สวรรค์บันดาล: ข้าพเจ้าสร้างวิถี - บทที่ 544 มหันตภัย
“ทุกครั้งที่จักรวาลล่มสลาย จะดึงดูดผู้ปล้นสะดมจำนวนมาก”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดของเผ่าพันธุ์ภัยพิบัติอีกคนกล่าว
ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน การปล้นสะดมเป็นวิธีที่รวดเร็วที่สุดในการได้รับ
ทรัพยากรและความมั่งคั่ง
ความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล ผู้แข็งแกร่งกลืนกินผู้อ่อนแอพื้นที่ส่วน
ใหญ่ไม่มีระเบียบ ผู้ปล้นสะดมจึงมีอยู่ทั่วไป
และในสายตาของผู้ปล้นสะดมเกือบทั้งหมด จักรวาลที่เกิดจากความว่าง
เปล่าแห่งความโกลาหล เท่ากับอาหารอันโอชะ พวกมันไม่ได้สนใจตัวจักรวาล
แต่สนใจผู้แข็งแกร่งระดับ 12 ที่รอดจากการล่มสลายของจักรวาล
ผู้แข็งแกร่งระดับ 12 เหล่านี้ อยู่ในเปลของจักรวาลมาโดยตลอดด้านพลัง
การต่อสู้และการสังหาร ย่อมด้อยกว่าผู้แข็งแกร่งระดับเดียวกันในความว่าง
เปล่าแห่งความโกลาหล ที่ผ่านการต่อสู้มานับไม่ถ้วน
หลังจากการล่มสลายครั้งใหญ่ของจักรวาล ผู้แข็งแกร่งระดับ 12 ที่รอด
ชีวิตและเข้าสู่ความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล ย่อมต้องมีทรัพยากรและ
สมบัติจำนวนมากจากจักรวาล
พลังการต่อสู้ไม่แข็งแกร่ง และมีสมบัติมากมาย?
จึงกลายเป็น ‘เป้าหมาย’ ในสายตาของผู้ปล้นสะดมทั้งหมด
“ถูกต้อง”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดของเผ่าพันธุ์ภัยพิบัติที่พูดตอนแรกพยักหน้า
ผู้ปล้นสะดมในความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล มีผู้แข็งแกร่งทั่วไป หรือมี
แม้กระทั่งผู้ที่อยู่ในขอบเขตปกครอง
รั้
ผู้
ยู่
เพราะหลังจากการล่มสลายครั้งใหญ่ของจักรวาล ผู้แข็งแกร่งสูงสุดระดับ
12 ที่สามารถรอดจากภัยพิบัติแห่งการทำลายล้างได้อาจมีอาวุธและสมบัติที่มี
มูลค่าอย่างน้อย 10,000 ผลึกโกลาหล
ด้วยความแข็งแกร่งของผู้ที่อยู่ในขอบเขตปกครอง การปราบปรามผู้
แข็งแกร่งระดับบุกเบิกวิถีที่เพิ่งออกมาจากจักรวาลนั้นเป็นเรื่องง่าย
สามารถได้รับผลึกโกลาหลหลายหมื่นก้อนอย่างง่ายดาย?
ผู้ที่อยู่ในขอบเขตปกครองย่อมไม่ปฏิเสธเรื่องดีๆ เช่นนี้
“ตามปกติแล้ว เวลาที่จักรวาลล่มสลายไม่สามารถระบุได้ อย่างน้อยก็
สำหรับผู้แข็งแกร่งจากภายนอก ดังนั้นแม้ว่าผู้ปล้นสะดมต้องการปล้น ก็ไม่
สามารถระบุเวลาที่แน่นอนได้ จะให้เฝ้าอยู่ใกล้ๆตลอด?”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดของเผ่าพันธุ์ภัยพิบัติคนที่สองกล่าว:
“แต่ตามข้อมูลที่ผู้แข็งแกร่งสูงสุดหยินเหอได้รับ จักรวาลของเราจะเข้าสู่
การล่มสลายก่อนเวลา ภายใต้ผลกระทบจากการต่อสู้ของมหาปราชญ์แห่ง
ความโกลาหลทั้งสอง”
“ด้วยความแข็งแกร่งของมหาปราชญ์แห่งความโกลาหล พวกเขาต่อสู้กัน
ผลกระทบที่ส่งถึง อาจจะมากกว่าจักรวาลของเรา”
“ดังนั้นพวกเราสองคนคาดการณ์ว่า จะต้องมีผู้ปล้นสะดมจำนวนมาก ตาม
หลังมหาปราชญ์ทั้งสองเหล่านั้น เพื่อปล้นจักรวาลที่ได้รับผลกระทบและเข้าสู่
การล่มสลายก่อนเวลา”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดทั้งสองของเผ่าพันธุ์ภัยพิบัติพิจารณาอย่างรอบคอบ
อันที่จริง การที่จักรวาลเข้าสู่การล่มสลายก่อนเวลา ไม่มีผลกระทบต่อพวก
เขามากนัก เพราะพวกเขาไม่ได้ออกไป จำนวนสมาชิกเผ่าพันธุ์ภัยพิบัติมีน้อย
กระท่อมไม้ของบรรพบุรุษสามารถรองรับได้ทั้งหมด
แต่ผู้แข็งแกร่งสูงสุดหยินเหอ?
ทั้
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดหยินเหอนำพลเมืองอารยธรรมมนุษย์ทั้งหมดออกไป ภัย
พิบัติจากการล่มสลายครั้งใหญ่ของจักรวาลที่ต้องเผชิญย่อมต้องน่าสะพรึงกลัว
อย่างเหลือเชื่อ
ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ อาจจะได้รับบาดเจ็บ เมื่อเข้าสู่ความว่างเปล่า
แห่งความโกลาหล หากถูกผู้ปล้นสะดมเหล่านั้นโจมตี คงจะปวดหัวไม่น้อย
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดทั้งสองของเผ่าพันธุ์ภัยพิบัติไม่คิดว่าผู้แข็งแกร่งสูงสุด
หยินเหอจะพังทลายลงเพราะเรื่องเล็กน้อยเพียงเท่านี้
ล้อเล่นอะไร?
มหาปราชญ์ที่กลับชาติมาเกิด แม้จะได้รับบาดเจ็บสาหัส ก็ไม่ใช่กลุ่มผู้ที่
อยู่ในขอบเขตปกครองจะสามารถล้อมสังหารได้
พวกเขาเพียงแค่เตือน ให้หลินหยวนระวัง
“ขอบคุณสำหรับคำเตือน”
หลินหยวนกล่าวด้วยน้ำเสียงสงบ
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดทั้งสองของเผ่าพันธุ์ภัยพิบัติเตือนได้ถูกต้องแม้แต่
ปราชญ์แห่งความโกลาหลที่แท้จริง ก็ไม่สามารถรับประกันว่าจะไม่ได้รับบาด
เจ็บจากการตอบโต้ของจักรวาล
แต่หลินหยวน?
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดทั้งสองของเผ่าพันธุ์ภัยพิบัติยังไม่เข้าใจวิธีการของหลิน
หยวน พลังศักดิ์สิทธิ์ของร่างกาย ‘เกิดใหม่จากหยดเลือด’ บวกกับ 《ร่าง
จักรวาล》และ ‘ร่างธาตุ’
แม้จะได้รับบาดเจ็บสาหัสเพียงใด หลินหยวนก็สามารถฟื้นตัวได้ในทันที
เว้นแต่จะสามารถลบหลินหยวนให้หายไปจากความว่างเปล่าได้ในทันที มิ
ฉะนั้นก็ยากที่จะตาย
ทวีปแห่งความโกลาหลกู่หมิง
หลินหยวนเข้าสู่ ‘โลกเศษเสี้ยว’ หินน้ำตาดาวอย่างราบรื่น
“ไม่เลว”
หลินหยวนค่อนข้างพอใจ
โลกเศษเสี้ยวนี้ ถึงแม้จะมีขนาดเพียงหนึ่งในพันของจักรวาลหลัก แต่
สามารถรองรับพลเมืองอารยธรรมมนุษย์ทั้งหมดได้
ต้องรู้ว่า ท้องฟ้าของจักรวาลหลัก พื้นที่ส่วนใหญ่ไม่เหมาะสำหรับการอยู่
อาศัย พลเมืองอาศัยอยู่บนดาวเคราะห์ที่มีชีวิต
ส่วน ‘โลกเศษเสี้ยว’ หินน้ำตาดาว ไม่มีพื้นที่ที่ไม่เหมาะสำหรับการอยู่อาศัย
สามารถอยู่อาศัยได้เกือบ 100% อย่าว่าแต่รองรับพลเมืองอารยธรรมมนุษย์
ทั้งหมด แม้จะย้ายเผ่าพันธุ์ทั้งหมดและสิ่งมีชีวิตทั้งหมดในจักรวาลหลักเข้ามา
ก็ยังเหลือเฟือ
หากเปรียบเทียบพื้นที่อยู่อาศัย โลกเศษเสี้ยวนี้ไม่ด้อยกว่าจักรวาลหลัก
“ออร่าของหินน้ำตาดาว…”
หลินหยวนมองลงไปที่ ‘โลกเศษเสี้ยว’ หินน้ำตาดาว สัมผัสได้ถึงพลังที่อ่อน
โยนที่แผ่ซ่านอยู่ทั่วทุกหนแห่ง เหมาะสำหรับการกำเนิดและการเจริญเติบโต
ของชีวิต
ผู้ปกครองว่านฉวี่กล้าที่จะกำหนดราคา ‘โลกเศษเสี้ยว’ นี้ไว้ที่ 1,200,000
ผลึกโกลาหล ส่วนใหญ่เป็นเพราะวัสดุหินน้ำตาดาวนี้
“การกำเนิดและการเจริญเติบโตของชีวิต ควรอยู่ในความว่างเปล่าแห่ง
ความโกลาหลและจักรวาล ศักยภาพจึงจะถึงขีดสุด มีความเป็นไปได้ที่เกือบจะ
ไม่มีที่สิ้นสุด”
หลินหยวนคิดในใจ
ในด้านการกำเนิดชีวิต ไม่มีจักรวาลภายในใดสามารถเทียบได้กับความว่าง
เปล่าแห่งความโกลาหลและจักรวาล
จากระดับ จักรวาลภายในของหลินหยวน หรือจักรวาลภายในของปราชญ์
แห่งความโกลาหล ไม่ด้อยกว่าจักรวาลที่เกิดจากความว่างเปล่าแห่งความ
โกลาหล
แต่ในด้านการกำเนิดชีวิต ด้อยกว่ามาก
แม้แต่จักรวาลภายในของมหาปราชญ์แห่งความโกลาหลสิ่งมีชีวิตที่กำเนิด
ขึ้น เกือบจะถูกจำกัดอยู่ที่ระดับ 11 การก้าวเข้าสู่ระดับ 12 นั้นหายากมาก และ
ไม่เคยปรากฏสิ่งมีชีวิตในจักรวาลภายในระดับขอบเขตปกครอง
“ตามคำที่ 《สุญญาอนันต์》บัญญัติไว้ ความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลมี
พลังแห่งชีวิตบางอย่าง พลังแห่งชีวิตนี้มอบศักยภาพที่สูงมากให้กับสิ่งมีชีวิตที่
กำเนิดขึ้น และพลังแห่งชีวิตนี้ ไม่มีอยู่ในจักรวาลภายใน”
หลินหยวนคิดในใจ
และพลังแห่งชีวิตนั้น อย่างน้อยต้องฝึก 《สุญญาอนันต์》 ถึงขั้นที่ 4 ถึงจะ
สามารถพัฒนาได้ในจักรวาลภายใน
” 《สุญญาอนันต์》 ขั้นที่ 4?”
หลินหยวนส่ายหน้าเล็กน้อย
《สุญญาอนันต์》 ขั้นที่ 1 เทียบเท่ากับจักรวาลภายในของปราชญ์แห่งความ
โกลาหล
《สุญญาอนันต์》 ขั้นที่ 2 จักรวาลภายในจะใกล้เคียงกับจักรวาลภายในของ
มหาปราชญ์แห่งความโกลาหล
《สุญญาอนันต์》 ขั้นที่ 3 ความกว้างใหญ่ของจักรวาลภายในจะเกินกว่า
มหาปราชญ์ทั่วไป
ขั้
ที่
ส่วนขั้นที่ 4?
เมื่อจักรวาลภายในถึงระดับนั้น หลินหยวนเกือบจะไร้เทียมทานในระดับ
12 ต้องรู้ว่า 《สุญญาอนันต์》 มีเพียง 7 ขั้น ซึ่งขั้นที่ 7 ยังคงเป็นระดับขั้นในทาง
ทฤษฎี
วิชาสืบทอดนี้จึงมีเพียง 6 ขั้น
“ตอนนี้ก็รอการล่มสลายครั้งใหญ่ของจักรวาล”
หลินหยวนคิดในใจทันใด
“สามารถไปเลือกรางวัลชั้นที่ 8 ได้พอดี”
ก่อนที่จะก้าวเข้าสู่ระดับ 12 หลินหยวนได้ผ่านชั้นที่ 8 ของหอคอยสีดำใน
มิติหยกปีศาจ
แต่ในตอนนั้น รายการรางวัลที่รูปปั้นหินเซินจี๋ให้มา หลินหยวนไม่สามารถ
ตัดสินใจได้ในทันที จึงเก็บไว้จนถึงตอนนี้ ตั้งใจว่าเมื่อถึงระดับ 12 แล้วค่อย
เลือกใช้ตามความต้องการ
วูบ!
หลินหยวนแบ่งจิตสำนึกส่วนหนึ่ง ลงไปยังมิติหยกปีศาจ
หน้าหอคอยสีดำเก้าชั้น
ร่างของหลินหยวนปรากฏตัวขึ้น
“มาแล้วรึ?”
รูปปั้นหินเซินจี๋เดินออกมา มองหลินหยวนด้วยสายตาที่ซับซ้อน
จากแรงกดดันที่ร่างจิตสำนึกนี้ของหลินหยวนนำมา รูปปั้นหินเซินจี๋คาด
การณ์ได้ว่า เมื่อเทียบกับการลงมาครั้งที่แล้ว ความแข็งแกร่งของหลินหยวนได้
ก้าวหน้าขึ้นอีก
“การฝึกฝนไม่มีคอขวดจริงๆหรือ?”
รูปปั้นหินเซินจี๋มองไปที่หลินหยวน คิดในใจ
ก่อนที่จะพบกับหลินหยวน เขาได้เห็นสมาชิกของหอหยกปีศาจจำนวน
มาก ติดอยู่ที่คอขวด ไม่สามารถก้าวหน้าได้เป็นเวลาหลายพันล้านปี
ความรู้สึกสิ้นหวังและความยากลำบากนั้นยังติดอยู่ในใจของเขา
แต่หลินหยวน?
ทุกครั้งที่รูปปั้นหินเซินจี๋พบกับหลินหยวน ความแข็งแกร่งของอีกฝ่ายจะ
ต้องเพิ่มขึ้น และเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก
“ข้ามาเลือกรางวัลชั้นที่ 8”
หลินหยวนกล่าวโดยตรง
“ไม่มีปัญหา”
รูปปั้นหินเซินจี๋ถอนหายใจอย่างโล่งอก อย่างน้อยหลินหยวนไม่ได้มาเพื่อ
ผ่านชั้นที่ 9
“เชิญดู”
รูปปั้นหินเซินจี๋พลิกมือ มีม่านแสงลวงตาปรากฏขึ้นตรงหน้าหลินหยวน
รายการรางวัลบนม่านแสง มีรางวัลเพียง 6 หรือ 7 ชนิด น้อยมาก
เพราะชั้นที่ 8 ของหอคอยสีดำเป็นตัวแทนของความแข็งแกร่งขอบเขต
ปกครองขั้นสูงสุด สมบัติในระดับนี้หายากมากอยู่แล้ว บวกกับหลินหยวนผ่าน
ชั้นที่ 8 ด้วยร่างกายระดับ 11
รายการรางวัลจะต้องเพิ่มระดับขึ้นอีกหลายระดับ รายการรางวัลเหล่านี้จึง
หายากยิ่งขึ้น
“ดูให้ดี มีอะไรไม่เข้าใจสามารถถามข้าได้”
รูปปั้นหินเซินจี๋กล่าว
“ได้”
หลินหยวนพยักหน้า
อันที่จริง รายการรางวัลชั้นที่ 8 หลินหยวนได้คิดทบทวนหลายครั้งแล้ว
การมาครั้งนี้ก็เพื่อยืนยันการเลือกของตนเอง
“ข้าเลือกอันนี้”
หลินหยวนมองไปที่รูปปั้นหินเซินจี๋
ในรายการรางวัล มีอาวุธและสมบัติระดับมหาปราชญ์ และสมบัติล้ำค่า
ของขอบเขตมหาปราชญ์ แต่หลินหยวนไม่ได้เลือก แต่เลือกผลึก
พูดให้ถูกคือ หยดเลือดที่ถูกห่อหุ้มด้วยผลึก
“อันนี้?”
รูปปั้นหินเซินจี๋มีสีหน้าเคร่งขรึมเล็กน้อย
“ในแง่ของความล้ำค่า รางวัลทั้งหมดในรายการ ‘เลือดแห่งกาลเวลา’ นี้
ล้ำค่าที่สุด”
“แต่เจ้ามั่นใจนะว่าจะเลือกอันนี้?”
รูปปั้นหินเซินจี๋มองไปที่หลินหยวน
“ข้ามั่นใจ”
หลินหยวนพยักหน้า
อาวุธและสมบัติระดับมหาปราชญ์อื่นๆ ในรายการ?
ล้ำ
ต่างล้ำค่า
แต่หลินหยวนยังคงคิดว่า ‘เลือดแห่งกาลเวลา’ นี้เหมาะสมกับตนเองที่สุด
‘เลือดแห่งกาลเวลา’ ตามตัวอักษรคือเลือดของสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลา
ระดับ 13 แน่นอนว่าเลือดหยดนี้ไม่ได้มาจากสิ่งมีชีวิตระดับ 13 แต่มาจากสิ่งมี
ชีวิตแห่งปาฏิหาริย์ที่มีสายเลือดแห่งกาลเวลาทีเข้มข้นมาก(ขอเปลี่ยนจากคำว่า
สิ่งมีชีวิตมหัศจรรย์ เป็น สิ่งมีชีวิตแห่งปาฏิหาริย์นะครับ ดูลึกลับและน่าสนใจ
เหมาะกับระดับ 13 มากกว่า)
สิ่งมีชีวิตแห่งปาฏิหาริย์ที่เกิดจากความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล ไม่มาก
ก็น้อยมีสายเลือดแห่งกาลเวลาไหลเวียนอยู่ในร่างกาย
“เมื่อก่อนนายท่านและมหาปราชญ์อีกหลายคน รอคอยมาหลายสิบยุค
จักรวาล จ่ายยด้วยทุกสิ่งทุกอย่าง จึงสามารถล่าสิ่งมีชีวิตแห่งปาฏิหาริย์นั้นได้
ในที่สุดนายท่านก็ได้รับส่วนหนึ่งของร่างกายของสิ่งมีชีวิตแห่งปาฏิหาริย์ นำมา
หลอมอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งกลายเป็น ‘เลือดแห่งกาลเวลา’ หยดนี้”
รูปปั้นหินเซินจี๋อธิบาย
อันที่จริง เลือดแห่งกาลเวลาหยดนี้ไม่ควรปรากฏในรายการรางวัลชั้นที่ 8
แม้แต่รายการรางวัลชั้นที่ 9 ก็ไม่ควรมี
แต่หลินหยวนอัจฉริยะเกินไป
เพียงระดับ 11 แต่กลับสามารถผ่านชั้นที่ 8 ของหอคอยสีดำ?
รูปปั้นหินเซินจี๋ไม่รู้ว่าจะเลือกรางวัลใดให้หลินหยวน จึงเพิ่ม ‘เลือดแห่ง
กาลเวลา’ นี้เข้าไป
“สิ่งมีชีวิตแห่งปาฏิหาริย์นั้น ฆ่ายากขนาดนี้เลย?”
หลินหยวนประหลาดใจในใจ
ผู้ครอบครองหอหยกปีศาจ เป็นมหาปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ แม้แต่เขาก็ยังร่วม
มือกับมหาปราชญ์ระดับเดียวกันหลายคน รอคอยมาหลายสิบยุคจักรวาล
สิ่
นั้
ญ์
ุ
จึงสามารถสังหารสิ่งมีชีวิตแห่งปาฏิหาริย์นั้นได้?
“สิ่งมีชีวิตแห่งปาฏิหาริย์มีสายเลือดแห่งกาลเวลาไหลเวียนอยู่ในร่างกาย
สิ่งมีชีวิตแห่งปาฏิหาริย์ที่นายท่านสังหารนี้ มีสายเลือดแห่งกาลเวลาเข้มข้น
มาก มีความสามารถที่เกี่ยวข้องกับกาลเวลามากมาย รวมไปถึงการทำนายและ
เห็นภาพอนาคต ฯลฯ จึงยากที่จะฆ่า”
รูปปั้นหินเซินจี๋กล่าว
“ทำนายภาพอนาคต?”
หลินหยวนมองไปที่เลือดแห่งกาลเวลาในรางวัล
หากเป็นเช่นนั้น สมแล้วที่ยากที่จะฆ่า เพราะการทำนายภาพอนาคต
เท่ากับการมองเห็นอันตรายในอนาคต
และคำว่าอันตราย ที่เรียกว่าอันตรายนั้น คือการไม่รู้ หากรู้ล่วงหน้า จะ
เรียกว่าอันตรายได้อย่างไร?
สามารถหลีกเลี่ยงหรือจัดการได้อย่างง่ายดาย
“แม้จะมีความสามารถเช่นนี้ ก็ยังตาย?”
หลินหยวนคิดในใจ และคาดการณ์ว่าการทำนายภาพอนาคตไม่ได้ไร้เทียม
ทาน แม้แต่สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาระดับ 13 ก็สามารถมองเห็นเส้นเวลาอนาคต
ได้เพียงบางส่วน ไม่ใช่ทั้งหมด
” ‘เลือดแห่งกาลเวลา’ หยดนี้ เป็นของเจ้าแล้ว จำไว้ว่าต้องเก็บรักษาให้ดี
อย่าให้ผู้อื่นรู้”
รูปปั้นหินเซินจี๋เตือน
แม้แต่มหาปราชญ์แห่งหอกยปีศาจผู้ยิ่งใหญ่ กลับยังต้องจ่ายด้วยราคาที่
สูงส่ง เพื่อหลอม ‘เลือดแห่งกาลเวลา’ หยดนี้ หากมหาปราชญ์แห่งความ
โกลาหลคนอื่นรู้ ย่อมต้องเกิดการแย่งชิง
นี้
สำหรับผู้แข็งแกร่งระดับมหาปราชญ์ เลือดแห่งกาลเวลาทีเข้มข้นเช่นนี้ มี
ประโยชน์อย่างมากในการเข้าใกล้ระดับ 13
จักรวาลหลัก
ดินแดนลับ’เซียนฮวง’
จิตสำนึกของหลินหยวนกลับมา
ในขณะเดียวกัน เลือดแห่งกาลเวลาที่ถูกผนึกอยู่ในผลึก ก็ปรากฏขึ้นตรง
หน้าเขา
“เลือดแห่งกาลเวลาหยดนี้?”
หลินหยวนหลงใหล แม้จะถูกผนึกด้วยผลึก เมื่อจ้องมองเลือดแห่งกาล
เวลา ก็สามารถมองเห็นภาพอนาคตที่คลุมเครือที่เกี่ยวข้องกับตนเองได้
“ค่อยๆ ทำความเข้าใจ”
หลินหยวนรวบรวมความคิด เริ่มการฝึกฝนรอบใหม่
เวลาผ่านไป
ในพริบตาก็ผ่านไปกว่า 300 ปี
สำหรับหลินหยวน 300 ปีเหมือนชั่วพริบตา ราวกับว่าเมื่อครู่ยังอยู่ใน 300
ปีก่อน อีกครู่ก็มาถึง 300 ปีต่อมา
“กฎแห่งความโกลาหล…”
หลินหยวนคิดในใจ กว่า 300 ปีที่ผ่านมา เขาได้เข้าใจกฎการหลอมรวม
ระดับกฎหลักอีกหลายร้อยกฎ ภายใต้การบ่มเพาะของกฎการหลอมรวมทุก
ชนิด กฎแห่งความโกลาหลได้มาถึงจุดสูงสุดของระดับ 1
แตกต่างจากกฎอื่นๆ กฎแห่งความโกลาหลมีเพียง 3 ระดับปราชญ์แห่ง
ความโกลาหลทั่วไปอยู่ระหว่างระดับ 1 และ 2
“หากต้องการให้กฎแห่งความโกลาหลถึงระดับ 2 อาจจะต้องให้กฎแห่ง
การหลอมรวมกาลอวกาศถึงระดับ 8?”
หลินหยวนคิดในใจ กฎแห่งความโกลาหลระดับ 2 สามารถเริ่มพัฒนา
กำเนิดความโกลาหลหยินหยางไท่จี๋ นั่นคือวิถีแห่งกฎของโลกต้นกำเนิด นำหน้า
ความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล
เมื่อเทียบกับโลกต้นกำเนิดนั้น ข้อได้เปรียบของความว่างเปล่าแห่งความ
โกลาหลคือรากฐานที่แข็งแกร่ง มีจักรวาลภายในรองรับ
“ค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป”
หลินหยวนไม่รีบร้อน หยิบผลึกนั้นออกมาอีกครั้ง ภายในมี ‘เลือดแห่งกาล
เวลา’ ถูกผนึกอยู่
กว่า 300 ปีที่ผ่านมา ความคืบหน้าในการทำความเข้าใจ ‘เลือดแห่งกาล
เวลา’ ของหลินหยวนยังคงช้ามาก
“น่าจะเป็นเพราะระดับชีวิตของเราต่ำเกินไป”
หลินหยวนคิดในใจ ตอนนี้ระดับชีวิตของเขา ยังคงอยู่ในขอบเขตบุกเบิก
วิถี เพียงแค่ขอบเขตบุกเบิกวิถี แม้แต่สิ่งมีชีวิตแห่งปาฏิหาริย์ที่เกิดจากความ
ว่างเปล่าแห่งความโกลาหล ก็ยากที่จะมีความเข้าใจในเลือดแห่งกาลเวลา
“หืม?”
ในขณะที่หลินหยวนกำลังจะสังเกตเลือดแห่งกาลเวลาในผลึกต่อสีหน้า
ของเขาก็เปลี่ยนไป
ในวินาทีถัดมา
หลินหยวนออกจากดินแดนลับ’เซียนฮวง’ ปรากฏตัวขึ้นใต้ท้องฟ้าของ
จักรวาล มองไปยังทิศทางหนึ่ง นั่นคือนอกจักรวาล
“มาแล้ว”
นี้
หลินหยวนมีสีหน้าเคร่งขรึม ด้วยการรับรู้ของเขาในตอนนี้สามารถรับรู้ได้
อย่างเลือนราง ถึงคลื่นที่น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง ราวกับคลื่นทะเลยักษ์ กำลัง
ปกคลุมมายังทิศทางนี้