สวรรค์บันดาล: ข้าพเจ้าสร้างวิถี - บทที่ 783 การสั่นสะเทือนของมิติอนันต์ไร้
สิ้นสุด
ณ ที่แห่งหนึ่งในช่องว่างระหว่างมิติอันกว้างใหญ่
รอยแยกอันน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่งทอดขวางอยู่ที่นั่น รอยแยกไม่รู้ว่าทอด
ไปสู่ที่ใด ทุกชั่วขณะล้วนแผ่กลิ่นอายอันไม่อาจหยั่งรู้ออกมากลืนกลายพื้นที่
ช่องว่างระหว่างมิติ ราวกับปากอเวจีขนาดมหึมากลืนกิน ทุกสิ่งที่สามารถกลืน
กินได้
ณ ที่ห่างไกลจากรอยแยกอันน่าสะพรึงกลัวนี้ มีห้วงมิติอยู่หลายแห่ง แต่
ภายใต้การดูดกลืนอย่างต่อเนื่องของรอยแยก ห้วงมิติเหล่านีกลับเคลื่อนตัว
เข้าหารอยแยกด้วยความเร็วที่เชื่องช้าอย่างน่าประหลาด
คาดการณ์ได้ว่า เมื่อห้วงมิติเข้าใกล้รอยแยก จะถูกกลืนกินจนหมดสิ้นโดย
ไม่ลังเล
“ถึงแล้ว”
ร่างของหลินหยวนปรากฏขึ้นในบริเวณใกล้เคียง มองไปยังรอยแยกอันน่า
สะพรึงกลัวที่กลืนกินจักรวาล อยู่ไกลๆ
“ทุกข์ระดับแรก ทุกข์ครั้งที่ 3,602,000,000 ของเรา เป้าหมายของทุกข์
ครั้งสุดท้ายนี้ ก็คือการผนึกรอยแยกนี้โดยสมบูรณ์?”
หลินหยวนคิดในใจ
นับตั้งแต่ก้าวเข้าสู่ระดับที่ 3 กลายเป็นจ้าวแห่งกาลเวลาเมื่อหนึ่งแสนปี
ก่อน
พลังงานและจิตใจส่วนใหญ่ของหลินหยวน ล้วนทุ่มเทให้กับเส้นทางหลุด
พ้น‘อนันตทุกข์’
เป้าหมายของ ‘อนันตภาวะกำเนิด’ไม่ชัดเจน ไม่มีผู้ใดรู้ว่าต้นกำเนิดของ
เวลาอยู่ที่ใด ‘ชีวิตที่สมบูรณ์แบบ’ก็ต้องพึ่งพาโชคชะตามากเกินไป หลินหยวน
ไม่ต้องการพนันด้วยชีวิต
คิดไปคิดมา ในบรรดาเส้นทางหลุดพ้นทั้งสามสาย มีเพียง ‘อนันตทุกข์’
เท่านั้นที่ค่อนข้างน่าเชื่อถือ
ต่อให้มีอันตรายที่ซ่อนเร้นอย่างใหญ่หลวงอยู่ นั่นก็เป็นเรื่องเมื่อใกล้จะถึง
จุดสิ้นสุดของเส้นทางแล้ว
ช่วงต้นและช่วงกลางยังคงปลอดภัยอย่างมาก และทุกครั้งที่ผ่านทุกข์ไปได้
การยกระดับพลังของตนเองก็เป็นเรื่องจริงแท้แน่นอน
นี่คือการบำรุงเลี้ยงกลับจากมิติอนันต์ไร้สิ้นสุด ต่อให้แข็งแกร่งอย่างหลิน
หยวน ทุกข์หนึ่งครั้ง สิบครั้ง ร้อยครั้ง อาจจะไม่มีประโยชน์มากนัก
แต่การยกระดับที่สะสมจากการผ่านทุกข์หมื่นครั้ง แสนครั้ง ล้านครั้ง
ผลลัพธ์ก็ยังคงชัดเจนอย่างยิ่ง
และเมื่อกำหนดเป้าหมายของตนเองได้แล้ว รวมถึงหลังจากทำทุกข์หลาย
สิบครั้งแรกสำเร็จ รู้ถึงระดับความยากของทุกข์ที่จะต้องเผชิญต่อไป
หลินหยวนก็ค่อยๆ ปล่อยวางมากขึ้น เริ่มการทดสอบทุกข์หลายสิบครั้ง
หลายร้อยครั้งพร้อมกัน
จากนั้นก็แบ่งร่างอวตารออกไปทำให้สำเร็จ
นี่ก็เป็นเหตุผลที่หลินหยวนสามารถทำทุกข์ทั้ง 3,602,000,000 ครั้งให้
สำเร็จได้ภายในเวลาเพียงหนึ่งแสนปี
มิฉะนั้นแล้ว หากต้องผ่านไปทีละทุกข์ อย่าว่าแต่หนึ่งแสนปีเลยต่อให้เป็น
ล้านปี สิบล้านปี ร้อยล้านปี ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะผ่านทุกข์ทั้ง 3,602,000,000
ครั้งได้
แน่นอน
ริ่
รั้
รั้
การเริ่มทุกข์หลายสิบครั้ง หลายร้อยครั้งพร้อมกัน ก็มีเพียงหลินหยวน
เท่านั้นที่กล้าทำเช่นนี้
หนึ่งคือพลังแข็งแกร่งเพียงพอ ทุกข์ในระดับแรกของ ‘อนันตทุกข์’ สำหรับ
เขาแล้วโดยพื้นฐานไม่มีความยากใดๆ เลย
สองคือมี ‘พลังต้นกำเนิดทำลายขอบเขต’เป็นหลักประกัน ต่อให้เจอทุกข์
ที่ยากลำบากอย่างยิ่งจริงๆ อย่างมากก็แค่สิ้นเปลือง ‘พลังต้นกำเนิดทำลาย
ขอบเขต’ บางส่วนเพื่อผ่านด่านไปอย่างแข็งขัน
และข้อเท็จจริงก็พิสูจน์แล้วว่า ตลอดหนึ่งแสนปี ทั้ง 3,602,000,000 ทุกข์
หลินหยวนไม่เคยต้องใช้พลังต้นกำเนิดทำลายขอบเขตเลย
โดยพื้นฐานแล้วล้วนอาศัยพลังของตนเองผ่านไปได้
“ทุกข์ในระดับที่ 2 ก็ต้องระมัดระวังมากขึ้นแล้ว”
หลินหยวนสังเกตรอยแยกอันน่าสะพรึงกลัวที่อยู่ห่างไกล พร้อมกันนั้นใน
ใจก็กำลังวางแผนอยู่
ทุกข์ระดับแรก โดยพื้นฐานแล้วคือการทำให้เป้าหมายบางอย่างสำเร็จ ดัง
นั้นหลินหยวนจึงกล้าที่จะเริ่มหลายทุกข์พร้อมกัน
ส่วนทุกข์ระดับที่ 2 ? มีโอกาสน้อยที่จะเกิดเหตุการณ์ดึงจิตวิญญาณและ
เจตจำนงของหลินหยวนเข้าไปในโลกพิเศษแห่งหนึ่งผ่านการทดสอบของโลก
พิเศษแห่งนี้
คล้ายคลึงกับโลกวัฏจักรแห่งกาลเวลา ที่ใช้ในการกลายเป็นสิ่งมีชีวิตแห่ง
กาลเวลา
เมื่อเจอทุกข์ประเภทนี้ หลินหยวนไม่แน่ว่าจะยังสามารถแบ่งจิตใจไปดูแล
ทุกข์อื่นได้หรือไม่
“พลังของเราในตอนนี้…”
หลินหยวนสัมผัสถึงพลังอันมหาศาลดุจห้วงมิติหลายแห่งในร่างบนใบหน้า
ปรากฏรอยยิ้ม
การยกระดับที่เกิดจากการรวมตัวกันของทุกข์ทั้ง 3,602,000,000 ครั้ง ยัง
คงน่าประทับใจอย่างยิ่ง
บวกกับการบ่มเพาะของหลินหยวนเอง รวมถึงการสร้างสรรค์ ‘มหาธาตุ
แท้’ ไท่ที่สี่ใน 《ห้าไท่กำเนิดฟ้า》 และการสำรวจโลกต้นกำเนิดในภายหลัง (ไท่ซู่
太素 )
ยิ่งทำให้พลังของหลินหยวนเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด เมื่อเทียบกับหนึ่ง
แสนปีก่อน ไม่รู้ว่าแข็งแกร่งขึ้นกี่เท่า
“ไม่รู้ว่าเมื่อเทียบกับจ้าวฯ ในตำนาน ที่ผ่านทุกข์ 300,000,000 ครั้ง แล้ว
ผู้ใดจะแข็งแกร่งกว่า?”
หลินหยวนค่อนข้างอยากรู้ในใจ
เมื่อหนึ่งแสนปีก่อน จ้าวฯ ในตำนานจื่อกวงยังสามารถต่อกรกับเขาได้
หลายกระบวนท่า
แต่ตอนนี้?
จ้าวฯ ในตำนานจื่อกวงโดยพื้นฐานแล้วไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา กายามายาจริง
ทำให้หลินหยวนอยู่ในสถานะไม่แพ้ตั้งแต่เกิด ส่วนวิธีการโจมตีอื่นๆ เพียงแค่
เศษเสี้ยวพลังก็เพียงพอที่จะทำให้จ้าวฯ ในตำนานจื่อกวงบาดเจ็บสาหัสกระทั่ง
ดับสูญได้
“น่าเสียดายที่ไม่มีจ้าวฯ ในตำนานที่ผ่านทุกข์ 300,000,000 ครั้ง มา
ประลองกับเรา…”
หลินหยวนส่ายหน้าเล็กน้อย ในใจค่อนข้างเสียดาย
แม้พลังของเขาจะน่าสะพรึงกลัว แต่กาลเวลาที่ประสบมายังคงสั้นเกินไป
นี้
ที่
รั้
จนถึงบัดนี้ยังไม่เคยเจอจ้าวฯ ในตำนานที่ผ่านทุกข์ 300,000,000 ครั้ง
จริงๆ แม้แต่องค์เดียว
จ้าวฯ ในตำนานที่ผ่านทุกข์ 300,000,000 ครั้ง ได้เห็นจุดสิ้นสุดของเส้น
ทางหลุดพ้นแล้วโดยประมาณ
จ้าวฯ กุยซวีก็อยู่ในระดับนี้
จ้าวฯ ในตำนานเช่นนี้ เพียงแค่ปิดด่านจำศีลครั้งหนึ่ง ก็คือวัฏจักรแห่งมหา
ดับสูญหลายครั้งผ่านไป และตำแหน่งที่อยู่ ก็ไม่อาจนิยามด้วยระดับพื้นที่ได้อีก
ต่อไป มีความเป็นไปได้มากกว่าที่จะท่องไปในอดีตอันเก่าแก่ หรืออนาคตอัน
ไกลโพ้น
นอกเสียจากว่ากาลอวกาศปัจจุบันจะเกิดเรื่องใหญ่ที่มีผลกระทบอย่างลึก
ซึ้ง มิฉะนั้นเป็นไปไม่ได้ที่จะดึงดูดจ้าวฯ เหล่านี้กลับมา
“แต่ไท่กำเนิดฟ้าที่ห้า…”
ในส่วนลึกของนัยน์ตาหลินหยวน มีพลังสี่ชนิดที่สอดประสานปะทะกันอยู่
เลือนราง คือ มหาศูนยตา, มหาปฐมกาล, มหากำเนิด, มหาธาตุแท้
‘ไท่กำเนิดฟ้า’ ทั้งสี่ชนิดสอดประสานกัน ต้องการที่จะก่อกำเนิด ‘ไท่’ ชนิด
ที่ห้าขึ้นมา
“ค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป”
“เรายังมีเวลาอีกมาก”
ความคิดของหลินหยวนรวบกลับมา สังเกตรอยแยกอันน่าสะพรึงกลัวที่อยู่
ห่างไกลต่อไป
“ตาม ‘กฎเกณฑ์’ การจุติลงมาของทุกข์ของเจตจำนงแห่งมรรคาวิถีอันยิ่ง
ใหญ่แห่งกฎเกณฑ์สูงสุด การดำรงอยู่ของรอยแยกนีเป็นการฝ่าฝืนการทำงาน
ของมิติอนันต์ไร้สิ้นสุด” หลินหยวนคิดในใจ: “ต้นกำเนิดแห่งการกลืนกินทุก
สรรพสิ่ง? แม้แต่ห้วงมิติก็ไม่เว้น? เป็นปฏิปักษ์กับมิติอนันต์ไร้สิ้นสุดจริงๆ”
นี้
ยิ่
หากปล่อยรอยแยกอันน่าสะพรึงกลัวนี้ไว้ เจตจำนงแห่งมรรคาวิถีอันยิ่ง
ใหญ่แห่งกฎเกณฑ์สูงสุดก็ไม่แทรกแซง ผลลัพธ์คาดว่าจะร้ายแรงอย่างยิ่ง
“จ้าวแห่งกาลเวลาระดับที่ 1 ทั่วไป หากต้องการผนึกรอยแยกนี้คาดว่า
ต้องจ่ายค่าตอบแทนมหาศาล กระทั่งต้องเรียกสหายมาช่วยไม่น่าแปลกใจที่
สามารถใช้เป็นทุกข์ครั้งสุดท้ายของทุกข์ระดับแรกได้”
หลินหยวนยิ้มเล็กน้อย: “แต่สำหรับเรา ยังคงง่ายดายเกินไป”
หลังจากสังเกตการณ์อยู่ครู่หนึ่ง หลินหยวนก็เข้าใจรอยแยกนีโดยประมาณ
แล้ว สามารถทำการผนึกได้
ฟุ่บ!
ชั่วขณะต่อมา
หลินหยวนปรากฏตัวอยู่ใกล้กับรอยแยกอันน่าสะพรึงกลัว
แรงดูดอันน่ากลัวที่มาจากรอยแยก ไม่อาจสั่นคลอนหลินหยวนได้แม้แต่
น้อย
และพร้อมกับการปรากฏตัวของหลินหยวน
ส่วนลึกของรอยแยกอันน่าสะพรึงกลัว พลันมีระลอกคลื่นเจตจำนง ดัง
ออกมาเป็นระลอก
“หากไม่อยากตาย ก็รีบไสหัวไป” ระลอกคลื่นเจตจำนงนี้แฝงความหมาย
เย็นชาโหดเหี้ยม: “ก่อนหน้าเจ้า ก็มีหลายตนเหมือนเจ้าที่ต้องการผนึกข้า แต่ก็
ถูกข้ากลืนกินไปหมดแล้ว”
“โอ้?”
หลินหยวนได้ยินดังนั้น ในใจก็ขยับเล็กน้อย
ส่วนลึกของรอยแยกอันน่าสะพรึงกลัวมีการดำรงอยู่ของเจตจำนง เขาไม่
ได้แปลกใจ
นี้
เพียงแต่ตามความหมายของอีกฝ่าย ก่อนหน้านี้มีจ้าวฯ มาลองผนึกแล้ว
แต่กลับล้มเหลว?
“ดูท่าทุกข์ในระดับแรกของ ‘อนันตทุกข์’ ก็ไม่ใช่ว่าจะผ่านได้เสมอไป”
หลินหยวนคิดในใจ
ทุกข์ระดับแรกทั้ง 3,602,000,000 ครั้ง หากจ้าวฯ ระมัดระวังหน่อยโดย
ปกติก็สามารถผ่านไปได้ แต่ก็อาจจะเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น มีกรณีที่จ้าวฯ ไม่
สามารถผ่านไปได้
จุดจบของจ้าวฯ ที่พยายามผนึกรอยแยกอันน่าสะพรึงกลัวแล้วล้มเหลว
ย่อมมีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น
นั่นคือถูกเจตจำนงแห่งมรรคาวิถีอันยิ่งใหญ่แห่งกฎเกณฑ์สูงสุดลบล้าง
“เป็นอย่างไร เจ้าก็อยากถูกข้ากลืนกินรึ?” เจตจำนงในส่วนลึกของรอย
แยกอันน่าสะพรึงกลัวเห็นหลินหยวนไม่ถอยกลับไป ก็กล่าวอย่างสนใจ
มันกล่าวเช่นนี้ก็เพื่อดึงดูดให้หลินหยวนเข้าใกล้มากขึ้น การกลืนกินสิ่งมี
ชีวิตที่แข็งแกร่งเหล่านี้ สำหรับพวกมันแล้วก็เป็นการบำรุงเลี้ยงชนิดหนึ่ง
“ข้าคิดว่า เจ้าคงกลืนกินข้าไม่ได้”
หลินหยวนก้าวออกไปอีกหนึ่งก้าว ปรากฏตัวอยู่ใกล้กับรอยแยกอันน่าสะ
พรึงกลัวอย่างยิ่ง
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า โง่เขลา”
เจตจำนงในส่วนลึกของรอยแยกอันน่าสะพรึงกลัวหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง
แรงดูดที่แผ่กระจายอยู่บริเวณใกล้เคียงพลันเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว กระทั่งกาล
อวกาศก็พุ่งเข้าหารอยแยกอย่างรวดเร็ว
“มหาศูนยตา” หลินหยวนความคิดขยับเล็กน้อย พลังมหาศูนยตาเส้นหนึ่ง
ปรากฏขึ้น กลายเป็นโซ่ตรวนเส้นแล้วเส้นเล่าปกคลุมเข้าหารอยแยกอันน่าสะ
พรึงกลัว
พื่
ที่
นี้
เพื่อที่จะตัดสินผลแพ้ชนะอย่างรวดเร็ว ไม่เสียเวลาไปกับทุกข์นี้หลินหยวน
ไม่ได้คิดที่จะออมมือ แต่จะผนึกรอยแยกด้วยความเร็วสูงสุด
หึ่ง หึ่ง หึ่ง~ พลังมหาศูนยตาที่เดิมทีดูเหมือนไม่สะดุดตา เมื่อปกคลุม
เข้าหารอยแยกอันน่าสะพรึงกลัว ก็ยิ่งใหญ่ขึ้น หนาขึ้น ปกคลุมฟ้าดิน พันรอย
แยกอันน่าสะพรึงกลัวไว้อย่างรวดเร็ว
“วิธีการอันน่าสะพรึงกลัว เจ้าเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาสิ่งมีชีวิตที่
ต้องการผนึกข้า” เจตจำนงในส่วนลึกของรอยแยกอันน่าสะพรึงกลัวส่งเสียง
ระลอกคลื่นออกมาอีกครั้ง: “แต่เพียงเท่านี้ ยังผนึกข้าไม่ได้!”
“มหาปฐมกาล” หลินหยวนความคิดขยับเล็กน้อยอีกครั้ง พลังมหาปฐม
กาล รวมตัวกัน ยังคงกลายเป็นโซ่ตรวนเส้นแล้วเส้นเล่า ปกคลุมเข้าหารอยแยก
อันน่าสะพรึงกลัว
มหาศูนยตา, มหาปฐมกาล ในฐานะสองไท่แรกใน 《ห้าไท่กำเนิดฟ้า》 โซ่
ตรวนสองชนิดที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิงที่ก่อตัวขึ้นในชั่วพริบตาก็ปกคลุมรอย
แยกอันน่าสะพรึงกลัวทั้งผืนไว้
ด้วยพลังของหลินหยวนในตอนนี้ ต่อให้เพียงแค่ใช้พลัง ‘ไท่’ สองชนิดนี้
อย่างไม่ใส่ใจ ก็ยังน่าสะพรึงกลัวถึงขีดสุด แรงดูดที่เดิมทีแผ่กระจายอยู่รอบกาล
อวกาศ พลันถูกกั้นขาดโดยสิ้นเชิง
ฉี่ ฉี่ ฉี่ ฉี่ ฉี่!!!
พลังมหาศูนยตา, มหาปฐมกาลกลายเป็นคุกโซ่ตรวน ผนึกรอยแยกอันน่า
สะพรึงกลัวไว้ภายใน จากนั้นก็เริ่มหลอมรวมผนึกขึ้นมา
กลิ่นอายที่มองไม่เห็นแผ่กระจายอยู่ภายในคุกโซ่ตรวน ต่อให้เป็นรอยแยก
อันน่าสะพรึงกลัว เมื่อสัมผัสกับกลิ่นอายที่มองไม่เห็นซึ่งก่อตัวขึ้นจากพลัง ‘ไท่’
สองชนิด ก็ยังคงสลายไปอย่างต่อเนื่อง
“วิธีการเช่นนี้ อย่างมากก็ทำให้ข้า——” เจตจำนงในส่วนลึกของรอยแยก
อันน่าสะพรึงกลัวตอนแรกยังไม่รู้สึกอะไร
รึ่
ชั่
แต่ผ่านไปเพียงครึ่งชั่วพริบตา
กลิ่นอายที่มองไม่เห็นก็ทำลายรอยแยกอันน่าสะพรึงกลัวไปกว่าครึ่ง
“นี่มันวิธีการใดกัน?”
“ไม่ เจ้าผนึกข้าไม่ได้ ข้าให้ประโยชน์เจ้าดะ…”
คำว่า ‘ได้’ สุดท้ายยังไม่ทันพูดจบ ก็ไม่มีเสียงระลอกคลื่นเจตจำนงส่งออก
มาอีกแล้ว
เพราะรอยแยกอันน่าสะพรึงกลัวทั้งผืนได้ถูกกั้นขาดผนึกไว้หมดสิ้นแล้ว
กระทั่งกลิ่นอายที่มองไม่เห็นก็แผ่ขยายออกไป แทรกซึมเข้าไปในส่วนลึกที่สุด
ของรอยแยกอันน่าสะพรึงกลัว กระทั่งเจตจำนงนั้นก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสไปด้วย
“ประโยชน์รึ? เจ้าจะให้ประโยชน์ใดกับข้าได้?”
หลินหยวนไม่ใส่ใจแม้แต่น้อย จากประสบการณ์การผ่านทุกข์ทั้ง
3,602,000,000 ครั้ง หลินหยวนก็พอจะเข้าใจการดำรงอยู่ที่คล้ายกับเจตจำนง
ในส่วนลึกของรอยแยกเหล่านี้อยู่บ้าง
ก็เป็นเพียง ‘ตัวบุ้ง’ ของมิติอนันต์ไร้สิ้นสุด เป็นความบกพร่องภายใต้การ
ทำงานของมหาเต๋าของมันเท่านั้น
ประโยชน์ที่พวกมันให้ จะยิ่งใหญ่เท่ากับการบำรุงเลี้ยงกลับของมิติอนันต์
ไร้สิ้นสุดได้อย่างไร?
และค่าตอบแทนของการเลี่ยงผ่านเจตจำนงในส่วนลึกของรอยแยกอันน่า
สะพรึงกลัว ก็คือหลินหยวนผ่านทุกข์ล้มเหลว ต้องรับผลของการที่เจตจำนง
แห่งมรรคาวิถีอันยิ่งใหญ่แห่งกฎเกณฑ์สูงสุดจุติลงมาลบล้างด้วยตนเอง
หลินหยวนย่อมรู้ว่าควรเลือกอย่างไร
ห้วงมิติหลายแห่งที่อยู่ห่างไกลออกไป ผู้แข็งแกร่งภายในก็รับรู้ได้ว่าห้วง
มิติทั้งผืนกำลังเคลื่อนเข้าหารอยแยกอันน่าสะพรึงกลัว แต่กลับไม่มีวิธีใด หาก
สิ่
ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาระดับ 13 ออกจากห้วงมิติไปอย่างผลีผลามก็อยู่ได้
ไม่นาน
เดิมทีผู้แข็งแกร่งเหล่านี้ทำได้เพียงรอคอยอย่างสิ้นหวังให้ห้วงมิติบ้านเกิด
ค่อยๆ เคลื่อนเข้าหารอยแยกอันน่าสะพรึงกลัวทีละน้อยสุดท้ายถูกกลืนกินจน
หมดสิ้น เพียงแต่เมื่อหลินหยวนลงมือ ผู้แข็งแกร่งภายในห้วงมิติเหล่านี้ก็ตก
ตะลึงจนอ้าปากค้าง พบว่ารอยแยกอันน่าสะพรึงกลัวที่พวกเขาเห็นว่าเป็น
ความสิ้นหวัง กลับกำลังดับสลายลงอย่างรวดเร็ว
“เป็นการดำรงอยู่อันยิ่งใหญ่พระองค์ใดที่ช่วยพวกเราไว้…”
สิ่งมีชีวิตภายในห้วงมิติหลายแห่งต่างกราบไหว้บูชาอย่างบ้าคลั่งตั้งแต่ต้น
จนจบพวกเขาไม่เคยเห็นชัดเจนว่าผู้ใดเป็นผู้ลงมือ แต่ก็ไม่ได้ขัดขวางความ
ยำเกรงและเฝ้ามองของพวกเขา
“จบแล้ว”
ผ่านไปเพียงครึ่งลมหายใจ รอยแยกอันน่าสะพรึงกลัวก็หายไปโดยสิ้นเชิง
ภายใต้การกวาดล้างหลอมรวมของพลังมหาศูนยตา, มหาปฐมกาล รอย
แยกอันน่าสะพรึงกลัวไม่มีพลังต่อต้านแม้แต่น้อย
จ้าวแห่งกาลเวลาอื่นๆ ต่อให้สามารถผนึกรอยแยกอันน่าสะพรึงกลัวได้ ก็
ต้องใช้เวลานานแสนนาน เช่น หลายสิบหลายร้อยวัฏจักรแห่งมหาดับสูญ
ค่อยๆ ยื้อยุดกับเจตจำนงในส่วนลึกของรอยแยกอันน่าสะพรึงกลัวทีละน้อย
สุดท้ายจึงจะผนึกสำเร็จได้อย่างยากลำบาก
แต่หลินหยวนตอนนี้ ที่แก้ไขทุกอย่างได้ภายในเวลาไม่ถึงครึ่งลมหายใจ
เป็นผลมาจากการบดขยี้ด้วยพลังที่เหนือกว่าอย่างแท้จริง
ชั่วขณะต่อมา
ครืน——
ลี้
สิ้
ลั่
การบำรุงเลี้ยงกลับจากมิติอนันต์ไร้สิ้นสุดก็หลั่งไหลเข้าสู่ร่างของหลิน
หยวน
ในฐานะทุกข์ครั้งสุดท้ายของระดับแรก ความยากย่อมเหนือกว่าหลายพัน
ล้านทุกข์ก่อนหน้านี้อย่างมาก ระดับของการบำรุงเลี้ยงกลับย่อมสูงมากเช่นกัน
หลินหยวนใช้เวลาหลายสิบลมหายใจ จึงจะสิ้นสุดสภาวะการบำรุงเลี้ยง
กลับนี้
“ไม่เลว”
หลินหยวนพยักหน้าเล็กน้อย
แม้พลังที่ยกระดับขึ้นจะไม่มาก แต่ดีตรงที่ยังมีต่อไปอีก ทุกข์ในระดับที่ 2
การบำรุงเลี้ยงกลับที่ได้รับจากการผ่านทุกข์แต่ละครั้ง ไม่น่าจะอ่อนด้อยไปกว่า
ทุกข์ครั้งนี้
“ควรกลับไปได้แล้ว”
หลินหยวนไม่ได้ตรวจสอบภายหลัง หันหลังเดินจากไป
แม้แต่เจตจำนงแห่งมรรคาวิถีอันยิ่งใหญ่แห่งกฎเกณฑ์สูงสุดก็ยืนยันแล้วว่า
หลินหยวนผ่านการทดสอบทุกข์แล้ว จึงไม่มีความจำเป็นต้องตรวจสอบอีก
“หืม?”
“มีเหตุและผลเพิ่มขึ้นอีกมากมาย?”
หลินหยวนพลันใจขยับ มองไปยังห้วงมิติเหล่านั้นที่อยู่ห่างไกลออกไป
ความคิดขยับเล็กน้อย ก็รู้ถึงต้นกำเนิดของการเกิดเหตุผลทันที
ตนเองผนึกแก้ไขปัญหารอยแยกอันน่าสะพรึงกลัว ทำให้ห้วงมิติเหล่านี้
รอดพ้นจากการถูกกลืนกิน สิ่งมีชีวิตนับไม่ถ้วนภายในต่างกราบไหว้บูชาเขา
จากนี้ย่อมเกิดความผูกพันเชิงเหตุผลขึ้นโดยธรรมชาติ
ชื่
นี้
แน่นอนว่า ความเชื่อมโยงเชิงเหตุผลเหล่านี้ เป็นเพียงฝ่ายเดียวมีเพียง
หลินหยวนที่สามารถสัมผัสถึงเหตุผลเหล่านี้ได้ ส่วนสิ่งมีชีวิตอีกด้านหนึ่ง กลับ
ไม่สามารถสัมผัสถึงการดำรงอยู่ของหลินหยวนได้
—
ความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล
หลินหยวนนั่งขัดสมาธิอยู่
“ในเมื่อทุกข์ระดับแรกสิ้นสุดลงแล้ว เช่นนั้นก็เริ่มทุกข์ระดับที่ 2 ได้แล้ว”
จิตวิญญาณและเจตจำนงของหลินหยวนยกระดับสูงขึ้น สัมผัสกับ
เจตจำนงแห่งมรรคาวิถีอันยิ่งใหญ่แห่งกฎเกณฑ์สูงสุด ไม่นานนักก็ได้การ
ทดสอบโดยละเอียดของทุกข์ระดับที่ 2 ของตนเองมา
“ง่ายมาก”
หลินหยวนกวาดตามองแวบหนึ่ง ไม่นับว่ายากเกินไปนัก จากนั้นก็ส่งจิต
วิญญาณไท่จี๋ ออกไปทำให้สำเร็จ
ปัจจุบันพลังของจิตวิญญาณไท่จี๋ ไม่ด้อยไปกว่าร่างต้นของหลินหยวน
แม้แต่น้อย หากแยกออกเป็นจิตวิญญาณสุริยัน, จิตวิญญาณจันทรา ก็คงจะ
อ่อนด้อยลงเล็กน้อย
มิติอนันต์ไร้สิ้นสุดไร้ขอบเขต
ทันใดนั้น ส่วนลึกของกาลอวกาศแห่งหนึ่งกลับปรากฏระลอกคลื่นอัน
แปลกประหลาดขึ้น
ระลอกคลื่นนี้ปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่า แต่กลับสูงสุดไร้ใดเปรียบ ใน
ชั่วพริบตาเริ่มแผ่ขยายออกไป กระทั่งเริ่มทะลุทะลวงมิติอนันต์ไร้สิ้นสุด
“เกิดเรื่องใดขึ้น?”
“พลังสายนี้คือสิ่งใด?”
สิ้
“สามารถส่งผลกระทบต่อมิติอนันต์ไร้สิ้นสุดได้รึ?”
จ้าวแห่งกาลเวลาทีละองค์ๆต่างเหลือเชื่อ จ้าวฯ ในตำนานโบราณบางตน
ที่กำลังจำศีลอยู่ ก็ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นอย่างจำใจ สัมผัสถึงพลังระลอกคลื่นอัน
แปลกประหลาดที่เกือบจะแผ่ไปทั่วทั้งมิติอนันต์ด้วยความเหลือเชื่ออย่างยิ่ง