สวรรค์บันดาล: ข้าพเจ้าสร้างวิถี - บทที่ 485 แตกสลาย
เมื่อเทียบกับเมื่อพันปีที่แล้ว
ในขณะนี้ “ไข่” ที่เกิดจากการบ่มเพาะด้วยกฎนับหมื่นภายในโลกภายใน
ร่างกาย ก็ได้กลายเป็นรูปธรรมแล้ว แม้แต่หลินหยวนก็สามารถสัมผัสได้ถึง
ความผันผวนที่ยิ่งใหญ่ภายใน “ไข่”
“สิ่งที่บ่มเพาะอยู่ในนี้ น่าจะเป็นกฎแห่งความโกลาหล”
หลินหยวนจ้องมองไปที่ “ไข่” ขนาดมหึมา และคิดในใจ
หากมองในแง่หนึ่ง “ไข่” ลูกนี้ก็คือผลที่เขาได้บ่มเพาะมาเป็นพันปี หรือจะ
กล่าวให้ถูกต้องก็คือเป็นผลของวิถีที่รวมตัวกันจากการเข้าใจกฎต่างๆ ที่สะสม
มาจนถึงปัจจุบัน
การที่ “ไข่” ขนาดมหึมาได้กลายเป็นรูปธรรมแล้ว ก็แสดงว่าหลินหยวนเข้า
ใกล้การเข้าใจกฎแห่งความโกลาหลอย่างมากแล้ว
อย่างน้อยตอนนี้กฎแห่งความโกลาหลสำหรับหลินหยวนนั้นไม่ได้เลือนลาง
อีกต่อไป แต่กลับเป็นของจริง เหมือนกับ “ไข่” ที่อยู่ในโลกภายในร่างกาย
“กฎแห่งความโกลาหล…”
หลินหยวนถอนหายใจในใจ
ไม่น่าแปลกใจที่การเข้าใจกฎแห่งความโกลาหลในระดับ 11 นั้นเป็นเพียง
ตำนานในตำนาน แม้แต่สำหรับผู้ที่อยู่ในระดับอย่างองค์จักรพรรดิ’เซียนฮ
วง’และเจ้าหอหยกปีศาจ ก็เคยได้ยินมาเพียงเท่านั้น แต่ไม่เคยเห็นมันในความ
ว่างเปล่าแห่งความโกลาหลเลย
เพราะการที่จะเข้าใจกฎแห่งความโกลาหลในระดับ 11 นั้นยากลำบากเกิน
ไปจริงๆ
ทั้
มื่
หลินหยวนมีความเข้าใจท้าทายสวรรค์ อีกทั้งยังมีประตูสู่ภพหมื่น สามารถ
เดินทางข้ามมิติไปยังโลกทั้งหลายได้ อาศัยความแตกต่างระหว่างมิติ และ
โอกาสต่างๆ ของโลกแต่ละแห่ง จึงสามารถมาถึงจุดนี้ได้ในที่สุด
แล้วถ้าเป็นผู้อยู่ในระดับ 11 คนอื่นล่ะ?
หากต้องการที่จะเข้าใจกฎแห่งความโกลาหล จะต้องเดินอ้อมไปเท่าไหร่?
และต้องใช้ทรัพยากรไปมากแค่ไหน?
“บางทีหากมีผู้แข็งแกร่งในขอบเขตโกลาหลสักคน แสดงให้เห็นกฎแห่ง
ความโกลาหลที่สมบูรณ์แบบต่อหน้า อาจจะช่วยในการเข้าใจกฎแห่งความ
โกลาหลได้”
หลินหยวนคิดในใจอย่างเงียบๆ
ผู้แข็งแกร่งในขอบเขตโกลาหลระดับ 12 โดยพื้นฐานแล้วล้วนเข้าใจกฎ
แห่งความโกลาหลแล้ว สามารถที่จะเปลี่ยนแปลงกฎแห่งความโกลาหลที่
ตนเองเข้าใจได้
แต่การที่จะเปลี่ยนแปลงได้ กับการที่ทำให้สิ่งมีชีวิตระดับ 11 เข้าใจได้นั้น
เป็นคนละเรื่องกัน
โลกและจักรวาล ความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล ล้วนเต็มไปด้วยความ
ลึกลับที่ไม่มีที่สิ้นสุด
แต่สุดท้ายจะมีสิ่งมีชีวิตกี่คนที่สามารถเดินไปจนสุดทางได้?
“เส้นทางวิวัฒนาการวรยุทธ์บทที่ 11”
ความคิดต่างๆ เกี่ยวกับเส้นทางวิวัฒนาการวรยุทธ์บทที่ 11 ผุดขึ้นมาใน
จิตใจของหลินหยวน
หลินหยวนเริ่มที่จะพยายามเปิดเส้นทางวิวัฒนาการวรยุทธ์บทที่ 11 ตั้งแต่
ที่ยังอยู่ในระดับ 10 และหลังจากที่ก้าวเข้าสู่ระดับ 11 แล้ว ก็ได้ทำให้มัน
สมบูรณ์แบบขึ้นอย่างเป็นทางการ
ทั่
มื่
กี่
ที่
นี้
ที่
ู
แต่จนกระทั่งเมื่อไม่กี่สิบปีที่ผ่านมานี้เอง ที่หลินหยวนอาศัยแก่นแท้ของ
กฎนับหมื่นของแหล่งกำเนิดพลังของแดนเซียน จึงได้ทำให้เส้นทางวิวัฒนาการ
วรยุทธ์บทที่ 11 สมบูรณ์อย่างแท้จริง
เส้นทางวิวัฒนาการวรยุทธ์บทที่ 11 เป็นขอบเขตสุดท้ายของการก้าวข้าม
ไปสู่ขอบเขตสูงสุด เป็นบทสรุปและยกระดับของ 10 บททีผ่านมา
เส้นทางวิวัฒนาการวรยุทธ์บทที่ 11 ที่หลินหยวนเปิดขึ้นมานั้นใช้กฎการ
หลอมรวมกาลอวกาศเป็นรากฐาน และได้สร้างแบบจำลองกาลอวกาศ 33,333
แบบ ตั้งแต่กาลอวกาศระดับ 1 ถึง 5 โดยเฉพาะ
แบบจำลองกฎ คือการที่นักวิชาการวิวัฒนาการผู้ยิ่งใหญ่ของอารยธรรม
มนุษย์ นำกฎของสวรรค์และโลก มาอธิบายในรูปแบบของแบบจำลองที่เข้าใจ
ง่าย
เช่นเดียวกับสูตรทางฟิสิกส์และคณิตศาสตร์ต่างๆ ที่ไม่มีสูตรเหล่านี้อยู่เดิม
แต่เป็นนักวิทยาศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่เหล่านั้น ที่ทำการสรุปผลจากการคำนวณ
อย่างต่อเนื่อง
แบบจำลองกฎก็เป็นเช่นเดียวกัน
เป็นสิ่งที่นักวิชาการวิวัฒนาการผู้ยิ่งใหญ่เหล่านั้นของอารยธรรมมนุษย์
ทุ่มเทแรงกายแรงใจในการสรุปมาจากกฎที่พื้นฐานที่สุดของจักรวาล
แบบจำลองพื้นฐานของกฎแห่งมิติ แบบจำลองหลักของกฎแห่งมิติ และ
แบบจำลองกฎแห่งเวลาที่หลินหยวนเข้าใจในตอนแรกก็เป็นเช่นเดียวกัน
เพียงแต่ว่านักวิชาการวิวัฒนาการของอารยธรรมมนุษย์นั้นมีขีดจำกัด จึง
สรุปแบบจำลองกฎแห่งเวลาออกมาได้มากที่สุดก็เพียงแค่หลายพันแบบเท่านั้น
และแบบจำลองกฎแห่งเวลาหลายพันแบบนี้ แม้ว่าจะเข้าใจได้ทั้งหมดแล้ว
ก็ยังห่างไกลจากการเข้าใจกฎแห่งเวลาไปอีกพอสมควร
แบบจำลองกฎที่อารยธรรมมนุษย์ได้เปิดขึ้นและครอบครองได้นั้น ขีด
จำกัดสูงสุดก็คือแบบจำลองกฎแห่งเวลา
ที่
ขั้
นั้
ส่วนแบบจำลองกฎแห่งกาลอวกาศที่ก้าวหน้าไปอีกขั้นนั้น ไม่สามารถ
ทำให้เป็นรูปเป็นร่างได้
นี่ไม่ใช่ว่านักวิชาการวิวัฒนาการของอารยธรรมมนุษย์เหล่านั้นปิดบังไว้
แต่เป็นเพราะระดับของพวกเขาถูกจำกัดเอาไว้
หลินหยวนแตกต่างออกไป ด้วยความสามารถในการเข้าใจที่ท้าทาย
สวรรค์ ความเข้าใจในกฎของเขา ก็ก้าวข้ามขอบเขตของนักวิชาการ
วิวัฒนาการทั้งหมดของอารยธรรมมนุษย์ไปอย่างรวดเร็ว
และการเดินทางมายังแดนเซียนในครั้งนี้ การเข้าใจในแก่นของแหล่ง
กำเนิดพลัง ก็ทำให้หลินหยวนมีความเข้าใจต่อกฎในระดับที่ไม่เคยมีมาก่อน
ด้วยความเข้าใจกฎการหลอมรวมระหว่างกฎหลักหลายล้านกฎในระดับ 7
ที่มีอยู่ในกาลอวกาศระดับ 7 เขาจึงได้เปิดแบบจำลองกฎ
ของกฎการหลอมรวมกาลอวกาศที่ครอบคลุมกาลอวกาศระดับ 1 ถึง 5 ขึ้น
มาได้
ต้องรู้ว่าการเปิดแบบจำลองกฎที่สอดคล้องกันนั้น ไม่ได้หมายความว่า
เป็นการเข้าใจกฎที่สอดคล้องกันอย่างสมบูรณ์
ผู้ที่วิวัฒนาการจนถึงขอบเขตสมบูรณ์แบบในระดับ 11 ที่มีความเข้าใจใน
กาลอวกาศระดับ 5 ของอารยธรรมมนุษย์นั้น ก็มีอยู่บ้าง แต่กลับไม่มีผู้ใดที่
สามารถเปิดแบบจำลองกฎแห่งการหลอมรวมกาลอวกาศได้ แม้แต่เพียงระดับ
1
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดทั้ง 9 ก็เช่นกัน ความเข้าใจในกฎการหลอมรวมกาล
อวกาศของพวกเขานั้นไปถึงระดับ 6 แล้ว แต่หากต้องการเปิดแบบจำลองความ
เข้าใจกาลอวกาศที่ใช้ได้กับผู้วิวัฒนาการทุกคน ก็ยังคงยากเหมือนกับการปีน
ป่ายขึ้นสู่สวรรค์
นอกจากแบบจำลองกฎการหลอมรวมกาลอวกาศแล้ว หลินหยวนยังได้
เพิ่มแบบจำลองกฎอื่นๆ เข้าไปในเส้นทางวิวัฒนาการวรยุทธ์บทที่ 11 ด้วย
นั้
ที่
ขึ้
แบบจำลองกฎเหล่านั้น ล้วนเป็นกฎพิเศษที่หลินหยวนได้เปิดขึ้นและทำให้
สมบูรณ์ขึ้นในช่วงเวลาพักผ่อน
“แบบจำลองกฎการหลอมรวมกาลอวกาศ 33,333 แบบ จะทำให้ผู้
วิวัฒนาการในเส้นทางวิวัฒนาการวรยุทธ์ในยุคหลัง เข้าใจกาลอวกาศได้ง่าย
ขึ้น”
หลินหยวนคิดในใจอย่างเงียบๆ
แบบจำลองกฎการหลอมรวมกาลอวกาศกว่า 30,000 แบบนี้ ยังสามารถ
นำไปใช้กับผู้วิวัฒนาการในเส้นทางอื่นๆ ได้ แต่ผลลัพธ์ก็ยังคงดีที่สุดสำหรับผู้
วิวัฒนาการในเส้นทางวิวัฒนาการวรยุทธ์
แน่นอนว่าถึงแม้จะมีแบบจำลองกฎที่ชัดเจนให้เข้าใจ การที่จะเข้าใจแบบ
จำลองกฎกาลอวกาศทั้งหมด ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย
【ชื่อ: เกาอู๋โยว (หลินหยวน)】
【สถานะ: ผู้ครอบครองประตูสู่ภพหมื่น】
【พรสวรรค์ที่ผูกไว้: ความเข้าใจท้าทายสวรรค์】
【พลังศักดิ์สิทธิ์: ฟื้นคืนชีพด้วยหยดเลือด】
【พลังศักดิ์สิทธิ์: ขนบภูเขา】
【พลังศักดิ์สิทธิ์: เสริมสร้าง】
【พลังศักดิ์สิทธิ์: ร่างธาตุ】
【พลังศักดิ์สิทธิ์: โลก】
【พลังศักดิ์สิทธิ์: ฉีกฟ้า】
【สถานะปัจจุบัน: จิตสำนึกจุติ】
ที่
【เวลาที่เหลืออยู่: 98 ปี】
หลินหยวนเหลือบมองไปยังตัวอักษรที่เลือนลางด้านล่าง
“เหลือเวลาอีก 98 ปี”
หลินหยวนคิดอยู่ครู่หนึ่ง ร่างของเขาก็หายไปจากที่เดิม
นครวรยุทธ์ไค่หยวน
นี่คือนครวรยุทธ์แห่งแรกของแดนเซียน เทียบได้กับเมืองเซียนต่างๆ ของ
ระบบการฝึกฝนวิถีเซียน
ในช่วงพันกว่าปีที่ผ่านมา จำนวนผู้บ่มเพาะวิถีวรยุทธ์ใน 33 เขตแดนเซียน
นั้นมีมากมายนับไม่ถ้วนแล้ว และนครวรยุทธ์ไค่หยวนก็เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ใน
ใจของผู้บ่มเพาะวิถีวรยุทธ์ทุกคน
เพราะการเปิดนครวรยุทธ์แห่งนี้ เป็นสิ่งที่บรรพชนแห่งวิถีวรยุทธ์ได้สั่งไว้
และเจ้านครคนแรกของนครวรยุทธ์ไค่หยวน ก็ยังเป็นศิษย์ทีได้รับการถ่ายทอด
โดยตรงของบรรพชนแห่งวิถีวรยุทธ์ด้วย
ใจกลางนครวรยุทธ์
ตำหนักวิถีวรยุทธ์อันยิ่งใหญ่
บนบัลลังก์ที่สูงที่สุด ปรากฏร่างหนึ่งขึ้นมาอย่างเงียบๆ และค่อยๆนั่งลง
“ท่านอาจารย์”
ลี่ชิงที่เหมือนจะรับรู้ได้ถึงอะไรบางอย่าง ก็รีบก้มคำนับไปยังร่างทีอยู่บน
บัลลังก์ด้วยความตื่นเต้น
ในช่วงพันกว่าปีที่ผ่านมา จำนวนครั้งที่ลี่ชิงได้พบกับหลินหยวนนั้น มีน้อย
จนนับได้
“ท่านบรรพบชนแห่งวิถีวรยุทธ์!”
นี่
วิ๋
อื่
ตื่
ซานหยาง เนี่ยอวิ๋น และผู้บ่มเพาะวิถีวรยุทธ์ระดับ 9 คนอื่นๆ ก็รู้สึกตื่น
เต้นเช่นกัน
พวกเขาล้วนมาจากโลกวิญญาณ และได้ติดตามหลินหยวนในการเดินทาง
ข้ามมิติมาแล้วไม่ต่ำกว่าหนึ่งครั้ง
“ลุกขึ้นเถอะ”
หลินหยวนโบกมือ และกล่าวออกมาตามอำเภอใจ
ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในวิถีวรยุทธ์ในปัจจุบันก็คือลี่ชิงและคนอื่นๆซึ่งเป็นผู้บ่ม
เพาะวิถีวรยุทธ์ระดับ 9
“นี่คือวิถีวรยุทธ์บทที่ 11”
หลินหยวนยกมือขวาขึ้น ข้อมูลของเส้นทางวิวัฒนาการวรยุทธ์บทที่ 11 ก็
ไหลเข้าไปในจิตใจของลี่ชิงและคนอื่นๆ
เส้นทางวิวัฒนาการวรยุทธ์บทที่ 11 จะบอกว่าหลินหยวนเป็นผู้เปิดมันขึ้น
มาเอง ก็ไม่เท่ากับการที่บอกว่าเขาได้คัดลอกจากความเข้าใจของตนเอง ในแง่
นี้ก็ค่อนข้างคล้ายคลึงกับเหล่าเทพโบราณในจักรวาลหลัก
เส้นทางวิวัฒนาการ ‘เทพโบราณ’ ที่เหล่าเทพโบราณได้เผยแพร่นั้น ก็เป็น
สิ่งที่คัดลอกมาจากตัวของเทพโบราณเอง
หลินหยวนไม่ได้รู้สึกกังวลอะไรเมื่อได้ถ่ายทอดเส้นทางวิวัฒนาการวรยุทธ์
บทที่ 11 ไป
เช่น สมมติว่าผู้บ่มเพาะวิถีวรยุทธ์ในยุคหลัง จะอาศัยเส้นทางวิวัฒนาการ
วรยุทธ์บทที่ 11 และฝึกฝนไปจนถึงระดับ 11 อย่างรวดเร็วจากนั้นก็จะก้าวข้าม
ไปสู่ขอบเขตสูงสุดก่อนหลินหยวนล่ะ?
ไม่ต้องพูดถึงว่าด้วยความเร็วในการฝึกฝนของหลินหยวน เรื่องแบบนั้นจะ
เกิดขึ้นได้หรือไม่
ขึ้
ที่
ตั้
แต่ถึงแม้ว่ามันจะเกิดขึ้นจริง ตราบใดที่หลินหยวนผู้เป็นผู้ก่อตั้งเส้นทางวิ
วัฒนาการวรยุทธ์ยังไม่ตาย ผู้บ่มเพาะวิถีวรยุทธ์ในยุคหลังก็จะไม่มีวันก้าวข้าม
หลินหยวนไปได้
นี่ก็เป็นสิ่งที่หลินหยวนได้รับรู้เมื่อไม่นานมานี้เอง หลังจากทีจำนวนผู้
ฝึกฝนเส้นทางวิวัฒนาการวรยุทธ์เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
เส้นทางวิวัฒนาการหรือระบบการฝึกฝนใดๆ ก็ตาม หากผู้ก่อตั้งตายไป
แล้ว ทุกสิ่งก็จะเป็นอิสระโดยธรรมชาติ
ผู้ฝึกฝนของเส้นทางวิวัฒนาการหรือระบบการฝึกฝนนั้นๆ ต่างก็มีโอกาสที่
จะก้าวข้ามไปสู่จุดสูงสุด
แต่ตราบใดที่ผู้ก่อตั้งยังคงมีชีวิตอยู่ ร่องรอยของเส้นทางวิวัฒนาการนั้นก็
จะอยู่บนตัวของผู้ก่อตั้ง และจะกดดันผู้ฝึกฝนทั้งหมดในเส้นทางวิวัฒนาการนั้น
ในยุคปัจจุบัน
“วิถีวรยุทธ์บทที่ 11?”
ในจิตใจของลี่ชิงและคนอื่นๆ นั้นเต็มไปด้วยความสับสน พวกเขาใช้เวลา
มากมายในการย่อยเส้นทางวิวัฒนาการวรยุทธ์บทที่ 11
ท้ายที่สุดแล้วมันเกี่ยวข้องกับแบบจำลองกฎการหลอมรวมกาลอวกาศกว่า
30,000 แบบ รวมถึงแบบจำลองกฎอื่นๆ มากมาย ซึ่งมากเกินไปสำหรับวิถีวร
ยุทธ์ระดับ 9
หากไม่ใช่ว่าหลินหยวนได้ผนึกเนื้อหาบางส่วนไว้ และจะเปิดผนึกเมื่อลี่ชิง
และคนอื่นๆ ได้บรรลุระดับที่กำหนดไว้แล้ว คาดว่าจิตใจของลี่ชิงและคนอื่นๆ
คงจะระเบิดไปแล้ว
“ท่านอาจารย์ นี่…”
หลังจากที่ฟื้นตัวได้ในที่สุด ลี่ชิงก็เริ่มรู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อย
ที่
ด้วยระดับของเธอแล้ว หากพูดตามหลักการ ก็ยังห่างไกลจากการที่จะได้
สัมผัสกับบทที่ 11
แต่ทำไมหลินหยวนถึงได้ถ่ายทอดเส้นทางการฝึกฝนที่สำคัญเช่นนี้ให้แก่
เธอ?
“หลังจากนี้ ข้าจะทำการปิดบ่มเพาะ”
“และคาดว่าจะเป็นเวลานานมาก ที่ข้าจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องของ
แดนเซียน”
หลินหยวนกล่าว
นี่ก็เป็นเรื่องจริง เหลือเวลาอีก 98 ปีก่อนที่การเดินทางข้ามมิติจะสิ้นสุดลง
ในช่วง 98 ปีนี้ หลินหยวนตั้งใจที่จะเก็บจิตใจทั้งหมด และใช้พลังงาน
ทั้งหมดไปกับการทำความเข้าใจกฎ
เพื่อที่จะพยายามเข้าใจกฎแห่งความโกลาหลให้ได้ก่อนทีขีดจำกัดของ
เวลาจะมาถึง
“เจ้าค่ะ”
“ขอรับ”
เหล่าผู้บ่มเพาะวิถีวรยุทธ์อย่างลี่ชิงต่างก็โค้งคำนับและตอบ
หลังจากที่สั่งสอนไปอีกสองสามคำ
ร่างแยกของหลินหยวนก็หายไปจากตำหนักวิถีวรยุทธ์
ในวินาทีต่อมา
หลินหยวนก็มาปรากฏตัวในความว่างเปล่าอันเวิ้งว้าง
ที่นี่
วิ้
ที่นี่ไม่ได้อยู่ในแดนเซียนแล้ว แต่เป็นความว่างเปล่าอันเวิ้งว้างทีอยู่นอก
โลก
ในความว่างเปล่าแห่งนี้ แดนเซียนถือเป็นโลกที่สูงที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย
และโลกในเครือจำนวนมากก็ลอยขึ้นลงอยู่ใต้แดนเซียน
“แดนเซียน?”
หลินหยวนยกระดับขึ้นไปเรื่อยๆ และมองไปยังแดนเซียนจากมุมสูง
ในสายตาของหลินหยวน แดนเซียนนั้นกว้างใหญ่ไพศาล เป็น ‘ผลผลิต’ ที่
เสถียรซึ่งเกิดขึ้นจากการที่กฎนับหมื่นได้ประสานกันและส่งผลกระทบต่อกัน
อย่างต่อเนื่อง
ในขณะเดียวกัน จิตสำนึกอีกดวงของหลินหยวน ก็อยู่ที่ใจกลางของแหล่ง
กำเนิดพลังของแดนเซียน คอยสังเกตการณ์กฎต่างๆ ของแดนเซียนจากจุดที่
เล็กที่สุด
เมื่อทั้งสองสิ่งมารวมกัน
ก็ราวกับว่าโลกและฟ้าดินกำลังปะทะกัน ทุกสิ่งก็เริ่มที่จะดับสูญและเกิด
ใหม่
ในช่วงพันกว่าปีที่ผ่านมา กฎหลายล้านกฎที่หลินหยวนเข้าใจ ก็ดูเหมือนว่า
จะเกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงคุณภาพบางอย่าง และเริ่มที่จะพังทลายลงและรวม
เข้าด้วยกันอย่างช้าๆ
แคร๊ก
เสียงแตกร้าวน้อยๆ ดังขึ้นในระดับจิตใจของหลินหยวน
หลินหยวนใช้จิตสำนึกมายังโลกภายในร่างกาย
“ไข่” ขนาดมหึมาที่ก่อตัวขึ้นจากกฎนับหมื่น ที่ตั้งตระหง่านอยู่บนท้องฟ้า
มาตลอด
มื่
เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
ที่ตรงนั้นได้ปรากฏรอยแตกขึ้นมา