สวรรค์บันดาล: ข้าพเจ้าสร้างวิถี - บทที่ 577 ปราชญ์เหลยเก๋อที่งุนงง
ภายในเครื่องจักรสงครามระดับ 2 คุณภาพต่ำ
หลินหยวนกำลังเรียนรู้และทำความเข้าใจรอยสลักแห่งความโกลาหล
ความเข้าใจในกฎแห่งความโกลาหลเพิ่มขึ้นทุกขณะ
“สมบูรณ์แบบมาก”
หลินหยวนรู้สึกซาบซึ้ง รอยสลักแห่งความโกลาหลในเครื่องจักรสงคราม
ระดับ 2 คุณภาพต่ำ ได้เกี่ยวข้องกับส่วนที่ลึกซึ้งของระดับ 2 ของกฎแห่งความ
โกลาหลแล้ว
“ถ้าสามารถรักษาความเร็วในการทำความเข้าใจนี้ได้ อย่างมากที่สุดหมื่นปี
ไม่สิ อย่างมากที่สุดพันปี ก็จะสามารถบรรลุความเข้าใจระดับ 2 ขั้นสูงสุดของ
กฎแห่งความโกลาหลได้”
หลินหยวนคิดในใจ
ส่วนระดับ 3 ?
ตอนนี้ รอยสลักแห่งความโกลาหลในเครื่องจักรสงครามระดับ 2 ยังไม่ได้
เกี่ยวข้องกับเส้นทางพื้นฐานของกฎแห่งความโกลาหลระดับ 3
ถึงแม้ว่าจะเป็นรอยสลักแห่งความโกลาหลในเครื่องจักรสงครามระดับ 2 ก็
ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับระดับ 3
ระดับ 3 …เป็นขอบเขตสุดท้ายของความเข้าใจในกฎแห่งความโกลาหล
มหาปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่หลายคนในความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลก็ยังไปไม่ถึง
“ค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป ไปให้ถึงระดับ 2 ขั้นสูงสุดก่อน”
หลินหยวนไม่ได้คิดถึงระดับ 3 ในตอนนี้
“หืม?”
จู่ๆ หลินหยวนก็รู้สึกตัว หยุดทำความเข้าใจรอยสลักแห่งความโกลาหล
มองไปยังทิศทางหนึ่ง
“สงครามจะเริ่มแล้ว?”
หลินหยวนเดินออกจากเครื่องจักรสงครามทันที
ตอนนี้ เครื่องจักรสงครามของศัตรูจำนวนมากกำลังรวมตัวกันอยู่อีกฝั่ง
ของแนวรบ แม้แต่พลังของปราชญ์ก็ซ่อนอยู่
“เป็นปราชญ์เหลยเก๋อจริงๆ”
หลินหยวนยืนยันได้ทันทีว่าปราชญ์ที่ประจำการอยู่อีกฝั่งคือปราชญ์เหลย
เก๋อ
“ปราชญ์เหลยเก๋อ…ไม่น่าจะเป็นปราชญ์ใหม่ธรรมดา”
หลินหยวนรู้สึกว่าพลังของปราชญ์เหลยเก๋อนั้นลึกซึ้งกว่าปราชญ์ใหม่
ทั่วไป
“ซ่อนพลังไว้?”
หลินหยวนคิดในใจ ไม่ได้ใส่ใจมาก
ปราชญ์เหลยเก๋อซ่อนพลังไว้ แล้วเขาไม่ได้ซ่อนไว้เหรอ?
พลังที่หลินหยวนซ่อนไว้นั้น มากกว่าปราชญ์เหลยเก๋อมากถึงแม้ว่าจะไม่
ใช้ ‘ตะวันเพลิงนิรันดร์ผลาญสวรรค์’ ก็มีพลังต่อสู้ใกล้เคียงกับปราชญ์ระดับ
สูงสุด
ฮึ่มๆๆ
เมื่อหลินหยวนมองไปที่สนามรบ ผู้ที่อยู่ในขอบเขตปกครองก็เข้าไปใน
เครื่องจักรสงคราม เครื่องจักรสงครามขนาดใหญ่เริ่มทำงานอย่างช้าๆ
รื่
“น่าเสียดาย…เก็บไว้ทำความเข้าใจสักเครื่องก็ไม่ได้”
หลินหยวนมองเครื่องจักรสงครามที่เตรียมพร้อม รู้สึกผิดหวังเล็กน้อย
จำนวนเครื่องจักรสงครามในแต่ละพื้นที่แนวรบนั้นแน่นอน
ก่อนที่สงครามจะเริ่มขึ้น หลินหยวนซ่อนตัวอยู่ในเครื่องจักรสงคราม
เครื่องหนึ่ง จะไม่มีปัญหาอะไร
แต่เมื่อสงครามเริ่มขึ้น ถ้าหลินหยวนเก็บเครื่องจักรสงครามไว้เครื่องหนึ่ง
ก็จะดูโจ่งแจ้งเกินไป
ถึงแม้ว่าสายตาของกษัตริย์ฉี่ซงจะจับจ้องไปที่สนามรบแนวรบหลัก แต่ก็
ไม่ได้หมายความว่าเขาไม่สนใจสงครามในแนวรบอื่น
“แต่สงครามหนึ่งครั้ง จะกินเวลาอย่างน้อยหลายพันปี การปะทะโดยตรง
จะใช้เวลาไม่นาน ส่วนใหญ่เป็นเวลาพัก”
หลินหยวนคิดในใจ
เวลาพัก หมายถึงช่วงเวลาสงบศึกหลังจากที่ทั้งสองฝ่ายต่อสู้กัน
ในช่วงเวลานี้ หลินหยวนมีเวลามากมายที่จะทำความเข้าใจเครื่องจักร
สงครามแต่ละเครื่องอย่างช้าๆ
“ให้ปราชญ์หยินเหอลงมือก่อน”
ปราชญ์เหลยเก๋อก็ให้ความสนใจกับสนามรบเช่นกัน เมื่อเห็นเครื่องจักร
สงครามแต่ละเครื่องเริ่มทำงาน ก็ไม่ได้ประมาท
ถึงแม้ว่าข้อมูลจะระบุว่าปราชญ์หยินเหอเป็นปราชญ์ใหม่ เพิ่งก้าวเข้าสู่
ขอบเขตปราชญ์เมื่อพันกว่าปีก่อน เป็นปราชญ์ใหม่ในบรรดาปราชญ์ใหม่
แต่ปราชญ์เหลยเก๋อสามารถบ่มเพาะมาจนถึงตอนนี้ แน่นอนว่าไม่ใช่คน
หยิ่งยโส ถึงแม้ว่าจะมีความมั่นใจในตัวเองมาก ก็ยังคงตั้งใจที่จะรอดูให้ปราชญ์
หยินเหอลงมือก่อน แล้วค่อยตัดสินใจว่าจะลงมือหรือไม่
การเห็นปราชญ์หยินเหอลงมือก่อน ก็เหมือนกับการได้เปรียบ
ไม่นาน
เครื่องจักรสงครามแต่ละเครื่องของทั้งสองฝ่ายก็เริ่มต่อสู้กัน
ตู๊ม
เครื่องจักรสงครามที่เต็มไปด้วยเปลวไฟ กลายเป็นลูกไฟขนาดใหญ่ เปลว
ไฟที่ไม่มีที่สิ้นสุดแพร่กระจายไปทุกทิศทุกทาง
“เครื่องจักรสงครามระดับ 2 คุณภาพกลางเครื่องนั้น?”
หลินหยวนมองไปที่เครื่องจักรสงครามนี้ นี่เป็นเครื่องจักรสงครามระดับ
สูงสุดในแนวรบนี้ เมื่อทำงานอย่างเต็มที่ สามารถสร้างอาณาเขตตะวันเพลิงนิ
รันดร์ ทุกสิ่งในนั้นจะถูกกดขี่
ตู๊มๆๆ
เครื่องจักรสงครามแต่ละเครื่องของเขตจื่อเมิ่งก็เริ่มทำงาน พลังทีปลด
ปล่อยออกมานั้นไม่ด้อยไปกว่าเขตชิงเฝิน
“ล่าม!”
เครื่องจักรสงครามสีม่วงขนาดใหญ่ ก้าวออกมา โซ่ตรวนสีม่วงปรากฏขึ้น
ในอากาศ พุ่งเข้าหาเขตชิงเฝิน
เป้าหมายของโซ่ตรวนสีม่วงนับไม่ถ้วน คือเครื่องจักรสงครามระดับ 2
คุณภาพกลางเครื่องเดียวของเขตชิงเฝิน
“แย่แล้ว”
ชายที่มีเขาเดียว ‘ลั่วเผิง’ เปลี่ยนสีหน้า เขาเป็นหนึ่งในผู้ที่อยู่ในขอบเขต
ปกครองขั้นสูงสุดที่ควบคุมเครื่องจักรสงครามระดับ 2 คุณภาพกลาง
รื่
ที่
เครื่องจักรสงครามระดับ 2 คุณภาพกลาง สามารถบรรจุผู้ที่อยู่ในขอบเขต
ปกครองได้มากกว่าสามพันคน แต่ผู้ที่อยู่ในขอบเขตปกครองที่สามารถควบคุม
เครื่องจักรสงครามนี้ได้จริงๆ มีเพียงไม่กีคน
“ถอย”
ในเวลานี้ เสียงหนึ่งดังขึ้นในหูของชายที่มีเขาเดียว ‘ลั่วเผิง’
“เป็นท่านปราชญ์”
ชายที่มีเขาเดียว ‘ลั่วเผิง’ รู้ทันทีว่าเสียงนี้มาจากปราชญ์หยินเหอ
ส่วนเนื้อหา คือการสั่งให้เขาต้านทานโซ่ตรวนสีม่วงนับไม่ถ้วนทีพุ่งเข้ามา
ในช่วงเวลานี้ ถึงแม้ว่าหลินหยวนจะยังไม่ได้เรียนรู้และทำความเข้าใจ
เครื่องจักรสงครามระดับ 2 คุณภาพกลางเครื่องนั้น แต่จากเครื่องจักรสงคราม
ที่เขาเรียนรู้และทำความเข้าใจมาแล้ว เขาก็มีความเข้าใจในเครื่องจักรสงคราม
นี้มากพอ
ความเข้าใจนี้ มาจากความเข้าใจที่ลึกซึ้งที่สุด มากกว่าความเข้าใจของผู้
ควบคุมชั่วคราวอย่างชายที่มีเขาเดียว ‘ลั่วเผิง’ มาก
ดังนั้น เมื่อเห็นโซ่ตรวนสีม่วงนับไม่ถ้วนที่ปลดปล่อยออกมาจากเครื่องจักร
สงครามของเขตจื่อเมิ่ง หลินหยวนก็รู้ทันทีว่าจะต้านทานอย่างไร
“ปัง!!!”
ลูกไฟขนาดใหญ่ปะทะกับโซ่ตรวนสีม่วงนับไม่ถ้วน เปลวไฟกระจายไปทั่ว
โซ่ตรวนแต่ละเส้นขาดออก ในที่สุด เครื่องจักรสงครามสีม่วงของเขตจื่อเมิ่งก็ได้
แต่ถอยกลับไป
ในการปะทะกันเมื่อครู่นี้ มันเสียเปรียบเล็กน้อย
“ขอบคุณท่านปราชญ์”
รื่
ที่
ลั่
ภายในเครื่องจักรสงครามระดับ 2 คุณภาพกลาง ชายที่มีเขาเดียว ‘ลั่วเผิง’
รีบติดต่อหลินหยวนด้วยความกตัญญู
ถ้าไม่ใช่หลินหยวน ภายใต้การโจมตีของโซ่ตรวนสีม่วงนับไม่ถ้วน ถึงแม้ว่า
เขาจะสามารถควบคุมเครื่องจักรสงครามให้หลบหนีได้ก็น่าจะถูกขัดขวางสัก
พัก
และถ้าไม่มี ‘อาณาเขตตะวันเพลิงนิรันดร์’ ของเครื่องจักรสงครามนี้ การ
ปะทะกันของเครื่องจักรสงครามอื่นๆ ในสนามรบ เขตชิงเฝินก็จะเสียเปรียบ
มากที่สุด อาจจะพ่ายแพ้ได้
“หืม?”
“ต้านทานได้?”
ปราชญ์เหลยเก๋อก็ให้ความสนใจกับสนามรบเช่นกัน เมื่อเห็นเครื่องจักร
สงครามสีม่วงถอยกลับไป ก็ขมวดคิ้ว
การที่เครื่องจักรสงครามสีม่วงลงมือ เป็นคำสั่งของเขา ปราชญ์เหลยเก๋อ
คิดว่าตัวเองควบคุมสถานการณ์ได้ ในขณะที่เครื่องจักรสงครามระดับ 2
คุณภาพกลางของเขตชิงเฝินสร้างอาณาเขตตะวันเพลิงนิรันดร์ ก็ลงมือทันที
ด้วยวิธีนี้ โอกาสชนะของฝั่งตัวเองจะเพิ่มขึ้นมากที่สุด
“กลายเป็นการเผชิญหน้ากันแล้ว”
ปราชญ์เหลยเก๋อมองสงคราม มองการต่อสู้ของเครื่องจักรสงครามแต่ละ
เครื่องของทั้งสองฝ่าย ก็รู้สึกกระวนกระวายใจ
ครั้งนี้เขาตั้งใจที่จะแสดงฝีมือในสนามรบ อยากจะแสดงให้ดีต่อหน้า
กษัตริย์หลิงเว่ย
แต่ดูสถานการณ์ตอนนี้ ถ้าเขายังไม่ลงมือ ก็ไม่มีทางบุกทะลวงแนวรบของ
อีกฝ่ายได้
“ช่างเถอะ”
ปราชญ์เหลยเก๋อถอนหายใจ เดิมทีเขายังอยากรอให้ปราชญ์หยินเหอ
ลงมือก่อน แล้วค่อยลงมือ
ตอนนี้ดูเหมือนว่า เขาต้องลงมือก่อนแล้ว
แต่อิทธิพลไม่มาก ตราบใดที่ข้อมูลไม่มีปัญหา ปราชญ์หยินเหอเป็น
ปราชญ์ใหม่ ฝั่งเขาก็ยังคงชนะอย่างแน่นอน
ฟุ่บ——
ปราชญ์เหลยเก๋อหายตัวไป
สิ่งที่ปรากฏขึ้นแทน คือสายฟ้าที่ไม่มีที่สิ้นสุด
เส้นทางที่ปราชญ์เหลยเก๋อเลือก คือสายฟ้าแห่งความโกลาหลสิ่งที่เขา
ถนัดที่สุดคือการฆ่า
“ปราชญ์เหลยเก๋อ?”
หลินหยวนปรากฏตัวขึ้นอย่างเงียบๆ ขวางหน้าปราชญ์เหลยเก๋อ
“คู่ต่อสู้ของเจ้าคือข้า”
“ข้าอยากจะดูว่า ศิษย์ที่เจ้าเมืองชิงเฝินสอนมามีความสามารถอะไร”
ปราชญ์เหลยเก๋อไม่อยากพูดมาก ยิ่งเขาบุกทะลวงแนวรบของเขตชิงเฝิน
ได้เร็วเท่าไหร่ ถึงแม้ว่าจะเป็นแค่แนวรบขอบ การประเมินจากกษัตริย์หลิงเว่ยก็
จะยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น
ในพริบตา
หลินหยวนก็ต่อสู้กับปราชญ์เหลยเก๋อ
“เน้นการป้องกัน”
ที่
นี่
หลินหยวนแสดงพลังที่เทียบเท่ากับปราชญ์เหลยเก๋อ เพราะนี่คือกลยุทธ์
ของ ‘กษัตริย์ฉี่ซง’
ไม่ว่าจะเป็นแนวรบขอบที่หลินหยวนอยู่ หรือพื้นที่แนวรบหลักล้วนเน้น
การป้องกัน ตราบใดที่สามารถต้านทานการโจมตีของเขตจื่อเมิ่งได้ก็พอ
“หืม?”
ปราชญ์เหลยเก๋อต่อสู้กับหลินหยวนครู่หนึ่ง ก็ตกใจ
เขาเกือบใช้พลังทั้งหมดแล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถทำให้หลินหยวนล่าถอยได้
“ปราชญ์หยินเหอ เจ้าก็ซ่อนพลังไว้เช่นกัน?”
ปราชญ์เหลยเก๋อมีสีหน้าไม่ดี สถานการณ์ตอนนี้สามารถอธิบายได้แบบนี้
เท่านั้น
หลินหยวนไม่ได้ตอบ ตอนนี้เขาให้ความสนใจกับพื้นที่แนวรบหลัก
ปราชญ์ระดับสูงสุดได้เริ่มต่อสู้กันแล้ว
“แย่แล้ว”
ปราชญ์เหลยเก๋อมีสีหน้าเคร่งขรึม
เดิมทีเขาตั้งใจที่จะเอาชนะหลินหยวนอย่างรวดเร็ว แล้วบุกทะลวงแนวรบ
สร้างความประทับใจที่ดีให้กับกษัตริย์หลิงเว่ย
กษัตริย์หลิงเว่ยเป็นเชื้อพระวงศ์ ถึงแม้ว่าในอนาคตจะไม่ได้เป็นจักรพรรดิ
ของอาณาจักรโบราณ สถานะก็ยังสูงส่ง ปราชญ์ระดับจักรพรรดิสวรรค์อาจจะ
ไม่สนใจ แต่ปราชญ์อย่างเขาก็ยังอยากสร้างความสัมพันธ์ด้วย
แต่ตอนนี้ แผนในใจของปราชญ์เหลยเก๋อกำลังพังทลายลงอย่างรวดเร็ว
“ยังมีหวังที่จะบุกทะลวงแนวรบ”
ทั้
ปราชญ์เหลยเก๋อคิดอย่างรวดเร็ว พิจารณาวิธีและไพ่ตายทั้งหมดของตัว
เองในปัจจุบัน
“ถึงแม้ว่าปราชญ์หยินเหอจะซ่อนพลังไว้ แต่ก็คงพอๆ กับข้า ถ้าข้า…”
ปราชญ์เหลยเก๋อมองลงไป ตอนนี้เครื่องจักรสงครามแต่ละเครื่องของเขต
จื่อเมิ่ง กำลังต่อสู้กับเครื่องจักรสงครามของเขตชิงเฝินอย่างดุเดือด
“ถ้าข้าสามารถทำลายเครื่องจักรสงครามระดับ 2 คุณภาพกลางเครื่องนั้น
ได้ ย่อมได้เปรียบในสนามรบ แล้วค่อยยื้อปราชญ์หยินเหอไว้ ก็ยังสามารถบุก
ทะลวงแนวรบได้”
ปราชญ์เหลยเก๋อคิดในใจ
เดิมทีแผนของเขาคือการเอาชนะหลินหยวน แล้วค่อยไปช่วยเครื่องจักร
สงครามในการต่อสู้
ตอนนี้ การเอาชนะหลินหยวนไม่ใช่เรื่องง่าย เขาทำได้แค่ใช้เครื่องจักร
สงครามเพื่อให้ได้เปรียบ แล้วค่อยให้เครื่องจักรสงครามช่วยเขา
“เอาแบบนี้แหละ”
สายฟ้าที่ส่องประกายปรากฏขึ้นบนหน้าผากของปราชญ์เหลยเก๋อ
จากนั้น
สายฟ้าที่ส่องประกายนี้ก็ฉีกกาลอวกาศ พุ่งลงไปยังสนามรบ
สายฟ้าที่ส่องประกายขยายใหญ่ขึ้น เทียบเท่ากับฟ้าดิน พลังทีน่ากลัวแผ่
ซ่านไปทั่วกาลอวกาศ พุ่งเข้าหาเครื่องจักรสงครามระดับ 2 คุณภาพกลาง
เครื่องนั้น
“นี่คือสายฟ้าต้นกำเนิดที่ข้าบ่มเพาะมานานนับล้านปี!”
พลังของปราชญ์เหลยเก๋ออ่อนแอลงเล็กน้อย
นี้
ที่
ที่
สายฟ้าต้นกำเนิดนี้ เป็นวิธีการโจมตีที่แข็งแกร่งที่สุดของปราชญ์เหลยเก๋อ
ถ้าใช้กับหลินหยวน คงทำได้เพียงกดขี่เขาได้ชั่วคราว ยากที่จะเอาชนะได้
โดยตรง
แต่ถ้าใช้กับเครื่องจักรสงครามระดับ 2 คุณภาพกลางเครื่องนั้นสามารถ
ทำลายมันได้อย่างแน่นอน
ตราบใดที่กำจัดเครื่องจักรสงครามที่แข็งแกร่งที่สุดเครื่องนี้ได้เขตจื่อเมิ่ง
ย่อมต้อวได้เปรียบอย่างแน่นอนในสงคราม
เมื่อถึงเวลานั้น เขาแค่ต้องยื้อหลินหยวนไว้ เพียงเท่านี้ก็สามารถควบคุม
สถานการณ์สงครามได้
เปรี๊ยง เปรี๊ยง เปรี๊ยง
สายฟ้าต้นกำเนิดที่น่ากลัวมาถึงในพริบตา ปรากฏตัวขึ้นเหนือเครื่องจักร
สงครามระดับ 2 คุณภาพกลาง
ถึงแม้ว่าเครื่องจักรสงครามระดับ 2 คุณภาพกลางจะสามารถคุกคาม
ปราชญ์ได้ แต่การที่จะต้านทานการโจมตีที่แข็งแกร่งที่สุดของปราชญ์ ก็ไม่ใช่
เรื่องง่าย ยิ่งกว่านั้น จังหวะที่ปราชญ์เหลยเก๋อใช้สายฟ้าต้นกำเนิดนี้ ฉลาดมาก
เครื่องจักรสงครามระดับ 2 คุณภาพกลางเครื่องนั้นไม่มีโอกาสหลบเลย
“หืม?”
หลินหยวนที่กำลังยื้อปราชญ์เหลยเก๋ออยู่ ก็เปลี่ยนสีหน้าทันทีมองไปที่
เครื่องจักรสงครามระดับ 2 คุณภาพกลางที่กำลังจะถูกสายฟ้าที่น่ากลัว
ครอบคลุม
“รอยสลักแห่งความโกลาหลของข้า!”(ม่ายยยยย อย่าพังน้าาาา)
หลินหยวนยื่นมือออกไป ทันใดนั้น มือข้างนี้ก็ใหญ่โตมาก ฉีกกาลอวกาศ
สายฟ้าต้นกำเนิดที่ปราชญ์เหลยเก๋อบ่มเพาะมานานล้านปี ซึ่งถือเป็นวิธีการ
ที่
ที่
โจมตีที่แข็งแกร่งที่สุด ในสายตาของมือขวาของหลินหยวน กลับเปราะบาง
เหมือนกระดาษ ถูกฉีกขาดอย่างง่ายดาย
เครื่องจักรสงครามระดับ 2 คุณภาพกลางที่ขยายใหญ่ขึ้นเป็นร้อยพันล้าน
ลี้ เหมือนลูกแมวตัวเล็กๆ ถูกมือขวาของหลินหยวนปกป้องไว้ในฝ่ามือ
“นี่?”
ปราชญ์เหลยเก๋อที่กำลังจะยิ้ม ก็แข็งค้าง