สวรรค์บันดาล: ข้าพเจ้าสร้างวิถี - บทที่ 539 ความตกตะลึงของผู้แข็งแกร่ง
สูงสุดทั้งเก้า
“พลังศักดิ์สิทธิ์ที่เราปลุกในครั้งนี้…”
หลินหยวนใจเต้นแรง
จากกระบวนการหล่อเลี้ยงของพลังศักดิ์สิทธิ์ สามารถที่จะสรุปได้ว่า——
ยิ่งใช้เวลาในการหล่อเลี้ยงนานเท่าไหร่ นั่นแสดงว่าพลังศักดิ์สิทธิ์ที่หล่อ
เลี้ยงแข็งแกร่งมากเท่านั้น
เพราะเส้นทางวิวัฒนาการวรยุทธ์ในการคัดเลือกพลังศักดิ์สิทธิทาง
ร่างกาย เป็นไปตามหลักการอยู่รอดของผู้ที่เหมาะสมที่สุด
หากพลังศักดิ์สิทธิ์ไม่แข็งแกร่งเพียงพอ และใช้เวลาในการหล่อเลี้ยงนาน
จะไม่กลายเป็นพลังศักดิ์สิทธิ์ที่ปลุกในท้ายที่สุด แต่จะเลือกสายเลือดใน
ระดับเดียวกัน และหล่อเลี้ยงพลังศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้เวลาน้อยกว่า
เวลาในการหล่อเลี้ยง 2,000 ปี ถึงแม้ว่าจะรวมระยะเวลาในการปลุกพลัง
ศักดิ์สิทธิ์ทั้ง 6 ชนิดก่อนหน้านี้รวมกัน ก็ยังไม่ถึง 2,000 ปี
“เพียงแค่ 2,000 ปี”
หลินหยวนรู้สึกยินดี หลังจากก้าวเข้าสู่ระดับ 12 สิ่งที่เขามีมากที่สุดคือ
เวลา ไม่ต้องพูดถึง 2,000 ปี ถึงแม้ว่าจะเป็น 20,000 ปี หรือ 2,000,000 ปี
แล้วอย่างไร?
ก็เพียงแค่ชั่วพริบตา
ลี้
ดิ์
ธิ์
และการหล่อเลี้ยงพลังศักดิ์สิทธิ์ จะไม่เป็นการขัดขวางการฝึกฝน เช่นการ
จำกัดความแข็งแกร่งในระดับหนึ่ง หลินหยวนย่อมไม่สนใจ
“การหล่อเลี้ยงพลังศักดิ์สิทธิ์ ไม่เพียงแต่เกี่ยวข้องกับสายเลือดของตนเอง
แต่ยังได้รับผลกระทบจากสภาพแวดล้อมภายนอก ดังนั้นการใช้การเร่งเวลา
ภายนอกผ่านไปเพียงชั่วครู่ ตนเองผ่านไปหลายพันปีหลายหมื่นปี นั่นสามารถ
ส่งผลต่อการหล่อเลี้ยงของพลังศักดิ์สิทธิ์”
หลินหยวนคิดในใจ
ในทางกลับกัน การมาถึงโลกต้นกำเนิดในครั้งนี้ ไม่มีการจำกัดเวลา หลิน
หยวนจึงไม่คิดที่จะเสี่ยง ค่อยๆ รอให้การหล่อเลี้ยงพลังศักดิ์สิทธิ์สิ้นสุด
“และร่างเทพสุริยันตะวันเพลิงนิรันดร์…”
หลินหยวนก็เปลี่ยนความสนใจ และเริ่มสังเกตการเปลี่ยนแปลงของ
ร่างกาย
หลังจากรวมเมล็ดพันธุ์ตะวันเพลิงนิรันดร์ได้ 3,333 เมล็ด เมล็ดพันธุ์ตะวัน
เพลิงนิรันดร์ทั้งหมดก็เกิดการหมุนเวียน ส่งผลต่อร่างกายให้เกิดการ
เปลี่ยนแปลง
คือ ‘ร่างเทพสุริยันตะวันเพลิงนิรันดร์’ ที่ชิงเฝินโหวกล่าวถึง
“ร่างเทพสุริยันตะวันเพลิงนิรันดร์?”
หลินหยวนสงสัย จากการอ่านตำราและมรดกนับไม่ถ้วนในหออัคคีผลาญ
สวรรค์
เขาก็รู้ว่าร่างเทพสุริยันตะวันเพลิงนิรันดร์แข็งแกร่งเพียงใด?
ร่างกายราวกับตะวันเพลิงนิรันดร์ ส่องแสงและเผาไหม้ทุกสิ่ง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอาณาจักรโบราณเลี่ยหยาง ภายใต้การส่องแสงของ
ตะวันเพลิงนิรันดร์ พลังที่ระเบิดออกมาย่อมต้องน่าสะพรึงกลัว
ลี่
“ท่านโหวกล่าวว่าเราต้องการระยะเวลา 10,000 ปี ร่างกายถึงจะเปลี่ยน
เป็นร่างเทพสุริยันตะวันเพลิงนิรันดร์ที่แท้จริง แต่สำหรับเรามากที่สุดก็ 3,000-
5,000 ปี”
หลินหยวนคิดในใจ
เมื่อรวมเมล็ดพันธุ์ตะวันเพลิงนิรันดร์ได้มากขึ้น ความเร็วในการ
เปลี่ยนแปลงของร่างเทพสุริยันตะวันเพลิงนิรันดร์ย่อมต้องเร็วขึ้น
ชิงเฝินโหวก็คาดไม่ถึงว่า หลินหยวนใน 1 ปีที่หออัคคีผลาญสวรรค์ จะรวม
เมล็ดพันธุ์ตะวันเพลิงนิรันดร์ได้เพิ่มอีก 8,000-9,000 เมล็ด
“เมล็ดพันธุ์ตะวันเพลิงนิรันดร์ไม่สามารถที่จะทำซ้ำได้ในความว่างเปล่า
แห่งความโกลาหล นี่น่าจะเป็นเพราะความแตกต่างของมิติแต่ร่างเทพสุริยัน
ตะวันเพลิงนิรันดร์?”
หลินหยวนคิดในใจ ไม่ว่าจะเป็นร่างกาย หรือพลังศักดิ์สิทธิ์ ก็คือวิธีการ
ทำงานของกฎ เพียงแค่เข้าใจก็สามารถใช้ได้
หลินหยวนไม่ได้คิดที่จะให้ร่างจริงเปลี่ยนเป็นร่างเทพสุริยันตะวันเพลิงนิ
รันดร์ แต่สามารถทดลองในร่างแยกได้
เพราะความแข็งแกร่งของร่างกายชนิดนี้ ไม่ด้อยกว่าชีวิตที่เกิดจากความ
ว่างเปล่าแห่งความโกลาหล สามารถทำให้ความแข็งแกร่งของร่างแยกเพิ่มขึ้น
จักรวาลหลัก
ดินแดนลับ’เซียนฮวง’
หลินหยวนนั่งขัดสมาธิ
“กฎแห่งความโกลาหลวิวัฒนาการวิถี วิถีของเราควรจะเป็นอะไร?”
หลินหยวนคิด
ลี่
ประสบการณ์ในอาณาจักรโบราณเลี่ยหยางของโลกต้นกำเนิดทำให้ความ
เข้าใจในกฎของหลินหยวน ถึงระดับใหม่
นี่คือความเข้าใจ ไม่ใช่การทำความเข้าใจ
“หยินหยาง วิถีของเราคือหยินหยาง เราต้องการวิวัฒนาการหยินหยาง
แห่งความโกลาหล”
หลินหยวนก็มีสีหน้าที่สดใส วรยุทธ์ที่เขาเดิน รากฐานคือหยินหยาง หยิน
หยางหมุนเวียน คือไท่จี๋ ไท่จี๋แห่งความโกลาหล (ความโกลาหลสุดขั้ว)
เส้นทางที่ชิงเฝินโหวเดินคือวิถีแห่งไฟ ดังนั้นพลังที่วิวัฒนาการออกมาใน
ท้ายที่สุดคือเพลิงแห่งความโกลาหล พูดให้ถูกต้อง คือเพลิงมรกตแห่งความ
โกลาหลของชิงเฝินโหว
ถึงแม้ว่าจะเป็นวิถีแห่งไฟเหมือนกัน เพราะความเข้าใจของชีวิตทีแตกต่าง
กัน สิ่งที่แสดงออกมาก็จะแตกต่างกัน
วิถีแห่งไฟของชิงเฝินโหว อยู่ที่สีเขียว อยู่ที่การเผาไหม้ ดังนั้นจึงถูกเรียกว่า
เพลิงมรกตแห่งความโกลาหล
“ด้วยความเข้าใจในกฎแห่งความโกลาหลของเราในตอนนี้ การวิวัฒนาการ
หยินหยางไท่จี๋แห่งความโกลาหล คาดว่าจะทำไม่ได้”
หลินหยวนลอง และสรุป
ในตอนนี้ความเข้าใจในกฎแห่งความโกลาหลของหลินหยวนอยู่ที่ระดับ 1
หากต้องการที่จะวิวัฒนาการหยินหยางไท่จี๋แห่งความโกลาหล คาดว่าจะต้อง
ถึงระดับ 2 ถึงจะเป็นไปได้
ความเข้าใจในกฎอื่นๆ แบ่งเป็นระดับ 1 ถึงระดับ 9 กฎการหลอมรวมกาล
อวกาศก็เช่นกัน
แต่กฎแห่งความโกลาหล มีเพียงแค่ 3 ระดับ
ระดับ 1 ต่ำสุด ระดับ 3 สูงสุด
พิ่
อื่
ุ
ู
ุ
“ยังคงต้องเพิ่มความเข้าใจในกฎอื่นๆ”
หลินหยวนก็รู้เรื่องนี้เช่นกัน
“กาลอวกาศระดับ 8…”
หลินหยวนหันไปทำความเข้าใจกฎการหลอมรวมกาลอวกาศ
ในตอนนี้ความเข้าใจในกฎการหลอมรวมกาลอวกาศของเขาถึงระดับ 7
ขั้นสูงสุด ใกล้เคียงกับระดับ 8
เพียงแค่ถึงความเข้าใจในกาลอวกาศระดับ 8 ด้วยกาลอวกาศขับเคลื่อน
ความเข้าใจในกฎนับพัน และผลักดันความเข้าใจในกฎแห่งความโกลาหล คาด
ว่าจะสามารถก้าวเข้าสู่ความโกลาหลระดับ 2
“หืม?”
“จักรวาลภายในปรับแต่งเกือบจะเสร็จแล้ว?”
หลินหยวนขยับความคิด และมองไปยังจักรวาลภายใน
ตั้งแต่ฝึกฝน《สุญญาอนันต์》 ขั้นที่ 1 สำเร็จ จักรวาลภายในของหลินหยวน
ถึงระดับปราชญ์แห่งความโกลาหล ก็เริ่มที่จะเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง
ไม่ใช่ว่าจักรวาลภายในยังมีสิ่งที่ไม่สมบูรณ์ แต่เมื่อเทียบกับท้องฟ้าของ
จักรวาลหลัก จักรวาลภายในของหลินหยวนมีความกดดันมากเกินไป
จักรวาลภายในของหลินหยวนมีเพียงแค่ 20,000,000 ปีแสง แต่ท้องฟ้า
ของจักรวาลหลัก ใหญ่กว่าขนาดนี้มาก
ในกรณีนี้ ทำไมจักรวาลภายในของหลินหยวนถึงสามารถเทียบเท่ากับ
ท้องฟ้าของจักรวาลหลัก?
นั่นก็เพราะว่าจักรวาลภายในของหลินหยวนกาลอวกาศเสถียรอย่างยิ่ง
การเทียบเท่ากับท้องฟ้าของจักรวาลหลัก ไม่ใช่การเทียบเท่าในด้านขนาด แต่
กลับเป็นด้านภาพรวม
นี้
ทั่
ที่
ด้วยเหตุนี้ ชีวิตในระดับ 1 หรือระดับ 2 ทั่วไป จึงยากที่จะอยู่ในจักรวาล
ภายในของหลินหยวน ราวกับว่ามาถึงสถานที่ที่มีแรงโน้มถ่วงเป็นพันเท่าหมื่น
เท่าของท้องฟ้าของจักรวาลหลัก
ถึงแม้ว่าสำหรับผู้วิวัฒนาการระดับสูง ก็ยังยากลำบาก
เพราะเหตุนี้ หลินหยวนจึงปรับแต่ง
เพราะในการพังทลายของจักรวาลครั้งต่อไป จักรวาลภายในของหลิน
หยวน จะต้องรองรับพลเมืองทั้งหมดของอารยธรรมมนุษย์
“ในตอนนี้เรื่องการพังทลายของจักรวาล ก็เปิดเผยในอารยธรรมมนุษย์ไป
แล้ว”
หลินหยวนมองไปยังท้องฟ้าของจักรวาล
เรื่องการพังทลายของจักรวาล เมื่อพลเมืองจำนวนมากถูกย้ายย่อมได้รับ
ความสนใจจากพลเมืองมากขึ้น จากนั้นด้วยความเห็นชอบของเทพีทั้งสาม ก็
เปิดเผย
และสำหรับพลเมืองที่สามารถย้ายไปยังจักรวาลใหม่ได้ ย่อมมีมาตรฐานที่
เข้มงวด
ประการแรก ผู้วิวัฒนาการที่อยู่เหนือระดับ 6 และพลเมืองที่อยู่เหนือ
ระดับ 4 สามารถย้ายไปยังจักรวาลใหม่ และรอดชีวิตจากการพังทลายของ
จักรวาลครั้งต่อไป
ไม่มีทางเลือก ผู้วิวัฒนาการที่อยู่เหนือระดับ 6 มีศักยภาพที่จะก้าวไปสู่ผู้
วิวัฒนาการระดับสูง พลเมืองที่อยู่เหนือระดับ 4 ก็มีส่วนร่วมที่สำคัญต่อ
อารยธรรมมนุษย์
จากภาพรวมของอารยธรรมมนุษย์ พวกเขามีคุณสมบัติเพียงพอที่จะรอด
ชีวิต
ทั่
ทั่
พื่
ที่
ส่วนพลเมืองทั่วไปและผู้วิวัฒนาการทั่วไป ก็ใช้วิธีการจับฉลากเพื่อที่จะ
กำหนดคุณสมบัติในการย้าย
โดยเฉลี่ยแล้ว ในบรรดาพลเมืองและผู้วิวัฒนาการทั่วไป 120 คนจะมี 1
คนที่ถูกจับฉลาก สามารถที่จะย้ายไปยังจักรวาลใหม่
หลินหยวนมีสายตาที่ลึกซึ้ง ท้องฟ้าของจักรวาล ดาวเคราะห์นับไม่ถ้วน ก็
ปรากฏในสายตา
บนดาวเคราะห์ที่มีสิ่งมีชีวิตแห่งหนึ่ง
ยานอวกาศขนาดใหญ่ก็จอดอยู่
“พลเมืองทุกคนที่ได้รับคุณสมบัติในการย้าย โปรดไปยังท่าอากาศยาน
อวกาศโดยเร็ว”
ข้อมูลก็ถูกส่งไปยังพลเมืองทุกคนบนดาวเคราะห์ และทำซ้ำ
“หากไม่มาถึงท่าอากาศยานอวกาศภายใน 3 วัน จะถือว่าสละสิทธิ์ในการ
ย้าย”
“หากไม่มาถึงท่าอากาศยานอวกาศภายใน 3 วัน จะถือว่าสละสิทธิ์ในการ
ย้าย”
“หากไม่มาถึงท่าอากาศยานอวกาศภายใน 3 วัน จะถือว่าสละสิทธิ์ในการ
ย้าย”
“คุณพ่อ”
มีหญิงสาวที่ท่าทางไม่เต็มใจมองพ่อ
“ยังยืนทำอะไร? พวกหนูจับฉลากได้ มีคุณสมบัติในการย้าย ไม่รู้ว่ามีคน
อิจฉาตั้งเท่าไหร่ รีบไปที่ท่าอากาศยานอวกาศเร็ว”
พ่อก็มีรอยยิ้ม:
รึ่
ที่นี่
ที่นี่
ที่นี่
ที่นี่
“ส่วนพ่อกับแม่? ใช้ชีวิตมาครึ่งชีวิตแล้ว เกิดที่นี่ ใช้ชีวิตที่นี่ แก่ที่นี่ ตายที่นี่
ก็ดีเหมือนกัน”
“พ่อ พวกหนูไม่อยากไป อยากอยู่กับพ่อกับแม่”
ลูกๆ ก็มีน้ำตา ไม่เต็มใจ
“อยู่?”
“พวกหนูยังเด็ก ทำไมต้องอยู่กับเราเพื่อรอความตายด้วย?”
พ่อจ้อง:
“รีบไป พ่อต้องไปปลอบแม่ของพวกหนูอีก”
“ถ้าพวกหนูยังอยู่ที่นี่ พ่อกับแม่คงตายตาไม่หลับ”
พ่อก็มีน้ำเสียงที่เข้มงวด ทำให้ลูกๆ หดตัว
“รีบไป”
เมื่อเห็นแบบนั้นพ่อก็หันหลังกลับเข้าบ้าน
ด้านนอกลูกๆ ก็ลังเล และนั่งยานบิน ไปยังท่าอากาศยานอวกาศ
ภายในบ้านพ่อกับหญิงวัยกลางคนก็นั่งอยู่ และมองยานบินทีจากไป
“ขอแค่ให้พวกหนูอยู่รอดก็พอ”
พ่อกล่าวเบาๆ
แผนการย้ายเผ่าพันธุ์ ตั้งแต่หลายร้อยปีก่อนจนถึงตอนนี้ ก็ดำเนินมา
ตลอด
จำนวนดาวเคราะห์มีมากเกินไป ยานที่ย้ายมีจำกัด ทำได้เพียงแค่ขนย้ายที
ละเล็กทีละน้อย
ขึ้
และในระหว่างการย้าย ฉากการจากลาก็เกิดขึ้นตลอดเวลา
โดยเฉพาะอย่างยิ่งครอบครัวหนึ่ง มีเพียงแค่ 1 คนที่จับฉลากได้คุณสมบัติ
ในการย้าย ต้องจากกับครอบครัว
พลเมืองจำนวนมากที่จับฉลากได้คุณสมบัติในการย้าย ไม่สามารถทนต่อ
การจากลานี้ได้ ก็สละสิทธิ์ในการย้าย และเลือกที่จะอยู่กับครอบครัวและ
เพื่อนๆ
เขต 3
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดเซวียนหยวนและผู้แข็งแกร่งสูงสุดอีก 8 คนมารวมตัวกัน
หารือเรื่องการย้ายเผ่าพันธุ์ของอารยธรรมมนุษย์
“พลเมืองทุกคนที่ได้รับคุณสมบัติในการย้าย ก็มาถึงตำแหน่งทีกำหนดแล้ว
ต้องการให้พวกเราส่งเข้าไปในจักรวาลภายใน”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดอวี่เตี๋ย กล่าว
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดอื่นๆ ก็พยักหน้า พวกเขาสามารถลงมือได้ตลอดเวลา
และส่งพลเมืองเข้าไปในจักรวาลภายใน
ในเวลานี้
บนที่นั่งที่ว่างเปล่า หลินหยวนก็ปรากฏตัว และนั่งลง
“ผู้แข็งแกร่งสูงสุดหยินเหอ”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดเซวียนหยวนและคนอื่นๆ กลับมีสายตาที่สดใสขึ้น
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดอีก 8 คนก็มองหลินหยวน
“แผนการย้ายเผ่าพันธุ์เป็นอย่างไรบ้าง?”
หลินหยวนถาม
“ไม่มีปัญหาอะไร”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดเซี่ยฉินกล่าว:
“แต่มีพลเมืองจำนวนมากที่จับฉลากได้คุณสมบัติในการย้ายสละสิทธิ์
ทำให้ต้องจับฉลากอีกหลายครั้ง”
“สละสิทธิ์ เพราะไม่ต้องการที่จะจากกับคนในครอบครัว”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดซวีเสินกล่าว
“เฮ้อ…”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดเซวียนหยวนและคนอื่นๆ ก็ถอนหายใจ
พวกเขาทั้งหมดรู้สึกหมดหนทาง พวกเขาต้องการพาพลเมืองทุกคนไป แต่
เป็นไปไม่ได้
ยิ่งพาพลเมืองไปมาก การพังทลายจากจักรวาลย่อมต้องรุนแรงหากพาไป
มาก และไม่สามารถทนต่อการพังทลายของจักรวาลได้ความสูญเสียก็จะมาก
ขึ้นตาม
ไม่เพียงแต่ชีวิตทั้งหมดในจักรวาลภายในจะตาย ผู้แข็งแกร่งสูงสุดย่อม
ต้องตายเช่นกัน
“แผนการย้ายเผ่าพันธุ์มีการเปลี่ยนแปลง”
หลินหยวนมองผู้แข็งแกร่งสูงสุดทุกคน และกล่าว
“มีการเปลี่ยนแปลง?”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดทั้ง 9 ก็ตกใจ
มีการเปลี่ยนแปลง?
“ข้าสามารถพาพลเมืองทุกคนของอารยธรรมมนุษย์ไปได้”
หลินหยวนไม่ได้อ้อมค้อม และกล่าวโดยตรง
“พาพลเมืองทุกคน?”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดทั้ง 9 ก็มองหน้ากัน และไม่ได้ตอบสนอง
“ผู้แข็งแกร่งสูงสุดหยินเหอ การพาพลเมืองทุกคนของอารยธรรมมนุษย์ไป
ต้องเผชิญหน้ากับการตอบโต้ของเจตจำนงแห่งต้นกำเนิดของจักรวาล…”
หลังจากนั้น ผู้แข็งแกร่งสูงสุดเซวียนหยวนตั้งสติ และกล่าว
“เจตจำนงแห่งต้นกำเนิดของจักรวาล?”
หลินหยวนหัวเราะ และกล่าวอย่างสงบ:
“สิ่งนั้น ไม่สามารถทำอะไรข้าได้อีกแล้ว”