สวรรค์บันดาล: ข้าพเจ้าสร้างวิถี - บทที่ 752 ช่วงบั้นปลายชีวิตของมหาจักร
พรรดิ
โลกต้นกำเนิดแห่งที่สาม
ภายในวังจักรพรรดิที่เต็มไปด้วยนิมิตอัศจรรย์
หลินหยวนนั่งขัดสมาธิ ลืมตาขึ้นช้าๆ
“โลกต้นกำเนิดแห่งนี้…”
หลินหยวนสีหน้าครุ่นคิด ข้อมูลมากมายผุดขึ้นในห้วงสมอง
ฟ้าดินแห่งนี้ไร้ขอบเขต มีนามว่า ‘โลกต้นกำเนิดมหาอ้างว้าง’ มีเผ่าพันธุ์น่า
สะพรึงกลัวนับไม่ถ้วนดำรงอยู่ (ต้าฮวงหยวนเจี้ย)
ส่วนร่างที่เป็นพาหนะให้หลินหยวนมาเยือน ก็สังกัดเผ่ามนุษย์
และยังเป็นผู้บรรลุขีดสุดแห่งเต๋าหนึ่งเดียวในยุคปัจจุบันของเผ่ามนุษย์
——
มหาจักรพรรดิเทียนหยวน
มหาจักรพรรดิเป็นคำเรียกขาน หาใช่ขอบเขตที่เจาะจงไม่ ผู้ใดก็ตามที่
สามารถยืนอยู่ ณ จุดสูงสุดของโลกต้นกำเนิดมหาอ้างว้างล้วนสามารถถูกเรียก
ว่ามหาจักรพรรดิได้
หรือจักรพรรดิสวรรค์, จอมราชันย์
หลินหยวนสามารถกลายเป็นมหาจักรพรรดิที่ได้รับการยอมรับในยุค
ปัจจุบัน เห็นได้ชัดว่าพลังความแข็งแกร่งไม่ต้องสงสัย
แม้พลังจะไม่ใช่แข็งแกร่งที่สุด
ที่
ที่
ก็ย่อมต้องอยู่ในกลุ่มที่แข็งแกร่งที่สุดอย่างแน่นอน
แต่น่าเสียดายที่
บัดนี้หลินหยวนหาใช่มหาจักรพรรดิในช่วงเวลาที่รุ่งโรจน์ที่สุดไม่
แต่เป็นมหาจักรพรรดิในช่วงบั้นปลายชีวิต
มหาจักรพรรดิช่วงบั้นปลายชีวิตที่พลังปราณโลหิตเสื่อมถอยอายุขัยเหลือ
ไม่มาก
อันที่จริงแล้ว มหาจักรพรรดิเทียนหยวนสิ้นอายุขัยมรณภาพไปแล้ว
มิฉะนั้นก็คงไม่ถูกหลินหยวนเข้าครอบครอง กลายเป็นร่างพาหนะให้เขา
มาเยือน
การข้ามผ่านและมาเยือนของประตูสู่ภพหมื่น สามารถเลือกได้เพียงสิ่งมี
ชีวิตที่ใกล้จะตายหรือตายไปแล้วเท่านั้น
การที่หลินหยวนสามารถมาเยือนได้ ก็หมายความว่ามหาจักรพรรดิเทียน
หยวนเดิมได้ตายไปแล้ว
“กฎเกณฑ์ของโลกต้นกำเนิดแห่งนี้พิเศษอย่างแท้จริง กลับมีพันธนาการ
เช่นขีดจำกัดอายุขัยอยู่ด้วย”
หลินหยวนผ่อนลมหายใจเบาๆ ปรับลมปราณโลหิตภายในร่างอย่าง
ละเอียด
พลังของมหาจักรพรรดิ หากเทียบเป็นขอบเขตของความว่างเปล่าแห่ง
ความโกลาหล ก็คือระดับ 12 ขั้นสมบูรณ์แบบ
ส่วนด้านพลังต่อสู้ มหาจักรพรรดิเหนือกว่ามหาปราชญ์ไร้เทียมทานอย่าง
มาก เกือบจะถึงระดับของมังกรอเวจีตนนั้นในโลกต้นกำเนิดแห่งแรก(หยวน
หลง)
นี้
สิ้
ที่
ทว่า ผู้แข็งแกร่งเช่นนี้หาใช่อายุขัยไร้สิ้นสุดไม่ อย่างมากที่สุดก็สามารถมี
ชีวิตอยู่ได้เพียงล้านกว่าปี
หากสามารถกลืนกินโอสถเทวะอมตะสักต้นหนึ่ง กลับสามารถมีชีวิตอยู่
ผ่านชาติที่สองได้ ก็ราวสองสามล้านปี
หากก้าวหน้าไปอีกขั้น ทลายพันธนาการของตนเอง ก็สามารถมีชีวิตอยู่
ผ่านชาติที่สี่, ชาติที่ห้า…
แน่นอนว่า
ร่างเดิมของหลินหยวน หรือก็คือมหาจักรพรรดิเทียนหยวน ในบรรดา
มหาจักรพรรดิรุ่นก่อนๆ ถือว่าค่อนข้างธรรมดา
อาศัยโอสถเทวะอมตะที่ได้รับมาในอดีต มีชีวิตอยู่ผ่านชาติที่สอง
แต่ท้ายที่สุดก็ไม่ได้ทลายพันธนาการของตนเอง มีชีวิตอยู่ถึงชาติที่สาม
“พลังชีวิตและพลังปราณโลหิตในกายเนื้อ ในที่สุดก็มั่นคงแล้ว”
หลินหยวนรวบรวมความคิด ตอนที่เพิ่งมาเยือนในตอนแรก เขาแทบจะ
สัมผัสไม่ได้ถึงความผันผวนของพลังชีวิตในกายเนื้อ
มหาจักรพรรดิเทียนหยวนเพื่อที่จะมีชีวิตอยู่ได้นานขึ้นอีกเล็กน้อย เกือบ
จะใช้รากฐานพลังชีวิตของตนเองจนหมดสิ้น พอสิ้นอายุขัย ก็คือดับสูญโดย
สมบูรณ์ ไม่เหลือร่องรอยแม้แต่น้อย
ก็มีเพียงหลินหยวน ที่ฝืนยื้อลมหายใจเฮือกสุดท้ายไว้ได้ และสามารถ
ควบแน่นพลังชีวิตรากฐานขึ้นมาใหม่ได้อย่างราบรื่น
จึงมีชีวิตรอดมาได้
“ผ่านพ้นก้าวแรกไปได้ก็ง่ายแล้ว”
หลินหยวนเผยรอยยิ้มบนใบหน้า
ที่
ก่อนจะมาเยือนโลกต้นกำเนิดแห่งที่สาม หลินหยวนมีร่างพาหนะให้เลือก
หลายสิบราย
สุดท้ายกลับเลือกมหาจักรพรรดิเทียนหยวน ก็เพราะว่าเช่นนีจุดเริ่มต้นจะ
สูงสุด สามารถฟื้นฟูพลังเต็มที่ได้ด้วยความเร็วสูงสุด
และกายหยาบของมหาจักรพรรดิเทียนหยวนก็พิเศษ หลินหยวนผ่านการ
สังเกตการณ์เส้นเวลาอนาคต ค้นพบร่องรอยบางอย่าง
แม้แต่มหาจักรพรรดิเทียนหยวนเองก็ไม่รู้ว่า กายหยาบที่แท้จริงของตนคือ
อะไร
ข้อเสียเพียงอย่างเดียวคือปัญหาอายุขัยหมดสิ้น
แต่สำหรับหลินหยวนแล้ว ปัญหานี้ไม่ใหญ่หลวงนัก
“โลกต้นกำเนิดแห่งนี้พิเศษเกินไปแล้ว”
หลินหยวนมองไปรอบฟ้าดิน ในขอบเขตการมองเห็นของเขากฎเกณฑ์
มหาเต๋าปรากฏเป็นรูปธรรมราวกับจับต้องได้
สิ่งนี้หากอยู่ในความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล หรือโลกต้นกำเนิดสอง
แห่งก่อนหน้า ย่อมเป็นเรื่องที่เหลือเชื่ออย่างแน่นอน
“มิน่าเล่าถึงสามารถใช้เวลาเพียงแสนปี ก็สามารถก้าวเข้าสู่ขอบเขต
มหาจักรพรรดิได้”
หลินหยวนพยักหน้าเล็กน้อย
มหาจักรพรรดิในยุคปัจจุบัน ยังไม่ต้องพูดถึงพลังต่อสู้ เพียงแค่ขอบเขตก็
เทียบเท่าระดับ 12 ขั้นสมบูรณ์แบบแล้ว
ส่วนในความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล หากต้องการบ่มเพาะจนถึงระดับ
12 ขั้นสมบูรณ์แบบ เวลาที่ต้องใช้ อย่างน้อยต้องนับเป็นยุคจักรวาล
แต่ในโลกแห่งนี้?
ที่
ที่
เวลาที่มหาจักรพรรดิปกติกลายเป็นผู้บรรลุขีดสุดแห่งเต๋า อย่างมากที่สุดก็
เพียงแสนปี
มหาจักรพรรดิที่อัจฉริยะอย่างยิ่งยวดบางคน ใช้เวลาเพียงไม่กีหมื่นปีก็ก้าว
เข้าสู่ขอบเขตมหาจักรพรรดิแล้ว
ไม่กี่หมื่นปีถึงระดับ 12 ขั้นสมบูรณ์แบบ? นี่เกือบจะทันหลินหยวนแล้ว
มีเพียงสภาพแวดล้อมการบ่มเพาะที่กฎเกณฑ์มหาเต๋าฟ้าดินปรากฏ
ชัดเจนเช่นนี้ จึงจะสามารถให้กำเนิดมหาจักรพรรดิทีละคนๆได้
“ยังมีการทำงานของมหาเต๋าต้นกำเนิด…”
หลินหยวนสัมผัสถึงความผันผวนเล็กน้อยของโลกฟ้าดินดวงตาเปล่ง
ประกาย
การทำงานของมหาเต๋าต้นกำเนิดของโลกต้นกำเนิดแห่งนี้แตกต่างจากโลก
ต้นกำเนิดสองแห่งก่อนหน้าอย่างสิ้นเชิง ยิ่งกับบริเวณช่องว่างระหว่างมิติของ
ความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลนั้นราวกับเหวลึก
การกระตุ้นต่อหลินหยวน ย่อมไม่เคยมีมาก่อน
“กลิ่นอายสมบูรณ์แบบ กลิ่นอายที่สมบูรณ์แบบของโลกต้นกำเนิดแห่งนี้ก็
เหนือกว่าโลกต้นกำเนิดแห่งที่สองอย่างมาก”
จ้าวแห่งแสงสวรรค์จ่ายราคามหาศาล หลอมรวมเข้ากับโลกต้นกำเนิดแห่ง
ที่สอง ก็เพราะอย่างหลังมีสิ่งที่เรียกว่า ‘กลิ่นอายสมบูรณ์แบบ’
ส่วนกลิ่นอายสมบูรณ์แบบที่โลกต้นกำเนิดแห่งที่สามแฝงไว้ในขณะนี้ สูง
กว่าโลกต้นกำเนิดแห่งที่สองมากนัก
กลิ่นอายสมบูรณ์แบบ เกี่ยวข้องกับระดับ 14 ยิ่งมากย่อมยิ่งดี
การเลือกมหาจักรพรรดิเทียนหยวนเป็นร่างพาหนะในการมาเยือน
ริ่
ข้อดีคือจุดเริ่มต้นสูง เป็นมหาจักรพรรดิในยุคปัจจุบันโดยตรงทรัพยากร
ของวิเศษที่สามารถได้รับได้ เหนือกว่าทางเลือกอื่นอย่างมาก
ส่วนข้อเสีย?
อันดับแรกคือปัญหาขีดจำกัดอายุขัย
อันที่จริงนี่ก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ หากไม่ใช่เพราะขีดจำกัดอายุขัย
มหาจักรพรรดิเทียนหยวนก็คงไม่ตาย หลินหยวนยิ่งไม่มีโอกาสมาเยือนเข้า
ครอบครอง
และบัดนี้ข้อเสียนี้หลินหยวนได้ผ่านพ้นไปแล้ว
ด้วยวิธีการของหลินหยวน ขอเพียงผ่านพ้นช่วงเริ่มต้นของการมาเยือนไป
ได้
โดยพื้นฐานก็หลุดพ้นจากพันธนาการขีดจำกัดอายุขัยแล้ว
ที่เรียกว่าขีดจำกัดอายุขัย มุ่งเป้าไปที่สิ่งมีชีวิตที่ต่ำกว่าระดับ 13
ภายใต้ข้อจำกัดของกฎเกณฑ์โลกแห่งนี้ วิญญาณของสิ่งมีชีวิตที่ต่ำกว่า
ระดับ 13 จะผุพัง
แต่แก่นแท้ของหลินหยวนคือสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาระดับ 13 จิตวิญญาณ
เข้าครอบครองมหาจักรพรรดิเทียนหยวน แม้จะยังไม่ได้ฟื้นฟูถึงพลังระดับ 13
ก็ไม่มีสิ่งที่เรียกว่าขีดจำกัดอายุขัย
เพราะจิตวิญญาณของหลินหยวนโดยพื้นฐานแล้วจะไม่ผุพัง
ประการที่สอง คือภัยแฝงต่างๆ ที่มาพร้อมกับฐานะมหาจักรพรรดิในยุค
ปัจจุบันของหลินหยวน
สามารถกลายเป็นมหาจักรพรรดิของเผ่ามนุษย์ได้ ต่อให้ธรรมดาเพียงใด
ก็ฝ่าฟันออกมาจากทะเลเลือดภูเขาซากศพนับไม่ถ้วน
มหาจักรพรรดิเทียนหยวนในอดีตไม่รู้ว่าสังหารอัจฉริยะเผ่าพันธุ์ต่างแดน
ไปเท่าใด กระทั่งทายาทสายตรงของจักรพรรดิสวรรค์จอมราชันย์เหล่านั้น
ช่วงเวลาที่รุ่งโรจน์ที่สุดของมหาจักรพรรดิเทียนหยวน เผ่าพันธุ์ต่างแดน
เหล่านี้ย่อมทำได้เพียงอดทน ต่อให้ภายในเผ่ามีรากฐาน
มากมาย กระทั่งจักรพรรดิสวรรค์จอมราชันย์ที่เคยตัดทอนระดับตนเองใน
อดีต
ก็ไม่เต็มใจที่จะต่อสู้เลือดสาดกับมหาจักรพรรดิในช่วงเวลาทีรุ่งโรจน์ที่สุด
คนหนึ่ง
นอกจากนี้ นอกจากเผ่าพันธุ์ต่างแดนแล้ว ยังมีจ้าวแห่งเขตต้องห้าม
จำนวนมาก ที่จ้องมองมหาจักรพรรดิเทียนหยวนตาเป็นมันเช่นกัน
ต้นกำเนิดของมหาจักรพรรดิในยุคปัจจุบันคนหนึ่ง เพียงพอที่จะหล่อเลี้ยง
จิตวิญญาณที่บิดเบี้ยวลงเรื่อยๆ ของจ้าวแห่งเขตต้องห้ามเหล่านี้
“โลกแห่งนี้ ขุมกำลังเผ่ามนุษย์อ่อนแอ ในบรรดาหมื่นเผ่าถือว่าไม่สะดุดตา
อย่างยิ่ง ก่อนที่มหาจักรพรรดิเทียนหยวนจะรุ่งเรืองขึ้นเผ่ามนุษย์ไม่เคยให้
กำเนิดผู้แข็งแกร่งระดับมหาจักรพรรดิมาก่อน”
หลินหยวนคิดในใจ
ดังนั้นหลังจากมหาจักรพรรดิเทียนหยวนกลายเป็นผู้บรรลุขีดสุดแห่งเต๋า
เผ่ามนุษย์จึงเข้าสู่ช่วงขยายตัวอย่างรวดเร็ว
เมื่อเผชิญหน้ากับเผ่ามนุษย์ที่มีมหาจักรพรรดิเทียนหยวนคอยดูแล เผ่า
พันธุ์ต่างแดนอื่นทำได้เพียงล่าถอย
แต่น่าเสียดายที่ มหาจักรพรรดิเทียนหยวนไม่ได้บ่มเพาะมหาจักรพรรดิคน
ต่อไปให้กับเผ่ามนุษย์
คาดการณ์ได้ว่า ทันทีที่มหาจักรพรรดิเทียนหยวนดับสูญ เผ่ามนุษย์จะต้อง
เผชิญกับการกวาดล้างล้างแค้นจากเผ่าพันธุ์ต่างแดนอื่น
หลินหยวนเข้าครอบครองมหาจักรพรรดิเทียนหยวน ครอบครองความ
ทรงจำทั้งหมดของมหาจักรพรรดิในยุคปัจจุบันผู้นี้
รู้ชัดว่ามหาจักรพรรดิเทียนหยวนก็ได้เตรียมการมากมายสำหรับหลังจากที่
ตนเองดับสูญไปแล้ว
เช่น ตั้งแต่เมื่อแสนปีก่อน ก็เริ่มให้เผ่ามนุษย์ลดทอนขุมกำลังลง
บัดนี้ขุมกำลังที่เผ่ามนุษย์ครอบครองอยู่ ไม่ถึงหนึ่งในพันของช่วงเวลาที่
รุ่งเรืองที่สุดเมื่อล้านปีก่อน
และมหาจักรพรรดิเทียนหยวนก็เคยลองดูว่าสามารถตัดทอนระดับตนเอง
ได้หรือไม่ ยื้อชีวิตต่อไปอย่างน่าสมเพชเหมือนจักรพรรดิสวรรค์จอมราชันย์
เหล่านั้น
แต่หากต้องการตัดทอนระดับตนเอง จำเป็นต้องเดินทางไปยังเขตต้องห้าม
‘ยมโลก’ แช่อยู่ในยมโลกเป็นเวลาหมื่นปี
เพียงเท่านี้ จึงจะสามารถยืดอายุขัยต่อไปได้ ราคาที่ต้องจ่ายคือเปลี่ยน
เป็นกายายมโลก หลังจากนั้นจะไม่สามารถก้าวหน้าต่อไปได้อีกตลอดกาล
ทว่าตอนที่มหาจักรพรรดิเทียนหยวนยังเยาว์วัย เคยสังหารทายาทหลาย
คนของจ้าวแห่งเขตต้องห้าม ‘ยมโลก’ ทั้งสองฝ่ายถือว่าผูกความแค้นถึงตาย
ต่อกัน
เดินทางไปยังเขตต้องห้ามยมโลกเพียงลำพัง มหาจักรพรรดิเทียนหยวนก็
ยังคงไม่เต็มใจ สุดท้ายก็ยังคงละทิ้งวิธีการนี้ไป
อันที่จริงแล้ว มหาจักรพรรดิจักรพรรดิสวรรค์จอมราชันย์ในอดีตที่ยินดีตัด
ทอนระดับตนเองมีไม่มากนัก
ราคาของการแช่ในยมโลก ห่างไกลกว่าเพียงแค่ไม่อาจก้าวหน้าต่อไปได้
อีกตลอดกาลเช่นนั้นมากนัก
พื่
มหาจักรพรรดิเทียนหยวนได้เตรียมการมากมายเพื่อเผ่ามนุษย์ต้องการให้
หลังจากที่ตนเองตายไปแล้ว เผ่ามนุษย์จะสามารถสืบทอดต่อไปได้มากที่สุด
เท่าที่จะเป็นไปได้
ทว่าหลินหยวนได้สังเกตการณ์เส้นเวลาอนาคต รู้ชัดว่าหลังจากมหาจักร
พรรดิเทียนหยวนตายไป เผ่ามนุษย์จะประสบกับการลบล้างจากเผ่าพันธุ์ต่าง
แดนที่แข็งแกร่งเหล่านั้น
เผ่าพันธุ์ต่างแดนที่แข็งแกร่งไม่เต็มใจที่จะเห็นเผ่ามนุษย์ให้กำเนิด
มหาจักรพรรดิอีกคนในอนาคต ดังนั้นเพื่อความไม่ผิดพลาดจึงร่วมมือกัน
ทำลายล้างเผ่ามนุษย์โดยตรง
ส่วนตัวมหาจักรพรรดิเทียนหยวนเอง?
ร่างจักรพรรดิกลับถูกจ้าวแห่งเขตต้องห้ามเหล่านั้นแบ่งปันกันไป
นี่ก็คือจุดจบสุดท้ายของมหาจักรพรรดิเทียนหยวน
แน่นอนว่านี่คือจุดจบก่อนที่หลินหยวนจะมาเยือน
หลังจากหลินหยวนมาเยือน จุดจบทั้งหมดก็ย่อมได้รับการเขียนใหม่
“เรื่องเร่งด่วนในปัจจุบัน คือฟื้นฟูพลังทั้งหมดโดยเร็วที่สุด”
หลินหยวนคิดในใจ
โลกต้นกำเนิดแห่งนี้ มหาจักรพรรดิคือผู้แข็งแกร่งระดับสูงสุด
ส่วนเหนือกว่ามหาจักรพรรดิ ก็คือเซียนโลกิยะ
และมีเพียงเซียนโลกิยะเท่านั้น ที่จะสามารถทลายขีดจำกัดอายุขัย ใช้ชีวิต
ได้อย่างอิสระเสรี
ส่วนเซียนโลกิยะ ก็เทียบเท่ากับสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาระดับ 13
อื่
ชื่
เซียนโลกิยะสูงส่งอยู่เหนือผู้อื่น แม้จะมีชื่อว่าโลกิยะ แต่กลับไม่ได้อยู่ใน
โลกิยะ
แต่อยู่ในระดับที่สูงกว่าของโลกต้นกำเนิดมหาอ้างว้าง
เซียนโลกิยะก็เป็นเป้าหมายสูงสุดของมหาจักรพรรดิ, จักรพรรดิสวรรค์,
จอมราชันย์ทุกรุ่นในอดีต
ทว่าหากต้องการกลายเป็นเซียนโลกิยะ ไม่เพียงแต่ต้องทะลวงผ่านวัฏจักร
แห่งกาลเวลา ยังต้องควบแน่นสสารอมตะให้เพียงพออีกด้วย(วังวนแห่งกาล
เวลา)
ใช้สสารอมตะบ่มเพาะกายเนื้อ ร่างกาย วิญญาณ จิตใจ ค่อยๆแปรเปลี่ยน
ไปสู่ระดับเซียนโลกิยะ
มหาจักรพรรดิทุกรุ่นล้วนเคยลองควบแน่นสสารอมตะ
ทว่าแม้ด้วยพลังของมหาจักรพรรดิ หากต้องการควบแน่นสสารอมตะใน
ปริมาณที่เพียงพอ ก็ยังต้องใช้เวลาหลายสิบล้านปีถึงร้อยล้านปี
กล่าวคือ อย่างน้อยต้องเป็นมหาจักรพรรดิที่มีชีวิตอยู่ผ่านเจ็ดแปดชาติ จึง
จะสามารถรวบรวมสสารอมตะได้เพียงพอ จากนั้นจึงเผชิญกับการทดสอบ
วัฏจักรแห่งกาลเวลา
จิตวิญญาณของหลินหยวนเป็นระดับสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลามานานแล้ว
ไม่จำเป็นต้องผ่านวัฏจักรแห่งกาลเวลาอีกครั้ง ดังนั้นเพียงต้องการควบแน่น
สสารอมตะในปริมาณที่เพียงพอ ก็สามารถกลับคืนสู่พลังสูงสุดได้
“สสารอมตะ?”
หลินหยวนสัมผัสอย่างละเอียด พบกลิ่นอายบางเบาบางอย่างทีแผ่
กระจายอยู่ในระหว่างฟ้าดินทันที
แฝงไว้ด้วยกลิ่นอายอมตะ, นิรันดร์
ก็คือสิ่งที่เรียกว่าสสารอมตะ
ที่
“มหาจักรพรรดิธรรมดาหากต้องการควบแน่นสสารอมตะในปริมาณที่
เพียงพอ ต้องใช้เวลาหลายสิบล้านปีถึงร้อยล้านปี แต่เราไม่ต้องการเวลานาน
ขนาดนั้น”
หลินหยวนคิดในใจ เขาหาใช่มหาจักรพรรดิไม่ ขอบเขตทีแท้จริงคือสิ่งมี
ชีวิตแห่งกาลเวลาระดับที่เทียบเท่าเซียนโลกิยะความเร็วในการควบแน่นสสาร
อมตะ ไม่รู้ว่าเป็นกี่เท่าของมหาจักรพรรดิเหล่านั้น
เผ่าวิญญาณ
หนึ่งในเก้าเผ่าพันธุ์ที่แข็งแกร่งที่สุดของโลกต้นกำเนิดมหาอ้างว้าง
เผ่าวิญญาณคือหนึ่งในนั้น และเป็นเผ่าพันธุ์น่าสะพรึงกลัวทีอย่างน้อยติด
อันดับหนึ่งในสาม
ในประวัติศาสตร์ของเผ่าวิญญาณ เคยให้กำเนิดจักรพรรดิสวรรค์สิบองค์
ทุกๆ ช่วงเวลาหนึ่ง ก็จะมองลงมายังโลกต้นกำเนิดมหาอ้างว้างครั้งหนึ่ง
บัดนี้ ณ ส่วนที่ลึกที่สุดของแดนบรรพชนเผ่าวิญญาณ ดวงตาคู่หนึ่งที่ราว
กับหลับใหลมานานนับยุคสมัยลืมขึ้น สายตาเย็นชา มองไปยังวังจักรพรรดิ
เทียนหยวนจากระยะไกล
จากนั้น ก็มีดวงตาอีกคู่แล้วคู่เล่าลืมขึ้น มองไปยังวังจักรพรรดิเทียนหยวน
เช่นเดียวกัน
วังจักรพรรดิเทียนหยวน คือที่พำนักของมหาจักรพรรดิเทียนหยวนในยุค
ปัจจุบัน และยังเป็นศูนย์กลางของเผ่ามนุษย์ หนึ่งในเก้าเผ่าพันธุ์ใหญ่ที่เพิ่ง
รุ่งเรืองขึ้นมาใหม่
“เทียนหยวน ก็ควรจะแก่ตายได้แล้วกระมัง”
“ด้วยรากฐานที่สั่งสมของเทียนหยวน ไม่มีทางที่จะทลายพันธนาการของ
ตนเอง มีชีวิตอยู่รอดถึงชาติที่สามได้อย่างแน่นอน”
ที่
จักรพรรดิสวรรค์เผ่าวิญญาณหลายองค์ที่ตัดทอนระดับตนเองพูดคุยกัน
คาดเดาสถานะปัจจุบันของมหาจักรพรรดิเทียนหยวน
“รออีกสักระยะหนึ่ง พวกเราก็จะฟื้นคืนชีพ บุกเข้าไปในวังจักรพรรดิเทียน
หยวน แบ่งปันกายเนื้อมหาจักรพรรดิ”
จักรพรรดิสวรรค์เผ่าวิญญาณองค์หนึ่งกล่าวเสียงเบา พวกเขาเคยเป็น
มหาจักรพรรดิจักรพรรดิสวรรค์ที่มองลงมายังโลกต้นกำเนิดมหาอ้างว้างเช่นกัน
เพียงแต่เวลาหลับใหลนานเกินไปแล้ว บวกกับผลกระทบของกายายมโลกต่อ
ตนเอง ปรารถนาอย่างยิ่งที่จะกลืนกินกายเนื้อมหาจักรพรรดิ
“ใช่ เทียนหยวนก็อยู่ตรงนั้น หนีไปที่ใดไม่ได้หรอก”
จักรพรรดิสวรรค์เผ่าวิญญาณที่เหลืออีกหลายองค์พยักหน้าพวกเขาหลัง
จากลดทอนระดับตนเองแล้ว พลังสู้มหาจักรพรรดิทีแท้จริงไม่ได้ ดังนั้นจึงไม่
เต็มใจที่จะเผชิญหน้ากับมหาจักรพรรดิเทียนหยวนที่ยังคงมีลมหายใจอยู่
เขตต้องห้าม ‘ยมโลก’
ก็มีดวงตาคู่แล้วคู่เล่าลืมขึ้นเช่นกัน สังเกตการณ์วังจักรพรรดิเทียนหยวน
อย่างละเอียด
“เทียนหยวน จนถึงบัดนี้ก็ยังไม่มา คาดว่าคงไม่เชื่อพวกเรา ไม่เชื่อ
ยมโลก”
“ช่างเถอะ เช่นนี้แม้จะยุ่งยากไปบ้าง แต่ท้ายที่สุดก็เป็นต้นกำเนิดมหาจักร
พรรดิในยุคปัจจุบัน สามารถหล่อเลี้ยงจิตใจที่ใกล้จะเหือดแห้งของพวกเราได้
อย่างมหาศาล เพียงพอที่จะลงมือด้วยตนเองสักครั้งแล้ว…”
ตัวตนทีละคนในเขตต้องห้าม ‘ยมโลก’ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอย่าง
รวดเร็ว หากมหาจักรพรรดิเทียนหยวนทำตามที่พวกเขาพูดมายังเขตต้องห้าม
อย่างว่าง่าย จากนั้นถูกกดข่ม ดูดกลืนกลืนกินต้นกำเนิด
คือผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
แต่มหาจักรพรรดิเทียนหยวนเห็นได้ชัดว่าในใจมีความสงสัย
ยอมแก่ตายก็ไม่เต็มใจที่จะมา
สิ่งนี้ทำให้ตัวตนทีละคนในเขต ‘ยมโลก’ รู้สึกยุ่งยาก
แต่ก็เป็นเพียงความยุ่งยาก
อย่างมากที่สุดก็คือฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีกขั้น การมีต้นกำเนิดมหาจักรพรรดิ
ในยุคปัจจุบันคนหนึ่งคอยหล่อเลี้ยง เพียงพอที่จะชดเชยความสูญเสียจากการ
ฟื้นคืนชีพของพวกเขาแล้ว
ผู้ที่จับตามองมหาจักรพรรดิเทียนหยวน ห่างไกลกว่าเพียงแค่เผ่าวิญญาณ
และเขตต้องห้าม ‘ยมโลก’
ตัวตนพิเศษ, ตัวตนต้องห้ามมากมายล้วนกำลังสังเกตการณ์สถานะของ
มหาจักรพรรดิเทียนหยวน
เพื่อที่จะสามารถแบ่งปันมหาจักรพรรดิเทียนหยวนในยุคปัจจุบันผู้นี้ได้ใน
ทันทีแรก
ต้องรู้ว่า มหาจักรพรรดิในยุคปัจจุบันแม้จะถึงขีดจำกัดอายุขัยแต่กายเนื้อ
ยังคงอยู่ในช่วงเวลาที่รุ่งเรืองที่สุด ที่เหือดแห้งไปคือจิตวิญญาณเท่านั้น
เมื่อเทียบกับจักรพรรดิสวรรค์จอมราชันย์เหล่านั้นที่ตัดทอนระดับตนเอง
ผ่านพ้นยุคสมัยอันยาวนานมา มหาจักรพรรดิในยุคปัจจุบันในสายตาของตัวตน
ต้องห้ามเหล่านั้น คือ ‘อาหารอันโอชะ’ ทีไม่อาจเปรียบเทียบได้
ภายในวังจักรพรรดิเทียนหยวน
หลินหยวนกำลังลองควบแน่นสสารอมตะ
กลิ่นอายทีละสายถูกแยกออกจากระหว่างฟ้าดิน ควบแน่นจนเกือบจะเป็น
รูปธรรมรวมตัวกันอยู่ต่อหน้าหลินหยวน
อื่
ที่นี้
หากมีจักรพรรดิสวรรค์จอมราชันย์คนอื่นอยู่ ณ ที่นี้ ย่อมต้องตกตะลึงจน
อ้าปากค้างอย่างแน่นอน แม้แต่พวกเขา หากต้องการควบแน่นสสารอมตะ ก็
ทำได้เพียงอาศัยการสะสมทีละเล็กทีละน้อยเป็นระยะเวลายาวนาน
แต้การทำให้สสารอมตะควบแน่นเป็นรูปธรรมรวมตัวกันเช่นนี้?
สสารอมตะที่ควบแน่นในทุกลมหายใจ เกรงว่าจะเทียบเท่ากับผลงาน
หลายร้อยปีถึงพันปีของมหาจักรพรรดิธรรมดาแล้ว
“สำเร็จแล้ว”
หลินหยวนพลันลืมตาขึ้น
มองดูสสารอมตะที่ก่อตัวขึ้นอย่างสมบูรณ์แล้วตรงหน้า บนใบหน้าเผย
สีหน้าประหลาดใจเล็กน้อย