สวรรค์บันดาล: ข้าพเจ้าสร้างวิถี - บทที่ 605 อิทธิพลแผ่ขยาย
“ฮ่าฮ่าฮ่า เฮยเย่า ข้าเข้าไปก่อนล่ะ”
มหาปราชญ์คั่งหมานปรากฏตัวที่ทางเข้าจักรวาล’เซียนฮวง’ในพริบตา
จากนั้นก็ก้าวเข้าไป
ฝ่ามือเดียวของหลินหยวน ทำให้ขอบเขตเฮยเย่าของมหาปราชญ์เฮยเย่า
หดตัวลง ไม่สามารถกดทับกาลอวกาศได้อีกต่อไปมหาปราชญ์คั่งหมานเคลื่อน
ย้ายกาลอวกาศมายังทางเข้านอกทันที
วืดๆๆ
ถัดมา
มหาปราชญ์เทียนลู่ มหาปราชญ์อิงโม่ และมหาปราชญ์อีกหกคนก็เข้าไป
ในจักรวาล’เซียนฮวง’ตามลำดับ
หลินหยวนตบมหาปราชญ์เฮยเย่าจนมึนงง ทำให้มหาปราชญ์หกคนที่อยู่
ข้างหลังสุดคว้าโอกาส เข้าไปในจักรวาล’เซียนฮวง’ก่อน
เดิมทีมหาปราชญ์เหล่านี้ต้องเข้าไปในจักรวาล’เซียนฮวง’เป็นคนที่ห้าหรือ
หลังจากนั้น แต่การที่มหาปราชญ์เฮยเย่าถูกตบกระเด็นทำให้ลำดับการเข้าไป
ในจักรวาล’เซียนฮวง’ของพวกเขาเพิ่มขึ้นหนึ่งอันดับ
“พวกเรา…”
ปราชญ์แห่งความโกลาหลจำนวนมากที่กำลังดูอยู่รู้สึกตื่นเต้นตอนนี้ไม่มี
การกดทับกาลอวกาศแล้ว แม้แต่ปราชญ์แห่งความโกลาหลที่อ่อนแอที่สุด ก็
สามารถเคลื่อนย้ายกาลอวกาศมายังทางเข้า จากนั้นก็เข้าไปได้
การต่อสู้ของมหาปราชญ์ชวงเจี่ยว มหาปราชญ์เฮยเย่า และอีกสองคน
ทำให้พวกเขารู้ว่าจักรวาลที่สร้างขึ้นนี้ไม่ธรรมดา
ที่
แต่ก่อนที่ปราชญ์แห่งความโกลาหลจะทำอะไร
พลังแห่งความมืดมิดแผ่กระจายไปทุกทิศทุกทางอย่างบ้าคลั่งมหาปราชญ์
เฮยเย่าตั้งสติได้ ขอบเขตเฮยเย่าที่มองไม่เห็นเริ่มแผ่กระจายอย่างบ้าคลั่ง
“บัดซบ!”
มหาปราชญ์เฮยเย่ารู้สึกอัดอั้นตันใจ
“เจ้าบ้าชวงเจี่ยวนั่น วางแผนหลอกข้า”
ตอนนี้มหาปราชญ์เฮยเย่าก็เข้าใจแล้ว มหาปราชญ์ชวงเจี่ยวไม่มีวิธีถ่วง
เวลาหลินหยวนเป็นเวลานาน หรือถึงแม้ว่าจะมี ก็จะไม่ใช้
ตราบใดที่มหาปราชญ์ชวงเจี่ยวสามารถเข้าไปเป็นคนแรกได้ก็เพียง
พอแล้ว
ส่วนมหาปราชญ์เฮยเย่า?
เข้าไปช้าหน่อย มหาปราชญ์ชวงเจี่ยวก็จะมีคู่แข่งน้อยลงหนึ่งคน
ตูม!
มหาปราชญ์เฮยเย่าปรากฏตัวข้างทางเข้าจักรวาล’เซียนฮวง’ เกือบจะใน
ทันที
ส่วนปราชญ์แห่งความโกลาหลจำนวนมากที่กำลังเริ่มเคลื่อนไหวอย่างไม่
สงบ ก็สงบลงทันที หากมหาปราชญ์เฮยเย่ายังไม่เข้าไป พวกเขาย่อมไม่เข้าใกล้
อย่างแน่นอน
ก่อนหน้านี้มหาปราชญ์เฮยเย่าถูกตบกระเด็น ทำให้ปราชญ์แห่งความ
โกลาหลบางคนเห็นแก่ตัว แต่คิดดูดีๆ ถึงแม้ว่าพวกเขาจะสามารถเข้าไปใน
จักรวาล’เซียนฮวง’ก่อนได้
แล้วอย่างไร?
มหาปราชญ์เทียนลู่และอีกห้าคนกล้าเข้าไปก่อน เพราะพวกเขาเป็นมหา
ปราชญ์เช่นกัน เมื่อเผชิญหน้ากับมหาปราชญ์เฮยเย่า อย่างน้อยก็มีโอกาสรอด
แต่ปราชญ์แห่งความโกลาหลอย่างพวกเขา?
เผชิญหน้ากับมหาปราชญ์เฮยเย่าที่กำลังโกรธ?
จะต้านทานอย่างไร?
หากเข้าไปในจักรวาล’เซียนฮวง’ก่อน ทำให้มหาปราชญ์เฮยเย่าโกรธ แล้ว
ตามเข้าไปฆ่า
ใครจะรอดชีวิตจากจักรวาลนี้ได้?
หลังจากใจเย็นลง ปราชญ์ทุกคนก็รู้ว่าควรทำอย่างไร
“ครั้งนี้ขาดทุนเยอะแล้ว”
ก่อนที่มหาปราชญ์เฮยเย่าจะก้าวเข้าไปในจักรวาล’เซียนฮวง’ เขารู้สึก
เสียใจ
หากไม่ร่วมมือกับมหาปราชญ์ชวงเจี่ยว เขาก็จะเข้าไปในจักรวาลเป็นคนที่
สองหรือสาม
แล้วตอนนี้?
เป็นคนที่สิบที่เข้าไปในจักรวาล
หากไม่ตั้งสติได้ ปราชญ์บางคนคงเข้าไปในจักรวาลก่อนเขาแล้ว
“หวังว่าจะยังทัน จักรวาลที่สร้างขึ้นนี้ เป็นของมหาปราชญ์’ เซียนฮวง’เมื่อ
หลายล้านยุคจักรวาลก่อน…”
ร่างของมหาปราชญ์เฮยเย่าหายไป เข้าไปในจักรวาล
จี่
บื้
เช่นเดียวกับมหาปราชญ์ชวงเจี่ยว มหาปราชญ์เฮยเย่าก็รู้เบื้องหลังของ
จักรวาลนี้เช่นกัน รู้ว่ามหาปราชญ์’เซียนฮวง’ในอดีตแข็งแกร่งเพียงใด
นั่นคือมหาปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ที่สร้างทวีปที่ครอบคลุมหลายหมื่นเขตความ
ว่างเปล่าด้วยตัวคนเดียว หากไม่มีอุบัติเหตุ ทำให้มหาปราชญ์’เซียนฮวง’หายตัว
ไปอย่างลึกลับ อีกหลายสิบหรือหลายร้อย
ยุคจักรวาล มหาปราชญ์’เซียนฮวง’มีโอกาสสูงที่จะกลายเป็นมหาปราชญ์
ไร้พ่ายในตำนาน
การที่จะเป็นมหาปราชญ์ไร้พ่าย ไม่เพียงแต่ต้องมีพลังต่อสู้ทีเหนือกว่า
มหาปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่คนอื่น แต่ยังต้องใช้เวลาพิสูจน์ ให้มหาปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่
คนอื่นยอมรับว่าไม่ใช่คู่ต่อสู้
และสิ่งนี้ต้องใช้เวลานาน
แต่มหาปราชญ์’เซียนฮวง’?
ในช่วงที่เขาแข็งแกร่งที่สุด ก็หายตัวไปอย่างกะทันหัน ทำให้ไม่ได้รับการ
ยอมรับจากมหาปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ทั้งหมดในยุคนั้น
หลังจากที่มหาปราชญ์เฮยเย่าเข้าไปในจักรวาล’เซียนฮวง’
ปราชญ์แห่งความโกลาหลจำนวนมากก็ตื่นเต้นทันที เคลื่อนย้ายกาล
อวกาศ บุกเข้าไปในจักรวาล’เซียนฮวง’เช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ยังมีปราชญ์แห่งความโกลาหลจำนวนมากที่ไม่ได้ทำอะไร
ไม่ได้บุกเข้าไปในจักรวาล’เซียนฮวง’
“จักรวาลที่สร้างขึ้นนี้ไม่ธรรมดาจริงๆ แต่ไม่ว่าจะไม่ธรรมดาแค่ไหน แล้ว
มันเกี่ยวอะไรกับพวกเรา? มหาปราชญ์สิบคนเข้าไปแล้ว ยังมีปราชญ์ระดับ
สูงสุดอีกมากมายเข้าไปแล้ว ไม่ว่าจะมีสมบัติล้ำค่ามากแค่ไหน ย่อมต้องถูกแบ่ง
ปันจนหมด พวกเราเข้าไป ไม่เพียงแต่ไม่ได้สมบัติ แต่อาจต้องตาย”
ปราชญ์แห่งความโกลาหลหลายคนมีสติสัมปชัญญะ การต่อสู้ระหว่างหลิน
หยวน มหาปราชญ์เฮยเย่า และอีกสองคน ทำให้ปราชญ์แห่งความโกลาหล
หลายคนตระหนักถึงความจริง
ปราชญ์ส่วนใหญ่ ถึงแม้ว่าจะรู้ว่ามหาปราชญ์แข็งแกร่ง และเคยเห็นมหา
ปราชญ์ต่อสู้กัน แต่ไม่เคยเห็นการต่อสู้แบบมหาปราชญ์เฮยเย่า มหาปราชญ์
ชวงเจี่ยว และอีกสองคน
มหาปราชญ์มักจะไม่ลงมือ โดยเฉพาะมหาปราชญ์ที่แข็งแกร่ง
อิทธิพลจากการต่อสู้ของหลินหยวน มหาปราชญ์เฮยเย่า และอีกสองคน
ทำให้ปราชญ์บางคนตระหนักถึงความอ่อนแอของตนเองอย่างลึกซึ้ง
หากเป็นมหาปราชญ์ทั่วไป พวกเขาเข้าไปอาจจะมีโอกาสฉวยโอกาส แต่
สำหรับมหาปราชญ์ที่แข็งแกร่งเช่นนี้?
จะฉวยโอกาสได้อย่างไร?
ยิ่งมีปราชญ์ระดับสูงสุดจำนวนมากเข้าไปแล้ว
“ถึงแม้ว่าจะไม่เข้าไป แต่ครั้งนี้ได้เห็นการต่อสู้ของมหาปราชญ์ระดับนี้ ก็
คุ้มค่าแล้ว”
“ใช่ ถึงแม้ว่าพวกเราจะเคยเห็นภาพการต่อสู้ของมหาปราชญ์ในอดีต แต่
ภาพจะเทียบกับสถานการณ์จริงได้อย่างไร?”
“มหาปราชญ์ที่ปรากฏตัวคนสุดท้าย พวกเจ้าต้องจำให้ดี ต่อไปหากพบ
เจอ ห้ามยุ่งเกี่ยวเด็ดขาด!!”
ปราชญ์แห่งความโกลาหลรู้สึกผ่อนคลาย หลังจากยอมแพ้ที่จะเข้าไปใน
จักรวาล’เซียนฮวง’ พวกเขาก็ไม่มีความกดดัน
“ใช่ ข้าส่งภาพการต่อสู้เมื่อครู่ให้เหล่าสหายของข้าแล้ว ให้พวกเขาระวัง
ด้วย”
ปราชญ์แห่งความโกลาหลคนหนึ่งกล่าว
นี่
ที่ชื่
ทั่
นี่คือเหตุผลที่ชื่อเสียงของมหาปราชญ์จะแพร่กระจายไปทั่วแต่ละเขต
ความว่างเปล่า
ตราบใดที่ลงมือหนึ่งครั้ง และถูกปราชญ์แห่งความโกลาหลคนอื่นเห็น จาก
นั้นก็จะแพร่กระจายออกไป
เช่นหลินหยวน มีพลังต่อสู้ระดับมหาปราชญ์ที่แข็งแกร่ง แต่ไม่มีข้อมูลที่
เกี่ยวข้อง เป็นเรื่องที่หายากมาก สามารถจัดเป็นมหาปราชญ์จากยุคโบราณ สิ่ง
มีชีวิตที่รู้ข้อมูลของเขาได้ตายไปหมดแล้ว
ไกลออกไป
ในกาลอวกาศที่บิดเบี้ยว มีจิตสำนึกขนาดใหญ่หลายสายกำลังสังเกตจาก
ระยะไกล
จิตสำนึกขนาดใหญ่เหล่านี้ มีรูปร่างที่แตกต่างกัน มีดวงตาขนาดใหญ่ แท่น
บูชาโบราณ และมีดที่หักเป็นสองท่อน
“มนุษย์ผู้นี้…ไม่ได้วิวัฒนาการพลังแห่งความโกลาหล แต่พลังต่อสู้กลับ
สามารถเทียบเท่ากับขอบเขตโกลาหลอย่างสมบูรณ์ได้ น่าทึ่ง น่าทึ่งจริงๆ”
จิตวิญญาณแห่งแท่นบูชาโบราณส่งคลื่นจิต มีความหมายของความตก
ตะลึง
พวกมันเป็นสิ่งมีชีวิตพิเศษ ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตปกติ เป็นวิธีการทีสิ่งมีชีวิตระดับ
13 ทิ้งไว้ เกิดสติปัญญาขึ้นมา ตลอดหลายยุคจักรวาลได้พบเห็นมหาปราชญ์
และมหาปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่นับไม่ถ้วน
แต่หลินหยวน นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เห็น
ไม่ใช่ว่าพลังต่อสู้ของหลินหยวนแข็งแกร่งเพียงใด แต่เป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่ได้
ควบคุมพลังแห่งความโกลาหล กลับสามารถต่อสู้กับผู้ที่บรรลุขอบเขตโกลาหล
อย่างสมบูรณ์ได้
ยิ่งมีวิสัยทัศน์สูงส่งเท่าไหร่ ยิ่งเข้าใจความยากลำบากมากขึ้นเท่านั้น
ที่
ทำไมผู้ที่บรรลุขอบเขตโกลาหลอย่างสมบูรณ์แบบ ถึงเหนือกว่าปราชญ์?
โดยพื้นฐานแล้ว ทั้งสองอยู่ในขอบเขตโกลาหล แต่คนก่อนหน้า
วิวัฒนาการพลังแห่งความโกลาหลของตนเอง
นี่คือการเปลี่ยนแปลงเชิงคุณภาพ
และเป็นเงื่อนไขในการพัฒนาสู่ระดับ 13
“ข้ารู้สึกได้ว่ารากฐานของเขาแข็งแกร่งมาก คงได้รับมรดกระดับ 13 มา
จากที่ใดที่หนึ่ง?”
มีดที่หักเป็นสองท่อนส่งคลื่นจิตเช่นกัน
มรดกระดับ 13 ?
สำหรับสิ่งมีชีวิตระดับ 12 เป็นสิ่งที่หายาก แม้แต่มหาปราชญ์และมหา
ปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่หลายคนก็ไม่เคยได้ยิน
แต่ในสายตาของสิ่งมีชีวิตพิเศษเฉกเช่นพวกมัน มรดกระดับ 13 ไม่ใช่
ความลับ
แม้แต่รู้ว่ามรดกระดับ 13 บางอย่างอยู่ที่ไหน สิ่งมีชีวิตระดับ 13 ที
แข็งแกร่งและเก่าแก่หลายคน เมื่อมีอารมณ์ ก็จะทิ้งมรดกของตนเองไว้
แต่มรดกเหล่านี้เกี่ยวข้องกับสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาระดับ 13 ถึงแม้ว่าสิ่งมี
ชีวิตพิเศษเช่นพวกมันจะรู้ ก็ไม่กล้าเปิดเผยออกไป
สิ่งมีชีวิตระดับ 13 สามารถมองเห็นอดีตและอนาคตได้ แทบจะไม่มีความ
ลับใดที่ซ่อนพวกเขาได้
หากรู้ว่ามรดกที่ตนเองทิ้งไว้ ถูกเปิดเผยออกไปและมีคนได้รับถึงแม้ว่าพวก
เขาจะมาจากสิ่งมีชีวิตระดับ 13 ผลที่ตามมาย่อมต้องไม่ดี อย่างน้อยจิตสำนึก
ในปัจจุบันก็จะถูกลบหายไป
ที่
นี้
“ถึงแม้ว่าจะได้รับมรดกระดับ 13 การที่จะบ่มเพาะให้ถึงระดับนี้ ก็ยาก
มาก”
จิตวิญญาณแห่งแท่นบูชาโบราณกล่าว
มรดกระดับ 13 มีประสิทธิภาพที่น่าทึ่งจริงๆ แต่การที่จะบ่มเพาะให้
สำเร็จ?
ก็ไม่ง่ายเช่นกัน แม้แต่มรดกระดับ 13 บางอย่างก็ไม่มีทางบ่มเพาะให้
สำเร็จ เป็นเพียงการคาดเดาทางทฤษฎีของผู้สร้าง
“ไม่ว่าอย่างไร ในอนาคตอันใกล้นี้ คงจะมีมหาปราชญ์ไร้พ่ายเพิ่มขึ้นอีก
หนึ่งคนในความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล”
มีดที่หักเป็นสองท่อนกล่าว
เมื่อพูดเช่นนี้
จิตสำนึกอื่นๆ ไม่ได้คัดค้าน
ด้วยพลังต่อสู้ที่หลินหยวนแสดงออกมา ตราบใดที่วิวัฒนาการพลังแห่ง
ความโกลาหลของตนเอง การเป็นมหาปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่เป็นเรื่องที่แน่นอน จาก
นั้นบ่มเพาะมรดกระดับ 13 ให้ถึงระดับหนึ่ง เมื่อนั้น มนุษย์ผู้นี้ก็สามารถเป็น
มหาปราชญ์ไร้พ่ายอย่างได้อย่างแน่นอน
“ความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลของพวกเรา ไม่ได้มีมหาปราชญ์ไร้พ่าย
เกิดขึ้นมานานเพียงใดแล้ว?
มหาปราชญ์ไร้พ่ายคนสุดท้ายคือผู้ใด? ‘โม่ยวี่’รึ?” (อ่านว่า โม่- ยวี่ หรือก็
คือเจ้าหอหยกปีศาจ ผู้สร้างมิติหยกปีศาจ หอคอยดำเก้าชั้น และ รูปปั้นหินเซิน
จี๋ รวมไปถึงมรดกอื่นๆ อย่าง ร่างหยกอมตะความจริงและภาพลวงตา)
จิตวิญญาณแห่งแท่นบูชาโบราณกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ
แตกต่างจากจิตสำนึกอื่นๆ ที่กำลังสนทนา ดวงตาหมื่นวิถีที่เป็นดวงตา
ขนาดใหญ่ ไม่ได้พูดอะไรมาก
นี้
ที่
ญ่
ู
“เจ้า ‘หยินเหอ’ ผู้นี้ มีพลังต่อสู้แข็งแกร่งกว่าที่ข้าคิดไว้มาก”
ดวงตาหมื่นวิถีตกใจ เขารู้จักหลินหยวนมากกว่าสิ่งมีชีวิตพิเศษอื่นๆ
เวลาผ่านไป
ข่าวการต่อสู้นอกจักรวาล’เซียนฮวง’แพร่กระจายไปทั่วแต่ละเขตความว่าง
เปล่าอย่างรวดเร็ว
โดยเฉพาะการต่อสู้ระหว่างหลินหยวน มหาปราชญ์ชวงเจี่ยวมหาปราชญ์
เฮยเย่า และมหาปราชญ์คั่งหมาน ทำให้ปราชญ์แห่งความโกลาหลจำนวนมาก
หวาดกลัว
เห็นได้ชัดว่าพลังต่อสู้ของมหาปราชญ์สี่คนนี้ เหนือกว่ามหาปราชญ์อีกหก
คนหนึ่งระดับ
ทวีปแห่งความโกลาหลกู่หมิง
ปราชญ์กู่หมิงได้รับภาพการต่อสู้นอกจักรวาล’เซียนฮวง’เช่นกัน
“นี่คือมหาปราชญ์…”
ปราชญ์กู่หมิงรู้สึกซาบซึ้ง
“มหาปราชญ์จิ่วเฟิ่ง มหาปราชญ์อิงโม่ ก็อยู่ที่นั่น?”
ปราชญ์กู่หมิงจำมหาปราชญ์สองคนนี้ได้ทันที ไม่นานมานี้ ทวีปแห่งความ
โกลาหลที่เขาอยู่ ถูกบังคับให้ย้ายมาที่นี่เพราะการต่อสู้ของมหาปราชญ์สองคน
นี้
“พลังต่อสู้ของมหาปราชญ์สี่คนนี้…”
ปราชญ์กู่หมิงเห็นการต่อสู้ของมหาปราชญ์สี่คน รู้สึกหวาดกลัวเล็กน้อย
แต่ก็พบความผิดปกติอย่างรวดเร็ว
ที่
“มหาปราชญ์ที่ปรากฏตัวคนสุดท้าย ทำไม ทำไมถึงเหมือน ‘ท่านหยิน
เหอ’?”
ปราชญ์กู่หมิงตกใจ
…..
(จบตอน)
……….
ความจริงแล้ว เจ้าหอหยกปีศาจ มีชื่อนี้ครับ (魔玉楼主人, Móyù Lóu
Zhǔrén) หรือ เจ้าของหอคอยโม่ยวี่
แต่ผมแปลคำมาจากจีนทีละครับ
墨 (mò) แปลว่า ปีศาจ
玉 (yù) แปลว่า หยก
楼 (lóu) แปลว่า หอ, อาคารสูง
主人 (zhǔ rén) แปลว่า เจ้าของ
ผมเลยแปลตรงตัวว่า เจ้าหอหยกปีศาจ หลังจากนี้ผมอาจจะเรียกว่า ‘เจ้า
หอคอยโม่ยวี่’ นะครับ จะได้ให้ความรู้สึกเดียวกับจักรพรรดิ‘เซียนฮวง’