สวรรค์บันดาล: ข้าพเจ้าสร้างวิถี - บทที่ 778 จ้าวแห่งกาลเวลา
ณ ส่วนลึกที่สุดของห้วงเวลาหมื่นมิติ, ข้างศิลาต้นกำเนิด
หลินหยวนนั่งขัดสมาธิ กำลังตรัสรู้แจ้งการรวบรวมช่วงเวลาโบราณใน
อดีตของจ้าวว่านเว่ย พร้อมกับการรวมตัวและหลอมรวมของความเข้าใจ
มากมาย เส้นเวลาทีละเส้นในที่สุดก็บรรจบโดยสมบูรณ์
และในชั่วพริบตาที่เส้นเวลาบรรจบและผนึก หลินหยวนในที่สุดก็ก้าวเข้าสู่
ระดับที่ 3 ได้สำเร็จ กลายเป็นจ้าวแห่งกาลเวลาที่แท้จริง
“ความแตกต่างที่ใหญ่ที่สุดระหว่างจ้าวฯ กับสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาที่ต่ำ
กว่าระดับที่ 3 อยู่ที่เส้นเวลาของตนเอง”
ความกระจ่างแจ้งบังเกิดขึ้นในใจหลินหยวน หากยังไม่ถึงขั้นจ้าวฯ ต่อให้
เข้าใจมากเพียงใด ก็ไม่อาจสัมผัสถึงแก่นแท้ที่แท้จริงของจ้าวฯ ได้
มีเพียงการกลายเป็นจ้าวฯ เท่านั้น เส้นเวลาในอดีตบรรจบ ไม่มีช่วงเวลา
อ่อนแออีกต่อไป และแทบจะเป็นไปไม่ได้ที่จะถูกสังหารในช่วงเวลาที่อ่อนแอ
การดำรงอยู่ที่สามารถสังหารร่างอดีต ของจ้าวฯ ได้ ย่อมสามารถสังหาร
ร่างปัจจุบัน และร่างอนาคต ของจ้าวฯ ได้เช่นกัน
และการบรรจบของเส้นเวลาในอนาคต ก็ทำให้เกิดความเชื่อมโยงระหว่าง
อนาคตและปัจจุบันของจ้าวฯ และยังขจัดความเป็นไปได้ของตัวแปรอื่นๆ ไปได้
ในระดับมาก
เท่ากับเป็นการขจัดเส้นทางที่ ‘ไร้ผล’ ออกไป
“เร็วกว่าที่คาดไว้ไม่น้อย”
รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าหลินหยวน แม้ว่าการบ่มเพาะ 《วิถีสามภพ》 จะ
ทำให้เขาแทบจะกล่าวได้ว่าต้องได้เป็นจ้าวฯ อย่างแน่นอน
นี้
แต่ตามการประเมินก่อนหน้านี้ของหลินหยวน ต่อให้อาศัย 《วิถีสามภพ》
ตนเองก็คงต้องใช้เวลาประมาณเจ็ดแปดหมื่นปี กระทั่งเกือบหนึ่งแสนปีถึงจะ
ก้าวเข้าสู่ระดับที่ 3 ได้อย่างสมบูรณ์
ทว่า ณ ส่วนลึกที่สุดของห้วงเวลาหมื่นมิตินี้ การตรัสรู้แจ้งระลอกคลื่นกาล
อวกาศอันพิเศษ การมองดู ‘ศิลาต้นกำเนิด’ และ ‘ห้วงเหวแห่งทุกข์’ ที่จ้าวว่าน
เว่ยทิ้งไว้ รวมถึงการแลกเปลี่ยนกับจ้าวฯ ในตำนาน องค์อื่น
ทำให้หลินหยวนใช้เวลาเพียงหกหมื่นปีก็บรรจบเส้นเวลาของตนเองได้
อย่างสมบูรณ์
และผลกระทบของหกหมื่นปีนี้ที่มีต่อหลินหยวน มากเกินกว่าแค่การก้าว
เข้าสู่ระดับที่ 3 เร็วขึ้นสามหมื่นปีอย่างง่ายดาย
‘ศิลาต้นกำเนิด’ และ ‘ห้วงเหวแห่งทุกข์’ ที่จ้าวว่านเว่ยทิ้งไว้ ทำให้หลิน
หยวนมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งต่อเส้นทางหลุดพ้นทั้งสองสาย ‘อนันตภาวะ
กำเนิด’และ ‘อนันตทุกข์’
โดยเฉพาะ ‘ห้วงเหวแห่งทุกข์’ ซึ่งรวบรวมภาพทุกข์ทั้งหมดที่จ้าวว่านเว่ย
ประสบ รวมถึงภาพทุกข์ที่จ้าวฯ องค์อื่นประสบ… การทดสอบอันแปลก
ประหลาดพิสดารมากมาย ทำให้หลินหยวนรู้สึกทอดถอนใจอย่างมาก
“เส้นทางหลุดพ้น ‘อนันตทุกข์’ ขั้นแรก 3,600,002,000 ทุกข์ความยาก
กลับไม่มาก ไม่เกินกว่าการมุ่งหน้าไปยังสถานที่แห่งหนึ่งในช่องว่างระหว่างมิติ
อันกว้างใหญ่เพื่อทำการทดสอบให้สำเร็จ ทุกข์สุดท้ายไม่กี่ครั้งอาจจะต้องมุ่ง
หน้าไปยังกาลอวกาศอดีต และเปลี่ยนแปลงกระบวนการของเส้นเวลาเล็ก
น้อย”
“ระดับที่ 2 1,080,000,000 ทุกข์ สำหรับจ้าวฯ แล้ว อันตรายอย่างยิ่ง ส่วน
น้อยจะเรียกร้องให้จ้าวฯ สละทุกสิ่ง เพียงใช้อนุภาคแห่งจิตวิญญาณและ
เจตจำนงจุติลงไปยังโลกพิเศษที่มีกฎเกณฑ์เข้มงวดแห่งหนึ่งเพื่อทำการทดสอบ
ให้สำเร็จ”
สีหน้าหลินหยวนครุ่นคิด
ที่
ฟิ่
โลกวัฏจักรแห่งกาลเวลาที่เขาติดอยู่ การสังหารเป้าหมายจักรพรรดิต้าเฟิ่ง
คาดว่าคือจ้าวแห่งกาลเวลาที่อยู่ในระดับที่ 2 ตามกฎเกณฑ์อันเข้มงวดของโลก
วัฏจักรแห่งกาลเวลา มีความเป็นไปได้
อย่างยิ่งว่าเป็นทุกข์สุดท้ายไม่กี่ครั้งในหนึ่งพันแปดสิบล้านทุกข์ระดับที่ 2
“ส่วนระดับที่ 3 303,000,000 ทุกข์…”
สีหน้าหลินหยวนค่อนข้างจริงจัง ทุกข์ในขั้นนี้ สอดคล้องกับระดับจ้าวฯ ใน
ตำนาน ทุกข์แต่ละครั้งล้วนยากลำบากอย่างยิ่งยวด
จากการสรุปของจ้าวว่านเว่ย ส่วนที่ยากที่สุดของทุกข์ในระดับที่ 3 คือการ
ต้องมุ่งหน้าไปยังกาลอวกาศอนาคต ขัดขวางไม่ให้เรื่องบางอย่างเกิดขึ้น
ทุกข์ครั้งที่ 200,000,000 ใน 303,000,000 ทุกข์ระดับที่ 3 ทีจ้าวว่านเว่ย
ประสบ คือการมุ่งหน้าไปยังอนาคตอันไกลโพ้น สังหารจ้าวแห่งกาลเวลาที่
พิเศษองค์หนึ่ง
ก็เพราะการต่อสู้ครั้งนี้เอง ที่ทำให้จ้าวว่านเว่ยสูญเสียความเชื่อมั่นต่อ
‘อนันตทุกข์’ ไปโดยสิ้นเชิง แม้สุดท้ายจะผ่านการทดสอบได้สำเร็จอย่างยาก
ลำบาก ก็หันไปเลือกที่จะท้าทายการเป็นสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาที่สมบูรณ์แบบ
แทน
“การต่อสู้ครั้งนั้น…”
หลินหยวนขมวดคิ้วเล็กน้อย จ้าวว่านเว่ยกล่าวถึงการต่อสู้ครั้งนี้แต่ส่วน
สำคัญกลับถูกลบทิ้งไป
“เจตจำนงแห่งมรรคาวิถีอันยิ่งใหญ่แห่งกฎเกณฑ์สูงสุดไม่อนุญาตให้เผย
แพร่?”
สีหน้าหลินหยวนครุ่นคิด จ้าวฯ ในตำนานองค์อื่นในพื้นที่ส่วนลึกที่สุดคาด
การณ์เช่นนี้ การดำรงอยู่ที่ลบข้อมูลสำคัญส่วนนี้ทิ้งไปก็คือเจตจำนงแห่งมรรคา
วิถีอันยิ่งใหญ่แห่งกฎเกณฑ์สูงสุดนั่นเอง
ขึ้
ที่
นั้
“เกิดอะไรขึ้นในการต่อสู้กันแน่? หรือว่าจ้าวแห่งกาลเวลาที่ต้องสังหารนั้น
พิเศษอย่างยิ่ง? ทำให้จ้าวว่านเว่ยตระหนักว่าตนเองไม่มีวันมีความหวังที่จะ
ผ่านเส้นทางหลุดพ้น ‘อนันตทุกข์’ ได้ตลอดไป?”
หลินหยวนค่อนข้างอยากรู้ในใจ
การดำรงอยู่เช่นจ้าวว่านเว่ย ประสบทุกข์มาไม่รู้เท่าไหร่ สภาพจิตใจมั่นคง
เพียงใด? การจะทำให้ท่านยอมแพ้ต่อเส้นทางหลุดพ้นทีใกล้จะถึงจุดสิ้นสุดแล้ว
เส้นทางหนึ่ง? ต้องถูกกระตุ้นรุนแรงเพียงใด?
ความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล
“หึ่ง——”
พร้อมกับการที่หลินหยวนก้าวเข้าสู่ระดับที่ 3 แก่นแท้แห่งชีวิตเริ่มแปร
เปลี่ยน จิตวิญญาณและเจตจำนง เริ่มยกระดับอย่างรวดเร็วสามารถแทรกซึม
เข้าไปในความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลทีสมบูรณ์ได้อย่างง่ายดาย
เนื่องจากหลินหยวนเป็นสิ่งมีชีวิตแห่งความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล
ความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลจึงไม่มีการต่อต้านใดๆ ต่อเขา ดังนั้นหลิน
หยวนจึงรับรู้ข้อมูลหนึ่งได้อย่างง่ายดายยิ่ง
นั่นคือเขาสามารถหลอมรวมความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลทั้งผืนได้
กลายเป็นจ้าวแห่งความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล
จ้าวแห่งความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล ต่อให้ความว่างเปล่าแห่งความ
โกลาหลเข้าสู่วัฏจักรแห่งมหาดับสูญ ก็ไม่จำเป็นต้องจากไป ยังคงสามารถอยู่ใน
ความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลได้
ต้องรู้ว่า ไม่ว่าจะเป็นความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล หรือห้วงมิติชั้นยอด
อื่นๆ เมื่อเริ่มเข้าสู่มหาดับสูญ สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาที่ถือกำเนิดเกิดขึ้นล้วน
ต้องจากไป
หากไม่จากไป ก็ต้องดับสลายไปพร้อมกับมหาดับสูญของความว่างเปล่า
แห่งความโกลาหล
และความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลหลังจากผ่านวัฏจักรแห่งมหาดับสูญ
ที่สมบูรณ์แล้ว ก็จะไม่ยอมรับสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาเดิมให้กลับเข้ามาอีก
การที่หลินหยวนหลอมรวมความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลเท่ากับว่าไม่
ว่าจะผ่านไปกี่วัฏจักรแห่งมหาดับสูญ ก็ยังคงสามารถพำนักอยู่ในความว่าง
เปล่าแห่งความโกลาหลได้อย่างถาวร
“นี่คือ ‘สวัสดิการ’ ของการกลายเป็นจ้าวแห่งกาลเวลาภายในหนึ่งวัฏจักร
แห่งมหาดับสูญ หลอมรวมห้วงมิติชั้นยอดแห่งหนึ่งโดยสมบูรณ์?” ความคิดของ
หลินหยวนหมุนวน
การหลอมรวมห้วงมิติชั้นยอดแห่งหนึ่ง มีประโยชน์มากมายเหลือเกิน
ประการแรกคือสามารถได้รับการคุ้มครองจากห้วงมิติชั้นยอดแห่งนี้
ไม่ว่าจะเป็นวิธีการโจมตีแบบใด ต่อให้เป็นการดำรงอยู่ระดับจ้าวว่านเว่ย
เมื่อผ่านการขัดขวางของห้วงมิติชั้นยอดแล้ว ย่อมต้องถูกลดทอนลง
ห้วงมิติชั้นยอดอย่างความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล แม้ขนาดจะเทียบ
ได้เพียงจ้าวแห่งกาลเวลา แต่กลับมีมรรคาวิถีอันยิ่งใหญ่แห่งกฎเกณฑ์สูงสุด
แห่งมิติอนันต์ครอบคลุมอยู่ เรียกได้ว่าเป็นวิธีการรักษาชีวิตที่แข็งแกร่งที่สุด
แน่นอนว่า การจะหลอมรวมห้วงมิติชั้นยอดแห่งหนึ่ง เงื่อนไขคือต้องกลาย
เป็นจ้าวฯ ภายในหนึ่งวัฏจักรแห่งมหาดับสูญ
ยังมีเงื่อนไขอีกประการหนึ่ง คือต้องเป็นสิ่งมีชีวิตที่ถือกำเนิดขึ้นในห้วงมิติ
แห่งนี้ตามปกติ เช่น สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาหรือกระทั่งจ้าวฯ อื่นๆ ที่ใช้ต้นทุน
มหาศาลเพื่อหลอมรวมเข้ามานั้นไม่นับ
สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาหรือจ้าวฯ ที่หลอมรวมเข้ามาอย่างฝืนใจจะถูกห้วง
มิติทั้งผืนต่อต้าน ต่อให้สุดท้ายฟื้นฟูพลังกลับมาถึงระดับจ้าวฯ ก็ไม่สามารถ
หลอมรวมได้สำเร็จ
นับตั้งแต่กำเนิดมิติอนันต์ หลินหยวนคาดว่าจะเป็นสิ่งมีชีวิตแรกที่กลาย
เป็นจ้าวฯ ในห้วงมิติชั้นยอดแห่งหนึ่งภายในหนึ่งวัฏจักรแห่งมหาดับสูญ เพราะ
ก่อนหน้านี้ไม่เคยได้ยินมาก่อนว่าห้วงมิติยังสามารถหลอมรวมได้?
ทิ้
ที่
กี่
ต่อให้เป็นจ้าวว่านเว่ยก็ไม่เคยทิ้งข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้องไว้จ้าวฯ ใน
ตำนานองค์อื่นก็ไม่เคยได้ยินเรื่องประเภทนี้เช่นกัน
“โลกต้นกำเนิดอื่นๆ อีกหลายแห่งกลับหลอมรวมไม่ได้…”
หลินหยวนคิดในใจ เมื่อเทียบกับห้วงมิติชั้นยอดปกติ โลกต้นกำเนิดพิเศษ
กว่ามาก
เกี่ยวกับเรื่องนี้ หลินหยวนกลับไม่ได้ประหลาดใจอะไร เซียนจักรพรรดิ
ซานซื่อ และเซียนจักรพรรดิอีกสององค์ในโลกต้นกำเนิดแห่งที่สาม อาศัยความ
พิเศษของโลกต้นกำเนิด กลายเป็นจ้าวฯภายในหนึ่งวัฏจักรแห่งมหาดับสูญ แต่
ก็ยังไม่ได้หลอมรวมโลกต้นกำเนิด
“โลกต้นกำเนิดแห่งที่สาม เนื่องจากการร่วงหล่นของโลกแห่งภาพลวงตา
ไม่อาจถือได้ว่าเป็นโลกต้นกำเนิดปกติอีกต่อไปแล้วอายุขัยที่ดำรงอยู่ยาวนาน
กว่าหนึ่งวัฏจักรแห่งมหาดับสูญมากนัก”
หลินหยวนคิดในใจ
จากจุดนี้ก็สามารถมองเห็นความพิเศษของโลกต้นกำเนิดได้
“ช่างเถอะ หลอมรวมความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลก่อน”
ความคิดหลินหยวนเคลื่อนไหวเล็กน้อย เริ่มหลอมรวมความว่างเปล่าแห่ง
ความโกลาหลทั้งผืน
จักรวาลภายในร่างกายของเขา ปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นขนาดหรือความใหญ่
เล็ก ล้วนเหนือกว่าความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลโดยสิ้นเชิง แต่ท้ายที่สุดก็
ไม่ใช่สิ่งที่เจตจำนงแห่งมรรคาวิถีอันยิ่งใหญ่แห่งกฎเกณฑ์สูงสุดให้กำเนิด ขาด
ซึ่งมนต์ขลังอันพิเศษบางอย่าง
ความแตกต่างที่ชัดเจนที่สุด คือความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลสามารถ
ให้กำเนิดสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาทีละองค์ๆ ได้
สิ่
แต่จักรวาลภายในร่างกายของหลินหยวน กลับไม่สามารถให้กำเนิดสิ่งมี
ชีวิตแห่งกาลเวลาที่แท้จริงได้ วิญญาณแห่ง ‘ต้นธรรมวิถี’ ที่กำลังตกอยู่ใน
วัฏจักรแห่งกาลเวลาในปัจจุบัน ก็ไม่ใช่สิ่งที่จักรวาลภายในร่างกายให้กำเนิด แต่
มาจากช่องว่างระหว่างมิติอันกว้างใหญ่
การหลอมรวมความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล มีประโยชน์ต่อการ
ปรับปรุงจักรวาลภายในร่างกายของหลินหยวนในระดับจุลภาค
ครืน ครืน ครืน——
ขณะที่หลินหยวนลงมือหลอมรวม ความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลทั้งผืน
ก็ได้รับผลกระทบโดยธรรมชาติ
หมื่นพันมหาเต๋า กระทั่งมหาเต๋าต้นกำเนิดก็เริ่มสั่นสะเทือนหมัวซวีจวิน
และสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาทีละองค์ๆ สัมผัสได้ถึงความเคลื่อนไหว ต่างปรากฏ
กายออกมาตรวจสอบ
“เกิดเรื่องใดขึ้น?”
“เหตุใดข้าถึงรู้สึกว่ากลิ่นอายของความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลกำลัง
เปลี่ยนแปลง?”
หมัวซวีจวินและสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาอื่นๆ ตกตะลึงอย่างยิ่ง
ทันใดนั้น
ข้อมูลสายหนึ่งถูกส่งเข้าสู่จิตใจของสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาทุกองค์
“ข้าก้าวเข้าสู่ระดับที่ 3 แล้ว กำลังหลอมรวมความว่างเปล่าแห่งความ
โกลาหล”
เสียงของหลินหยวนดังมา
ทำให้ความไม่สบายใจในใจของหมัวซวีจวินและสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลา
อื่นๆ สลายไป
สิ่
ที่
ที่ยิ่
แต่สิ่งที่ตามมาติดๆ คือความตกตะลึงที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม
“ระดับที่ 3? หยินเหอกลายเป็นจ้าวฯ แล้วรึ?”
สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลา ‘จู้อิน’ กล่าวอย่างเหม่อลอย
สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาแบ่งออกเป็นสามระดับ ระดับที่ 3 ถูกเรียกว่าจ้าว
แห่งกาลเวลา
“เหลือเชื่อเกินไปแล้ว”
สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาอีกองค์ทอดถอนใจ แม้ว่าพวกพระองค์จะมองเห็น
ศักยภาพอันไร้ขีดจำกัดของหลินหยวนมานานแล้ว แต่การกลายเป็นจ้าวแห่ง
กาลเวลาเร็วถึงเพียงนี้? นับจากที่หลินหยวนก้าวเข้าสู่ระดับ 13 เพิ่งผ่านไปนาน
เท่าใดกัน?
“หยินเหอ…”
สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาที่เพิ่งเลื่อนขั้น ‘หลัวโหว’ค่อนข้างงุนงง
เพราะได้รับอนุญาตจากหลินหยวน ท่านจึงตรัสรู้แจ้งในมิติเทียนเหอเป็น
เวลาหลายหมื่นปี เดิมทีคิดว่าลดช่องว่างกับหลินหยวนลงได้บ้างแล้ว ผลคือ
พริบตาเดียวอีกฝ่ายกลับกลายเป็นจ้าวฯ ไปแล้วรึ?
“ข้ายังก้าวเข้าสู่ระดับ 13 ก่อน ‘หยินเหอ’ ช่วงหนึ่งด้วยซ้ำ…”
สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาที่เพิ่งเลื่อนขั้น ‘หลัวโหว’ รู้สึกทอดถอนใจเล็กน้อย
“เจ้าแค่ก่อนหน้าช่วงหนึ่ง พวกเราล้วนก่อนหน้าเกินครึ่งของวัฏจักรแห่ง
มหาดับสูญแล้ว”
สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาอื่นๆ กรอกตา
สิ่งที่สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาทุกองค์ไม่รู้คือ หลินหยวนในตอนนีแม้จะเพิ่ง
ก้าวเข้าสู่ระดับที่ 3 เข้าร่วมขอบเขตจ้าวฯ แต่พลังต่อสู้ทีแท้จริง กลับเหนือกว่า
จ้าวฯ เกือบทั้งหมด ต่อให้ในหมู่จ้าวฯ ในตำนาน ก็ถือว่าแข็งแกร่ง
รั้
ไม่เคยประสบทุกข์ใดๆ ใน ‘อนันตทุกข์’ เลยแม้แต่ครั้งเดียว แต่กลับมีพลัง
ระดับนี้ เรียกได้ว่าไม่เคยมีมาก่อน
“หยินเหอหลอมรวมความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล ต่อให้ประสบ
วัฏจักรแห่งมหาดับสูญ พวกเราก็ไม่จำเป็นต้องจากไปแล้ว”
หมัวซวีจวินกล่าวเสียงเบา ในข้อมูลที่หลินหยวนส่งมายังจิตใจของพวก
พระองค์ ก็ได้แนะนำประโยชน์ของการหลอมรวมความว่างเปล่าแห่งความ
โกลาหลไว้เล็กน้อยเช่นกัน
หลังจากหลอมรวมความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลแล้ว หลินหยวนก็คือ
เจ้าของที่แท้จริงของความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล ขอเพียงยินยอม ต่อให้
ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาที่ความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลให้กำเนิด ก็
สามารถให้เข้ามาได้
“เป็นเช่นนั้น”
สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาทีละองค์ๆ หัวใจเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้น
ส่วนลึกที่สุดของห้วงเวลาหมื่นมิติ
หลังจากหลินหยวนหลอมรวมความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลโดย
สมบูรณ์แล้ว ก็หยั่งรู้ถึงแก่นแท้มากมายของห้วงมิติชั้นยอดแห่งนี้บวกกับการ
สะสมของตนเอง คอขวดมากมายที่ขัดขวางตนเองอยู่ก็เริ่มสลายไปอย่าง
รวดเร็ว
“ผิดแล้ว ทิศทางของไท่ที่สามใน 《ห้าไท่กำเนิดฟ้า》 ผิดแล้ว”
แววตาหลินหยวนเปล่งประกาย เมื่อห้าหมื่นห้าพันปีก่อน เขาก็ได้สร้าง
สรรค์ไท่ที่สอง ‘มหากำเนิด’ ใน 《ห้าไท่กำเนิดฟ้า》 ขึ้นมาแล้ว
《ห้าไท่กำเนิดฟ้า》 คือผลแห่งเต๋าตลอดชีวิต ของหลินหยวนรวมกันอยู่ ไท่
แรกคือ ‘มหาปฐมกาล’ ไท่ที่สองคือ ‘มหากำเนิด’
หลังจากหลินหยวนตรัสรู้แจ้งสองไท่แรกแล้ว ก็ต้องการต่อยอดสร้างสรรค์
ไท่ที่สามบนพื้นฐานของสองไท่นี้โดยธรรมชาติ
เพียงแต่กลับยังไม่สามารถก้าวสุดท้ายออกมาได้ รู้สึกไม่ถูกต้องอย่างเลือน
ราง
บัดนี้ก้าวเข้าสู่ระดับที่ 3 กลายเป็นจ้าวแห่งกาลเวลา ขอบเขตยกระดับ
ทัศนวิสัยกว้างไกล บวกกับความเข้าใจหลังจากการหลอมรวมความว่างเปล่า
แห่งความโกลาหล ก็ค้นพบทันทีว่าทิศทางของไท่ที่สามใน 《ห้าไท่กำเนิดฟ้า》
เกิดปัญหาขึ้น
“ไท่ที่สามใน 《ห้าไท่กำเนิดฟ้า》 ไม่ควรเป็นการต่อยอดของไท่แรกและไท่
ที่สอง แต่ควรเป็นจุดเริ่มต้นของพวกมัน”
หลินหยวนกระปรี้กระเปร่ามีชีวิตชีวา “หรือกล่าวอีกนัยหนึ่ง ไท่นีต่างหาก
คือไท่แรกที่แท้จริง ส่วน ‘มหาปฐมกาล’ และ ‘มหากำเนิด’ เดิมที กลับเป็นไท่ที่
สองและไท่ที่สาม”
หลินหยวนยื่นมือขวาออก กลิ่นอายใหม่เอี่ยมถือกำเนิดและรวมตัวกันที่
ปลายนิ้ว
“สิ่งที่เราต้องสร้างสรรค์ ควรจะเป็นไท่แรกใน 《ห้าไท่กำเนิดฟ้า 》 ไท่แรก
ตามความหมายที่แท้จริง——มหาศูนยตา”
ในส่วนลึกของดวงตาหลินหยวน กลิ่นอายสามชนิดสอดประสานกันอย่าง
ต่อเนื่อง คือสามไท่ใน 《ห้าไท่กำเนิดฟ้า》 มหาศูนยตา มหาปฐมกาล มหากำเนิด
“ไท่ที่สี่…”
หลินหยวนเริ่มอนุมานสร้างสรรค์ไท่ที่สี่ การกำหนดลำดับของสามไท่แรก
ใน 《ห้าไท่กำเนิดฟ้า》 ใหม่อีกครั้ง ทำให้หลินหยวนสัมผัสได้ทันทีว่าไท่ที่สี่อยู่ไม่
ไกลแล้ว
“หยินเหอ ยินดีด้วย” ในขณะนั้นเอง เสียงของจ้าวฯ ในตำนานจือกวงก็ดัง
มา
ที่
การบรรจบและผนึกเส้นเวลาของหลินหยวน การก้าวเข้าสู่ระดับที่ 3 การ
เปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับตนเอง ย่อมไม่อาจปิดบังจ้าวฯ ในตำนานในพื้นที่ได้
อย่างไรก็ตาม จ้าวฯ ในตำนานทุกองค์ไม่ได้ส่งเสียงรบกวนทันทีแต่รอจน
หลินหยวนปรับลมหายใจของตนเองให้มั่นคงแล้ว ถึงได้กล่าวแสดงความยินดี
หลินหยวนเงยหน้ามองจ้าวฯ ในตำนานจื่อกวง ยิ้มกล่าว: “ที่ข้าสามารถ
ก้าวเข้าสู่ระดับที่ 3 ได้เร็วถึงเพียงนี้ ก็ต้องขอบคุณท่านทีช่วยไขข้อข้องใจให้
ข้า”
ตลอดการบ่มเพาะหกหมื่นปีที่ผ่านมา หลินหยวนมักจะแลกเปลี่ยนกับ
จ้าวฯ ในตำนานทุกองค์ จ้าวฯ ในตำนานจื่อกวงชี้แนะหลินหยวนหลายอย่าง
“ไม่มีข้า ท่านก็สามารถมาถึงขั้นนี้ได้” จ้าวฯ ในตำนานจื่อกวงยิ้มกล่าว
“หยินเหอ ยินดีด้วย”
“หยินเหอ ยินดีด้วยที่ได้เป็นจ้าวฯ”
เสียงของจ้าวฯ ในตำนานองค์อื่นๆก็แสดงความยินดีตามมาทีละองค์ๆ
จ้าวฯ ในตำนานทุกองค์แสดงความเป็นมิตรอย่างยิ่ง อย่างไรเสียอนาคต
ของหลินหยวนก็น่าสะพรึงกลัวเกินไป หากสามารถรักษาระยะห่างได้ย่อมต้อง
รักษาระยะห่าง แต่หากไม่สามารถรักษาระยะห่างได้ จำเป็นต้องติดต่อกัน ย่อม
ต้องแสดงความปรารถนาดีและความกระตือรือร้นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของตนเอง
ออกมา
“หยินเหอ รู้สึกอย่างไรบ้าง?”
จ้าวฯ ในตำนานจื่อกวงมองหลินหยวน
“หลังจากกลายเป็นจ้าวฯ แล้ว ถึงได้ตระหนักถึงความเล็กน้อยของ
ตนเอง…”
หลินหยวนส่ายหัวเล็กน้อย การก้าวเข้าสู่ระดับที่ 3 การแปรเปลี่ยนและยก
ระดับของจิตวิญญาณและเจตจำนง ทำให้เขาสัมผัสได้โดยตรงถึงการดำรงอยู่
ยิ่
ญญ
ยู่
ของเจตจำนงแห่งมรรคาวิถีอันยิ่งใหญ่แห่งกฎเกณฑ์สูงสุดแห่งมิติอนันต์
นั่นคือพลังที่แทรกซึมไปทั่วทุกมิติอนันต์ ต่อให้เป็นจ้าวฯ ในตำนาน ก็ไม่
นับเป็นสิ่งใดเมื่ออยู่ต่อหน้ามัน…