สวรรค์บันดาล: ข้าพเจ้าสร้างวิถี - บทที่ 719 คว้ามาแล้วหนี
ระหว่างเดินทางไปยังบุปผาสองกำเนิดหยินหยาง หลินหยวนไม่เคยหยุด
สังเกตการณ์เส้นเวลาอนาคตของตนเอง
ผ่านประสบการณ์ของตนเองในเส้นเวลา เพื่อทำการ ‘ลองผิดลองถูก’ ครั้ง
แล้วครั้งเล่า
ตัดสินว่าตนเองควรจะลงมือหรือไม่ และผลลัพธ์ความเป็นไปได้ต่างๆ ที่จะ
เกิดขึ้นหลังจากลงมือ
หากสามารถแบกรับผลลัพธ์ที่เกิดจากการลงมือได้ ก็จะลงมือแย่งชิง
หากทำไม่ได้ หรือต้องจ่ายราคาค่อนข้างสูง ก็จะเฝ้ามองจากระยะไกล
และณ จุดเวลาและตำแหน่งปัจจุบันนี้ ก็คือสถานที่ซึ่งมีโอกาสวาสนาที่มี
ค่าสูงสุดเท่าที่หลินหยวนสังเกตการณ์เห็นในเส้นเวลา
“ในเส้นเวลาอนาคต โอกาสวาสนาแห่งนี้ถูกสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาสองตน
จับตามองอยู่แล้ว พวกพระองค์กระทั่งวางแผนเพื่อโอกาสวาสนาแห่งนี้มานาน
นับยุคสมัยไม่ถ้วน ก็เพื่อรอให้มันสุกงอมในวันนี้”
หลินหยวนคิดในใจ
ก่อนหน้านี้เมื่อตนเองสังเกตการณ์เส้นเวลามาถึงจุดนี้ ก็จะกลายเป็นเลือน
รางไม่ชัดเจน
และผ่านการสังเกตการณ์อย่างเจาะลึกในภายหลัง หลินหยวนพบว่าสิ่งมี
ชีวิตแห่งกาลเวลาทั้งสองตนนั้นล้วนไม่ธรรมดา
หากตนเองลงมือแย่งชิงกับอีกฝ่าย ก็อาจเป็นไปได้ที่จะนำไปสู่การดึงดูด
สายตาของจ้าวแห่งกาลเวลาที่แท้จริงตนหนึ่งผ่านทางสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาทั้ง
สองตนนี้
ไม่ว่าจะในความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล หรือโลกต้นกำเนิดแห่งแรก
โลกต้นกำเนิดแห่งที่สอง
สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาที่หลินหยวนประสบพบเจอ ล้วนเป็นมิตรกับเขา
อย่างยิ่ง กระทั่งผูกมิตรโดยไม่เสียดายราคา
นี่เป็นเพราะตนเองกับพวกพระองค์อยู่ร่วมกันในห้วงมิติเดียวกันถือเป็น
พันธมิตรโดยธรรมชาติ
รอจนกระทั่งห้วงมิติแห่งนี้แตกดับ เข้าสู่ช่องว่างระหว่างมิติ นั่นก็คือสิ่งมี
ชีวิตแห่งกาลเวลาในค่ายเดียวกัน
แต่สำหรับสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลานอกห้วงมิติแล้ว ก็ไม่แน่เสมอไป
หลังจากตระหนักถึงความพิเศษของเส้นเวลาอนาคตของหลินหยวนแล้ว
ความคิดแรกมิใช่การผูกมิตร
ก็อาจเป็นไปได้ที่จะแจ้งเรื่องนี้แก่จ้าวแห่งกาลเวลาที่ตนเองสามารถติดต่อ
ได้
การล่วงเกินจ้าวแห่งกาลเวลาในอนาคตเช่นหลินหยวน คาดว่าไม่มีสิ่งมี
ชีวิตแห่งกาลเวลาตนใดเต็มใจทำเช่นนั้น
แต่การเปิดเผยข่าวของหลินหยวน แจ้งให้จ้าวแห่งกาลเวลาอีกตนหนึ่ง
ทราบ ก็ยังมีความเป็นไปได้นี้อยู่
แน่นอนว่า ก็เป็นเพียงความเป็นไปได้เท่านั้น
แต่หลินหยวนไม่อาจไม่ระวัง
ดังนั้น ระหว่างเดินทางไปยังบุปผาสองกำเนิดหยินหยาง
หลินหยวนพยายามอย่างที่สุดที่จะไม่ติดต่อสัมผัสกับสิ่งมีชีวิตแห่งกาล
เวลาตนอื่นใด
สิ่
ชั่
ด้วยวิธีการของสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลา เพียงแค่เกิดการติดต่อสัมผัสในชั่ว
ขณะ ก็จะสามารถสืบหาเส้นเวลาที่เกี่ยวข้องตามเหตุและผลไปได้
จากนั้นก็จะล่วงรู้ถึงรายละเอียดที่แท้จริงของหลินหยวน
ดังนั้น
ก่อนหน้านี้ที่หลินหยวนค้นพบโอกาสวาสนาแห่งนี้ในเส้นเวลาหลังจาก
ครุ่นคิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า
สุดท้ายก็เลือกที่จะยอมแพ้
โอกาสวาสนาแห่งนี้แม้จะมีค่ามหาศาล
แต่ก่อนที่จะก้าวเข้าสู่ระดับ 13 หลินหยวนไม่ต้องการทำตัวโดดเด่นเกินไป
ทว่าบัดนี้เล่า?
การตื่นขึ้นของพลังศักดิ์สิทธิ์ทางร่างกายชนิดที่แปด ‘ศักดิ์ฐานะจ้าว’
ทำให้เส้นเวลาของหลินหยวนเองเริ่มถูกผนึก
ต่อให้ได้สัมผัสกับสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาตนอื่น อีกฝ่ายก็ยากทีจะตระหนัก
รู้ได้แม้แต่น้อย
การหยั่งรู้เส้นเวลาของหลินหยวน ยากกว่าการหยั่งรู้สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลา
ระดับเดียวกันมากนัก
“ลองดูสักครั้งก็ได้”
หลินหยวนยืนนิ่งอยู่ในช่องว่างระหว่างมิติอันไร้ขอบเขต ระหว่างลม
หายใจเข้าออกก็มองดูเส้นเวลาทีละเส้นๆ
ภายใต้การเสริมพลังของศักดิ์ฐานะจ้าว เส้นเวลาที่หลินหยวนมองเห็นนั้น
ง่ายดายกว่าก่อนหน้านี้มากโข กระทั่งการมองดูเส้นเวลาของสิ่งมีชีวิตแห่งกาล
เวลาเหล่านั้น ก็มิได้เลือนรางบิดเบี้ยว แต่กลับชัดเจนขึ้น
ไม่นานนัก หลินหยวนก็ได้สังเกตการณ์เส้นเวลานับร้อยนับพันเส้นแล้ว
ล้วนเป็นเส้นเวลาที่ตนเองลงมือแย่งชิงโอกาสวาสนา ได้สัมผัสกับสิ่งมีชีวิต
แห่งกาลเวลาทั้งสองตนนั้น
ระหว่างนั้นไม่ว่าจะสำเร็จ หรือล้มเหลว ก็ไม่ได้ทิ้งปัญหาซ่อนเร้นใดๆ ไว้
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้”
หลินหยวนตัดสินใจในใจ “เช่นนั้นก็ลงมือ”
เมื่อถึงระดับสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาระดับ 13 แล้ว ความต้องการทรัพยากร
ก็มหาศาลเช่นกัน
การเปลี่ยนแปลงของสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาเอง อย่างไหนบ้างทีไม่ต้องการ
ทรัพยากรดุจภูเขาดุจทะเล?
สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาทั้งเจ็ดแห่งความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล ร่างต้น
แท้จริงล้วนปิดด่านหลับใหลอยู่ในความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล แต่ร่างเนื้อ
อวตารที่ใช้ต่อสู้หลัก โดยพื้นฐานแล้วล้วนต่อสู้อยู่ในช่องว่างระหว่างมิติ แย่งชิง
ทรัพยากรสำคัญกับสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาตนอื่น
โลกต้นกำเนิดอีกสองแห่งก็เป็นเช่นเดียวกัน
เหตุใดสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาของทั้งสามห้วงมิติจึงให้ความสำคัญกับหลิน
หยวนถึงเพียงนี้?
เพราะเพียงแค่รอให้หลินหยวนเติบโตขึ้น แรงกดดันของพวกพระองค์ก็
คงจะลดลงไปมากโข
สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาสูงส่งอยู่เหนือทุกสิ่ง แต่ก็ต้องเผชิญกับแรงกดดัน
มากมายเช่นกัน
“โอกาสวาสนานั้น ยังต้องรออีกร้อยปีกว่าจึงจะสุกงอมเต็มที่”
มื่
ความคิดของหลินหยวนไหววูบ ในเมื่อเตรียมพร้อมจะลงมือแย่งชิง ย่อม
ต้องทุ่มสุดกำลัง
เมื่อคิดถึงตรงนี้ หลินหยวนก็เริ่มใช้จิตวิญญาณต้นกำเนิดไท่จีเป็น ‘จุดยึด
เหนี่ยว’ เรียกหาร่างต้นแท้จริง
จิตวิญญาณต้นกำเนิดไท่จี๋เดินทางมาถึงที่นี่ ใช้เวลาไปหลายสิบถึงร้อยปี
แต่ร่างต้นแท้จริงเล่า? พลังแตกต่างกัน ความเร็วก็ย่อมแตกต่างกัน อีกทั้ง
ยังมีจิตวิญญาณต้นกำเนิดไท่จี๋เป็น ‘จุดยึดเหนี่ยว’ ระยะทางในการข้ามผ่าน
กาลอวกาศก็เพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก
ร่างต้นแท้จริงเดินทางมาถึงที่นี่ อย่างมากก็ใช้เวลาเพียงไม่กี่ปี
เวลาไหลผ่านไป
พริบตาเดียวก็ผ่านไปร้อยกว่าปี
ต้นไม้ยักษ์สีดำเทาต้นหนึ่งที่ไม่รู้ว่าสูงเท่าใด ค่อยๆ ล่องลอยอยู่ในช่องว่าง
ระหว่างมิติอันไร้ขอบเขต
ต้นไม้ยักษ์สีดำเทาต้นนี้มีนามว่า ต้นฝันร้าย ถือเป็นแดนอันตรายที่มีชื่อ
เสียงพอสมควรแห่งหนึ่งในช่องว่างระหว่างมิติ แต่ขณะเดียวกันก็ได้บ่มเพาะ
เผ่าฝันร้ายขึ้นมาด้วย
เผ่าฝันร้ายถือกำเนิดจากต้นฝันร้าย ครอบครองวิธีการอันน่าเหลือเชื่อ
มากมาย อาศัยร่างต้นของต้นฝันร้าย แทบจะกลายเป็นกองกำลังที่แข็งแกร่ง
ที่สุดรองจากสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลา
และในขณะนี้ บนยอดสุดของต้นฝันร้ายสีดำเทา ผลไม้ลูกหนึ่งทีเต็มไป
ด้วยสีดำเทาทั้งสองสีกำลังค่อยๆ สุกงอม
ผลไม้นี้มีนามว่า ผลฝันร้าย หลังจากหลอมรวมแล้วจะได้ประสบกับฝันร้าย
ครั้งแล้วครั้งเล่า มีประโยชน์อย่างน่าอัศจรรย์ต่อการยกระดับจิตใจและ
เจตจำนงของตนเอง
มื่
รั้
เพียงแต่ เมื่อเทียบกับผลฝันร้ายในอดีตแล้ว ผลฝันร้ายในครั้งนีใหญ่กว่า
มากเกินไป
ผลฝันร้ายปกติมีขนาดเพียงสิบเมตรเท่านั้น ส่วนผลฝันร้ายลูกนี้มีเส้นผ่าน
ศูนย์กลางถึงหนึ่งหมื่นเมตร
“สวรรค์ ผลฝันร้ายใหญ่ขนาดนี้ จะสามารถสร้างฝันร้ายระดับใดกันแน่?
การยกระดับจิตใจและเจตจำนงจะมากเพียงใด?”
“ผลฝันร้ายขนาดหนึ่งหมื่นเมตรรึ?”
ในชั่วพริบตา เผ่าฝันร้ายนับไม่ถ้วนพลันคลุ้มคลั่งขึ้นมาทันที
มุ่งหน้าไปยังผลฝันร้ายโดยไม่ลังเล
ในเวลานี้เอง——
กาลอวกาศโดยรอบต้นฝันร้ายพลันแข็งตัวลง
ใบหน้าขนาดใหญ่โตมโหฬารปรากฏขึ้น สูบลมเข้าเบาๆ ไปทางต้นฝันร้าย
ทันใดนั้น เผ่าฝันร้ายนับไม่ถ้วนก็ถูกดูดเข้าไปในปากยักษ์นั้นแม้แต่ผลฝัน
ร้ายบนยอดสุด ก็เริ่มสั่นคลอน
“ไม่!”
“เป็นท่านผู้ยิ่งใหญ่แห่งกาลเวลา”
เผ่าฝันร้ายนับไม่ถ้วนสีหน้าสิ้นหวังอย่างยิ่ง พวกเขาไม่เคยคาดคิดเลยว่า
ผลฝันร้ายที่ต้นฝันร้ายออกผลในครั้งนี้ จะดึงดูดท่านผู้ยิ่งใหญ่แห่งกาลเวลามา
ได้
ในช่องว่างระหว่างมิติ สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาคือผู้ปกครองที่ไม่มีผู้ใดโต้
แย้งได้ สามารถท่องไปได้อย่างอิสระ
“เชียนเมี่ยนชวน ผลฝันร้ายลูกนี้เป็นของข้า”
สั่
ครืนนน~ ใบหน้าขนาดยักษ์อ้าปากสูด ผลฝันร้ายสั่นคลอน ไม่ไกลออกไป
พลันควบแน่นเป็นฝ่ามือขนาดมหึมา คว้าไปยังผลฝันร้าย
“หลิงหานกุย อยากได้ผลฝันร้ายลูกนี้ ก็เอาความสามารถออกมา” ใบหน้า
ขนาดยักษ์ราวกับคาดการณ์ไว้แล้ว หยุดการดูดกลืน หันไปคำรามใส่ฝ่ามือ
มหึมา
ในฐานะสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาระดับ 13 ก่อนที่ผลฝันร้ายจะสุกงอม ก็ได้
สังเกตการณ์เส้นเวลาที่เกี่ยวข้องนับครั้งไม่ถ้วน เตรียมการไว้อย่างมากมายแล้ว
พรึ่บ!
กาลอวกาศกลายเป็นผุยผง
สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาทั้งสองตนพลันต่อสู้กันทันที
ไม่ว่าจะเป็นสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลา ‘เชียนเมี่ยนชวน’ หรือสิ่งมีชีวิตแห่ง
กาลเวลา ‘หลิงหานกุย’ พลังล้วนอยู่ในระดับเดียวกัน
มีเพียงเช่นนี้เท่านั้น จึงจะลงมือแย่งชิงผลฝันร้าย
เพราะทั้งสองฝ่ายต่างก็มีความหวังที่จะคว้าผลฝันร้ายมาได้
หากพลังของทั้งสองฝ่ายแตกต่างกันมากเกินไป ฝ่ายที่อ่อนแอกว่าไม่มี
ความมั่นใจมากนัก
โดยพื้นฐานแล้วก็คงจะไม่เข้าร่วมการแย่งชิงผลฝันร้าย
“ผลฝันร้าย” ขณะที่สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาทั้งสองตนกำลังต่อสู้กันนั้นเอง
บนยอดสุดของต้นฝันร้าย ปรากฏร่างหนึ่งขึ้นอย่างเงียบงัน ก็คือหลิน
หยวนนั่นเอง
“ผลฝันร้ายต้นนี้ สามารถยกระดับจิตใจและเจตจำนงของสิ่งมีชีวิตแห่ง
กาลเวลาได้อย่างมาก แม้จะจัดอยู่ในบรรดาของวิเศษระดับ 13 ก็ยังนับว่าหาได้
ยาก”
แววตาของหลินหยวนปรากฏความปรารถนา
หยกดำที่ผลิตจากรังหยกดำในโลกต้นกำเนิดแห่งแรก การยกระดับจิตใจ
และเจตจำนงของเขาได้ไม่มากแล้ว รอจนก้าวเข้าสู่ระดับ 13 คาดว่าคงไม่มีผล
ใดๆ เลยแม้แต่น้อย
อย่างน้อยหลินหยวนไม่เคยได้ยินว่า บรรพบุรุษทั้งหกต้องการหยกดำเพื่อ
ยกระดับจิตใจและเจตจำนงของตนเอง
ดังนั้นผลฝันร้ายลูกนี้จึงล้ำค่าอย่างยิ่ง
“เก็บ”
หลินหยวนยื่นมือออกไปเก็บผลฝันร้ายทันที
ผลฝันร้ายขนาดหนึ่งหมื่นเมตร เข้าไปในจักรวาลภายในร่างของหลิน
หยวนโดยตรง
ทันใดนั้นเหตุและผลก็ถูกตัดขาด
“ผู้ใด?”
การหายไปของผลฝันร้าย ดึงดูดความสนใจของสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาทั้ง
สองตนทันที
ในเส้นเวลาอนาคตมากมายที่พวกพระองค์สังเกตการณ์เห็น ผู้ทีแย่งชิงผล
ฝันร้ายมีเพียงพวกพระองค์สองตนเท่านั้น
ดังนั้นจึงได้ลดความระมัดระวังลง พลังงานส่วนใหญ่ทุ่มเทให้กับการต่อสู้
ระหว่างกัน
ในเส้นเวลาอนาคตที่พวกพระองค์เห็น มีเพียงเอาชนะอีกฝ่ายได้จึงจะ
สามารถได้รับผลฝันร้ายในท้ายที่สุด
แต่บัดนี้เล่า?
ผลฝันร้ายหายไปอย่างกะทันหัน
และการปรากฏตัวของหลินหยวนจากความว่างเปล่า
เกินความคาดหมายของสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาทั้งสองตน
นี่คือฉากที่ไม่เคยปรากฏในเส้นเวลาอนาคตที่พวกพระองค์มองเห็น
“ขอบคุณทั้งสองท่าน”
หลินหยวนมองไปยังสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาทั้งสองตนในระยะไกลยิ้มเล็ก
น้อย
ร่างพลันหายไปอย่างเงียบงัน
“ไม่!”
‘เชียนเมี่ยนชวน’ พลันคำรามออกมาด้วยความโกรธ การโจมตีวิญญาณที่
ไร้รูปร่างสายหนึ่ง พุ่งตามเหตุและผลอันเลือนรางไป ตกกระทบร่างของหลิน
หยวนโดยตรง
ณ ระยะทางอันไร้ที่สิ้นสุด
ร่างของหลินหยวนพลันปรากฏขึ้น
จากนั้นจิตใจก็สั่นสะท้าน
การโจมตีระลอกแล้วระลอกเล่าถาโถมเข้ามา การโจมตีเหล่านีมาจากการ
โจมตีด้วยความโกรธของสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลา ต่อให้เป็นหลินหยวน ก็ทำได้
เพียงต้านทานสุดกำลัง ผ่านการกระจายพลังโดยโลกอนุภาคเม็ดทรายอนันต์
ภายในร่าง จึงจะสามารถต้านทานไว้ได้ทั้งหมด
“ไป”
หลินหยวนไม่ลังเล ด้วยพลังของเขาในตอนนี้ จะต่อกรกับสิ่งมีชีวิตแห่ง
กาลเวลาสองตนซึ่งหน้าหรือ?
พื้
โดยพื้นฐานแล้วเป็นไปไม่ได้
กระทั่งการต่อกรกับสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาปกติเพียงตนเดียวก็ยังยากมาก
ในโลกต้นกำเนิดแห่งที่สอง หลินหยวนต่อสู้สุดกำลังกับ
เทพมาร นั่นเป็นเพราะเทพมารมิใช่สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาปกติ ไม่
สามารถสังเกตการณ์เส้นเวลาอนาคตได้
ฟุ่บ
ร่างของหลินหยวนหายไปอีกครั้ง
หากว่ากันด้วยความเร็วในการหลบหนี หลินหยวนเชื่อว่าตนเองไม่ด้อยไป
กว่าสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาตนใด ความเข้าใจในวิถีแห่งกาลอวกาศโดยพื้นฐาน
แล้วก็อยู่ในระดับสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลา
ข้างต้นฝันร้าย
สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาทั้งสองตน ‘เชียนเมี่ยนชวน’ และ ‘หลิงหานกุย’
สีหน้าโกรธเกรี้ยว พวกพระองค์รอคอยมานานนับยุคสมัยกว่าจะได้รอจนถึงวัน
ที่ผลฝันร้ายพิเศษลูกนี้สุกงอม ผลคือกลับถูกสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาตนอื่นชิงตัด
หน้าไปรึ?
“ผู้ใดกันแน่?”
เดิมทีสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลา ‘เชียนเมี่ยนชวน’ ตั้งใจจะไล่ล่าสังหารตามไป
โดยตรง
แต่เหตุผลในใจ กลับทำให้พระองค์ถือโอกาสมองดูเส้นเวลาของหลิน
หยวน
เพียงแค่มองดูเท่านี้ ‘เชียนเมี่ยนชวน’ พลันรู้สึกเย็นวาบในใจ
“หือ?”
สิ่
มี่
สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลา ‘เชียนเมี่ยนชวน’ ตกใจ เส้นเวลาทีพระองค์มอง
เห็นนั้นเลือนรางคลุมเครือ ราวกับถูกผนึกไว้ทั้งหมดมองไม่เห็นข้อมูลที่เป็นประ
โยชน์ใดๆ เลย
“ห้ามล่วงเกินเด็ดขาด”
สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลา ‘เชียนเมี่ยนชวน’ ล้มเลิกความคิดที่จะไล่ล่าสังหาร
ทันที
สามารถผนึกเส้นเวลาของตนเองได้ถึงระดับนี้ ต่อให้มิใช่จ้าวแห่งกาลเวลา
ก็คงอยู่ไม่ไกลแล้ว
สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาอีกตน ‘หลิงหานกุย’ ก็ล้มเลิกความคิดทีจะไล่ล่า
สังหารทันทีเช่นกัน สีหน้าเต็มไปด้วยความประหลาดใจและไม่แน่ใจ