใจมาก
“ฮ่าๆๆๆๆ”
เจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์เฮยซิงหัวเราะ
เจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์หลิวหลี่ที่อยู่ข้างๆ ก็ยิ้ม
หากกล่าวว่า ก่อนที่หลินหยวนจะก้าวสู่ระดับ 10 พวกเขายินดีทีจะผูกมิตร
ด้วยเพราะศักยภาพของเขา
นี้
ขึ้
แต่ในตอนนี้ หลินหยวนได้พัฒนาขึ้นสู่ระดับ 10 แล้ว ถือว่าอยู่ในระดับ
เดียวกับพวกเขา
ด้วยพรสวรรค์และความสามารถของเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือก
การฝึกฝนจนถึงขั้น‘เจี๋ย’ เป็นเพียงเรื่องของเวลา
กองกำลังขนาดใหญ่ภายนอกคาดการณ์ว่าอย่างมากที่สุดภายใน 1,000 ปี
อารยธรรมมนุษย์ต้องมีระดับ 10 ขั้น’เจี๋ย’ เพิ่มขึ้น 1 คน
สิ่งที่เจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์เฮยซิงและเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์หลิวหลีไม่รู้ก็คือ
พลังของหลินหยวนในปัจจุบันนั้น เกินระดับ 10 ขั้น’ เจี๋ย’ แล้ว
ถ้ารออีก 1,000 ปี?
คาดว่าหลินหยวนคงก้าวเข้าสู่ระดับ 11
ไปนานแล้ว
เขตดาวฤกษ์ชิคุน
ศิษย์พี่ใหญ่ของสายเลือดชิคุนนั่งอยู่ในโถงใหญ่ ข้อมูลมากมายปรากฏขึ้น
บนหน้าจอแสงตรงหน้า โดยพื้นฐานแล้วเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการพัฒนา
ขอบเขตสู่ระดับ 10 ของเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือก
“น้องเล็กก้าวเข้าสู่ระดับ 10 แล้ว”
ศิษย์พี่ใหญ่ลูบจมูก ส่ายหัวแล้วพูด
“จำได้ว่าตอนนั้นข้าก้าวสู่ระดับ 8 ก่อนน้องเล็ก”
“ตอนนี้ข้ายังคงวนเวียนอยู่ที่ระดับ 8 ขั้นต้น แต่น้องเล็กยืนอยู่ในระดับ 10
ไปแล้ว?”
ศิษย์พี่ใหญ่รู้สึกหายใจไม่ออก
เจ้าหนูน้อยที่ต้องการการปกป้องจากเขาในตอนพัฒนาขึ้นสู่ระดับ 6
นี้
ตอนนี้ได้เติบโตเป็นเสาหลักของอารยธรรมมนุษย์แล้ว?
และในอนาคตจะยังคงเติบโตต่อไป?
“โชคดีที่ตอนนั้นมีความสัมพันธ์ที่ดีกับน้องเล็ก”
ศิษย์พี่ใหญ่ยิ้ม
หลังจากก้าวสู่ระดับ 8 เขาก็ประจำการอยู่ที่เขตดาวฤกษ์แห่งหนึ่ง เจ้าแห่ง
เขตดาวฤกษ์คนอื่นๆ รอบๆ ต่างผูกมิตรกับเขา สิ่งนี้เป็นเพราะบารมีของเจ้า
แห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือก
เขตดาวฤกษ์ว่านหยาง
องค์ชายศักดิ์สิทธิ์ว่านหยางมองดูข้อมูลตรงหน้า ความคิดของเขาเปลี่ยน
ไปอย่างสิ้นเชิง
“เจ้าแห่งยอดเขาที่สิบสามก้าวเข้าสู่ระดับ 10 แล้ว…”
องค์ชายศักดิ์สิทธิ์ว่านหยางนวดขมับ
เจ้าแห่งยอดเขาที่สิบสามที่เขาเคยมองว่าเป็นเป้าหมาย ตอนนี้ได้เติบโต
เป็นยักษ์ใหญ่ที่แม้แต่อาจารย์ของเขาก็ต้องแหงนหน้ามอง?
ไม่ถูกต้อง
เจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ว่านหยางเป็นเพียงผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทานระดับ 8
เมื่อเผชิญหน้ากับผู้วิวัฒนาการระดับ 10 แม้แต่จะแหงนหน้ามองก็มองไม่เห็น
“แต่…ถึงเจ้าแห่งยอดเขาที่สิบสามจะเก่งกาจแค่ไหน ก็แพ้ข้าในการ
ประลองครั้งหนึ่ง”
องค์ชายศักดิ์สิทธิ์ว่านหยางคิดอย่างภาคภูมิใจ
เพียงเรื่องนี้ องค์ชายศักดิ์สิทธิ์ว่านหยางก็มีเรื่องให้คุยโวไปตลอดชีวิต
แม้แต่เจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ว่านหยางยังทำได้เพียงแค่มอง
เวลาผ่านไป
ผ่านไปอีก 2 ปีในพริบตา
เขตดาวฤกษ์ชิคุน
ดาวเคราะห์หลักชิคุน
คลื่นมิติอันกว้างใหญ่เริ่มแผ่กระจาย
นอกดาวเคราะห์หลัก
วาฬแดงขนาดใหญ่กำลังแหวกว่ายอย่างเชื่องช้าระหว่างชั้นมิติหลายชั้น
ในวินาทีต่อมา
วาฬแดงตัวนี้เริ่มหดตัวลงอย่างรวดเร็ว กลายเป็นชายชราในชุดคลุมยาวสี
แดง
“ระดับ 9 นี่คือระดับ 9!!”
เจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ชิคุนดีใจจนน้ำตาไหล ตื่นเต้นอย่างมากสัมผัสถึงพลัง
จากชั้นมิติมากมายอย่างเงียบงัน
หลังจากปิดบ่มเพาะกว่าร้อยปี ในที่สุดเขาก็ก้าวสู่ระดับ 9
“300,000 ปี ในที่สุดข้า ชิคุน ก็สามารถก้าวเข้าสู่ระดับ 9”
เจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ชิคุนน้ำตาไหล ด้วยความเข้ากันได้ของวาฬแดงแห่ง
ท้องทะเลดาวกับอวกาศ เพียงแค่ก้าวสู่ระดับ 9 เขาก็สร้างชั้นมิติได้เกือบ 1,000
ชั้น
“ตอนนี้…ในที่สุดก็เชิดหน้าชูตาต่อหน้าศิษย์ได้แล้ว”
เจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ชิคุนเก็บออร่าของตัวเอง หลังจากหลินหยวนก้าวสู่
ระดับ 9 เขายังคงอยู่ในระดับ 8
สิ่
นี้
สิ่งนี้ทำให้เจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ชิคุนรู้สึกกดดันมาก แม้ว่าในอารยธรรม
มนุษย์จะมีเรื่องที่ศิษย์เหนือกว่าอาจารย์ไม่น้อย แต่เจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ชิคุนก็
ยังต้องการหน้าตา
ตอนนี้ เจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ชิคุนก้าวสู่ระดับ 9 ถือว่ามีกำลังใจขึ้นบ้างแล้ว
เมื่อคิดถึงสิ่งนี้ จิตสำนึกของเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ชิคุนก็เริ่มเชื่อมต่อกับโลก
เสมือน ตั้งใจจะแจ้งข่าวการพัฒนาขอบเขตที่ประสบความสำเร็จของเขาออก
ไป
และทำความเข้าใจกับสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นในอารยธรรมมนุษย์ในช่วงร้อยปี
ที่เขาปิดบ่มเพาะ
แต่เมื่อไม่รู้ก็ไม่เป็นไร พอรู้เข้าเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ชิคุนก็มึนงงไปเลย
“หืม?”