สวรรค์บันดาล: ข้าพเจ้าสร้างวิถี - บทที่ 729 วังวนแห่งกาลเวลาจุติ
การหลับใหลสองพันปี จิตใจและเจตจำนงของหลินหยวนผ่อนคลายอย่าง
ไม่เคยเป็นมาก่อน แผ่กระจายออกไปอย่างอิสระเสรี
หลินหยวนไม่ได้กดข่มควบคุมแต่อย่างใด ปล่อยให้การแผ่กระจายนี้
ดำเนินไป
เศษเสี้ยวหนึ่งของจิตใจและเจตจำนงไม่รู้ว่าล่องลอยไปนานเท่าใด ดู
เหมือนจะเข้าสู่พื้นที่ความฝันชั้นใดชั้นหนึ่ง
มาถึงยังตำหนักที่สูงตระหง่านโอ่อ่าอย่างหาที่เปรียบมิได้แห่งหนึ่ง
ตำหนักสูงใหญ่มหาศาล บันไดทีละขั้นๆ ไม่รู้เชื่อมต่อไปยังที่ใด
“ที่นี่…”
เศษเสี้ยวจิตใจและเจตจำนงนี้ของหลินหยวนปราศจากความคิดไม่มี
คำถามหรือข้อสงสัยใดๆ เกิดขึ้น
เพียงแค่เดินขึ้นบันไดไร้สิ้นสุดไปทีละก้าวๆ ตามสัญชาตญาณเท่านั้น
ไม่รู้ผ่านไปนานเท่าใด
ในที่สุดก็มาถึงจุดสิ้นสุดของบันได
เพียงเห็นประตูแสงอันโอ่อ่าตระหง่านตั้งตระหง่านอยู่ที่นั่น การดำรงอยู่
ของประตูแสงนี้ ราวกับเป็นต้นกำเนิดของทุกสิ่ง พระองค์ส่งอิทธิพลต่อเส้น
เวลาทีละเส้น มิติฟ้าดินทีละแห่ง สรรพชีวิตทีละตนอย่างเงียบงันไร้เสียง
และที่ธรณีประตูแสงนั้น มีร่างเลือนรางร่างหนึ่งกำลังพิงเอนอยู่
ร่างเลือนรางมองไม่เห็นใบหน้า หลินหยวนทำได้เพียงมองออกอย่างเลือน
รางว่าอีกฝ่ายใช้มือขวาเท้าคาง หลับตาลง ดูเหมือนจะหลับไปแล้ว
ที่
พระองค์ดูเหมือนจะพิงเอนอยู่ใต้ประตูแสงอันโอ่อ่าตระหง่านอย่างหาที่
เปรียบมิได้นั้น เพียงแต่กลิ่นอายที่แผ่ออกมาอย่างเลือนรางกลับอยู่เหนือกว่า
ประตูแสง การผันผวนของการหายใจเบาๆ ก็กวาดไปทั่วเส้นเวลานับไม่ถ้วน
สรรพสิ่งในจักรวาล มิติอนันต์ไร้สิ้นสุดล้วนถือกำเนิดขึ้นจากการหายใจของ
พระองค์
ตูม!
วินาทีต่อมา
หลินหยวนตื่นขึ้น
“หืม?”
สีหน้าของหลินหยวนตกใจเล็กน้อย
“ความฝันนั้น?”
การหลับใหลสองพันปี จิตใจและเจตจำนงของหลินหยวนแผ่กระจายออก
ไปอย่างไร้ขีดจำกัด ฝันถึงความฝันที่เหลวไหลไร้สาระอย่างถึงที่สุดมากมาย
เพียงแต่ความฝันนี้ที่อยู่ในตำหนักสูงใหญ่มหาศาล และประตูแสงอันโอ่อ่า
ตระหง่านนั้น ร่างเลือนรางสุดท้ายที่พิงเอนอยู่ใต้ประตูแสง กลับสร้างความสั่น
สะเทือนอย่างใหญ่หลวงให้แก่หลินหยวน
“เป็นความฝันลวงตา หรือว่า…”
หลินหยวนค่อนข้างไม่แน่ใจ เขาไม่แน่ใจว่าความฝันนี้เป็นจริงหรือไม่
เพียงแต่ประตูแสงอันโอ่อ่าตระหง่านนั้น กลับมีความคล้ายคลึงกับประตูสู่ภพ
หมื่นในส่วนลึกของจิตใจอยู่หลายส่วน
“เป็นประตูสู่ภพหมื่นที่ส่งผลกระทบต่อเรางั้นเหรอ?”
หลินหยวนครุ่นคิดในใจ เขารู้สึกอย่างเลือนรางว่าความฝันนี้ไม่ธรรมดา
อย่างยิ่ง มีความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่จะมีการบอกใบ้บางอย่างอยู่ ร่างเลือนรางที่
นั้
พิงเอนอยู่ใต้ประตูแสงอันโอ่อ่าตระหง่านนั้น บางทีอาจจะเป็นเจ้าของคนก่อน
หน้าของประตูสู่ภพหมื่น?
“ก็อาจจะเป็นเพียงความฝันธรรมดาๆ ฝันหนึ่ง”
ความคิดของหลินหยวนหมุนวน แม้จะให้ความสนใจกับความฝันนี้ แต่ก็ไม่
ได้ใส่ใจมากนัก
ความฝันที่เขาปล่อยจิตใจและเจตจำนงให้เป็นอิสระอย่างสมบูรณ์ล้วน
เหลวไหลไร้สาระอย่างหาที่เปรียบมิได้ เรื่องราวเพ้อฝันอะไรก็มีทั้งนั้น
หากมิใช่เพราะประตูแสงอันโอ่อ่าในความฝันนี้ คล้ายคลึงกับประตูสู่ภพ
หมื่นในส่วนลึกของจิตใจอยู่บ้าง หลินหยวนโดยพื้นฐานแล้วจะไม่ใส่ใจเลย
แค่ความฝันเท่านั้นเอง
“ถึงเวลาทะลวงสู่ระดับ 13 แล้ว”
หลินหยวนรวบรวมความคิดกลับมา
หลังจากหลับใหลอย่างสมบูรณ์สองพันปี หลินหยวนรู้สึกว่าสภาพของ
ตนเองดีอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
‘ความดี’ นี้มิใช่ความกระปรี้กระเปร่า แต่เป็นความพึงพอใจในด้านอื่นบาง
อย่าง
ราวกับคนที่หิวโหยมานานพลันได้อิ่มหนำสำราญมื้อใหญ่
“บอกลาเสียก่อน”
ความคิดของหลินหยวนไหววูบ
การทะลวงสู่ระดับ 13 ครั้งนี้ ไม่รู้ว่าจะต้องใช้เวลานานเท่าใด
ในเส้นเวลาอนาคตมากมาย เวลาที่หลินหยวนทะลวงผ่านวังวนแห่งกาล
เวลาได้ในท้ายที่สุดก็ไม่แน่นอน
สั้
มื่
สั้นสุดหลายร้อยปี ยาวสุดหลายหมื่นปี
หากคำนวณตามหลายหมื่นปี ก่อนที่ตนเองจะทะลวง ก็สมควรต้องบอกลา
กับครอบครัวและสหายสนิทจริงๆ
ท้ายที่สุดแล้ว อารยธรรมมนุษย์นับตั้งแต่เดินออกจากจักรวาลบ้านเกิดมา
จนถึงปัจจุบัน ก็เพิ่งจะผ่านไปหลายหมื่นปีเท่านั้น
ทวีปแห่งความโกลาหลหยินเหอ
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดเซวียนหยวนและผู้แข็งแกร่งสูงสุดอีกเก้าคนในยุค
จักรวาลบ้านเกิดปรากฏตัวพร้อมกัน
“หยินเหอ เจ้า?”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดเซี่ยฉินมองดูร่างที่ยืนอยู่ไม่ไกลนั้น
“ข้าตัดสินใจแล้วว่าจะทะลวงสู่ระดับ 13 ทันที”
หลินหยวนมองดูผู้แข็งแกร่งสูงสุดเซี่ยฉินและผู้แข็งแกร่งสูงสุดอีกเก้าคน
เอ่ยปากกล่าว
“ทะลวงสู่ระดับ 13 รึ?”
สีหน้าของผู้แข็งแกร่งสูงสุดเซี่ยฉินเปลี่ยนไปเล็กน้อย
แม้เมื่อไม่นานมานี้ ความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลเพิ่งกำเนิดสิ่งมีชีวิต
แห่งกาลเวลาตนที่แปดขึ้นมา
แต่นี่ก็ไม่ได้หมายความว่าโอกาสในการทะลวงสู่ระดับ 13 เพิ่มสูงขึ้น
ตรงกันข้าม ความเป็นไปได้ที่ผู้บรรลุขอบเขตโกลาหลขั้นสมบูรณ์แบบจะ
ทะลวงสู่ระดับ 13 นั้น ต่ำเตี้ยเรี่ยดินมาโดยตลอด
ต่อให้หลินหยวนสร้างปาฏิหาริย์ให้พวกเขามานับไม่ถ้วนตลอดมา แต่ในใจ
ของผู้แข็งแกร่งสูงสุดเซี่ยฉินก็ยังอดไม่ได้ที่จะเป็นห่วง
นี้
“รอช้ากว่านี้อีกหน่อยแล้วค่อยทะลวงได้หรือไม่?”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดเซวียนหยวนก็เป็นห่วงมากเช่นกัน รู้สึกว่ารอช้ากว่านี้
ค่อยทะลวงสู่ระดับ 13 ให้ตนเองสะสมรากฐานให้เพียงพอมากขึ้น สุดท้าย
ความมั่นใจก็จะมากขึ้นเล็กน้อย
“เวลาเร็วหรือช้าไม่มีความหมาย”
หลินหยวนส่ายหน้า
ตอนนี้เขาในทุกๆ ด้านล้วนบรรลุถึงขีดสุดแล้ว
ต่อให้รออีกเป็นล้านปีสิบล้านปี พลังก็ยากที่จะมีการเปลี่ยนแปลงเชิง
คุณภาพ
อีกทั้งปัจจุบันโอกาสที่หลินหยวนจะก้าวเข้าสู่ระดับ 13 ยังคงเป็นร้อย
เปอร์เซ็นต์
“ในเมื่อหยินเหอตัดสินใจแล้ว เช่นนั้นก็ไปทะลวงเถอะ”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดเซี่ยฉินสงบสติอารมณ์ เอ่ยปากกล่าว
“หากไม่มีสิ่งใดผิดพลาด อย่างมากที่สุดหลายหมื่นปี ข้าก็คงจะสามารถ
ก้าวเข้าสู่ระดับ 13 ได้” หลินหยวนมองดูผู้แข็งแกร่งสูงสุดทั้งเก้าคน กล่าวอย่าง
เชื่องช้า
“แต่หากเกิดเรื่องผิดพลาดขึ้น เกินแสนปีข้ายังไม่ปรากฏตัวกลุ่มอารยธรรม
มนุษย์ก็ให้เริ่มใช้แผนการสุดท้าย” หลินหยวนกล่าว
แม้ปัจจุบันเส้นเวลาอนาคตทั้งหมดที่เขาเห็น ล้วนก้าวเข้าสู่ระดับ 13 แล้ว
แต่ก็ยังต้องเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด ท้ายที่สุดแล้วเส้น
เวลาเหล่านั้นที่หลินหยวนเห็น ไม่ได้หมายถึงเส้นเวลาทั้งหมด ไม่อาจยืนยัน
ความเป็นไปได้ที่จะกลายเป็นสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาได้โดยตรง
สิ่
ที่
ตั้
และสิ่งที่เรียกว่าแผนการสุดท้ายของอารยธรรมมนุษย์ ก็คือการตั้งอยู่บน
สมมติฐานที่ว่าหลินหยวนทะลวงสู่ระดับ 13 ล้มเหลว ติดอยู่ในวังวนแห่งกาล
เวลา
เมื่อถึงเวลานั้น อารยธรรมมนุษย์จะเก็บตัวให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
รวบรวมกำลังพล มีจักรวาลภายหลังสามสิบสามแห่งเป็นรากฐานสุดท้าย ความ
เจริญรุ่งเรืองของอารยธรรมมนุษย์จะไม่มีปัญหาอะไร
“ขอรับ”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดเซี่ยฉินและผู้แข็งแกร่งสูงสุดอีกเก้าคนเงียบงันพยักหน้า
กล่าว
จักรวาลบ้านเกิด
แดนลับ’เซียนฮวง’
ร่างแยกของหลินหยวนที่นั่งขัดสมาธิอยู่ที่นี่ลืมตาขึ้น
“นายท่าน” ร่างหกแขนจิตวิญญาณแดนลับมองหลินหยวนทันที
“ตอนนี้จักรวาลแห่งนี้ยังไม่ได้เข้าสู่การเกิดใหม่ ยังไม่ก่อกำเนิดสรรพสิ่ง”
ร่างหกแขนกล่าวทันที
เขายังคิดว่าหลินหยวนอยากจะดูการเปลี่ยนแปลงของกฎเกณฑ์แห่งเต๋า
ชนิดนั้นของจักรวาลโดยกำเนิดแห่งนี้ตั้งแต่การแตกดับไปจนถึงการเกิดใหม่
“ข้ารู้”
หลินหยวนเหลือบมองนอกแดนลับ “มันจะเข้าสู่การเกิดใหม่ในอีก 36 ล้าน
ปีให้หลัง ก่อกำเนิดสิ่งมีชีวิตแรกในอีก 1,360 ล้านปีให้หลัง”
“หา?”
จิตวิญญาณแดนลับร่างหกแขนได้ยินดังนั้น ก็กระพริบตาปริบๆ
รั้
รั้
รั้
เขามีประสบการณ์ผ่านการแตกดับครั้งใหญ่ของจักรวาลครั้งแล้วครั้งเล่า รู้
ดีว่าเวลาของการแตกดับและการเกิดใหม่ของจักรวาลโดยพื้นฐานแล้วไม่อาจ
กำหนดได้ ขึ้นอยู่กับอิทธิพลหลายด้าน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งจักรวาลแห่งนี้เพราะการต่อสู้ของมหาปราชญ์แห่ง
ความโกลาหลสองตนทำให้แตกดับก่อนเวลาอันควรการจะตัดสินว่าเมื่อใดจะ
เกิดใหม่ยิ่งยากลำบากมากขึ้น
เพียงแต่หลินหยวนไม่เพียงบอกเวลาของการเกิดใหม่ แต่กระทั่งเวลาของ
การก่อกำเนิดสิ่งมีชีวิตแรกก็ยังยืนยันได้
เป็นไปได้อย่างไร?
จิตวิญญาณแดนลับร่างหกแขนรู้สึกเหลือเชื่อในใจ แต่ก็ไม่กล้าถามมาก
ความ
“ข้าสมควรจากไปแล้ว”
ร่างแยกนี้ของหลินหยวนลุกขึ้น
“จากไป?”
ร่างหกแขนยิ่งสงสัยมากขึ้น
ร่างแยกนี้ที่อยู่ในแดนลับ’เซียนฮวง’ สามารถใช้เป็นวิธีการช่วยชีวิตได้ เหตุ
ใดจึงต้องจากไป
“ข้าต้องการทะลวงสู่ระดับ 13 จิตใจและเจตจำนงทั้งหมดต้องกลับคืนสู่
ร่างต้น”
หลินหยวนอธิบายอย่างหาได้ยาก
ผู้บรรลุขอบเขตโกลาหลระดับ 12 ทะลวงสู่ระดับ 13 ทางที่ดีที่สุดคือ
รวบรวมจิตใจและเจตจำนงทั้งหมด
วี่
ส่วนการไม่รวบรวม? ก็ไม่มีผลกระทบอะไรใหญ่หลวงนัก เจ้าหอโม่ยวี่ก่อน
ที่จะทะลวงสู่ระดับ 13 ก็ทิ้งเศษเสี้ยวจิตใจและเจตจำนงไว้ในมิติหยกปีศาจเช่น
กัน
เพียงแต่ความหมายไม่ใหญ่หลวงนัก แค่เศษเสี้ยวจิตใจและเจตจำนง ไม่
อาจแสดงพลังใดๆ ออกมาได้ อีกทั้งเพิ่งจะตื่นขึ้นก็ต้องถูกบังคับให้ตกลงสู่วังวน
แห่งกาลเวลาอีกครั้ง
“ทะลวงสู่ระดับ 13 ?”
ร่างหกแขนค่อนข้างงุนงง
ทะลวงสู่ระดับ 13 ?
หลินหยวน?
หลินหยวนเพิ่งจะออกจากจักรวาลบ้านเกิดไปนานเท่าใดกัน?
ก็จะต้องทะลวงสู่ระดับ 13 แล้วรึ?
“หากราบรื่น เจ้าก็น่าจะได้พบกับฝ่าบาทของเจ้าแล้ว”
หลินหยวนยิ้มเล็กน้อย สลายร่างแยกนี้ไป
ด้วยพลังของเขาในตอนนี้ กฎเหล็กที่ห้ามสิ่งมีชีวิตจากภายนอกเข้าสู่
จักรวาลโดยกำเนิด โดยพื้นฐานแล้วไร้ผล
หลินหยวนอยากจะเข้าสู่จักรวาลโดยกำเนิดก็สามารถเข้าสู่จักรวาลโดย
กำเนิดได้
หนึ่งในสามสิบสามจักรวาลภายหลัง
บนดาวเคราะห์ที่เต็มไปด้วยพืชสีเขียวดวงหนึ่ง
สามีภรรยาหลินโส่วเฉิงและลู่ฉงกำลังพักผ่อนอยู่ที่นี่
นี้
ในเวลานี้เอง
ร่างของหลินหยวนปรากฏตัวขึ้น
“ลูกหยวน”
ลู่ฉงร้องเรียกทันที
“ลูกไม่ได้มาหาพวกเรานานมากแล้วนะ”
ลู่ฉงกล่าวอย่างค่อนข้างตำหนิ
“ใช่ แม้แต่ในโลกเสมือนก็ไม่ยอมมาหาพวกเรา”
หลินโส่วเฉิงที่อยู่ข้างๆ ก็เสริมขึ้นมา
“สองพันปีนี้กำลังเก็บตัวอยู่ครับ” หลินหยวนยิ้มกล่าว
ช่วงสองพันปีที่ปล่อยให้ตัวเองหลับใหลนี้ เขาไม่ได้ติดต่อใครเลย แม้แต่
คนในครอบครัวก็ไม่มีข้อยกเว้น
“เป็นยังไงบ้างครับคุณพ่อคุณพ่อ?”
หลินหยวนถามอย่างสบายๆ
“ก็พอใช้ได้ เพียงแต่ค่อนข้างน่าเบื่อ ทุกวันก็เที่ยวเล่นแบบนี้…” หลินโส่ว
เฉิงพูด
“จักรวาลแห่งนี้ใหญ่เกินไป” ลู่ฉงก็กล่าวเช่นกัน
“ถ้ารู้สึกน่าเบื่อ ก็ติดต่อเสี่ยวหลิง เธอจะแนะนำสิ่งที่สนุกกว่านี้ให้พ่อกับแม่
เองครับ”
หลินหยวนยิ้มพูด
เสี่ยวหลิง ก็คือจิตวิญญาณของจักรวาลภายหลังแห่งนี้
ที่
สามสิบสามจักรวาลภายหลัง แต่ละแห่งล้วนกว้างใหญ่ไพศาลอย่างหาที่
เปรียบมิได้ เทียบเท่ากับขนาดของเขตความว่างเปล่าหลายพันถึงหมื่นแห่ง
ยิ่งไปกว่านั้นยังก่อกำเนิดดาวเคราะห์ที่มีลักษณะเฉพาะตัวนับไม่ถ้วน สามี
ภรรยาหลินโส่วเฉิงต่อให้เที่ยวเล่นจนถึงการแตกดับครั้งใหญ่ของความว่าง
เปล่าแห่งความโกลาหล ก็จะไม่เที่ยวเล่นไปถึงดาวเคราะห์ที่ซ้ำกัน
นอกจากดาวเคราะห์ต่างๆ แล้ว ยังมีพื้นที่บันเทิงอีกมากมายกล่าวได้ว่า
จักรวาลภายหลังแห่งนี้ สิ่งมีชีวิตนับไม่ถ้วนถือกำเนิดขึ้นหลินหยวนก็เตรียมไว้
เพื่อครอบครัวของตนเองโดยเฉพาะ
“หลังจากนี้ ผมยังต้องเก็บตัวต่อไปอีก ไม่รู้ว่าต้องใช้เวลานานเท่าไหร่นะ
ครับ”
หลินหยวนกล่าว
“ขอให้ลูกปลอดภัย การฝึกฝนของลูกหยวนสำคัญที่สุด”
สามีภรรยาหลินโส่วเฉิงและลู่ฉงพูดทันที พวกเขาก็รู้ว่าเมื่อถึงระดับของ
หลินหยวนแล้ว การเก็บตัวครั้งหนึ่งเป็นล้านปีสิบล้านปีล้วนเป็นเรื่องปกติอย่าง
ยิ่ง
“ครับ”
หลินหยวนพยักหน้า
พูดคุยกับพ่อแม่ต่ออีกครู่หนึ่ง
หลินหยวนก็สลายร่างแยกนี้ไป
จิตใจและเจตจำนงทั้งหมดที่กระจัดกระจายอยู่ตามที่ต่างๆ ในความว่าง
เปล่าแห่งความโกลาหล จะกลับคืนสู่ร่างต้น
ร่างจริงทั้งสองในโลกต้นกำเนิดแห่งแรกและแห่งที่สอง ก็รวบรวมร่างแยก
มากมายกลับคืนมาโดยสมบูรณ์
ทั้
รื่
นี้
แม้ร่างจริงทั้งสามจะมีเหตุและผลเป็นอิสระต่อกัน แต่เรื่องนี้ไม่อาจหลอก
กฎเกณฑ์แห่งวิถีสูงสุดได้ ทันทีที่เลือกที่จะทะลวงสู่ระดับ 13 ร่างจริงทั้งหมดก็
จะตกลงสู่วังวนแห่งกาลเวลา
จนกว่าจะทะลวงผ่านวังวนแห่งกาลเวลาได้อย่างสมบูรณ์จึงจะสามารถ
กลับคืนมาได้อีกครั้ง
ความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล
หลินหยวนก้าวเท้าออกไปก้าวหนึ่ง ออกจากทวีปแห่งความโกลาหลหยิน
เหอ ยืนตระหง่านอยู่ในความว่างเปล่าอันรกร้างแห่งหนึ่ง
“เริ่มกันเถอะ”
สายตาของหลินหยวนสงบนิ่ง ปลดปล่อยการกดข่มที่มีต่อแก่นแท้ชีวิตของ
ตนเอง
และเมื่อสูญเสียการกดข่มของหลินหยวนไป แก่นแท้ชีวิตก็เริ่มยกระดับสูง
ขึ้นโดยธรรมชาติ ยกระดับสูงขึ้นถึงระดับหนึ่ง พลังแห่งกาลเวลาทีละเส้นก็รวม
ตัวกันขึ้นเอง โคจรวนรอบร่างของหลินหยวนอย่างต่อเนื่อง
พลังแห่งกาลเวลาจำนวนมากรวมตัวกันอย่างต่อเนื่อง
จนกระทั่ง——
วังวนแห่งกาลเวลาที่เป็นของหลินหยวน
จุติ!