สวรรค์บันดาล: ข้าพเจ้าสร้างวิถี - บทที่ 512 สำเภาลำน้อย
ห้วงอวกาศ
จิตใจของหลินหยวนกลับคืนมา
จากนั้นก็เกิดการเปลี่ยนแปลงที่พลิกผันตนเองไปอย่างมาก
ในระหว่างการกระโดดเข้าสู่ระดับสูงสุด หลินหยวนได้จมดิ่งลงสู่โลกแห่ง
จิตใจและหลุดพ้นออกมา
ราวกับว่าเวลาได้ผ่านไปเป็นร้อยเป็นพันยุคจักรวาล แต่ภายนอกกลับผ่าน
ไปเพียงแค่สิบกว่าลมหายใจ
แต่ในช่วงเวลาสิบกว่าลมหายใจนี้ ร่างกาย จิตวิญญาณ และโลกภายใน
ร่างกายของหลินหยวน ก็ไม่รู้ว่าจะขยายตัวไปมากขนาดไหนแล้ว
“ร่างกายของเรา”
หลินหยวนมองไปยังมือทั้งสองข้างของตนเอง
ในตอนนี้เลือดแต่ละหยดของเขาเต็มไปด้วยพลังที่ไม่มีที่สิ้นสุดเพียงแค่
พึ่งพาพลังของร่างกาย โดยไม่ได้พึ่งพากฎหรือวิธีการอื่นๆเพียงแค่พลังของ
ร่างกายอย่างแท้จริง ก็สามารถปราบปรามผู้ที่อยู่ในขอบเขตบุกเบิกวิถีทั่วไปได้
แม้แต่ผู้แข็งแกร่งสูงสุดกู่ลี่ หนึ่งในผู้แข็งแกร่งสูงสุดทั้ง 9 ของอารยธรรม
มนุษย์ ที่เชี่ยวชาญในด้านพลังของร่างกายโดยเฉพาะ ในด้านร่างกายก็ยังด้อย
กว่าหลินหยวนอย่างแน่นอน
ไม่ใช่ว่าเส้นทางของผู้แข็งแกร่งสูงสุดกู่ลี่ใช้ไม่ได้ แต่เป็นเพราะพื้นฐานของ
หลินหยวนนั้นแข็งแกร่งเกินไป และได้รับพลังต้นกำเนิดของความว่างเปล่าแห่ง
ความโกลาหลเป็นจำนวนมาก แม้ว่าจะมีเพียงแค่ 1 ใน 10 ส่วนที่ถูกร่างกายดูด
ที่
นั้
ขั้
ซับไป แต่การยกระดับที่ได้รับมานั้นก็ยังเหนือกว่าผู้แข็งแกร่งระดับ 11 ขั้น
สมบูรณ์แบบที่ก้าวเข้าสู่ระดับ 12 ทั้งหมด
และนอกจากพลังต้นกำเนิดของความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลแล้ว การ
เสริมพลังจากน้ำเต้าลึกลับ ร่างจักรวาล ร่างหยกปีศาจอมตะ และด้านอื่นๆ อีก
มากมาย นั่นทำให้ร่างกายของหลินหยวนไปถึงขอบเขตที่เหลือเชื่อ
“ร่างจักรวาล”
เมื่อสาระสำคัญของชีวิตเสร็จสิ้นการเปลี่ยนแปลงและก้าวกระโดด ก้าว
เข้าสู่ระดับ 12 อย่างราบรื่นแล้ว 《ร่างจักรวาล》ที่หลินหยวนได้ฝึกฝน ก็ไปถึง
ระดับ 12 โดยอัตโนมัติ
ฮู!
ซู้ด!
เมื่อฝึกฝนไปเพียงแค่ครู่เดียว ความแข็งแกร่งของร่างกายของหลินหยวนก็
เพิ่มขึ้นมา แต่หลังจากนั้นก็หยุดการฝึกฝน
ช่วยไม่ได้ 《ร่างจักรวาล》นั้นดูดกลืนทรัพยากรอย่างน่ากลัวเกินไป ไม่ต้อง
พูดถึงการที่จะไปถึงระดับ 12 ขั้นสมบูรณ์แบบ แม้แต่การที่จะไปถึงระดับ 12
ในขอบเขตบุกเบิกวิถีขั้นสมบูรณ์แบบนั้นหลินหยวนก็มองไม่เห็นความหวังใน
จักรวาลนี้
“แต่ทรัพยากรในการฝึกฝน《ร่างจักรวาล》 สามารถได้รับมาจากทวีปแห่ง
ความโกลาหลกู่หมิงได้?”
หลินหยวนคิดในใจ
กฎของจักรวาลจำกัดการที่สิ่งมีชีวิตในระดับ 12 ไม่สามารถออกจาก
จักรวาลได้ สิ่งเดียวที่ทำได้ก็คือการสร้างร่างแยกออกมา
แต่กฎของจักรวาลไม่ได้จำกัดการที่ทรัพยากรจากภายนอกจักรวาลเข้ามา
ในจักรวาล
หลินหยวนสามารถได้รับทรัพยากรมากมายจากทวีปแห่งความโกลาหลกู่ห
มิง แล้วส่งกลับมาให้ร่างจริงฝึกฝนได้
ส่วนเส้นทางที่จะได้รับทรัพยากรมากมายนั้น?
วิธีที่ง่ายที่สุด ก็คือการนำสมบัติลับในขอบเขตโกลาหลที่ผู้ที่อยู่ในขอบเขต
ปกครองขั้นสูงสุด ชังเวยหยาง’ ได้ทิ้งเอาไว้ไปขาย
สมบัติลับในขอบเขตโกลาหล ถึงแม้ว่าหลินหยวนจะก้าวเข้าสู่ระดับ 12
แล้ว ก็ยังไม่สามารถกระตุ้นได้ในระยะเวลาอันสั้น แทนที่จะปล่อยให้มันขึ้นรา
ก็สู้รีบเปลี่ยนมันให้กลายเป็นพลังของตนเองดีกว่า
ด้วยมูลค่าของสมบัติลับในขอบเขตโกลาหล การสนับสนุนให้หลินหยวน
ฝึกฝน《ร่างจักรวาล》ไปจนถึงขอบเขตบุกเบิกวิถีขั้นสมบูรณ์แบบนั้น ก็เหลือเฟือ
“ความแข็งแกร่งของจิตวิญญาณก็ได้ไปถึงขอบเขตบุกเบิกวิถีขั้นสูงสุด
แล้ว”
หลินหยวนพยักหน้าเล็กน้อย จิตวิญญาณนั้นขึ้นอยู่กับร่างกายและ
เจตจำนงแห่งจิตใจ
หลังจากที่กระโดดเข้าสู่จุดสูงสุดแล้ว การก้าวเข้าสู่ระดับ 12 และจิต
วิญญาณได้รับการยกระดับนั้นก็เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล
“เจตจำนงแห่งจิตใจของเรา อย่างน้อยก็ไปถึง 60 ล้านจุดแล้ว”
หลินหยวนผ่อนลมหายใจออกมาเบาๆ
การที่จะยกระดับเจตจำนงแห่งจิตใจนั้นยากกว่าร่างกายและจิตวิญญาณ
มาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่ค่าดัชนีเจตจำนงแห่งจิตใจไปถึง 20 ล้านจุด
แล้ว
ในการเดินทางครั้งที่ 11 หลินหยวนได้อยู่ที่ใจกลางของแหล่งกำเนิดของ
โลกเซียน และรับรู้ถึงกฎของมันเป็นเวลาหลายร้อยปี ค่าดัชนีเจตจำนงแห่ง
จิตใจก็ไปถึง 40 ล้านจุดอย่างยากลำบาก
นั้
ค่าดัชนีเจตจำนงแห่งจิตใจ 40 ล้านจุดนั้น อยู่ในระดับขอบเขตบุกเบิกวิถี
ขั้นสูงสุดแล้ว และอาจจะมีผู้ที่อยู่ในขอบเขตบุกเบิกวิถีขั้นสูงสุดจำนวนมากที่
ไม่เคยมีเจตจำนงแห่งจิตใจที่แข็งแกร่งขนาดนี้
แล้วค่าดัชนีเจตจำนงแห่งจิตใจ 60 ล้านจุดล่ะ?
เกรงว่าจะเป็นความแข็งแกร่งของเจตจำนงแห่งจิตใจของผู้ที่อยู่ใน
ขอบเขตปกครองขั้นสูงสุดแล้ว
การก้าวกระโดดจาก 40 ล้านจุดไปถึง 60 ล้านจุดนั้น การเพิ่มขึ้นนั้นเหนือ
กว่าผู้แข็งแกร่งระดับ 11 ขั้นสมบูรณ์แบบที่ก้าวเข้าสู่ระดับ 12 อย่างมาก
“โลกแห่งจิตใจที่เราได้เจอนั้น แหล่งพลังงานมาจากสายน้ำหลักของแม่น้ำ
แห่งกาลเวลา มันก่อตัวขึ้นตามพื้นฐานของเราเอง”
หลินหยวนคิดในใจ
ในโลกแห่งจิตใจนั้น หลินหยวนไม่รู้ว่าตนเองได้ใช้ชีวิตมานานแค่ไหนแล้ว
หลายพันหลายหมื่นยุคจักรวาล?
ผู้แข็งแกร่งระดับ 11 ขั้นสมบูรณ์แบบตามปกติจะสามารถเจอกับโลกแห่ง
จิตใจที่มีระดับความยากระดับนรกเช่นนั้นได้อย่างไร?
ความเป็นไปได้เดียวก็คือ ระดับความยากของโลกแห่งจิตใจทีหลินหยวน
เจอนั้นถูกยกระดับขึ้น
แน่นอนว่าเมื่อระดับความยากของโลกแห่งจิตใจถูกยกระดับขึ้นเมื่อข้าม
ผ่านไปได้แล้ว ผลประโยชน์ที่ได้รับก็จะมหาศาลเช่นกัน ค่าดัชนีเจตจำนงแห่ง
จิตใจ 60 ล้านจุดก็เป็นเครื่องพิสูจน์
“ไม่แปลกใจเลยที่บอกว่าการก้าวเข้าสู่ระดับ 12 นั้น ต่อให้มีพื้นฐานสูงส่ง
แค่ไหน ก็ไม่มีทางที่จะสำเร็จอย่างแน่นอน สิ่งอื่นนั้นก็ไม่เป็นไร แต่โลกแห่ง
จิตใจนั้นมีมาตรฐานที่แตกต่างกันไปสำหรับผู้แข็งแกร่งระดับ 11 แต่ละคน ยิ่งมี
พื้นฐานที่แข็งแกร่ง โลกแห่งจิตใจทีต้องเผชิญหน้าย่อมต้องยิ่งยากขึ้น”
หลินหยวนคิดในใจ
ก่อนที่จะเจอโลกแห่งจิตใจนั้น การย้อนกลับของแม่น้ำแห่งกาลเวลา และ
การย้อนกลับของจักรวาลนั้น สำหรับหลินหยวนแล้วก็เหมือนกับลมที่พัดผ่าน
หน้า ไม่สามารถส่งผลกระทบต่อเขาได้เลย
มีเพียงแค่ตอนที่โลกแห่งจิตใจไหลลงมาเท่านั้น ที่ทำให้หลินหยวนรู้สึกถึง
ความยากลำบาก
ในโลกแห่งจิตใจที่มีความยากลำบากมากมาย หลินหยวนนั้นนอกเหนือ
จากความทรงจำแล้ว ก็ไม่มีอะไรแตกต่างไปจากคน
ธรรมดา แม้แต่เมื่อเวลาผ่านไป หลายร้อยหลายพันยุคจักรวาลความทรง
จำก็เริ่มที่จะเลือนลาง
หากไม่ใช่เพราะเส้นทางวิวัฒนาการวรยุทธ์ที่เผยแพร่ออกไปอย่างที่ไม่เคย
มีมาก่อน และสามารถกลายมาเป็น ‘สมอ’ ที่หลินหยวนใช้ในการล็อคตัวเองได้
แล้ว ทำให้หลินหยวนสามารถข้ามผ่านโลกแห่งจิตใจไปได้ อย่างไม่ยากเย็น
อะไร
“จักรวาลภายในร่างกาย”
จิตสำนึกของหลินหยวนลงมายังจักรวาลภายในร่างกาย
ในตอนนี้จักรวาลภายในร่างกายได้ไปถึง 2,200,000 ปีแสงแล้ว
ต้องรู้ว่า ก่อนที่หลินหยวนจะทำการกระโดดเข้าสู่ระดับสูงสุดนั้นจักรวาล
ภายในร่างกายเพิ่งจะขยายไปถึงเส้นผ่านศูนย์กลาง 500,000 ปีแสง
จาก 500,000 ปีแสงไปเป็น 2,200,000 ปีแสง เมื่อมองดูแล้วเหมือนเพิ่ม
ขึ้นแค่ 4-5 เท่า แต่ความแตกต่างที่เกิดขึ้นนั้นมากกว่าหลายสิบหลายร้อยเท่า
“หลังจากที่กระโดดเข้าสู่จุดสูงสุดแล้ว จักรวาลภายในร่างกายยังคงขยาย
ตัวต่อไป จักรวาลภายในร่างกายของเรา เส้นผ่านศูนย์กลางสุดท้ายควรที่จะอยู่
ที่ 8,000,000 ปีแสง”
หลินหยวนคิดในใจ
โดยปกติแล้ว ผู้แข็งแกร่งในระดับ 12 ที่อยู่ในขอบเขตบุกเบิกวิถีจักรวาล
ภายในร่างกายจะมีขนาดตั้งแต่หลายหมื่นปีแสงไปจนถึงแสนปีแสง แต่หลิน
หยวนกลับสามารถไปถึง 8,000,000 ปีแสงได้
“จักรวาลภายในร่างกายของผู้ที่อยู่ในขอบเขตปกครองก็คงได้แค่นี้”
หลินหยวนรู้สึกดี ขนาด 8,000,000 ปีแสงนั้น ถึงแม้ว่าจะอยู่ในขอบเขต
ปกครอง ก็ยังถือได้ว่ากว้างใหญ่ไพศาล
แล้วเมื่ออยู่ในจักรวาลแห่งนี้ล่ะ?
คาดว่าเมื่อนำจักรวาลภายในร่างกายของผู้แข็งแกร่งระดับ 12 ทีอยู่ใน
ระดับสูงสุดทั้งหมดมารวมกันแล้ว ก็ยังไม่สามารถเติมเต็มได้แม้แต่ 1 ใน
10,000 ส่วนของจักรวาลภายในร่างกายของหลินหยวน
“ด้วยความเข้าใจในกฎมากมาย เราที่เพิ่งจะเข้าสู่ขอบเขตบุกเบิกวิถี แต่
เส้นผ่านศูนย์กลางของเราในตอนนี้กลับไปถึงขอบเขตบุกเบิกวิถีขั้นสูงสุดแล้ว”
หลินหยวนตรวจสอบตนเอง
แน่นอนว่านี่คือเส้นผ่านศูนย์กลางของจักรวาลภายในร่างกาย
ส่วนพลังต่อสู้
ไม่ว่าจะเป็นร่างกาย จิตวิญญาณ โลกภายในร่างกาย หรือความเข้าใจใน
กฎ หลินหยวนก็อยู่เหนือกว่าผู้ที่อยู่ในขอบเขตบุกเบิกวิถีทั่วไปมาก
ถึงแม้ว่าระดับสาระสำคัญของชีวิตจะยังไม่ได้ไปถึงขอบเขตปกครอง แต่
พลังต่อสู้ที่แท้จริงของหลินหยวนก็ไม่ด้อยไปกว่าผู้ที่อยู่ในขอบเขตปกครองคน
ใด
ขอบเขตบุกเบิกวิถีขั้นสูงสุดเทียบเท่ากับขอบเขตปกครอง เมื่ออยู่ในความ
ว่างเปล่าแห่งความโกลาหลที่กว้างใหญ่แล้วก็เป็นเรื่องทีหาได้ยากมาก โดยพื้น
สิ่
ที่
ฐานแล้วจะเป็นสิ่งที่สืบทอดกันมาของลูกหลานของมหาปราชญ์ หรือไม่ก็เป็น
สิ่งมีชีวิตที่มหัศจรรย์ที่มีสายเลือดแห่งกาลเวลา
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงหลินหยวนที่เพิ่งจะเข้าสู่ขอบเขตบุกเบิกวิถี ในอีกหลาย
ร้อยหลายพันปีข้างหน้าจะเป็นช่วงที่พลังของเขาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และเมื่อ
ถึงตอนนั้นการที่จะสามารถเทียบเท่ากับผู้ที่อยู่ในขอบเขตปกครองขั้นสูงสุดก็
ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้
“พลังต่อสู้ของเรา ถูกกดเอาไว้”
หลินหยวนมองไปยังห้วงอวกาศ
ในตอนนี้พลังต่อสู้ของเขาที่เพียงพอที่จะเทียบเท่ากับขอบเขตปกครองนั้น
กำลังถูกกดเอาไว้โดยจักรวาลแห่งนี้ และสามารถแสดงออกมาได้เพียงแค่ระดับ
ขอบเขตบุกเบิกวิถีขั้นสูงสุด
หลินหยวนไม่ได้รู้สึกแปลกใจกับเรื่องนี้ ในข้อมูลมากมายที่ได้รับการบันทึก
เอาไว้ในสายเลือด’เซียนฮวง’นั้น ก็มีสถานการณ์เช่นนี้
ความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลได้ให้กำเนิดจักรวาลมากมายและภายใน
จักรวาลก็ให้กำเนิดชีวิตมากมาย ขีดจำกัดของพลังต่อสู้ในจักรวาลก็คือ
ขอบเขตบุกเบิกวิถีขั้นสูงสุด
ทำไมระดับที่แข็งแกร่งที่สุดในจักรวาลถึงเป็นเพียงแค่ขอบเขตบุกเบิกวิถี
ขั้นสูงสุด?
การที่จะก้าวเข้าสู่ขอบเขตปกครองใน 1 ยุคจักรวาลนั้นยากก็จริง แต่เมื่อ
จักรวาลนับไม่ถ้วน และเวลาที่ผ่านไปนับไม่ถ้วนแล้ว
จะไม่มีเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้นเลยหรือ?
ต่อให้สิ่งมีชีวิตทั่วไปทำไม่ได้ แล้วเหล่ามหาปราชญ์ที่กลับชาติมาเกิดล่ะ?
หากพวกเขาสามารถฟื้นความทรงจำบางส่วนได้
นั่
นั่นหมายความว่าพวกเขาสามารถก้าวเข้าสู่ขอบเขตปกครองได้ใน 1 ยุค
จักรวาลไม่ใช่หรือ?
ความจริงก็คือ จักรวาลจะทำการกดดันทุกสิ่งทุกอย่างที่เกินขอบเขต
บุกเบิกวิถีขั้นสูงสุด หรือก็คือระดับขอบเขตปกครอง
นี่คือข้อจำกัดของสภาพแวดล้อม แม้แต่เหล่ามหาปราชญ์ที่กลับชาติมา
เกิดก็ต้องปฏิบัติตาม หากต้องการที่จะแสดงพลังต่อสู้ในระดับ
ขอบเขตปกครอง หรือแม้แต่ขอบเขตโกลาหล ย่อมต้องไปยังความว่าง
เปล่าแห่งความโกลาหล
แน่นอนว่าข้อจำกัดนี้ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่สามารถทำลายได้ ก็คือการมีพลังต่อสู้
ในระดับมหาปราชญ์ในจักรวาล
พลังต่อสู้ประเภทนี้สามารถทำลายทุกสิ่งทุกอย่างในจักรวาล และทำให้
จักรวาลก้าวเข้าสู่การล่มสลายล่วงหน้า ก่อนที่จะเกินขีดจำกัดของการกดดัน
ของจักรวาล
แต่นี่มันยากเกินไป แม้แต่สำหรับเหล่ามหาปราชญ์ การที่จะฟื้นพลังกลับ
ไปสู่ระดับมหาปราชญ์ภายใน 1 ยุคจักรวาล ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย
พลังต่อสู้ในระดับมหาปราชญ์ ไม่ใช่แค่ความเข้าใจในกฎ แต่ยังต้องมี
ร่างกายและจิตวิญญาณที่แข็งแกร่งคอยสนับสนุนด้วย
การที่จะทำได้ถึงระดับนั้น ย่อมต้องใช้ทรัพยากรเป็นจำนวนมากจนกระทั่ง
ดูดเอาทรัพยากรทั้งหมดในทวีปแห่งความโกลาหลนับไม่ถ้วนมาเป็นของตนเอง
“พลังต่อสู้ในระดับขอบเขตบุกเบิกวิถีขั้นสูงสุดนี้ ก็เพียงพอแล้ว”
หลินหยวนคิดอยู่ครู่หนึ่ง และพยักหน้าเล็กน้อย
ด้วยพรสวรรค์และวิธีการของเขา แม้ว่าจะมีเพียงแค่ขอบเขตบุกเบิกวิถีขั้น
สูงสุด แต่กลับสามารถปราบปรามผู้แข็งแกร่งระดับ 12 ที่อยู่ในระดับสูงสุด
ทั้งหมดในจักรวาลแห่งนี้ได้อย่างง่ายดาย
ที่
หากเหล่าผู้แข็งแกร่งระดับ 12 กล้าที่จะต่อสู้กับหลินหยวนผลลัพธ์ก็จะมี
เพียงแค่การดับสูญอย่างสมบูรณ์เท่านั้น
“หืม? น้ำเต้าของเรา?”
หลินหยวนเหมือนจะนึกอะไรออก และยกมือขวาขึ้น ยื่นออกไปในส่วนลึก
ของกาลอวกาศ
เมื่อดึงกลับมา น้ำเต้าลึกลับขนาดเท่าฝ่ามือก็ได้ปรากฏขึ้นในมือของหลิน
หยวน
น้ำเต้าลึกลับนี้เป็นของที่ปล้นมาได้ตอนที่หลินหยวนเข้ามายังเขตดาวฤกษ์
ทางช้างเผือก และมีผลลัพธ์ที่ร้ายกาจเป็นอย่างมากสามารถทำลายขีดจำกัด
ของโลกภายในร่างกายได้
นอกจากนี้ก็ยังสามารถทำลายขีดจำกัดของร่างกายได้อีกด้วย
ถึงแม้ว่าจนถึงตอนนี้หลินหยวนก็ยังไม่เคยได้ยินเกี่ยวกับความสามารถ
แบบนี้มาก่อน ในความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลนั้นมีสมบัติและโอกาส
มากมาย และอาจจะมีสมบัติและวิธีการที่มีผลลัพธ์ที่คล้ายกัน
แต่ล้วนแล้วหาได้ยากอย่างยิ่ง แม้แต่ ผู้ยิ่งใหญ่แห่งความโกลาหล หรือ
กระทั่ง มหาปราชญ์แห่งความโกลาหล ก็ยังแทบไม่มีโอกาสได้พบเจอ
แต่น้ำเต้าลึกลับนี้?
ของเหลวที่อยู่ข้างในนั้นมีทุกอย่าง
อย่างน้อยจนถึงตอนนี้หลินหยวนก็ยังไม่เคยพบแนวโน้มที่จะเหือดแห้ง
และหลังจากที่หลินหยวนได้ดูดซับของเหลวทั้ง 7 สีที่อยู่ในน้ำเต้าลึกลับจน
หมดแล้ว ก็พบว่าขั้นตอนต่อไปของน้ำเต้าลึกลับนั้นจำเป็นต้อง ให้โลกภายใน
ร่างกายของเขาเปลี่ยนแปลงไปเป็นจักรวาลภายในร่างกาย
หรือก็คือการก้าวเข้าสู่ระดับ 12
ที่
ที่
ที่
ก่อนที่จะก้าวเข้าสู่ระดับสูงสุด หลินหยวนได้เตรียมแผนที่เลวร้ายที่สุดเอา
ไว้แล้ว
หากการก้าวเข้าสู่ระดับสูงสุดล้มเหลว และตนเองดับสูญไปอย่างสมบูรณ์
หรือแม้แต่ประตูสู่ภพหมื่นก็ยังไม่สามารถช่วยได้
จึงไม่ได้นำน้ำเต้าลึกลับติดตัวไปด้วย แต่กลับเก็บมันไว้ในส่วนลึกของกาล
อวกาศ
ด้วยความเชี่ยวชาญในกาลอวกาศของหลินหยวน เหล่าผู้แข็งแกร่งระดับ
12 ในจักรวาลแห่งนี้ ก็ไม่มีทางที่จะสามารถค้นหาน้ำเต้าลึกลับเจอได้อย่าง
แน่นอน
หลังจาก 10,000 ปี ตราบใดที่หลินหยวนไม่ได้นำน้ำเต้าออกมาด้วยตนเอง
ขอบเขตกาลอวกาศที่ผนึกน้ำเต้าเอาไว้ก็จะคลายออก
และน้ำเต้านี้จะนำข้อมูลที่หลินหยวนได้ทิ้งเอาไว้ ลอยไปยังเขตดาวกลาง
ของอารยธรรมมนุษย์ด้วยตัวมันเอง
ในแผนการของหลินหยวน หากตนเองดับสูญไป น้ำเต้าลึกลับทีทิ้งไว้ให้กับ
อารยธรรมมนุษย์นั้น ก็จะสามารถแสดงคุณค่าของมันออกมาได้อย่างต่อเนื่อง
เมื่อดูจากในตอนนี้
ทุกอย่างก็เป็นไปด้วยดี
หลินหยวนมองไปยังน้ำเต้าที่อยู่ในมือ เมื่อสัมผัสกับผิวหนังของตนเองแล้ว
น้ำเต้าก็เหมือนจะรับรู้อะไรได้ และสีเทาม่วงสีเดิมบนน้ำเต้าลึกลับก็เริ่มค่อยๆ
จางลง
“นี่คือการแปรเปลี่ยนและถือกำเนิด?”
หลินหยวนคาดเดาในใจ และจากนั้นก็นำน้ำเต้าลึกลับเข้าไปเก็บไว้ใน
จักรวาลภายในร่างกาย
ที่
ลี่
ตามความเร็วที่สีเทาม่วงจางลง การแปรเปลี่ยนและถือกำเนิดนีคงจะไม่
จบลงในระยะเวลาอันสั้น
ในทุกทิศทางของจักรวาล
เหล่าผู้แข็งแกร่งระดับ 12 มากมายต่างก็จับตามองสถานการณ์การก้าว
เข้าสู่ระดับสูงสุดของหลินหยวนอย่างใจจดใจจ่อ
เพราะการที่หลินหยวนก้าวเข้าสู่ระดับ 12 หรือไม่นั้น เกี่ยวข้องกับ
สถานการณ์ในจักรวาลแห่งนี้ในอนาคต จึงไม่มีผู้แข็งแกร่งในระดับ 12 คนใด
กล้าที่จะมองข้าม
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเผ่าพันธุ์แมลง เผ่าพันธุ์ปีกสวรรค์ และผู้แข็งแกร่ง
ระดับ 12 ที่เป็นศัตรูกับอารยธรรมมนุษย์ พวกเขาเป็นศัตรูกันมาตั้งแต่แรก
และความแค้นของทั้งสองฝ่ายไม่สามารถที่จะแก้ไขได้
หากหลินหยวนก้าวเข้าสู่ระดับ 12 ได้จริงๆ แล้ว ต่อไปพวกเขาและเผ่า
พันธุ์ที่ตนเองอยู่นั้นย่อมต้องไม่มีวันที่มีชีวิตที่ดีอย่างแน่นอนไม่แน่ว่าอาจจะ
ต้องหลบอยู่ในอาวุธประจำเผ่าพันธุ์เพื่อที่จะมีชีวิตรอดต่อไปในอีกหลายปีต่อ
จากนี้
“เจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือก เจ้าต้องล้มเหลว!”
“ใช่ ห้ามก้าวเข้าสู่ระดับ 12 เด็ดขาด!”
ผู้แข็งแกร่งระดับ 12 แต่ละคนต่างก็ปรารถนาในใจ
ในขณะต่อมา
พลังของเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกค่อยๆปรากฏขึ้นในจักรวาลอีก
ครั้ง และในขณะเดียวกันเหล่าผู้แข็งแกร่งระดับ 12 มากมายก็รับรู้ได้ถึงเหตุ
และผลของเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกเช่นกัน
ในชั่วขณะหนึ่ง ผู้แข็งแกร่งระดับ 12 ทั้งหมด ค่อยๆตกอยู่ในความเงียบงัน
ที่
การที่พลังและเหตุและผลของเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกปรากฏ
ขึ้นอีกครั้งนั้น นั่นหมายความว่าอีกฝ่ายก้าวเข้าสู่ระดับสูงสุดสำเร็จ และก้าวเข้า
สู่ระดับ 12 ได้อย่างราบรื่น
หากการก้าวเข้าสู่ระดับสูงสุดล้มเหลว ทุกสิ่งทุกอย่างย่อมต้องกลายเป็น
เถ้าธุลี พลังและเหตุและผลใดๆ ย่อมไม่สามารถก่อตัวขึ้นได้ใหม่อย่างแน่นอน
“ระดับ 12”
“เจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือก ก้าวเข้าสู่ระดับ 12 แล้ว”
“จบแล้ว เจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกที่อยู่ในระดับ 11 ก็สามารถ
โจมตีผู้แข็งแกร่งระดับ 12 ได้ แล้วในตอนนี้อยู่ในระดับ 12 แล้ว การ
เปลี่ยนแปลงของสาระสำคัญของชีวิต โลกภายในร่างกายขยายตัว พลังของเจ้า
แห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกย่อมต้องอยู่เหนือกว่าก่อนหน้านี้ไปมาก”
“ใครจะสามารถจัดการกับเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกได้?”
“ข้าจะต้องติดต่อกับอารยธรรมมนุษย์ และขอเจรจาสงบศึกกับเจ้าแห่งเขต
ดาวฤกษ์ทางช้างเผือก”
ความคิดของผู้แข็งแกร่งระดับ 12 มากมายแตกต่างกันออกไปแต่สิ่งที่
แน่นอนก็คือ ในช่วงเวลาต่อจากนี้ไป จนกระทั่งถึงการล่มสลายของจักรวาล
จักรวาลแห่งนี้จะเดินไปในทิศทางใดนั้น ขึ้นอยู่กับเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้าง
เผือก
อย่างแน่นอน
แม้แต่ผู้แข็งแกร่งระดับ 12 ที่แข็งแกร่ง กลับยังต้องขึ้นอยู่กับลมหายใจ
ของเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือก
“ใกล้จะสมบูรณ์แล้ว”
หลินหยวนรับรู้ได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของตนเองเล็กน้อย และลุกขึ้นเดิน
ไปยังทิศทางหนึ่ง
ทั้
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดทั้ง 9 ของอารยธรรมมนุษย์ได้คอยปกป้องเขาในการก้าว
เข้าสู่ระดับสูงสุด เมื่อตนเองก้าวเข้าสู่ระดับ 12 ได้อย่างราบรื่นแล้ว ย่อมต้องไป
พบกับพวกเขาเป็นอันดับแรก
ภายใต้ห้วงอวกาศ
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดเซวียนหยวนและผู้แข็งแกร่งสูงสุดอีก 8 คนของ
อารยธรรมมนุษย์ก็ตกอยู่ในความยินดีเช่นกัน
แน่นอนว่าพวกเขาสามารถรับรู้ได้ถึงพลังและเหตุและผลของเจ้าแห่งเขต
ดาวฤกษ์ทางช้างเผือกเช่นกัน
ในขณะที่สีหน้าของผู้แข็งแกร่งสูงสุดเซวียนหยวนและผู้แข็งแกร่งสูงสุดทั้ง
9 คนกำลังเบิกบานนั้น ร่างหนึ่งก็ได้ปรากฏขึ้นไม่ไกลออกไป
หลินหยวน
“เจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือก”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดเซี่ยฉินมองไปยังหลินหยวน ในตอนนี้เขาไม่สามารถ
สัมผัสได้ถึงพลังใดๆ ได้เลย ราวกับว่าตรงหน้านี้ไม่มีใครอยู่เลย นี่เป็นการแสดง
ให้เห็นว่าพลังและขอบเขตนั้นอยู่เหนือกว่าตัวเขาไปอย่างมหาศาล
“เจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือก เจ้าก้าวเข้าสู่ระดับ 12 แล้ว?”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดเซวียนหยวนก็มองไปยังหลินหยวน แม้ในใจจะมั่นใจเป็น
อย่างมากแล้ว แต่ก็อดไม่ได้ที่จะถามออกไปอีกครั้ง
หลินหยวนมีสีหน้าสงบนิ่ง ยิ้มเล็กน้อยก่อนกล่าวว่า
“สำเภาลำน้อยนี้ ล่วงพ้นขุนเขานับหมื่นชั้นแล้วขอรับ”
(จบตอน)
……….
มื่
ชั้
ประโยค “轻舟已过万重山” (เรือลำน้อยล่วงพ้นขุนเขาหมื่นชั้นแล้ว) มา
จากบทกวีจีน 《游山西村》 ของ 陆游 (ลู่โยว) ซึ่งแฝงความหมายเชิงลึก
ความหมาย
• เปรียบเสมือนการฝ่าฟันอุปสรรคมากมายและผ่านพ้นมันไปแล้ว