สวรรค์บันดาล: ข้าพเจ้าสร้างวิถี - บทที่ 554 ความโกลาหล
…………………………
(ระดับเทียนจุน ผมคิดคำได้แล้วนะครับ คือคำว่าผู้สูงส่งแห่งสรวงสวรรค์
หรือระดับผู้สูงส่งแห่งสรวงสวรรค์)
ลุยยยยยยยยยย
…………………………
ทันทีที่ร่างเทพสุริยันตะวันเพลิงนิรันดร์ก่อตัวขึ้น ข้อมูลจำนวนมากที่เกือบ
จะเป็นสัญชาตญาณก็หลั่งไหลเข้าสู่จิตใจของหลินหยวน
จิตสำนึกของหลินหยวนรับข้อมูลจำนวนมากอย่างรวดเร็วข้อมูลเหล่านี้มา
จากสัญชาตญาณของร่างเทพ เช่นเดียวกับที่มนุษย์รู้วิธีหายใจและลืมตาตั้งแต่
เกิด
“นี่คือร่างเทพสุริยันตะวันเพลิงนิรันดร์?”
หลินหยวนอดไม่ได้ที่จะตกตะลึง ระหว่างที่ร่างเทพสุริยันตะวันเพลิงนิรัน
ดร์กำลังเปลี่ยนแปลง เขาก็รู้สึกถึงความน่ากลัวของร่างกายนี้แล้ว
และในมรดกและบันทึกมากมายในหออัคคีผลาญสวรรค์ ก็มีข้อมูลเกี่ยว
กับร่างเทพสุริยันตะวันเพลิงนิรันดร์อยู่มากมาย
แต่เมื่อร่างกายของเขาเปลี่ยนเป็นร่างเทพสุริยันตะวันเพลิงนิรันดร์อย่าง
สมบูรณ์ หลินหยวนจึงตระหนักว่าเขายังคงประเมินร่างเทพนี้ต่ำไป
“แข็งแกร่งเกินไป”
หลินหยวนยกมือขวาขึ้น แม้ว่าจะยังคงเป็นเนื้อหนังและเลือด แต่ส่วน
ประกอบที่เล็กที่สุดได้กลายเป็นอนุภาคสุริยันที่มีลวดลายลึกลับปรากฏอยู่บน
พื้นผิวแล้ว
สิ่
“เผาผลาญทุกสิ่ง กลืนกินทุกอย่าง?”
หลินหยวนสัมผัสถึงรายละเอียดของร่างเทพสุริยันตะวันเพลิงนิรันดร์อย่าง
ถี่ถ้วน
เมื่อหลินหยวนรวบรวมเมล็ดพันธุ์ตะวันเพลิงนิรันดร์เมล็ดที่ 30,000 จิตใจ
ของเขาได้เข้าไปในมิติสีแดงเข้ม และได้เห็นร่างทีน่าจะเป็นบรรพชนตะวัน
เพลิงนิรันดร์
มีรูปลักษณ์มากมาย สิ่งมีชีวิตที่แตกต่างกันมองเห็นภาพทีแตกต่างกัน
และร่างเทพสุริยันตะวันเพลิงนิรันดร์…ร่างเทพสุริยันตะวันเพลิงนิรันดร์ที่
ผู้แข็งแกร่งตื่นขึ้นก็มีความแตกต่างกัน
ร่างเทพสุริยันตะวันเพลิงนิรันดร์ของหลินหยวน นอกจากจะรักษาพลัง
การเผาไหม้ที่ไม่มีที่สิ้นสุดแล้ว ยังมีความสามารถในการกลืนกินอีกด้วย
สิ่งมีชีวิตหรือสิ่งไม่มีชีวิตใดๆ ที่ถูกหลินหยวนเผาผลาญด้วยพลังของร่าง
เทพสุริยันตะวันเพลิงนิรันดร์ แหล่งกำเนิดของมันจะถูกดูดซับโดยตรง
แม้แต่กาลอวกาศก็สามารถเผาผลาญได้ กลายเป็นแหล่งกำเนิดเพื่อเติม
เต็มหลินหยวน
การกลืนกินและการดูดซับนี้เกิดขึ้นในทันที ไม่ต้องใช้เวลาในการกลั่น
พูดง่ายๆ คือ ในขณะนี้ การต่อสู้ของหลินหยวนไม่ใช่การใช้พลังงาน แต่
เป็นการกินอาหาร
“ความสามารถนี้…”
หลินหยวนส่ายหน้าเล็กน้อย มันผิดปกติเกินไป เหมือนกับ
“เครื่องจักรนิรันดร์” ไม่มีปัญหาเรื่องการใช้พลังงาน
ต้องรู้ว่า แม้แต่ปราชญ์แห่งความโกลาหล ก็ยังกังวลเรื่องการใช้พลังงาน
มากเกินไป มหาปราชญ์แห่งความโกลาหลย่อมดีกว่ามากสามารถกลั่นพลังงาน
พื่
แห่งความโกลาหลเพื่อเติมเต็มตนเองได้ตลอดเวลา
แต่ถ้าไม่มีพลังงานแห่งความโกลาหลอยู่รอบๆ ล่ะ?
ความสามารถของร่างเทพสุริยันตะวันเพลิงนิรันดร์ของหลินหยวนคือการ
เผาผลาญทุกสิ่ง กลืนกินทุกอย่าง พลังงานแห่งความโกลาหลสามารถเผา
ผลาญและกลืนกินได้ ทักษะการสังหารของศัตรูก็สามารถเผาผลาญและกลืน
กินได้ สิ่งที่มองเห็นและมองไม่เห็น สิ่งทีเป็นรูปธรรมและไม่มีตัวตน ล้วน
สามารถเผาผลาญและกลืนกินได้
วูบ!
ปลายนิ้วของหลินหยวนมีเปลวไฟลุกขึ้น
เปลวไฟลุกไหม้อย่างเงียบงัน อวกาศโดยรอบบิดเบี้ยวเล็กน้อย มีรอยแตก
ปรากฏขึ้น หลินหยวนรู้สึกถึงกระแสความอบอุ่นไหลเข้าสู่ร่างกายของเขาทันที
“นี่คือความรู้สึกหลังจากเผาผลาญและกลืนกินอวกาศ?”
หลินหยวนครุ่นคิด จากนั้นก็ดับเปลวไฟด้วยตัวเอง
ควรใช้ความสามารถนี้ด้วยความระมัดระวัง หากไม่ระวัง อาจทำให้กาล
อวกาศพังทลายในวงกว้าง และดึงดูดความสนใจจากผู้มีอำนาจระดับสูงของ
อาณาจักรโบราณเลี่ยหยาง
ท้ายที่สุด เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องดี หากปล่อยให้หลินหยวนเผาผลาญอย่างไม่
บันยะบันยัง อาณาจักรโบราณเลี่ยหยางทั้งหมดอาจถูกเผาผลาญและกลืนกิน
จนหมดสิ้น
แน่นอนว่า อาณาจักรโบราณเลี่ยหยางมีอาณาเขตกว้างใหญ่การเผาผลาญ
และกลืนกินพื้นที่ขนาดใหญ่นี้ต้องใช้เวลามาก
และผู้มีบรรดาศักดิ์ในอาณาจักรย่อมไม่ยอมให้หลินหยวนเผาผลาญและ
กลืนกิน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงตะวันเพลิงนิรันดร์ที่อยู่เหนือท้องฟ้า (ผู้มีบรรดาศักดิ์
หมายถึงพวกโหว พวกหวัง ที่อาณาจักรแต่งตั้งให้)
ที่
ที่
ที่
นั้
ที่สำคัญที่สุดคือ แหล่งกำเนิดที่กลืนกินมานั้น สามารถเติมเต็มการใช้
พลังงานและรักษาอาการบาดเจ็บได้ นอกจากนี้ไม่มีประโยชน์อื่นๆ อีกมาก
“ความแข็งแกร่งของเราในตอนนี้…”
หลินหยวนถอนหายใจเบาๆ
การเผาผลาญและกลืนกิน เป็นเพียงหนึ่งในความสามารถของร่างเทพ
สุริยันตะวันเพลิงนิรันดร์ หลังจากที่ร่างเทพสุริยันตะวันเพลิงนิรันดร์
เปลี่ยนแปลงเสร็จสิ้น พลังร่างกายและความแข็งแกร่งของหลินหยวนก็เพิ่มขึ้น
อย่างมาก
“ในด้านการโจมตีโดยตรง เราน่าจะไม่ด้อยไปกว่าร่างจริงในความว่างเปล่า
แห่งความโกลาหล และหากเข้าสู่การต่อสู้ที่ยืดเยื้อ คนที่จะชนะในที่สุดก็คือ
เรา”
หลินหยวนตรวจสอบตนเอง ความสามารถในการเผาผลาญและกลืนกิน
ของร่างเทพสุริยันตะวันเพลิงนิรันดร์ที่เขาตื่นขึ้นมานั้นไร้เทียมทานในการต่อสู้
ที่ยืดเยื้อ
ต้องการแข่งขันเรื่องการใช้พลังงาน?
แม้แต่มหาปราชญ์ก็อาจไม่แข็งแกร่งไปกว่าหลินหยวน
“ร่างเทพสุริยันตะวันเพลิงนิรันดร์!”
หลินหยวนสัมผัสถึงรายละเอียดของร่างเทพ ร่างเทพสุริยันตะวันเพลิงนิ
รันดร์ที่ผู้แข็งแกร่งตื่นขึ้นมามีความแตกต่างกัน แต่ทุกคนมีความสามารถ
เหมือนกันอย่างหนึ่ง
นั่นคือ – เปลี่ยนร่างเทพสุริยัน
นี่คือทักษะการสังหารขั้นสุดยอดของร่างเทพสุริยันตะวันเพลิงนิรันดร์ เมื่อ
ใช้ ร่างกายจะเปลี่ยนรูปร่างอย่างสมบูรณ์ กลายเป็นสุริยันตะวันเพลิงนิรันดร์
ขนาดเล็ก
มื่
นั้
เมื่อถึงเวลานั้น จะสามารถยืมพลังเล็กน้อยจากตะวันเพลิงนิรันดร์บนฟาก
ฟ้าได้
แน่นอนว่า ทักษะการสังหารขั้นสุดยอดนี้เป็นภาระอย่างมากต่อแหล่ง
กำเนิดของร่างเทพสุริยันตะวันเพลิงนิรันดร์ หากไม่ถึงที่สุดก็ไม่ควรใช้
ใช้ครั้งเดียว ต้องใช้เวลาหลายล้านปีหรือหลายสิบล้านปีจึงจะฟื้นตัวได้
“ร่างเทพสุริยันตะวันเพลิงนิรันดร์ที่ข้าตื่นขึ้นมานั้น การเพิ่มพลังทาง
ร่างกายแข็งแกร่งกว่าร่างเทพสุริยันตะวันเพลิงนิรันดร์อื่นๆ มาก”
หลินหยวนคิดในใจ ร่างเทพสุริยันตะวันเพลิงนิรันดร์ในฐานะร่างเทพที่
แข็งแกร่งที่สุดของอาณาจักรโบราณเลี่ยหยาง จึงมีคำอธิบายเกี่ยวกับร่างกายนี้
มากมาย
หลินหยวนจึงรู้ว่าผู้แข็งแกร่งคนอื่นๆ ที่ตื่นขึ้นพร้อมกับร่างเทพสุริยัน
ตะวันเพลิงนิรันดร์ จะได้รับการเพิ่มพลังอย่างไร
ซึ่งการเพิ่มพลังนั้นน้อยกว่าเขามาก
“เป็นอิทธิพลของเมล็ดพันธุ์ตะวันเพลิงนิรันดร์”
หลินหยวนพยักหน้าเล็กน้อย
ตั้งแต่ร่างเทพสุริยันตะวันเพลิงนิรันดร์ยังอยู่ในช่วงเปลี่ยนแปลงหลิน
หยวนสามารถรับรู้ได้ถึงผลกระทบของจำนวนเมล็ดพันธุ์ตะวันเพลิงนิรันดร์ที่มี
ต่อการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย
ตอนนี้ได้รับการยืนยันแล้ว
อันที่จริง ยิ่งรวบรวมเมล็ดพันธุ์ตะวันเพลิงนิรันดร์ได้มากเท่าไหร่พลังของ
ร่างเทพสุริยันตะวันเพลิงนิรันดร์ที่ตื่นขึ้นก็จะยิ่งสูงขึ้นเท่านั้นนี่ไม่ใช่ความลับใน
หมู่ผู้ยิ่งใหญ่ของอาณาจักรโบราณเลี่ยหยาง
แต่การรับรู้เป็นเรื่องหนึ่ง การทำได้จริงเป็นอีกเรื่องหนึ่ง
ความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล
หลินหยวนนั่งขัดสมาธิ
“ร่างเทพสุริยันตะวันเพลิงนิรันดร์…”
หลินหยวนสังเกตรายละเอียดของร่างเทพสุริยันตะวันเพลิงนิรันดร์อย่าง
ถี่ถ้วน
ร่างแยกในโลกต้นกำเนิดและเขาแบ่งปันจิตสำนึกเดียวกันเท่ากับว่าหลิน
หยวนสามารถสังเกตร่างเทพนี้ได้จากทุกมุม
“การทำซ้ำร่างกายนี้คงยาก”
หลินหยวนสรุป
ร่างเทพสุริยันตะวันเพลิงนิรันดร์ซับซ้อนเกินไป ส่วนประกอบทีเล็กที่สุด
คืออนุภาคไฟที่มีลวดลายลึกลับนับไม่ถ้วนปรากฏอยู่บนพื้นผิว
สิ่งนี้ทำให้หลินหยวนรู้สึกเหมือนกำลังเผชิญหน้ากับจักรวาลอันกว้างใหญ่
ร่างเทพสุริยันตะวันเพลิงนิรันดร์ในโลกต้นกำเนิดเปลี่ยนแปลงตาม
ธรรมชาติ
ตามการไหลเวียนที่เกิดจากเมล็ดพันธุ์ตะวันเพลิงนิรันดร์ 3,333 เมล็ด
เปลี่ยนแปลงร่างกายอย่างช้าๆ ในที่สุดก็เปลี่ยนเป็นร่างเทพสุริยันตะวันเพลิงนิ
รันดร์
และในความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล เมล็ดพันธุ์ตะวันเพลิงนิรันดร์ไม่มี
ประโยชน์ ดังนั้นหากต้องการทำซ้ำร่างเทพสุริยันตะวันเพลิงนิรันดร์ที่นี่ ต้อง
เข้าใจอนุภาคไฟที่เล็กที่สุดทุกอนุภาค
“ค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป”
หลินหยวนรวบรวมความคิด ด้วยความเข้าใจท้าทายสวรรค์ การเข้าใจ
แก่นแท้ของร่างเทพสุริยันตะวันเพลิงนิรันดร์นั้นยาก แต่ก็ไม่ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้
หลินหยวนพยายามเข้าใจร่างเทพสุริยันตะวันเพลิงนิรันดร์ ไม่ใช่ว่า
ต้องการทำซ้ำร่างเทพสุริยันตะวันเพลิงนิรันดร์ในความว่างเปล่าแห่งความ
โกลาหล แต่เป็นเพราะเขาสนใจองค์ประกอบของอนุภาคทีเล็กที่สุดของร่าง
เทพสุริยันตะวันเพลิงนิรันดร์
นั่นอาจเกี่ยวข้องกับวิถีสวรรค์อีกแบบหนึ่ง วิถีสวรรค์ที่ไม่ด้อยไปกว่า 《สุญ
ญาอนันต์》 มรดกระดับ 13
หากสามารถเข้าใจได้ ก็สามารถใช้ความรู้นั้นเพื่อสร้างร่างกายอื่นๆ ที่ไม่
ด้อยไปกว่าร่างเทพสุริยันตะวันเพลิงนิรันดร์ได้อย่างง่ายดาย ทำให้ร่างกายไป
ถึงระดับที่เหลือเชื่อ
เมืองชิงเฝิน
หญิงสาวผมสีม่วงและผู้แข็งแกร่งจากอาณาเขตจื่อเมิ่งรวมตัวกันอยู่ที่หนึ่ง
“ในที่สุดก็แอบเข้ามาได้แล้ว”
ชายร่างผอมมีสีหน้าเคร่งขรึม
ในขณะนี้ พวกเขาอยู่ในเมืองชิงเฝิน หากถูกพบเห็น จะต้องตายอย่าง
แน่นอน
ชิงเฝินโหวสามารถลบพวกเขาทั้งหมดได้เพียงแค่คิด
“พวกเราใช้สมบัติล้ำค่าเพื่อปกปิดพลังงานของตนเอง ตราบใดที่ชิงเฝิน
โหวไม่ได้จ้องมองมาที่พวกเรา ก็จะไม่สังเกตเห็น”
หญิงสาวผมสีม่วงพูดอย่างใจเย็น
เมืองชิงเฝินในฐานะเมืองหลวง เป็นศูนย์กลางของดินแดนชิงเฝินทั้งหมด
มีผู้แข็งแกร่งเข้าออกมากมาย
ชิงเฝินโหวจะตรวจสอบสิ่งมีชีวิตทุกตัวที่เข้ามาในเมืองได้อย่างไร?
ตั้
“หากเมืองชิงเฝินไม่ได้ติดตั้งค่ายกลตรวจจับความหนาแน่นของชีวิต ก็คง
ไม่จำเป็นต้องให้พวกเราแอบเข้ามา”
หญิงสาวผมสีม่วงส่ายหน้าเล็กน้อย
ในขณะนี้ ผู้แข็งแกร่งจากอาณาเขตจื่อเมิ่งที่แอบเข้าไปในเมืองชิงเฝินมี
เพียงสิบสองคน หากมากกว่านี้ สามารถทำให้ค่ายกล
ตรวจจับความหนาแน่นของชีวิตทำงาน และดึงดูดความสนใจของชิงเฝิน
โหว
ชีวิตมีความหนาแน่น พลังงานสามารถปกปิดได้ แต่ความหนาแน่นของ
ชีวิตไม่สามารถซ่อนได้
เมืองชิงเฝินในฐานะเมืองหลวง การมีสิ่งมีชีวิตขอบเขตปกครองเพิ่มขึ้นสิบ
กว่าคนก็ไม่ใช่เรื่องแปลก
แต่หากมากกว่านี้ ก็ผิดปกติ
เช่น ส่งผู้ที่อยู่ในขอบเขตปกครองห้าสิบคนหรือร้อยคน?
หากความหนาแน่นของชีวิตในเมืองชิงเฝินถึงขีดจำกัด แม้ว่าชิงเฝินโหวจะ
ไม่รู้สึกถึงความผิดปกติ ก็จะตรวจสอบทั้งเมืองในทันที
เมื่อเริ่มตรวจสอบ เมืองชิงเฝินจะเข้าสู่สถานะป้องกันอย่างเต็มที่เมื่อถึง
เวลานั้น หากชิงเฝินโหวเตรียมพร้อมแล้ว จื่อเมิ่งโหวก็อาจจะไม่สำเร็จ
“ภารกิจของพวกเราในครั้งนี้สำคัญมาก ต้องใช้ผลึกหมื่นค่ายกลทำซ้ำค่าย
กลใหญ่ทั้งหมดของเมืองชิงเฝิน ต้องสำเร็จเท่านั้น”
หญิงสาวผมสีม่วงพูดอย่างจริงจัง หากแผนการนี้ล้มเหลว ในอนาคตหาก
ต้องการโจมตีดินแดนชิงเฝิน ย่อมต้องจ่ายราคาที่แพงมาก
และสุดท้ายก็อาจจะไม่สามารถยึดได้
“ไม่มีปัญหา”
อื่
สิ่
ที่
นั้
คนอื่นๆ พยักหน้า พวกเขารู้ว่าสิ่งที่พวกเขาต้องทำนั้นสำคัญเพียงใด
ถึงกับนำสมบัติล้ำค่าเช่นผลึกหมื่นค่ายกลติดตัวมาด้วย เพื่อใช้ในการทำ
ซ้ำค่ายกล
ผลึกหมื่นค่ายกล เป็นสิ่งที่ปรมาจารย์ค่ายกลของอาณาจักรสร้างขึ้นอย่าง
ยากลำบาก มีค่ามหาศาล
ครั้งนี้หากไม่เกี่ยวข้องกับแผนการระดับอาณาจักร ก็คงไม่นำออกมาใช้
“ศิษย์พี่ ต่อไปต้องทำอย่างไร?”
หญิงชราหลังค่อมมองไปที่หญิงสาวผมสีม่วง ถามด้วยเสียงต่ำ
“รอ”
หญิงสาวผมสีม่วงกล่าว
“รอ?”
ทุกคนมองหน้ากัน
“รอท่านอาจารย์ลงมือ ถ่วงเวลาชิงเฝินโหว เมื่อถึงเวลานั้น พวกเราจะ
ดำเนินการตามแผน”
หญิงสาวผมสีม่วงพูดอย่างใจเย็น หากชิงเฝินโหวยังมีพลังเหลือพวกเขาก็
ไม่กล้าเปิดเผยพลังงาน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการใช้ผลึกหมื่นค่ายกลทำซ้ำค่ายกล
“ตกลง”
ทุกคนพยักหน้า
ก่อนที่จะแอบเข้าไปในเมืองชิงเฝิน พวกเขาไม่รู้ว่าแผนการจะดำเนินการ
อย่างไร รู้ก็ต่อเมื่อเข้ามาแล้ว และได้ยินจากหญิงสาวผมสีม่วง
“หวังว่าทุกอย่างจะราบรื่น”
หญิงสาวผมสีม่วงคิดในใจ
หากสามารถทำซ้ำค่ายกลของเมืองชิงเฝินได้สำเร็จ นั่นเท่ากับการสร้างผล
งานอันยิ่งใหญ่ ด้วยรางวัลจากอาณาจักร เธออาจจะก้าวเข้าสู่ขอบเขตผู้ยิ่งใหญ่
ได้อย่างสมบูรณ์
หญิงสาวผมสีม่วงเป็นผู้ที่อยู่ในขอบเขตปกครองขั้นสูงสุด ก้าวเข้าสู่
ขอบเขตผู้ยิ่งใหญ่ไปครึ่งก้าวแล้ว
รู้ดีถึงความแตกต่างระหว่างผู้ยิ่งใหญ่และผู้ที่อยู่ต่ำกว่าผู้ยิ่งใหญ่
อันที่จริง ผู้แข็งแกร่งจากอาณาเขตจื่อเมิ่งสิบกว่าคนที่แอบเข้ามานี้ ล้วนมี
ความแข็งแกร่งระดับกึ่งผู้ยิ่งใหญ่
ภายใต้ข้อจำกัดด้านจำนวน ผู้ที่อยู่ในขอบเขตปกครองที่แอบเข้ามา ยิ่ง
แข็งแกร่งยิ่งดี
“หืม?”
ชิงเฝินโหวที่กำลังบ่มเพาะอยู่ ลืมตาขึ้นทันที
ไม่ไกลออกไป หญิงสาวในชุดสีม่วงปรากฏตัวขึ้นอย่างเงียบงัน
“จื่อเมิ่ง”
ชิงเฝินโหวจ้องมองหญิงสาวในชุดสีม่วง ยิ้มและพูด:
“ทำไมถึงส่งร่างแยกมาเพียงร่างเดียว?”
หากหญิงสาวในชุดสีม่วงเป็นร่างจริง ชิงเฝินโหวคงไม่พูดมากความ คงใช้
ค่ายกลใหญ่ของเมืองชิงเฝินปราบปรามทันที
การจับผู้มีบรรดาศักดิ์ของอาณาจักรศัตรูได้ เป็นผลงานอันยิ่งใหญ่
แม้ว่าจะไม่สามารถจับได้ การสังหารหรือทำให้บาดเจ็บสาหัส ก็ยังเป็น
ประโยชน์อย่างมากต่อชิงเฝินโหว
แต่น่าเสียดาย
ชิงเฝินโหวรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่า จื่อเมิ่งโหวที่อยู่ตรงหน้าเป็นเพียงร่าง
แยก
“สำหรับข้า ร่างแยกและร่างจริงไม่ต่างกันมากนัก”
จื่อเมิ่งโหวพูดอย่างอ่อนโยน วิถีที่เธอเดินคือวิถีแห่งจิตวิญญาณและ
ภาพลวงตา ไม่ถนัดด้านร่างกาย
แม้ว่าจะเป็นเพียงร่างแยก ตราบใดที่จิตใจแข็งแกร่งเพียงพอ ก็ยังสามารถ
แสดงพลังที่น่ากลัวได้
“เพียงแค่ร่างแยก จะมีจิตใจมากเพียงใด? วิชาลับที่ใช้นั้นจะแข็งแกร่งถึง
เพียงนั้นเลยรึ?”
ชิงเฝินโหวไม่เชื่อ
“ชิงเฝิน ข้าใช้เวลา 30,000 ปีเพื่อทอความฝันที่สวยงามให้เจ้าเข้ามาดูสิ”
เสียงของหญิงสาวในชุดสีม่วงซ้อนทับกัน
ชิงเฝินโหวรู้สึกได้ทันทีว่าจิตสำนึกของเขากำลังร่วงหล่น
“ไม่ดี”
“ร่างแยกของเจ้านี่ มีแหล่งกำเนิดของร่างจริงอยู่ด้วย? เจ้ากล้าทำเช่นนี้ได้
อย่างไร?”
ชิงเฝินโหวเบิกตากว้าง พยายามต้านทานไม่ให้หลับใหล
ในเวลาเดียวกัน กลับมีเขาวงกตมิติปรากฏขึ้นรอบๆ ในฐานะสถานที่บ่ม
เพาะ สถานที่ที่เป็นแกนกลางของค่ายกลใหญ่ของเมืองชิงเฝิน สามารถใช้พลัง
ของค่ายกลเพื่อป้องกันตนเองได้เพียงแค่คิด
“จื่อเมิ่ง เจ้าสามารถขังข้าไว้ได้ไม่เกินร้อยลมหายใจ”
ที่จื่
มิ่
ชิงเฝินโหวจ้องมองไปที่จื่อเมิ่งโหว จิตใจกำลังร่วงหล่นอย่างรวดเร็ว
ก่อนที่จะร่วงหล่นอย่างสมบูรณ์ ชิงเฝินโหวได้ส่งข้อความไปยังศิษย์
ทั้งหมดแล้ว
“ร้อยลมหายใจ ก็เพียงพอแล้ว!”
จื่อเมิ่งโหวมองไปที่ชิงเฝินโหวที่กำลังหลับใหล
เธอจ่ายราคาที่ไม่น้อย เพื่อขังชิงเฝินโหวไว้ร้อยลมหายใจ ไม่ใช่เพื่อสังหาร
ชิงเฝินโหว
นี่เป็นไปไม่ได้ ภายใต้การคุ้มครองของค่ายกลใหญ่ของเมืองชิงเฝิน แม้ว่า
เธอจะเป็นเพียงร่างแยก แม้จะมีผู้ยิ่งใหญ่ระดับสูงสุดอีกเจ็ดแปดคน ก็ยากที่จะ
สัมผัสชิงเฝินโหวภายในร้อยลมหายใจ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการสังหาร
ยิ่งกว่านั้น แม้ว่าชิงเฝินโหวจะถูกสังหาร เขาก็ยังมีวิธีเอาชีวิตรอด ไม่ได้
ตายจริงๆ
ไม่มีความหมายมากนัก
แผนที่แท้จริงของจื่อเมิ่งโหว คือศิษย์ที่แอบเข้าไปในเมืองชิงเฝินพร้อมกับ
ผลึกหมื่นค่ายกล
เมื่อจิตสำนึกของชิงเฝินโหวหลับใหล ไม่ใช่แค่จิตสำนึกของร่างจริง แต่
จิตสำนึกของร่างแยกและอวตารทั้งหมดก็หลับใหลเช่นกัน
ในกรณีนี้ เมืองชิงเฝินก็ไร้ผู้นำ ร้อยกว่าลมหายใจ เพียงพอทีผลึกหมื่นค่าย
กลจะทำซ้ำค่ายกลทั้งหมดในเมืองชิงเฝินได้แล้ว
ก่อนที่ชิงเฝินโหวจะหลับใหล เขาได้ส่งข้อความไปยังศิษย์ทั้งหมดแล้ว
“ท่านโหวให้พวกเราไปที่แกนกลางของค่ายกลทันที?”
เฟิงว่านซิงและผู้ที่อยู่ในขอบเขตปกครองคนอื่นๆ ได้รับข้อความจา
กชิงเฝินโหว แม้ว่าจะสงสัย แต่ก็ไม่ลังเล รีบดำเนินการตามแผนทีวางไว้
นี้
ที่
ไม่นานมานี้ ชิงเฝินโหวรู้สึกถึงความผิดปกติ จึงได้บอกเฟิงว่านซิงและผู้ที่
อยู่ในขอบเขตปกครองคนอื่นๆ ล่วงหน้าว่า หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันใดๆ
ไม่ต้องสนใจที่อื่นในเมือง ให้ปกป้องแกนกลางของค่ายกลเหล่านั้นไว้ก็พอ
ตามที่ชิงเฝินโหวคาดการณ์ไว้ แม้ว่าจะเกิดสถานการณ์ทีเลวร้ายที่สุด จื่อ
เมิ่งโหวลงมือ เป้าหมายก็คือการทำลายแกนกลางของค่ายกลในเมืองชิงเฝิน
ตราบใดที่ปกป้องแกนกลางของค่ายกลไว้ได้ ค่ายกลใหญ่ของเมืองชิงเฝิ
นก็จะไม่มีปัญหา แผนการของอาณาเขตจื่อเมิ่งย่อมต้องล้มเหลวไปเอง
“หืม?”
“อาจารย์สั่งให้เราอย่าออกไป?”
หลินหยวนได้รับข้อความสุดท้ายจากชิงเฝินโหว
“น้ำเสียงเร่งรีบมาก น่าจะมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น”
หลินหยวนคาดเดาในใจ ในขณะเดียวกันก็มองไปยังภายนอกหออัคคี
ผลาญสวรรค์
“เนื่องจากอาจารย์สั่งให้เราอย่าออกไป เราก็จะไม่ออกไปแน่นอน”
หลินหยวนเริ่มควบคุมค่ายกลรอบๆ หออัคคีผลาญสวรรค์ ปกติค่ายกล
เหล่านี้จะทำงานอย่างลับๆ เมื่อเกิดวิกฤตจะสามารถทำงานเอง สำหรับหลิน
หยวน เพื่อความปลอดภัย จึงให้ค่ายกลทำงานในสถานะป้องกันสูงสุด
สถานะนี้ใช้พลังงานมาก แต่หลังจากที่หลินหยวนคาดเดาว่าชิงเฝินโหวมี
ปัญหา เขาก็ไม่สนใจการใช้พลังงานเหล่านี้
“ท่านอาจารย์สามารถถ่วงเวลาชิงเฝินโหวได้สำเร็จแล้ว”
หญิงสาวผมสีม่วงได้รับข้อความ บนใบหน้ามีรอยยิ้มปรากฏขึ้น
แผนการของอาณาเขตจื่อเมิ่งในครั้งนี้ ส่วนที่สำคัญที่สุดคือการที่ชิงเฝิน
โหวจะถูกถ่วงเวลาได้หรือไม่
หากไม่สามารถถ่วงเวลาได้ ทุกอย่างก็ไร้ค่า หากพวกเขากล้าปรากฏตัว
เมื่อใด เมื่อนั้นคงต้องตาย
“มีเวลาเพียงเจ็ดสิบลมหายใจ”
หญิงสาวผมสีม่วงมองไปที่คนอื่นๆ ที่อยู่ข้างหลัง
จื่อเมิ่งโหวมั่นใจว่าสามารถขังชิงเฝินโหวไว้ได้มากกว่าร้อยลมหายใจ แต่
พวกเขาต้องเผื่อเวลาไว้สำหรับการถอนตัวออกจากเมืองชิงเฝิน
“เริ่มกันเถอะ”
หญิงสาวผมสีม่วงโบกมือ ทันใดนั้นก็มีร่างขนาดใหญ่หลายร้อยร่างปรากฏ
ขึ้น ร่างขนาดใหญ่เหล่านี้ล้วนเป็นหุ่นเชิดขอบเขตปกครองขั้นสูงสุด ไม่มี
พลังงานชีวิต จึงสามารถหลบเลี่ยงการตรวจจับของค่ายกลเมืองชิงเฝินได้
ตูม!
หุ่นเชิดขอบเขตปกครองขั้นสูงสุดหลายร้อยตัวต่างเริ่มสร้างความโกลาหล
ในเมืองชิงเฝินทันที ดึงดูดความสนใจ
ส่วนหญิงสาวผมสีม่วงและผู้แข็งแกร่งคนอื่นๆ ต่างปกปิดร่างกายถือผลึก
หมื่นค่ายกล เริ่มทำซ้ำค่ายกลใหญ่ของเมืองชิงเฝินอย่างลับๆ
แกนกลางของค่ายกลแห่งหนึ่ง
หญิงสาวผมสีม่วงและผู้แข็งแกร่งคนอื่นๆ ปรากฏตัวขึ้น
“ศิษย์ของชิงเฝินโหวกำลังปกป้องอยู่ข้างใน”
หญิงสาวผมสีม่วงยิ้มเล็กน้อย
“ชิงเฝินโหวนี่สมกับเป็นผู้ยิ่งใหญ่ระดับสูงสุดที่ต่อสู้กับอาณาเขตจื่อเมิ่ง
ของเรามานาน คิดรอบคอบมาก คาดเดาเป้าหมายของพวกเราได้ อาจเป็นแกน
กลางของค่ายกลในเมือง…”
อื่
ยิ้
ผู้แข็งแกร่งคนอื่นๆ ก็ยิ้มเช่นกัน
ชิงเฝินโหวเพิ่งถูกถ่วงเวลา ศิษย์เหล่านี้ก็เข้าไปปกป้องแกนกลางของค่าย
กล เห็นได้ชัดว่าเป็นการเตรียมการล่วงหน้า
แต่น่าเสียดาย พวกเขามีผลึกหมื่นค่ายกล ไม่จำเป็นต้องทำลายแกนกลาง
ของค่ายกล เพียงแค่ทำซ้ำจากระยะไกล รอเอากลับไปให้ปรมาจารย์ค่ายกล
ของอาณาจักรถอดรหัสก็พอ
การบุกทำลายแกนกลางของค่ายกลโดยตรง กับการทำซ้ำอย่างลับๆ จาก
ภายนอก ความยากต่างกันอย่างสิ้นเชิง
หญิงสาวผมสีม่วงและผู้แข็งแกร่งคนอื่นๆ ใช้เวลาสามลมหายใจใช้ผลึก
หมื่นค่ายกลทำซ้ำแกนกลางของค่ายกลนี้เสร็จสิ้น จากนั้นก็จากไปอย่าง
เงียบเชียบ
ตลอดเวลา ศิษย์ของชิงเฝินโหวที่ปกป้องแกนกลางของค่ายกลอยู่ข้างใน
ไม่ได้พบเห็นหญิงสาวผมสีม่วงและคนอื่นๆ
เวลาผ่านไป
ผ่านไปยี่สิบลมหายใจอย่างรวดเร็ว
“ทำซ้ำแกนกลางของค่ายกลได้หกแห่งแล้ว”
หญิงสาวผมสีม่วงพอใจมาก ทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่น หุ่นเชิดขอบเขต
ปกครองขั้นสูงสุดหลายร้อยตัวดึงดูดความสนใจทั้งหมดของเมืองชิงเฝิน
พวกเขาแทบไม่เจออุปสรรคใดๆ เลยตลอดทาง
เมืองชิงเฝินมีแกนกลางของค่ายกลทั้งหมดสิบสองแห่ง ตอนนีพวกเขาทำ
ซ้ำได้เก้าแห่งแล้ว ใช้เวลาเพียงยี่สิบลมหายใจ มีเวลาเหลือเฟือ
“ไปกันเถอะ ไปที่แกนกลางของค่ายกลแห่งต่อไป”
หญิงสาวผมสีม่วงและผู้แข็งแกร่งคนอื่นๆ รีบไปยังเป้าหมายต่อไปทันที