สวรรค์บันดาล: ข้าพเจ้าสร้างวิถี - บทที่ 588 คนจากเมืองหลวง
น้องขอเปลี่ยนจาก
ราชวงศ์หลักขั้นสูงสุด เป็น ราชวงศ์หลักระดับสูงสุด
ขั้นสูงสุดอ่านแล้วมันแหม่งๆ หรือถ้าชอบขั้นสูงสุดบอกน้องน้าเดี๋ยวเปลี่ยน
กลับให้งับบบ
……….
หลินหยวนยืนอยู่กลางอากาศ มองกษัตริย์หลิงเสินร่างกายและจิต
วิญญาณสลายไปอย่างเงียบๆ
จากนั้นก็เก็บอาวุธและสมบัติต่างๆ ที่ราชวงศ์ต้าหลิงคนนี้ทิ้งไว้
“วิธีการของราชวงศ์แห่งอาณาจักรต้าหลิงนั้นแปลกประหลาดและรับมือ
ยาก โดยเฉพาะความสามารถในการเปลี่ยนร่างเป็น’จิตวิญญาณ’เมื่อครู่นี้ ถึง
แม้ว่าจะเป็นปราชญ์ระดับจักรพรรดิสวรรค์ ก็คงต้องปวดหัวสักพัก”
หลินหยวนรู้สึกเล็กน้อย
การเปลี่ยนร่างเป็น’จิตวิญญาณ’ คือการหลอมรวมกับ’จิตวิญญาณ’ กลาย
เป็น’จิตวิญญาณ’
และ’จิตวิญญาณ’มีอยู่ในทุกสิ่ง กระบวนท่านี้ของกษัตริย์หลิงเสิน ตราบใด
ที่ไม่เผชิญหน้ากับปราชญ์ระดับจักรพรรดิสวรรค์
ก็แทบจะไม่มีวันแพ้
“แต่น่าเสียดายที่มาเจอเรา”
หลินหยวนคิดในใจ กษัตริย์หลิงเสินเปลี่ยนร่างเป็น’จิตวิญญาณ’ หลอม
รวมกับทุกสิ่ง
ดิ์
ธิ์
แต่พลังศักดิ์สิทธิ์’โลก’ของร่างกายหลินหยวน สร้างจักรวาลภายนอกโดยมี
ตัวเองเป็นศูนย์กลาง
ภายในขอบเขตของจักรวาลภายนอก เขาสามารถควบคุมทุกอย่างได้
จริงๆ แล้ว แค่อาศัยพลังควบคุมของจักรวาลภายนอก ถึงแม้ว่าจะสามารถ
ปราบกษัตริย์หลิงเสินที่กลายเป็น’จิตวิญญาณ’ หลอมรวมกับ’จิตวิญญาณ’ ก็
ยากที่จะบีบเขาออกมา
จักรวาลภายนอกคงอยู่ได้ไม่นาน
แต่หลังจากที่จักรวาลภายในร่างกายของหลินหยวนหลอมรวมและกลืนกิน
แหล่งกำเนิดตะวันเพลิงนิรันดร์ ภายในขอบเขตของจักรวาลภายนอก ก็เท่ากับ
ตะวันเพลิงนิรันดร์ผลาญสวรรค์
ภายในขอบเขตนี้ หลินหยวนสามารถควบคุมกาลเวลา อวกาศและทุกสิ่ง
รอบข้างได้อย่างสมบูรณ์แบบ จึงสามารถบีบกษัตริย์หลิงเสินออกจากสภาพที่
หลอมรวมกับ’จิตวิญญาณ’ได้อย่างง่ายดาย
โดยมีจักรวาลภายในร่างกายเป็นรากฐาน การผสมผสานระหว่างพลัง
ศักดิ์สิทธิ์’โลก’กับพลังศักดิ์สิทธิ์’ตะวันเพลิงนิรันดร์ผลาญสวรรค์’ ทำให้วิธีการ
ของหลินหยวนน่ากลัวยิ่งขึ้น
นี่เป็นแค่การเสริมพลังให้กับพลังศักดิ์สิทธิ์’โลก’
การที่จักรวาลภายในร่างกายหลอมรวมและกลืนกิน’ แหล่งกำเนิดตะวัน
เพลิงนิรันดร์’ การเพิ่มพลังของรากฐานก็ยากที่จะประเมิน
นอกจากนี้ ด้วยการปกปิดของจักรวาลภายในร่างกาย เว้นแต่ว่าหลินหยวน
จะใช้พลังทั้งหมด ใช้พลังศักดิ์สิทธิ์’โลก’ ก็จะไม่เปิดเผยพลังศักดิ์สิทธิ์’ตะวัน
เพลิงนิรันดร์ผลาญสวรรค์’ที่เกี่ยวข้องกับบรรพชนตะวันเพลิงนิรันดร์
“หืม?”
ที่
ที่
ทิ้
หลังจากที่หลินหยวนเก็บอาวุธและสมบัติต่างๆ ที่กษัตริย์หลิงเสินทิ้งไว้ ก็
เหลือบมอง
ในบรรดาอาวุธและสมบัติต่างๆ ดาบยาวสีเงินโดดเด่นที่สุด เป็นอาวุธหลัก
ของกษัตริย์หลิงเสิน
“อาวุธระดับจักรพรรดิสวรรค์?”
หลินหยวนมองออกถึงระดับของอาวุธนี้ทันที ปราชญ์ระดับจักรพรรดิ
สวรรค์ในโลกต้นกำเนิดนี้ เทียบเท่ากับ’มหาปราชญ์’ในความว่างเปล่าแห่ง
ความโกลาหล
“ไม่เลว”
หลินหยวนพอใจ ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้ใช้ดาบ แต่อาวุธระดับจักรพรรดิ
สวรรค์ สามารถนำไปแลกเปลี่ยนทรัพยากรระดับเดียวกันได้
ดาบยาวสีเงินเล่มนี้ กษัตริย์หลิงเสินถือว่าเป็นอาวุธหลัก ถึงแม้ว่าจะเป็น
อาวุธระดับจักรพรรดิสวรรค์ ก็ถือว่าเป็นระดับสูง
นอกจากดาบยาวสีเงินแล้ว ยังมีชุดเกราะระดับจักรพรรดิสวรรค์และอาวุธ
อื่นๆ อีกหลายชิ้น ในแง่ของสมบัติ กษัตริย์หลิงเสินก็พกติดตัวมาอย่างมากมาย
“ราชวงศ์หลักของโลกต้นกำเนิดนี้ ร่ำรวยจริงๆ…”
หลินหยวนรู้สึกยินดี เขาก็คาดเดาได้ว่า อาวุธและสมบัติเหล่านีน่าจะเป็น
ทรัพย์สมบัติส่วนใหญ่ของกษัตริย์หลิงเสิน
ตามปกติแล้ว การเข้าร่วมสงครามระหว่างสองอาณาจักรถึงแม้ว่าจะเป็น
แค่สงครามบางส่วน ปราชญ์ที่เข้าร่วมก็จะไม่พกอาวุธและสมบัติล้ำค่าติดตัว
เพราะสงครามมีความไม่แน่นอนมากเกินไป ถ้าตาย ย่อมต้องตกไปอยู่ใน
มือของศัตรู
แต่กษัตริย์หลิงเสิน?
ในฐานะราชวงศ์หลักระดับสูงสุด กษัตริย์หลิงเสินไม่คิดว่าตัวเองจะตาย
ในการคาดเดาของกษัตริย์หลิงเสิน ผลลัพธ์ที่แย่ที่สุดคือ เขตชิงเฝินมี
ราชวงศ์หลักระดับสูงสุดเช่นกัน ต่อสู้กับกษัตริย์หลิงเสินอย่างเอาเป็นเอาตาย
สถานการณ์การต่อสู้จะตกอยู่ในภาวะชะงักงัน
ไม่ว่าจะเป็นผลลัพธ์แบบไหน กษัตริย์หลิงเสินก็ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะเกิด
เรื่อง
นี่ก็ปกติ ราชวงศ์หลักระดับสูงสุด เป็นปราชญ์ไร้เทียมทาน เว้นแต่ว่าจะ
เจอปราชญ์ระดับจักรพรรดิสวรรค์?
ไม่เช่นนั้นก็ยากที่จะตาย ยากที่จะสลายไป แล้วปราชญ์ระดับจักรพรรดิ
สวรรค์?
ในสนามรบ เมื่อปรากฏปราชญ์ระดับจักรพรรดิสวรรค์ ก็หมายความว่า
ความรุนแรงของสงครามจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก
และปราชญ์ระดับจักรพรรดิสวรรค์ที่สูงส่ง มักไม่ลงมือกับราชวงศ์หลัก
ระดับสูงสุดอย่างเขา
หลังจากดูสมบัติคร่าวๆ
หลินหยวนก็มองลงไปยังสนามรบด้านล่าง
ตอนนี้ ในสนามรบ ปราชญ์กว่า 20 คนของอาณาจักรต้าหลิงไม่ว่าจะเป็น
ปราชญ์ใหม่หรือปราชญ์ระดับสูงสุด ต่างก็เริ่มหนีอย่างบ้าคลั่ง
เห็นได้ชัดว่าพวกเขาก็รู้ผลการต่อสู้ระหว่างหลินหยวนกับกษัตริย์หลิงเสิน
“อยากหนีเหรอ?”
หลินหยวนคิด
ในการรับมือกับปราชญ์ทั่วไปเหล่านี้ หลินหยวนไม่จำเป็นต้องใช้พลัง
ศักดิ์สิทธิ์’โลก’อีกครั้ง
ฮึ่
ฮึ่มมม
พลังของโลกตะวันเพลิงนิรันดร์แผ่ซ่านออกไป ปราชญ์กว่า 20 คน ดิ้น
เหมือนปลาในน้ำ ถูกจับขึ้นมาทั้งหมด แล้วถูกปราบ
“หยินเหอ!”
ปราชญ์กว่า 20 คนหวาดกลัว
“วางใจ ข้าจะไม่ฆ่าพวกเจ้า”
หลินหยวนพูดโดยตรง
วิธีการจัดการเชลยศึกที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด ไม่ใช่การฆ่าแต่รอจนกว่า
สงครามจะสิ้นสุดลง แล้วให้อาณาจักรต้าหลิง’ไถ่ตัว’ กลับไป
หลินหยวนไม่ได้เกลียดชังเชลยศึกเหล่านี้ ทั้งสองฝ่ายแค่มีจุดยืนที่แตกต่าง
กัน จึงไม่มีพฤติกรรมระบายความโกรธ
และถึงแม้ว่าจะฆ่า ฝ่ายตรงข้ามก็จะไม่ตายโดยสมบูรณ์ สามารถฟื้น
คืนชีพได้โดยใช้วิธีเอาตัวรอด แค่สูญเสียร่างหลักเท่านั้น
ไม่มีความหมายมากนัก
การใช้เชลยเหล่านี้เพื่อแลกกับ’ค่าไถ่’จากอาณาจักรต้าหลิงเป็นสิ่งที่คุ้ม
ค่าที่สุดสำหรับหลินหยวน
ปราชญ์ต่อสู้เพื่ออาณาจักรต้าหลิง ตอนนี้ถูกจับเป็นเชลยอาณาจักรต้า
หลิงจะทนดูเฉยๆ ได้อย่างไร?
“กษัตริย์หลิงเว่ย?”
หลินหยวนขยับตัวเล็กน้อย มองไปยังที่ห่างไกล
มีพลังหนึ่งกำลังเคลื่อนที่ออกไปอย่างรวดเร็ว
ฟุ่บ
หลินหยวนหายตัวไป
ไม่นานก็ปรากฏตัวอีกครั้ง ตอนนี้อยู่ใกล้กับกษัตริย์หลิงเว่ยแล้ว
เมื่อเทียบกับราชวงศ์แห่งอาณาจักรต่างๆ ที่บ่มเพาะพลังสายเลือด หลิน
หยวนก็เชี่ยวชาญการทำความเข้าใจกฎ โดยเฉพาะกฎการหลอมรวมกาล
อวกาศ ไปถึงขอบเขตระดับ 8 ตั้งนานแล้ว
ก่อนหน้านี้ทำความเข้าใจรอยสลักแห่งความโกลาหลอย่างต่อเนื่อง
เพิ่มพูนความเข้าใจในกฎแห่งความโกลาหล โดยมีกฎแห่งความโกลาหลเป็นจุด
ยึด ก็ส่งเสริมความเข้าใจในกฎการหลอมรวมกาลอวกาศและกฎอื่นๆ อีก
มากมาย
ดังนั้น ในการไล่ล่า เว้นแต่ว่าจะเป็นราชวงศ์ที่เชี่ยวชาญวิธีการนี้ก็ไม่
สามารถหนีจากหลินหยวนได้
“หยินเหอ เจ้าอยากจะจับข้ารึ?”
กษัตริย์หลิงเว่ยรู้สึกได้ถึงพลังของหลินหยวนที่เข้ามาใกล้ ก็ไม่หนีอีกต่อไป
ยืนนิ่งอยู่กับที่
“เป็นไปไม่ได้”
กษัตริย์หลิงเว่ยส่ายหน้า จากนั้นร่างกายและจิตวิญญาณก็เริ่มสลายไป
ปราชญ์คนอื่นสามารถถูกจับ แล้วให้อาณาจักรต้าหลิงไถ่ตัวกลับไป
แต่เขา กษัตริย์หลิงเว่ย ทำแบบนั้นไม่ได้
ไม่ใช่เรื่องของ’ค่าไถ่’
แต่ในฐานะราชวงศ์ต้าหลิง กลายเป็นเชลยของอาณาจักรเลี่ยหยาง?
นี่คือการทำให้เสียหน้าอาณาจักรต้าหลิง
นั้
ดังนั้น
หลังจากที่กษัตริย์หลิงเว่ยรู้ว่าตัวเองหนีไม่ได้ ก็เลือกที่จะทำลายร่างกายนี้
เมื่อเทียบกับการเสียหน้าหลังจากที่กลายเป็นเชลย กษัตริย์หลิงเว่ยยอม
สละร่างกายนี้
หลินหยวนเห็นดังนั้น ก็รู้สึกเสียดายเล็กน้อย แต่ก็คาดการณ์ไว้แล้ว
เหตุผลที่เขาไม่ปล่อยกษัตริย์หลิงเสิน ก็เพราะคิดว่าฝ่ายตรงข้ามไม่น่าจะ
ยอมให้เขาปราบ
หลังจากที่รู้ว่าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของหลินหยวน กษัตริย์หลิงเสินก็คงจะเลือกจบ
ชีวิตตัวเอง
นี่เป็นสิ่งเดียวที่ราชวงศ์แห่งอาณาจักรทำได้
“สมบัติเยอะเหมือนกัน”
หลินหยวนเก็บสมบัติที่กษัตริย์หลิงเว่ยทิ้งไว้ ถึงแม้ว่าจะไม่เท่ากษัตริย์หลิง
เสิน แต่ก็ถือว่าร่ำรวยในบรรดาปราชญ์
“การลงมือครั้งนี้…”
หลินหยวนยิ้ม ทรัพย์สมบัติที่ราชวงศ์อย่างกษัตริย์หลิงเสินและกษัตริย์
หลิงเว่ยพกติดตัว รวมถึงอาวุธและสมบัติของปราชญ์หลายสิบคน
ปราชญ์หลายสิบคนนั้น หลินหยวนตั้งใจจะใช้พวกเขาแลก’ค่าไถ่’ แต่จะยึด
อาวุธและสมบัติต่างๆ ของพวกเขาก่อน แล้วค่อยนำไปแลก
หลินหยวนตรวจสอบคร่าวๆ ก็พบว่าตัวเองได้กำไรมากแล้ว
ยิ่งกว่านั้น นอกจากสมบัติที่ได้จากศัตรูแล้ว
หลินหยวนยังสามารถใช้ความดีความชอบที่ได้รับในสนามรบแลกเปลี่ยน
สมบัติจากกษัตริย์ฉี่ซงได้
มื่
นี้
และด้วยผลงานของหลินหยวนเมื่อครู่นี้ แทบจะพลิกสถานการณ์ด้วยตัว
คนเดียว จะได้รับความดีความชอบมากแค่ไหน?
อาณาจักรต้าหลิง
ในวังแห่งหนึ่งในเมืองหลวง
ในส่วนลึกของค่ายกลและข้อห้ามมากมาย คริสตัลสีขาวก้อนหนึ่งเปล่ง
แสงจางๆ จากนั้นก็รวมตัวเป็นร่างหนึ่ง เป็นกษัตริย์หลิงเสิน
กษัตริย์หลิงเสินที่’ฟื้นคืนชีพ’โดยใช้วิธีเอาตัวรอด พลังอ่อนแอมาก
แต่เมื่อเทียบกับความอ่อนแอของร่างกายและจิตวิญญาณตอนนี้กษัตริย์
หลิงเสินก็รู้สึกไม่สบายใจ
“ข้าตาย?”
“ตายอย่างขาวสะอาด ตายด้วยน้ำมือของสิ่งมีชีวิตที่ต่ำกว่าระดับ
จักรพรรดิสวรรค์?”
กษัตริย์หลิงเสินพึมพำ เขารู้สึกได้ว่าหลินหยวนไม่ใช่ปราชญ์ระดับ
จักรพรรดิสวรรค์ อย่างมากก็แค่ราชวงศ์หลักระดับสูงสุดของอาณาจักรเลี่ย
หยางเช่นเดียวกับเขา
ราชวงศ์หลักระดับสูงสุด พลังต่อสู้ไร้เทียมทาน ถึงแม้ว่าจะเผชิญหน้ากับ
ราชวงศ์หลักระดับสูงสุดระดับเดียวกัน ไม่สามารถเอาชนะได้ แต่ก็ยากที่จะแพ้
ยิ่งกว่านั้นยังถูกฆ่าโดยตรง
“นี่เป็นเพราะ…พรสวรรค์สายเลือดถูกหยินเหอปราบ?”
กษัตริย์หลิงเสินเริ่มทบทวน เหตุการณ์การต่อสู้ฉายวาบขึ้นมาในหัว
เขาใช้ความสามารถที่แข็งแกร่งที่สุด หลอมรวมกับ’จิตวิญญาณ’ของทุกสิ่ง
แต่สุดท้ายหยินเหอใช้วิธีการบางอย่าง ควบคุมกาลเวลา อวกาศ และทุกสิ่งรอบ
ข้างได้อย่างสมบูรณ์แบบ แม้แต่’จิตวิญญาณ’ของทุกสิ่งก็สามารถควบคุมได้
นี่
ที่
นี่คือสาเหตุหลักที่ทำให้กษัตริย์หลิงเสินสลายไป หลังจากทีหลอมรวม
กับ’จิตวิญญาณ’ กษัตริย์หลิงเสินแทบจะไม่มีวันแพ้ แต่ก็สูญเสียวิธีการอื่นๆ ไป
ด้วย
บวกกับความตกใจที่เขาถูกบีบออกจากสภาพที่หลอมรวมกับ’ จิต
วิญญาณ’ จึงตายด้วยน้ำมือของหยินเหออย่างง่ายดาย
“ถ้าข้าไม่ใช้ความสามารถในการเปลี่ยนร่างเป็น’จิตวิญญาณ’ อาจจะยื้อได้
นานกว่านี้”
กษัตริย์หลิงเสินคิดในใจ
ใช่
คือยื้อได้นานกว่านี้
ถึงแม้ว่ากษัตริย์หลิงเสินจะรู้ว่าตัวเองถูกหยินเหอปราบ แต่ด้วยพลัง
ควบคุมที่เหนือกว่าทุกสิ่ง ถึงแม้ว่าเขาจะไม่เปลี่ยนร่างเป็น’จิตวิญญาณ’
ผลลัพธ์ก็ไม่ต่างกัน
อย่างมากก็แค่ยื้อได้นานกว่านี้เท่านั้น
เพื่อให้ปราชญ์ของอาณาจักรต้าหลิงมีเวลาถอย?
“หยินเหอ…หรือว่าราชวงศ์หลักของอาณาจักรเลี่ยหยางมีความก้าวหน้าใน
การทำลายข้อจำกัดของปราชญ์ระดับจักรพรรดิสวรรค์? ดังนั้นหยินเหอจึงมี
พลังเช่นนี้?”
กษัตริย์หลิงเสินตั้งสติ คาดเดาในใจ
พลังของหลินหยวนผิดปกติอย่างเห็นได้ชัด เหนือกว่าราชวงศ์หลักระดับ
สูงสุดมาก แต่กลับยังไม่ก้าวเข้าสู่ระดับจักรพรรดิสวรรค์
ดังนั้นกษัตริย์หลิงเสินจึงสงสัย
“แบบนี้ก็ดี”
ที่
“แสดงว่าหลังจากที่ราชวงศ์หลักเติบโตถึงขีดสุด ก็ยังมีโอกาสทีจะพัฒนา
ต่อไป”
กษัตริย์หลิงเสินรู้สึกตื่นเต้น เมื่อเทียบกับความพ่ายแพ้ของตัวเอง การค้น
พบว่ายังมีทางเดินต่อไป มีประโยชน์กับกษัตริย์หลิงเสินมากกว่า
ฟึ่บ
หลินหยวนเก็บสมบัติของกษัตริย์หลิงเว่ย ร่างกายหายไปกลับไปที่
สนามรบอีกครั้ง
“ผู้อาวุโสหยินเหอ”
กษัตริย์ฉีเจวี๋ยเดินเข้ามาอย่างตื่นเต้น สีหน้าเต็มไปด้วยความขอบคุณ
“ไม่คิดว่าผู้อาวุโสจะผ่านมาที่นี่ แถมยังให้ความช่วยเหลือ ครั้งนีถ้าไม่มีผู้
อาวุโส เขตโดยรอบหลายสิบแห่งคงถูกยึดแล้ว”
“ไม่เป็นไร”
หลินหยวนมองกษัตริย์ฉีเจวี๋ย ก็คาดเดาความคิดของฝ่ายตรงข้ามได้ทันที
กษัตริย์ฉีเจวี๋ยน่าจะคิดว่าเขาเป็นราชวงศ์หลักระดับสูงสุดของอาณาจักร
เลี่ยหยางแล้ว
เพราะพลังของหลินหยวน แถมยังใช้วิธีการของร่างเทพสุริยันตะวันเพลิง
นิรันดร์
ถ้าหลินหยวนไม่ใช่ราชวงศ์หลักระดับสูงสุด กษัตริย์ฉีเจวี๋ยก็ไม่เชื่อ
หลินหยวนไม่ได้ปฏิเสธ เพราะแบบนี้สามารถอธิบายพลังของเขาได้
“ผู้อาวุโสหยินเหอ”
กษัตริย์ฉี่ซงก็มาถึง พูดอย่างรู้สึกผิด
นี้
“ก่อนหน้านี้ไม่รู้จักตัวตนของผู้อาวุโส จึงพูดจาไม่ดี ขอผู้อาวุโสอภัยให้
ด้วย”
หลินหยวนเอาชนะปราชญ์เหลยเกอ กษัตริย์ฉี่ซงเคยเรียกหลินหยวนมา
พบด้วยตัวเอง ทั้งสองคุยกันสองสามประโยค
จริงๆ แล้ว ตอนนั้นท่าทีของกษัตริย์ฉี่ซงก็ไม่แย่ ไม่ได้วางท่า แต่เมื่อนึกถึง
ตัวตนของหลินหยวน กษัตริย์ฉี่ซงก็รู้สึกไม่สบายใจ
“ไม่จำเป็นต้องพูดเช่นนั้น”
หลินหยวนไม่ได้ใส่ใจ
“หลังจากนี้จะทำอย่างไร?”
“บุกเขตจื่อเมิ่งรึ?”
หลินหยวนมองราชวงศ์ปราชญ์สองคน พูดอย่างไม่ใส่ใจ
ตอนนี้ ปราชญ์ระดับสูงสุดของเขตจื่อเมิ่งและเขตโดยรอบหลายสิบแห่ง
ถูกหลินหยวนปราบทั้งหมด เขตโดยรอบหลายสิบแห่งของศัตรูเท่ากับเปลือก
ว่างเปล่า
ตราบใดที่กษัตริย์ฉี่ซงต้องการบุก ก็จะไม่เจอการต่อต้านมากนัก
“บุกเขตจื่อเมิ่ง?”
กษัตริย์ฉี่ซงลังเล จากนั้นก็ส่ายหน้า
“อย่าเลย กษัตริย์หลิงเสินสลายไป อาณาจักรต้าหลิงคงจะมีการตอบโต้
ตอนนี้บุกเขตจื่อเมิ่ง ถึงแม้ว่าจะยึดได้ ก็ยากที่จะป้องกัน ไม่จำเป็น”
กษัตริย์ฉี่ซงไม่ได้มีความทะเยอทะยาน เขาไม่หวังความดีความชอบ แค่ขอ
ให้ไม่ทำผิดก็พอ
ตราบใดที่สามารถปกป้องเขตชิงเฝินได้ก็พอ
“ย่อมได้”
หลินหยวนพยักหน้า
สิ่งที่กษัตริย์ฉี่ซงพิจารณาล้วนสมเหตุสมผล
ไกลออกไป
ปราชญ์ระดับสูงสุดกว่า 20 คนมองหน้ากัน เหตุการณ์ที่หลินหยวนต่อสู้กับ
กษัตริย์หลิงเสินเมื่อครู่นี้ ทำให้พวกเขาตกใจจริงๆ
เดิมทีคิดว่าจะเป็นการต่อสู้ที่ดุเดือด แต่สุดท้ายกษัตริย์หลิงเสินกลับไม่
สามารถยื้อได้นาน
“พลังของผู้อาวุโสหยินเหอ…”
ปราชญ์หั่วฝู่ตกใจ ปราชญ์หงเย่ที่อยู่ข้างๆ ก็ไม่ต่างกัน
โดยเฉพาะปราชญ์หงเย่ ความสัมพันธ์กับหลินหยวนก่อนหน้านีก็ดี ไม่เคย
คิดว่าปราชญ์ใหม่คนนี้จะเป็นราชวงศ์หลักระดับสูงสุด
โดยเฉพาะพลังที่หลินหยวนแสดงเมื่อครู่นี้ อาจจะไม่ใช่แค่ราชวงศ์หลัก
ระดับสูงสุด
เมืองชิงเฝิน
บริเวณค่ายกลเคลื่อนย้าย
ตอนนี้ ค่ายกลเคลื่อนย้ายที่ใหญ่ที่สุดก็เปล่งแสง หลังจากนั้นไม่นาน ก็มีเงา
ร่างหลายร่างปรากฏขึ้น
เงาร่างเหล่านี้ ผู้นำเป็นชายชราผมแดง ด้านหลังมีชายหญิงหนุ่มสาวสามสี่
คน
“กษัตริย์หลิงเสินของอาณาจักรต้าหลิง เติบโตถึงขีดสุดแล้วยอดเยี่ยมยิ่ง
นัก”
นึ่
ชายหนุ่มคนหนึ่งพูด เขามองไปรอบๆ โล่งใจ
“ดูเหมือนว่าพวกเรามาทันเวลา”
ตอนนี้เมืองชิงเฝินไม่ได้มีปัญหาใหญ่ ค่ายกลเคลื่อนย้ายก็ทำงานได้ปกติ
แสดงว่ากษัตริย์หลิงเสินยังไม่ได้ลงมือกับเมืองชิงเฝิน
พวกเขาก็ไม่ได้มาเสียเที่ยว
เงาร่างเหล่านี้ คือกำลังเสริมที่เมืองหลวงของอาณาจักรเลี่ยหยางส่งมา
หลังจากที่รู้ว่าพลังของกษัตริย์หลิงเสินเหนือความคาดหมาย
ชายหนุ่มสาวสามสี่คนล้วนเป็นราชวงศ์ในขอบเขตปราชญ์ ชายชราผม
แดงที่เป็นผู้นำ เป็นราชวงศ์หลักระดับสูงสุด
ในอาณาจักรเลี่ยหยาง ราชวงศ์หลักมีน้อย ราชวงศ์หลักระดับสูงสุดยิ่ง
น้อยลงไปอีก
การที่ชายชราผมแดงสามารถมาได้อย่างรวดเร็ว ถือว่าให้ความสำคัญกับ
สงครามระหว่างเขตชิงเฝินกับเขตจื่อเมิ่งอย่างมาก
“หืม?”
ชายชราผมแดงมองไปยังสนามรบด้วยความประหลาดใจ
“เป็นอะไรรึ?”
ชายหนุ่มสาวสามสี่คนเห็นชายชราผมแดงยืนนิ่ง ไม่ได้ไปทีสนามรบ ก็รู้สึก
กังวล
ถึงแม้ว่าจะไม่รู้ว่ากษัตริย์ฉีเจวี๋ยและกษัตริย์ฉี่ซงใช้วิธีอะไร ยื้อกษัตริย์หลิง
เสินราชวงศ์หลักระดับสูงสุดเอาไว้นานขนาดนี้
แต่เห็นได้ชัดว่ายิ่งไปเร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งดี
“ไม่ต้องกังวล”
ชายชราผมแดงเหลือบมองชายหนุ่มสาวหลายคน พูดอย่างสงสัย
“สงครามจบลงแล้ว”