สวรรค์บันดาล: ข้าพเจ้าสร้างวิถี - บทที่ 779 ตำนาน (จบบท)
ห้วงมิติ และโลกมิติ ต่างๆ ล้วนดำเนินไปภายใต้เจตจำนงแห่งมรรคาวิถีอัน
ยิ่งใหญ่แห่งกฎเกณฑ์สูงสุด
เส้นเวลามากมาย ก็แผ่ขยายออกไปในขอบเขตที่เจตจำนงแห่งมรรคาวิถี
อันยิ่งใหญ่แห่งกฎเกณฑ์สูงสุดอนุญาต
กระทั่งการกำเนิดของสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาหรือการทดสอบของโลก
วัฏจักรแห่งกาลเวลา ว่าจะเป็นอะไร ก็ขึ้นอยู่กับเจตจำนงแห่งมรรคาวิถีอันยิ่ง
ใหญ่แห่งกฎเกณฑ์สูงสุดเช่นกัน
ดังนั้น จ้าวฯ ในตำนาน ที่ทรงพลังหลายองค์จึง ‘กล่าวติดตลก’ ว่า——
หากไม่ใช่เพราะเจตจำนงแห่งมรรคาวิถีอันยิ่งใหญ่แห่งกฎเกณฑ์สูงสุดไม่มี
ความคิดที่ชัดเจน เพียงแค่ดำรงรักษามิติอนันต์ให้ดำเนินไปตามสัญชาตญาณ
เช่นนั้นแล้ว มันก็คือสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาที่สมบูรณ์แบบระดับ 14 เพียง
หนึ่งเดียว
“เป็นเช่นนั้น จ้าวฯ ในตำนานดูเหมือนจะแข็งแกร่งและลึกลับ แต่จริงๆ
แล้วน่าเวทนายิ่งนัก…”
จ้าวฯ ในตำนานจื่อกวง หัวเราะเยาะตนเอง เมื่อถึงระดับจ้าวฯ ในตำนาน
โดยพื้นฐานแล้วถือว่าไม่มีทางก้าวหน้าต่อไปได้อีก ทำได้เพียงเลือกเส้นทาง
หลุดพ้นสามสายที่ดูเหมือนโอกาสจะใกล้เคียงศูนย์อย่างไม่สิ้นสุดเป็นเป้าหมาย
เท่านั้น
แข็งแกร่งถึงขั้นจ้าวว่านเว่ย เช่นนี้ สุดท้ายก็ยังดับสูญไป
ในอดีตกาลอันยาวนานและเก่าแก่ จ้าวฯ ในตำนานที่ดับสูญไปเช่นเดียว
กับจ้าวว่านเว่ยนั้นมีมากกว่าหนึ่งองค์อย่างแน่นอน
จ้าวฯ ในตำนานหลายองค์ดับสูญไปอย่างเงียบเชียบ ไม่ได้เปิดห้วงเวลา
หมื่นมิติ ก่อนที่จะดับสูญไปโดยสิ้นเชิงเหมือนจ้าวว่านเว่ย
หลินหยวนพยักหน้า
ยิ่งแข็งแกร่ง ก็ยิ่งเล็กน้อย
“อนันตทุกข์…”
จิตวิญญาณและเจตจำนงของหลินหยวนสัมผัสได้ถึงมรรคาวิถีอันยิ่งใหญ่
แห่งกฎเกณฑ์สูงสุด ขณะเดียวกันก็สัมผัสได้ถึง ‘อนันตทุกข์’ ที่ก่อตัวขึ้นภายใต้
การดำเนินไปของมรรคาวิถีอันยิ่งใหญ่แห่งกฎเกณฑ์สูงสุด
เพียงแค่ใช้จิตวิญญาณของตนเองสัมผัสกับเจตจำนงแห่งมรรคาวิถีอันยิ่ง
ใหญ่แห่งกฎเกณฑ์สูงสุด ก็สามารถเปิดเส้นทางหลุดพ้น
‘อนันตทุกข์’ ได้ เจตจำนงแห่งมรรคาวิถีอันยิ่งใหญ่แห่งกฎเกณฑ์สูงสุดจะ
ส่งทุกข์ลงมาด้วยตนเอง
หลินหยวนเพียงแค่ต้องผ่านมันไปให้ได้ ก็จะได้รับพรจากมรรคาวิถีอันยิ่ง
ใหญ่แห่งกฎเกณฑ์สูงสุด พลังของตนเองจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
“ไม่น่าแปลกใจที่จ้าวฯ จำนวนมากต่างก็เชื่อว่า ‘อนันตทุกข์’ คือเส้นทาง
หลุดพ้น ย่อมไม่ใช่เพียงเพราะมีต้นกำเนิดโดยตรงจากเจตจำนงแห่งมรรคาวิถี
อันยิ่งใหญ่แห่งกฎเกณฑ์สูงสุดเท่านั้น”
หลินหยวนคิดในใจอย่างเงียบๆ
หลังจากกลายเป็นจ้าวฯ ในตำนาน จิตวิญญาณและเจตจำนงได้สัมผัสกับ
เจตจำนงแห่งมรรคาวิถีอันยิ่งใหญ่แห่งกฎเกณฑ์สูงสุดโดยตรง หลินหยวนก็
สัมผัสได้อย่างชัดเจนถึงการยกระดับพลังของจ้าวฯ ทุกครั้งที่ผ่านทุกข์ไปได้
แม้ว่าระดับการยกระดับของแต่ละทุกข์จะไม่มาก แต่ทั้งสามระดับเทียบ
เท่ากับหลายพันล้านครั้งของทุกข์ ก็เท่ากับการยกระดับหลายพันล้านครั้ง หาก
สามารถผ่านไปได้อย่างราบรื่นจริงๆ ต่อให้ไม่หลุดพ้นก็ต้องหลุดพ้นแล้ว
ยิ่
ซึ่
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 303,000,000 ทุกข์ ในระดับสุดท้าย ซึ่งสอดคล้องกับ
ระดับจ้าวฯ ในตำนาน การยกระดับในแต่ละครั้งที่ผ่านไปถือว่าใหญ่หลวงมาก
ร่างกายและจิตวิญญาณทุกด้านจะได้รับการ
ยกระดับ กระทั่งยังจะได้รับพลังศักดิ์สิทธิ์ที่เจตจำนงแห่งมรรคาวิถีอันยิ่ง
ใหญ่แห่งกฎเกณฑ์สูงสุดมอบให้โดยตรง
“หลังจากกลายเป็นจ้าวฯ ในตำนานแล้ว เราพอจะสัมผัสได้ถึงตำแหน่ง
คร่าวๆ ของโลกต้นกำเนิดที่เราเคยจุติลงไปแล้ว”
สีหน้าหลินหยวนครุ่นคิด สายตามองไปยังทิศทางหลายแห่งจากระยะไกล
ตลอดการบ่มเพาะหกหมื่นปี นอกจากโลกต้นกำเนิดสี่แห่งที่เคยจุติลงไป
ก่อนหน้านี้แล้ว หลินหยวนยังได้จุติลงไปยังโลกต้นกำเนิดแห่งที่ห้าและโลกต้น
กำเนิดแห่งที่หกตามลำดับ
โลกต้นกำเนิดแห่งที่ห้าเป็นโลกแห่งการบำเพ็ญที่ปกติอย่างยิ่งส่วนโลกต้น
กำเนิดแห่งที่หกกลับพิเศษอย่างยิ่งยวด
โลกต้นกำเนิดแห่งที่หกไม่ใหญ่โตนัก เทียบไม่ได้เลยกับความว่างเปล่าแห่ง
ความโกลาหลด้วยซ้ำ พื้นที่ประมาณเท่ากับจักรวาลโดยกำเนิดแห่งหนึ่งภายใน
ความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล
และสิ่งมีชีวิตภายในจักรวาลก็ไม่แข็งแกร่ง ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดก็มีเพียง
ระดับ 6 เท่านั้น
แต่กฎเกณฑ์ของโลกต้นกำเนิดแห่งนี้กลับน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่งเป็นมหา
เต๋าต้นกำเนิดอันพิเศษที่เกิดจากการหลอมรวมมหาเต๋าต้นกำเนิดสองสายคือ
มายาและความจริงอย่างสมบูรณ์
สิ่งมีชีวิตในโลกต้นกำเนิดแห่งนี้ ขอเพียงถือกำเนิดขึ้น จิตใจก็จะสามารถ
เข้าสู่โลกเสมือนแห่งหนึ่งได้
สำหรับสิ่งมีชีวิตภายในโลกต้นกำเนิดแล้ว โลกเสมือนล้วนเป็นสิ่งที่สร้าง
ขึ้นมา
พื้
ที่
แต่จริงๆ แล้วกลับเป็นของจริง ล้วนเป็นพื้นที่ช่องว่างระหว่างมิติอันกว้าง
ใหญ่ภายนอกโลกต้นกำเนิดแห่งนี้
สิ่งมีชีวิตภายในโลกต้นกำเนิด หลังจากเข้าสู่โลกเสมือนแล้วจริงๆ แล้วจะ
เข้าแทนที่สิ่งมีชีวิตในช่องว่างระหว่างมิติที่ทรงพลังทีละตน ใช้ร่างกายของสิ่งมี
ชีวิตเหล่านี้ในการบ่มเพาะ ล่าสังหารท้าทายสิ่งที่เรียกว่า ‘บอส’ ซึ่งก็คือสิ่งมี
ชีวิตแห่งกาลเวลานั่นเอง
ในช่วงรุ่งเรืองที่สุดของโลกต้นกำเนิดแห่งที่หก มีพลังต่อสู้ของสิ่งมีชีวิต
แห่งกาลเวลาหลายหมื่นตนให้ใช้งาน และจ้าวแห่งกาลเวลาอีกสิบกว่าองค์
เกือบจะผลักดันไปทั่วทั้งผืนของช่องว่างระหว่างมิติอันกว้างใหญ่นั้นแล้ว
หากไม่ใช่เพราะหลินหยวนจุติลงไปยังโลกต้นกำเนิดแห่งนั้นผ่านประตูสู่
ภพหมื่น เขาก็คงจินตนาการไม่ออกเลยว่าห้วงมิติที่ทรงพลังเช่นนี้ เหตุใดแก่น
แท้กลับอ่อนแอถึงเพียงนี้?
สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาและจ้าวแห่งกาลเวลาภายนอกที่มีวิธีการอันน่าสะ
พรึงกลัวเหล่านั้น แท้จริงแล้วกลับถูกควบคุมโดยกลุ่มสิ่งมีชีวิตอ่อนแอที่ยังไม่
ถึงระดับ 6 ด้วยซ้ำ
และเนื่องจากมหาเต๋าที่หลอมรวมต้นกำเนิดมายาและความจริงทำให้โลก
ต้นกำเนิดแห่งนี้อยู่กึ่งกลางระหว่างความจริงและมายา ต่อให้เป็นจ้าวฯ ใน
ตำนาน ก็ไม่สามารถระบุตำแหน่งพิกัดที่ชัดเจนได้
การจุติลงไปยังโลกต้นกำเนิดเช่นนี้ ก็มีประโยชน์อย่างมากต่อการตรัสรู้
แจ้งมายาและความจริงของหลินหยวน พลังศักดิ์สิทธิ์ที่ปลุกขึ้นมาในร่างกายก็
มหัศจรรย์เช่นกัน
【ชื่อ: หลินหยวน】
【สถานะ: ผู้ครอบครองประตูสู่ภพหมื่น】
【พรสวรรค์ผูกพัน: ความเข้าใจท้าทายสวรรค์】
【พลังศักดิ์สิทธิ์: เกิดใหม่จากหยดเลือด】
ดิ์
ธิ์
ลื่
【พลังศักดิ์สิทธิ์: เคลื่อนภูผา】
【พลังศักดิ์สิทธิ์: เสริมสร้าง】
【พลังศักดิ์สิทธิ์: ร่างธาตุ】
【พลังศักดิ์สิทธิ์: โลก】
【พลังศักดิ์สิทธิ์: ฉีกฟ้า】
【พลังศักดิ์สิทธิ์: ตะวันเพลิงนิรันดร์ผลาญสวรรค์】
【พลังศักดิ์สิทธิ์: ศักดิ์ฐานะจ้าวฯ】
【พลังศักดิ์สิทธิ์: ร่างอดีต】
【พลังศักดิ์สิทธิ์: คืนสู่ต้นกำเนิด】
【พลังศักดิ์สิทธิ์: แปลงปีกทะยานเซียน】
【พลังศักดิ์สิทธิ์: กายามายาจริง】
ตัวอักษรลวงตาทีละบรรทัดปรากฏขึ้นใต้สายตา คือบันทึกพลังศักดิ์สิทธิ์ที่
หลินหยวนครอบครองซึ่งมาจากประตูสู่ภพหมื่น
พลังศักดิ์สิทธิ์ ‘ร่างอดีต’ คือพลังศักดิ์สิทธิ์ทางร่างกายที่หลินหยวนปลุก
ขึ้นมาในโลกต้นกำเนิดมหาอ้างว้าง มาจากเซียนจักรพรรดิซานซื่อ อาศัยพลัง
ศักดิ์สิทธิ์นี้ หลินหยวนจึงฝึก 《วิถีสามภพ》สำเร็จ โดยพื้นฐานแล้วเป็นการปูทาง
สู่การเป็นจ้าวฯ ของตนเอง
แม้ว่า ‘ร่างอดีต’ จะไม่ได้เพิ่มพลังต่อสู้ให้หลินหยวนโดยตรง แต่กลับช่วย
ประหยัดเวลาและพลังงานไปไม่รู้เท่าไหร่ หากไม่มีพลังศักดิ์สิทธิ์นี้ แค่การ
บรรจบเส้นเวลาของตนเองทีละเส้น ก็ต้องใช้เวลาหลายแสนหลายล้านปีของ
หลินหยวนแล้ว
ที่
ที่
จะเป็นไปได้อย่างไรที่จะก้าวเข้าสู่ระดับที่ 3 กลายเป็นจ้าวฯ ในเวลาเพียง
หกหมื่นปีสั้นๆ?
ส่วนพลังศักดิ์สิทธิ์ ‘คืนสู่ต้นกำเนิด’ คือพลังศักดิ์สิทธิ์ทางร่างกายที่หลิน
หยวนปลุกขึ้นมาในโลกต้นกำเนิดแห่งที่สี่ โลกต้นกำเนิดแห่งนี้อยู่ในช่วงเริ่มต้น
กำเนิดใหม่ หลินหยวนจุติลงในศิลา
เทพบรรพกาลก้อนหนึ่ง กลายเป็นสิ่งมีชีวิตแรกที่เดินอยู่บนผืนฟ้าและพื้น
ดินในโลกต้นกำเนิดแห่งนี้
ณ โลกต้นกำเนิดแห่งนี้เอง ที่หลินหยวนได้สร้างพื้นฐานของ 《 ห้าไท่กำเนิด
ฟ้า》 ขึ้นมา
พลังศักดิ์สิทธิ์ ‘คืนสู่ต้นกำเนิด’ คือพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งการหลอมรวม
สามารถคืนทุกสิ่งสู่ต้นกำเนิดได้ ตามทฤษฎีแล้วขอเพียงให้เวลาหลินหยวน มิติ
อนันต์ก็สามารถคืนสู่ต้นกำเนิดได้
แต่ทฤษฎีก็เป็นเพียงทฤษฎี หากต้องการทำถึงขั้นคืนสภาพความว่างเปล่า
แห่งความโกลาหลทั้งผืนได้จริงๆ ประการแรกคือจ้าวแห่งกาลเวลาจำนวนมาก
ต้องไม่ขัดขวาง ประการที่สองคือเจตจำนงแห่งมรรคาวิถีอันยิ่งใหญ่แห่งกฎ
เกณฑ์สูงสุดต้องไม่ขัดขวาง
ถึงกระนั้นพลังศักดิ์สิทธิ์นี้ก็น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่งยวด
ส่วนพลังศักดิ์สิทธิ์ ‘แปลงปีกทะยานเซียน’ คือพลังศักดิ์สิทธิประเภท
ระเบิดพลัง เมื่อใช้งาน หลินหยวนจะได้รับการยกระดับและเสริมพลังอย่างมาก
ในทุกด้าน เรียกได้ว่าเป็นเวอร์ชันยกระดับไม่สิ้นสุดของพลังศักดิ์สิทธิ์ที่สาม
‘เสริมสร้าง’
สุดท้าย ‘กายามายาจริง’ คือพลังศักดิ์สิทธิ์ทางร่างกายที่หลินหยวนปลุก
ขึ้นมาในโลกต้นกำเนิดที่พิเศษอย่างยิ่งยวดแห่งนั้น กายามายาจริงคือพลัง
ศักดิ์สิทธิ์ประเภท ‘ติดตัว’ ร่างกายของหลินหยวนสามารถสลับไปมาระหว่าง
ความจริงและมายาได้ในชั่วพริบตา
นั้
สิ่
ต้องรู้ว่า มหาเต๋าต้นกำเนิดสองสายคือความจริงและมายานั้นสิ่งมีชีวิต
แห่งกาลเวลาจำนวนมากก็ตรัสรู้แจ้งแล้ว และสามารถเปลี่ยนร่างกายของ
ตนเองไปมาระหว่างความจริงและมายาได้
กระทั่งในช่วงที่หลินหยวนยังอยู่ในจักรวาลบ้านเกิด เจ้าหอโม่ยอวี่ มหา
ปราชญ์ไร้เทียมทาน ท่านนั้น ก็เคยสร้างวิธีการมายาและความจริงที่คล้ายคลึง
กันขึ้นมา
แต่การสลับสถานะมายาและความจริงในชั่วพริบตา? กลับทำได้ยากยิ่ง
มายาและความจริงคือกฎเกณฑ์มหาเต๋าที่ตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง หากต้องการ
สลับในชั่วพริบตา ก็ต้องหลอมรวมกฎเกณฑ์มหาเต๋าทั้งสองชนิดนี้เข้าด้วยกัน
อย่างสมบูรณ์
และมายาที่กายามายาจริงเปลี่ยนไป เป็นมายาที่สมบูรณ์อย่างยิ่งยวด
กระทั่งตัวหลินหยวนเองในสถานการณ์นั้น ก็ยังไม่สามารถรับรู้ได้ว่าตนเอง
ดำรงอยู่อย่างแท้จริงหรือไม่
พลังศักดิ์สิทธิ์ทางร่างกายมากมาย บวกกับสามไท่แรกของ 《 ห้าไท่กำเนิด
ฟ้า》 รวมถึงการก้าวเข้าสู่ระดับที่ 3 กลายเป็นจ้าวแห่งกาลเวลาในปัจจุบัน
หลินหยวนค่อนข้างคาดหวังกับพลังของตนเอง
ประการแรกคือต้องก้าวเข้าสู่ระดับจ้าวฯ ในตำนานแล้วอย่างแน่นอน
แต่จะอยู่ในระดับใดในหมู่จ้าวฯ ในตำนานนั้น จำเป็นต้องยืนยันอย่าง
ละเอียด
“จื่อกวง ข้าเพิ่งเข้าสู่ระดับที่ 3 เรามาประลองกันหน่อยได้หรือไม่?” หลิน
หยวนมองจ้าวฯ ในตำนานจื่อกวงที่อยู่เบื้องหน้า
วิธีที่ง่ายที่สุดในการยืนยันระดับพลังที่แท้จริงของตนเอง คือการหาคู่ต่อสู้
ในระดับเดียวกันมาต่อสู้ด้วย
ปัจจุบัน ในบรรดาจ้าวฯ ในตำนานแปดองค์ในส่วนลึกที่สุดของห้วงเวลา
หมื่นมิติ พลังของจ้าวฯ ในตำนานจื่อกวงแข็งแกร่งที่สุดผ่านทุกข์ครั้งที่
90,000,000 ใน 303,000,000 ทุกข์ช่วงสุดท้ายแล้ว
ถือเป็นจ้าวฯ ในตำนานที่ทรงพลังอย่างแน่นอน
“ประลองกันรึ?”
จ้าวฯ ในตำนานจื่อกวงมองหลินหยวน
จ้าวฯ ในตำนานอีกเจ็ดองค์ที่เหลือใบหน้าปรากฏแววประหลาดใจ
หากคำพูดนี้ออกมาจากปากจ้าวฯ องค์อื่น เกรงว่าจะเป็นเรื่องเหลวไหลสิ้น
ดี
จ้าวฯ ที่เพิ่งเข้าสู่ระดับที่ 3 ก็เพ้อฝันที่จะประลองกับจ้าวฯ ในตำนาน? อีก
ทั้งยังเป็นจ้าวฯ ในตำนานที่แข็งแกร่งอีกด้วย?
นี่ไม่ใช่การหาที่ตายรึ?
แม้ว่าจ้าวแห่งกาลเวลาจะบรรจบเส้นเวลาในอดีต ปัจจุบันอนาคตแล้ว
จ้าวฯ ในตำนานจะไม่สามารถลบล้างทุกสิ่งของจ้าวแห่งกาลเวลาได้อย่าง
สมบูรณ์ แต่เมื่อเผชิญหน้ากับจ้าวฯ ในตำนาน จ้าวแห่งกาลเวลามีเพียงผลลัพธ์
เดียวเท่านั้น
นั่นคือถูกบดขยี้
ถูกบดขยี้อย่างสิ้นเชิง
เพียงแต่ผู้ที่พูดคำนี้คือหลินหยวน
จ้าวหยินเหอ ผู้มีอนาคตอันน่าสะพรึงกลัวอย่างไม่สิ้นสุดพระองค์นี้รึ?
จ้าวฯ ในตำนานทีละองค์ๆ กลับกำลังพิจารณาว่าผู้ใดจะชนะผู้ใดจะแพ้ใน
การประลองครั้งนี้แล้ว
ไม่ใช่ว่าเชื่อในอนาคตของหลินหยวนอย่างสุ่มสี่สุ่มห้า
ลี่
มื่
แต่จากการอยู่ร่วมกันและแลกเปลี่ยนกันมาหกหมื่นปี พวกพระองค์ค่อน
ข้างเข้าใจหลินหยวนเป็นอย่างดี
เมื่อหกหมื่นปีก่อน ยังไม่ทันก้าวเข้าสู่ระดับที่ 3 ก็ได้สัมผัสถึงเกณฑ์ของ
ตำนานแล้ว
บัดนี้ก้าวเข้าสู่ระดับที่ 3 พลังเห็นได้ชัดว่าเทียบเท่ากับจ้าวฯ ในตำนานแล้ว
“ประลองรึ?”
จ้าวฯ ในตำนานจื่อกวงครุ่นคิดครู่หนึ่ง ยิ้มกล่าว: “ย่อมได้ แต่หยินเหอ
ท่านต้องระวังตัวให้ดี”
“ข้าจะระวัง”
หลินหยวนพยักหน้าเล็กน้อย
เขาก็ไม่หวังให้จ้าวฯ ในตำนานจื่อกวงออมมือเช่นกัน เช่นนั้นก็จะไม่ได้ผล
ในการพิสูจน์พลังของตนเอง
“เช่นนั้นก็เริ่มเลย”
จ้าวฯ ในตำนานจื่อกวงยืนอยู่ตรงนั้น ยกมือขวาขึ้น ชี้นิ้วไปทางหลินหยวน
เบาๆ
การชี้นิ้วครั้งนี้ ปรากฏเพียงแสงสีม่วงอันไร้สิ้นสุดเบ่งบานออกมาแทรกซึม
ไปทั่วทุกกาลอวกาศซ้อนทับ มุ่งหน้าเข้าครอบคลุมหลินหยวน
แน่นอนว่า เนื่องจากเป็นการประลอง จ้าวฯ ในตำนานจื่อกวงจึงไม่ได้ออก
สุดกำลัง แต่กระบวนท่านี้ก็ใช้พลังไปเจ็ดส่วนแล้ว
ไม่ใช่แค่หลินหยวนที่อยากรู้ขอบเขตพลังของตนเอง จ้าวฯ ในตำนานจื่อก
วงก็อยากรู้เช่นกัน แม้ว่าตนเองจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของหลินหยวนในอนาคตอย่าง
แน่นอน
แต่ตอนนี้?
จื่
มั่
จ้าวฯ ในตำนานจื่อกวงยังคงค่อนข้างมั่นใจ
“นี่คือมหาเต๋าต้นกำเนิดแห่งความโกลาหลของจื่อกวงรึ?”
หลินหยวนสัมผัสความลึกซึ้งของแสงสีม่วงอันไร้สิ้นสุดอย่างละเอียด
สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาระดับที่ 2 ทุกองค์ ล้วนตรัสรู้แจ้งมหาเต๋าต้นกำเนิด
แห่งความโกลาหลของตนเอง
เมื่อก้าวเข้าสู่ระดับที่ 3 จะยกระดับบนพื้นฐานของมหาเต๋าต้นกำเนิดแห่ง
ความโกลาหลของตนเอง
อานุภาพการโจมตีจะน่าสะพรึงกลัวขึ้นเรื่อยๆ แต่รากฐานยังคงเป็นมหา
เต๋าต้นกำเนิดแห่งความโกลาหล
แสงสีม่วงสาดส่องไปทั่วฟ้าดิน หลินหยวนหลบไม่ได้เลย
เพียงแต่หลินหยวนก็ไม่คิดจะหลบเช่นกัน แต่ยืนนิ่งๆ อยู่ตรงนั้น
ครืน ครืน ครืน——
แสงสีม่วงแผ่ขยาย ปกคลุมเข้ามาในชั่วพริบตา
ทว่าแสงสีม่วงทั้งหมดกลับทะลุผ่านร่างของหลินหยวนไปโดยตรงราวกับ
ว่าตัวหลินหยวนไม่มีอยู่จริงเลย
พลังศักดิ์สิทธิ์ทางร่างกาย——กายามายาจริง
ในขณะนี้หลินหยวนกลายเป็นมายาโดยสมบูรณ์ ราวกับห้วงมิติในช่องว่าง
ระหว่างมิติอันกว้างใหญ่ รองรับมหาเต๋าต้นกำเนิดแห่งความโกลาหลมากมาย
“จื่อกวง วิธีการเพียงเท่านี้แตะต้องข้าไม่ได้หรอก” หลินหยวนยิ้มมอง
จ้าวฯ ในตำนานจื่อกวง: “เอาท่าไม้ตายก้นหีบ ออกมาหน่อย”
“หืม?” สีหน้าของจ้าวฯ ในตำนานจื่อกวงเปลี่ยนไป สังเกตหลินหยวน
อย่างละเอียด รู้สึกเพียงว่าเหลือเชื่อ: “เหตุใดข้าถึงสัมผัสไม่ได้ถึงการดำรงอยู่
นั้
ของหยินเหอ? เห็นๆ กันอยู่ว่ายืนอยู่ตรงนั้น แต่กลับสัมผัสไม่ได้ ออกจากนอก
มิติไปแล้ว ก็ไม่อยู่ในกาลเวลา ตกลงอยู่ทีใดกันแน่?”
“หยินเหอ เช่นนั้นข้าจะใช้ท่าไม้ตายกระบวนท่าหนึ่ง หากท่านทนไม่ไหว
บอกออกมาทันที” ดวงตาของจ้าวฯ ในตำนานจื่อกวงพลันเต็มไปด้วยเจตน์สี
ม่วงอันไร้สิ้นสุด
ซ่า ซ่า ซ่า——
สรรพสิ่งในจักรวาลล้วนถูกแสงสีม่วงครอบคลุม กระทั่งจ้าวฯ ในตำนาน
เจ็ดองค์ที่กำลังชมการต่อสู้อยู่ก็เลือกที่จะถอยห่างออกไปทันที ไม่ต้องการถูก
แสงสีม่วงครอบคลุมเข้าไปด้วย
แสงสีม่วงอันน่าสะพรึงกลัวเริ่มแทรกซึมเข้าไปในกาลอวกาศซ้อนทับทีละ
ชั้นๆ อีกครั้ง ต้องการค้นหาตำแหน่งที่แน่ชัดของหลินหยวน
หลินหยวนก็ยืนอยู่ตรงนั้น ปล่อยให้จ้าวฯ ในตำนานจื่อกวงค้นหาและล็อก
เป้า ต้องการยืนยันขีดจำกัดสูงสุดของพลังศักดิ์สิทธิ์นีของตนเองอยู่ที่ใด
หลังจากผ่านไปหลายสิบลมหายใจ
แสงสีม่วงอันไร้สิ้นสุดถอยกลับไป กลายเป็นร่างของจ้าวฯ ในตำนานจื่อก
วงอีกครั้ง
“หยินเหอ ข้าหาท่านไม่เจอ” จ้าวฯ ในตำนานจื่อกวงถอนหายใจ
แม้จะไม่อยากยอมรับ แต่หาไม่เจอก็คือหาไม่เจอ
ท่าไม้ตายเมื่อครู่ คือกระบวนท่าล็อกเป้าค้นหาที่แข็งแกร่งที่สุดของจ้าวฯ
ในตำนานจื่อกวง กระบวนท่านี้ยังใช้ไม่ได้ผล หมายความว่าวิธีการทั้งหมดของ
จ้าวฯ ในตำนานจื่อกวงก็ใช้ไม่ได้ผล
“หยินเหอ ถึงตาท่านแล้ว”
จ้าวฯ ในตำนานจื่อกวงมองหลินหยวนกล่าว
ตนเองหาหลินหยวนไม่เจอ ไม่ได้หมายความว่าจะแพ้
สำคัญอยู่ที่ว่าหลินหยวนสามารถสร้างภัยคุกคามต่อตนเองได้หรือไม่
“อืม”
หลินหยวนพยักหน้าเล็กน้อย กลิ่นอายรอบกายเปลี่ยนไปเล็กน้อย พลัง
สามชนิดคือมหาศูนยตา, มหาปฐมกาล, มหากำเนิด
ใน 《ห้าไท่กำเนิดฟ้า》 ปะทะกันและสอดประสานกันอย่างต่อเนื่องบวกกับ
การเสริมพลังของพลังศักดิ์สิทธิ์ ‘แปลงปีกทะยานเซียน’
ชั่วขณะหนึ่ง กลิ่นอายของหลินหยวนกลายเป็นน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่งยวด
แม้จะยังไม่ได้ทำอะไร กาลอวกาศรอบกายก็เริ่มดับสลายอย่างรวดเร็ว
“นี่คือ?”
จ้าวฯ ในตำนานจื่อกวงสูดหายใจลึก
หลังจากสังเกตการณ์ชั่วพริบตา จ้าวฯ ในตำนานจื่อกวงก็กล่าวออกมา
ทันที: “ไม่ต้องประลองแล้ว หยินเหอ ท่านชนะแล้ว”
จ้าวฯ ในตำนานจื่อกวงสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่า ท่าไม้ตายทีหลินหยวน
กระตุ้นในชั่วขณะสุดท้าย ได้สร้างภัยคุกคามต่อพระองค์แล้ว
ตนเองโจมตีหลินหยวนไม่ได้ แต่กระบวนท่าของอีกฝ่ายกลับสามารถ
คุกคามตนเองได้
เห็นได้ชัดว่าผลแพ้ชนะตัดสินแล้ว เพียงแต่เป็นเรื่องของเวลาเท่านั้น
“จื่อกวงยอมแพ้แล้วรึ?”
จ้าวฯ ในตำนานเจ็ดองค์ที่ชมการต่อสู้อยู่ไกลๆ มองหน้ากัน ในใจยากที่จะ
สงบลงได้
จื่
จื่
พลังของจื่อกวงพวกพระองค์รู้ดีอยู่แล้ว แม้แต่จื่อกวงยังยอมรับว่าไม่ใช่คู่
ต่อสู้ จ้าวฯ ในตำนานทั่วไปยิ่งไม่ใช่คู่ต่อสู้เข้าไปใหญ่
“เป็นเพียงการประลองเท่านั้น ไม่มีแพ้ชนะใด”
หลินหยวนกล่าวทันที ในเมื่อเป็นการประลอง ท่าไม้ตายที่แท้จริงย่อมไม่
นำออกมาใช้
หลินหยวนก็ไม่คิดว่าจะเอาชนะจ้าวฯ ในตำนานจื่อกวงได้เพียงแต่ใช้สิ่งนี้
เพื่อยืนยันขอบเขตพลังที่แท้จริงของตนเองเท่านั้น
“พลังของท่านหยินเหอในตอนนี้ คาดว่าเกินกว่าจ้าวฯ ในตำนานที่ผ่าน
ทุกข์ 100,000,000 ครั้งไปแล้ว” จ้าวฯ ในตำนานจื่อกวงกล่าว
“จ้าวฯ ในตำนานระดับร้อยล้านทุกข์รึ?”
จ้าวฯ ในตำนานเจ็ดองค์ที่อยู่ไกลๆ ได้ยินดังนั้น ก็สูดหายใจลึกทันที
ร้อยล้านทุกข์ คือเกณฑ์หนึ่งในหมู่จ้าวฯ ในตำนาน ขอเพียงผ่านเกณฑ์นี้ไป
ได้ ถึงจะกล้ากล่าวว่ามีความหวังที่จะได้เห็นจุดสิ้นสุดของเส้นทางหลุดพ้น