สวรรค์บันดาล: ข้าพเจ้าสร้างวิถี - บทที่ 612 ข้าชื่อ 'หยินเหอ'
กาลอวกาศอันกว้างใหญ่ไพศาลเข้ามาแทนที่จักรวาล’เซียนฮวง’อย่างทรง
พลัง ครอบคลุมมหาปราชญ์แห่งความโกลาหลเก้าคนราวกับแมลงในอำพัน
ต้องเผชิญกับแรงกดดันมหาศาลทุกขณะ
กฎแห่งวิถีต่างๆ ที่จักรวาล’เซียนฮวง’ทำงาน ล้วนถอยห่าง ตะวันเพลิงนิรัน
ดร์ที่ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางกาลอวกาศ แสงอาทิตย์ส่องไปที่ใด ที่นั่นคือ
อาณาเขต
“กฎแห่งวิถีของจักรวาลที่สร้างขึ้นแห่งนี้ กดดันมากกว่ากฎแห่งวิถีของ
ความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล ตอนนี้กฎแห่งวิถีในจักรวาลถอยห่าง ในความ
ว่างเปล่าแห่งความโกลาหลก็คงเป็นเช่นนี้…”
มหาปราชญ์คั่งหมานทรงตัวอย่างยากลำบาก ไม่อยากจะเชื่อ
“นี่คือพลังที่มหาปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่เท่านั้นที่ทำได้?
ที่ที่เขายืน กฎกาลอวกาศรอบๆ ล้วนถูกกำหนดโดยเขา?”
“ไม่ถูก ต้องมีแค่กฎแห่งวิถีถอยห่าง ไม่ได้ถึงขั้นกำหนดกฎด้วยตนเอง เขา
ไม่ใช่มหาปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่”
มหาปราชญ์คั่งหมานกลืนน้ำลาย
พลังที่หลินหยวนแสดงออกมาในตอนนี้ ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่มหาปราชญ์ผู้ยิ่ง
ใหญ่ ก็เหนือกว่าพวกเขามาก
อย่างน้อยมหาปราชญ์คั่งหมานก็ยอมรับว่าไม่ใช่คู่ต่อสู้ แม้แต่การต่อสู้ก็ไม่
จำเป็น
“เขาแข็งแกร่งขนาดนี้ได้อย่างไร?”
จี่
นี้
มหาปราชญ์ชวงเจี่ยวก็ตกใจเช่นกัน ก่อนหน้านี้ นอกจักรวาล’ เซียนฮวง’
เขายังใช้ท่าไม้ตายขัดขวางหลินหยวนชั่วขณะ จึงเป็นคนแรกที่เข้าสู่
จักรวาล’เซียนฮวง’
ในตอนนั้น หลินหยวนทำให้มหาปราชญ์ชวงเจี่ยวรู้สึกกดดันบ้าง
แต่เป็นเพียงแรงกดดันเมื่อเผชิญหน้ากับศัตรูในระดับเดียวกัน
แล้วตอนนี้?
นี่คือศัตรูในระดับเดียวกัน?
“หากพวกท่านอยากมีชีวิตรอด…”
หลินหยวนยืนอยู่ตรงนั้น มองลงไปยังมหาปราชญ์แห่งความโกลาหลแต่ละ
คน กล่าวอย่างใจเย็น
“จงสาบาน ว่าจะออกจากจักรวาลนี้ทันที ห้ามเข้าใกล้ภายในหนึ่งหมื่นยุค
จักรวาล”
นอกจากมหาปราชญ์อิงโม่และมหาปราชญ์จิ่วเฟิ่ง หลินหยวนไม่ได้มีความ
แค้นกับมหาปราชญ์แห่งความโกลาหลคนอื่นๆ ตราบใด
ที่พวกเขาไม่อยู่ในจักรวาล’เซียนฮวง’ หลินหยวนก็ไม่รังเกียจที่จะปล่อย
พวกเขาไป
ส่วนใหญ่เป็นเพราะไม่สามารถกำจัดได้อย่างสิ้นเชิง มหาปราชญ์แห่ง
ความโกลาหลเหล่านี้ล้วนมีวิธีเอาชีวิตรอดมากมายถึงแม้ว่าจะตายในจักรวาลนี้
ก็จะฟื้นคืนชีพในที่ลับอื่นๆ
ไม่ต้องถึงกับฟื้นคืนชีพ
“ออกจากจักรวาลนี้ทันที?”
ขอบเขตเฮยเย่าที่มหาปราชญ์เฮยเย่าใช้ สามารถรักษาไว้ได้ในระยะหนึ่ง
หมื่นลี้ เขามองหลินหยวนด้วยสีหน้าไม่สู้ดี
นี้
นี้
“ไม่ใช่ออกจากวิหารหลังนี้ แต่เป็นออกจากจักรวาลนี้โดยตรง?”
ด้วยพลังที่หลินหยวนแสดงออกมา มหาปราชญ์เฮยเย่าไม่คิดจะต่อต้านอีก
ต่อไป หากทำได้ ก็จะไปยังพื้นที่อื่นเพื่อค้นหาสมบัติและโอกาส
จักรวาลแห่งนี้เมื่อสามารถให้กำเนิดสมบัติล้ำค่าระดับมหาปราชญ์ผู้ยิ่ง
ใหญ่ชิ้นหนึ่ง ก็สามารถให้กำเนิดชิ้นที่สองและชิ้นที่สามได้
ถึงแม้ว่าจะไม่ได้รับสมบัติล้ำค่าระดับมหาปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ อย่างน้อยก็
ต้องได้รับสมบัติล้ำค่าระดับมหาปราชญ์แห่งความโกลาหล
มิฉะนั้นจะเสียเที่ยวหรือ?
เพื่อมาถึงบริเวณใกล้เคียงจักรวาลนี้ในเวลาอันสั้น มหาปราชญ์เฮยเย่าก็
จ่ายไปมาก
“ท่านไม่คิดว่ามากเกินไปหน่อยหรือ? ไม่ใช่มหาปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ แต่กลับ
อยากทำเรื่องของมหาปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่?”
มหาปราชญ์ชวงเจี่ยวก็มองหลินหยวนเช่นกัน
กาลอวกาศรอบตัวหลินหยวนกดดันมาก จริงๆ แล้วแข็งแกร่งกว่าขอบเขต
เฮยเย่าของมหาปราชญ์เฮยเย่ามาก
หากมีเพียงมหาปราชญ์ชวงเจี่ยวคนเดียว แน่นอนว่าจะไม่พูดแบบนี้
เพราะไม่มีวิธีต้านทานแรงกดดันของกาลอวกาศรอบๆ
แต่ตอนนี้ นอกจากมหาปราชญ์ชวงเจี่ยว ยังมีมหาปราชญ์แห่งความ
โกลาหลอีกแปดคน ในนั้นมีสองคนเป็นมหาปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่
หากมหาปราชญ์แห่งความโกลาหลเก้าคนร่วมมือกัน ไม่ต้องพูดถึงการ
เอาชนะหลินหยวน อย่างน้อยก็สามารถต่อสู้กับเขาได้
อย่างแย่ที่สุด ถึงแม้ว่าจะแพ้ในท้ายที่สุด มหาปราชญ์ชวงเจี่ยวก็มั่นใจว่า
สามารถหนีออกไปได้
ยิ่
พลังของหลินหยวนแข็งแกร่งเพียงใด ก็ไม่ใช่มหาปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่อยู่ดี
“ใช่”
มหาปราชญ์คั่งหมานมองมหาปราชญ์ชวงเจี่ยวและมหาปราชญ์เฮยเย่า
มองหลินหยวนเช่นกัน
“วิหารรัตติกาลหลังนี้ยกให้ท่านก็ได้ แต่ให้พวกเราออกไปทันทีมากเกินไป
หน่อยหรือไม่?”
มหาปราชญ์คั่งหมานถูกดวงตาหมื่นวิถีหลอกเอาสมบัติไปตอนนี้ยังรู้สึก
เจ็บใจ จึงไม่ยอมแพ้
มหาปราชญ์เทียนลู่ มหาปราชญ์จิ่วเฟิ่ง และมหาปราชญ์ทั่วไปคนอื่นๆ ก็
ลังเลเล็กน้อย พวกเขาไม่เหมือนมหาปราชญ์ชวงเจี่ยวและมหาปราชญ์คั่งหมา
น พวกเขารู้สึกถึงอันตรายถึงชีวิตภายใต้แรงกดดันของกาลอวกาศรอบๆ
มหาปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่สามคนกล้าพูดแบบนี้ เพราะมั่นใจว่าเอาชีวิตรอดได้
แต่พวกเขาหกคน?
ถึงแม้ว่าร่างกายจะถูกทำลาย ไม่ได้หมายความว่าจะตายโดยสมบูรณ์ แต่
การใช้มาตรการช่วยชีวิตเพื่อฟื้นฟูพลังถึงขั้นสูงสุด ต้องจ่ายราคาแพง
“พวกเราเก้าคนต้องร่วมมือกัน ถึงจะเอาชีวิตรอดได้”
มหาปราชญ์ชวงเจี่ยวส่งข้อความถึงมหาปราชญ์แห่งความโกลาหลหกคน
ทันที
พลังของมหาปราชญ์แห่งความโกลาหลหกคนนี้ ถึงแม้ว่าจะด้อยกว่าพวก
เขา แต่หากต่อสู้กันจริงๆ มหาปราชญ์แห่งความโกลาหลหกคนก็สามารถเบี่ยง
เบนความสนใจของหลินหยวนได้บ้าง
ด้วยวิธีนี้ แรงกดดันของมหาปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่สามคนย่อมต้องลดลง
“หากถอย ก็เท่ากับยอมแพ้จักรวาลนี้ ข้าสามารถบอกข้อมูลให้พวกท่าน
ได้ ผู้สร้างจักรวาลแห่งนี้ เคยใกล้เคียงกับมหาปราชญ์ไร้พ่าย เป็นมหาปราชญ์ผู้
ยิ่
ที่
ยั่
ผู้
ญ์
ญ์ผู้
ยิ่งใหญ่ที่มีพลังแข็งแกร่งอย่างไม่อาจหยั่งรู้”
“จักรวาลที่เขาสร้างขึ้น มีสมบัติล้ำค่ามากมาย ตอนนี้เป็นเพียงแค่การเริ่ม
ต้น พวกท่านยินยอมที่จะยอมแพ้หรือ?”
มหาปราชญ์ชวงเจี่ยวเปิดเผยข้อมูลที่เขารู้ เพื่อให้มหาปราชญ์แห่งความ
โกลาหลหกคนอยู่ข้างเขา
“มหาปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ที่ใกล้เคียงกับมหาปราชญ์ไร้พ่าย?”
มหาปราชญ์เทียนลู่เบิกตากว้าง เขารู้ความหมายของมหาปราชญ์ไร้พ่าย
ความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลอันไร้ขอบเขต ในแต่ละยุคจะมีมหาปราชญ์ไร้
พ่ายได้เพียงคนเดียว อันที่จริง ในยุคส่วนใหญ่ไม่มีมหาปราชญ์ไร้พ่าย
มหาปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่เป็นบุคคลเช่นไร?
การที่จะทำให้พวกเขายอมรับ ต้องมีพลังที่เหนือกว่า ทำให้มหาปราชญ์ผู้
ยิ่งใหญ่คนอื่นๆ รู้สึกสิ้นหวัง จึงจะเกิดมหาปราชญ์ไร้พ่ายทีทุกคนยอมรับ
มหาปราชญ์ไร้พ่ายนั้นหายากมาก และมหาปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ทีใกล้เคียง
กับมหาปราชญ์ไร้พ่ายก็มีไม่มาก อย่างน้อยพลังต้องเหนือกว่ามหาปราชญ์ผู้ยิ่ง
ใหญ่ในระดับเดียวกัน
เดิมทีมหาปราชญ์เทียนลู่และมหาปราชญ์แห่งความโกลาหลคนอื่นๆ คิด
ว่าผู้สร้างจักรวาลที่สร้างขึ้นแห่งนี้เป็นเพียงมหาปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ธรรมดา แต่
มหาปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ที่ใกล้เคียงกับมหาปราชญ์ไร้พ่าย?
ความคิดของมหาปราชญ์จิ่วเฟิ่ง มหาปราชญ์อิงโม่ และมหาปราชญ์แห่ง
ความโกลาหลคนอื่นๆ ก็เปลี่ยนไปเช่นกัน
จักรวาลที่สร้างขึ้นโดยมหาปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ที่ใกล้เคียงกับมหาปราชญ์ไร้
พ่าย จะปรากฏเพียงครั้งเดียวในหลายหมื่นยุคจักรวาล
การที่มหาปราชญ์ที่พัฒนาขึ้นมาใหม่เช่นพวกเขาได้พบกับจักรวาลที่สร้าง
ขึ้นในระดับนี้ ถือเป็นโอกาสที่หาได้ยาก หากยอมแพ้ครั้งนี้ ในอนาคตอาจไม่มี
นี้
โอกาสแบบนี้อีก
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ มหาปราชญ์เทียนลู่และมหาปราชญ์แห่งความโกลาหล
คนอื่นๆ ก็ตัดสินใจ
หนึ่งคือคุณค่าของจักรวาลแห่งนี้ยังเหนือกว่าที่พวกเขาคาดไว้
สองคือการที่มหาปราชญ์ชวงเจี่ยวกล้าดึงพวกเขามาต่อต้านหลินหยวน
แสดงว่าต้องมีความมั่นใจ
หากไม่มีสิ่งพึ่งพิง?
มหาปราชญ์ชวงเจี่ยวคงไม่ทำเช่นนี้
เพียงพริบตา มหาปราชญ์แห่งความโกลาหลหกคนก็มีความมุ่งมั่น
พวกเขาไม่เชื่อว่าด้วยพลังของมหาปราชญ์แห่งความโกลาหลเก้าคนที่ร่วม
มือกัน
จะไม่สามารถต้านทานหลินหยวนได้?
“เกิดอะไรขึ้น?”
ปราชญ์แห่งความโกลาหลหลายคนที่ถูกดึงดูดโดยความผันผวนของกาล
อวกาศ ยังไม่ทันเข้าใกล้ ก็เห็นกาลอวกาศที่อยู่ไกลๆเหมือนถูกแยกออก มหา
ปราชญ์ชวงเจี่ยว มหาปราชญ์เฮยเย่า และมหาปราชญ์แห่งความโกลาหลคน
อื่นๆ ล้วนติดอยู่ข้างใน
“มหาปราชญ์เก้าคนเริ่มต่อสู้กันแล้ว?”
“โธ่ถัง วิธีการจำกัดกาลอวกาศแบบนี้ ไม่เคยเห็นมาก่อน”
“ก็จริง ความผันผวนของกาลอวกาศเมื่อกี้ต้องเป็นสมบัติล้ำค่าปรากฏตัว
มหาปราชญ์เหล่านี้ต้องต่อสู้กัน”
ปราชญ์แห่งความโกลาหลหลายคนมองดูอยู่ห่างๆ มีมหาปราชญ์เก้าคน
พวกเขาไม่ได้สนใจสมบัติล้ำค่าที่ปรากฏตัวเลย แต่สงสัยว่ามหาปราชญ์คนไหน
จะได้รับสมบัติล้ำค่าในท้ายที่สุด
“ดูเหมือนว่าพวกท่านจะไม่ยอมออกไป”
หลินหยวนมองมหาปราชญ์แห่งความโกลาหลเก้าคน ยิ้ม
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็อยู่ที่นี่ทั้งหมดแล้วกัน”
วืด!
กาลอวกาศรอบๆ เริ่มหดตัวอย่างรวดเร็ว จักรวาลภายนอกร่างกายที่สร้าง
ขึ้นโดยพลังศักดิ์สิทธิ์ “โลก” ในทางทฤษฎีสามารถขยายได้ถึง 1 ล้านล้านปีแสง
แต่นั่นคือขอบเขตสูงสุดของจักรวาลภายนอกร่างกาย ยิ่งหดตัวพลังก็ยิ่ง
เข้มข้น แรงกดดันที่ศัตรูได้รับก็จะยิ่งมากขึ้น
“ท่านมีพลังเช่นนี้ ไม่ทราบว่ามีชื่อเสียงเรียงนามว่าอย่างไร?”
มหาปราชญ์ชวงเจี่ยวกลายเป็นแสงสีเทาอมฟ้าอีกครั้ง กาลอวกาศรอบๆ
แตกสลายและรวมตัวกันอย่างต่อเนื่อง
เมื่อเขาพูดจบ มหาปราชญ์อีกแปดคนก็มองหลินหยวนทันที
ถึงแม้ว่าหลินหยวนจะแข็งกร้าวมาก แต่ต้องยอมรับว่าพลังแข็งแกร่งจริงๆ
มิฉะนั้นคงไม่สามารถบีบให้มหาปราชญ์ชวงเจี่ยวมหาปราชญ์เฮยเย่า และคน
อื่นๆ ร่วมมือกันต้านทาน
“ชื่อเสียงเรียงนาม?”
หลินหยวนยิ้มเล็กน้อย
“ข้าชื่อ ‘หยินเหอ’”
ตูม!
ลื่
กาลอวกาศอันกว้างใหญ่ไพศาลพัดเข้ามาเหมือนคลื่น มหาปราชญ์แห่ง
ความโกลาหลเก้าคนเหมือนเรือลำเล็กๆ ในมหาสมุทรภายใต้คลื่นที่ซัดสาดเข้า
มาอย่างต่อเนื่อง อาจจะล่มได้ทุกเมื่อ
เมื่อเพิ่งออกมาจากจักรวาลบ้านเกิด เพื่อความปลอดภัยในการบ่มเพาะ
หลินหยวนต้องซ่อนตัว มิฉะนั้นแค่ปราชญ์กู่หมิงก็เพียงพอที่จะคุกคามเขาและ
มนุษยชาติแล้ว
แต่ตอนนี้?
พลังต่อสู้ของหลินหยวนเกือบจะไร้พ่ายในระดับมหาปราชญ์แห่งความ
โกลาหล เพียงพอที่จะเดินทางไปทั่วความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล ในเวลานี้
ไม่จำเป็นต้องซ่อน และไม่จำเป็นต้องหวาดกกลัว
“หยินเหอ?”
“มหาปราชญ์หยินเหอ?”
มหาปราชญ์ชวงเจี่ยวขมวดคิ้ว เขาไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน
ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้สองอย่าง
หนึ่งคือหลินหยวนตั้งชื่อมั่วๆ
สองคือยุคที่หลินหยวนมานั้น เก่าแก่กว่าที่เขาคิด ไม่เพียงแต่วิธีการจะไม่
ถูกส่งต่อ แม้แต่ชื่อก็หายไปในช่วงเวลาอันยาวนาน
มหาปราชญ์ชวงเจี่ยวคิดว่าอย่างหลังน่าจะเป็นไปได้มากกว่า
ด้วยพลังของหลินหยวน ไม่จำเป็นต้องโกหก ผู้แข็งแกร่งเช่นนี้ก็ไม่จำเป็นที่
จะต้องโกหก
ฟู่!
ในขณะที่มหาปราชญ์ชวงเจี่ยวกำลังครุ่นคิด กาลอวกาศอันกว้างใหญ่
ไพศาลก็พุ่งเข้าใส่เขา
“เขาคู่หลอมรวม ฉีกกระชาก!”
มหาปราชญ์ชวงเจี่ยวรู้สึกถึงอันตราย ใช้ท่าไม้ตายทันที การโจมตีที่
แข็งแกร่งที่สุดหลังจากหลอมรวมเส้นทางพลังที่เขาเลือก
วิธีการแบบนี้สิ้นเปลืองแก่นแท้ของมหาปราชญ์ชวงเจี่ยวมากหากไม่จำ
เป็นจริงๆ ก็จะไม่ใช้ แต่เพื่อต่อต้านหลินหยวน และอยู่ในจักรวาลนี้ต่อไป มหา
ปราชญ์ชวงเจี่ยวจึงไม่ลังเลเลย
เปรี๊ยะ!
รอยแยกของกาลอวกาศที่น่ากลัวถูกฉีกออกอย่างต่อเนื่อง มหาปราชญ์
ชวงเจี่ยวฉีกกาลอวกาศหลายชั้น ต้องการเข้าใกล้หลินหยวน
มีเพียงการเข้าใกล้หลินหยวน ถึงจะคุกคามหลินหยวนได้
แต่เพียงครู่เดียว มหาปราชญ์ชวงเจี่ยวก็พบว่าทุกครั้งที่เขาฉีกกาลอวกาศ
หนึ่งชั้น ก็จะมีกาลอวกาศสิบหรือร้อยชั้นมาเติมเต็ม
ทำให้มหาปราชญ์ชวงเจี่ยวรู้สึกไร้เรี่ยวแรง เหมือนมดมองท้องฟ้า ระยะ
ห่างจากหลินหยวนไม่ไกล แต่กาลอวกาศที่คั่นกลางนั้นไม่รู้ว่ากี่พันล้านปีแสง
“เส้นทางพลังที่ข้าหลอมรวมกัน ไม่สามารถฉีกกาลอวกาศใกล้เขาได้?”
มหาปราชญ์ชวงเจี่ยวตกใจมาก
การที่จะต่อต้านหลินหยวน ต้องคุกคามหลินหยวนให้ได้ มิฉะนั้นจะต่อต้าน
อย่างไร?
จะทำให้หลินหยวนยอมถอยอย่างไร?
จะขอให้อยู่ในจักรวาลนี้ต่อไปได้อย่างไร?
แล้วตอนนี้?
จี่
มหาปราชญ์ชวงเจี่ยวไม่ต้องพูดถึงการคุกคามหลินหยวน แม้แต่เข้าใกล้ก็
ทำไม่ได้
จะสู้ได้อย่างไร?
“พลังที่ข้าระเบิดออกมาหลังจากหลอมรวมเส้นทางพลังสองแบบสามารถ
ฉีกจักรวาลในร่างกายของมหาปราชญ์แห่งความโกลาหล
ระดับสูงสุดได้อย่างง่ายดาย แต่กลับไม่สามารถทำลายกาลอวกาศนีได้
กาลอวกาศที่สร้างขึ้นด้วยวิธีการนี้มีพื้นฐานที่แข็งแกร่งเพียงใด?”
มหาปราชญ์ชวงเจี่ยวลองอีกหลายครั้ง พบว่ายังคงเป็นเช่นเดิมก็รู้สึก
ท้อแท้
“สุญญาทมิฬา!”
พลังของมหาปราชญ์เฮยเย่าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ขอบเขตเฮยเย่าที่แผ่
ความมืดมิดไร้ที่สิ้นสุด ก็ยิ่งลึกลับมากขึ้น เริ่มขยายตัวภายใต้แรงกดดันของกาล
อวกาศ
สุญญาทมิฬา เป็นวิธีการที่มหาปราชญ์เฮยเย่าเผาผลาญแก่นแท้ของตัว
เอง เพื่อยกระดับขอบเขตเฮยเย่า เป็นความสามารถที่หากไม่จำเป็นจริงๆ ก็จะ
ไม่ใช้
ท้ายที่สุด การเผาผลาญแก่นแท้ ถึงแม้ว่าจะทำให้พลังเพิ่มขึ้นอย่างมาก
แต่ก็ยากที่จะฟื้นฟู
“ใหญ่ขึ้น ใหญ่ขึ้น จงขยายใหญ่ขึ้น!”
มหาปราชญ์เฮยเย่าใช้ขอบเขตเฮยเย่าอย่างเต็มที่ หลังจากเผาผลาญแก่น
แท้ พลังของขอบเขตเฮยเย่าก็เพิ่มขึ้นอย่างมาก มหาปราชญ์เฮยเย่าชอบเรียก
ว่า ‘สุญญาทมิฬา’
แต่กาลอวกาศอันกว้างใหญ่ไพศาลก็พัดเข้ามา สุญญาทมิฬาทีมหา
ปราชญ์เฮยเย่าใช้กำลังทั้งหมด เพียงแค่ขยายตัวได้หนึ่งในหมื่น
มื่
พิ่
ขึ้
ก็ถูกกดกลับไปยังขนาดเดิม และเมื่อแรงกดดันของกาลอวกาศเพิ่มขึ้น
เรื่อยๆ แม้แต่ขนาดเดิมก็รักษาไว้ไม่ได้ กำลังหดตัวอย่างรวดเร็ว
“สุญญาทมิฬาของข้า…”
มหาปราชญ์เฮยเย่าไม่อยากจะเชื่อ นี่เป็นวิธีที่เขาใช้จัดการกับมหา
ปราชญ์ชวงเจี่ยว แต่ภายใต้แรงกดดันของกาลอวกาศที่หลินหยวนสร้างขึ้น ไม่
ต้องพูดถึงการต่อต้าน แม้แต่การต้านทานก็ทำไม่ได้
“น่ารังเกียจ!”
มหาปราชญ์คั่งหมานก็อยากจะโจมตีหลินหยวน แต่ในพริบตาก็ถูกกาล
อวกาศที่อยู่ทั่วทุกหนทุกแห่งจำกัด รู้สึกว่าไม่มีที่ให้ใช้พลัง
“มหาปราชญ์หยินเหอ กล้าสู้กับข้าตัวต่อตัวหรือไม่”
มหาปราชญ์คั่งหมานตะโกนใส่หลินหยวน การต่อสู้ระยะประชิดคือสิ่งที่
เขาถนัด เส้นทางพลังแห่งวิวัฒนาการแห่งความโกลาหลทีเขาเลือกก็เป็นไปใน
ทิศทางนี้
เดิมทีมหาปราชญ์คั่งหมานได้บ่มเพาะเคล็ดวิชาลับบางอย่างเพื่อจัดการ
กับมหาปราชญ์ที่ถนัดขอบเขต แต่เคล็ดวิชาลับเหล่านั้นไม่ได้ผลภายใต้แรง
กดดันของกาลอวกาศที่หลินหยวนสร้างขึ้น
“สู้ตัวต่อตัว?”
หลินหยวนเหลือบมองเขา
“แม้แต่เข้าใกล้ข้าก็ทำไม่ได้ ยังอยากสู้ตัวต่อตัวกับข้าอีกรึ?”
เส้นทางแห่งวิวัฒนาการของวรยุทธ์ก็ถนัดการต่อสู้ระยะประชิดเช่นกัน แต่
ตอนนี้สามารถจัดการกับศัตรูได้ด้วยจักรวาลภายนอกร่างกาย หลินหยวนจึงไม่
อยากต่อสู้ระยะประชิด
“รวม!”
คั่
หลินหยวนมองมหาปราชญ์คั่งหมาน กาลอวกาศอันกว้างใหญ่ไพศาลก็พุ่ง
เข้าหามหาปราชญ์คั่งหมานทันที กดขี่เขาอย่างแน่นหนา
“นี่…”
ไกลออกไป มหาปราชญ์เทียนลู่ก็อยากจะฉวยโอกาสโจมตี ไม่ต้องการ
คุกคามหลินหยวน แต่อย่างน้อยก็สามารถเบี่ยงเบนความสนใจของเขาได้
แต่เมื่อเขาเห็นมหาปราชญ์ชวงเจี่ยว มหาปราชญ์เฮยเย่า และมหาปราชญ์
คั่งหมาน เคลื่อนไหวได้อย่างยากลำบากภายใต้แรงกดดันของกาลอวกาศรอบๆ
มหาปราชญ์เทียนลู่ก็หวาดกลัว
วู่บ!
มหาปราชญ์เทียนลู่ไม่รุก แต่กลับถอย หนีไปยังทิศทางทีห่างไกลจากหลิน
หยวนอย่างบ้าคลั่ง
ส่วนที่มหาปราชญ์ชวงเจี่ยวบอกว่าจะร่วมมือกันต่อต้านหลินหยวน?
ต่อต้าน?
ต่อต้านกับบิดาเจ้าสิ…