สวรรค์บันดาล: ข้าพเจ้าสร้างวิถี - บทที่ 546 พลังต้นกำเนิดทำลายขอบเขต
จำนวนมหาศาล
“นี่คือ…”
หลินหยวนตกใจเล็กน้อย
เมื่อครู่จักรวาลเริ่มล่มสลาย พื้นที่ดวงดาวรอบนอกพังทลาย
หลินหยวนสามารถรับรู้ได้ทันทีว่า ความเร็วในการสะสมพลังต้นกำเนิด
ทำลายขอบเขตของเขา เริ่มเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
จนถึงตอนนี้ หลังจากที่หลินหยวนทดสอบหลายครั้ง
ความเร็วสูงสุดในการสะสมพลังต้นกำเนิดทำลายขอบเขต ถูกจำกัดไว้ที่ 1
สายใน 90 วัน
ส่วนการเพิ่ม?
แม้ว่าหลินหยวนจะฉีกความว่างเปล่าของจักรวาล สร้างรอยแยกอวกาศ
ถาวรที่ไม่เคยมีมาก่อน
ก็ไม่สามารถเพิ่มความเร็วในการสะสมพลังต้นกำเนิดทำลายขอบเขตได้
แต่ตอนนี้
หลินหยวนรับรู้ได้อย่างชัดเจนว่า ความเร็วในการสะสมพลังต้นกำเนิด
ทำลายขอบเขต กำลังเพิ่มขึ้นอย่างบ้าคลั่ง
ไม่ใช่เพิ่มขึ้น
แต่เพิ่มขึ้นอย่างบ้าคลั่ง
ริ่
ที่
จากเริ่มต้นที่ 1 สายใน 90 วัน
เป็น 1 สายใน 50 วัน
1 สายใน 20 วัน
1 สายต่อ 1 วัน
10 สาย ต่อ 1 วัน
1,000 สาย ต่อ 1 วัน (โกงป๊ายยยย)
เมื่อการล่มสลายครั้งใหญ่ของจักรวาลดำเนินต่อไป พื้นทีดวงดาวจำนวน
มากขึ้นเริ่มพังทลาย
ความเร็วในการสะสมพลังต้นกำเนิดทำลายขอบเขต ดูเหมือนจะเพิ่มขึ้น
อย่างไม่มีที่สิ้นสุด
เพียงแค่ไม่กี่สิบลมหายใจ
หลินหยวนก็สะสมพลังต้นกำเนิดทำลายขอบเขตได้หลายร้อยสาย
“การล่มสลายครั้งใหญ่ของจักรวาล มีประโยชน์ต่อการสะสมพลังต้น
กำเนิดทำลายขอบเขตขนาดนี้เลย?”
หลินหยวนประหลาดใจ ตลอดมา เขาไม่เคยเข้าใจว่าพลังต้นกำเนิดทำลาย
ขอบเขต เป็นพลังงานชนิดใด
หากไม่ใช่ประตูสู่ภพหมื่นสะสม เขาจะไม่สามารถรับรู้ถึงพลังต้นกำเนิด
ทำลายขอบเขตได้
และตั้งแต่หลินหยวนก้าวเข้าสู่ระดับ 12 ประตูสู่ภพหมื่นก็ถูกค้นพบ
ประโยชน์มากขึ้น ซึ่งพลังต้นกำเนิดทำลายขอบเขตมีบทบาทสำคัญเกือบจะ
รอบด้าน
ตามทฤษฎีแล้ว หากมีพลังต้นกำเนิดทำลายขอบเขตมากพอแม้แต่มหา
ปราชญ์แห่งความโกลาหล มหาปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ ย่อมต้องถูกปราบปรามจนไร้
แรงต้านทาน
และการสังหารหรือการปราบปราม เป็นเพียงส่วนเล็กน้อยของพลังต้น
กำเนิดทำลายขอบเขต ประโยชน์ที่สำคัญที่สุดของพลังต้นกำเนิดทำลาย
ขอบเขต คือการสร้างสรรค์ คือความสามารถรอบด้าน
“พลังต้นกำเนิดทำลายขอบเขตเกิน 1,000 สายแล้ว”
หลินหยวนคิดในใจ ก็พบว่าพลังต้นกำเนิดทำลายขอบเขตที่เขาสะสมไว้
เพิ่มขึ้นกว่า 1,000 สายโดยไม่รู้ตัว
พลังต้นกำเนิดทำลายขอบเขต 1,000 สาย ในช่วงเวลาปกติต้องใช้เวลา
สองถึงสามร้อยปีจึงจะเป็นไปได้
แต่ตอนนี้ผ่านไปนานเท่าไหร่?
ไม่ถึงสิบนาที!
“การล่มสลายครั้งใหญ่ของจักรวาลครั้งนี้…”
หลินหยวนดีใจ ไม่คิดว่าการล่มสลายครั้งใหญ่ของจักรวาลจะไม่ใช่เรื่องเลว
ร้ายทั้งหมด
อย่างน้อยตามความเร็วในการสะสมพลังต้นกำเนิดทำลายขอบเขตในตอน
นี้ การล่มสลายครั้งใหญ่ของจักรวาลครั้งนี้ ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงสิ้นสุด จำนวน
พลังต้นกำเนิดทำลายขอบเขตที่เขาจะได้รับ อย่างน้อยเริ่มต้นที่ 1,000,000
สาย
“เป็นเพราะจักรวาลพังทลายอย่างสมบูรณ์?”
หลินหยวนคาดเดาในใจ ตอนแรกเขาคิดว่าการล่มสลายครั้งใหญ่ของ
จักรวาลเกี่ยวข้องกับรอยแยกอวกาศถาวร
มื่
เพราะเมื่ออยู่ใต้รอยแยกอวกาศถาวร ความเร็วในการสะสมพลังต้นกำเนิด
ทำลายขอบเขตจะเพิ่มขึ้นในระดับหนึ่ง จนกระทั่งถูกจำกัดไว้ที่ 90 สายต่อวัน
แต่จนกระทั่งก้าวเข้าสู่ระดับ 12 จึงตระหนักว่าไม่ใช่เช่นนั้น
การเข้าใกล้รอยแยกอวกาศถาวร สามารถเพิ่มความเร็วในการสะสมได้
ไม่ใช่เพราะรอยแยกอวกาศถาวร แต่เป็นเพราะใกล้ความว่างเปล่าแห่งความ
โกลาหลมากขึ้น
จนกระทั่งรอยแยกอวกาศถาวรใหญ่พอ กลิ่นอายแห่งความว่างเปล่าที่
กระจายไปยังจักรวาลถึงขีดสุด เท่ากับการอยู่ในความว่างเปล่าแห่งความ
โกลาหล ความเร็วในการสะสมพลังต้นกำเนิดทำลายขอบเขตจึงอยู่ที่ 1 สายต่อ
90 วัน
ตัวอย่างเช่นตอนนี้ ร่างแยกของหลินหยวนอยู่ในความว่างเปล่าแห่งความ
โกลาหล แม้ว่าจะไม่มีร่างแยกอื่นอยู่ข้างรอยแยกอวกาศถาวร ความเร็วในการ
สะสมพลังต้นกำเนิดทำลายขอบเขตก็คือ 1 สายใน 90 วัน
ความเร็วในการสะสมพลังต้นกำเนิดทำลายขอบเขต 1 สายใน 90 วัน คือ
ความเร็วในการสะสมปกติเมื่ออยู่ในความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล
“ช่างเถอะ”
หลินหยวนคิดอยู่ครู่หนึ่ง ไม่มีเบาะแส การล่มสลายและการเกิดใหม่ของ
จักรวาล เป็นผลมาจากการทำงานของกฎแห่งความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล
แม้แต่มหาปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ก็ไม่สามารถเข้าใจได้ เขาคิดเรื่องนี้ตอนนี้ไม่มีความ
หมาย
ครืน ครืน
ท้องฟ้าดวงดาวขนาดใหญ่พังทลาย กลายเป็นความว่างเปล่า
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดระดับ 12 จำนวนมากเห็นเช่นนั้น ก็เริ่มถ่ายโอนรอย
ประทับชีวิตของเผ่าพันธุ์ในจักรวาลภายในทันที
นี้
ในขณะนี้จักรวาลกำลังล่มสลายอย่างรวดเร็ว จิตสำนึกต้นกำเนิดตกอยู่ใน
ความอ่อนแออย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน การถ่ายโอนรอยประทับชีวิตของสิ่งมีชีวิต
ในจักรวาลภายในในช่วงเวลานี้ จะได้รับการตอบโต้ที่ต่ำที่สุด
แม่น้ำแห่งกาลเวลาเริ่มเหือดแห้ง
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดระดับ 12 จำนวนมากก็ลงมือ ถ่ายโอนรอยประทับชีวิต
ทั้งหมดไปยังแม่น้ำแห่งกาลเวลาของจักรวาลภายใน
ทันใดนั้น การตอบโต้ในระดับที่แตกต่างกันก็เกิดขึ้น
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดระดับ 12 จำนวนมากมีสีหน้าเคร่งขรึม แบกรับการ
ตอบโต้จากจักรวาล
การตอบโต้ที่พวกเขาได้รับ ราวกับคลื่นเล็กๆ ที่เกิดขึ้นบนผิวน้ำที่มีกระแส
น้ำไหลเชี่ยว
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดระดับ 12 ทุกคนรู้ดี ไม่ได้นำสิ่งมีชีวิตเกินขีดจำกัดที่
ตนเองจะรับได้ เข้าไปในจักรวาลภายใน การตอบโต้ทีต้องเผชิญอยู่ในขอบเขต
ที่คาดการณ์ไว้
“ถึงตาเราแล้ว”
หลินหยวนนั่งขัดสมาธิอยู่ใต้ท้องฟ้า เห็นผู้แข็งแกร่งสูงสุดระดับ 12
จำนวนมากแบกรับการตอบโต้ของจิตสำนึกต้นกำเนิดของจักรวาล ก็เริ่มถ่าย
โอนรอยประทับชีวิตของพลเมืองทั้งหมดในจักรวาลภายใน
วูบ วูบ วูบ!
หากกล่าวว่าผู้แข็งแกร่งสูงสุดระดับ 12 คนอื่นถ่ายโอนรอยประทับชีวิต
ของสิ่งมีชีวิตในโลกภายใน คือการทำให้เกิดคลื่นเล็กๆบนผิวน้ำที่สงบ
แต่เมื่อหลินหยวนเริ่มถ่ายโอนรอยประทับชีวิตของพลเมืองจำนวนนับไม่
ถ้วนในจักรวาลภายใน ผิวน้ำกลับไม่ใช่แค่เกิดคลื่นเล็กๆ แต่เดือดพล่าน ราวกับ
หม้อระเบิด
ที่
จิตสำนึกต้นกำเนิดของจักรวาลที่ตกอยู่ในความอ่อนแอ กำลังจะหลับใหล
กลับตื่นขึ้นมา รับรู้ได้อย่างเหลือเชื่อว่ารอยประทับชีวิตจำนวนนับไม่ถ้วนใน
จักรวาลกำลังหายไป
ครืน ครืน
การตอบโต้ที่ไม่มีใครเทียบได้รวมตัวกัน ปกคลุมหลินหยวน ผู้แข็งแกร่ง
สูงสุดระดับ 12 คนอื่นสัมผัสได้ถึงการตอบโต้นี้ อดไม่ได้ทีจะใจสั่น
หากพวกเขาเผชิญหน้ากับการตอบโต้เช่นนี้ คาดว่าจะถูกทำลายในทันที
ไม่สามารถทนได้แม้เพียงไม่กี่ลมหายใจ
“เป็นผู้แข็งแกร่งสูงสุดหยินเหอ”
“ผู้แข็งแกร่งสูงสุดหยินเหอนำพลเมืองอารยธรรมมนุษย์ทั้งหมดเข้าไปใน
จักรวาลภายใน การถ่ายโอนชีวิตจำนวนมากในทันที ทำให้เกิดการตอบโต้ของ
จักรวาลที่ไม่เคยมีมาก่อน”
“ข้ารู้สึกได้ว่า จิตสำนึกต้นกำเนิดของจักรวาลกำลังโกรธเกรี้ยว!”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดระดับ 12 จำนวนมากขนลุก จิตสำนึกต้นกำเนิดของ
จักรวาลไม่มีอารมณ์ที่เฉพาะเจาะจง ตอนนี้แสดงความโกรธออกมาอย่างหา
ยาก
เห็นได้ชัดว่าการกระทำของหลินหยวน ได้ทำลายขีดจำกัดของมัน
ตามปกติแล้ว หลังจากการล่มสลายครั้งใหญ่ของจักรวาลสิ่งมีชีวิต
จำนวนนับไม่ถ้วนย่อมพังทลายไปพร้อมกับจักรวาล จากนั้นกลายเป็นสาร
อาหาร เป็นแรงขับเคลื่อนในการเริ่มต้นยุคจักรวาลถัดไป
ตอนนี้หลินหยวนย้ายสิ่งมีชีวิตส่วนใหญ่ออกไป สูญเสียชีวิตจำนวนมาก
หลังจากการล่มสลายครั้งใหญ่ของจักรวาล ต้องใช้เวลานานขึ้น เพื่อให้กำเนิด
สิ่งมีชีวิตใหม่ การสูญเสียนี้มีมาก
“หยินเหอ…”
ทั้
ที่
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดทั้งเก้าของอารยธรรมมนุษย์ก็มองไปที่หลินหยวนเช่นกัน
มีสีหน้ากังวลเล็กน้อย
แม้ว่าพวกเขาจะมั่นใจในหลินหยวนมาก แต่เมื่อสัมผัสได้ถึงความโกรธข
องจิตสำนึกต้นกำเนิดของจักรวาล ก็ยังคงรู้สึกไม่สบายใจ
“โกรธ?”
หลินหยวนสามารถรับรู้ได้ถึง ‘อารมณ์’ ของจิตสำนึกต้นกำเนิดของ
จักรวาล แต่ไม่ได้หยุด ยังคงถ่ายโอนรอยประทับชีวิตของพลเมืองจำนวนนับไม่
ถ้วนในจักรวาลภายใน
ในวินาทีถัดมา
การตอบโต้ก็มาถึง
แรงกดดันที่น่าสะพรึงกลัวปกคลุม และในที่สุดก็ไม่ต่างกับการตกลงไปใน
โคลน ไม่สามารถทำให้แม้แต่ชายเสื้อของหลินหยวนกระพือ
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดระดับ 12 ของเผ่าพันธุ์ต่างดาวจำนวนมากที่อยู่ไกลออก
ไป กำลังสังเกตความเคลื่อนไหวของหลินหยวน ต้องการดูว่าผู้แข็งแกร่งสูงสุด
หยินเหอจะต้านทานการตอบโต้ครั้งนี้ได้อย่างไร
“เกิดอะไรขึ้น?”
“การตอบโต้ของจักรวาลมาถึงตัวผู้แข็งแกร่งสูงสุดหยินเหอจริงหรือ?”
“ทำไมข้ารู้สึกว่าผู้แข็งแกร่งสูงสุดหยินเหอไม่ได้ขยับเลย?”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดระดับ 12 ของเผ่าพันธุ์ต่างดาวจำนวนมากสูดหายใจเข้า
ลึกๆ มีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้นเกี่ยวกับความแข็งแกร่งของผู้แข็งแกร่ง
สูงสุดหยินเหอ
“ผู้แข็งแกร่งสูงสุดหยินเหอ…แข็งแกร่งเกินไป!”
ทั้
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดทั้งสองของเผ่าพันธุ์ภัยพิบัติกล่าวด้วยความตกตะลึง ใน
ฐานะขอบเขตบุกเบิกวิถีขั้นสูงสุด บวกกับการรับรู้ของกระท่อมบรรพบุรุษ พวก
เขาเข้าใจอย่างชัดเจนว่าผู้แข็งแกร่งสูงสุดหยินเหอกำลังเผชิญหน้ากับการ
ตอบโต้แบบใด
แม้แต่ผู้ที่อยู่ในขอบเขตปกครอง ย่อมต้องได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการ
ตอบโต้เช่นนี้ แต่หลินหยวนกลับเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
นอกจักรวาล
จักรวาลจำนวนมากเข้าสู่การล่มสลายก่อนเวลา ดึงดูดผู้แข็งแกร่งจำนวน
มาก นอกจักรวาลที่กำลังล่มสลายแต่ละแห่ง มีผู้แข็งแกร่งจำนวนมากเฝ้าอยู่
รอให้ผู้แข็งแกร่งสูงสุดระดับ 12 ในจักรวาลหนีออกมา จากนั้นพวกเขาก็
จะโจมตีและปล้น
“ตามหลังมหาปราชญ์อิงโม่และมหาปราชญ์จิ่วเฟิ่ง ข้าได้ปล้นจักรวาลไป
แล้วสิบเอ็ดแห่ง มูลค่าของสมบัติที่ได้รับ อาจจะใกล้เคียงกับผลึกโกลาหล
100,000 ก้อนแล้ว”
“100,000 ผลึกโกลาหล… หากหาเองตามปกติ ไม่รู้ว่าจะต้องใช้เวลานาน
เท่าไหร่ หนึ่งยุคจักรวาล? สองยุคจักรวาล? ตอนนี้แค่เฝ้าอยู่นอกจักรวาล ก็
สามารถได้รับมาอย่างง่ายดาย หาง่ายยิ่งนัก”
“ใช่แล้ว สิ่งมีชีวิตระดับ 12 ในจักรวาลเหล่านี้ ประสบการณ์การต่อสู้ไม่
เพียงพอ บวกกับพวกเราซ่อนตัวอยู่ในที่มืด พวกมันไม่มีความสามารถในการ
ต้านทาน”
ผู้ปล้นสะดมที่เฝ้าอยู่นอกจักรวาลจำนวนมากคุยกันอย่างสบายๆ
พวกเขาครอบครองพื้นที่ต่างๆ นอกจักรวาล สิ่งมีชีวิตระดับ 12 เหล่านั้นที่
พยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อหนีออกจากจักรวาลจะตกอยู่ในเครือข่าย
การล้อมสังหารของพวกเขาในทันที
ทั้
“น่าเสียดาย ความเร็วของมหาปราชญ์ทั้งสองเร็วเกินไป บวกกับต้องรอ
เวลาการล่มสลายครั้งใหญ่ของจักรวาล จักรวาลที่กำลังล่มสลายจำนวนมาก
คาดว่าผู้แข็งแกร่งที่อยู่ข้างหน้าคงยึดครองไปแล้ว”
“คิดมากไปทำไม อย่างน้อยจักรวาลใกล้ๆ สองสามแห่งก็เป็นของเรา”
ผู้ปล้นสะดมจำนวนมากยังไม่พอใจ หากสามารถตามหลังมหาปราชญ์ทั้ง
สองได้ตลอดเวลา ผลประโยชน์ที่พวกเขาได้รับอาจจะประเมินค่าไม่ได้ แต่นี่
เป็นไปไม่ได้
มหาปราชญ์แห่งความโกลาหลมีความเร็วเท่าไหร่?
แม้ว่าจะเป็นเพียงการต่อสู้ ก็ไม่ใช่สิ่งที่ผู้ที่อยู่ในขอบเขตปกครองจะตาม
ทัน
อีกอย่าง การตามหลังมหาปราชญ์แห่งความโกลาหล ก็มีความละเอียด
อ่อน หากเข้าใกล้เกินไป คาดว่าผลลัพธ์คงไม่ต่างจากจักรวาลเหล่านั้น ถูกผลก
ระทบจากการต่อสู้ปกคลุม
แม้แต่จักรวาลที่มีขนาดเทียบเท่าปราชญ์ก็เข้าสู่การล่มสลายก่อนเวลา ผู้ที่
อยู่ในขอบเขตปกครองแทบไม่มีทางรอด
และหากอยู่ไกลเกินไป จักรวาลอาจจะล่มสลายไปแล้ว ผู้แข็งแกร่งระดับ
12 ข้างในหนีออกมาและจากไป หรือไม่ก็ถูกผู้ปล้นสะดมที่อยู่ใกล้กว่ายึดครอง
ดังนั้น ต้องรักษาระยะห่างให้เหมาะสม
แน่นอนว่า ทั้งหมดนี้สำหรับผู้ปล้นสะดมระดับขอบเขตปกครองและระดับ
บุกเบิกวิถี
ส่วนปราชญ์แห่งความโกลาหล?
ปราชญ์แห่งความโกลาหลไม่กล้าเข้าใกล้สมรภูมิการต่อสู้ของมหาปราชญ์
ทั้งสอง
ที่
ด้วยมุมมองของมหาปราชญ์แห่งความโกลาหล ผู้ที่อยู่ในขอบเขตปกครอง
เล็กเกินไป ไม่ได้สนใจ
แต่ปราชญ์แห่งความโกลาหล?
มหาปราชญ์จะต้องสังเกตเห็น
เมื่อถึงเวลานั้น หากมหาปราชญ์แห่งความโกลาหลมีความคิดร้าย ชะตา
กรรมของปราชญ์แห่งความโกลาหลก็ยากที่จะคาดเดา
ปราชญ์แห่งความโกลาหลส่วนใหญ่เป็นผู้สร้างทวีปแห่งความโกลาหล มี
แหล่งที่มาของผลึกโกลาหลจำนวนมากที่มั่นคง ไม่จำเป็นต้องตามหลังมหา
ปราชญ์เพื่อ ‘เก็บตก’
ผลประโยชน์ของจักรวาล สำหรับปราชญ์แห่งความโกลาหลค่อนข้างเล็ก
น้อย แต่ต้องเสี่ยงอย่างมาก ปราชญ์ไม่ใช่คนโง่ ย่อมต้องชั่งน้ำหนักข้อดีข้อเสีย
นอกจักรวาลบ้านเกิดของหลินหยวน
เรือสีดำขนาดใหญ่แล่นมาอย่างรวดเร็ว เรือลำนี้ยาวประมาณหนึ่งล้านลี้
ออร่าราวกับเหวลึกที่ไม่สามารถวัดได้ มีศูนย์กลางอยู่ทีเรือ ครอบคลุมพื้นที่
หลายสิบล้านปีแสงด้วยสนามพลังที่เย็นยะเยือก
แม้แต่ผู้ที่อยู่ในขอบเขตบุกเบิกวิถีขั้นสูงสุด ก็ยากที่จะเคลื่อนไหวภายใต้
การกดขี่ของสนามพลังนี้
“จักรวาลนี้ เริ่มเข้าสู่การล่มสลายแล้ว เฝ้าอยู่ที่นี่”
หัวเรือมีร่างหนึ่งยืนอยู่ สูงสิบกว่าเมตร สายตาเฉยเมย มองไปทีจักรวาลที่
อยู่ไกลออกไป
ร่างนั้นชื่อเซวี่ยโย่ว เป็นผู้ที่อยู่ในขอบเขตปกครองขั้นสูงสุดที่มีชื่อเสียง
ครั้งนี้ก็เข้าร่วมกับกลุ่มผู้ปล้นสะดม ลงมือกับจักรวาลที่เข้าสู่การล่มสลาย
ไม่มีทางเลือก ผู้แข็งแกร่งระดับ 12 ในจักรวาลเหล่านั้นง่ายเกินไปที่จะ
จัดการ แทบไม่มีความเสี่ยง และยังสามารถได้รับทรัพยากรและสมบัติที่มั่นคง
นี่
สิ่
ที่
ที่
ขั้
นี่เป็นสิ่งที่น่าดึงดูดใจอย่างมากสำหรับผู้ที่อยู่ในขอบเขตปกครองขั้นสูงสุด
ในขณะนั้น อีกด้านหนึ่งของจักรวาลบ้านเกิด เกาะลอยฟ้าขนาดหนึ่งล้านลี้
ที่ฉีกกระชากความว่างเปล่าปรากฏตัวขึ้น
“ฮ่าฮ่าฮ่า ที่แท้ก็เป็นผู้ปกครองเซวี่ยโย่ว!”
บนเกาะลอยฟ้าก็มีร่างหนึ่งยืนอยู่ หัวเป็นงูตัวเป็นคน ออร่าน่าเกรงขาม
กำลังมองไปที่เรือสีดำ
“เสอโม่?”
ผู้ปกครองเซวี่ยโย่วขมวดคิ้ว ผู้ปกครองเสอโม่ถึงแม้จะไม่ใช่ผู้ทีอยู่ใน
ขอบเขตปกครองขั้นสูงสุด แต่ก็ใกล้เคียงมากเช่นกัน วิธีการแปลกประหลาด ผู้
ปกครองเซวี่ยโย่วไม่ต้องการเป็นศัตรูกับอีกฝ่าย
ผู้ที่อยู่ในขอบเขตปกครองทั้งสองจ้องมองกันอยู่ครู่หนึ่งเป้าหมายของพวก
เขาชัดเจน คือจักรวาลที่อยู่ไกลออกไปที่กำลังเข้าสู่การล่มสลาย
“เซวี่ยโย่ว ไม่จำเป็นต้องสู้ จักรวาลนี้แบ่งกันคนละครึ่ง พื้นที่นั้นเป็นของ
เจ้า พื้นที่นี้เป็นของข้า เป็นอย่างไร?”
ผู้ปกครองเสอโม่กล่าว
ในฐานะผู้ที่อยู่ในขอบเขตปกครอง หากไม่จำเป็นจริงๆ จะไม่ต่อสู้กัน และ
ผลประโยชน์ของจักรวาล ก็ไม่คุ้มค่าที่จะต่อสู้กัน
ดังนั้นจึงตกลงกันล่วงหน้า แบ่งกันคนละครึ่ง
“ไม่มีปัญหา”
ผู้ปกครองเซวี่ยโย่วพยักหน้า
แบ่งกันคนละครึ่ง หมายถึงหลังจากที่จักรวาลล่มสลาย สิ่งมีชีวิตระดับ 12
ที่หนีออกมาจากจักรวาล เข้าไปในพื้นที่ของใครก็เป็นของคนนั้น
สิ่
ตามทฤษฎีแล้ว สิ่งมีชีวิตระดับ 12 ในจักรวาลสามารถหนีออกมาจาก
ตำแหน่งใดก็ได้
ดังนั้นจึงแบ่งพื้นที่ล่วงหน้า เพื่อหลีกเลี่ยงการแย่งชิงกันเมื่อสิ่งมีชีวิตระดับ
12 หนีออกมา
บนเรือสีดำ
ผู้ปกครองเซวี่ยโย่วจ้องมองไปที่จักรวาลที่อยู่ไกลออกไป
“ท่านผู้ปกครอง”
ในเวลานี้ ร่างหลายสิบคนปรากฏตัวขึ้นข้างหลังผู้ปกครองเซวี่ยโย่ว กล่าว
ด้วยความเคารพ
“พวกเจ้าทุกคนประจำการในพื้นที่เหล่านี้”
ผู้ปกครองเซวี่ยโย่วคิดอยู่ครู่หนึ่ง มอบหมายงานให้ผู้ใต้บังคับบัญชา
จักรวาลใหญ่เกินไป แม้จะเป็นเพียงครึ่งพื้นที่ การปิดล้อมย่อมยาก
ผู้ที่อยู่ในขอบเขตปกครองขั้นสูงสุดอย่างผู้ปกครองเซวี่ยโย่ว ไม่สามารถ
จับตาดูทุกตำแหน่งได้ตลอดเวลา ดังนั้นจึงต้องมอบหมายให้ผู้ใต้บังคับบัญชา
ประจำการ เพื่อป้องกันไม่ให้ปลาที่รอดตาข่ายหนีออกไป
“ขอรับ”
ร่างหลายสิบคนพยักหน้า หายตัวไปทีละคน พวกเขาเป็นผู้ที่อยู่ใน
ขอบเขตบุกเบิกวิถีขั้นสูงสุด ติดตามผู้ปกครองเซวี่ยโย่ว รับใช้เขา
ผู้ปกครองเซวี่ยโย่วบางครั้งก็จะชี้แนะผู้ใต้บังคับบัญชาเหล่านี้หรือมอบ
วิชาสืบทอดให้ ฯลฯ
“หวังว่าการล่มสลายจะสิ้นสุดลงโดยเร็ว”
วี่
ที่
ผู้ปกครองเซวี่ยโย่วคิดในใจ เขายังต้องรีบไปจักรวาลถัดไปที่เข้าสู่การล่ม
สลาย
ตลอดมา เขาไม่ได้สนใจสิ่งมีชีวิตระดับ 12 ในจักรวาล
ก็แค่กลุ่มผู้บุกเบิกวิถีที่อาศัยอยู่ในเรือนกระจก อย่าว่าแต่เทียบกับเขา
แม้แต่เมื่อเทียบกับผู้ใต้บังคับบัญชาที่ผ่านการต่อสู้มามากมาย ก็ยังด้อยกว่า
มาก
ในมุมมองของผู้ปกครองเซวี่ยโย่ว สิ่งมีชีวิตระดับ 12 ในจักรวาลเหล่านี้
คือผลึกโกลาหลที่มีชีวิต ประโยชน์สูงสุดคือการเป็นทรัพยากรบนเส้นทางการ
ฝึกฝนของเขา
การได้เป็นทรัพยากรของผู้ปกครองเซวี่ยโย่ว
เป็นเกียรติของพวกเขา