สวรรค์บันดาล: ข้าพเจ้าสร้างวิถี - บทที่ 541 'การทำนาย' ของมังกรอสูรแห่ง
ความโกลาหล
ขอแก้คำเพิ่มเติมหน่อยนะค้าบบ
1.’มหาปราชญ์เงาปีศาจและมหาปราชญ์เก้าหง’ ขอทับชื่อภาษาจีนเป็น
‘มหาปราชญ์จิ่วเฟิ่งและมหาปราชญ์อิงโม่’ นะครับ ดูอ่านง่ายกว่าา
2.ผู้ที่อยู่ในขอบเขตปกครองว่านฉวี่ ขอเปลี่ยนเป็น ‘ผู้ปกครองว่านฉวี่’
เนื่องจาก
主宰(จู่ไจ้) หมายถึงตำแหน่งหรือบุคคล → ผู้ปกครอง หรือ ผู้ควบคุม
อำนาจสูงสุด (ผู้ปกครองว่านฉวี่)
主宰境(จู่ไจ้จิ้ง) หมายถึงระดับพลัง (境界 – ขอบเขตพลัง) → ขอบเขต
หรือ ขอบเขตปกครอง
(ตอนก่อนหน้าผมแปลว่า ผู้ที่อยู่ในขอบเขตปกครองว่านฉวี่ความจริงเป็น
แค่ ‘ผู้ปกครองว่านฉวี่’ ซึ่งในเนื้อเรื่องยังไม่ได้บอกว่าอยู่ใน ‘ขอบเขตปกครอง’
หรือขอบเขตอะไร)
ขออภัยด้วยครับบ
……………….
“พลเมืองอารยธรรมมนุษย์ทั้งหมด อยู่ในจักรวาลภายในของเรา?”
หลินหยวนนั่งขัดสมาธิ สัมผัสได้ถึงแรงกดดัน
อันที่จริงยังมีพลเมืองอารยธรรมมนุษย์บางส่วน ที่อยู่ในจักรวาลภายใน
ของผู้แข็งแกร่งสูงสุดเซวียนหยวนและเซี่ยฉิน
มื่
แต่เมื่อเทียบกับหลินหยวนแล้ว ถือว่าน้อยมาก
หลินหยวนเพียงคนเดียว เกือบจะรับผิดชอบภารกิจการย้ายพลเมือง
อารยธรรมมนุษย์ทั้งหมด
แน่นอนว่า ภารกิจนี้สำหรับหลินหยวน ไม่ได้ยากเย็นอะไร
“ไม่มีปัญหาอะไร”
หลินหยวนสังเกตคร่าวๆ พบว่าพลเมืองมนุษย์จำนวนมากที่ถูกย้ายมา ยัง
คงรักษาความเป็นระเบียบ ทำงานตามขั้นตอน
อันที่จริง ก่อนการย้าย พลเมืองอารยธรรมมนุษย์ทั้งหมด ได้จำลองการ
ย้ายในโลกเสมือนจริงหลายครั้ง เพื่อหลีกเลี่ยงความวุ่นวายหลังจากการ
เปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อม
เพื่อการย้ายครั้งนี้ โลกเสมือนจริงได้เปิดสิทธิ์ ให้พลเมืองอารยธรรมมนุษย์
ทุกคนเข้าถึง
“ต่อไป รอจนกว่าจักรวาลจะล่มสลาย ค่อยย้ายรอยประทับสาระสำคัญ
ของชีวิตของพลเมืองทั้งหมด”
หลินหยวนคิดในใจ
ตอนนี้สิ่งที่เขาย้ายมา มีเพียงร่างกายและวิญญาณของพลเมือง
ส่วนรอยประทับสาระสำคัญของชีวิตของพลเมืองแต่ละคน ยังคงอยู่ใน
แม่น้ำแห่งกาลเวลาของจักรวาลหลัก
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดระดับ 12 สามารถย้อนเวลากลับไป ชุบชีวิตผู้ทีมีชีวิต
ระดับ 6 หรือต่ำกว่าที่เสียชีวิตในอดีต ผ่านรอยประทับสาระสำคัญของชีวิตใน
แม่น้ำแห่งกาลเวลา
แต่นี่ไม่ได้หมายความว่า ผู้ที่มีชีวิตต่ำกว่าระดับ 6 จะไม่มีรอยประทับ
นั้
เพียงแต่รอยประทับสาระสำคัญของชีวิตเหล่านั้นอ่อนแอเกินไปผู้
แข็งแกร่งสูงสุดระดับ 12 ทั่วไปไม่สามารถล็อคได้
แต่หลินหยวนแตกต่างออกไป ด้วยการรับรู้ของเขาในตอนนี้เขาสามารถ
ล็อครอยประทับใด ๆ ในแม่น้ำแห่งกาลเวลาได้อย่างง่ายดาย
หากไม่ย้ายรอยประทับสาระสำคัญของชีวิตของพลเมือง เมื่อจักรวาลล่ม
สลาย แม่น้ำแห่งกาลเวลาพังทลาย แม้ว่าพลเมืองทั้งหมดจะได้รับการคุ้มครอง
จากหลินหยวนในจักรวาลภายใน แต่กลับสามารถตายตามไปด้วย
“ตอนนั้นคงต้องเผชิญหน้ากับการตอบโต้ของจักรวาล”
หลินหยวนรู้ดี การย้ายรอยประทับสาระสำคัญของชีวิตจำนวนมากจาก
แม่น้ำแห่งกาลเวลาของจักรวาลหลัก มายังแม่น้ำแห่งกาลเวลาของจักรวาล
ภายในของตนเอง เป็นการแย่งชิงต่อหน้าเจตจำนงแห่งต้นกำเนิดของจักรวาล
นี่ร้ายแรงยิ่งกว่าการที่ผู้แข็งแกร่งสูงสุดระดับ 12 ชุบชีวิตผู้ทีเสียชีวิตไป
แล้วในอดีต
การชุบชีวิตผู้ที่เสียชีวิตในอดีต ขัดต่อกฎพื้นฐานของจักรวาลแต่อย่างน้อย
ชีวิตที่ถูกชุบชีวิตเหล่านี้ยังคงอยู่ในจักรวาล เทียบเท่ากับสิ่งของของจักรวาล
เอง
แต่การย้ายไปยังจักรวาลภายในของหลินหยวน?
เป็นการที่หลินหยวนแย่งชิงไปอย่างสมบูรณ์
ย่อมต้องกระทบต่อขีดจำกัดของเจตจำนงแห่งต้นกำเนิดของจักรวาลอย่าง
แน่นอน
อันที่จริง ด้วยความแข็งแกร่งของหลินหยวน เขาสามารถย้ายได้ในตอนนี้
การตอบโต้ของจักรวาล ยากที่จะสั่นคลอนเขา
แต่ไม่มีความจำเป็น ตอนนี้เจตจำนงแห่งต้นกำเนิดของจักรวาลยังคงอยู่ใน
ช่วงที่แข็งแกร่งที่สุด รอจนกว่าจักรวาลจะล่มสลายเจตจำนงแห่งต้นกำเนิดของ
นั้
จักรวาลอ่อนแอลง ค่อยทำการย้าย ตอนนั้นการตอบโต้จะน้อยลงมาก
เมื่อสามารถเผชิญหน้ากับการตอบโต้ที่อ่อนแอกว่าได้ หลินหยวนจะไม่
เลือกการตอบโต้ที่แข็งแกร่งกว่าอย่างแน่นอน
ความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล
ไม่มีที่สิ้นสุด
ทวีปแห่งความโกลาหลที่มีขนาดใหญ่กว่าจักรวาลหลายสิบเท่าเริ่มชะลอ
ความเร็วลงอย่างช้าๆ และหยุดลงในที่สุด
ทวีปแห่งความโกลาหลนี้ คือทวีปแห่งความโกลาหลกู่หมิงหลังจากคำนวณ
ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ปราชญ์กู่หมิงยืนยันว่า พื้นที่นี้จะไม่ได้รับผลกระทบจากการต่อสู้
ของมหาปราชญ์ทั้งสอง
“หยุดแล้ว”
“ในที่สุดก็ออกมาได้”
“ไม่รู้ว่าความว่างเปล่านี้เป็นอย่างไร? จะอันตรายกว่าเดิมไหม?”
บนทวีปแห่งความโกลาหลกู่หมิง ผู้แข็งแกร่งจำนวนมากพูดคุยกันเบาๆ
พวกเขาติดตามทวีปแห่งความโกลาหลกู่หมิงมาด้วย จึงอยากรู้เกี่ยวกับความ
ว่างเปล่าที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน
“ปราชญ์กู่หมิงเมตตา ยินดีพาพวกเรามาด้วย”
“ถูกต้อง หากไม่อยู่บนทวีปแห่งความโกลาหลนี้ การมาถึงที่นี่ไม่รู้ว่าจะต้อง
เผชิญกับอันตรายมากแค่ไหน”
ผู้แข็งแกร่งจำนวนมากรู้สึกโชคดี ความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลเต็มไป
ด้วยอันตราย อันตรายในที่นี้ไม่ได้มีเพียงแค่สถานทีอันตราย แต่ยังมีอันตราย
จากผู้แข็งแกร่งคนอื่นอีก
ที่
ที่
ที่
ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน การปล้นสะดมเป็นวิธีที่เร็วที่สุดในการได้รับทรัพยากร
ความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลก็เช่นกัน
ทวีปแห่งความโกลาหลกู่หมิงเดินทางมาถึงตอนนี้ โดยไม่ถูกขัดขวาง นั่น
เป็นเพราะความน่าเกรงขามของปราชญ์กู่หมิง!
ความแข็งแกร่งของปราชญ์กู่หมิงนั้นแข็งแกร่งอยู่แล้ว ยิ่งไปกว่านั้นยังมี
มังกรอสูรแห่งความโกลาหลที่เกือบจะเทียบเท่าปราชญ์แห่งความโกลาหล?
แม้แต่ปราชญ์แห่งความโกลาหลด้วยกัน ยังต้องชั่งน้ำหนักว่าตนเองมี
ความสามารถเพียงพอที่จะขัดขวางได้หรือไม่
การที่ทวีปแห่งความโกลาหลกู่หมิงมาถึงได้อย่างราบรื่น ไม่ได้หมายความ
ว่าผู้แข็งแกร่งคนอื่นที่เดินทางคนเดียวจะราบรื่นเช่นนี้
“ที่นี่อยู่ห่างจากจักรวาลบ้านเกิด…”
หลินหยวนกำลังสำรวจสภาพแวดล้อมใหม่ พร้อมทั้งสัมผัสระยะห่าง
ระหว่างร่างจริง
“ด้วยความเข้าใจในกาลอวกาศของเราในตอนนี้ ต้องใช้เวลาเดินทาง
ประมาณ 10 ปีจึงจะไปถึง”
หลินหยวนสรุป
ตอนนี้ความเข้าใจในกาลอวกาศของหลินหยวนถึงระดับ 7 ขั้นสูงสุด ต้อง
ใช้เวลา 10 ปีจึงจะสามารถกลับไปได้ หากเป็นตอนที่เพิ่งสำรวจความว่างเปล่า
แห่งความโกลาหล อาจต้องใช้เวลาหลายร้อยหลายพันปี
“เพียง 10 ปีเท่านั้น ไม่นาน”
หลินหยวนพยักหน้า อย่างน้อยจนถึงตอนนี้ เขายังไม่พบสถานทีที่
ปลอดภัยกว่าทวีปแห่งความโกลาหลกู่หมิง
“หืม?”
หลินหยวนขยับสีหน้าเล็กน้อย มองไปยังความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล
อันกว้างใหญ่
พร้อมกับการหยุดของทวีปแห่งความโกลาหลกู่หมิง พื้นที่รอบๆจำนวน
มากได้รับผลกระทบ
ทวีปแห่งความโกลาหลกู่หมิงใหญ่โตมาก มีขนาดใหญ่กว่าจักรวาลหลาย
สิบเท่า สนามแรงโน้มถ่วงที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติสามารถดึงดูดวัตถุทั้งหมดใน
พื้นที่รอบๆ จำนวนมาก
ครืน ครืน
มีวัตถุขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นจากระยะไกล ถูกดึงดูดโดยทวีปแห่งความโก
ลาหลกู่หมิง พุ่งเข้ามา
วัตถุขนาดใหญ่เหล่านี้ ส่วนใหญ่เป็นสายแร่โลหะที่รวมตัวกันตาม
ธรรมชาติในความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล มีมูลค่าไม่สูง แต่มีจำนวนมาก
เกินไป ชนกันรวมตัวกัน กลายเป็นอุกกาบาตขนาดใหญ่ ถูกดึงดูดโดยทวีปแห่ง
ความโกลาหลกู่หมิง พุ่งเข้ามาด้วยความเร็วที่น่าสะพรึงกลัว
เหมือนกับดาวฤกษ์ในท้องฟ้าของจักรวาล จะมีดาวเคราะห์จำนวนมาก
โคจรรอบ เพราะถูกแรงโน้มถ่วงดึงดูด
ปริมาณของทวีปแห่งความโกลาหลกู่หมิง มากกว่าดาวฤกษ์หลายเท่า
อุกกาบาตจำนวนมากที่ถูกดึงดูดมานั้นนับไม่ถ้วน
หลินหยวนไม่ได้กังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้ ทวีปแห่งความโกลาหลกู่หมิงมีค่าย
กลและข้อจำกัดมากมาย อุกกาบาตที่พุ่งเข้ามาเหล่านี้ ย่อมถูกค่ายกลบดขยี้
อย่างไรก็ตาม
ในขณะนั้น
“โฮก!!”
นึ่
มังกรอสูรสีดำสนิทตัวหนึ่งพุ่งออกมาจากส่วนลึกของทวีปแห่งความโกลา
หลกู่หมิง มายังด้านนอกของทวีปแห่งความโกลาหลกู่หมิง เพียงแค่คำราม
อุกกาบาตที่พุ่งเข้ามากลับพังทลายลงอย่างรวดเร็ว กลายเป็นเศษเล็กเศษน้อย
โคจรรอบทวีปแห่งความโกลาหลกู่หมิงอย่างช้าๆ
“เป็นมังกรอสูรแห่งความโกลาหลตัวนั้น?”
หลินหยวนมีสีหน้าเคร่งขรึมเล็กน้อย มังกรอสูรแห่งความโกลาหลตัวนี้
เป็นสิ่งมีชีวิตแห่งปาฏิหาริย์ที่เกิดจากความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล
พรสวรรค์ของมันแข็งแกร่งจนเหลือเชื่อ ดังนั้นจึงสามารถเทียบเท่ากับปราชญ์
ที่อยู่ในขอบเขตปกครองขั้นสูงสุด
“โลกเศษเสี้ยว?”
หลินหยวนเห็นมังกรอสูรแห่งความโกลาหลคำรามทำลายอุกกาบาต
ทั้งหมด เริ่มจัดเรียงเศษซากที่แตกสลาย สุดท้ายกลายเป็น ‘โลกเศษเสี้ยว’ ที่
โคจรรอบทวีปแห่งความโกลาหลกู่หมิง
“ด้วยวิธีนี้ ทำให้มีโลกเศษเสี้ยวเพิ่มขึ้นมากมาย”
หลินหยวนคิดในใจ การกระทำนี้ไม่เพียงแต่แก้ปัญหาวัตถุขนาดใหญ่ที่พุ่ง
เข้าหาทวีปแห่งความโกลาหลกู่หมิง แต่ยังสร้าง ‘รายได้’ ให้กับทวีปแห่งความโก
ลาหลกู่หมิง
‘โลกเศษเสี้ยว’ ที่โคจรรอบทวีปแห่งความโกลาหลกู่หมิง เหมาะทีจะเป็นถ้ำ
หรือสถานที่สำหรับการฝึกฝนที่ราคาไม่ถูก อย่างน้อยก็ 100,000 ผลึกโกลาหล
บางแห่งมีราคาสูงถึงหลายแสนหลายล้านผลึกโกลาหล
หลินหยวนรอ ‘โลกเศษเสี้ยว’ ที่เหมาะสม เพื่อใช้เป็นบ้านใหม่ของ
อารยธรรมมนุษย์
ภายในห้องโถงที่รับผิดชอบ ‘โลกเศษเสี้ยว’ ของทวีปแห่งความโกลาหลกู่ห
มิง
วี่
สี้
ที่
พิ่
ผู้ปกครองว่านฉวี่กำลัง ‘นับ’ จำนวนและคุณภาพของโลกเศษเสี้ยวที่เพิ่ม
ขึ้น เพื่อจัดหมวดหมู่และประเมินมูลค่า
“ครั้งนี้ ‘โลกเศษเสี้ยว’ ที่เพิ่มขึ้น มีมากกว่าหนึ่งพันแห่ง ในจำนวนนี้มี ‘โลก
เศษเสี้ยว’ ที่เหมาะสำหรับการฝึกฝน 600 แห่ง…”
ผู้ปกครองว่านฉวี่มีชีวิตชีวา ‘โลกเศษเสี้ยว’ 600 แห่ง แม้จะคิดราคาถูก
ที่สุดคือ 100,000 ผลึกโกลาหล นั่นก็คือ 60,000,000 ผลึกโกลาหล
“หืม?”
“มี ‘โลกเศษเสี้ยว’ จำนวนมาก ที่ตรงตามข้อกำหนดของน้องหยินเหอ”
ผู้ปกครองว่านฉวี่คิดในใจ ใบหน้ามีรอยยิ้ม
……….
主宰(จู่ไจ้) หมายถึงตำแหน่งหรือบุคคล → ผู้ปกครอง หรือ ผู้ควบคุม
อำนาจสูงสุด
主宰境(จู่ไจ้จิ้ง) หมายถึงระดับพลัง (境界 – ขอบเขตพลัง) → ขอบเขต
หรือ ขอบเขตปกครอง
(ตอนก่อนหน้าผมแปลว่า ผู้ที่อยู่ในขอบเขตปกครองว่านฉวี่ความจริงเป็น
แค่ ‘ผู้ปกครองว่านฉวี่’ ซึ่งในเนื้อเรื่องยังไม่ได้บอกว่าอยู่ใน ‘ขอบเขตปกครอง’
หรือเปล่า)
ขออภัยด้วยครับบ
……….
เขาประทับใจในตัวหลินหยวนมาก เพราะในใจของผู้ปกครองว่านฉวี่ ร่าง
จริงของหลินหยวนต้องเป็นผู้แข็งแกร่งระดับขอบบเขตปกครอง
“เรียกน้องหยินเหอมาดู”
วี่
ผู้ปกครองว่านฉวี่ติดต่อหลินหยวนทันที
ผู้ปกครองว่านฉวี่เพิ่งติดต่อเสร็จ ไม่ไกลก็ปรากฏร่างชายหนุ่มในชุดคลุมสี
ดำ
ผู้ปกครองว่านฉวี่เห็น รีบลุกขึ้นยืน กล่าวอย่างเคารพ:
“ท่านอา”
ชายหนุ่มในชุดคลุมสีดำคือมังกรอสูรแห่งความโกลาหล ในฐานะสิ่งมีชีวิต
แห่งปาฏิหาริย์ วิชาแปลงกายเป็นเหมือนสัญชาตญาณเพียงแต่ปกติขี้เกียจ
แปลง จึงรักษาร่างจริงไว้
มังกรอสูรแห่งความโกลาหลตัวนี้มีความสัมพันธ์ที่ดีกับปราชญ์กู่หมิง ดัง
นั้นศิษย์ของปราชญ์กู่หมิง จึงเรียกเขาว่า ‘ท่านอา’
“อืม เป็นอย่างไร? เศษซากอุกกาบาตเหล่านั้นใช้ได้หรือไม่?”
ชายหนุ่มในชุดคลุมสีดำกล่าวอย่างเกียจคร้าน
การออกมาคำรามทำลายอุกกาบาตเหล่านั้นให้กลายเป็นโลกเศษเสี้ยว ไม่
ได้ทำฟรี สามารถแลกเปลี่ยนเป็นผลประโยชน์บางอย่างได้ที่นี่
“เรียนท่านอา โลกเศษเสี้ยวที่เกิดขึ้นครั้งนี้ มีคุณภาพดีมาก”
ผู้ปกครองว่านฉวี่กล่าวตามความจริง
“ก็ดี”
ชายหนุ่มในชุดคลุมสีดำมีความสุข ตามเงื่อนไขที่ตกลงกันไว้เขาสามารถ
รับส่วนแบ่ง 30% จากรายได้ทั้งหมดของโลกเศษเสี้ยว
“พี่ว่านฉวี่ให้เราไปเลือก ‘โลกเศษเสี้ยว’?”
ในโรงแรม หลินหยวนได้รับข้อความจากผู้ปกครองว่านฉวี่
รั้
นี้
สี้
ที่
“ดูเหมือนว่าครั้งนี้จะสามารถเลือก ‘โลกเศษเสี้ยว’ ที่เหมาะสมได้”
หลินหยวนตัดสินใจ รีบลุกขึ้น มุ่งหน้าไปยังห้องโถงในพื้นที่ซื้อขาย
ในไม่ช้า
หลินหยวนก็มาถึงหน้าห้องโถง
ภายในห้องโถง
ผู้ปกครองว่านฉวี่กำลังพูดคุยกับชายหนุ่มในชุดคลุมสีดำ
“ท่านอา มีคนมาเลือก ‘โลกเศษเสี้ยว’ แล้ว”
ผู้ปกครองว่านฉวี่กล่าว
“เจ้าไปเถอะ”
ชายหนุ่มในชุดคลุมสีดำพยักหน้า
ในเรื่องงาน เขาจะไม่ทำให้ผู้ปกครองว่านฉวี่เสียเวลา ยิ่งไปกว่านั้น เขา
สามารถรับส่วนแบ่ง 30% จากรายได้ของโลกเศษเสี้ยว
“ขอรับ”
ผู้ปกครองว่านฉวี่พยักหน้า รีบออกจากห้องโถง ต้อนรับหลินหยวน
“เขาคือคนที่มาเลือก ‘โลกเศษเสี้ยว’?”
ชายหนุ่มในชุดคลุมสีดำเหลือบมอง เห็นหลินหยวนกำลังพูดคุยกับผู้
ปกครองว่านฉวี่
“เป็นเพียงร่างแยก?”
ชายหนุ่มในชุดคลุมสีดำมองออกในทันทีว่าหลินหยวนที่อยู่หน้าห้องโถง
ไม่ใช่ร่างจริง
“หืม?”
ชายหนุ่มในชุดคลุมสีดำเหมือนจะสัมผัสได้ถึงบางอย่าง สายตาที่จ้องมอง
หลินหยวน สายเลือดแห่งกาลเวลาที่ไหลเวียนอยู่ภายในร่างกาย เริ่มสั่นสะท้าน
“ข้า”
ชายหนุ่มในชุดคลุมสีดำจ้องมองหลินหยวน ดวงตาปรากฏความหวาดกลัว
ความหวาดกลัวที่รุนแรงยิ่งกว่า ‘การทำนาย’ ว่าอาจได้รับผลกระทบจาก
การต่อสู้ของมหาปราชญ์ทั้งสอง