สวรรค์บันดาล: ข้าพเจ้าสร้างวิถี - บทที่ 744 การเปลี่ยนแปลงของประตูสู่ภพ
หมื่น
พลังอำนาจของผลึกแก้วแสงสว่างถูกเก็บงำไว้อย่างสมบูรณ์
แต่ขอเพียงเป็นสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลา ก็สามารถสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอัน
น่าสะพรึงกลัวที่แฝงอยู่ภายใน
เมื่อเทียบกับผลึกแก้วทมิฬที่ควบแน่นขึ้นจากร่างมารทมิฬแล้วผลึกแก้ว
แสงสว่างน่าสะพรึงกลัวกว่ามาก
“อาจารย์”
ความคิดของจ้าวแห่งนิจนิรันดร์ทั้งสิบสามตนซับซ้อน
ความคิดที่ซับซ้อนมาจากสองด้าน
หนึ่งคือจ้าวเทียนกวงเคยมีบุญคุณต่อพวกเขา
สองคือแข็งแกร่งถึงระดับจ้าวอย่างจ้าวเทียนกวง เพื่อการหลุดพ้นในท้าย
ที่สุด เพื่อการแปรเปลี่ยนเป็นสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาทีสมบูรณ์แบบ ก็ยังต้อง
ลงเอยด้วยการที่เจตจำนงทางจิตใจถูกบดขยีจนดับสูญ
พวกเขาซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาขอบเขต 1 ยังจะมองเห็นความหวัง
ได้อีกหรือ?
“ภัยพิบัติมารจบสิ้นแล้ว”
หลินหยวนเก็บผลึกแก้วแสงสว่าง มองดูเหล่าจ้าวแห่งนิจนิรันดร์กล่าว
อันที่จริง ขอเพียงสามารถควบคุมศักดิ์ฐานะจ้าวของจ้าวเทียนกวงได้อย่าง
สมบูรณ์
ก็จะสามารถเรียกคืนร่างมารทมิฬและร่างแสงสว่างกลับมาได้อย่าง
ง่ายดาย
นี่คือไพ่ตายสุดท้ายที่จ้าวเทียนกวงทิ้งไว้สำหรับร่างจริงทั้งสองของตนเอง
“ใช่แล้ว ภัยพิบัติมารจบสิ้นแล้ว”
จ้าวอู๋เลี่ยงกล่าวเบาๆ พร้อมกับมองไปยังโลกต้นกำเนิดที่อยู่ไกลออกไป
นับตั้งแต่ยุคสมัยอันยาวนานก่อนหน้า ฟ้าดินเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้ง
ใหญ่เป็นต้นมา
จ้าวแห่งนิจนิรันดร์ทั้งสิบสามตนของพวกเขาก็ถูกบังคับให้ออกจากโลกต้น
กำเนิดบ้านเกิด จนกระทั่งบัดนี้
“ยินดีด้วยหยินเหอ กลายเป็นจ้าวแห่งนิจนิรันดร์องค์ใหม่”
จ้าวอู๋ซานเอ่ยปากแสดงความยินดี
คำพูดนี้ออกมา
จ้าวแห่งนิจนิรันดร์อีกสิบสองตนที่เหลือก็มีปฏิกิริยาตอบสนองทันที
ต่างทยอยเอ่ยปากแสดงความยินดี
แม้ว่าโลกต้นกำเนิดแห่งนี้จะสูญเสียจ้าวแห่งกาลเวลาอย่างจ้าวเทียนกวง
ไป
แต่กลับได้สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาอย่างหลินหยวนที่มีศักยภาพน่าเหลือเชื่อ
ยิ่งกว่ามาแทน
หลินหยวนยิ้มตอบรับทีละคน
“หยินเหอ ตอนนี้พลังของท่านแข็งแกร่งเพียงใด?”
จ้าวอู๋เลี่ยงมองดูหลินหยวน สีหน้าอดไม่ได้ที่จะมีความสงสัยใคร่รู้อยู่บ้าง
หลินหยวนก้าวเข้าสู่ระดับ 13 ลงมือแก้ไขร่างมารทมิฬและร่างแสงสว่าง
ของจ้าวเทียนกวงติดต่อกัน
ไม่ได้แสดงพลังออกมาเท่าใดนัก ส่วนใหญ่อาศัยไพ่ตายที่จ้าวเทียนกวงทิ้ง
ไว้ ใช้ศักดิ์ฐานะจ้าวกดข่มโดยใช้กำลัง
ดังนั้นเหล่าจ้าวแห่งนิจนิรันดร์จึงค่อนข้างสงสัยใคร่รู้เกี่ยวกับพลังของหลิน
หยวน พวกเขาในใจมีการคาดเดาอยู่บ้าง แต่ก็ไม่กล้าเชื่อ
ส่วนเรื่องการสังเกตการณ์เส้นเวลาอนาคต?
ตอนที่หลินหยวนยังไม่ก้าวเข้าสู่ระดับ 13 อาศัยการเสริมพลังจากศักดิ์
ฐานะจ้าว เส้นเวลาของตนเองสำหรับสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาขอบเขต 1 แล้ว ก็
คลุมเครือและบิดเบี้ยวอยู่แล้ว
มองไม่เห็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์เท่าใดนัก
และบัดนี้ยิ่งกลายเป็นสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลา ควบคุมศักดิ์ฐานะจ้าวได้
อย่างสมบูรณ์ บัดนี้การสังเกตการณ์เส้นเวลาอนาคตของหลินหยวน ความยาก
ลำบากไม่ด้อยไปกว่าการสังเกตการณ์จ้าวแห่งกาลเวลาที่แท้จริงเท่าใดนัก
ตามเส้นเวลาอนาคตที่หลินหยวนแสดงออกมาตอนที่ยังไม่ได้ควบแน่น
ศักดิ์ฐานะจ้าว
ก็มีความแตกต่างอย่างมากกับฉากเมื่อครู่นี้
อนาคตที่เหล่าจ้าวแห่งนิจนิรันดร์เห็นในตอนแรก หลินหยวนลงมือยุติภัย
พิบัติมารจริงๆ
แต่ห่างไกลจากความง่ายดายสบายใจเช่นตอนนี้มากนัก
เห็นได้ชัดว่าอนาคตของหลินหยวน แตกต่างอย่างมากกับสิ่งทีเหล่าจ้าว
แห่งนิจนิรันดร์เห็น
“พลังของข้ารึ?”
ยิ้
หลินหยวนยิ้มเล็กน้อย “พวกท่าน มีผู้ใดต้องการจะลองดูบ้าง?”
“ข้าเอง” จ้าวเฮยคงเดินออกมา มองดูหลินหยวนด้วยสีหน้าทีคาดหวัง
ในบรรดาจ้าวแห่งนิจนิรันดร์ทั้งสิบสามตน จ้าวอู๋เลี่ยงพลังแข็งแกร่งที่สุด
จ้าวเฮยคงคือจ้าวแห่งนิจนิรันดร์ที่รองลงมาจากจ้าวอู๋เลี่ยง
กระทั่งในด้านการรักษาชีวิตและป้องกัน ก็ไม่ด้อยไปกว่าจ้าวอู๋เลี่ยง
หลินหยวนพยักหน้า: “ข้าจะใช้วิธีการกดข่ม ท่านลองสัมผัสดูให้ดี”
จ้าวเฮยคงเตรียมพร้อมอย่างจริงจัง
วินาทีถัดมา
ปราณหยินหยางขาวดำสานต่อกัน แผ่ปกคลุมกาลเวลานี้ จ้าวเฮยคงสีหน้า
เปลี่ยนไป เขาสามารถสัมผัสได้ถึงการกดข่มจำกัดของปราณหยินหยางขาวดำ
ที่มีต่อเขา
หึ่ง!
ร่างของจ้าวเฮยคงค่อยๆ หายไป กลายเป็นหลุมดำกาลอวกาศต้านทาน
การกัดกร่อนที่มาจากปราณหยินหยางขาวดำ
เพียงแต่ปราณหยินหยางขาวดำควบแน่นอย่างต่อเนื่อง ก่อเกิดเป็น
สัญลักษณ์ความโกลาหลไท่จี๋อันยิ่งใหญ่ไพศาลอย่างเลือนราง
ไม่ว่าจ้าวเฮยคงจะต้านทานอย่างไร ปราณหยินหยางก็ยังคงเริ่มแทรกซึม
หลุมดำกาลอวกาศ พุ่งเข้าสู่ร่างจริงของจ้าวเฮยคง
“ต้านไม่อยู่ ต้านไม่อยู่โดยสิ้นเชิง”
จ้าวเฮยคงจิตใจสั่นสะท้านเล็กน้อย วิถีที่เขาเดินเชี่ยวชาญด้านการป้องกัน
ที่สุด ผลคือโดยพื้นฐานแล้วต้านทานการกดข่มของหลินหยวนไม่ได้เลย
สิ่
“หากสัมผัสได้ว่ามีสิ่งใดผิดปกติ รีบบอกออกมาทันที ข้าจะหยุดมือ” หลิน
หยวนยิ้มกล่าว พร้อมกับสังเกตการณ์วิถีที่จ้าวเฮยคงเดินไปด้วย
จ้าวแห่งนิจนิรันดร์คนใดก็ตาม วิถีที่เดินล้วนมีความเป็นเอกลักษณ์
สามารถกลายเป็นจ้าวแห่งกาลเวลาได้ หมายความว่าวิถีที่เดินนั้นแข็งแกร่ง แต่
สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาเหล่านั้นที่ไม่ได้เป็นจ้าวแห่งกาลเวลา วิถีที่เดินก็ไม่
จำเป็นต้องด้อยกว่าจ้าวแห่งกาลเสมอไป
“หยินเหอรีบหยุดมือ”
จ้าวเฮยคงรีบร้องออกมาทันที
แม้จะยังห่างไกลจากการทำร้ายร่างจริงของเขาอยู่บ้าง
แต่เพิ่งเริ่มต้นก็แทรกซึมการป้องกันซ้ำซ้อนของเขาด้วยท่าทีทีบดขยี้เช่นนี้
ก็ไม่จำเป็นต้องต้านทานต่อไปแล้ว
“เพียงแค่วิธีการกดข่ม ก็ยังน่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้ พลังของจ้าวหยินเหอ
เกรงว่าคงสามารถเทียบเท่ากับขอบเขต 2 ได้แล้วกระมัง?” จ้าวอู๋เลี่ยงยืนยัน
การคาดเดาในใจ มองดูหลินหยวนด้วยความตกตะลึงอย่างเต็มเปี่ยม
เพิ่งกลายเป็นจ้าวแห่งนิจนิรันดร์ พลังต่อสู้ก็เทียบเท่าขอบเขต 2 แล้ว
เพียงแค่ทำให้ขอบเขตมั่นคงเล็กน้อย มิใช่ว่าจะพุ่งตรงสู่จุดสูงสุดของ
ขอบเขต 2 เข้าใกล้จ้าวแห่งกาลเวลาหรือ?
ต้องรู้ว่า พลังของจ้าวแห่งนิจนิรันดร์ที่เพิ่งก้าวขึ้นมาใหม่ ไม่นับว่า
แข็งแกร่งเกินไปนัก ยังมีช่องว่างให้เติบโตอย่างมหาศาล
“ขอบเขต 2 ?”
เหล่าจ้าวแห่งนิจนิรันดร์ต่างมองหน้ากัน
พวกเขายังห่างจากจุดสูงสุดของขอบเขต 1 อยู่ช่วงใหญ่ ยิ่งไม่ต้องพูดถึง
ขอบเขต 2
“เฮยคง หยินเหอนับว่าเหลือมือไว้แล้ว เพียงแค่ใช้วิธีการกดข่มหากเป็นวิธี
การโจมตี ตอนนี้เจ้าแม้แต่โอกาสร้องให้หยุดมือก็ยังไม่มี”
จ้าวอู๋ซานยิ้มกล่าว
เขาได้รับข้อมูลมากมายในมิติทดสอบแล้ว รู้ชัดว่าก่อนที่หลินหยวนจะ
กลายเป็นจ้าวแห่งนิจนิรันดร์ กระบี่แห่งความโกลาหลไท่จี๋ที
ควบแน่นขึ้นจากหยินหยางขาวดำ พลังโจมตีบริสุทธิ์เหนือกว่าสัญลักษณ์
ความโกลาหลไท่จี๋มากนัก
สัญลักษณ์ความโกลาหลไท่จี๋ส่วนใหญ่คือการกดข่มจำกัด
“ข้าแม้แต่โอกาสร้องให้หยุดมือก็ยังไม่มีรึ?” จ้าวเฮยคงพึมพำกับตนเอง
นี่คือความจริงโดยแท้ ในตอนแรกเส้นเวลาอนาคตที่พวกเขาสังเกตการณ์
ก็มีฉากที่หลินหยวนใช้วิธีการอื่นทำลายล้างไอมาร
ในบรรดานั้น กระบี่ไท่จี๋ที่วนเวียนไปด้วยปราณหยินหยางอันไร้สิ้นสุด ยิ่ง
ทำให้จ้าวแห่งนิจนิรันดร์ทุกคนตกใจ
“ต่อให้เป็นวิธีการโจมตีที่แข็งแกร่งที่สุด ก็ยากที่จะบดขยี้ร่างจริงของเฮย
คงได้ในระยะเวลาอันสั้น”
หลินหยวนกล่าว
“บดขยี้ร่างจริงของข้า อีกทั้งยังในระยะเวลาอันสั้นรึ?”
จ้าวเฮยคงกะพริบตา
แม้จะกล่าวว่าด้วยวิธีการของจ้าวแห่งนิจนิรันดร์ การที่ร่างจริงดับสูญไป
ห่างไกลจากการนับว่าเป็นความตายที่แท้จริง
แต่ในฐานะร่างจริงที่มีพลังต่อสู้แข็งแกร่งที่สุด หากแม้แต่รักษาชีวิตไว้ไม่
ได้ เช่นนั้นก็แสดงว่าช่องว่างพลังระหว่างทั้งสองนั้นใหญ่เกินไปแล้ว
“ต่อไปหยินเหอท่านมีแผนการใด? ต้องการสร้างสำนักนิจนิรันดร์หรือ
ไม่?”
จ้าวอู๋เลี่ยงมองดูหลินหยวนถาม
“ถึงเวลานั้นค่อยว่ากันเถอะ”
หลินหยวนตอบ
เพิ่งก้าวเข้าสู่ระดับ 13 เขามีเรื่องที่ต้องทำมากเกินไป
สร้างสำนักรึ? ตอนนี้ยังไม่รีบ
“อืม”
จ้าวอู๋เลี่ยงพยักหน้า จากนั้นก็กล่าวต่อ: “เช่นนั้นข้าขอกลับไปก่อน”
ตลอดระยะเวลาอันยาวนาน พระองค์ไม่เคยกลับไปยังโลกต้นกำเนิดบ้าน
เกิดอย่างแท้จริง อย่างมากก็เพียงแค่ร่างอวตารจุติลงมาแต่ร่างอวตารที่จุติลง
มาจะถูกเทพมารตรวจพบ ก็อยู่ได้ไม่นาน
“ขอรับ”
หลินหยวนมองไปยังจ้าวแห่งนิจนิรันดร์ตนอื่นๆ “ข้าก็ขอตัวก่อนเช่นกัน”
หลินหยวนกล่าวจบ ร่างก็สลายหายไป
ภายในกาลเวลาแห่งหนึ่ง
หลินหยวนนั่งขัดสมาธิอยู่
เบื้องหน้าลอยอยู่ด้วยผลึกแก้วสองเม็ด
เม็ดหนึ่งเต็มไปด้วยไอมารทมิฬ
เม็ดหนึ่งเต็มไปด้วยแสงสว่างอันไร้สิ้นสุด
สิ่
ที่
คือสิ่งที่กลายมาจากร่างมารทมิฬและร่างแสงสว่างของจ้าวเทียนกวง
นั่นเอง
หลินหยวนสังเกตอย่างละเอียด มองดูผลึกแก้วมารทมิฬครู่หนึ่งแล้วก็มอง
ดูผลึกแก้วแสงสว่างครู่หนึ่ง
บัดนี้ผลึกแก้วทั้งสองเม็ดนี้ ได้กลายเป็นพลังงานที่บริสุทธิ์และเป็นต้น
กำเนิดที่สุดแล้ว สามารถถูกหลินหยวนดูดซับได้อย่างง่ายดาย
แม้แต่ไม่จำเป็นต้องใช้จานโม่ไท่จี๋บดขยี้ เพราะไม่ว่าจะเป็นผลึกแก้วเม็ด
ใด ความบริสุทธิ์ของพลังงาน ก็ไม่ด้อยไปกว่าต้นกำเนิดของความว่างเปล่าแห่ง
ความโกลาหลเท่าใดนัก
นี่คือรากฐานที่จ้าวแห่งกาลเวลาผู้หนึ่งทิ้งไว้ หลินหยวนควบคุมศักดิ์ฐานะ
จ้าว สืบทอดทุกสิ่งทุกอย่างของจ้าวเทียนกวง การดูดซับผลึกแก้วทั้งสองเม็ด
ย่อมเป็นเรื่องง่ายดาย
“เราสัมผัสได้ว่า พลังงานภายในผลึกแก้วทั้งสองเม็ดนี้มหาศาลไม่ด้อยไป
กว่าการหล่อเลี้ยงพลังต้นกำเนิดจากความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลอีกครั้ง
เลย?”
หลินหยวนบนใบหน้าปรากฏรอยยิ้ม
อันที่จริง หากมิใช่เพราะร่างมารทมิฬและร่างแสงสว่างประสบกับการ
กัดกร่อนมานานนับยุคสมัย พลังงานภายในสิ้นเปลืองไปกว่าครึ่ง
ประโยชน์ที่หลินหยวนได้รับหลังจากหลอมรวมดูดซับ ย่อมต้องเหนือกว่า
การหล่อเลี้ยงพลังต้นกำเนิดจากความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลอย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตาม นี่คือทั้งหมดที่จ้าวแห่งกาลเวลาผู้หนึ่งทิ้งไว้ และขนาดของ
ความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล ก็เทียบเท่ากับจ้าวแห่งกาลเวลาผู้หนึ่งเท่านั้น
“เริ่มหลอมรวมดูดซับเถอะ”
ริ่
ทั้
หลินหยวนไม่ลังเลมากนัก เริ่มหลอมรวมผลึกแก้วทั้งสองเม็ดพร้อมกัน
ทันที
ทันใดนั้น พลังสองสายที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิงก็หลั่งไหลเข้าสู่ร่างของ
หลินหยวน หลอมรวมเข้าสู่โลกอนุภาคทุกดวง
“วิถีที่จ้าวเทียนกวงเดิน คือวิถีแห่งแสงสว่าง ณ ที่ที่ไปถึง แสงสว่างไร้สิ้น
สุด” บัดนี้หลินหยวนสัมผัสถึงวิถีของจ้าวเทียนกวงได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
“แต่มีเพียงแสงสว่างอย่างเดียว สุดโต่งเกินไป เดินไปถึงจุดสูงสุดง่าย แต่
หากต้องการความสมบูรณ์แบบ ยาก ยาก ยาก”
หลินหยวนคิดในใจอย่างเงียบๆ
“จ้าวเทียนกวงก็ตระหนักถึงจุดนี้ จึงมีร่างมารทมิฬขึ้นมาเพียงแต่ร่างมาร
ทมิฬสุดท้ายแล้วก็ดำรงอยู่เพื่อชดเชยวิถีแห่งแสงสว่างของตนเอง ดังนั้นจึงไม่
แข็งแกร่งเทียมเท่าร่างแสงสว่าง”
หลินหยวนความคิดแผ่กระจาย
มีเพียงแสงสว่าง ก็มิใช่แสงสว่าง
มีเพียงความมืดดำรงอยู่ จึงจะมีแสงสว่าง
“วิถีของเรา ตั้งแต่เริ่มฝึกฝนก็กำหนดไว้แล้ว ใช้จันทราสุริยันเป็นรากฐาน
ไม่มีความสุดโต่ง และก็ไม่มีภัยแฝง” หลินหยวนคิดในใจ
นี่ก็คือสาเหตุที่เขาไม่เต็มใจหลอมรวมศักดิ์ฐานะจ้าวของจ้าวเทียนกวง
จากใจจริงหลินหยวนก็รู้สึกว่าวิถีที่ตนเองเดิน เหนือกว่าวิถีที่จ้าวเทียนกวง
เดิน
“ไม่รู้ว่าหากเราทะลวงสู่ระดับ 14 จะตายดับสูญเหมือนกับจ้าวเทียนกวง
หรือไม่?”
หลินหยวนคิดในใจ
แม้ว่าวิถีของตนเองจะไม่มีข้อบกพร่องหรือภัยแฝงใดๆ ดูสมบูรณ์แบบกว่า
จ้าวเทียนกวง
แต่สุดท้ายแล้วจะสามารถก้าวเข้าสู่ระดับ 14 บรรลุเป็นสิ่งมีชีวิตแห่งกาล
เวลาที่สมบูรณ์แบบได้หรือไม่
หลินหยวนในใจก็ไม่มีความมั่นใจ
เส้นเวลาอนาคตของตนเอง อย่างมากก็ไปถึงระดับจ้าวแห่งกาลเวลา
เท่านั้น
ส่วนที่ไกลกว่านั้น การทะลวงสู่สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาที่สมบูรณ์แบบ? ก็
กลายเป็นคลุมเครือมาก ระดับ 14 ได้อยู่เหนือกว่าเส้นเวลาทั้งหมดแล้ว ต่อให้
เป็นสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาที่แข็งแกร่งเพียงใดก็สังเกตการณ์ไม่ได้
“ถึงเวลานั้นค่อยดูเถอะ”
หลินหยวนหลอมรวมผลึกแก้วทั้งสองเม็ดอย่างรวดเร็ว พลังก็ยกระดับขึ้น
อย่างรวดเร็ว
ผลึกแก้วทั้งสองเม็ดมิใช่เพียงแค่การรวมตัวของพลังงานบริสุทธิเท่านั้น
ยังมีวิถีที่จ้าวเทียนกวงเดินอยู่ข้างในด้วย
หลินหยวนหลอมรวมดูดซับ ก็กำลังดูดซับส่วนที่ตนเองต้องการจากวิถีที่
จ้าวเทียนกวงเดินด้วย
วิถีที่จ้าวเทียนกวงเดิน ตนเองเดินตามไม่ได้ แต่กลับสามารถใช้อ้างอิงได้ มี
เพียงเช่นนี้ วิถีของตนเองจึงจะสามารถสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น เข้าใกล้ความ
สมบูรณ์แบบ
ความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล
เงามายาที่คลุมเครือทีละสายรวมตัวกัน
“หมื่นวิถี หยินเหอกลายเป็นสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาผู้ยิ่งใหญ่แล้วเจ้าช่าง
โชคดีจริงๆ”
มื่
น้ำ
ที่
จิตวิญญาณพิเศษทีละตนมองดูดวงตาหมื่นวิถี น้ำเสียงอดไม่ได้ที่จะฉาย
แววอิจฉา
ความสัมพันธ์ระหว่างดวงตาหมื่นวิถีกับสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลา ‘หยินเหอ’
นั้น ตั้งแต่ตอนที่ภายหลังริเริ่มลงมือ ช่วยดวงตาหมื่นวิถีนำ ‘ผลธรรมวิถี’ นั้นมา
ให้ ก็ถูกเหล่าจิตวิญญาณพิเศษคาดเดาได้แล้ว
สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลา ‘หยินเหอ’ ก่อนที่จะก้าวเข้าสู่ระดับ 13 ต่อต้านการ
ติดต่อกับจิตวิญญาณพิเศษอย่างมาก
ไม่เคยพบจิตวิญญาณพิเศษตนใดเลย
แต่กลับลงมือช่วยเหลือดวงตาหมื่นวิถีนำ ‘ผลธรรมวิถี’ นั้นมาให้
ในเรื่องนี้หากไม่มีความสัมพันธ์ใดๆ เหล่าจิตวิญญาณพิเศษก็ไม่เชื่อ
“โชคดีจริงๆ”
ดวงตาหมื่นวิถีภายนอกพยักหน้า อันที่จริงในใจกำลังขมขื่น
รู้เช่นนี้… รู้เช่นนี้ตนเองก็ไม่ควรเอ่ยคำขอนั้นต่อหลินหยวนรักษาน้ำใจ
ระหว่างทั้งสองไว้
บุญคุณของสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาผู้หนึ่ง คุณค่ามหาศาลสำหรับพวกเขา
เหล่าจิตวิญญาณพิเศษแล้ว ยิ่งมีความสำคัญเป็นพิเศษ
แต่เพราะความสายตาสั้นของตนเอง คิดว่าหลินหยวนไม่จำเป็นต้อง
สามารถทะลวงผ่านวังวนแห่งกาลเวลาได้ บุญคุณนั้นหากไม่รีบใช้ก็อาจจะสูญ
เปล่า ดังนั้นจึงรีบเอ่ยปากออกมา
บัดนี้ดูแล้วดวงตาหมื่นวิถีเสียใจจนไส้เขียวแล้ว
เหล่าจิตวิญญาณพิเศษประสบกับยุคจักรวาลอันยาวนาน กระทั่งได้เห็น
การกำเนิดของสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาทีละตน
ลื่
ที่
นั้
รู้ชัดว่าความเคลื่อนไหวตอนที่หลินหยวนก้าวเข้าสู่ระดับ 13 นั้นห่างไกล
เกินกว่าสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาตนอื่นๆ ในอดีต
ผลลัพธ์เช่นนี้ หมายความว่าพลังและศักยภาพของหลินหยวนล้วน
แข็งแกร่งกว่าสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาตนอื่นๆ
บุญคุณของผู้มีอยู่เช่นนี้ ก็ถูกเขาใช้ไปเช่นนี้รึ? ดวงตาหมื่นวิถีในใจบังเกิด
ความจนใจอย่างหาที่เปรียบมิได้
ด้วยพลังของหลินหยวนในตอนนี้ เขาหากต้องการกระชับความสัมพันธ์
ระหว่างทั้งสองอีกครั้ง แทบจะเป็นไปไม่ได้แล้ว
ณ ส่วนลึกของกาลเวลาอันมืดมิด ร่างหนึ่งนั่งขัดสมาธิอยู่
คือหลินหยวนนั่นเอง
หลังจากก้าวเข้าสู่ระดับ 13 รองรับการหล่อเลี้ยงพลังต้นกำเนิดจากความ
ว่างเปล่าแห่งความโกลาหลแล้ว พลังของร่างจริงสายนี้ของหลินหยวน
แข็งแกร่งที่สุดอย่างแน่นอน
ส่วนโลกต้นกำเนิดแห่งที่สอง ร่างจริงที่ได้รับรากฐานที่จ้าวเทียนกวงทิ้งไว้?
หากต้องการบรรลุถึงระดับของร่างจริงในความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล ก็
ต้องรอจนกระทั่งหลอมรวมผลึกแก้วทั้งสองเม็ดนั้นเสร็จสิ้นแล้วค่อยว่ากัน
“จักรวาลภายในร่างกายของเราในตอนนี้ ประมาณเท่ากับขนาดหนึ่งใน
ร้อยของความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล”
หลินหยวนสังเกตการณ์จักรวาลภายในร่างกายของตนเอง นีเป็นเพียงตอน
ที่หลินหยวนเพิ่งเข้าสู่ระดับ 13 ยังไม่ได้เติบโตถึงขีดสุด
หลินหยวนคาดการณ์ว่า ต่อไปรอจนกระทั่งตนเองเติบโตถึงขีดสุด
จักรวาลภายในร่างกายจะบรรลุถึงขนาดหนึ่งในสิบของความว่างเปล่าแห่ง
ความโกลาหล
หนึ่งในสิบของความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล?
ต้องรู้ว่า ความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลคือมิติระดับสูงสุด อย่าว่าแต่
หนึ่งในสิบ ต่อให้เป็นหนึ่งในหมื่น หนึ่งในล้าน สำหรับสิ่งมีชีวิตที่ต่ำกว่าระดับ
13 แล้ว ก็กว้างใหญ่ไพศาลไร้ขอบเขต ตลอดชีวิตก็ไม่อาจสำรวจได้ทั่วถึง
“หากเราก้าวเข้าสู่ระดับ 13 ขอบเขต 2 จักรวาลภายในร่างกายคาดว่าก็จะ
สามารถเทียบเท่ากับความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลได้โดยตรงแล้ว”
หลินหยวนคิดในใจ บัดนี้เขาเป็นเพียงสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาทีเพิ่งก้าวขึ้น
มาใหม่ เพิ่งเข้าสู่ขอบเขต 1 รอจนกระทั่งก้าวเข้าสู่ขอบเขต 2 ยังมีการยกระดับ
ครั้งใหญ่อีกครั้ง
เมื่อถึงเวลานั้นจักรวาลภายในร่างกายก็จะเทียบเท่ากับความว่างเปล่าแห่ง
ความโกลาหลได้อย่างสมบูรณ์
นี่ก็คือระดับตามทฤษฎีของ 《สุญญาอนันต์》 ที่หมัวซวีจวินสร้างขึ้น
สิ่งที่หมัวซวีจวินแสวงหามาตลอดระยะเวลาอันยาวนาน
สิ่งที่แตกต่างจากหลินหยวนคือ หลังจากที่ 《สุญญาอนันต์》 บรรลุถึงระดับ
นี้แล้ว ก็คือขีดสุดแล้ว เข้าใกล้จ้าวแห่งกาลเวลา
แต่จักรวาลภายในร่างกายของหลินหยวน ต่อให้ก้าวเข้าสู่ขนาดที่เทียบ
เท่ากับความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล ก็ยังห่างไกลจากขีดสุด สามารถยก
ระดับต่อไปได้อีก
หลอมรวมการทำงานพื้นฐานของโลกต้นกำเนิดทั้งสองแห่งจักรวาลภายใน
ร่างกายของหลินหยวน เทียบเท่ากับการควบรวมกลิ่นอายแห่งความสมบูรณ์
แบบบางส่วนไว้ ศักยภาพมหาศาล คาดว่ามีความเป็นไปได้ที่จะเข้าใกล้โลกที่
สมบูรณ์แบบอย่างแท้จริง
“ใกล้จะคุ้นเคยกับวิธีการของสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาระดับ 13 แล้ว”
หลินหยวนลุกขึ้น สายตามองไปไกล
สิ่
สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาระดับ 13 วิธีการมิใช่มีเพียงการสังเกตการณ์เส้น
เวลาอนาคตเท่านั้น
แก่นแท้ของสิ่งมีชีวิตระดับนี้สูงส่งเกินไป โดยพื้นฐานแล้วสามารถฟื้น
คืนชีพสิ่งมีชีวิตที่เคยดำรงอยู่ในมิติได้
“ฟื้นคืนชีพเถอะ”
หลินหยวนไม่ลังเล เริ่มฟื้นคืนชีพสิ่งมีชีวิตที่มีสายใยแห่งเหตุและผล
เกี่ยวข้องกับตนเอง แต่กลับตายดับสูญไปกลางคัน หรือเทียบเท่ากับการตาย
ดับสูญทันที
ชั่วพริบตาเดียว
ณ ที่ที่สายตาของหลินหยวนไปถึง มิติเร้นลับแห่งใหม่ถูกเปิดขึ้น
ภายในมิติเร้นลับ โลกใบหนึ่งก่อตัวขึ้นอย่างเลือนราง สรรพชีวิตภายใน
โลกก็เปลี่ยนจากมายาเป็นความจริงอย่างรวดเร็ว
เป้าหมายแรกที่หลินหยวนฟื้นคืนชีพ คือโลกวังวนแห่งกาลเวลาที่ตนเอง
เคยประสบมา
โลกวังวนแห่งกาลเวลากระทั่งกฎเกณฑ์มหาเต๋าสูงสุดก่อตั้งขึ้นชั่วคราว
โดยพื้นฐานแล้วไม่มีความแตกต่างจากสิ่งมีชีวิตที่แท้จริงทุกคนข้างในล้วนมี
ความคิดเป็นของตนเอง
จัดเป็นสิ่งมีชีวิตที่เคยดำรงอยู่จริง สามารถถูกหลินหยวนฟื้นคืนชีพได้
ไม่นานนัก
พร้อมกับการที่สรรพชีวิตภายในโลกกลายเป็นความจริงโดยสมบูรณ์
เวลาที่หยุดนิ่งไปตั้งแต่หลินหยวนผ่านการทดสอบ ก็เริ่มไหลเวียนอีกครั้ง
สิ่งที่แตกต่างจากโลกวังวนแห่งกาลเวลาที่หลินหยวนเคยประสบมาคือ
สรรพชีวิตในโลกวังวนแห่งกาลเวลาที่ถูกฟื้นคืนชีพขึ้นมา ไม่มีข้อจำกัดของกฎ
สิ่
เกณฑ์แห่งเต๋าอีกต่อไป สิ่งมีชีวิตข้างในสามารถเดินบนเส้นทางแห่งความเหนือ
ธรรมดาได้มากขึ้น
“พวกเจ้าโดยพื้นฐานแล้ว ถูกสร้างขึ้นโดยกฎเกณฑ์มหาเต๋าสูงสุด หวังว่า
จะสามารถเดินบนเส้นทางของตนเองได้”
หลินหยวนมองลงมายังโลกวังวนแห่งกาลเวลาที่หลอมรวมเข้าสู่ความว่าง
เปล่าแห่งความโกลาหลนั้น คิดในใจอย่างเงียบๆ
การฟื้นคืนชีพสรรพชีวิตภายในโลกวังวนแห่งกาลเวลา คือการที่หลิน
หยวนไม่ต้องการเห็นสรรพชีวิตเหล่านี้ เพราะตนเองผ่านการทดสอบ แล้ว
สลายหายไปดุจควัน
ต่อให้สรรพชีวิตเหล่านี้ ก็เป็นเพราะหลินหยวนเผชิญหน้ากับการทดสอบ
จึงถูกสร้างขึ้นมา
กำเนิดเพราะหลินหยวน ดับสูญเพราะหลินหยวน
ฟังดูสมเหตุสมผลอย่างยิ่ง
แต่ในเมื่อกลายเป็นสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาแล้ว ย่อมต้องทำตามใจตนเอง
หลินหยวนรู้สึกว่าไม่สมเหตุสมผล นั่นก็คือไม่สมเหตุสมผล
หลังจากสรรพชีวิตในโลกวังวนแห่งกาลเวลาฟื้นคืนชีพขึ้นมาโดยสมบูรณ์
แล้ว ไม่มีปรมาจารย์ฟ้าแห่งเต๋าคนใดพบความผิดปกติสิ่งที่ควรทำก็ยังคงทำต่อ
ไป
เมื่อเทียบกับระดับชีวิตที่หลินหยวนอยู่ในตอนนี้ สรรพชีวิตภายในโลก
วังวนแห่งกาลเวลาอ่อนแอเกินไปจริงๆ
“ชังเวยหยางรึ?”
หลินหยวนตามสายใยแห่งเหตุและผลเส้นหนึ่ง มองไปยังผู้แข็งแกร่งสูงสุด
ขอบเขตบุกเบิกวิถีคนแรกที่ตนเองได้ติดต่อหลังจากเพิ่งออกจากความว่างเปล่า
แห่งความโกลาหล
นั้
ถ้ำ
ที่ทิ้
ตอนนั้นชังเวยหยางเพราะสำรวจซากโบราณไท่หยวนดับสูญไปถ้ำที่ทิ้งไว้
ถูกหลินหยวนพบโดยบังเอิญ รอยประทับที่ชังเวยหยางทิ้งไว้ข้างใน ริเริ่มมอบ
สมบัติทั้งหมดให้แก่หลินหยวน
คำขอเพียงอย่างเดียว คือหวังว่าหลินหยวนจะสามารถดูแลเผ่ามนุษย์ศิลา
ได้
หลินหยวนภายหลังก็ได้ทำตามสัญญานี้
บัดนี้กลายเป็นสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาแล้ว ก็ถือโอกาสฟื้นคืนชีพสิ่งมีชีวิต
ระดับ 12 ผู้นี้ขึ้นมาด้วย
“ข้า”
ภายในเขตความว่างเปล่าแห่งหนึ่ง ‘ชังเวยหยาง’ ที่อ้วนท้วนมองไปรอบๆ
อย่างงุนงง
“ข้ามิใช่ตายไปแล้วรึ?”
ชังเวยหยางค่อนข้างไม่เข้าใจ จากนั้นข้อมูลที่เกี่ยวข้องก็หลั่งไหลเข้ามาใน
สมอง
“เป็นสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาผู้ยิ่งใหญ่ ‘หยินเหอ’ ที่ฟื้นคืนชีพข้ารึ? เพราะ
ถ้ำของข้าในตอนนั้นถูกอีกฝ่ายได้รับไป?”
ชังเวยหยางเบิกตากว้าง เขาไม่เคยคิดเลยว่า ถ้ำที่ตนเองทิ้งไว้จะมี
ประโยชน์มหาศาลถึงเพียงนี้ กลายเป็นกุญแจสำคัญในการถูกฟื้นคืนชีพ?
“ขอบพระคุณสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาผู้ยิ่งใหญ่”
ชังเวยหยางรีบโค้งคำนับแสดงความขอบคุณไปยังทิศทางหนึ่งอย่าง
นอบน้อมทันที
เขาโดยพื้นฐานแล้วไม่กล้าเงยหน้ามองร่างจริงของหลินหยวนด้วยพลัง
ของเขา มองดูร่างจริงของสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาโดยตรง? เจตจำนงทางจิตใจ
ของตนเองมีความเป็นไปได้ที่จะถูกบิดเบี้ยวปนเปื้อน
ที่ที่
ู
“ข้าจะส่งเจ้าไปยังที่ที่เผ่ามนุษย์ศิลาอยู่”
หลินหยวนในใจขยับเล็กน้อย ก็ส่งชังเวยหยางไปยังตำแหน่งทีเผ่ามนุษย์
ศิลาอยู่ในปัจจุบันทันที
มิติเร้นลับของเผ่ามนุษย์ศิลา
ร่างของชังเวยหยางปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่า
“ผู้ใด?”
‘ชังหยูหลง’ ที่เป็นผู้แข็งแกร่งสูงสุดขอบเขตบุกเบิกวิถีเช่นกันสัมผัสได้ถึง
ความผิดปกติทันที ปรากฏตัวขึ้นในบริเวณใกล้เคียงในชั่วพริบตา
“คือท่านปู่ทวดเวยหยางรึ?”
ชังหยูหลงมองดูชังเวยหยาง ไม่อยากจะเชื่ออยู่บ้าง
ในฐานะผู้แข็งแกร่งสูงสุดขอบเขตบุกเบิกวิถีเพียงผู้เดียวของเผ่ามนุษย์
ศิลาก่อนหน้านี้ ชังเวยหยางมีตำแหน่งสูงส่งมากในเผ่ามนุษย์ศิลา
ชังหยูหลงยิ่งเป็นลูกหลานของชังเวยหยาง
เพียงแต่
ชังหยูหลงสัมผัสได้นานแล้วว่าเหตุและผลของชังเวยหยางสลายไป ดับสูญ
ไปแล้ว
เหตุใดจึงปรากฏขึ้นอีกครั้งรึ?
และเหตุและผลที่เดิมทีสลายไปแล้ว กลับถูกสร้างขึ้นมาใหม่โดยใช้กำลังรึ?
ชังหยูหลงยากที่จะเชื่อ
ในฐานะผู้มีชะตาหนุนส่งอย่างลึกซึ้ง ตอนที่อ่อนแออยู่ก็ได้รับเคล็ดวิชา
สืบทอดที่มหาปราชญ์ถัวหลงทิ้งไว้ และรอดชีวิตจากการไล่ล่าของปราชญ์จิ่ว
เสวียนได้
สายตาของชังหยูหลงย่อมกว้างไกล แต่สำหรับฉากตรงหน้าในตอนนี้ก็ยัง
คงตกตะลึงอย่างยิ่งยวด
“หยูหลง เป็นสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาผู้ยิ่งใหญ่ที่ฟื้นคืนชีพข้า”
ชังเวยหยางกล่าวทันที
“สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาผู้ยิ่งใหญ่?”
ชังหยูหลงสูดหายใจลึก
สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาผู้ยิ่งใหญ่
ใช่
ก็มีเพียงสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาผู้ยิ่งใหญ่เท่านั้น จึงจะสามารถฟื้นคืนชีพ
ระดับ 12 ได้
“ถ้ำที่ข้าทิ้งไว้ในตอนนั้น ถูกสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาผู้ยิ่งใหญ่ได้รับไป อาศัย
น้ำใจเล็กน้อยนี้ จึงถูกฟื้นคืนชีพขึ้นมา”
ชังเวยหยางยิ้มกล่าว
“คือมหาปราชญ์หยินเหอ?”
ชังหยูหลงพึมพำกับตนเอง
หากเป็นสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาโบราณ หากต้องการฟื้นคืนชีพชังเวยหยาง
ก็คงฟื้นคืนชีพไปนานแล้ว
ไม่จำเป็นต้องรอจนถึงบัดนี้
ดังนั้นสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาที่ฟื้นคืนชีพชังเวยหยาง จึงเป็นไปได้เพียงสิ่งมี
ชีวิตแห่งกาลเวลาที่เพิ่งก้าวขึ้นมาใหม่เท่านั้น
สิ่
ที่
พิ่
ขึ้
และสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาที่เพิ่งก้าวขึ้นมาใหม่ล่าสุดมีสองตน
หนึ่งคือหลัวโหว สองคือหยินเหอ
หลัวโหวคือมหาปราชญ์ที่เก่าแก่หาที่เปรียบมิได้
ด้วยพลังของหลัวโหว โดยพื้นฐานแล้วไม่เห็นค่าถ้ำที่ชังเวยหยางทิ้งไว้
“มหาปราชญ์หยินเหอ?”
ชังเวยหยางพยักหน้า ในชั่วพริบตาที่ถูกฟื้นคืนชีพ เขาก็รู้ถึงนามของหลิน
หยวนแล้ว
“เช่นนั้นก่อนหน้านี้เผ่ามนุษย์ศิลาของข้าถูกปราชญ์เสวียนกักขัง ก็ควรจะ
เป็นมหาปราชญ์หยินเหอที่ลงมือ”
ชังหยูหลงพึมพำกับตนเอง ตอนนั้นตนเองยังตั้งมหาปราชญ์หยินเหอเป็น
เป้าหมาย มีเคล็ดวิชาสืบทอดของมหาปราชญ์ถัวหลงติดตัว ชังหยูหลงยังมี
กำลังใจเต็มเปี่ยม
บัดนี้ดูแล้ว
ตนเองแม้แต่ขอบเขตโกลาหลก็ยังไม่ใช่
มหาปราชญ์หยินเหอได้ก้าวเข้าสู่ระดับ 13 แล้ว
และต่อให้ไม่ได้ก้าวเข้าสู่ระดับ 13 นามของมหาปราชญ์หยินเหอ ใครเล่า
ในความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลจะไม่รู้?
นอกจักรวาลโดยกำเนิดอันห่างไกล
ร่างของสตรีผู้หนึ่งที่สวมกระโปรงสีเขียวอ่อนปรากฏขึ้น
ณ ที่ไกลออกไปก็ปรากฏร่างของชายผู้หนึ่งที่รูปร่างสูงใหญ่กำยำขึ้นเช่น
กัน
“อาเซียน”
สตรีในกระโปรงสีเขียวอ่อนเห็นชายร่างสูงใหญ่กำยำ อดไม่ได้ทีจะร้อง
เรียก
“ศิษย์พี่หญิง”
ชายร่างสูงใหญ่กำยำก็สีหน้าตื่นเต้นเช่นกัน
“ข้า นี่คือ?”
ชายร่างสูงใหญ่กำยำมองไปรอบๆ สีหน้าครุ่นคิด
“อาเซียน เหตุใดข้าจึงมีชีวิตอยู่รึ?”
สตรีในกระโปรงสีเขียวอ่อนสีหน้าค่อนข้างสับสน
ตอนที่นางดับสูญไป พลังอ่อนแอเกินไป แม้แต่ขอบเขตบุกเบิกวิถีก็ยัง
ไม่ใช่
“เจ้าถูกฟื้นคืนชีพแล้ว”
“ข้าก็ถูกฟื้นคืนชีพแล้ว เป็นสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาผู้ยิ่งใหญ่ ทีจับพวกเรา
มา”
ชายร่างสูงใหญ่กำยำ ‘เซียนฮวง’ กล่าวเสียงเบา เขาเงยหน้ามองไปยังที่
ไกลออกไป เห็นร่างจริงอันสูงตระหง่านร่างหนึ่งกำลังมองลงมายังตนเอง
ในฐานะมหาปราชญ์ไร้เทียมทาน ‘เซียนฮวง’ มีคุณสมบัติที่จะแหงนหน้า
มองสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาได้
และตนเองอาศัยอาวุธระดับ 13 บังคับทำลายวังวนแห่งกาลเวลาควรจะ
ตายอย่างแน่นอน
ผู้ที่สามารถฟื้นคืนชีพตนเองได้ ก็มีเพียงสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาระดับ 13
เท่านั้น
สิ่
ที่
แต่เขาไม่มีเหตุลและผลใดๆ กับสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลา และก็ไม่มีคุณค่าที่
จะถูกฟื้นคืนชีพ การบังคับทำลายวังวนแห่งกาลเวลา
หมายความว่าตนเองไม่มีความเป็นไปได้ที่จะก้าวเข้าสู่ระดับ 13 อีกต่อไป
แล้ว
“ใช้ชีวิตอยู่กับศิษย์พี่หญิงของเจ้าให้ดีเถอะ”
เสียงของหลินหยวนดังขึ้นข้างหูของเซียนฮวง
ความยึดติดที่ใหญ่ที่สุดของเซียนฮวง ก็คือศิษย์พี่หญิงของตนเอง
เพื่อศิษย์พี่หญิง เขายอมละทิ้งโอกาสที่จะกลายเป็นสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลา
ระดับ 13
“ขอบพระคุณสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาผู้ยิ่งใหญ่”
เซียนฮวงรีบโค้งคำนับทันที เข้าใจว่าหลินหยวนเห็นแก่หน้าตนเองโดยสิ้น
เชิง จึงฟื้นคืนชีพศิษย์พี่หญิงขึ้นมา
มิฉะนั้นศิษย์พี่หญิงไม่มีเหตุและผลใดๆ กับหลินหยวน ต่อให้เป็นการฟื้น
คืนชีพ ก็ไม่ถึงคราวของนาง
“เจ้าหอโม่ยวี่”
หลินหยวนมองไปยังส่วนที่ลึกที่สุดของความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล
พื้นที่วังวนแห่งกาลเวลาที่เป็นของเจ้าหอโม่ยวี่
“ไม่มีความเป็นไปได้ที่จะทะลวงผ่านวังวนแห่งกาลเวลาเลย”
หลินหยวนส่ายหน้าเล็กน้อย
การทดสอบวังวนแห่งกาลเวลา ความเป็นไปได้ที่จะผ่านในรอบแรกนั้นสูง
ที่สุด
นั้
รั้
ที่
พิ่
ที่
หลังจากนั้นทุกครั้งที่เพิ่มรอบวังวน ความเป็นไปได้ที่จะผ่านก็จะอ่อนลง
ส่วนหนึ่ง
บัดนี้ห่างจากตอนที่เจ้าหอโม่ยวี่ตกอยู่ในวังวนแห่งกาลเวลาผ่านมาเกือบ
สิบล้านยุคจักรวาลแล้ว
เจ้าหอโม่ยวี่ในวังวนแห่งกาลเวลาไม่รู้ว่าประสบกับวังวนกี่รอบแล้ว คาดว่า
แม้แต่ตัวตนก็ยังรักษาไว้ไม่ได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการทะลวงผ่านตัววังวนแห่งกาล
เวลาเองแล้ว
“ทลาย”
หลินหยวนสีหน้าขึงขังเล็กน้อย บังคับทลายวังวนแห่งกาลเวลาทีเจ้าหอโม่
ยวี่ตกอยู่เข้าไป
หึ่ง หึ่ง หึ่ง~ ฃ
ผลสะท้อนกลับอันน่าสะพรึงกลัวพัดกระหน่ำ ถูกหลินหยวนต้านทานไว้
อย่างง่ายดาย
ร่างหนึ่งที่สวมชุดคลุมยาวสีดำถูกหลินหยวนคว้าออกมา
“ข้า”
หลุดพ้นจากข้อจำกัดของวังวนแห่งกาลเวลา เจ้าหอโม่ยวี่ฟื้นคืนสติอย่าง
รวดเร็ว ความทรงจำมากมายก็หลั่งไหลเข้ามาเช่นกัน
“ขอบพระคุณสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาผู้ยิ่งใหญ่”
เจ้าหอโม่ยวี่รีบโค้งคำนับต่อหลินหยวนทันที
ตกอยู่ในวังวนแห่งกาลเวลาอย่างลึกซึ้ง วนเวียนไปอย่างไม่มีทีสิ้นสุดโดย
ไม่รู้ตัว
สำหรับมหาปราชญ์คนใดก็ตาม ล้วนเป็นการทรมาน
หลินหยวนบังคับทำลายวังวนแห่งกาลเวลา รองรับผลสะท้อนกลับจาก
เส้นเวลา ช่วยเขาออกมา ไม่ต่างอะไรกับบุญคุณช่วยชีวิต
“ไม่นึกว่า มิติหยกปีศาจที่ข้าเปิดขึ้นตามอำเภอใจในตอนนั้น จะบ่มเพาะ
สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาผู้ยิ่งใหญ่ขึ้นมาได้ตนหนึ่งรึ?”
เจ้าหอโม่ยวี่ในใจรู้สึก หลังจากออกมาจากวังวนแห่งกาลเวลาแล้ว เขาก็รู้
ทุกสิ่งทุกอย่างแล้ว
ดำเนินต่อไปครึ่งชั่วโมง
ผู้แข็งแกร่งที่มีสายใยแห่งเหตุและผลเกี่ยวข้องกับหลินหยวน ดับสูญไปใน
อดีต ล้วนถูกฟื้นคืนชีพขึ้นมาทั้งหมด
ผู้แข็งแกร่งที่ถูกฟื้นคืนชีพเหล่านี้ หลินหยวนโดยพื้นฐานแล้วจะทักทาย
อธิบายสาเหตุที่ตนเองฟื้นคืนชีพเล็กน้อย
มิฉะนั้นถูกสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาผู้ยิ่งใหญ่ฟื้นคืนชีพขึ้นมาโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย
สำหรับสิ่งมีชีวิตส่วนใหญ่แล้ว ล้วนหวาดหวั่นอย่างหาทีเปรียบมิได้
“พอแล้ว”
หลินหยวนเก็บมือ มองดูสิ่งมีชีวิตทีละตนที่เพิ่งถูกฟื้นคืนชีพขึ้นมา สีหน้า
เบิกบาน อารมณ์ก็ดีโดยธรรมชาติ
คนเดียวบรรลุเต๋า ไก่หมาขึ้นสวรรค์ (一人得道,鸡犬升天)
ตนเองก้าวเข้าสู่ระดับ 13 สิ่งมีชีวิตทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับเขาก็ควรจะมี
โอกาสเริ่มต้นใหม่
อย่างไรก็ตามด้วยพลังและรากฐานของหลินหยวนในตอนนี้ การทำเช่นนี้ก็
ไม่จำเป็นต้องจ่ายราคาเท่าใดนัก
ต่อให้เป็นผลสะท้อนกลับจากเส้นเวลา ก็สามารถต้านทานได้อย่างง่ายดาย
ไม่ส่งผลกระทบใดๆ ต่อตนเอง
“หืม?”
ในขณะนั้นเอง หลินหยวนสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย
แบ่งจิตสำนึกส่วนหนึ่งจมลงสู่ส่วนลึกของจิตใจทันที
เพราะบัดนี้ ประตูสู่ภพหมื่นอันสูงตระหง่านยิ่งใหญ่ไพศาลนั้นเริ่มส่งกลิ่น
อายเร้นลับบางอย่างออกมา
คนเดียวบรรลุเต๋า ไก่หมาขึ้นสวรรค์ (一人得道,鸡犬升天) ใช้พูดถึงกรณี
ที่ มีคนหนึ่งประสบความสำเร็จ แล้วคนใกล้ชิดก็ได้อานิสงส์ตาม — บางทีก็ใช้
ในเชิงประชดประชันหรือเสียดสีได้ด้วยหากคนรอบข้างไม่ได้มีความสามารถ
แต่ได้ดีเพราะรู้จักคนที่สำเร็จ
น้องจำไม่ได้ว่าอธิบายเรื่องมหาเต๋าไปหรือยัง วิถีกับเต๋าคือคำเดียวกัน
ส่วนมหาเต๋าคือระดับที่สูงกว่าวิถี ประมาณนี้งับ