สวรรค์บันดาล: ข้าพเจ้าสร้างวิถี - บทที่ 551 หมื่นวิถี หมื่นหนทาง
ส่วนลึกของทวีปแห่งความโกลาหลกู่หมิง
“ใครกำลังแอบมองข้า?”
ปราชญ์กู่หมิงลืมตาขึ้น สีหน้าตกตะลึง
“น่าจะเป็นปราชญ์ที่ผ่านมา”
ปราชญ์กู่หมิงพบว่าสายตาที่แอบมองถอยกลับไปอย่างรวดเร็วคาดเดาใน
ใจ
สามารถมองทะลุค่ายกลมากมายของทวีปแห่งความโกลาหลแอบมองไป
ยังสถานที่ที่เขาบ่มเพาะ
อีกฝ่ายมีความเข้าใจในกาลอวกาศอย่างน้อยระดับ 8
“เพิ่งมาถึงความว่างเปล่านี้ แต่กลับทำให้ปราชญ์ใกล้เคียงสงสัยได้ เข้ามา
เพื่อตรวจสอบรึ?”
ปราชญ์กู่หมิงคาดเดาในใจ
ความเข้าใจในกาลอวกาศระดับ 8 เป็นขอบเขตของปราชญ์แห่งความ
โกลาหลอาวุโส
ปราชญ์แห่งความโกลาหลที่เพิ่งก้าวเข้าสู่ระดับใหม่ โดยทั่วไปแล้วความ
เข้าใจในกาลอวกาศยังคงอยู่ที่ระดับ 7
‘โลกเศษเสี้ยว’ หินน้ำตาดาว
หลินหยวนใช้ความเข้าใจในกาลอวกาศระดับ 8 สังเกตกาลอวกาศรอบ
ด้าน
ลื่
ที่
“ไม่ว่าจะเป็นระยะทางในการเคลื่อนที่ผ่านความว่างเปล่า หรือการควบคุม
กาลอวกาศ ก็เพิ่มขึ้นมาก”
หลินหยวนตกตะลึงในใจ ที่สำคัญที่สุดคือ ต่อไปนี้หากหลินหยวนเผชิญ
หน้ากับศัตรูระดับปราชญ์แห่งความโกลาหล อย่างน้อยก็ไม่ต้องถูกอีกฝ่าย
ปราบปรามในขอบเขตของกาลอวกาศ
ความเชี่ยวชาญในระดับกาลอวกาศ คล้ายกับความได้เปรียบสามารถรุก
และรับได้
“ไม่รู้ว่ากาลอวกาศระดับ 9 จะมีหน้าตาเป็นอย่างไร?”
หลินหยวนคิดในใจ
กาลอวกาศระดับ 8 เป็นระดับที่ปราชญ์แห่งความโกลาหลสามารถเข้าถึง
ได้ ส่วนกาลอวกาศระดับ 9 เป็นขอบเขตของมหาปราชญ์แห่งความโกลาหล
และมหาปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่
องค์จักรพรรดิ’เซียนฮวง’ในฐานะมหาปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ เปิดดินแดน
ลับ’เซียนฮวง’ 33,333 แห่ง กระจายอยู่ในจักรวาลต่างๆ ส่วนใหญ่พึ่งพาความ
เข้าใจในกาลอวกาศระดับ 9
“การปิดด่านฝึกฝนครั้งนี้ถือว่าสิ้นสุดลงแล้ว”
หลินหยวนรวบรวมความคิด แม้ว่าความเชี่ยวชาญในกาลอวกาศจะถึง
ระดับ 8 แต่เขาก็ไม่ได้ภาคภูมิใจ ความเข้าใจในกาลอวกาศระดับ 8 เพียงทำให้
เขาเผชิญหน้ากับปราชญ์แห่งความโกลาหลได้อย่างง่ายดาย
แต่ถ้าเป็นมหาปราชญ์แห่งความโกลาหลล่ะ?
หลินหยวนยังคงจำได้ว่า จักรวาลบ้านเกิดพังทลายภายใต้ผลกระทบของ
การต่อสู้ระหว่างมหาปราชญ์อิงโม่และมหาปราชญ์จิ่วเฟิ่ง
ตลอดระยะเวลานั้น เขาไม่เคยเห็นแม้แต่เงาของมหาปราชญ์ทั้งสอง คลื่น
พลังที่หลงเหลืออยู่จากการต่อสู้ของพวกเขา ทำลายทุกสิ่งทำให้หลินหยวนรู้สึก
ว่าไม่สามารถต้านทานได้
“ด้วยรากฐานของเราในตอนนี้ หากก้าวเข้าสู่ขอบเขตปกครองแม้ว่าจะยัง
ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของมหาปราชญ์ อย่างน้อยก็มีความสามารถในการป้องกันตนเอง
ในระดับหนึ่ง? ไม่ใช่มดปลวกที่มหาปราชญ์สามารถบดขยี้ได้?”
หลินหยวนคิดในใจ
จากขอบเขตบุกเบิกวิถีถึงขอบเขตปกครอง เป็นการก้าวกระโดดครั้งใหญ่
ในระดับ 12 พลังการต่อสู้จะเกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงคุณภาพ
สำหรับหลินหยวน ก็เช่นกัน เมื่อถึงเวลานั้น 《สุญญาอนันต์》 และวิชาอื่นๆ
ก็สามารถฝึกฝนต่อไปได้
“ขอบเขตปกครองใกล้เข้ามาแล้ว”
หลินหยวนสัมผัสร่างกายและจิตวิญญาณของตนเองที่ใกล้ถึงขีดสุด คิดใน
ใจ
“การฝึกฝนครั้งนี้ เข้าใจกาลอวกาศระดับ 8 ถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่คาดคิด”
หลินหยวนนึกถึงเส้นทางวิถีวรยุทธ์มากมายที่เพิ่งเปิดและปรับปรุง
“วิถีวรยุทธ์มีทั้งหมด 73 เส้นทาง ตามทฤษฎีแล้วเส้นทางวิถีวรยุทธ์ทั้ง 73
นี้ สามารถกำเนิดระดับ 12 ได้”
หลินหยวนพอใจ
ยิ่งมีเส้นทางวิถีวรยุทธ์มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งแสดงให้เห็นถึงความกว้างใหญ่ของ
วิถีวรยุทธ์ หากไม่เป็นเช่นนั้น
จะเปิดเส้นทางมากมายได้อย่างไร?
ทางเดินเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยโคลน ไม่ว่าจะเปิดอย่างไร ก็ไม่สามารถขยาย
เป็นทางเดินที่กว้างใหญ่ได้
ซื้
“เซวียนหยวนพวกเขาให้เราไปซื้อเส้นทางวิวัฒนาการระดับ 12 ทำไมต้อง
ซื้อ? ไม่ใช่ว่ามีอยู่แล้วเหรอ?”
หลินหยวนยิ้ม 73 เส้นทางของวิถีวรยุทธ์ที่ตรงไปยังระดับ 12 เพียงพอ
สำหรับอารยธรรมมนุษย์ให้ใช้ไปอีกนานแสนนาน
“อันที่จริงหากฝึกฝนต่อไป สามารถพัฒนาและเปิดเส้นทางวิถีวรยุทธ์ได้
มากขึ้น แต่ไม่มีความจำเป็น”
หลินหยวนคิดในใจ
รากฐานของเส้นทางวิวัฒนาการวรยุทธ์อยู่ที่นี่ เมื่อเปิดความคิดของเส้น
ทางมากมาย เส้นทางต่างๆ จะปรากฏขึ้นอย่างต่อเนื่อง
หลินหยวนเพียงแค่ต้องชี้นำ
“หืม?”
“ผู้ปกครองว่านฉวี่ตามหาเรา?”
หลินหยวนขยับจิตใจ แบ่งร่างแยกออกไป ออกจาก ‘โลกเศษเสี้ยว’ หิน
น้ำตาดาว ไปยังทวีปแห่งความโกลาหลกู่หมิง
ในเมืองหมิงชวน ภายในหอคอย หลินหยวนและผู้ปกครองว่านฉวี่นั่งเผชิญ
หน้ากัน
“น้องหยินเหอ ไม่ทำให้ผิดหวัง”
ผู้ปกครองว่านฉวี่มองหลินหยวนด้วยรอยยิ้ม
ตั้งแต่ครั้งที่ปราชญ์กู่หมิงออกคำสั่งให้เขามอบ ‘โลกเศษเสี้ยว’ หินน้ำตา
ดาวให้หลินหยวนในราคาที่ถูกมาก
ผู้ปกครองว่านฉวี่ก็ตระหนักว่า ที่มาของหลินหยวนอาจจะยิ่งใหญ่
นั้
วี่
หลังจากนั้นผู้ปกครองว่านฉวี่ก็ขอเข้าพบปราชญ์กู่หมิง ต้องการสอบถาม
เรื่องของหลินหยวน แต่ปราชญ์กู่หมิงเพียงเตือนเขาหนึ่งประโยค
“หากขัดแย้งกับหยินเหอ ทวีปแห่งความโกลาหลทั้งหมดจะพังทลาย”
ผู้ปกครองว่านฉวี่ยังคงจำสีหน้าของปราชญ์กู่หมิงเมื่อพูดประโยคนี้ได้ นั่น
คือความหวาดกลัว
ด้วยเหตุนี้ ช่วงเวลานี้ผู้ปกครองว่านฉวี่จึงตอบสนองต่อหลินหยวนอย่าง
เต็มที่
“ฮ่าฮ่าฮ่า ขอบคุณพี่ว่านฉวี่”
หลินหยวนอารมณ์ดี
ไม่นานมานี้ เขาเคยขอให้ผู้ปกครองว่านฉวี่
ขายต้นไม้ล้ำค่าขอบเขตปกครอง 18 ต้นที่ได้จากผู้อาวุโส ‘ชังเวยหยาง’
แลกกับทรัพยากรการฝึกฝนหรือผลึกโกลาหล
ต้นไม้ล้ำค่า 18 ต้น จะออกผลเป็นระยะๆ สำหรับกองกำลังเท่ากับต้นไม้
เงินต้นไม้ทอง สามารถส่งต่อไปได้เรื่อยๆ
แต่สำหรับหลินหยวน ไร้ประโยชน์
ต้นไม้ล้ำค่า 18 ต้นนี้ มีระยะเวลาการออกผลอย่างน้อยหนึ่งล้านปี และ
หนึ่งล้านปีด้วยความเร็วในการเติบโตของหลินหยวน ในอีกหนึ่งล้านปีข้างหน้า
อาจจะก้าวเข้าสู่ขอบเขตโกลาหลแล้ว
ในสายตาของปราชญ์แห่งความโกลาหล ต้นไม้ล้ำค่า 18 ต้นนีไม่สำคัญ ยิ่ง
กว่านั้นคือผลที่ออก
ต้นไม้ล้ำค่า 18 ต้นไม่ใช่ต้นไม้โลกที่จักรวาลภายในของหลินหยวนให้
กำเนิด มีผลในการทำให้จักรวาลภายในมั่นคง
และศักยภาพสูงสุดก็สูง สามารถเติบโตเป็นต้นไม้โลกแห่งความโกลาหลได้
นั้
นี้
ดังนั้นหลินหยวนจึงเก็บไว้จนถึงตอนนี้
ประโยชน์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของต้นไม้ล้ำค่า 18 ต้นนี้สำหรับหลินหยวน คือ
การใช้สิ่งนี้เพื่อเข้าใจเคล็ดลับในการกลืนกินพลังงานแห่งความโกลาหล
“นี่คือทรัพยากรที่น้องหยินเหอต้องการ ข้าแลกเปลี่ยนให้เรียบร้อยแล้ว”
ผู้ปกครองว่านฉวี่โบกมือ ปรากฏถุงผ้าสีม่วง ซึ่งเป็นสมบัติเก็บของ ภายใน
บรรจุทรัพยากรที่หลินหยวนต้องการ
อันที่จริง การซื้อขายครั้งนี้เขาไม่ได้กำไร หรืออาจจะขาดทุนเล็กน้อย
แต่ตราบใดที่สามารถผูกมิตรกับหลินหยวนได้ ตามความหมายของ
ปราชญ์กู่หมิง การจ่ายในราคาที่สูงกว่านี้ยังถือว่าคุ้มค่า
หลินหยวนรับถุงผ้าสีม่วง ตรวจสอบด้วยจิตใจ ก็เก็บถุงผ้าสีม่วงด้วยความ
พึงพอใจ
“เกือบลืม ข้าขอถามอะไรบางอย่าง”
หลินหยวนกล่าว
“ถามเรื่องอะไร ไม่ต้องถาม น้องหยินเหอพูดมาได้เลย”
ผู้ปกครองว่านฉวี่กล่าวทันที
“หอหมื่นวิถีมีที่มาอย่างไร?”
หลินหยวนถาม
ข้อมูลที่ผู้อาวุโส’ชังเวยหยาง’ ทิ้งไว้ เกี่ยวกับหอหมื่นวิถี ไม่ชัดเจน
เพราะผู้อาวุโส’ชังเวยหยาง’ เป็นเพียงผู้ที่อยู่ในขอบเขตปกครองขั้นสูงสุด
ส่วนผู้ปกครองว่านฉวี่… แม้ว่าจะเป็นผู้ที่อยู่ในขอบเขตปกครองขั้นสูงสุด
เช่นกัน(อ่าว พี่ว่านฉวี่สรุปอยู่ในขอบเขตปกครองจริงด้วย 5555555555)
รื่
แต่เป็นศิษย์ของปราชญ์แห่งความโกลาหล หลายปีมานีรับผิดชอบเรื่อง
‘โลกเศษเสี้ยว’ ของทวีปแห่งความโกลาหลกู่หมิง
ในแง่ของข้อมูลข่าวสาร ย่อมไม่ใช่ ‘ชังเวยหยาง’ ที่อยู่คนเดียวจะเทียบได้
นอกจากนี้ สายเลือดขององค์จักรพรรดิ’เซียนฮวง’ก็มีความเข้าใจในหอ
หมื่นวิถี แต่ข้อมูลข่าวสารเก่าแก่เกินไป อาจจะไม่ดีเท่าศิษย์ของปราชญ์
“หอหมื่นวิถี?”
ผู้ปกครองว่านฉวี่ตกตะลึงเล็กน้อย ”
น้องหยินเหอสงสัยเกี่ยวกับหอหมื่นวิถีรึ?”
“มีบ้าง”
หลินหยวนยอมรับ กองกำลังที่ซื้อขายเส้นทางวิวัฒนาการเช่นนี้ย่อมมีที่มา
ยิ่งใหญ่ แต่ที่มาที่แท้จริง หลินหยวนยังคงต้องการทราบ
“หอหมื่นวิถี ชื่อเต็ม ‘หมื่นวิถีหมื่นหนทาง’ ทำการค้าเส้นทางวิวัฒนาการ
ไม่ว่าเจ้าจะซื้อเส้นทางวิวัฒนาการ หรือขายเส้นทางวิวัฒนาการ ก็สามารถ
ทำได้ผ่านหอหมื่นวิถี”
ผู้ปกครองว่านฉวี่กล่าวถึงตรงนี้ น้ำเสียงก็จริงจังขึ้น
“แต่มีข้อหนึ่ง ห้ามก่อเรื่องในหอหมื่นวิถี มิฉะนั้นแม้แต่ท่านอาจารย์ ก็ไม่
มั่นใจว่าจะช่วยเจ้าได้”
“แม้แต่ปราชญ์ก็ช่วยไม่ได้?”
หลินหยวนตกตะลึงเล็กน้อย
ทวีปแห่งความโกลาหลนี้เป็นดินแดนของปราชญ์กู่หมิง ปราชญ์กู่หมิงคือ
‘สวรรค์’ เพียงหนึ่งเดียว แม้แต่ปราชญ์กู่หมิง
กลับไม่สามารถช่วยคนที่ก่อเรื่องในหอหมื่นวิถีได้?
“ใช่”
ผู้ปกครองว่านฉวี่พยักหน้า
“หอหมื่นวิถีที่เราเห็น เป็นเพียงสาขา ส่วนหอหมื่นวิถีหลัก ไม่มีใครรู้ว่าอยู่
ที่ใด อยู่ในสถานที่ลึกลับแห่งความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล มีเพียง ‘แขก’ ที่
ได้รับเชิญเท่านั้นที่สามารถเข้าไปได้”
“และหอหมื่นวิถีสาขาแต่ละแห่ง จะมีภาพฉายของดวงตาหมื่นวิถีดวงตา
หมื่นวิถี คือผู้ดูแลที่แท้จริงของหอหมื่นวิถี เขาเที่ยงธรรม จะไม่ลำเอียง โดย
ปกติแล้วภาพฉายของดวงตาหมื่นวิถีจะไม่ปรากฏ จะปรากฏเมื่อประเมินเส้น
ทางวิวัฒนาการที่ไม่มั่นใจ”
ผู้ปกครองว่านฉวี่มองหลินหยวน ลดเสียงลง
“ดวงตาหมื่นวิถี แม้ว่าจะเป็นเพียงภาพฉาย ก็เพียงพอที่จะทำให้มหา
ปราชญ์แห่งความโกลาหลหวาดกลัว”
“ภาพฉาย?”
หลินหยวนตกตะลึงในใจ
เพียงภาพฉาย กลับมีพลังเช่นนี้ การคาดเดาขององค์จักรพรรดิ’ เซียนฮ
วง’เกี่ยวกับหอหมื่นวิถี——สงสัยว่าจะเป็นสิ่งที่สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาระดับ 13
ทิ้งไว้ อาจจะมีมูลความจริง
“ข้าตั้งใจจะเผยแพร่เส้นทางวิวัฒนาการ สามารถทำได้ผ่านหอหมื่นวิถี
ไหม?”
หลินหยวนกล่าวถึงวัตถุประสงค์ที่แท้จริง
หลังจากที่เปิดเส้นทางมากมายให้กับเส้นทางวิวัฒนาการวรยุทธ์หลิน
หยวนก็นำเรื่องการเผยแพร่เส้นทางวิวัฒนาการวรยุทธ์กลับมาพิจารณาอีกครั้ง
และการเผยแพร่เส้นทางวิวัฒนาการวรยุทธ์ จะไม่จำกัดอยู่เพียงภายใน
อารยธรรมมนุษย์
ุ
หลินหยวนปรารถนาให้เส้นทางวิวัฒนาการวรยุทธ์สามารถเผยแพร่ใน
ความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล ในทวีปแห่งความโกลาหลมากมาย
“ตราบใดที่เส้นทางวิวัฒนาการของเจ้าตรงตามข้อกำหนดของดวงตาหมื่น
วิถี ก็สามารถเผยแพร่ผ่านหอหมื่นวิถีได้”
ผู้ปกครองว่านฉวี่ส่ายหน้ากล่าว:
“แต่ทำได้ยาก เส้นทางวิวัฒนาการที่สามารถทำให้หอหมื่นวิถีเผยแพร่ได้
หายากมาก”
“เข้าใจแล้ว”
หลินหยวนพยักหน้า
หลังจากนั้น ก็สนทนากับผู้ปกครองว่านฉวี่อีกสองสามประโยคหลินหยวน
ก็ลุกขึ้นและกล่าวลา
‘โลกเศษเสี้ยว’ หินน้ำตาดาว หลินหยวนนั่งขัดสมาธิ ถุงผ้าสีม่วงลอยอยู่
ตรงหน้า ภายในบรรจุทรัพยากรที่ได้จากการขายต้นไม้ล้ำค่า 18 ต้น
“ผู้อาวุโสชังเวยหยาง…”
ในสมองของหลินหยวนปรากฏร่างกลมๆ คือภาพลักษณ์ที่เห็นในที่พำนักที่
ชังเวยหยางทิ้งไว้
“เผ่าศิลาแห่งเขตความว่างเปล่าว่านเซียง…” (万象 (wàn xiàng) หมายถึง
“หมื่นปรากฏการณ์”)
ภาพลักษณ์ของผู้อาวุโสชังเวยหยาง มอบสมบัติทั้งหมดให้หลินหยวน โดย
ไม่มีค่าตอบแทน เพียงขอร้องหนึ่งอย่าง
นั่นคือในอนาคตหากหลินหยวนมีความสามารถ ก็สามารถไปยังเขตความ
ว่างเปล่าว่านเซียง รับศิษย์จากเผ่าศิลา
นี้
คำขอนี้หลินหยวนจะทำหรือไม่ทำก็ได้ ชังเวยหยางไม่ได้กำหนดข้อผูกมัด
ใดๆ ขึ้นอยู่กับว่าหลินหยวนต้องการทำหรือไม่
“เขตความว่างเปล่าว่านเซียงควรอยู่ในทิศทางนั้น”
หลินหยวนมองไปยังตำแหน่งหนึ่ง คิดในใจ
ความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลเต็มไปด้วยพลังงานแห่งความโกลาหลที่
ไม่มีที่สิ้นสุด พลังงานแห่งความโกลาหลเหล่านี้อาจจะหนาแน่น หรือเบาบาง
ในบรรดาพื้นที่เหล่านั้น พื้นที่ที่มีพลังงานแห่งความโกลาหลหนาแน่น
เหมาะสำหรับการฝึกฝน ดังนั้นจึงถูกเรียกว่าเขตความว่างเปล่า
ส่วนพื้นที่ที่มีพลังงานแห่งความโกลาหลเบาบาง สิ่งมีชีวิตทีอาศัยอยู่ถาวร
ก็มีน้อย เรียกรวมกันว่าพื้นที่รกร้าง
ปัจจุบันเขตความว่างเปล่าที่หลินหยวนอยู่ เรียกว่าเขตความว่างเปล่า
เสินเฟิง
เขตความว่างเปล่าว่านเซียงอยู่ไม่ไกลจากเขตความว่างเปล่าเสินเฟิง ห่าง
กันเพียงสองสามเขตความว่างเปล่า
ตามปกติแล้ว ผู้ที่อยู่ในขอบเขตปกครองบินต่อเนื่องหลายสิบปีก็สามารถ
ข้ามเขตความว่างเปล่าได้
“เผ่าศิลา?”
หลินหยวนครุ่นคิด
เผ่าศิลา คือเผ่าพันธุ์ของผู้อาวุโสชังเวยหยาง
ในตอนนั้นผู้อาวุโสชังเวยหยางออกจากเผ่าพันธุ์ เดินทางในเขตความว่าง
เปล่าต่างๆ ในที่สุดก็ก้าวเข้าสู่ขอบเขตปกครอง และฝึกฝนจนถึงขอบเขต
ปกครองขั้นสูงสุด
นี้
ที่
ชังเวยหยางขอร้องเช่นนี้ คาดว่ากลัวว่าหลังจากที่เขาพังทลายเผ่าศิลาจะ
เผชิญกับอันตรายจากการสูญพันธุ์
เพราะในคำอธิบายของชังเวยหยาง เผ่าศิลาค่อนข้างอ่อนแอ ทั้งเผ่าพันธุ์
นอกจากเขามีผู้ปกครองเพียงคนเดียว มีเพียงผู้บุกเบิกวิถีสีห้าคน
“เอาเถอะ จะส่งร่างแยกไปที่เขตความว่างเปล่าว่านเซียง”
หลินหยวนขยับจิตใจ นอกทวีปแห่งความโกลาหลกู่หมิงพลังงานแห่งความ
โกลาหลล่องลอย รวมตัวกันเป็นร่างหนึ่ง รีบมุ่งหน้าไปยังเขตความว่างเปล่า
ว่านเซียง
หลังจากที่ความเชี่ยวชาญในกาลอวกาศถึงระดับ 8 ระยะทางในการรักษา
ร่างแยกของหลินหยวน ก็เพิ่มขึ้นอย่างมาก อย่าว่าแต่เขตความว่างเปล่าว่านเซี
ยงและเขตความว่างเปล่าเสินเฟิงจะห่างกันเพียงสองสามเขตความว่างเปล่า
แม้แต่ 20 ถึง 30 เขต ก็สามารถครอบคลุมได้
ความเข้าใจในกาลอวกาศระดับ 8 นี่คือระดับที่ปราชญ์อาวุโสสามารถเข้า
ถึงได้
การส่งร่างแยกไปทำตามคำขอของผู้อาวุโสชังเวยหยาง เป็นการกระทำ
ตามอำเภอใจของหลินหยวน
แม้ว่าผู้อาวุโสชังเวยหยางจะไม่ได้กำหนดข้อผูกมัดใดๆ แต่หลินหยวนก็ไม่
ต้องการที่จะฉวยโอกาสนั้น
เพราะในตอนนั้นสมบัติและอาวุธมากมายที่ผู้อาวุโสชังเวยหยางทิ้งไว้
กลายเป็น ‘เงินทุนก้อนแรก’ ของหลินหยวนในการสำรวจความว่างเปล่าแห่ง
ความโกลาหล ช่วยเหลือเขาได้มาก
หลินหยวนย่อมไม่ละเลย
ที่สำคัญที่สุดคือ คำขอของผู้อาวุโสชังเวยหยาง ทำได้ง่าย เพียงแค่รับศิษย์
จากเผ่าศิลา ไม่ใช่การปกป้องเผ่าศิลากี่ปีหรือตลอดไป
หลินหยวนส่งร่างแยกไป ด้วยความเร็วในการเดินทางของกาลอวกาศ
ระดับ 8 จะไม่ใช้เวลานาน
“เซวียนหยวน พวกเขามาแล้วเหรอ?”
หลินหยวนขยับจิตใจ พบว่าผู้แข็งแกร่งสูงสุดเซวียนหยวนและผู้แข็งแกร่ง
สูงสุดอีกแปดคน กำลังรออยู่ข้างนอก
เก็บถุงผ้าสีม่วง หลินหยวนลุกขึ้นและเดินออกไป
“หยินเหอ”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดเซวียนหยวนและผู้แข็งแกร่งสูงสุดอีกแปดคนมองหลิน
หยวนอย่างตื่นเต้น
“เจ้าเรียกพวกเรามา ซื้อเส้นทางวิวัฒนาการที่เหมาะสมได้แล้ว?”
ไม่นานมานี้ ผู้แข็งแกร่งสูงสุดเซวียนหยวนเคยขอให้หลินหยวนซื้อเส้นทาง
วิวัฒนาการระดับ 12 เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับผู้แข็งแกร่งระดับ 12 คนใหม่ของ
อารยธรรมมนุษย์ในอนาคต
“ยังไม่ได้”
หลินหยวนส่ายหน้า
“แต่ก็เกือบแล้ว”
“ยังไม่ได้?”
“เกือบแล้ว?”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดเซวียนหยวนสงสัย นี่เป็นสองความหมายทีตรงกันข้าม
“ข้าต้องการให้พวกท่านดูอะไรบางอย่าง”
ที่
หลินหยวนส่งเส้นทางวิวัฒนาการวรยุทธ์ที่เปิดเส้นทางมากมายผ่านเครือ
ข่ายโลกเสมือน ไปยังผู้แข็งแกร่งสูงสุดทั้งเก้า
“มันคืออะไร?”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดเซวียนหยวนคาดหวัง สิ่งที่สามารถทำให้หลินหยวนพูด
เช่นนี้ได้ ย่อมไม่ธรรมดา
ในไม่ช้า
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดทั้งเก้าก็รับเส้นทางวิวัฒนาการวรยุทธ์ที่หลินหยวนส่งมา
“หยินเหอ นี่ไม่ใช่เส้นทางวิวัฒนาการวรยุทธ์ที่เจ้าเปิด…”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดกู่ลี่ที่อยู่ข้างๆ มองคร่าวๆ กำลังจะพูด แต่สีหน้ากลับ
เปลี่ยนไป
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดกู่ลี่ดูอย่างจริงจัง จากนั้นก็มองหลินหยวนด้วยสีหน้า
เคร่งเครียด น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ
“นี่คือเส้นทางวิวัฒนาการวรยุทธ์?”