สวรรค์บันดาล: ข้าพเจ้าสร้างวิถี - บทที่ 702 พลังอันเหลือเชื่อ
ดินแดนสมบัติหมอกทองคำ
หลินหยวนนั่งขัดสมาธิอยู่ที่นั่น
รอยแยกผิดรูปทรงที่อยู่ไม่ไกลซึ่งเชื่อมต่อกับแหล่งกำเนิดของโลกต้น
กำเนิด ค่อยๆ สมานตัวปิดสนิทโดยสมบูรณ์
“หายไปแล้ว?”
สีหน้าของหลินหยวนอดไม่ได้ที่จะเสียดาย
การได้เฝ้ามองการโคจรของแหล่งกำเนิดโลกต้นกำเนิดโดยตรงทำให้ความ
เข้าใจในวิถีและกฎของตนเองยกระดับขึ้นอย่างรวดเร็วอยู่ตลอดเวลา
น่าเสียดาย โอกาสเช่นนี้จะพบได้เฉพาะในช่วงแรกที่ดินแดนสมบัติแห่ง
ใหม่ถือกำเนิดขึ้นเท่านั้น
ความสัมพันธ์ระหว่างดินแดนสมบัติกับโลกต้นกำเนิดเปรียบเสมือนต้นแม่
กับผล
ก่อนที่ผลจะแยกตัวออกจากต้นแม่โดยสมบูรณ์ อาศัยความเชื่อมโยง
ระหว่างทั้งสอง ก็สามารถเฝ้ามองบริเวณที่เป็นแก่นแท้ที่สุดของต้นแม่ได้เล็ก
น้อย
เมื่อแยกตัวออกโดยสมบูรณ์แล้ว ความเชื่อมโยงนี้ขาดสะบั้น ทุกสิ่งย่อม
กลับสู่สภาพเดิมโดยธรรมชาติ
และโดยปกติแล้ว ระยะเวลาตั้งแต่ดินแดนสมบัติปรากฏตัวถือกำเนิดจนถึง
ตัดขาดความเชื่อมโยงกับโลกต้นกำเนิดโดยสมบูรณ์ จะอยู่ระหว่างหลายร้อยปี
ถึงหนึ่งหมื่นปี
นานเท่าใดนั้น ขึ้นอยู่กับระดับชั้นของดินแดนสมบัติ
ชั้
นึ่
ยู่
ดินแดนสมบัติหมอกทองคำในฐานะดินแดนสมบัติชั้นหนึ่งระดับสูงสุด
ความเชื่อมโยงระหว่างมันกับโลกต้นกำเนิดดำรงอยู่ได้นานกว่าหนึ่งหมื่นปีเศษ
เล็กน้อย
“น่าเสียดาย ช่องทางรอยแยกที่เชื่อมต่อกับแหล่งกำเนิดโลกต้นกำเนิดเช่น
นี้ ไม่อาจเปิดออกโดยใช้กำลังได้”
หลินหยวนส่ายหน้าเล็กน้อย แม้แข็งแกร่งดุจบรรพบุรุษ อาศัยระดับของ
ชีวิตก็สามารถสัมผัสถึงการโคจรของแหล่งกำเนิดโลกต้นกำเนิดได้โดยตรง
แต่หากจะเปิดช่องทางรอยแยกที่ทอดทะลุไปยังแหล่งกำเนิดโลกต้น
กำเนิด จะต้องเผชิญกับพลังสะท้อนกลับจากโลกต้นกำเนิดทั้งใบ
พลังสะท้อนกลับเช่นนี้ มีสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาไม่มากนักทีสามารถ
ทนทานได้
แน่นอนว่า หากหลินหยวนเอ่ยปากจริงๆ บรรพบุรุษทั้งหกยอมเสี่ยงที่จะ
ถูกพลังสะท้อนกลับของโลกต้นกำเนิดกดข่ม
ก็คงจะเปิดช่องทางรอยแยกที่เชื่อมต่อกับดินแดนแหล่งกำเนิดโลกต้น
กำเนิดโดยใช้กำลัง
แต่หากเป็นเช่นนั้น
บุญคุณที่หลินหยวนติดค้างก็คงจะใหญ่หลวงนัก
และหลังจากผ่านการศึกษาทำความเข้าใจนานกว่าหมื่นปี หลินหยวนก็
เชื่อว่าทุกด้านของตนเองได้บรรลุถึงขีดสุดแล้ว
การเฝ้ามองการโคจรของแหล่งกำเนิดโลกต้นกำเนิดต่อไปประโยชน์ที่ได้
รับนั้นน้อยกว่าช่วงเวลาหมื่นปีที่ผ่านมาอย่างมาก
“การปิดด่านบ่มเพาะอย่างยากลำบากนานหมื่นปี ทำให้ตัวเราเองยก
ระดับขึ้นอย่างมหาศาล”
หลินหยวนเผยรอยยิ้ม
มื่
มื่
มื่
เมื่อถึงระดับของเขา อย่าว่าแต่หมื่นปีเลย ต่อให้เป็นหมื่นๆ ปีแสนล้านล้าน
ปี พลังก็อาจจะหยุดนิ่งไม่พัฒนา
แต่หลินหยวนแตกต่างออกไป ความเข้าใจท้าทายสวรรค์ บวกกับข้อได้
เปรียบที่สะสมจากการมีอยู่ของมิติและห้วงมิติต่างๆ ในร่างช่วงเวลาหมื่นปี
พลังของเขาเกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงคุณภาพอีกครั้ง
“กาลอวกาศ…”
ในสายตาของหลินหยวน กาลอวกาศของดินแดนสมบัติหมอกทองคำ กาล
อวกาศของโลกภายนอก ล้วนเป็นระเบียบเรียบร้อย ราวกับเส้นใยละเอียดที่
ทอดแทรกผ่านโลกหล้า
หลินหยวนสามารถส่งผลกระทบและควบคุมได้เพียงแค่ตริตรองในใจ
ขอเพียงเขาต้องการ ก็สามารถก่อให้เกิดพายุกาลอวกาศภายในโลกต้น
กำเนิดได้ทุกเมื่อ ทำลายล้างสิ่งมีชีวิตเก้าในสิบส่วน
เมื่อสองพันปีก่อน ความเข้าใจในกฎการหลอมรวมกาลอวกาศของหลิน
หยวน ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างสมบูรณ์ บรรลุถึงวิถีแห่งกาลอวกาศ
วิถีแห่งกาลอวกาศ นี่คือขอบเขตที่มีเพียงระดับ 13 เท่านั้นจึงจะสามารถ
สัมผัสได้ เมื่อถึงระดับนี้ ข้าคือการอวกาศ กาลอวกาศคือข้า
เมื่อครั้งอดีต การสั่งสมในด้านกาลอวกาศขององค์จักรพรรดิ’ เซียนฮ
วง’เอง ก็บรรลุถึงขีดจำกัดของระดับ 9 แล้ว
ภายหลังได้รับศาสตราระดับ 13 หม้อมรรคาสุญญาทัณฑ์ เฝ้ามองความ
ลึกล้ำภายใน ในที่สุดจึงสามารถก้าวข้ามไปได้ครึ่งก้าวอย่างยากลำบากในด้าน
กฎการหลอมรวมกาลอวกาศ
แต่หลินหยวน กลับก้าวข้ามไปได้อย่างสมบูรณ์ ความเข้าใจในกาลอวกาศ
เทียบเคียงกับสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลา
มื่
มื่
“กาลอวกาศมีอยู่ในทุกมิติ กาลอวกาศคือรากฐานของหมื่นพันสวรรค์หมื่น
โลกหล้า”(สวรรค์และโลกมากมาย)
หลินหยวนเฝ้ามองเส้นใยละเอียดแห่งกาลอวกาศในขอบเขตสายตาของ
ตนอย่างต่อเนื่อง ยิ่งมองยิ่งทอดถอนใจด้วยความชื่นชม
เส้นใยกาลอวกาศนับไม่ถ้วน ก่อเกิดสมดุลบางอย่างขึ้น เป็นเพราะสมดุล
เช่นนี้เอง จึงบ่มเพาะสภาพแวดล้อมที่มั่นคงขึ้นมาจากนั้นจึงให้กำเนิดชีวิตนับ
ไม่ถ้วน
“วิถีต้นกำเนิดสูงสุด?”
สีหน้าของหลินหยวนครุ่นคิด
เมื่อถึงขอบเขตปัจจุบันของเขา ก็สามารถสัมผัสได้ถึงพลังอำนาจบางอย่าง
ที่ทอดแทรกผ่านมิติอันไร้ที่สิ้นสุด ค้ำจุนการทำงานพื้นฐานของหมื่นพันสวรรค์
หมื่นโลกหล้า
เส้นใยกาลอวกาศนับไม่ถ้วน หากเกิดข้อผิดพลาดแม้เพียงเล็กน้อย ก็จะ
ก่อให้เกิดหายนะ แต่ตลอดระยะเวลาอันยาวนานภายใต้สถานการณ์ที่ไม่มีพลัง
ภายนอกแทรกแซง กาลอวกาศกลับมั่นคงอย่างหาที่เปรียบมิได้
เห็นได้ชัดว่ามีพลังอำนาจที่สูงส่งยิ่งกว่ากำลังแทรกแซงอยู่
พลังอำนาจที่สูงส่งยิ่งกว่านี้ ก็คือสิ่งที่บรรพบุรุษทั้งหกเรียกว่าวิถีต้นกำเนิด
สูงสุด
แม้แต่สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาระดับ 13 ก็กำลังศึกษาทำความเข้าใจวิถีนี้อยู่
“ระดับของชีวิตเรายังต่ำเกินไป”
หลินหยวนสัมผัสอย่างละเอียดครู่หนึ่ง ส่ายหน้าเล็กน้อย
เขาสามารถสัมผัสได้ถึงพลังอำนาจที่ทอดแทรกทุกสิ่งนี้จริง แต่กลับเลือน
รางอย่างยิ่ง
นี้
“วิถีต้นกำเนิดสูงสุดยังห่างไกลจากเรา มีพลังงานเท่านี้ สู้ไปทำความเข้าใจ
วิถีแห่งความโกลาหลไท่จี๋ให้ถึงระดับที่ 3 ยังจะดีกว่า”
หลินหยวนรวบรวมความคิด
เมื่อแปดพันปีก่อน เขาก็ก้าวเข้าสู่ระดับที่ 2 ของวิถีแห่งความโกลาหลไท่จี๋
แล้ว
เมื่อห้าพันปีก่อน ความเข้าใจในวิถีแห่งความโกลาหลไท่จี๋ ก็บรรลุถึงจุด
สูงสุดของระดับที่ 2
จนกระทั่งบัดนี้ ก็ยังคงติดอยู่ที่จุดสูงสุดของระดับที่ 2
ห่างจากระดับที่ 3 อันสมบูรณ์เพียงครึ่งก้าว
เมื่อเทียบกับวิถีต้นกำเนิดสูงสุดอันเลือนรางไร้ตัวตน
การบรรลุถึงระดับที่ 3 ของวิถีแห่งความโกลาหลไท่จี๋นั้นง่ายกว่าสำหรับ
หลินหยวน และให้ความช่วยเหลือได้มากกว่าด้วย
โลกต้นกำเนิดแห่งแรกแบ่งเส้นทางพลังแห่งการวิวัฒนาการความโกลาหล
ออกเป็น 3 ระดับ
โดยระดับที่ 3 คือขอบเขตแห่งความสมบูรณ์ โลกต้นกำเนิดแห่งนั้น ภายใต้
เงื่อนไขที่โดยทั่วไปไม่มีจักรวาลภายในค้ำจุน ก็สามารถเทียบเคียงกับผู้
แข็งแกร่งในความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลได้อาศัยเส้นทางพลังแห่งการ
วิวัฒนาการความโกลาหลที่สูงกว่าหนึ่งระดับ
วิถีแห่งความโกลาหลไท่จี๋ แข็งแกร่งกว่าเส้นทางวิวัฒนาการพลังความโก
ลาหลอื่นๆ ไม่รู้เท่าใด แค่เงื่อนไขเบื้องต้นในการวิวัฒนาการมันขึ้นมา ก็คือจุด
สูงสุดของขอบเขตระดับ 2 ของกฎแห่งความโกลาหล
การจะทำความเข้าใจวิถีแห่งความโกลาหลไท่จี๋ให้ถึงระดับที่ 3 จึงยากกว่า
การทำความเข้าใจเส้นทางวิวัฒนาการพลังความโกลาหลอื่นๆ ให้ถึงระดับที่ 3
นับไม่ถ้วนเท่า
ที่
นี้ชั่
แม้แต่หลินหยวน ก็ยังติดอยู่ที่คอขวดนี้ชั่วคราว
ฟู่!
หลินหยวนจิตใจไหววูบเล็กน้อย
จุติลงในจักรวาลภายใน
ทอดสายตามองลงไปยังจักรวาลภายในอันไร้ขอบเขต
บัดนี้จักรวาลภายในของเขา มีขนาดเท่ากับกว่าหมื่นเขตความว่างเปล่า
กว้างใหญ่ไพศาลไร้ที่สิ้นสุด
“《สุญญาอนันต์》 ขั้นที่ 6 …”
หลินหยวนคิดในใจ
เมื่อหกพันปีก่อน เขาก็ฝึกสำเร็จขั้นที่ 5 ของวิชาสืบทอดนี้ ก้าวเข้าสู่ขั้นที่
6
ขั้นที่ 6 ก็เป็นขีดจำกัดสูงสุดของวิชาสืบทอดนี้ด้วย ส่วนชั้นที่ 7? แม้แต่สิ่ง
มีชีวิตแห่งกาลเวลาผู้สร้างวิชาสืบทอดก็ยังฝึกไม่สำเร็จเป็นเพียงขอบเขตใน
ทางทฤษฎีเท่านั้น
“《สุญญาอนันต์》 ที่เราฝึกฝน ได้แยกออกจากตัววิชาสืบทอดดั้งเดิมแล้ว”
หลินหยวนคิดในใจ 《สุญญาอนันต์》 ฉบับดั้งเดิม เป้าหมายสูงสุดคือความ
ว่างเปล่าแห่งความโกลาหล
แต่บัดนี้ เป้าหมายสูงสุดของจักรวาลภายในของหลินหยวน กลับเป็นโลก
อันสมบูรณ์แบบในตำนาน
เพื่อการนี้ หลินหยวนได้ซึมซับเอาความสมบูรณ์แบบและข้อดีของความ
ว่างเปล่าแห่งความโกลาหล โลกต้นกำเนิดแห่งแรก และ
ที่
ที่
ที่
โลกต้นกำเนิดแห่งที่สอง ในที่สุดจึงได้จักรวาลภายในที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
“บางทีขีดจำกัดสูงสุดของจักรวาลภายในของเราในตอนนี้ อาจไม่ใช่ชั้นที่
7 แต่เป็นขั้นที่ 8 ขั้นที่ 9 หรือกระทั่งขั้นที่ 10”
หลินหยวนคิดในใจ หลังจากฝึกสำเร็จขั้นที่ 6 แล้ว วิชาสืบทอด 《สุญญา
อนันต์》 ก็แทบไม่มีประโยชน์ในการชี้แนะแก่เขาอีกต่อไปเส้นทางข้างหน้า
จำเป็นต้องบุกเบิกและสร้างสรรค์ขึ้นเอง
นี่คือเส้นทางที่ยอดฝีมือทุกคนต้องเดิน เส้นทางวิวัฒนาการวรยุทธ์ของ
หลินหยวนก็มาเช่นนี้เอง
“พลังของเราในตอนนี้…”
หลินหยวนก็ประเมินได้ไม่แน่ชัดเช่นกัน
เมื่อหมื่นปีก่อน เขาก็แทบไม่มีภาพจำเกี่ยวกับพลังของตนเองแล้ว เพราะ
แม้แต่มหาปราชญ์ไร้พ่ายตามปกติในความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล ก็ไม่
อาจทนรับกระบวนท่าเดียวของเขาได้
และหลังจากผ่านการบ่มเพาะนานหมื่นปี ทุกด้านของหลินหยวนก็เกิดการ
เปลี่ยนแปลงเชิงคุณภาพอีกครั้ง 《สุญญาอนันต์》 ขั้นที่ 6 วิถีแห่งความโกลาหล
ไท่จี๋ระดับที่ 2 เป็นต้น
การยกระดับในด้านใดก็ตาม ย่อมทำให้พลังของหลินหยวนพุ่งสูงขึ้นอย่าง
ก้าวกระโดด
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเมื่อซ้อนทับรวมกัน
“ยิ่งการสะสมรากฐานแข็งแกร่ง การยกระดับเมื่อทะลวงสู่ระดับ 13 ย่อม
ต้องยิ่งมากขึ้นเท่านั้น”
หลินหยวนคิดในใจ
มื่
เมื่อทะลวงจากระดับ 11 สู่ระดับ 12 จะได้รับการหล่อหลอมจากแหล่ง
กำเนิดความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล
จะได้รับการหล่อหลอมมากน้อยเพียงใด ขึ้นอยู่กับการสะสมรากฐานของ
สิ่งมีชีวิตนั้นๆ เอง
การทะลวงจากระดับ 12 สู่ระดับ 13 ก็เช่นเดียวกัน ดังนั้นทุกครั้งที่สิ่งมี
ชีวิตแห่งกาลเวลาถือกำเนิดขึ้นในความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล จะก่อให้
เกิดปาฏิหาริย์ที่ส่งผลกระทบต่อหมื่นพันเขตความว่างเปล่า
“เพียงแต่ไม่รู้ว่า ถึงตอนนั้น แหล่งกำเนิดความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล
จะรองรับการหล่อหลอมให้แก่เราได้หรือไม่?”
ความคิดของหลินหยวนแผ่ขยายออกไป
ด้วยการสะสมรากฐานในปัจจุบันของเขา หากทะลวงสู่ระดับ 13 ได้สำเร็จ
จริงๆ ปริมาณแหล่งกำเนิดที่สามารถรองรับได้ ไม่กล้าพูดว่าจะสูบความว่าง
เปล่าแห่งความโกลาหลจนหมดสิ้น คาดว่าคง
เทียบเท่ากับผลรวมของแหล่งกำเนิดที่สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาอื่นๆหลาย
สิบ หลายร้อยตนรองรับได้รวมกัน
อาจจะมากกว่านั้นด้วยซ้ำ
ถึงตอนนั้น ความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลจะหล่อหลอมตนเองจนเต็ม
เปี่ยมได้จริงหรือ?
…
ความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล
หลินหยวนตามออร่าความโกลาหลที่ล่องลอยไป มาถึงความว่างเปล่าอัน
รกร้างแห่งหนึ่ง
“คือที่นี่”
นึ่
ขึ้
รั้
นึ่
หลินหยวนสังเกตครู่หนึ่ง พลันยกมือขึ้นปาดครั้งหนึ่ง
ชั่วพริบตา กาลอวกาศถูกแยกออกจากกัน จักรวาลภายหลังกำเนิดแห่ง
หนึ่งกำลังก่อตัวขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ตระการตา
จักรวาลภายหลังกำเนิด แตกต่างจากจักรวาลภายใน ถูกเปิดขึ้นโดยมหา
ปราชญ์ไร้เทียมทาน เป็นอิสระจากตัวมหาปราชญ์เอง
แม้ว่ามหาปราชญ์ไร้เทียมทานจะร่วงหล่นดับสูญ จักรวาลภายหลังกำเนิด
ก็จะไม่พังทลาย
แน่นอนว่า จักรวาลภายหลังกำเนิดก็ไม่สามารถทำได้อย่างจักรวาลภายใน
ที่ขอเพียงผู้แข็งแกร่งไม่ตาย ก็จะสามารถดำรงอยู่ได้ตลอดไป
จักรวาลภายหลังกำเนิดก็เหมือนกับจักรวาลโดยกำเนิด ย่อมมีวันพังทลาย
และการพังทลายของจักรวาลภายหลังกำเนิด เป็นการพังทลายโดยสมบูรณ์ ไม่
สามารถถือกำเนิดใหม่ได้อีกครั้งหลังจากการทำลายล้างครั้งใหญ่เหมือน
จักรวาลโดยกำเนิด
จักรวาล’เซียนฮวง’ที่องค์จักรพรรดิ’เซียนฮวง’สร้างขึ้นก็เป็นเช่นนี้ หลังจาก
ผ่านไปหลายล้านยุคจักรวาล ก็ใกล้จะพังทลายแล้วสุดท้ายเนื่องจากกาล
อวกาศบริเวณขอบเขตแตกสลาย จึงปรากฏสู่โลกภายนอก
“การสร้างจักรวาลภายหลังกำเนิด การได้สัมผัสประสบการณ์สร้างโลก
ครั้งหนึ่ง ถือเป็นการจัดระเบียบความเข้าใจในกฎและวิถีของตนเองเช่นกัน”
หลินหยวนเฝ้ามองจักรวาลภายหลังกำเนิดค่อยๆ ก่อตัวขึ้น กฎและวิถี
ต่างๆ เริ่มโคจรทำงาน พร้อมกันนั้นก็เริ่มกำหนดสภาพแวดล้อมทางกฎที่ตนเอง
ต้องการ
“นอกจากนี้ จักรวาลภายหลังกำเนิดแห่งนี้ ยังสามารถใช้เป็นรังหลักของ
กลุ่มอารยธรรมมนุษย์ได้ด้วย”
“ต่อให้เกิดสถานการณ์สุดขั้ว ที่เราติดอยู่ในวังวนแห่งกาลเวลาอย่างลึกล้ำ
พวกเขาก็จะไม่ถูกทำลายล้างในทันที”
นี้
หลินหยวนมองการณ์ไกล สำหรับเขาในตอนนี้ จำเป็นต้องเตรียมการบาง
อย่างไว้ล่วงหน้า
ตัวอย่างเช่น เตรียมทางหนีทีไล่ให้แก่กลุ่มอารยธรรมมนุษย์?
ขณะที่หลินหยวนยังอยู่ ไม่มีขุมอำนาจใดในความว่างเปล่าแห่งความ
โกลาหลกล้ายั่วยุกลุ่มอารยธรรมมนุษย์
แต่หากติดอยู่ในวังวนแห่งกาลเวลาเล่า?
สายเลือด’เซียนฮวง’ สายเลือดหอหยกปีศาจ ล้วนเป็นบทเรียนจากอดีต
หลินหยวนย่อมต้องเตรียมการเผื่อไว้อีกขั้นหนึ่งโดยธรรมชาติ
เพราะอย่างไรเสีย ความเร็วในการผงาดขึ้นมาของเขานั้นเร็วเกินไป
กลุ่มอารยธรรมมนุษย์ตามตนเองไม่ทันเลย
จนถึงบัดนี้ ยังไม่มีผู้ใดในขอบเขตโกลาหลถือกำเนิดขึ้นมาแม้แต่คนเดียว
“ด้วยวิธีการของเรา ไม่จำเป็นต้องวางการเตรียมการไว้ในจักรวาลโดย
กำเนิดเหล่านั้น”
หลินหยวนมองจักรวาลภายหลังกำเนิดที่ก่อตัวขึ้นเกือบสมบูรณ์แล้ว
แม้แต่จักรวาลภายหลังกำเนิดที่สร้างขึ้นโดยผู้ที่แข็งแกร่งถึงขั้นมหา
ปราชญ์ไร้พ่าย ก็ย่อมมีวันพังทลายในที่สุด
ดังนั้นมหาปราชญ์เหล่านั้นโดยปกติจะวางการเตรียมการไว้ในจักรวาลโดย
กำเนิด เพื่อรับประกันว่ามรดกของตนจะไม่ดับสูญไปพร้อมกับการพังทลาย
ของจักรวาลภายหลังกำเนิด
ตัวอย่างเช่น แดนลับ’เซียนฮวง’ในจักรวาลบ้านเกิด และกระท่อมไม้ของ
เผ่าพันธุ์ภัยพิบัติ
จักรวาลโดยกำเนิดได้รับการคุ้มครองจากความว่างเปล่าแห่งความ
โกลาหล เรียกได้ว่าปลอดภัยอย่างที่สุด และจะถือกำเนิดใหม่ไม่หยุดหย่อน เป็น
สถานที่สำหรับสืบทอดต่อไปอย่างไม่ขาดสายในอุดมคติที่สุด
แต่หลินหยวนไม่จำเป็นต้องยุ่งยากเช่นนี้
เพราะด้วยความเชี่ยวชาญและการประยุกต์ใช้กาลอวกาศในปัจจุบันของ
หลินหยวน จักรวาลภายหลังกำเนิดที่เขาสร้างขึ้น โดยพื้นฐานแล้วจะไม่มีวันพัง
ทลาย สามารถดำรงอยู่ร่วมกับความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลได้
จักรวาลภายหลังกำเนิดไม่พังทลาย อารยธรรมมนุษย์มีฐานที่มั่นที่
ปลอดภัยอย่างที่สุด เพียงเพิ่มวิธีการจำกัดบางอย่างเข้าไป โดย
พื้นฐานแล้วก็สามารถรับประกันได้ว่าอารยธรรมมนุษย์จะสืบทอดต่อไป
จากรุ่นสู่รุ่น
ส่วนหากความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลถูกทำลายเล่า?
หากวันนั้นมาถึงจริงๆ แม้แต่สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาก็ยังต้องถูกบีบให้
เข้าไปในช่องว่างระหว่างมิติ สิ่งมีชีวิตทั้งหมดภายในย่อมถูกทำลายล้าง
และการเตรียมการเหล่านี้ ล้วนเป็นแผนการในกรณีที่เลวร้ายที่สุดของ
หลินหยวน โดยอิงจากกรณีที่ตนเองไม่อาจทะลวงผ่านวังวนแห่งกาลเวลาได้
อันที่จริงแล้ว ตามเส้นเวลาที่บรรพบุรุษทั้งหกแห่งโลกต้นกำเนิดแห่งแรก
เฝ้าสังเกต ความหวังที่หลินหยวนจะก้าวเข้าสู่ระดับ 13 ได้สำเร็จในท้ายที่สุด
นั้น ยังคงสูงอย่างยิ่ง
ตลอดหมื่นปีที่ผ่านมา บรรพบุรุษทั้งหกโดยพื้นฐานแล้วละวางทุกสิ่ง เฝ้า
สังเกตเส้นเวลาในอนาคตของหลินหยวนมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่เคยมีเส้นเวลาใดเลย
ที่เขาติดอยู่ในวังวนแห่งกาลเวลา
…
ทวีปแห่งความโกลาหลหยินเหอ
“หยินเหอ”
“หยินเหอ”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดเซวียนหยวนและผู้แข็งแกร่งสูงสุดท่านอื่นๆ มาเข้าพบ
คารวะ
ปัจจุบัน กลุ่มอารยธรรมมนุษย์ หลังจากหลินหยวน ก็ได้ให้กำเนิดผู้
แข็งแกร่งขอบเขตบุกเบิกวิถีเพิ่มขึ้นอีกยี่สิบกว่าคน
เพียงแต่ผู้แข็งแกร่งขอบเขตบุกเบิกวิถียี่สิบกว่าคนเหล่านี้ ในด้านสถานะ
ย่อมไม่อาจเทียบได้กับผู้แข็งแกร่งสูงสุดทั้งเก้าท่านเช่นผู้แข็งแกร่งสูงสุดเซี่ยฉิน
สภาพแวดล้อมการฝึกฝนของอารยธรรมมนุษย์ในปัจจุบันนั้นยอดเยี่ยม
เกินไป ในยุคจักรวาลบ้านเกิด กลุ่มอารยธรรมมนุษย์ต่อสู้กับเผ่าพันธุ์มากมาย
ท่ามกลางห่าฝนโลหิตจึงได้ให้กำเนิดผู้แข็งแกร่งสูงสุดขึ้นมาทีละท่าน
“หยินเหอ ท่านเรียกพวกเรามามีเรื่องอันใดหรือ?”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดเซี่ยฉินมองหลินหยวน อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม
นับตั้งแต่กลุ่มอารยธรรมมนุษย์เข้าสู่ความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล
หลินหยวนผู้เป็นเสาหลักค้ำฟ้าของกลุ่มก็แทบจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับกิจการใดๆ
บัดนี้เรียกพวกเขาทั้งหมดมาเป็นพิเศษ เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย
“ข้าได้สร้างจักรวาลภายหลังกำเนิด 33 แห่ง กระจายอยู่ตามทีต่างๆ ใน
ความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล พวกท่านคัดเลือกผู้วิวัฒนาการบางส่วนส่ง
เข้าไป”
“จักรวาลภายหลังกำเนิด 33 แห่งนี้ ให้เก็บเป็นความลับต่อภายนอก อย่า
แพร่งพรายออกไป ผู้วิวัฒนาการที่ส่งเข้าไป เท่าทีเป็นไปได้ให้คัดเลือกจาก
ระดับ 1 และระดับ 2”
หลินหยวนเอ่ยขึ้น
ที่
จักรวาลภายหลังกำเนิด 33 แห่ง เป็นรังหลักที่หลินหยวนเตรียมไว้ให้
อารยธรรมมนุษย์ และยังเป็นรากฐานสุดท้ายด้วย
จักรวาลภายหลังกำเนิด 33 แห่งนี้ ตามกฎที่หลินหยวนกำหนดหลังจากที่
ตนเองพยายามทะลวงสู่ระดับ 13 แล้ว จะอนุญาตให้ออกเท่านั้น ไม่อนุญาตให้
เข้า
ไม่เพียงแต่ไม่อนุญาตให้เข้า แม้แต่ผู้วิวัฒนาการของอารยธรรมมนุษย์ ก็
ไม่สามารถล็อกตำแหน่งพิกัดที่แน่ชัดของจักรวาลภายหลังกำเนิด 33 แห่งได้
พวกมันหลอมรวมอยู่ในส่วนที่ลึกที่สุดของความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล
แม้แต่มหาปราชญ์ไร้พ่ายก็ไม่อาจเข้าใกล้ได้
จักรวาลภายหลังกำเนิดที่อนุญาตให้ออกเท่านั้น และจะไม่มีการทำลาย
ล้างครั้งใหญ่ จะหล่อเลี้ยงสายเลือดใหม่ให้แก่กลุ่มอารยธรรมมนุษย์ภายนอก
อย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย
“หยินเหอ นี่คือ?”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดเซวียนหยวนสัมผัสได้ถึงความไม่ชอบมาพากลอย่าง
เลือนราง
สร้างจักรวาลภายหลังกำเนิด 33 แห่งเป็นพิเศษ ทั้งยังบอกว่าอย่า
แพร่งพรายออกไปภายนอก
มองอย่างไรก็มีกลิ่นอายของการสั่งเสีย
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดท่านอื่นๆ อีกหลายท่านก็มองหลินหยวนด้วยความกังวล
เล็กน้อย
พร้อมกันนั้นในใจก็คาดเดาอย่างเลือนราง
สิ่งใดกันที่สามารถทำให้มหาปราชญ์หยินเหอ ผู้มีอำนาจสั่นสะเทือนความ
ว่างเปล่าแห่งความโกลาหลต้องเตรียมการถึงเพียงนี้มีเพียงเรื่องนั้นเท่านั้นที่
เป็นไปได้—
การพยายามทะลวงสู่ระดับ 13
“ไม่ต้องกังวล”
หลินหยวนสีหน้าเรียบเฉย กวาดตามองผู้แข็งแกร่งสูงสุดทุกท่าน
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดเหล่านี้ล้วนเดินออกมาจากจักรวาลบ้านเกิดเฝ้ามองหลิน
หยวนเติบโตจากความอ่อนแอสู่ความไร้เทียมทานในปัจจุบัน นอกจากความ
ยำเกรงแล้วยังมีความผูกพันด้วย
ดังนั้นหลินหยวนจึงปลอบโยนเล็กน้อยว่า:
“เป็นเพียงการเตรียมการโดยอิงจากผลลัพธ์ที่เลวร้ายที่สุดเท่านั้น”
(จบตอน)
……….
“จักรวาลโดยกำเนิด” ( 先天宇宙 – Xiāntiān yǔzhòu) หมายถึง:
จักรวาลที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ: นี่คือลักษณะที่สำคัญที่สุดมันคือ
จักรวาลที่ไม่ได้ถูก “สร้างขึ้น” หรือ “เปิด闢” (เปิดพิก) โดยผู้ฝึกตนหรือเทพเจ้า
ที่มีพลังอำนาจสูงส่งใดๆ แต่เกิดขึ้นมาเองตามกระบวนการทางธรรมชาติของ
จักรวาลวิทยาในเรื่องนั้นๆ.
ตรงข้ามกับจักรวาลภายหลังกำเนิด: เป็นขั้วตรงข้ามกับ
“จักรวาลภายหลังกำเนิด” (后天宇宙 – Hòutiān yǔzhòu) ซึ่งเป็นจักรวาล
ที่ถูกสร้างขึ้นโดยฝีมือของมหาปราชญ์หรือผู้มีพลังสูง.
มีวัฏจักรการเกิดดับ (โดยทั่วไป): (ในเรื่องใช้คำว่า 天生宇宙 – Tiānshēng
yǔzhòu ซึ่งมักใช้ในความหมายใกล้เคียงกัน คือจักรวาลที่เกิดตามธรรมชาติ)
สามารถผ่าน การทำลายล้างครั้งใหญ่
(大破灭 – dà pòmiè) และสามารถ ถือกำเนิดใหม่ได้อีกครั้ง (再 次新生 –
zàicì xīnshēng) ซึ่งต่างจากจักรวาลภายหลังกำเนิดทีมักจะพังทลายแล้วสลาย
ไปเลย.
สรุปง่ายๆ: จักรวาลโดยกำเนิด คือ จักรวาลที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ไม่
ได้ถูกใครสร้างขึ้นมา มีวัฏจักรการเกิดดับเป็นของตัวเอง ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด
ก็คือ “จักรวาลบ้านเกิด” (家乡宇宙 – jiāxiāng yǔzhòu)
คำว่า “จักรวาลภายหลังกำเนิด” (后天宇宙 – Hòutiān yǔzhòu) พยายาม
จะสื่อถึงความเป็นสิ่งที่ “เกิดขึ้นทีหลัง” หรือ
“ไม่ได้มีมาแต่เดิมตามธรรมชาติ” (ตรงข้ามกับ 先天 – Xiāntiān ทีแปลว่า
มีมาแต่กำเนิด/โดยธรรมชาติ)