สวรรค์บันดาล: ข้าพเจ้าสร้างวิถี - บทที่ 556 ศิษย์ของข้าเป็นผู้ยิ่งใหญ่?
“ตราบใดที่ศิษย์น้องเล็กยังอยู่ในหออัคคีผลาญสวรรค์ ด้วยการคุ้มครอง
ของค่ายกล ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร”
ในช่วงเวลาสั้นๆ เฟิงว่านซิงคิดไปหลายอย่าง แต่ความกังวลกลับไม่ได้ลด
ลงเลย
ถ้าเกิดอะไรขึ้นล่ะ?
ถ้าอาณาเขตจื่อเมิ่งมีวิธีหลีกเลี่ยงค่ายกลของหออัคคีผลาญสวรรค์ล่ะ?
หรือสามารถล่อหลินหยวนออกมาได้?
มีเหตุการณ์ไม่คาดฝันมากเกินไปที่อาจเกิดขึ้นได้
เดิมทีเฟิงว่านซิงก็สงสัยในการกระทำของอาณาเขตจื่อเมิ่งในครั้งนี้ เสียค่า
ใช้จ่ายเพื่อถ่วงเวลาชิงเฝินโหว
สุดท้ายก็แค่ให้หุ่นเชิดหลายร้อยตัวมาอาละวาดในเมือง?
นี่ไม่สมเหตุสมผลเลย
หุ่นเชิดขอบเขตปกครองขั้นสูงสุดหลายร้อยตัว ค่าใช้จ่ายสูงมากแล้ว
หากนำไปใช้ในสนามรบ ย่อมสามารถจัดตั้งเป็นกองทัพได้
แต่ในเมือง?
อย่างมากก็แค่สร้างความวุ่นวาย
ไม่สามารถสร้างความเสียหายมากมายให้กับเมืองชิงเฝินได้
ขาดทุน
จื่
มิ่
นั้
พื่
อาณาเขตจื่อเมิ่งจะทำแบบนั้นเพื่ออะไร?
และตอนนี้ เมื่อรับรู้ถึงความผันผวนของกาลอวกาศที่มาจากหออัคคี
ผลาญสวรรค์
เฟิงว่านซิงก็มีการคาดเดาและความคิดมากขึ้น
หรือว่าเป้าหมายสุดท้ายของอาณาเขตจื่อเมิ่งคือศิษย์น้องเล็ก?
แม้ว่าความเป็นไปได้นี้จะไม่น่าเชื่อ ชิงเฝินโหวให้ความสำคัญกับหลิน
หยวนมาก แต่ศิษย์น้องเล็กที่ยังไม่ถึงขอบเขตบุกเบิกวิถี
คุ้มค่าที่อาณาเขตจื่อเมิ่งจะจ่ายราคาเช่นนี้หรือ?
“ศิษย์น้องร่วน เจ้ามาแทนที่ข้า”
เฟิงว่านซิงมีสีหน้าจริงจัง ตัดสินใจในทันที
ความผันผวนของกาลอวกาศที่มาจากหออัคคีผลาญสวรรค์ทำให้เขารู้สึก
ไม่สบายใจอย่างมาก ต้องไปดูด้วยตัวเอง
ส่วนแกนกลางของค่ายกลนี้?
ผู้ที่อยู่ในขอบเขตปกครองที่ประจำอยู่ที่นี่ ไม่ใช่แค่เขาคนเดียวยังมีศิษย์
น้องคนอื่นๆ อีก
การที่เขา เฟิงว่านซิง จากไป จะทำให้ระดับการป้องกันของแกนกลางของ
ค่ายกลนี้ลดลงบ้าง แต่เมื่อเทียบกับความปลอดภัยของศิษย์น้องเล็ก เฟิงว่านซิ
งก็ยังเลือกอย่างหลัง
การคาดการณ์ที่แย่ที่สุด ก็คือแผนการล่อเสือออกจากถ้ำของอาณาเขตจื่อ
เมิ่ง แกนกลางของค่ายกลนี้ถูกทำลาย
แต่แกนกลางของค่ายกลของเมืองชิงเฝินมีทั้งหมดสิบสองแห่งการที่แกน
กลางของค่ายกลเพียงแห่งเดียวถูกทำลาย ย่อมไม่ส่งผลกระทบต่อเมืองชิงเฝิ
นมากนัก
แต่ถ้าหลินหยวนมีปัญหาอะไร หากชิงเฝินโหวรู้ เฟิงว่านซิงก็ไม่กล้า
จินตนาการถึงผลกระทบที่ตามมา
“ศิษย์พี่ใหญ่ ท่านจะไปตอนนี้เลย?”
ศิษย์น้องร่วนมีสีหน้าเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด เขาก็รู้สึกถึงความผันผวน
ของกาลอวกาศที่มาจากหออัคคีผลาญสวรรค์ รู้สึกกังวลเช่นกัน
แต่ภารกิจที่ชิงเฝินโหวมอบให้พวกเขา คือการปกป้องแกนกลางของค่าย
กล การที่เฟิงว่านซิงจากไป เท่ากับละทิ้งหน้าที่ หากถูกตรวจสอบในภายหลัง
จะไม่มีจุดจบที่ดี
“ผลที่ตามมาทั้งหมดข้าจะรับผิดชอบ เจ้าแค่ปกป้องแกนกลางของค่ายกล
นี้ให้ดีก็พอ”
เฟิงว่านซิงส่ายหน้า จากไปทันที มุ่งหน้าไปยังหออัคคีผลาญสวรรค์
“ความผันผวนของกาลอวกาศยังไม่หยุด?”
เฟิงว่านซิงรู้สึกไม่สบายใจมากขึ้น ตั้งแต่รู้สึกถึงความผันผวนของกาล
อวกาศที่มาจากหออัคคีผลาญสวรรค์ จนถึงตอนนี้ก็ผ่านไปหลายลมหายใจแล้ว
ในช่วงเวลานานขนาดนี้ เกิดอะไรขึ้นที่หออัคคีผลาญสวรรค์ศิษย์น้อง
เล็ก…ตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง?
อาณาเขตจื่อเมิ่ง
ในถ้ำของชายร่างผอมควางเจินมีหินใสก้อนหนึ่งลอยอยู่ เปล่งพลังงานจิต
วิญญาณออกมาอย่างบางเบา ในเวลานี้ มีพลังงานจิตวิญญาณพุ่งออกมาจาก
หิน รวมตัวกันเป็นร่างหนึ่ง เป็นชายร่างผอมควางเจิน
วูบ!
ในถ้ำได้เตรียมการเอาชีวิตรอดไว้ล่วงหน้า พลังงานจำนวนมากพุ่งออกมา
รวมตัวกันเป็นร่างกาย
“ร่างจริงของข้า”
ชายร่างผอมควางเจินมีสีหน้าไม่สู้ดี
ร่างจริงของเขาถูกทำลาย จิตวิญญาณส่วนหนึ่งถูกหลินหยวนปราบปราม
เขารู้สึกถึงความผิดปกติในทันที ทำลายจิตวิญญาณส่วนนั้นที่ถูกปราบปราม
อย่างไม่ลังเล
จากนั้นก็ “ฟื้นคืนชีพ” ในวิธีเอาชีวิตรอดที่เขาเตรียมไว้
ในฐานะศิษย์ของจื่อเมิ่งโหว ชายร่างผอมรู้ดีว่า แม้ว่าจะเผชิญหน้ากับผู้
แข็งแกร่งระดับผู้ยิ่งใหญ่ ฝ่ายตรงข้ามก็แทบจะไม่สามารถใช้คำสาปแห่งเวร
กรรมสังหารเขาได้ รอบๆ ถ้ำมีการป้องกันที่สามารถลดทอนทักษะสังหารแห่ง
เวรกรรมได้
แต่ถ้าจิตวิญญาณส่วนหนึ่งของเขาตกอยู่ในมือของผู้ยิ่งใหญ่ผลที่ตามมา
ย่อมต้องร้ายแรงกว่านี้มาก
ดังนั้นชายร่างผอมควางเจินจึงทำลายจิตวิญญาณส่วนนั้นของตัวเองอย่าง
เด็ดขาด
“ผู้ยิ่งใหญ่ เมืองชิงเฝินยังซ่อนผู้ยิ่งใหญ่ไว้!”
ชายร่างผอมควางเจินมีสีหน้าหวาดกลัว ร่างกายของเขาแข็งแกร่งที่สุดใน
อาณาเขตจื่อเมิ่ง ผู้แข็งแกร่งที่สามารถสังหารเขาได้อย่างง่ายดายเช่นนี้ มีเพียง
ผู้ยิ่งใหญ่เท่านั้น
“ศิษย์น้องศิษย์พี่คนอื่นๆ…”
ชายร่างผอมควางเจินติดต่อศิษย์น้องศิษย์พี่ที่ไปด้วยกันทันทีได้รับการ
ยืนยันว่าร่างจริงของศิษย์น้องศิษย์พี่ทุกคนต่างถูกทำลายเช่นกัน ได้ทำลายจิต
วิญญาณส่วนที่ถูกหลินหยวนปราบปรามจากนั้นก็ฟื้นคืนชีพด้วยวิธีเอาชีวิต
รอด
“ศิษย์พี่หญิงยังไม่ตาย…”
ที่
ชายร่างผอมควางเจินไม่ได้รู้สึกโล่งใจ หญิงสาวผมสีม่วงเป็นศิษย์ที่
แข็งแกร่งที่สุดของจื่อเมิ่งโหว ใกล้เคียงกับขอบเขตผู้ยิ่งใหญ่จริงๆ
แน่นอนว่า ชายร่างผอมควางเจินไม่คิดว่าหญิงสาวผมสีม่วงจะมีความ
แข็งแกร่งพอที่จะต้านทานผู้ยิ่งใหญ่
เพียงแต่ในฐานะผู้นำของภารกิจในครั้งนี้ หญิงสาวผมสีม่วงมีไพ่ตาย
มากมาย แม้ว่าจะเผชิญหน้ากับผู้ยิ่งใหญ่ ก็สามารถต้านทานได้ชั่วขณะ
แต่ก็แค่ชั่วขณะ หากคู่ต่อสู้เป็นผู้ยิ่งใหญ่จริงๆ การตายก็เป็นแค่เรื่องของ
เวลา
“ภารกิจในครั้งนี้น่าจะล้มเหลวแล้ว”
ชายร่างผอมควางเจินคิดในใจ ผู้ยิ่งใหญ่ที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืด มีอิทธิพล
อย่างมากต่อสถานการณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเมืองชิงเฝินทำให้พวกเขาไม่ทัน
ตั้งตัว
“ผู้ยิ่งใหญ่ กล้าเล่นตลกกับพวกเรา!”
ชายร่างผอมควางเจินรู้สึกโกรธแค้น
ในความคิดของเขา ตอนที่พวกเขาเริ่มลงมือ ผู้ยิ่งใหญ่คนนั้นก็น่าจะรู้แล้ว
แต่ก็ไม่ลงมือ มองดูพวกเขาทำซ้ำค่ายกลในเมืองทีละขั้นตอนคงตั้งใจจะ
รอจนถึงวินาทีสุดท้าย ค่อยลงมือ ให้พวกเขารู้สึกถึงความสิ้นหวัง
“ข้อมูลของหยูเหยียน แน่นอนว่าเป็นข้อมูลเท็จที่ชิงเฝินโหวจงใจปล่อย
ออกมา ศิษย์ที่เขาให้ความสำคัญ มาจากตระกูลหยู ล้วนเป็นเรื่องโกหก!”
ชายร่างผอมควางเจินมีสีหน้าโกรธแค้น
“ไม่ได้ เรื่องนี้ต้องรีบบอกท่านอาจารย์ ภารกิจในครั้งนี้ล้มเหลวไม่ใช่ความ
ผิดของพวกเรา เป็นเพราะชิงเฝินโหวเจ้าเล่ห์”
จื่
มิ่
ที่
ที่
ชายร่างผอมควางเจินติดต่อจื่อเมิ่งโหวทันที แผนการที่มุ่งเป้าไปที่เมืองชิง
เฝินในครั้งนี้ มาจากเมืองหลวงของอาณาจักร หากล้มเหลวย่อมต้องถูกลงโทษ
แต่ก็ไม่ได้บอกล่วงหน้าว่ามีผู้ยิ่งใหญ่อีกคนซ่อนตัวอยู่ในเมืองชิงเฝิน?
ถ้ารู้ข้อมูลนี้ล่วงหน้า อาณาเขตจื่อเมิ่งคงไม่ดำเนินแผนปัจจุบันเมื่อต้อง
รับมือกับผู้ยิ่งใหญ่ที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืด แผนทั้งหมดต้องได้รับการแก้ไขและ
ปรับปรุง
หน้าหออัคคีผลาญสวรรค์ กาลอวกาศรวมตัวกัน ราวกับอำพันทีกักขังทุก
สิ่งไว้
“หยูเหยียนคนนี้ เป็นผู้ยิ่งใหญ่?”
หญิงสาวผมสีม่วงก็สิ้นหวังเช่นกัน เธอไม่เคยคิดเลยว่า พวกเขาวางแผนที่
จะมาดูว่าจะสามารถกำจัดภัยคุกคามในอนาคตของอาณาเขตจื่อเมิ่งได้หรือไม่
ผลคือฝ่ายตรงข้ามกลับเป็นผู้ยิ่งใหญ่?
พวกเขาที่เป็นเพียงผู้ที่อยู่ในขอบเขตปกครอง
คิดจะกำจัดผู้ยิ่งใหญ่รึ?
วูบ!
หลินหยวนยื่นมือขวาผ่านมิติ คว้าไปทางเธอ
มือขวานี้ครอบคลุมกาลอวกาศทั้งหมด ก่อนหน้านี้ ศิษย์น้องศิษย์พี่หลาย
คนของหญิงสาวผมสีม่วง ล้วนตายด้วยมือขวานี้ แม้แต่ชายร่างผอมควางเจินที่
มีร่างกายแข็งแกร่งที่สุด ก็ยังถูกมือขวานีทำลายร่างกายและจิตวิญญาณ
“ผลึกหมื่นค่ายกล”
ภายใต้ภัยคุกคามแห่งความตาย หญิงสาวผมสีม่วงก็ไม่สนใจอะไรอีกต่อไป
นำสมบัติล้ำค่าที่เมืองหลวงของอาณาจักรมอบให้ออกมา
มื่
ซ้ำ
ที่
ขึ้
ทั้
ยิ่
ผลึกหมื่นค่ายกลสามารถทำซ้ำค่ายกลที่สร้างขึ้นทั้งหมดได้ลึกลับอย่างยิ่ง
แต่นี่ไม่ได้หมายความว่าผลึกหมื่นค่ายกลมีประโยชน์เพียงแค่การทำซ้ำค่ายกล
ในเวลาเดียวกัน ผลึกหมื่นค่ายกลก็มีประโยชน์อื่นๆ สามารถใช้ค่ายกลที่
ทำซ้ำไว้ได้
แน่นอนว่า ค่ายกลที่ใช้โดยตรงเช่นนี้ ความแข็งแกร่งที่แท้จริงมีเพียงหนึ่ง
ในสิบหรือหนึ่งในหลายสิบของค่ายกลดั้งเดิม
แต่สะดวกมาก เพราะการจัดตั้งค่ายกลต้องใช้วัสดุต่างๆ ค่ายกลคุ้มกัน
เมืองของเมืองชิงเฝิน ไม่รู้ว่าสะสมมานานกี่หมื่นปี
แต่ผลึกหมื่นค่ายกล สามารถทำให้ค่ายกลก่อตัวขึ้นได้โดยตรงเหลือเชื่อ
อย่างยิ่ง
ตูม!
ค่ายกลที่มีเขาวงกตมิติมากมาย ปกคลุมหญิงสาวผมสีม่วง มือขวาที่หลิน
หยวนคว้าไปทางเธอ คว้าพลาด ตกไปอยู่ในมิติที่ซ้อนทับกัน สุดท้ายก็ดึงกลับ
มา
“ค่ายกลนี้? น่าสนใจ”
หลินหยวนสังเกตอย่างละเอียด โดยเฉพาะอย่างยิ่งมองไปที่ผลึกที่ลอยอยู่
หน้าหญิงสาวผมสีม่วง
หลินหยวนรู้สึกได้ว่า ค่ายกลมิติที่ปกคลุมหญิงสาวผมสีม่วงนั้นมาจากผลึก
นี้
“ท่านผู้ยิ่งใหญ่ ด้วยขอบเขตของท่าน ทำไมต้องลงมือกับมดตัวเล็กๆ เช่น
ข้า?”
หญิงสาวผมสีม่วงรู้สึกหวาดกลัว ในขณะนี้ ค่ายกลมิติที่เธอใช้เป็นค่ายกล
ป้องกันที่แข็งแกร่งที่สุดที่เธอสามารถใช้ได้แล้ว
นั้
มื่
สั่
ถึงกระนั้น เมื่อครู่ภายใต้การคว้าของหลินหยวน เธอก็ยังรู้สึกถึงแรงสั่น
สะเทือนของค่ายกลมิติ
หญิงสาวผมสีม่วงไม่ใช่เจ้าของที่แท้จริงของผลึกหมื่นค่ายกล ไม่สามารถ
ใช้ค่ายกลที่แข็งแกร่งที่สุดข้างในได้ แม้แต่ผู้ครอบครองหากไม่ถึงขอบเขตผู้ยิ่ง
ใหญ่หรือผู้สูงส่งแห่งสรวงสวรรค์ ก็ไม่สามารถใช้ได้
แม้ว่าผลึกหมื่นค่ายกลจะสามารถข้ามข้อจำกัดของวัสดุต่างๆทำให้ค่ายกล
ก่อตัวขึ้นได้โดยตรง แต่การที่จะใช้ค่ายกลข้างในได้อย่างน้อยต้องเข้าใจบ้าง
“พวกเจ้าลงมือกับข้าก่อน ข้าแค่ตอบกลับนิดหน่อยไม่ได้รึ?”
หลินหยวนยังคงสังเกตผลึกหมื่นค่ายกล
[ความเข้าใจท้าทายสวรรค์ มองเห็นต้นกำเนิดของค่ายกล เข้าใจความ
ลึกลับมากมายของค่ายกล]
ด้วยความแข็งแกร่งของหลินหยวน หากลงมือจริงๆ ก็สามารถทำลายค่าย
กลมิติและสังหารหญิงสาวผมสีม่วงที่อยู่ข้างในได้
แต่การทำเช่นนั้น มีโอกาสสูงที่จะทำลายผลึกนั้น หลินหยวนอ่านมรดก
และบันทึกมากมายที่ชั้นที่ 13 ของหออัคคีผลาญสวรรค์ รู้ว่าผลึกนี้น่าจะเป็น
ผลึกหมื่นค่ายกล
สมบัติล้ำค่าเช่นนี้ มีค่ามหาศาล แม้ว่าหลินหยวนจะไม่ได้ใช้เองก็สามารถ
เก็บไว้เพื่อแลกเปลี่ยนทรัพยากรที่เขาต้องการได้
ดังนั้นเขาจึงตั้งใจจะเข้าใจค่ายกลมิติที่ผลึกหมื่นค่ายกลใช้อยู่เล็กน้อย จาก
นั้นก็ข้ามค่ายกลไปสังหารหญิงสาวผมสีม่วงโดยตรง
ด้วยวิธีนี้ ผลึกหมื่นค่ายกลจะไม่เสียหาย หลินหยวนก็จะได้กำไร
“น่าเสียดาย จิตวิญญาณที่ถูกปราบปราม ล้วนทำลายตัวเองไปหมดแล้ว”
หลินหยวนส่ายหน้าเล็กน้อย ผู้ที่อยู่ในขอบเขตปกครองขั้นสูงสุด สามารถ
ทำลายจิตวิญญาณของตัวเองได้เพียงแค่คิด หลินหยวนยากที่จะหยุดยั้ง
ยิ่
ที่นี่
ญญ
ุ
“พวกเราไม่รู้ว่ามีท่านผู้ยิ่งใหญ่อยู่ที่นี่…”
หญิงสาวผมสีม่วงเห็นว่าหลินหยวนไม่ได้ลงมือทันที ก็รู้สึกโล่งใจอย่างมาก
ตราบใดที่ยังไม่ลงมือ ก็ยังมีโอกาสเจรจา
“เห็นได้ชัดว่าท่านผู้ยิ่งใหญ่ไม่ใช่ผู้ยิ่งใหญ่ของอาณาเขตนี้ ไม่รู้ว่าชิงเฝิน
โหวให้ค่าตอบแทนอะไรแก่ท่าน ถึงยอมประจำอยู่ที่นี่? อาณาเขตจื่อเมิ่งของข้า
ยินดีจ่ายเป็นสองเท่า!”
หญิงสาวผมสีม่วงพูดทันที
เธอรู้ดีถึงความสำคัญของแผนในครั้งนี้ เกี่ยวข้องกับการเริ่มต้นของ
สงครามระหว่างอาณาจักร แม้ว่าจะพบกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็ต้องพยายาม
ทำให้สำเร็จให้ได้
“เจ้าพูดจบแล้วหรือยัง?”
ในขณะนี้ หลินหยวนด้วยความเข้าใจท้าทายสวรรค์ สามารถเข้าใจค่ายกล
มิติที่ผลึกหมื่นค่ายกลใช้ทั้งหมดแล้ว ลงมืออีกครั้ง
ตูม!
มือขวาของหลินหยวนยื่นออกมาอีกครั้ง เข้าไปในมิติที่ซ้อนทับกัน
“ท่านผู้ยิ่งใหญ่…”
หญิงสาวผมสีม่วงรู้สึกหวาดกลัว แต่เมื่อเห็นผลึกหมื่นค่ายกลทีอยู่ข้างหน้า
ก็ตั้งสติได้
“ไม่ได้ ต้องรีบถอนตัว หากช้ากว่านี้ ชิงเฝินโหวอาจจะหลุดพ้นจากท่าน
อาจารย์ เมื่อถึงเวลานั้น ผู้ยิ่งใหญ่สองคนร่วมมือกัน บวกกับค่ายกลใหญ่ของ
เมืองชิงเฝิน…”
หญิงสาวผมสีม่วงกำลังคิดอยู่ กลับพบว่ามือขวาที่หลินหยวนยื่นเข้ามา
หลังจากเข้าไปในค่ายกลมิติแล้ว ไม่ได้ดึงกลับไป แต่ยังคงคว้ามาทางเธอ
ที่
ยิ่
ค่ายกลมิติมีมิติที่ซ้อนทับกันนับไม่ถ้วน แม้แต่ผู้แข็งแกร่งระดับผู้ยิ่งใหญ่ ก็
อาจถูกขังไว้ชั่วขณะ
แต่มือขวาที่หลินหยวนยื่นเข้ามานี้ เหมือนกับไม่มีอะไร ข้ามมิติที่ซ้อนทับ
กันนับไม่ถ้วน ค่ายกลมิติที่มีผลึกหมื่นค่ายกลเป็นแกนกลาง ในสายตาของ
มือขวานั้น ไม่ต่างกับกระดาษอันบางเบา
“ไม่—”
หญิงสาวผมสีม่วงที่อยู่ในค่ายกลมิติเบิกตากว้าง ผลึกหมื่นค่ายกลไม่
สามารถหยุดหลินหยวนได้ เธอไม่มีความสามารถในการต้านทานใดๆ ต่อหน้าผู้
แข็งแกร่งระดับผู้ยิ่งใหญ่
ในพริบตา หญิงสาวผมสีม่วงก็ตกอยู่ในมือขวาของหลินหยวนพลังปราบ
ปรามปกคลุมลงมา หญิงสาวผมสีม่วงรู้สึกว่าความเร็วในการคิดของเธอกำลัง
ช้าลง
“ต้องการจับข้าเป็นๆ?”
หญิงสาวผมสีม่วงรู้ถึงความตั้งใจของหลินหยวนในทันที ไม่ลังเลเลย
ทำลายจิตวิญญาณและจิตสำนึกของตัวเอง
หลินหยวนดึงมือขวากลับมา เหลือเพียงร่างของหญิงสาวผมสีม่วง แม้แต่
ร่างก็เริ่มสลายตัว
หลินหยวนขยับจิตใจ เปลวไฟเทพสุริยันพุ่งออกมา เผาร่างนั้นจนหมดสิ้น
“หืม?”
ในเวลานี้ มีหยดน้ำตาสีม่วงเข้มก่อตัวขึ้น จากนั้นก็ขยายใหญ่ขึ้น กลายเป็น
หญิงสาวในชุดสีม่วง
“เจ้าเป็นผู้ยิ่งใหญ่คนใด?”
หญิงสาวในชุดสีม่วงคือจื่อเมิ่งโหว เธอได้เตรียมการเอาชีวิตรอดไว้เบื้อง
หลังหญิงสาวผมสีม่วง ในช่วงเวลาสำคัญสามารถส่งร่างแยกมาได้
ที่
สิ่
ที่
ขึ้
จื่
มิ่
ตอนที่ชายร่างผอมควางเจินบอกสิ่งที่เกิดขึ้นในเมืองชิงเฝิน จื่อเมิ่งโหวก็รู้
ว่ามีบางอย่างผิดปกติ ตั้งใจจะมาทันที
แต่น่าเสียดาย ยังคงช้าไปก้าวหนึ่ง หญิงสาวผมสีม่วงได้ตายไปแล้ว
เหตุการณ์เกิดขึ้นเร็วเกินไป จื่อเมิ่งโหวไม่สามารถลงมือขัดขวางได้ทัน
“ข้าเป็นผู้ยิ่งใหญ่คนใดรึ?”
หลินหยวนยิ้มเล็กน้อย
อันที่จริง เขาไม่ใช่ผู้ยิ่งใหญ่
ไม่เพียงไม่ใช่ผู้ยิ่งใหญ่ แม้แต่ขอบเขตปกครองก็ยังไม่ใช่
ในแง่ของสาระสำคัญของชีวิต เทียบเท่ากับขอบเขตบุกเบิกวิถีของโลกต้น
กำเนิดนี้
แต่หลินหยวนมีพื้นฐานที่ลึกซึ้งเกินไป มีวิธีมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
การตื่นขึ้นพร้อมกับร่างเทพสุริยันตะวันเพลิงนิรันดร์ เพียงยกมือขึ้นเปลวไฟ
เทพสุริยันสามารถแผ่กระจายออกไป ไม่ต่างจากผู้ยิ่งใหญ่ทั่วไป
“ผู้ยิ่งใหญ่ที่มีร่างเทพสุริยันตะวันเพลิงนิรันดร์ของอาณาจักรโบราณเลี่ย
หยาง ข้ารู้จักทุกคน ยกเว้นเจ้า!”
จื่อเมิ่งโหวส่ายหน้า ผู้ที่มีทั้งร่างเทพสุริยันตะวันเพลิงนิรันดร์และความ
แข็งแกร่งระดับผู้ยิ่งใหญ่ ในอาณาจักรโบราณเลี่ยหยางมีไม่มาก
“เป็นเพียงโหวผู้ต่ำต้อย จะรู้จักผู้ยิ่งใหญ่ทั้งหมดของอาณาจักรโบราณเลี่ย
หยางได้อย่างไร?”
หลินหยวนพูดอย่างไม่ใส่ใจ
ไม่ว่าจะเป็นอาณาจักรโบราณเลี่ยหยางหรืออาณาจักรอื่นๆแน่นอนว่าต้อง
มีผู้แข็งแกร่งที่ซ่อนตัวอยู่
จื่
มิ่
ที่
จื่อเมิ่งโหวเงียบไป จริงๆ แล้ว การที่เธอไม่รู้จักหลินหยวน ไม่ได้
หมายความว่าไม่มีหลินหยวนคนนี้
“ครั้งนี้อาณาเขตจื่อเมิ่งของข้าพ่ายแพ้ แต่ผลึกหมื่นค่ายกลนั้นไม่ใช่ของข้า
โปรดส่งคืนมา ข้ายินดีแลกเปลี่ยนด้วยสมบัติล้ำค่าอื่นๆ”
จื่อเมิ่งโหวครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง พูดขึ้น
ภายใต้สถานการณ์ที่รู้ว่าแผนการล้มเหลวแล้ว สิ่งที่เธอต้องการทำตอนนี้
คือการลดความเสียหายให้น้อยที่สุด
ผลึกหมื่นค่ายกลเป็นสิ่งที่เมืองหลวงมอบให้ หากสูญหาย เธอจื่อเมิ่งโหว
ย่อมต้องรับผิดชอบ ดังนั้นเธอจึงขอแลกเปลี่ยนผลึกหมื่นค่ายกลคืน
“เจ้าเป็นใคร? แค่ร่างแยก แต่กล้าต่อรองกับข้า?”
ดวงตาของหลินหยวนมีเปลวไฟเทพสุริยันแผ่กระจาย ยื่นมือขวาออกไป
กดไปที่จื่อเมิ่งโหว
มือขวาขยายใหญ่ขึ้นในระหว่างที่ยื่นออกไป บดบังท้องฟ้า จื่อเมิ่งโหวมี
สีหน้าเปลี่ยนไป ร่างกายสลายไปทันที
เธอเป็นเพียงร่างแยกที่ส่งมา ไม่มีร่างกาย สามารถรวมตัวและสลายตัวได้
วูบ!
กาลอวกาศรอบๆ เริ่มหดตัว ร่างกายที่สลายไปของจื่อเมิ่งโหว
“ถูกบังคับ” ให้รวมตัวกันอีกครั้ง เผชิญหน้ากับฝ่ามือที่หลินหยวนตบลงมา
“ข้าจำหน้าเจ้าไว้แล้ว!”
จื่อเมิ่งโหวจ้องมองไปที่หลินหยวน ในวินาทีต่อมาก็ถูกฝ่ามือของหลิน
หยวนทำลาย
ลี่
มื่
“ไม่มีความจริงใจเลย คิดจะแลกเปลี่ยนผลึกหมื่นค่ายกลคืน? คิดว่าเราไม่รู้
อะไรเลย? คิดว่าเราโง่มากมั้ง?”
หลินหยวนส่ายหน้า
ความล้ำค่าของผลึกหมื่นค่ายกลนั้น ยิ่งกว่าสมบัติล้ำค่าและอาวุธทั่วไป
ของผู้ยิ่งใหญ่ จื่อเมิ่งโหวส่งแค่ร่างแยกมา
คิดจะแลกเปลี่ยนผลึกหมื่นค่ายกลกลับไป?
หลินหยวนไม่ใช่คนโง่
ยิ่งกว่านั้น สมบัติล้ำค่าเช่นผลึกหมื่นค่ายกล อาณาจักรใดๆ ต่างก็ไม่
รังเกียจ หลินหยวนสามารถนำไปแลกเปลี่ยนกับอาณาจักรโบราณเลี่ยหยางได้
นี่เป็นวิธีที่สะดวกและง่ายที่สุด
“ผลึกหมื่นค่ายกล?”
หลินหยวนพลิกมือ มีผลึกปรากฏขึ้น มีค่ายกลมากมายทำงานอยู่ภายใน
การสังหารผู้ที่อยู่ในขอบเขตปกครองขั้นสูงสุดที่แอบเข้ามาในเมืองชิงเฝิน
ในครั้งนี้ ผลึกหมื่นค่ายกลเป็นรางวัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดนอกจากนี้ยังมีสมบัติล้ำค่า
และไพ่ตายอื่นๆ อีกมากมาย
เนื่องจากกล้าแอบเข้ามาในเมืองชิงเฝิน ผู้แข็งแกร่งจากอาณาเขตจื่อเมิ่ง
เหล่านี้ต้องเตรียมตัวมาอย่างดี แม้แต่สมบัติล้ำค่าเช่นผลึกหมื่นค่ายกลก็นำ
ติดตัวมาด้วย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการเตรียมสิ่งอื่นๆ
ไม่ไกลจากหออัคคีผลาญสวรรค์
เฟิงว่านซิงปรากฏตัวขึ้น
“ศิษย์น้องเล็ก เจ้าอย่าได้มีปัญหาอะไรเชียวนะ”
เฟิงว่านซิงรู้สึกกังวลอย่างมาก เขายอมให้แกนกลางของค่ายกลถูกทำลาย
ดีกว่าให้หลินหยวนมีปัญหาอะไร
“หืม?”
ยังไม่ทันเข้าใกล้ เฟิงว่านซิงก็เห็นกาลอวกาศรวมตัวกันที่หน้าหออัคคี
ผลาญสวรรค์ มีหญิงสาวในชุดสีม่วงยืนอยู่อย่างเงียบๆ
“จื่อเมิ่งโหว?”
เฟิงว่านซิงในฐานะศิษย์เอกของชิงเฝินโหว แน่นอนว่าคุ้นเคยกับผู้ยิ่งใหญ่
ของอาณาเขตศัตรู มองปราดเดียวก็รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นใคร
“เป้าหมายคือศิษย์น้องเล็กจริงๆ?”
การที่จื่อเมิ่งโหวปรากฏตัวนอกหออัคคีผลาญสวรรค์ ทำให้เฟิงว่านซิงมั่น
ใจในการคาดเดาของเขา
ผู้ยิ่งใหญ่ของอาณาเขต ปรากฏตัวที่นี่ เป้าหมายมีเพียงหลินหยวนเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม
ต่อมา
เฟิงว่านซิงได้เห็นฉากที่ไม่อาจลืมเลือนได้ตลอดชีวิต
เขาเห็นน้องเล็กที่ยืนอยู่หน้าหออัคคีผลาญสวรรค์ ยื่นมือขวาออกไป
มือขวาขยายใหญ่ขึ้น บดบังท้องฟ้า มีบรรยากาศโบราณ
และจื่อเมิ่งโหวไม่มีความสามารถในการต้านทานใดๆ ต่อหน้าฝ่ามือนั้น ถูก
ตบจนแหลกสลาย
“นี่?”
เฟิงว่านซิงมองด้วยสายตาว่างเปล่า
นี่คือศิษย์น้องเล็ก?
ที่จวนเจ้าเมือง
นั่
ที่จื่
มิ่
ขึ้
ชิงเฝินโหวนั่งขัดสมาธิ จิตสำนึกตกอยู่ในความฝันที่จื่อเมิ่งโหวสร้างขึ้น
ครู่หนึ่ง
พลังงานของชิงเฝินโหวปะทุขึ้น ลืมตาขึ้นทันที
“จื่อเมิ่ง ความฝันที่เจ้าสร้างขึ้นไม่ได้เรื่องเลยจริงๆ”
ชิงเฝินโหวตรวจสอบสถานการณ์ในเมืองชิงเฝินทันที แกนกลางของค่าย
กลทั้งสิบสองแห่งยังคงปลอดภัย จากนั้นก็มองไปที่จื่อเมิ่งโหว
“หืม?”
ชิงเฝินโหวขมวดคิ้วเล็กน้อย เพราะจื่อเมิ่งโหวในสายตาของเขามีสีหน้า
ไม่สู้ดีนัก จ้องมองมาที่เขา
สิ่งนี้ทำให้ชิงเฝินโหวรู้สึกงุนงง
เจ้าลงมือกับข้าก่อน
ทำไมต้องทำหน้าเช่นนั้น?
“ชิงเฝิน วิธีที่ดี! ซ่อนผู้ยิ่งใหญ่ไว้ได้อย่างแนบเนียน วิธีที่ดีจริงๆเป็นวิธีที่ดี
มากๆ!”
หลังจากที่จื่อเมิ่งโหวพูดจบ ก็สลายร่างแยกไป ภารกิจในครั้งนีอาณาเขต
จื่อเมิ่งสูญเสียอย่างหนัก เธอ จื่อเมิ่งโหว ยังต้องเผชิญหน้ากับการลงโทษจาก
อาณาจักร
“วิธีที่ดี?”
ชิงเฝินโหวรู้สึกงุนงง
เตรียมการล่วงหน้า?
ซ่อนผู้ยิ่งใหญ่?
รื่
ตัวเขาเองยังไม่รู้เรื่องเลย?
(จบตอน)
……………..
พอจะเข้าใจแล้วครับบ ก็คือออ
ในโลกต้นกำเนิดนี้อ่ะนะ
ก็เรียงตามจักรวาลหลักเลย
ระดับ 1-12
พอเข้า 12 แล้วก็แบ่งขอบเขตต่อ 3 ขอบเขต
ขอบเขตบุกเบิกวิถี
ขอบเขตปกครอง (หรือผู้ปกครอง) เนี่ยในโลกนี้จะเรียกว่าขอบเขตผู้ยิ่ง
ใหญ่
ขอบเขตโกลาหล(อันนี้ไม่รู้มีหรือเปล่านะครับรอในเรื่องเฉลย)
แต่เก่งกว่าพอขอบเขตผู้ยิ่งใหญ่ คือ ผู้สูงส่งแห่งสรวงสวรรค์ ผมไม่รู้ว่าผู้
สูงส่งแห่งสรวงสวรรค์จะเทียบอะไรระดับอะไรในความว่างเปล่าแห่งโกลาหล
แต่พอพูดถึงบรรดาศักดิ์หรือยศ ในเรื่องบอกไว้ว่า
“โลกต้นกำเนิดแห่งนี้ ผู้ที่อยู่ในระดับมหาปราชญ์ของโลกใบนี้เทียบเท่ากับ
ปราชญ์ของความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล ผู้สูงส่งแห่งสรวงสวรรค์ก็เท่ากับ
มหาปราชญ์…” (ประโยคของตอนที่ 537)
….
ผมแปลผิด มันต้องแปลว่า ‘ผู้ที่อยู่ในระดับผู้ยิ่งใหญ่ของโลกใบนี้เทียบ
เท่ากับปราชญ์ของความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล ผู้สูงส่งแห่งสรวงสวรรค์ก็
เท่ากับมหาปราชญ์..’
….
สรุปก็คือ ‘โหว’ คือ ‘ผู้ยิ่งใหญ่’ และ ‘หวัง’ คือ ‘ผู้สูงส่งแห่งสรวงสวรรค์’