สวรรค์บันดาล: ข้าพเจ้าสร้างวิถี - บทที่ 425 ร้อยปีต่อมา
ความว่างเปล่าไร้ที่สิ้นสุด พื้นที่ส่วนใหญ่รกร้างว่างเปล่า
ในชั่วขณะหนึ่ง ร่างเล็กๆ ลอยมาตามกระแสความว่างเปล่าในความว่าง
เปล่าที่อยู่ทุกหนแห่ง
หลินหยวนค่อยๆ ลืมตา กวาดตามองความว่าวเปล่าโดยรอบความรู้สึก
พลุ่งพล่านในใจ
เดินทางในดินแดนลับในความว่างเปล่า 5 ปี เดินทางในความว่างเปล่าไร้ที่
สิ้นสุด 5 ปี
ในที่สุดเขาก็เลือกนั่งลง ย่อย และทำความเข้าใจ
ผ่านไป 20 ปีในพริบตา
การนั่ง 20 ปีนี้ หลินหยวนเลือกตำแหน่งตามใจชอบ ไม่ใช้พลังใดๆ ลอยไป
มาตามกระแสความว่างเปล่าในความว่างเปล่า
” 20 ปีแห่งการรู้แจ้ง กฎการหลอมรวมอื่นๆ ได้รับประโยชน์มากแต่กฎการ
หลอมรวมกาลอวกาศ? ยังคงอยู่ที่ระดับ 6 แม้แต่ขั้นสูงสุดก็ยังห่างไกล”
หลินหยวนคิดในใจอย่างเงียบๆ ไม่ได้รู้สึกประหลาดใจมากนัก
กฎการหลอมรวมกาลอวกาศระดับ 6 เป็นขอบเขตของผู้แข็งแกร่งสูงสุด
อยู่แล้ว
ส่วนขั้นสูงสุดของระดับ 6 ?
หรือแม้แต่ระดับ 7 ระดับ 8 หรือแม้แต่ระดับ 9 ?
ต่อให้หลินหยวนมั่นใจในตัวเองมากแค่ไหน ก็ไม่คิดว่าจะสามารถเข้าใจได้
ในขอบเขตของระดับ 10
ต้องรู้ว่า ความเข้าใจในกฎการหลอมรวมกาลอวกาศขององค์
จักรพรรดิ‘เซียนฮวง’ที่เดินทางไปทั่วความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล ก็แค่
ระดับ 9
ถึงอย่างนั้น ตอนที่ร่างหกแขนเล่าเรื่องเหล่านี้ให้หลินหยวนฟัง ก็ยังเต็มไป
ด้วยความภาคภูมิใจ
เห็นได้ชัดว่าความเข้าใจในกฎการหลอมรวมกาลอวกาศหลังจากผ่าน
ระดับ 6 แล้ว แม้แต่ผู้แข็งแกร่งสูงสุดก็ยังก้าวหน้าได้ยาก
“กฎการหลอมรวมกาลอวกาศ พักไว้ก่อน”
หลินหยวนคิดในใจ
ที่เขาสามารถเข้าใจกาลอวกาศถึงระดับ 6 ได้อย่างรวดเร็วสาเหตุหลักมา
จากความเข้าใจในกาลอวกาศที่ผู้แข็งแกร่งมากมายจากเผ่าพันธุ์ต่างดาวในโลก
สองมิติภายใน ‘กระดาษเปล่า’ มอบให้
หากไม่มีความเข้าใจเหล่านี้ ต่อให้หลินหยวนมีความเข้าใจท้าทายสวรรค์ ก็
ยังไปถึงระดับ 6 ได้ แต่เวลาที่ใช้ย่อมต้องมากขึ้น สิบเท่าหรือหลายสิบเท่า
ความเข้าใจในกาลอวกาศของผู้แข็งแกร่งจากเผ่าพันธุ์ต่างดาวแม้ว่าจะไม่
เกี่ยวข้องกับระดับ 6 แต่ความเข้าใจในกาลอวกาศระดับ 3 ระดับ 4 และระดับ
5 มากมาย
ได้มอบพื้นฐานที่มั่นคงให้กับหลินหยวน ในที่สุดก็อาศัยวิชาลับ
“แม่น้ำแห่งสวรรค์” จึงสามารถก้าวเข้าสู่ระดับ 6 ได้ภายในเวลาไม่กีร้อยปี
“กฎการหลอมรวมกาลอวกาศเพียงพอแล้ว ต่อให้เราก้าวเข้าสู่ระดับ 11 ก็
ยังยากที่จะไปถึงระดับ 7 ถ้าไม่ถึงระดับ 7 การที่ระดับ 6 กับระดับ 6 ขั้นสูงสุด
ความแตกต่างไม่ได้ต่างกันมากนัก”
หลินหยวนคิดว่า
“สิ่งที่เราต้องพิจารณาตอนนี้ คือวิธีเข้าใจกฎแห่งความโกลาหล”
ทั้
ฎ
กฎแห่งความโกลาหล เป็นต้นกำเนิดของกฎทั้งหมด แม้แต่กฎการหลอม
รวมกาลอวกาศก็รวมอยู่ด้วย
ก่อนก้าวข้ามระดับสูงสุด หากสามารถเข้าใจกฎแห่งความโกลาหลได้ จะ
เพิ่มโอกาสในการก้าวเข้าสู่ระดับ 12 อย่างมาก
อย่างไรก็ตาม
การเข้าใจกฎแห่งความโกลาหล ยากกว่าการเข้าใจกฎการหลอมรวมกาล
อวกาศระดับ 6 หรืออาจจะยากกว่ามาก
กฎแห่งความโกลาหลอยู่เหนือกฎทั้งหมด เฉพาะผู้แข็งแกร่งสูงสุดเท่านั้นที่
มีโอกาสสัมผัสกฎแห่งความโกลาหล
แต่เป็นเพียงแค่โอกาส
ในความเป็นจริง ผู้แข็งแกร่งสูงสุดส่วนใหญ่ไม่เคยเข้าใจกฎแห่งความ
โกลาหล
อย่างน้อยผู้แข็งแกร่งสูงสุดเก้าคนของอารยธรรมมนุษย์ ก็ไม่ได้เข้าใจกฎ
แห่งความโกลาหล
สิ่งที่แม้แต่ผู้แข็งแกร่งสูงสุดก็ทำไม่ได้?
สิ่งมีชีวิตที่ต่ำกว่าผู้แข็งแกร่งสูงสุดแทบจะเป็นไปไม่ได้
แต่หลินหยวนยังคงตั้งใจที่จะลอง อย่างน้อยก็มีความหวัง
หลินหยวนไม่ได้ตั้งใจที่จะเข้าใจกฎแห่งความโกลาหลในระดับ 10 แค่
เข้าใจก่อนก้าวข้ามขอบเขตสูงสุดก็พอ
“จะเข้าใจกฎแห่งความโกลาหลได้ยังไง?”
หลินหยวนรู้สึกหนักใจเล็กน้อย วิธีการเข้าใจกฎแห่งความโกลาหลนั้นง่าย
มาก
ทั้
แค่หลอมรวมกฎทั้งหมดเข้าด้วยกันก็พอ
พูดง่าย
แต่ทำยากราวกับขึ้นสวรรค์
หลอมรวมอย่างไร?
หลอมรวมแบบไหน?
ล้วนเป็นปัญหา
แค่หลอมรวมกาลเวลาและอวกาศ ก็ใช้เวลาและพลังงานของหลินหยวน
มากแล้ว
แต่นี่หลอมรวมกฎทั้งหมด?
หลินหยวนรู้สึกว่าตัวเองยังห่างไกล
ยังขาดอีกหลายด้าน
“ค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป”
“บางทีเมื่อถึงระดับ 11 อาจจะเจอหนทาง”
หลินหยวนคิดในใจ สิ่งมีชีวิตระดับ 10 กับสิ่งมีชีวิตระดับ 11 ความผันผวน
ของกฎที่สัมผัสได้นั้นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
ยิ่งสูงยิ่งมองเห็นกว้างไกล ไม่ใช่แค่การอธิบายมุมมอง แต่ยังเกี่ยวข้องกับ
หลายๆ ด้าน
และความเข้าใจท้าทายสวรรค์ ก็จะเพิ่มขึ้นตามระดับของหลินหยวน ส่ง
ผลให้เกิดผลลัพธ์ที่เหลือเชื่อยิ่งขึ้น
“เวลาที่เหลืออยู่”
ที่
หลินหยวนเหลือบมองแผงควบคุมเสมือนจริงที่มุมล่างซ้ายของสายตา
[ชื่อ: หลินหยวน]
[สถานะ: ผู้ครอบครองประตูสู่ภพหมื่น]
[พรสวรรค์ที่ผูกมัด: ความเข้าใจท้าทายสวรรค์]
[พลังศักดิ์สิทธิ์: เกิดใหม่จากหยดเลือด]
[พลังศักดิ์สิทธิ์: ขนบภูเขา]
[พลังศักดิ์สิทธิ์: เสริมสร้าง]
[พลังศักดิ์สิทธิ์: ร่างธาตุ]
[พลังศักดิ์สิทธิ์: โลก]
[สถานะปัจจุบัน: จิตสำนึกจุติ]
[เวลาที่เหลืออยู่: 101 ปี]
โดยไม่รู้ตัวก็มาจุติในความว่างเปล่าไร้ที่สิ้นสุดนี้ 500 ปีแล้ว ในเงื่อนไขที่
เวลาจุติทั้งหมดคือ 600 ปี หลินหยวนยังเหลือเวลาจุติอีก 100 ปี
“ได้เวลาแล้ว”
“ถึงเวลาที่ต้องกลับไปจัดการเรื่องต่างๆ ให้เรียบร้อย”
หลินหยวนค่อยๆ ลุกขึ้นยืน การมาจุติในโลกเทียนชิงครั้งนี้ความแข็งแกร่ง
ของเขาเพิ่มขึ้นตามที่คาดหวังไว้
ไม่ว่าจะเป็นพลังศักดิ์สิทธิ์ทางร่างกายชนิดที่ห้า หรือความเข้าใจในกฎ
ต่างๆ เมื่อเทียบกับก่อนข้ามมิติ เขามีความก้าวหน้ามากพอสมควร
พิ่
ขึ้
นอกจากการเพิ่มขึ้นของความแข็งแกร่งแล้ว หลินหยวนยังต้องให้ความ
สนใจกับการเผยแพร่ระบบวิวัฒนาการวรยุทธ์
สิ่งนี้ไม่เพียงส่งผลต่อการก้าวกระโดดครั้งสุดท้ายของเขาเท่านั้นแม้แต่ใน
อนาคตที่สามารถกลายเป็นผู้แข็งแกร่งสูงสุดได้สำเร็จขอบเขตการเผยแพร่ของ
เส้นทางวิวัฒนาการวรยุทธ์ก็ยังคงมีอิทธิพลอย่างมาก
ฟุ่บ
หลินหยวนก้าวหนึ่งก้าว
ปรากฏตัวในโลกเทียนชิงในทันที
ยืนอยู่หน้าวิหารยุทธ์
“ท่านบรรพชนแห่งวรยุทธ์”
มหาปุโรหิตชิงเหยา รีบมาคำนับ
“เตรียมการเป็นอย่างไรบ้าง?”
หลินหยวนมองไปที่มหาปุโรหิตชิงเหยา
นั่งสงบในความว่างเปล่า 20 ปี หลินหยวนไม่ได้แค่ปิดบ่มเพาะเพื่อรู้แจ้ง
บางครั้งก็ออกคำสั่งให้มหาปุโรหิตชิงเหยาผ่านต้นอสูรบรรพกาล
จริงๆ แล้ว ไม่ใช่แค่ในโลกเทียนชิง โลกอื่นๆ อีกหลายสิบโลกทีวิญญาณ
จันทรายึดครองไว้ก่อนหน้านี้ ก็อยู่ในขอบเขตคำสั่งของหลินหยวนเช่นกัน
“เตรียมการเรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ”
มหาปุโรหิตชิงเหยารีบกล่าว
สำหรับนาง คำพูดของบรรพชนแห่งวรยุทธ์สำคัญกว่าชีวิตของนางเอง
สั่
ที่
คำสั่งที่บรรพชนแห่งวรยุทธ์ออกมา มหาปุโรหิตชิงเหยาจะทำทุกวิถีทาง
เพื่อให้สำเร็จ
“ผู้ฝึกวรยุทธ์ 265,000 ล้านคน ทั้งหมดอยู่ในระหว่างรอคำสั่ง ผู้ฝึกวรยุทธ์
คนอื่นๆ ก็อยู่ในระหว่างการรวบรวม”
มหาปุโรหิตชิงเหยาพูด
ผู้ฝึกวรยุทธ์ 265,000 ล้านคนนี้ อย่างน้อยก็อยู่ในวรยุทธ์ระดับ 3 ขึ้นไป ได้
ก้าวไปไกลในระบบการฝึกฝนวรยุทธ์แล้ว
เป็นกำลังหลักของวรยุทธ์ในโลกเทียนชิง
“ดี”
หลินหยวนพยักหน้า
ที่เขาให้มหาปุโรหิตชิงเหยาเตรียมผู้ฝึกวรยุทธ์ มากมายขนาดนี้ก็เพื่อเร่ง
การเผยแพร่ระบบการฝึกฝนวรยุทธ์
วิธีที่เร็วที่สุดในการเผยแพร่ระบบการฝึกฝนวรยุทธ์คืออะไร?
แน่นอนว่าคือการส่งผู้ฝึกวรยุทธ์ ที่ประสบความสำเร็จในวรยุทธ์ไปยังโลก
ที่วรยุทธ์ยังไม่เริ่มงอกงาม
ความว่างเปล่าไร้ที่สิ้นสุด มีโลกนับไม่ถ้วน แม้ว่าหลินหยวนจะครอบครอง
เพียงครึ่งหนึ่งของดินแดน
จำนวนโลกที่ครอบครองก็ยังมากมายมหาศาล
ต้องการเผยแพร่วรยุทธ์ในโลกมากมายขนาดนี้?
แค่วิญญาณสุริยะกับวิญญาณจันทรา ต่อให้ทำงานหนักจนตายก็ไม่พอ
ในช่วงหลายร้อยปีก่อนหน้านี้ วิญญาณจันทราครอบครองโลกได้เพียงไม่กี่
สิบโลก แน่นอนว่ามีเหตุผลที่พยายามไม่ให้จ้าวอสูรตนอื่นๆ สังเกตเห็น
แต่ต่อให้วิญญาณจันทราเผยแพร่วรยุทธ์โดยไม่สนใจใดๆ คาดว่าจำนวน
โลกที่วรยุทธ์สามารถส่งผลกระทบได้ภายในเวลาไม่กี่ร้อยปี ก็มีแค่ไม่กี่ร้อยหรือ
พันโลก
การเผยแพร่วรยุทธ์ ไม่ใช่แค่การครอบครองโลกหนึ่งโลกก็พอยังต้องใช้
เวลามากมายในการโน้มน้าวและหลอมรวม
อย่างหลังใช้เวลามากที่สุด ตอนที่วิญญาณจันทราครอบครองโลกต่างๆ
เพื่อเผยแพร่วรยุทธ์ เวลาส่วนใหญ่ก็ใช้ไปกับเรื่องนี้
ตอนที่เข้าควบคุมโลกเทียนชิงในตอนแรก ร่างจริงของหลินหยวนก็ใช้เวลา
มากเช่นกัน
ดังนั้น วิธีที่ดีที่สุดในการเผยแพร่วรยุทธ์ คือให้ผู้ฝึกวรยุทธ์ ไปเผยแพร่ด้วย
ตนเอง
นี่คือเหตุผลที่ในช่วงหลายร้อยปีแรกของการมาจุติ หลินหยวนไม่ได้นั่งปิด
บ่มเพาะอย่างสงบในโลกเทียนชิง
แต่กลับให้วิญญาณจันทราครอบครองโลกต่างๆ
มีแต่โลกที่ครอบครองมากขึ้น รากฐานของผู้ฝึกวรยุทธ์ มากขึ้น
ในอนาคตตอนเผยแพร่วรยุทธ์ ความเร็วก็จะยิ่งเร็วขึ้น
มิฉะนั้น แค่อาศัยผู้ฝึกวรยุทธ์ จากโลกเทียนชิงเพียงโลกเดียวไปเผยแพร่
ประสิทธิภาพก็ยังต่ำอยู่
“ต่อไปข้าจะส่งผู้ฝึกวรยุทธ์ เหล่านี้ไปยังโลกต่างๆ”
หลินหยวนกล่าว
เรื่องนี้ไม่ใช่สิ่งที่ร่างจริงของเขาจะทำ แต่เป็นภารกิจของวิญญาณสุริยะ
และวิญญาณจันทรา
รื่
การส่งผู้ฝึกวรยุทธ์ จำนวนมากไปจุติในโลกต่างๆ ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับ
วิญญาณทั้งสอง ความเข้าใจในกฎเชื่อมโยงกัน หลินหยวนเข้าใจการหลอมรวม
กฎการหลอมรวมกาลอวกาศระดับ 6
วิญญาณทั้งสองก็เข้าใจการหลอมรวมกฎการหลอมรวมกาลอวกาศระดับ
6 เช่นกัน อยู่ในความว่างเปล่าไร้ที่สิ้นสุดนี้ ไปที่ไหนก็ได้ในพริบตา
บวกกับโลกภายในร่างกายที่กว้างใหญ่ ภารกิจการขนส่งจึงง่ายมาก
“ส่งไปยังโลกต่างๆ”
หัวใจของมหาปุโรหิตชิงเหยาเต้นเร็ว แม้ว่านางจะคาดเดาความเป็นไปได้
นี้ไว้ลางๆ แต่เมื่อได้ยินบรรพชนแห่งวรยุทธ์พูดออกมาจริงๆความตื่นเต้นในใจ
ก็ยังยากที่จะปกปิด
ถ้าเป็นอย่างที่บรรพชนแห่งวรยุทธ์พูด ในอนาคตวรยุทธ์จะไม่กลายเป็นผู้
ครอบครองความว่างเปล่านี้หรือ?
หลังจาดนั้น
หลินหยวนไปยังโลกอื่นๆ อีกหลายสิบแห่งตามลำดับ โลกหลายสิบแห่งนี้
วิญญาณจันทราครอบครองด้วยตัวเอง แม้ว่าในอนาคตวรยุทธ์จะแพร่กระจาย
ไปทั่วความว่างเปล่าไร้ที่สิ้นสุด ยังถือเป็นหนึ่งในโลกต้นกำเนิดของวรยุทธ์
หลังจากทำทั้งหมดนี้เสร็จ
หลินหยวนก็ก้าวอีกครั้ง
ปรากฏตัวในส่วนลึกของดินแดนลับในความว่างเปล่า
“ท่านบรรพชนแห่งวรยุทธ์”
ผู้สืบทอดแห่งความว่างเปล่าตกใจ รีบคุกเข่าคำนับหลินหยวน
ตอนนี้ตำแหน่งที่มันอยู่ ไม่ใช่พื้นที่ใจกลางที่สุดของดินแดนลับในความว่าง
เปล่าอีกต่อไป แต่เป็นพื้นที่รองลงมา
ตั้
พื้
ที่
ที่
ตั้งแต่รับรู้ว่าบรรพชนแห่งวรยุทธ์สามารถเข้าออกพื้นที่ใจกลางที่สุดของ
ดินแดนลับในความว่างเปล่าได้อย่างอิสระ ผู้สืบทอดแห่งความว่างเปล่าก็ไม่
เคยเข้าไปที่นั่นอีกเลย สัญชาตญาณบอกว่าพื้นทีใจกลางที่สุดเป็นของบรรพชน
แห่งวรยุทธ์
ส่วนมันก็ถอยมาที่นี่เอง
“จัดการเป็นอย่างไรบ้าง?”
หลินหยวนถามขึ้นตรงๆ
“เกือบเรียบร้อยแล้ว”
“จ้าวอสูรส่วนใหญ่ได้ถอยไปยังพื้นที่ที่แบ่งไว้แล้ว”
ผู้สืบทอดแห่งความว่างเปล่ารีบกล่าว
หลายสิบปีก่อน ผู้สืบทอดแห่งความว่างเปล่าได้แบ่งความว่างเปล่าไร้ที่สิ้น
สุดและดินแดนลับในความว่างเปล่าออกเป็นสองส่วน
ส่วนหนึ่งเป็นดินแดนของจ้าวอสูร ส่วนหนึ่งเป็นดินแดนของผู้ฝึกวรยุทธ์
และส่งการแบ่งส่วนนี้ให้หลินหยวนดู
หลินหยวนก็เห็นด้วยในตอนนั้น
หลังจากพูดคุยกับผู้สืบทอดแห่งความว่างเปล่าไม่กี่คำ
ร่างของหลินหยวนก็หายไปอีกครั้ง
พื้นที่ที่ซ่อนอยู่ของดินแดนลับในความว่างเปล่า ร่างของหลินหยวนปรากฏ
ขึ้น นั่งขัดสมาธิ
“ร้อยปีต่อจากนี้ จะปิดบ่มเพาะต่อไป”
หลินหยวนครุ่นคิดครู่หนึ่ง จากนั้นก็หลับตาลงช้าๆ
ทั้
วิญญาณทั้งสองกำลังส่งผู้ฝึกวรยุทธ์จำนวนมากไปยังโลกต่างๆอย่างต่อ
เนื่อง
ส่วนร่างจริง รู้แจ้งที่นี่
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ผ่านไปร้อยปีในพริบตา