สวรรค์บันดาล: ข้าพเจ้าสร้างวิถี - บทที่ 616 สุสานจักรพรรดิ'เซียนฮวง'
ตอนที่หลินหยวนเข้าสู่จักรวาล’เซียนฮวง’ใหม่ๆ เขาไม่ได้แยกร่างออกไป
ค้นหาทุกที่
เพราะกลัวว่าจะเปิดเผยตำแหน่งของสมบัติล้ำค่าที่บันทึกไว้บนแผนที่หนัง
สัตว์
ในพื้นที่รอบนอกของจักรวาล’เซียนฮวง’ ตำแหน่งของสมบัติล้ำค่าส่วน
ใหญ่จะถูกซ่อนไว้อย่างดี
แม้แต่หลินหยวน หากไม่มีแผนที่หนังสัตว์ชี้ทาง ก็ยากที่จะหาเจอในเวลา
สั้นๆ
มหาปราชญ์คนอื่นๆ ก็เช่นกัน
ในเวลานี้ หากส่งร่างแยกออกไปค้นหา ไม่เท่ากับเป็นการบอกเป้าหมายให้
กับมหาปราชญ์แห่งความโกลาหลคนอื่นๆ?
แต่ตอนนี้…
ในจักรวาล’เซียนฮวง’ทั้งหมด นอกจากหลินหยวนแล้ว ก็มีเพียงปราชญ์
แห่งความโกลาหลบางคน
และด้วยพลังของหลินหยวนในปัจจุบัน แม้ว่าจะแยกร่างออกไปหลายร้อย
ร่าง ก็ยังสามารถทำให้ร่างแยกแต่ละร่างมีพลังใกล้เคียงกับระดับปราชญ์แห่ง
ความโกลาหล
การจัดการกับปราชญ์แห่งความโกลาหลเหล่านั้นไม่ใช่ปัญหา
แน่นอนว่า ปราชญ์แห่งความโกลาหลเหล่านั้นก็ไม่กล้าแย่งชิงกับหลิน
หยวน
ล้อเล่นอะไร?
จี่
ไม่เห็นจุดจบของมหาปราชญ์ชวงเจี่ยว มหาปราชญ์เฮยเย่า และมหา
ปราชญ์แห่งความโกลาหลคนอื่นๆ หรือ?
จักรวาลในร่างกาย
ในขณะที่มุ่งหน้าไปยังสุสานจักรพรรดิ’เซียนฮวง’ หลินหยวนก็แยก
จิตสำนึกส่วนหนึ่งเข้าสู่จักรวาลในร่างกาย
“ไม่รู้ว่าหัวใจแห่งรัตติกาลนี้จะมีผลกับเราหรือไม่”
หลินหยวนมองผลึกสีดำที่อยู่ตรงหน้า มหาปราชญ์แห่งความโกลาหลคน
อื่นๆ โดยทั่วไปไม่มีวิธีการใดเทียบเท่าขอบเขตรัตติกาล
ขอบเขตรัตติกาลที่เพิ่งสร้างขึ้นนั้นเหนือกว่าขอบเขตเฮยเย่าของมหา
ปราชญ์เฮยเย่า
ดังนั้น ถึงแม้ว่ามหาปราชญ์แห่งความโกลาหลหลายคนจะได้รับหัวใจแห่ง
รัตติกาล ก็จะไม่คิดว่ามันจะมีผลกับตัวเองหรือไม่
เห็นได้ชัดว่าวิธีการปราบปรามและกักขังศัตรูวิธีนี้ เป็นสิ่งที่มหาปราชญ์
แห่งความโกลาหลหลายคนใฝ่ฝัน
พลังต่อสู้ของมหาปราชญ์คั่งหมานไม่ได้ด้อยกว่ามหาปราชญ์เฮยเย่า แต่
มหาปราชญ์เฮยเย่ากลับดูถูกมหาปราชญ์คั่งหมาน คิดว่าอีกฝ่ายเป็นแค่คนบ้า
บิ่น
เพราะอะไร?
ไม่ใช่เพราะขอบเขตเฮยเย่าหรือ?
หลินหยวนสามารถปราบปรามมหาปราชญ์เฮยเย่า มหาปราชญ์คั่งหมาน
และมหาปราชญ์แปดคน ก็เพราะพลังปราบปรามของจักรวาลภายนอกร่างกาย
หากไม่มีจักรวาลภายนอกร่างกาย ถึงแม้ว่าพลังต่อสู้โดยรวมของหลิน
หยวนจะเหนือกว่ามหาปราชญ์แห่งความโกลาหลแปดคน ก็ยากที่จะกักขังพวก
เขาทั้งหมด
แต่ในด้านกาลอวกาศ หลินหยวนมีจักรวาลภายนอกร่างกายแล้ว จึงกังวล
ว่าหัวใจแห่งรัตติกาลจะทับซ้อนกับวิธีการของเขาหรือไม่
“ลองหลอมรวมดูก่อน”
หลินหยวนคิดอยู่ครู่หนึ่ง จึงเริ่มหลอมรวมทันที
สมบัติล้ำค่าระดับมหาปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่เช่นหัวใจแห่งรัตติกาลใช้กับตัวเอง
ดีที่สุด
ส่วนการนำไปแลกเปลี่ยน?
เว้นแต่ว่ามันจะไม่มีผลกับเขาเลย มิฉะนั้นหลินหยวนจะไม่เลือกนำไปแลก
เปลี่ยน
ตูมๆ!
พลังจักรวาลอันกว้างใหญ่ไพศาลเริ่มหลอมรวมผลึกสีดำขนาดเล็ก พลัง
แห่งรัตติกาลอันบริสุทธิ์ก็เริ่มไหลออกมา
พลังแห่งรัตติกาลนี้มหัศจรรย์มาก ถูกจักรวาลในร่างกายดูดกลืนอย่าง
รวดเร็ว
“ได้ผล”
หลินหยวนดีใจ เมื่อหลอมรวมหัวใจแห่งรัตติกาลอย่างช้าๆ เขารู้สึกได้
อย่างชัดเจนว่าพื้นฐานของจักรวาลในร่างกายกำลังเพิ่มขึ้นด้วยความเร็วระดับ
หนึ่ง
หลังจากผ่านไปหลายร้อยลมหายใจ
หลินหยวนลืมตา
ตอนนี้ผลึกสีดำก็หายไป ในขณะเดียวกัน จักรวาลในร่างกายของหลิน
หยวนก็กว้างใหญ่ไพศาล พลังเพิ่มขึ้นอย่างน้อยสองส่วนเมื่อเทียบกับก่อนหน้า
นี้
พิ่
ขึ้
“พลังเพิ่มขึ้นสองส่วน ก็ไม่เลว”
หลินหยวนพยักหน้าเล็กน้อย
หากมหาปราชญ์แห่งความโกลาหลทั่วไปหลอมรวมหัวใจแห่งรัตติกาล
พลังจะเพิ่มขึ้นหลายสิบเท่า?
สามารถไปถึงระดับมหาปราชญ์ระดับสูงสุดได้ในครั้งเดียว
ส่วนหลินหยวน พลังของจักรวาลในร่างกายเพิ่มขึ้นเพียงสองส่วน… ดู
เหมือนจะไม่คุ้มค่า แต่ต้องรู้ว่าหลินหยวนแข็งแกร่งกว่ามหาปราชญ์แห่งความ
โกลาหลทั่วไปมาก
จุดเริ่มต้นต่างกัน การเพิ่มพลังที่ได้รับก็ต่างกันตามธรรมชาติ
“ถ้าเป็นตอนนี้ มหาปราชญ์ชวงเจี่ยวน่าจะหนีออกจากจักรวาลภายนอก
ร่างกายของเราไม่ได้”
หลินหยวนคิดในใจ มหาปราชญ์ชวงเจี่ยวเผาผลาญพลังหลอมรวมเขาคู่
อย่างเต็มที่ ฉีกเป็นรอยแยกที่นำไปสู่โลกภายนอก จึงหนีออกมาได้
ทำให้หลินหยวนรู้สึกเสียดายเล็กน้อย
ท้ายที่สุด นั่นคือผลึกโกลาหล 1,000 ล้านก้อนที่หลุดมือไป
และมหาปราชญ์ชวงเจี่ยวต้องพกพาอาวุธและสมบัติติดตัว หากคำนวณ
เช่นนี้ ก็ไม่ใช่แค่ผลึกโกลาหล 1,000 ล้านก้อน
หากไม่ใช่เพื่อความปลอดภัย หลินหยวนคงอยากไล่ล่า
ร่างหลักของหลินหยวนเดินทางไปทั่วจักรวาล’เซียนฮวง’
ด้วยการชี้ทางของแผนที่หนังสัตว์ หลินหยวนจึงรู้ล่วงหน้าเกี่ยวกับสถานที่
อันตรายบางแห่งในจักรวาล’เซียนฮวง’ จึงหลีกเลี่ยงได้ ประหยัดเวลาไปได้มาก
ในไม่ช้า
ที่
หลินหยวนก็มาถึงส่วนลึกที่สุดของจักรวาล’เซียนฮวง’
ที่นี่ว่างเปล่า รอบๆ เต็มไปด้วยพลัง’เซียนฮวง’
จักรวาล’เซียนฮวง’ เต็มไปด้วยพลัง’เซียนฮวง’ ทำให้หลินหยวนรู้สึกสบาย
มาก “ร่างจักรวาล(ร่าง’เซียนฮวง’)’” ในสภาพแวดล้อมทีเต็มไปด้วยพลัง’เซียน
ฮวง’ ราวกับได้กลับคืนสู่ครรภ์มารดา
“หืม?”
หลินหยวนสังเกตโดยรอบอย่างละเอียด มีสีหน้าสงสัย
“สุสานอยู่ที่ไหน?”
หลินหยวนเปรียบเทียบกับแผนที่หนังสัตว์ ตามคำแนะนำบนแผนที่ ที่นี่
ควรเป็นตำแหน่งของสุสาน แต่ตอนนี้ไม่มีร่องรอยของสุสานเลย
“อยู่ในกาลอวกาศที่ลึกกว่า?”
หลินหยวนสังเกตต่อไป มองไปยังกาลอวกาศหลายชั้น ก็ยังไม่พบอะไร
“แผนที่หนังสัตว์ผืนนี้… ไม่น่าจะพลาด”
หลินหยวนครุ่นคิด ความถูกต้องของแผนที่หนังสัตว์ได้รับการยืนยันหลาย
ครั้งแล้ว
ไม่ว่าจะเป็นศิลาศักดิ์สิทธิ์แห่งชีวิตในดาวต้นกำเนิดแห่งชีวิตหรือสมบัติล้ำ
ค่าอื่นๆ รวมถึงหัวใจแห่งรัตติกาล
ล้วนตรงกับคำแนะนำของแผนที่หนังสัตว์
นอกจากนี้ ร่างแยกหลายร่างของหลินหยวนในตอนนี้ กำลังค้นหาสมบัติ
ล้ำค่าจำนวนมากตามพื้นที่ต่างๆ บนแผนที่หนังสัตว์
โดยพื้นฐานแล้ว ได้ยืนยันความถูกต้องของแผนที่หนังสัตว์
งื่
อื่
“หรือว่าการเข้าสู่สุสานจักรพรรดิ’เซียนฮวง’ ต้องมีเงื่อนไขอื่นๆ?”
หลินหยวนคิดเล็กน้อย
ในเมื่อเรียกว่าสุสาน ก็ต้องเป็นสถานที่ที่จักรพรรดิ’เซียนฮวง’ให้ความ
สำคัญ มีความเป็นไปได้สูงที่จะไม่เปิดเผยต่อมหาปราชญ์คนอื่นๆ?
ทำไมหลินหยวนถึงรู้จักสุสานแห่งนี้?
เพราะได้รับแผนที่หนังสัตว์ผืนนี้ ถึงแม้ว่ามหาปราชญ์แห่งความโกลาหล
คนอื่นๆ จะรู้ว่าจักรวาลแห่งนี้เป็นจักรวาลที่สร้างขึ้นโดยจักรพรรดิ’เซียนฮวง’ ก็
จะไม่รู้ว่ามีสุสานแห่งนี้
ส่วนแผนที่หนังสัตว์… ถูกเก็บไว้ในกล่องสีทอง ผ่านไปหลายสิบล้านยุค
จักรวาล ก็ไม่สามารถเปิดได้
หลินหยวนสามารถเปิดกล่องและได้รับแผนที่ เพราะตราประทับ’ เซียนฮ
วง’ที่อยู่ในส่วนลึกของจิตวิญญาณ
“ตราประทับ’เซียนฮวง’?”
หลินหยวนครุ่นคิด
ในขณะเดียวกันก็เริ่มปล่อยพลังของตราประทับ’เซียนฮวง’ที่อยู่ในส่วนลึก
ของจิตวิญญาณ
วูบๆๆ!
เมื่อพลังของตราประทับ’เซียนฮวง’แพร่กระจายออกไป ราวกับระลอก
คลื่นที่เกิดขึ้นบนผิวน้ำ กาลอวกาศตรงหน้าหลินหยวนก็สั่นไหว ปรากฏวิหาร
อันยิ่งใหญ่
เมื่อวิหารอันยิ่งใหญ่แห่งนี้ปรากฏตัวใหม่ๆ เหมือนภาพลวงตาไม่ชัดเจน
แต่เมื่อเวลาผ่านไป ความลวงตาก็หายไป ความจริงก็ปรากฏขึ้น
“ความสำเร็จทางกาลอวกาศระดับนี้…”
ที่
หลินหยวนตกใจ เขาเคยเห็นภาพที่จักรพรรดิ’เซียนฮวง’สร้างมิติลับ’เซียน
ฮวง’ 33,333 แห่งในพริบตา
นั่นคือความสำเร็จสูงสุดของรกาลอวกาศระดับ 9
แต่วิธีที่วิหารอันยิ่งใหญ่แห่งนี้ปรากฏตัว เหนือกว่าการสร้างมิติลับ’เซียนฮ
วง’ในตอนนั้น
“หรือว่าจักรพรรดิ’เซียนฮวง’มีความก้าวหน้ามากขึ้นในด้านความสำเร็จ
ทางกาลอวกาศ?”
หลินหยวนคาดเดาในใจ
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเวลาที่จักรพรรดิ’เซียนฮวง’สร้างสุสานแห่งนี้ต้องหลัง
จากสร้างมิติลับ’เซียนฮวง’
ในช่วงเวลานั้น จักรพรรดิ’เซียนฮวง’มีความเข้าใจมากขึ้นเกี่ยวกับความ
สำเร็จทางกาลอวกาศ ก็เป็นเรื่องปกติ
“เข้าไปเถอะ”
หลินหยวนมองวิหารอันยิ่งใหญ่ที่ปรากฏขึ้น หยุดครึ่งลมหายใจก็ก้าว
เข้าไป
ภายในวิหารก็ว่างเปล่าเช่นกัน บนผนังสูงมีภาพจิตรกรรมฝาผนังมากมาย
โดยทั่วไปคือจักรพรรดิหนุ่มคนหนึ่ง เดินออกมาจากจักรวาลที่เกิดขึ้นเอง ใน
ที่สุดก็สร้างอาณาจักรหนึ่งในความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล ในช่วงที่รุ่งเรือง
ที่สุด ผู้แข็งแกร่งจากเขตความว่างเปล่าหลายแห่งต่างก็มาเข้าเฝ้า
“จักรพรรดิ’เซียนฮวง’… มาจากจักรวาลที่เกิดขึ้นเองในความว่างเปล่าแห่ง
ความโกลาหล?”
หลินหยวนคิดในใจ จนถึงตอนนี้ ปราชญ์แห่งความโกลาหลส่วนใหญ่ที่เขา
เห็น ล้วนเกิดในความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล ไม่ว่าจะเป็นสิ่งมีชีวิตแห่ง
ที่
ปาฏิหาริย์ที่แข็งแกร่ง หรือกลุ่มอิทธิพลต่างๆ ในความว่างเปล่าแห่งความ
โกลาหล
ส่วนผู้แข็งแกร่งที่เดินออกมาจากจักรวาลที่เกิดขึ้นเอง สุดท้ายเติบโตจนถึง
ระดับปราชญ์แห่งความโกลาหลนั้นมีไม่มาก ยิ่งไม่ต้องพูดถึงมหาปราชญ์ผู้ยิ่ง
ใหญ่เช่นจักรพรรดิ’เซียนฮวง’
หลินหยวนมองภาพจิตรกรรมฝาผนังต่อไป
ในภาพจิตรกรรมฝาผนัง จักรพรรดิ’เซียนฮวง’แข็งแกร่งถึงขีดสุด
กวาดล้างเขตความว่างเปล่าหลายแห่ง มหาปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่หลายคนจากยุค
โบราณที่ยิ่งใหญ่กว่า ต่างพ่ายแพ้ต่อจักรพรรดิ’ เซียนฮวง’
“มหาปราชญ์ไร้พ่าย จักรพรรดิ’เซียนฮวง’ต้องมีพลังระดับมหาปราชญ์ไร้
พ่าย”
หลินหยวนมีสีหน้าจริงจัง แม้ว่าภาพในจิตรกรรมฝาผนังจะเรียบง่าย แต่ก็
สามารถมองออกได้ว่ามหาปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของจักรพรรดิ’เซียนฮ
วง’
“นี่คือ…”
หลินหยวนมองภาพจิตรกรรมฝาผนังภาพสุดท้าย บันทึกว่า
จักรพรรดิ’เซียนฮวง’เข้าไปในสถานที่อันตรายโดยบังเอิญ หลังจาก
ออกมาจากสถานที่อันตรายแห่งนั้น ก็สร้างจักรวาล’เซียนฮวง’ทันทีปิด
ประตูบ่มเพาะ จากนั้นก็พยายามก้าวเข้าสู่ระดับ 13
“แปลก…”
หลินหยวนขมวดคิ้ว ดวงตาหมื่นวิถีเคยกล่าวว่าจักรพรรดิ’เซียนฮวง’เคย
ใกล้เคียงกับมหาปราชญ์ไร้พ่ายมาก ตอนนี้ดูเหมือนว่า การใกล้เคียงนี้ไม่ใช่การ
ใกล้เคียงในด้านพลัง แต่เป็นการใกล้เคียงในด้านเวลา
ที่
ชื่
ตราบใดที่จักรพรรดิ’เซียนฮวง’มีชีวิตอยู่อีกสักพัก ชื่อเสียงยังคงแพร่
กระจายออกไป ก็จะได้รับการยอมรับจากมหาปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ทั้งหมด กลาย
เป็นมหาปราชญ์ไร้พ่ายในยุคนั้น
แต่จักรพรรดิ’เซียนฮวง’ไม่ได้ทำเช่นนั้น
แต่เลือกที่จะก้าวสู่ระดับ 13 ทันที
“เพราะสถานที่อันตรายที่เข้าไปในตอนท้าย?”
หลินหยวนมองภาพจิตรกรรมฝาผนังภาพสุดท้าย หลังจากออกมาจาก
สถานที่อันตรายนั่น
จักรพรรดิ’เซียนฮวง’จึงเปลี่ยนไป
“ประมุขหอหมื่นวิถีกล่าวว่าจักรพรรดิ’เซียนฮวง’เคยเข้าไปในช่องว่าง
ระหว่างมิติ? สถานที่อันตรายนั่นคือช่องว่างระหว่างมิติ?”
หลินหยวนคาดเดาในใจ
ในขณะที่หลินหยวนกำลังครุ่นคิด
ก็มีเสียงดังขึ้นข้างหูอย่างกะทันหัน
“สงสัยหรือไม่ว่าในตอนนั้นฝ่าบาทได้พบเจออะไร? หลังจากกลับมาจาก
สถานที่อันตรายแห่งนั้น ทำไมถึงเลือกที่จะพยายามก้าวเข้าสู่ระดับ 13?”
เสียงนี้ชราภาพมาก แต่กลับมีความเยาว์วัย เต็มไปด้วยความรู้สึกที่ขัดแย้ง
กัน
หลินหยวนตกใจ มองไปด้านข้าง
ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ มีชายคนหนึ่งสวมชุดคลุมยาวสีเหลืองหงวน ยืนอยู่ข้างๆ
หลินหยวนอย่างเงียบๆ ชมภาพจิตรกรรมฝาผนังด้วยกัน (สีเหลืองอมดำหรือสี
น้ำตาลเข้ม)
“เจ้าคือใคร?”
หลินหยวนมีสีหน้าจริงจัง แต่ก็ไม่ได้แปลกใจมากนัก
หากสุสานแห่งนี้เป็นสุสานที่จักรพรรดิ’เซียนฮวง’สร้างขึ้นจริงๆก็ต้องมีวิธี
การต่างๆ มากมาย
ประมุขหอหมื่นวิถีสามารถปลุกจิตสำนึกที่ถูกผนึกไว้ได้หลังจากพยายาม
ก้าวเข้าสู่ระดับ 13 พลังของจักรพรรดิ’เซียนฮวง’ ไม่ด้อยไปกว่าประมุขหอหมื่น
วิถี ก็น่าจะทำได้เช่นกัน
“เจ้าน่าจะเดาได้แล้ว ข้าคือจิตวิญญาณของสุสานแห่งนี้ ในตอนนั้นก่อนที่
ฝ่าบาทจะพยายามก้าวเข้าสู่ระดับ 13 ได้สร้างข้าขึ้นมา”
ชายคนนั้นยิ้ม มองหลินหยวน
“ตามปกติ สุสานแห่งนี้จะไม่ปรากฏตัว แม้แต่การล่มสลายของ
จักรวาล’เซียนฮวง’ข้างนอก ก็ไม่มีผลกระทบต่อสุสาน…”
“หากไม่มีอะไรผิดพลาด สุสานแห่งนี้จะคงอยู่ต่อไปจนถึง…”
เสียงของชายคนนั้นเบาลงเรื่อยๆ ราวกับคิดอะไรบางอย่าง จึงไม่ได้พูดต่อ
“แต่ก่อนที่ฝ่าบาทจะพยายามก้าวเข้าสู่ระดับ 13 ได้ทิ้งกล่องสมบัติไว้เก้า
กล่อง”
ชายคนนั้นมองหลินหยวน
“กล่องสมบัติ?”
หลินหยวนรู้ทันทีว่ากล่องสมบัติที่ว่า คือกล่องสีทองที่เขาได้รับ
“ในกล่องสมบัติมีแผนที่ของสุสานและจักรวาล’เซียนฮวง’ ด้วยแผนที่
สามารถค้นหาพื้นที่ที่สุสานตั้งอยู่ได้ จากนั้นปล่อยพลังของแผนที่และตรา
ประทับ’เซียนฮวง’ ก็สามารถทำให้สุสานปรากฏขึ้นได้”
นั้
นึ่
ชายคนนั้นหยุดครู่หนึ่ง กล่าวต่อ
“แต่การจะเปิดกล่องสมบัติได้ ต้องมีสองเงื่อนไขเบื้องต้น”
“หนึ่ง ต้องเป็นผู้สืบทอดของฝ่าบาท เจ้าสืบทอดมิติลับ’เซียนฮวง’แห่งหนึ่ง
สถานะตรงตามเงื่อนไข”
ชายคนนั้นยิ้ม
“อืม”
หลินหยวนพยักหน้า
จากนั้นก็รู้สึกสงสัย
แล้วเงื่อนไขข้อที่สองล่ะ?
“เงื่อนไขข้อที่สองคือ หลังจากที่ฝ่าบาทพยายามก้าวเข้าสู่ระดับ 13
สามสิบล้านยุคจักรวาล…”
ชายคนนั้นมองหลินหยวน
“สถานะผู้สืบทอด และหลังจากสามสิบล้านยุคจักรวาล—— สถานะที่ถูก
ต้อง เวลาที่ถูกต้อง ขาดอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้”
“หากเวลายังไม่ถึง ถึงแม้ว่าจะเป็นผู้สืบทอดของฝ่าบาท ก็ไม่สามารถเปิด
กล่องสมบัติได้ ยิ่งไม่สามารถได้รับแผนที่ข้างใน”
“ในทางกลับกันก็เช่นกัน”
“สามสิบล้านยุคจักรวาล…”
หลินหยวนครุ่นคิด
เดิมทีเขาไม่รู้ว่าจักรพรรดิ’เซียนฮวง’อยู่ในยุคไหน รู้แค่ว่าเป็นยุคโบราณที่
ห่างไกล เมื่อหลายสิบล้านยุคจักรวาลก่อน
นี้
แต่ตอนนี้
กลับรู้แน่ชัดว่าเป็นยุคที่ห่างไกลแค่ไหน
อย่างน้อยก็เป็นยุคที่ห่างไกลกว่าสามสิบล้านยุคจักรวาล
“สามสิบล้านยุคจักรวาลผ่านไป หากฝ่าบาทยังไม่ได้ก้าวเข้าสู่ระดับ 13 ก็
น่าจะไม่สามารถหลุดพ้นจากวังวนแห่งกาลเวลาได้ ในเวลานี้ หากยังมีผู้
สืบทอดของฝ่าบาทอยู่ข้างนอก และผู้สืบทอดคนนีเข้าสู่จักรวาล’เซียนฮวง’…”
ชายคนนั้นมองหลินหยวน
“ก็สามารถเรียกสุสานแห่งนี้ได้ สืบทอดทุกสิ่งทุกอย่างของฝ่าบาท”
หลินหยวนยืนฟังอย่างเงียบๆ
ก็เข้าใจแล้ว
แม้แต่ผู้แข็งแกร่งเช่นจักรพรรดิ’เซียนฮวง’ ก็ไม่มีความมั่นใจว่าจะก้าวเข้า
สู่ระดับ 13 ได้
ดังนั้นจึงได้เตรียมสุสานแห่งนี้ไว้โดยเฉพาะ เป็นวิธีสุดท้าย
“แล้วทำไมฝ่าบาทถึงรีบร้อนที่จะก้าวเข้าสู่ระดับ 13?”
หลินหยวนถามข้อสงสัยของเขา
ด้วยพลังของจักรพรรดิ’เซียนฮวง’ สามารถรออีกสักพักได้ อย่างน้อยก็ได้
รับตำแหน่งมหาปราชญ์ไร้พ่ายก่อน ค่อยพยายามก้าวเข้าสู่ระดับ 13
“เพราะฝ่าบาทได้รับสมบัติล้ำค่าชิ้นหนึ่งในสถานที่อันตรายแห่งนั้น สมบัติ
ล้ำค่าชิ้นนั้น… ต้องใช้พลังของวังวนแห่งกาลเวลาในการปราบปราม”
ชายคนนั้นส่ายหัว
นั้
ที่
“ดังนั้นฝ่าบาทจึงพยายามก้าวเข้าสู่ระดับ 13 ล่วงหน้า อันที่จริงสำหรับฝ่า
บาทแล้ว การพยายามล่วงหน้าหรือไม่ก็ไม่ต่างกันมากนักยังไงก็ไปถึงขีดจำกัด
ของขอบเขตโกลาหลแล้ว รออีกสักร้อยยุคจักรวาล?
พันยุคจักรวาล? ไม่มีความหมาย ส่วนตำแหน่งมหาปราชญ์ไร้พ่าย? ฝ่า
บาทก็ไม่ได้สนใจมากนัก”
หลินหยวนตกใจในใจ
สมบัติล้ำค่าที่ต้องใช้พลังของวังวนแห่งกาลเวลาในการปราบปราม?
“เอาล่ะ”
“เจ้าตรงตามเงื่อนไข สามารถสืบทอดทุกสิ่งทุกอย่างของฝ่าบาทได้”
ชายคนนั้นยื่นมือขวา พลิกเล็กน้อย
ในทันที
กาลอวกาศรอบๆ ก็เริ่มสั่นสะเทือน หลินหยวนรู้สึกราวกับว่าโลกเปลี่ยนไป
มาถึงภายในวิหารแห่งหนึ่ง
“ที่นี่คือที่ไหน?”
หลินหยวนมองไปรอบๆ ม่านตาหดลงเล็กน้อย