สวรรค์บันดาล: ข้าพเจ้าสร้างวิถี - บทที่ 747 หลินหยวนลงมือ
เมื่อได้รับการสนับสนุนจากหลินหยวน หมัวซวีจวินก็มีไพ่ตายพอสมควร
มิฉะนั้นหากรู้ว่ามีสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาขอบเขต 2 ตนหนึ่งคอยผลักดันอยู่
เบื้องหลัง
หมัวซวีจวินมีความเป็นไปได้สูงที่จะไม่เลือกต่อต้านอย่างแข็งขัน
สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาขอบเขต 2 สู้จ้าวแห่งกาลเวลาไม่ได้
สามารถสังหารสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาตนหนึ่งได้อย่างสิ้นเชิง
แต่การล่วงเกินสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาขอบเขต 2 ตนหนึ่ง สำหรับสิ่งมีชีวิต
แห่งกาลเวลาขอบเขต 1 ส่วนใหญ่แล้ว ล้วนจะปวดหัวอย่างยิ่งยวด
ภายใต้การคำนวณวางแผนของสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาขอบเขต 2 สิ่งมีชีวิต
แห่งกาลเวลาขอบเขต 1 จะตกอยู่ในสภาพถูกกระทำ
สายน้ำแห่งสวรรค์อันยิ่งใหญ่ไพศาล ภายใต้การกระตุ้นของจ้าวแห่งไท่ซวี
พัดพามาทางหมัวซวีจวิน
สายน้ำแห่งสวรรค์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ราวกับระลอกคลื่นบนผิวน้ำ
แผ่ขยายออกไปอย่างต่อเนื่อง ซ้อนทับกันอย่างต่อเนื่อง ทำให้พลังอำนาจ
ยิ่งใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ
แฝงไว้ด้วยอานุภาพของครึ่งหนึ่งของมิติเทียนเหออย่างเลือนราง
“ไท่ซวี ท่านอาศัยวิธีการเหล่านี้ ทำสิ่งใดกับข้าไม่ได้หรอก”
หมัวซวีจวินส่ายหน้าเล็กน้อย ชักนำสายน้ำแห่งสวรรค์เช่นเดียวกัน
พระองค์นั่งรักษาการณ์อยู่ในมิติเทียนเหอมานานหลายปี ย่อมคุ้นเคยกับพลัง
ของมิติแห่งนี้มากกว่าจ้าวแห่งไท่ซวี
เป็นไปตามคาด
พลังแห่งกฎเกณฑ์สองสายที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิงปะทะกันกัดกร่อน
อย่างต่อเนื่อง สุดท้ายการโจมตีที่จ้าวแห่งไท่ซวีปล่อยออกมาก็ไร้ผลกลับไป
จ้าวแห่งไท่ซวีสีหน้าสงบนิ่ง ไม่ได้แปลกใจเท่าใดนัก
ฉากตรงหน้านี้พระองค์เคยเห็นในเส้นเวลาอนาคตมากมายมานานแล้ว
เพียงแค่อาศัยวิธีการของตนเอง ภายใต้เงื่อนไขที่ไม่ต้องจ่ายราคามหาศาล
พระองค์ต่อสู้กับหมัวซวีจวิน โดยพื้นฐานแล้วล้วนจะตกอยู่ในสภาวะยืด
เยื้อ
กระทั่งโอกาสชนะของพระองค์อาจจะน้อยลงเล็กน้อยเสียด้วยซ้ำ
“ตอนนี้ยังไม่รีบ”
จ้าวแห่งไท่ซวีกดความคิดที่จะใช้ ‘ขวาน’ ที่หุยจู่มอบให้โดยตรงลงไป
บัดนี้หัวใจแห่งเทียนเหอยังไม่ได้ควบแน่นออกมา ต่อให้เอาชนะสิ่งมีชีวิต
แห่งกาลเวลาทั้งเจ็ดของความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลได้
พวกเขาก็ไม่สามารถนำหัวใจแห่งเทียนเหอไปได้ทันที
เช่นนี้ ก็จะเกิดตัวแปรมากมายขึ้นอีก
เช่น ดึงดูดสายตาของสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาขอบเขต 2 ตนอื่นๆ ?
มีเพียงรอจนกระทั่งหัวใจแห่งเทียนเหอกำลังจะควบแน่นออกมา
ตนเองจึงค่อยใช้วิธีการที่แข็งแกร่งที่สุด เอาชนะหมัวซวีจวินและสิ่งมีชีวิต
แห่งกาลเวลาตนอื่นๆ
จากนั้นรีบนำหัวใจแห่งเทียนเหอไป ถอยออกจากมิติเทียนเหอ
ที่มั่
ที่
จึงจะเป็นวิธีที่มั่นคงที่สุด
เช่นนี้ต่อให้ดึงดูดความสนใจของสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาขอบเขต
หัวใจแห่งเทียนเหอก็คงจะส่งถึงมือ ‘หุยจู่’ ไปนานแล้ว
ข้อตกลงระหว่างมิติความว่างเปล่าอันยิ่งใหญ่ของพระองค์กับ ‘หุยจู่’ ก็นับ
ว่าบรรลุผล
หลังจากนั้นหัวใจแห่งเทียนเหอจะถูกแย่งชิงไปหรือไม่ ก็ไม่เกี่ยวข้องกับมิติ
ความว่างเปล่าอันยิ่งใหญ่แล้ว
การประมือกันระหว่างหมัวซวีจวินกับจ้าวแห่งไท่ซวี เป็นเพียงแค่ทำพอ
เป็นพิธีเท่านั้น
เมื่อเริ่มสัมผัส ก็ถอยกลับอย่างรวดเร็ว ไม่มีความคิดที่จะลงมือต่อสู้กัน
อย่างจริงจัง
ทำให้เหล่าสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาที่กำลังชมการต่อสู้อยู่ค่อนข้างผิดหวัง
เมื่อเทียบกับการต่อสู้ของ ‘จู้อิน’ และสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาตนอื่นๆ
พวกเขาย่อมสนใจการต่อสู้ของหมัวซวีจวินและจ้าวแห่งไท่ซวีซึ่งเป็นสิ่งมี
ชีวิตแห่งกาลเวลาที่แข็งแกร่งที่สุดตามปกติของมิติระดับสูงสุดมากกว่า
“เฮะ เฮะ หัวใจแห่งเทียนเหอยังไม่ก่อตัว จะไม่มีการต่อสู้ที่รุนแรงเกิดขึ้น
หรอก”
“ใช่ ตอนนี้เป็นเพียงการหยอกล้อกันเล็กน้อย หัวใจแห่งเทียนเหอไม่ออก
มา จะทุ่มเทพลังทั้งหมดลงมือได้อย่างไร”
“ข้าสัมผัสได้อย่างเลือนรางว่า การลงมือของมิติความว่างเปล่าอันยิ่งใหญ่
ในครั้งนี้ จุดประสงค์ออกจะไม่ง่ายนัก”
สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาที่ชมการต่อสู้ทีละตนพูดคุยกัน สิ่งมีชีวิตแห่งกาล
เวลาบางตนที่ไม่ด้อยไปกว่าหมัวซวีจวิน ได้สัมผัสถึงความผิดปกติอย่างเลือน
ยิ่
อื่
รางแล้ว มิติความว่างเปล่าอันยิ่งใหญ่อาจจะมีจุดประสงค์อื่น
แต่ในคราวเดียวเกี่ยวข้องกับสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาทั้งเก้าของมิติความ
ว่างเปล่าอันยิ่งใหญ่
บวกกับมี ‘หุยจู่’ สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาขอบเขต 2 ผู้นี้คอยปกปิดเป็น
พิเศษ
ต่อให้พบความผิดปกติ ก็เป็นเพียงความผิดปกติ เส้นเวลาอนาคตที่
เกี่ยวข้องคลุมเครือและบิดเบี้ยวอย่างยิ่งยวด ยากที่จะได้ข้อมูลเพิ่มเติม
“รอก่อนเถอะ หัวใจแห่งเทียนเหอดวงนี้ คาดว่าใกล้จะก่อตัวแล้วอย่างช้า
ที่สุดสิบปีให้หลัง”
มีสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาได้ข้อสรุป ไม่ได้รีบร้อน
“แปดถึงสิบปี หัวใจแห่งเทียนเหอจะก่อตัวขึ้นโดยสมบูรณ์ เมื่อถึงเวลานั้น
สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาของมิติความว่างเปล่าอันยิ่งใหญ่ คาดว่าจะทุ่มเทพลัง
ลงมือ กระทั่งสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาขอบเขต 2 ที่อยู่เบื้องหลัง ก็มีความเป็นไป
ได้ที่จะลงมือ”
หมัวซวีจวินกำลังรอคอยเช่นกัน ความสนใจส่วนใหญ่ยังคงอยู่ทีหัวใจแห่ง
เทียนเหอที่ยังไม่ก่อตัว
“หยินเหอกล่าวว่า หัวใจแห่งเทียนเหอที่ให้กำเนิดขึ้นในครั้งนี้พิเศษอย่าง
ยิ่ง คุณค่ามหาศาลห่างไกลเกินกว่าหัวใจแห่งเทียนเหอในอดีต ดังนั้นจึงดึงดูดสิ่ง
มีชีวิตแห่งกาลเวลาขอบเขต 2 ตนหนึ่งให้วางแผน”
หมัวซวีจวินมองดูหัวใจแห่งเทียนเหอที่กำลังก่อตัวอยู่ ในใจอดไม่ได้ที่จะ
สงสัยใคร่รู้
แน่นอนว่าก็เพียงแค่สงสัยใคร่รู้ หมัวซวีจวินในใจไม่มีความคิดทีจะครอบ
ครองหัวใจแห่งเทียนเหอแม้แต่น้อย
นี้
สิ่
ล้อเล่นอะไรกัน หัวใจแห่งเทียนเหอดวงนี้ ตกอยู่ภายใต้การวางแผนของสิ่ง
มีชีวิตแห่งกาลเวลาขอบเขต 2 ตนหนึ่งไปแล้ว
ราวกับเผือกร้อนก้อนหนึ่ง
พระองค์หมัวซวีจวินหากกล้าครอบครองหัวใจแห่งเทียนเหอดวงนี้ ก็
ต้องเตรียมพร้อมที่จะถูกสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาขอบเขต 2 ตนหนึ่งสอดแนมอยู่
ตลอดเวลา
ในสถานการณ์เช่นนี้ หมัวซวีจวินคาดว่าแม้แต่ความว่างเปล่าแห่งความ
โกลาหลก็ไม่กล้าออก
เวลาไหลผ่านไป
พริบตาเดียวก็ผ่านไปเก้าปี
สายน้ำแห่งสวรรค์ไหลหลั่ง หัวใจแห่งเทียนเหอที่กำลังก่อตัวอยู่ก่อตัวขึ้น
อย่างรวดเร็ว
นี่คือของวิเศษที่ควบแน่นขึ้นมาจากพลังต้นกำเนิดของมิติเทียนเหอโดย
สิ้นเชิง
สำหรับสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาขอบเขต 1 ในการเข้าใจการทำงานของมหา
เต๋ามิติเทียนเหอมีประโยชน์อย่างมาก
“ตอนนี้!”
จ้าวแห่งไท่ซวีแววตาลึกล้ำ ลงมืออีกครั้ง
เมื่อเทียบกับการประมือสั้นๆ หลายครั้งก่อนหน้านี้ ครั้งนี้จ้าวแห่งไท่ซวี
กล่าวได้ว่าลงมืออย่างเต็มกำลัง
ภายใต้การปกคลุมของแสงสลัว กาลเวลาซ้ำซ้อนสี่ทิศแปดทางล้วนแข็งตัว
ในชั่วขณะนี้ จ้าวแห่งไท่ซวีคือผู้ปกครองกาลเวลาอย่างแท้จริง
“หึ”
นื้
หมัวซวีจวินก็ลงมือทันทีเช่นกัน พลังจักรวาลภายในร่างกายพลังกายเนื้อ
พลังเจตจำนงทางจิตใจ เป็นต้น พลังทั้งหมด ล้วนหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว ฉีก
ทึ้งกาลเวลาที่แข็งตัว
เคล็ดวิชาสืบทอดทั้งเจ็ดที่หมัวซวีจวินสร้างขึ้น สอดคล้องกับเจ็ดด้านใหญ่
ของชีวิตตามลำดับ กล่าวได้ว่าแทบไม่มีข้อบกพร่องใดๆและยังเป็นมหาเต๋าที่
เชื่อมสวรรค์สู่เส้นทางแห่งจ้าว
ตามทฤษฎีแล้ว เพียงแค่ต้องสร้างเคล็ดวิชาสืบทอดทั้งเจ็ดนี้ออกมาถึงขั้น
ที่ 7 ก็คือชั่วขณะที่หมัวซวีจวินกลายเป็นจ้าวขอบเขต 3
“ฆ่า”
จู้อินและสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาตนอื่นๆ ก็เริ่มต่อสู้กันทันทีเช่นกัน
การต่อสู้ของสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาหนึ่งถึงยี่สิบตน ทำให้กาลเวลาผืนใหญ่
ของมิติเทียนเหอถูกทำลายล้าง สายน้ำแห่งสวรรค์นับไม่ถ้วนระเหยไปอย่าง
รวดเร็ว
“เจ็ดขีดจำกัด”(七大限 – ชีต้าเสี้ยน)
กลิ่นอายของหมัวซวีจวินเริ่มพุ่งสูงขึ้น กายเนื้อ พลังวิญญาณเจตจำนงทาง
จิตใจ เป็นต้น ล้วนพุ่งสูงขึ้น
การยกระดับของพลัง ทำให้การควบคุมกาลเวลารอบข้างของหมัวซวีจวิน
ลึกซึ้งขึ้น ราวกับหินแกร่งในน้ำลึก ยิ่งปริมาตรใหญ่หลวงเท่าใด ก็ยิ่งส่งผลกระ
ทบต่อสภาพแวดล้อมโดยรอบมากขึ้นเท่านั้น
“ดูเหมือนจะเอาจริงแล้ว”
จ้าวแห่งไท่ซวีสีหน้าจริงจัง ท่าไม้ตาย ‘เจ็ดขีดจำกัด’ คือหนึ่งในท่าไม้ตาย
ที่แข็งแกร่งที่สุดของหมัวซวีจวิน
ใช้ท่าไม้ตายนี้ออกมา หมายความว่าหมัวซวีจวินห่างจากการทุ่มสุดตัว
เพียงก้าวเดียวแล้ว
พิ่
ริ่
จ้าวแห่งไท่ซวีไม่ได้คาดการณ์ไว้ว่า หมัวซวีจวินเพิ่งเริ่มประมือ ก็ทุ่มเท
พลังทั้งหมดถึงเพียงนี้?
ในเส้นเวลาอนาคตมากมายที่สังเกตการณ์ได้ก่อนหน้านี้ อย่างน้อยก็ต้อง
ยืดเยื้อกันไประยะหนึ่ง หมัวซวีจวินจึงจะใช้ท่านี้
“เจ็ดขีดจำกัด?”
“นี่คือท่าไม้ตายสร้างชื่อของหมัวซวีจวินรึ?”
“ว่ากันว่าสร้างขึ้นตามวิถีของตนเอง”
“ข้าจำได้ว่าตอนนั้นมัวซวีจวินอาศัยท่าไม้ตายนี้ เอาชนะการร่วมมือของ
สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาสามตนได้ในคราวเดียว”
สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาที่ชมการต่อสู้ทีละตนก็สีหน้าจริงจังขึ้นมา
หมัวซวีจวินภายใต้เจ็ดขีดจำกัด พลังจะเข้าใกล้สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลา
ขอบเขต 2 ที่แท้จริง
แม้จะคงอยู่ได้ไม่นาน และเป็นเพียงพลังที่เข้าใกล้ ไม่ได้มีวิธีการมากมาย
ของสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาขอบเขต 2
แต่ก็แข็งแกร่งอย่างยิ่งยวดแล้ว ก็อาศัยท่าไม้ตายนี้เอง ที่หมัวซวีจวิน
สามารถตั้งหลักในมิติเทียนเหอได้อย่างรวดเร็ว
“เพื่อแสดงความให้ความสำคัญที่ข้ามีต่อท่าน.”
จ้าวแห่งไท่ซวีมองไปยังหมัวซวีจวินจากระยะไกล ยกมือขวาขึ้นวางไว้บน
ศีรษะ “ก็จะไม่ยืดเยื้อกับท่านแล้วเช่นกัน!”
สิ้นเสียง
บนศีรษะของจ้าวแห่งไท่ซวีก็ปรากฏ ‘ขวาน’ ขนาดเท่าฝ่ามือเล่มหนึ่งขึ้น
มา
ติ้
ชั่
ลิ่
ที่
‘ขวาน’ หมุนติ้วๆ ชั่วพริบตาก็ใหญ่เกินสิบเมตร กลิ่นอายคมกริบอย่างที่ไม่
เคยมีมาก่อนแผ่กระจายอยู่ในส่วนลึกของกาลเวลา
“รับขวานข้า!”
จ้าวแห่งไท่ซวีใช้ไพ่ตายที่ ‘หุยจู่’ มอบให้โดยไม่ลังเล
ด้วยพลังของพระองค์ หากอาศัยเพียงตนเอง ประมือกับหมัวซวีจวินที่
กระตุ้นใช้ ‘เจ็ดขีดจำกัด’ ย่อมต้องถูกกดดันอย่างแน่นอน
ทั้งสองฝ่ายย่อมต้องตกอยู่ในสภาวะยืดเยื้อ ไม่สามารถตัดสินแพ้ชนะได้ใน
ระยะเวลาอันสั้น
แทนที่จะเป็นเช่นนี้
สู้ใช้วิธีการที่แข็งแกร่งที่สุดโดยตรง กดข่มหมัวซวีจวินอย่างรวดเร็ว นำ
หัวใจแห่งเทียนเหอไปดีกว่า
“หืม?”
กลิ่นอายของหมัวซวีจวินน่าสะพรึงกลัว บัดนี้กลับขมวดคิ้วขึ้นมา
พระองค์มองไปยังศีรษะของจ้าวแห่งไท่ซวี มองดู ‘ขวาน’ ที่ค่อยๆฟันลง
มายังตนเอง ชั่วขณะหนึ่งในใจก็บังเกิดความรู้สึกวิกฤตอย่างทีไม่เคยมีมาก่อน
“ต้านไม่อยู่ ภายใต้ขวานนี้ ข้าย่อมต้องได้รับบาดเจ็บสาหัสอย่างแน่นอน”
หมัวซวีจวินสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย ในชั่วขณะที่กลิ่นอายของขวาน
ปรากฏออกมา หมัวซวีจวินก็ได้เห็นเส้นเวลามากมายที่ตนเองรับขวานนี้เข้าไป
แล้ว
ต่อให้เป็นตนเองในสภาพที่แข็งแกร่งที่สุด ภายใต้ขวานนี้ ก็เป็นไปไม่ได้ที่
จะต้านทานได้ พลังอำนาจบริสุทธิ์ของขวานนี้ ได้บรรลุถึงเกณฑ์ของขอบเขต 2
แล้ว
ตอนนี้ต่อให้ตนเองหันหลังวิ่งหนี ก็หลบไม่พ้น
ชั่
ที่
ขวานในชั่วขณะที่ถูกจ้าวแห่งไท่ซวีกระตุ้นใช้ ก็ได้ล็อกตนเองไว้ผ่านวิธี
การแห่งกรรมมากมายแล้ว
“นี่คือวิธีการของสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาขอบเขต 2 ที่อยู่เบื้องหลังมิติความ
ว่างเปล่าอันยิ่งใหญ่ที่ ‘หยินเหอ’ บอกรึ?”
หมัวซวีจวินคิดในใจอย่างรวดเร็ว หากไม่มีหยินเหอบอกล่วงหน้าบัดนี้
พระองค์ในใจย่อมต้องหวาดหวั่นอย่างยิ่งยวด
แต่บัดนี้ กลับไม่ตื่นตระหนกแม้แต่น้อย กระทั่งยังมีอารมณ์พิจารณาราย
ละเอียดมากมายของขวานเล่มนั้น
“ขวานนี้?”
สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาตนอื่นๆ ของความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลก็รู้สึก
กดดันเช่นกัน
พลังอำนาจของขวานนี้ของจ้าวแห่งไท่ซวี มุ่งเป้าไปที่หมัวซวีจวินเป็นหลัก
แต่กลิ่นอายที่เหลืออยู่ก็ยังคงทำให้สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาตนอื่นๆ ตื่นตระหนก
“ขวานที่จ้าวแห่งไท่ซวีกระตุ้นใช้นั้น คือวิธีการใดกันแน่?”
“ไม่รู้ ก่อนหน้านี้ไม่เคยได้ยินว่าจ้าวแห่งไท่ซวีใช้”
“เป็นไพ่ตายที่ซ่อนไว้ หรือเป็นอย่างอื่น?”
สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาที่ชมการต่อสู้จำนวนมากสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย
พร้อมกับการกระตุ้นใช้ ‘ขวาน’ เส้นเวลาอนาคตที่พวกเขาสังเกตการณ์ได้
ค่อยๆ ชัดเจนขึ้น
ต่อให้ยังคงตรวจไม่พบการมีอยู่ของ ‘หุยจู่’ แต่ก็ได้ตระหนักว่าการต่อสู้
เพื่อหัวใจแห่งเทียนเหอในครั้งนี้ แฝงไว้ด้วยเรื่องราวที่ไม่ใช่เพียงแค่มิติความ
ว่างเปล่าอันยิ่งใหญ่กับมิติความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลเท่านั้น
ยังมีสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาที่แข็งแกร่งกว่าเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย
นี่
“ไท่ซวี นี่คือไพ่ตายของท่านรึ?”
หมัวซวีจวินสีหน้าสงบนิ่ง เอ่ยปากกล่าว
แสงขวานคมกริบราวกับฉีกทึ้งมิติเทียนเหอ ฟันมาทางพระองค์
“เจ้า?”
จ้าวแห่งไท่ซวีมองดูหมัวซวีจวิน
ท่าทีสงบนิ่งของอีกฝ่าย ทำให้พระองค์รู้สึกว่าสถานการณ์เกินกว่าที่ตนเอง
คาดการณ์ไว้
“ข้าอยากจะดูว่าเจ้าจะเอาสิ่งใดมาต้านทานขวานนี้”
จ้าวแห่งไท่ซวีมองดูหมัวซวีจวิน พร้อมกันนั้นก็กำลังสังเกตการณ์เส้นเวลา
อนาคตมากมาย
นี่ก็คือวิธีการที่สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาล้วนใช้ตอนต่อสู้ ผ่านการ
สังเกตการณ์เส้นเวลาอนาคตอยู่ตลอดเวลา ตัดสินว่าคู่ต่อสู้จะใช้ท่าไม้ตายแบบ
ใดต่อไป ตนเองควรจะต้านทานอย่างไร เป็นต้น
“ฟู่!”
หมัวซวีจวินพลิกฝ่ามือขวา
เพียงเห็นว่าหยกศิลาเม็ดหนึ่งปรากฏขึ้น
หากสังเกตการณ์หยกศิลาเม็ดนั้นอย่างละเอียด ก็จะพบว่าประกอบด้วย
อักขระอันไร้สิ้นสุด
อักขระนับไม่ถ้วนสานต่อกันหลอมรวมอย่างต่อเนื่อง ร่วมกันก่อตัวเป็นตัว
หยกศิลาเอง
หยกศิลาเพิ่งปรากฏ อักขระอันไร้สิ้นสุดก็พลันกระจายออกไปชั่วพริบตา
เดียว กาลเวลารอบข้าง สายน้ำแห่งสวรรค์อันกว้างใหญ่ไพศาล ล้วนถูกอักขระ
ทั้
ซึ้
แทรกซึม รวมทั้งจ้าวแห่งไท่ซวีก็ตกอยู่ในโลกแห่งอักขระอย่างลึกซึ้ง
“นี่มันเรื่องใดกัน?”
จ้าวแห่งไท่ซวีสีหน้าฉายแววหวาดกลัว ภายใต้อักขระทีละเม็ดทีสานต่อกัน
‘ขวาน’ ที่พระองค์กระตุ้นใช้ราวกับถูกตัดขาดโดยสิ้นเชิง
“หยกศิลานี้พลังอำนาจแข็งแกร่งถึงเพียงนี้รึ?”
หมัวซวีจวินก็รู้สึกเหลือเชื่อเช่นกัน พระองค์เพียงแค่กระตุ้นใช้เล็กน้อย ก็
สัมผัสได้ว่าตนเองควบคุมกาลเวลารอบข้างได้ถึงขีดสุด
หมัวซวีจวินย่อมไม่รู้ว่า หยกศิลาที่หลินหยวนมอบให้พระองค์คือการ
แสดงออกของมหาเต๋าแห่งอักขระของโลกต้นกำเนิดแห่งทีสอง มหาเต๋าสายนี้
เคยให้กำเนิดสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาระดับจ้าวแสวงหา ‘ความรอบรู้ทุกด้าน’
ใช้อักขระอันไร้สิ้นสุดควบคุมฟ้าดิน เป็นเพียงหนึ่งในวิธีการประยุกต์ใช้
เท่านั้น
“ตาย”
หมัวซวีจวินหลังจากกระตุ้นใช้หยกศิลาแล้ว จ้องมองจ้าวแห่งไท่ซวีที่ยืน
นิ่งไม่ไหวติงอยู่ไกลออกไป ในแววตาปรากฏจิตสังหาร
ต่อให้ไม่สามารถสังหารจ้าวแห่งไท่ซวีผู้นี้ได้อย่างสิ้นเชิง ก็ต้องทิ้งร่างเนื้อ
หลักที่ใช้ต่อสู้นี้ไว้
“ไม่ดีแล้ว”
จ้าวแห่งไท่ซวีสัมผัสได้ถึงความหวาดกลัวครั้งใหญ่ในในที่ลับเร้นทันที มี
ที่มาจากอักขระอันไร้สิ้นสุดที่เข้ามาแทนที่ฟ้าดินกาลเวลา
“หุยจู่ช่วยข้าด้วย”
จ้าวแห่งไท่ซวีขอความช่วยเหลือโดยไม่ลังเล
นื้
ที่
นี้
หากไม่ขอความช่วยเหลืออีก พระองค์รู้สึกจริงๆ ว่าร่างเนื้อหลักที่ใช้ต่อสู้นี้
ของตนเองจะดับสูญไป
หึ่ง~ สิ้นเสียงของจ้าวแห่งไท่ซวี ฟ้าดินที่เดิมทีถูกอักขระอันไร้สิ้นสุดเข้ามา
แทนที่โดยสิ้นเชิงแล้ว พลันปรากฏสีเทาขึ้นมาสายหนึ่ง
สีเทาสายนี้ คือสีเทาที่เข้มข้นถึงขีดสุด แผ่กระจายไปสี่ทิศแปดทางอย่าง
รวดเร็ว อักขระทีละเม็ดเริ่มพังทลาย ชั่วขณะหนึ่งฟ้าดินกาลเวลาปรากฏกลิ่น
อายสองชนิด
ชนิดหนึ่งคือหยกศิลาที่ประกอบด้วยอักขระอันไร้สิ้นสุด
อีกชนิดหนึ่งคือสีเทาที่เข้มข้นถึงขีดสุด ราวกับสรรพสิ่งร่วงโรยมิติดับสลาย
เพียงเห็นว่าส่วนลึกของสีเทา ควบแน่นร่างหนึ่งขึ้นมา สวมชุดคลุมสีเทา
กลิ่นอายน่าสะพรึงกลัว
พระองค์เหลือบมองจ้าวแห่งไท่ซวีแวบหนึ่ง จากนั้นมองไปยังหยกศิลา
อักขระหน้าหมัวซวีจวิน
“ท่านคือ?”
หมัวซวีจวินสีหน้าตึงเครียดจริงจัง ร่างสีเทาให้แรงกดดันแก่พระองค์
มหาศาลเกินไปจริงๆ
“สองทางเลือก”
ดวงตาของ ‘หุยจู่’ ร่างสีเทาหรี่ลง
พระองค์เดิมทีไม่ต้องการปรากฏตัว ในฐานะสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลา
ขอบเขต 2 ทันทีที่ลงมือด้วยตนเอง กลิ่นอายรั่วไหลเรื่องราวมากมายก็ยากที่จะ
ปกปิดได้
เช่น บัดนี้ ‘หุยจู่’ สัมผัสได้อย่างเลือนรางแล้วว่า เนื่องจากการปรากฏตัว
ของตนเอง รบกวนเส้นเวลาในปัจจุบัน ได้ดึงดูดสายตาของสิ่งมีชีวิตแห่งกาล
เวลาขอบเขต 2 สองตนในบริเวณช่องว่างระหว่างมิติแห่งนี้แล้ว
มื่
นี้
แต่ด้วยสถานการณ์เมื่อครู่นี้ หากตนเองไม่ลงมือ จ้าวแห่งไท่ซวีย่อม
ต้องตายอย่างแน่นอน
จ้าวแห่งไท่ซวีตาย หัวใจแห่งเทียนเหอย่อมต้องตกอยู่ในมือหมัวซวีจวิน
เมื่อถึงเวลานั้นตนเองก็ยังคงต้องลงมือ
“?”
หมัวซวีจวินราวกับเผชิญหน้าศัตรูตัวฉกาจ เผชิญหน้ากับ ‘หุยจู่’ หยกศิลา
อักขระเบื้องหน้าไม่ได้ให้ความรู้สึกปลอดภัยแก่พระองค์เท่าใดนัก
“ไม่ถอย ก็ตาย”
หุยจู่กล่าวทางเลือกที่เจาะจงออกมา
ในเมื่อดึงดูดความสนใจของสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาขอบเขต 2 สองตนใน
บริเวณใกล้เคียงแล้ว เช่นนั้นพระองค์ย่อมต้องนำหัวใจแห่งเทียนเหอไปด้วย
ความเร็วที่สุด
“ไม่ถอย? ก็ตายรึ?”
หมัวซวีจวินสัมผัสได้ถึงความเหี้ยมโหดของ ‘หุยจู่’
“อย่าคิดว่าอาศัยหยกศิลาที่ไม่รู้ได้มาจากที่ใด ก็จะสามารถรักษาชีวิตไว้
ได้”
หุยจู่มองดูหมัวซวีจวิน หัวเราะเยาะ: “ไม่ถอย ก็ไปตายเสีย!”
แต่วินาทีถัดมา
หุยจู่สีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย
เพียงเห็นว่าข้างกายหมัวซวีจวิน ไม่รู้ว่ามีชายหนุ่มผู้หนึ่งที่ยืนกอดอกอยู่
ด้านหลังปรากฏขึ้นมาตั้งแต่เมื่อใด ใบหน้าแย้มยิ้ม:
“อย่างนั้นรึ?”