สวรรค์บันดาล: ข้าพเจ้าสร้างวิถี - บทที่ 499 ร้อยปี
ดินแดนของเผ่าพันธุ์ภัยพิบัติ
หลังจากที่ร่างที่สวมเสื้อคลุมสีดำได้ออกจากดาวเคราะห์หลักทางช้าง
เผือก ก็รีบกลับมาอย่างรวดเร็ว
เสื้อคลุมสีดำที่เขาใส่ เป็นสิ่งที่บรรพบุรุษได้มอบให้ ซึ่งสามารถปกปิดทุก
อานุภาพได้ หากไม่ได้จ้องมองโดยเฉพาะแล้ว แม้แต่ผู้แข็งแกร่งระดับ 12 หาก
ไม่ตั้งใจก็จะไม่ทันสังเกต
ในดินแดนลับที่ลึกที่สุดของดินแดน
ร่างที่สวมเสื้อคลุมสีดำมาถึงที่นี่
“เรื่องที่เจ้าไปทำนั้น เป็นอย่างไรบ้าง?”
ในขณะนั้นเอง ก็มีเสียงหนึ่งดังเข้ามาในหูของเขาอย่างเงียบๆ
“ท่านบรรพบุรุษ ข้าได้บอกทุกอย่างกับเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือก
แล้ว”
ร่างที่สวมเสื้อคลุมสีดำกล่าวออกมาด้วยความเคารพในทันที
“ดีแล้ว”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดของเผ่าพันธุ์ภัยพิบัติกล่าว
“บรรพบุรุษ…ข้าไม่เข้าใจเท่าไหร่”
หลังจากที่ร่างที่สวมเสื้อคลุมสีดำคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก็อดไม่ได้ที่จะกล่าวว่า
“เหล่าผู้แข็งแกร่งระดับ 12 ของเผ่าพันธุ์ระดับสูงสุดนั้น ต้องการร่วมมือ
กันจัดการกับเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือก พวกเราแค่ไม่เข้าร่วมก็พอแล้ว
ทำไมต้องไปบอกเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกด้วย”
นี่ก็คือสิ่งที่ร่างที่สวมเสื้อคลุมสีดำสงสัยมากที่สุด
ศักยภาพของเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกนั้นไม่ต้องสงสัย
ในสถานการณ์เช่นนี้ การที่เผ่าพันธุ์ภัยพิบัติไม่ได้เข้าร่วมการวางแผน
จัดการกับเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกนั้น ก็เป็นเพราะว่าไม่ต้องการ
ลงมือ ซึ่งก็ยังพอที่จะเข้าใจได้
แต่กลับไปบอกความลับกับเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกโดยตรง?
นี่มันเป็นเพราะอะไร?
ต้องรู้ว่าถ้าหากเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกดับสูญ?
หรือก้าวเข้าสู่ระดับสูงสุดไม่สำเร็จ มันสามารถเกิดประโยชน์กับเผ่าพันธุ์
ภัยพิบัติเช่นกัน อย่างน้อยในอนาคตก็จะขาดผู้ที่อยู่ในขอบเขตบุกเบิกวิถีขั้น
สูงสุดไปหนึ่งคน
“เจ้าคิดว่าเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกจัดการได้ง่ายขนาดนั้นหรือ?”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดของเผ่าพันธุ์ภัยพิบัติกล่าวออกมาอย่างไม่ใส่ใจ
“ไม่ใช่หรือ?”
ร่างที่สวมเสื้อคลุมสีดำรู้สึกงงไปเล็กน้อย
ผู้แข็งแกร่งระดับ 12 กว่าสิบคนกำลังร่วมมือกันวางแผน และยังไม่ลังเลที่
จะใช้เลือดที่แปลกประหลาดหยดนั้น
ด้วยกองกำลังขนาดใหญ่นี้ ต่อให้ไม่สามารถสังหารเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์
ทางช้างเผือกได้ แต่ย่อมต้องส่งผลกระทบต่อเขาได้มากอย่างแน่นอน
“เจ้าไม่เข้าใจ”
รื่
นี้
อื่
“เรื่องนี้อย่าไปพูดให้คนอื่นฟัง”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดของเผ่าพันธุ์ภัยพิบัติขี้เกียจที่จะอธิบาย และหลังจากที่
พูดจบก็ไม่ได้พูดอะไรอีก
“ขอรับ”
ร่างที่สวมเสื้อคลุมสีดำก็ก้มหัวลงในทันที
สถานที่ลึกลับที่ไม่สามารถรู้ได้
กระท่อมไม้ธรรมดาหลังหนึ่งตั้งตระหง่านอยู่ที่นั่น
ร่างหนึ่งนั่งอยู่หน้ากระท่อมไม้ และมีสายตาที่ลึกล้ำ มองไปยังห้วงเวลาที่
อยู่ด้านหน้า
“เจ้าคิดว่าสายตาที่ได้สอดส่องที่นี่เมื่อไม่นานมานี้ มาจากเจ้าหนุ่มน้อยเจ้า
แห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือก?”
ในขณะนั้นเอง ก็มีเสียงหนึ่งดังออกมาจากภายในกระท่อมไม้
“อืม”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดของเผ่าพันธุ์ภัยพิบัติที่อยู่ภายนอกกระท่อมไม้กล่าว
“มันจะเป็นไปได้อย่างไร?”
เสียงที่อยู่ภายในกระท่อมไม้นั้นไม่เชื่อ
“การที่สามารถสอดส่องมายังที่แห่งนี้ได้นั้น อย่างน้อยก็ต้องมีความเข้าใจ
ในกาลอวกาศระดับ 6 ขั้นสูงสุด และต้องผ่านสมบัติแห่งกาลอวกาศเท่านั้น ถึง
จะทำได้ เจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกเป็นเพียงแค่ระดับ 11 จะทำได้
อย่างไร?”
“เจ้าอย่าลืมว่า ในบทของเส้นทางวิวัฒนาการวรยุทธ์ระดับ 11 นั้นมีแบบ
จำลองกฎอยู่มากมาย”
ที่
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดของเผ่าพันธุ์ภัยพิบัติที่อยู่ภายนอกกระท่อมไม้กล่าว
“แบบจำลองกฎเหล่านั้น พวกเราไม่ได้เห็น จึงไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าความ
เข้าใจในกฎของเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกไปถึงระดับไหน”
ร่างที่อยู่ในกระท่อมไม้ก็ยังคงไม่เชื่อ
เหล่าแบบจำลองกฎมากมายที่อยู่ในบทของเส้นทางวิวัฒนาการวรยุทธ์
ระดับ 11 นั้น ผู้แข็งแกร่งสูงสุดทั้ง 9 คนของอารยธรรมมนุษย์ได้ดูแล้ว และได้
สรุปว่าความเข้าใจในกฎของหลินหยวนนั้นเหนือกว่าพวกเขา
แต่ผู้แข็งแกร่งระดับ 12 ของเผ่าพันธุ์ต่างดาวอื่นๆ ไม่ได้เห็นกับตาตนเอง
จึงไม่สามารถตัดสินความเข้าใจในกฎของเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกได้
“ความเข้าใจในกฎของกาลอวกาศระดับ 6 ขั้นสูงสุดนั้น ไม่ใช่สิ่งที่ทำได้
ง่ายขนาดนั้น ในหลายปีมานี้ไม่มีผู้แข็งแกร่งระดับ 12 คนไหนที่สัมผัสได้ และ
กลับปรากฏขึ้นก่อนที่จะมีบทของเส้นทางวิวัฒนาการวรยุทธ์ระดับ 11?”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดของเผ่าพันธุ์ภัยพิบัติที่อยู่ภายนอกกระท่อมไม้ยิ้มออกมา
“ข้าคิดว่ามันไม่น่าจะเป็นเรื่องที่บังเอิญขนาดนั้น”
“ถ้าหากเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกมีความเข้าใจในกาลอวกาศ
ระดับ 6 ขั้นสูงสุดจริง เหล่าผู้แข็งแกร่งระดับ 12 ก็ไม่สามารถ
ปราบปรามเขาได้ นับประสาอะไรกับการใช้เลือดที่แปลกประหลาดในการ
ส่งผลกระทบ”
“การที่ข้าบอกข่าวนี้ให้กับเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกไปก่อน ถือว่า
มีแต่ได้กับได้”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดของเผ่าพันธุ์ภัยพิบัติที่อยู่ภายนอกกระท่อมไม้กล่าวออก
มาอย่างสบาย
การสามารถปราบปรามเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกได้นั้นต้องปิด
กั้นมิติกาลอวกาศก่อน แต่เจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกกลับมีความเข้าใจ
ขั้
กั้
นั้
ในกาลอวกาศระดับ 6 ขั้นสูงสุด จึงทำให้การปิดกั้นกาลอวกาศนั้นเป็นไปไม่ได้
และเมื่อไม่สามารถปิดกั้นได้ เจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกก็มีความ
สามารถในการสลายร่างแยกได้ทันที และเมื่อเป็นเช่นนั้นเลือดที่แปลก
ประหลาดก็จะไม่สามารถออกฤทธิ์ได้
ดินแดนลับ’เซียนฮวง’
หลินหยวนกำลังนั่งขัดสมาธิ
“สิ้นสุดการเดินทางครั้งที่ 11 มานานขนาดนี้แล้ว ยังไม่ได้ไปทีมิติหยก
ปีศาจเลย”
หลินหยวนนึกขึ้นมาได้
เขาก็อยากรู้เกี่ยวกับรางวัลของชั้นที่ 7 ของหอคอยสีดำในมิติหยกปีศาจ
เหมือนกัน
เมื่อคิดได้เช่นนั้น
หลินหยวนก็คิดในใจเล็กน้อย
ในทันทีร่างวิญญาณสุริยันที่กำลังเดินทางอยู่ในห้วงอวกาศของท้องทะเล
ดาว ก็แบ่งจิตใจส่วนหนึ่งออกมา และลงไปยังมิติหยกปีศาจชั่วพริบตา
ฮึ่ม
มิติหยกปีศาจยังคงเงียบสงบเช่นเคย หลินหยวนปรากฏตัวขึ้นตรงหน้า
หอคอยดำเก้าชั้นทันที
ในฐานะที่เป็นสมาชิกลำดับที่เหลืออยู่เพียงคนเดียวของหอหยกปีศาจ
หลินหยวนมีสิทธิ์ในการเข้าถึงมิติหยกปีศาจแห่งนี้สูงมาก และสามารถปรากฏ
ตัวได้ทุกที่ที่ต้องการ
“ชั้นที่ 7?”
ที่ตั้
หลินหยวนมองไปยังหอคอยสีดำที่ตั้งตระหง่านอยู่ไม่ไกล ก่อนทีจะเดิน
ทางครั้งที่ 11 เขาเคยพยายามบุกไปยังหอคอยสีดำชั้นที่ 7 แต่ก็ล้มเหลวในที่สุด
ความเข้าใจในกาลอวกาศระดับ 6 นั้นเป็นขอบเขตของผู้ที่อยู่ในขอบเขต
บุกเบิกวิถี แต่หลินหยวนไม่ใช่ผู้ที่อยู่ในขอบเขตบุกเบิกวิถีทีแท้จริง
ส่วนหอคอยสีดำชั้นที่ 7 นั้น?
มีเพียงแค่ผู้ที่อยู่ในขอบเขตบุกเบิกวิถีเท่านั้นถึงจะมีหวังที่จะบุกผ่านไปได้
และก็เป็นเพียงแค่ความหวัง ไม่ใช่ว่าผู้ที่อยู่ในขอบเขตบุกเบิกวิถีทุกคนจะ
สามารถบุกผ่านไปได้
ดังนั้นหลินหยวนจึงต้องหยุดอยู่ที่ช่วงสุดท้ายของเส้นทางในหอคอยสีดำ
ชั้นที่ 7
“ลองชั้นที่ 7 อีกครั้ง?”
รูปปั้นหินเซินจี๋ยิ้ม และมองไปยังหลินหยวน
“ถูกต้อง”
หลินหยวนพยักหน้า
จริงๆ แล้วสิ่งที่หลินหยวนต้องการลองนั้น ไม่ใช่ชั้นที่ 7 แต่เป็นชั้นที่ 8 ต่าง
หาก
ด้วยความเข้าใจในกาลอวกาศระดับ 7 และกฎแห่งความโกลาหล หลิน
หยวนไม่ได้สงสัยเลยว่าตัวเองจะสามารถบุกผ่านหอคอยสีดำชั้นที่ 7 ไปได้
“งั้นก็เริ่มเลย”
รูปปั้นหินเซินจี๋ไม่ได้พูดอะไรมาก
เขาก็อยากดูเหมือนกันว่าหลินหยวนจะบุกผ่านชั้นที่ 7 ไปได้อย่างไร
ชั้
ที่
ขึ้
นั้
ที่
ต้องรู้ว่า หอคอยสีดำ 9 ชั้น ที่เจ้าหอหยกปีศาจสร้างขึ้นนั้น มีเพียงแค่ผู้ที่
อยู่ในขอบเขตบุกเบิกวิถีบางส่วนเท่านั้น ที่สามารถบุกผ่านชั้นที่ 7 ไปได้
ในตอนนี้หลินหยวนเป็นเพียงแค่ผู้แข็งแกร่งระดับ 11 และตามหลักการ
แล้วก็ไม่สามารถสัมผัสกับชั้นที่ 7 ได้เลย แต่กลับสามารถบุกผ่านระยะทาง
ขนาดใหญ่ของชั้นที่ 7 ได้อย่างน่าเหลือเชื่อ
“ดี”
หลินหยวนปรากฏตัวที่จุดเริ่มต้นของหอคอยสีดำชั้นที่ 7 โดยตรง
“ง่ายเกินไปแล้ว”
หลินหยวนมองทะลุทั้งชั้นที่ 7 ด้วยสายตาเพียงครั้งเดียว เขาวงกตและสิ่ง
กีดขวางมากมายที่อยู่ในกาลอวกาศนั้น สำหรับหลินหยวนที่อยู่ในระดับ 7 ของ
กาลอวกาศแล้วนั้น ก็เป็นสิ่งที่ง่ายเหมือนกับเด็กเล่น
วูบๆๆ
หลินหยวนก้าวไป 9 ก้าวอย่างต่อเนื่อง
ในแต่ละก้าวก็ก้าวข้ามช่วงใหญ่ของหอคอยสีดำชั้นที่ 7 ไป จนเมื่อถึงก้าวที่
9 ก็มาปรากฏตัวอยู่ที่ ‘จุดสิ้นสุด’ ของชั้นที่ 7
“อะไรกัน?”
ภายนอกหอคอยสีดำเก้าชั้น รูปปั้นหินเซินจี๋รู้สึกงงไปเล็กน้อยเขากำลังคิด
ว่าหลินหยวนจะบุกผ่านเขาวงกตมากมายในกาลอวกาศของชั้นที่ 7 ไปอย่างไร
และในท้ายที่สุดก็หยุดอยู่ที่ช่วงสุดท้ายของเส้นทาง
แต่สุดท้ายหลินหยวนกลับไปถึง ‘จุดสิ้นสุด’ โดยตรง?
รูปปั้นหินไม่เข้าใจ ถ้าหากไม่ได้ยืนยันว่าหลินหยวนได้เริ่มบุกหอคอยแล้ว
เขาคงจะสงสัยว่าหลินหยวนใช้สิทธิ์สมาชิกลำดับ และมาปรากฏตัวที่ ‘จุดสิ้น
สุด’ ของชั้นที่ 7 โดยตรง
“เป็นความเข้าใจในกาลอวกาศระดับ 7 หรือ?”
รูปปั้นหินดูซ้ำไปซ้ำมา และในท้ายที่สุดก็สรุปได้
การบุกผ่านหอคอยสีดำชั้นที่ 7 ได้นั้น ข้อกำหนดของกฎแห่งกาลอวกาศก็
คือระดับ 6 ขั้นสูงสุด หรือใกล้เคียงกับระดับ 6 ขั้นสูงสุด
แต่การที่หลินหยวนก้าวไปเพียงแค่ไม่กี่ก้าว ก็ไปถึงจุดสิ้นสุดแล้วซึ่งแสดง
ให้เห็นถึงปัญหาได้เพียงอย่างเดียว
คือความเข้าใจในกาลอวกาศของหลินหยวนนั้น สูงกว่าระดับ 6 ขั้นสูงสุด
มาก
นั่นคือ ไปถึงขอบเขตของกาลอวกาศระดับ 7 แล้ว
ซึ่งทำให้รูปปั้นหินเซินจี๋รู้สึกเหมือนกับกำลังฝันไป
ในครั้งที่หลินหยวนมาที่มิติหยกปีศาจอีกครั้ง
จริงๆ แล้วรูปปั้นหินเซินจี๋ก็ได้เตรียมใจไว้แล้วว่าหลินหยวนจะต้องบุกผ่าน
ชั้นที่ 7 ได้
ท้ายที่สุดแล้ว 6 ชั้นแรกก็ผ่านไปด้วยวิธีนี้
แต่รูปปั้นหินก็คิดว่าอย่างมากที่สุดความเข้าใจในกาลอวกาศของหลิน
หยวนนั้นไปถึงระดับ 6 ขั้นสูงสุด
แต่สำหรับระดับ 7 นั้น?
ความเข้าใจในกาลอวกาศของเจ้าหอหยกปีศาจนั้น ก็ยังเป็นเพียงแค่ระดับ
9 เท่านั้น
หลินหยวนเป็นเพียงแค่ชีวิตระดับ 11 การที่มีความเข้าใจในกาลอวกาศ
ระดับ 6 ก็ถือว่าน่าเหลือเชื่อและน่าทึ่งมากแล้ว
แต่ระดับ 7 นั้น?
วูบ
รูปปั้นหินเซินจี๋ปรากฏตัวขึ้นที่ ‘จุดสิ้นสุด’ ของชั้นที่ 7
“ขอแสดงความยินดีด้วย”
รูปปั้นหินเซินจี๋มองไปยังหลินหยวนด้วยสายตาที่ซับซ้อน
“ข้าอยากลองชั้นที่ 8 อีกด้วย”
หลินหยวนกล่าว
“ไม่มีปัญหา”
หลังจากที่รูปปั้นหินเซินจี๋คิดอยู่ครู่หนึ่ง ก็ไม่ได้พูดอะไรอีก
หากเป็นสมาชิกของหอหยกปีศาจคนอื่นๆ แม้ว่าจะเป็นผู้ที่อยู่ในขอบเขต
บุกเบิกวิถี รูปปั้นหินเซินจี๋ก็จะเตือนอะไรบางอย่าง
ผู้ที่อยู่ในขอบเขตบุกเบิกวิถีก็มีหวังที่จะบุกผ่านหอคอยสีดำชั้นที่ 7 ไปได้
แต่สำหรับหอคอยสีดำชั้นที่ 8 นั้น จะต้องเป็นผู้ที่อยู่ในขอบเขตปกครองขั้น
สูงสุดเท่านั้นถึงจะบุกผ่านไปได้
ส่วนหอคอยสีดำชั้นที่ 9 นั้น?
ต้องเป็นผู้ที่อยู่ในขอบเขตโกลาหลขั้นสูงสุด การบุกผ่านหอคอยสีดำชั้นที่
9 ไปได้นั้น ถึงแม้ว่าพลังจะยังไม่ถึงมหาปราชญ์แห่งความโกลาหล แต่ก็คงไม่
แตกต่างกันมาก
แต่สำหรับหลินหยวน?
รูปปั้นหินเซินจี๋คิดว่าตนเองไม่ควรที่จะพูดอะไรมาก
วูบ
หลินหยวนก็เข้าไปในหอคอยสีดำชั้นที่ 8 ในทันที
ปั้
จี๋
ริ่
รูปปั้นหินเซินจี๋เริ่มเฝ้าดูในทันที
หอคอยสีดำชั้นที่ 8 นั้นเต็มไปด้วยพายุหมุนกาลอวกาศที่ไม่มีทีสิ้นสุด หลิน
หยวนสังเกตดูอยู่ครู่หนึ่ง และด้วยความเข้าใจในกาลอวกาศระดับ 7 ก็สามารถ
เดินผ่านช่วงใหญ่ๆ ไปได้อย่างง่ายดาย
“ข้างหลังนั้น”
หลินหยวนมองไปยังเส้นทางที่เหลือ ช่วงนั้นมีพายุหมุนกาลอวกาศที่หนา
แน่นกว่ามาก และถึงแม้ว่าจะมีความเข้าใจในกาลอวกาศระดับ 7 ก็ยังยากที่จะ
ข้ามไปได้
“ระดับพลังชีวิตยังอ่อนแอเกินไป”
หลินหยวนคิดในใจ หอคอยสีดำชั้นที่ 8 ไม่ได้ทดสอบพลังชีวิตแต่ถึงจะเป็น
เช่นนั้น หลินหยวนก็ยังสามารถรับรู้ได้ถึงความแตกต่างระหว่างพลังชีวิตของ
ตนเอง กับผู้ที่อยู่ในขอบเขตปกครองขั้นสูงสุด
“โกลาหล”
เมื่อหลินหยวนคิดในใจเล็กน้อย พลังแห่งความโกลาหลก็พุ่งออกมาจาก
ส่วนลึกของความว่างเปล่าในทันที และพลังแห่งความโกลาหลเหล่านั้นก็รวม
ตัวกันเป็นร่าง และเสริมพลังให้กับร่างจิตใจของหลินหยวน และเพิ่มพลังชีวิต
ให้สูงขึ้นในช่วงเวลาอันสั้น
“พลังแห่งความโกลาหล?”
“นี่คือกฎแห่งความโกลาหล?”
รูปปั้นหินเซินจี๋ที่กำลังดูอยู่ที่ชั้นที่ 7 ก็ตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง
เขาเห็นอะไร?
กฎแห่งความโกลาหล?
ที่
ที่
นั้
หากอยู่ในช่วงที่หอหยกปีศาจรุ่งเรือง การที่เห็นกฎแห่งความโกลาหลนั้นก็
ไม่ใช่เรื่องที่แปลกอะไร
แต่ในตอนนี้?
กฎแห่งความโกลาหล?
แถมยังเห็นได้จากชีวิตที่อยู่ในระดับ 11?
รูปปั้นหินเซินจี๋รู้สึกเหมือนกับว่าความเข้าใจของตนเองกำลังจะพังทลาย
ลง
ตูมๆ
ด้วยการช่วยเหลือของพลังแห่งความโกลาหล หลินหยวนก็บุกเข้าไปใน
หอคอยสีดำชั้นที่ 8 ได้อย่างราบรื่น จนมาถึงช่วง 1 ใน 10000 สุดท้าย
“ที่นี่”
หลินหยวนหยุดอยู่ และสังเกตอย่างละเอียด
“หากพลังชีวิตแข็งแกร่งกว่านี้อีกหน่อย ก็น่าจะผ่านไปได้แล้ว”
หลินหยวนส่ายหน้าเล็กน้อย และหายตัวไปจากตรงนั้นโดยตรง
หอคอยสีดำชั้นที่ 8 มีข้อกำหนดเกี่ยวกับพลังชีวิตที่ต่ำมาก โดยพื้นฐาน
แล้วผู้ที่อยู่ในขอบเขตปกครองทุกคนก็สามารถไปถึงได้
แต่หลินหยวนเป็นเพียงแค่ระดับ 11 เท่านั้น คาดว่าแม้แต่เจ้าหอหยก
ปีศาจเอง ก็ไม่ได้คิดว่าในวันหนึ่ง หอคอยสีดำชั้นที่ 8 ที่เขาได้สร้างขึ้นมา จะมีผู้
บุกหอคอยที่อยู่ในระดับ 11
หอคอยสีดำชั้นที่ 7
ร่างของหลินหยวนปรากฏขึ้น
“น่าเสียดาย ผ่านไปไม่ได้”
หลินหยวนถอนหายใจ
รูปปั้นหินเซินจี๋มีสีหน้าที่แข็งทื่อ
ด้วยร่างที่เป็นเพียงแค่ระดับ 11 เกือบจะบุกผ่านหอคอยสีดำชั้นที่ 8 ไปได้
แล้ว แถมยังรู้สึกเสียดายอีกหรือ?
รูปปั้นหินเซินจี๋ไม่รู้ว่าจะตอบหลินหยวนอย่างไร
“นี่คือรายการของรางวัลสำหรับการบุกผ่านชั้นที่ 7”
รูปปั้นหินเซินจี๋ตั้งสติ และกล่าว
“ข้าขอดูก่อน”
ดวงตาของหลินหยวนเป็นประกาย และรีบอ่านดู
รายการของรางวัลสำหรับหอคอยสีดำชั้นที่ 7 นั้น โดยพื้นฐานแล้วเป็น
สมบัติและวิชาลับของผู้ที่อยู่ในขอบเขตปกครอง
หลังจากที่หลินหยวนเลือกอย่างระมัดระวัง ในท้ายที่สุดก็เลือกวิชาลับที่ชื่อ
ว่า ‘ดวงตาแห่งห้วงลึก’
วิชาลับนี้ไม่ได้เป็นการโจมตีทางกายภาพ และก็ไม่ใช่การโจมตีทางจิต
วิญญาณ แต่เป็นการโจมตีด้วยเจตจำนงแห่งจิตใจ
ด้วยความแข็งแกร่งของเจตจำนงแห่งจิตใจของหลินหยวนในตอนนี้ หาก
ใช้ ‘ดวงตาแห่งห้วงลึก’ แล้ว ผู้แข็งแกร่งระดับ 12 คนอื่นๆ ก็น่าจะได้รับผลกระ
ทบอย่างมาก
ต่อมา
ร่างแยกต่างๆ ของหลินหยวนก็เดินทางไปยังที่ต่างๆ ในจักรวาลและใน
ความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล เพื่อที่จะทำความเข้าใจการผันผวนของกฎที่
แตกต่างกัน
นอกจากนี้หลินหยวนก็ยังคิดว่าจะบุกผ่านหอคอยสีดำชั้นที่ 8 ไปได้
อย่างไร เขาอยู่ห่างจาก ‘จุดสิ้นสุด’ ของชั้นที่ 8 เพียงแค่เส้นยาแดงผ่าแปด และ
สามารถก้าวข้ามไปได้ทุกเมื่อ
เวลาผ่านไป
ชั่วพริบตา
ก็ผ่านไป
100 ปี