สวรรค์บันดาล: ข้าพเจ้าสร้างวิถี - บทที่ 784 เส้นทางหลุดพ้นสายที่สี่
“พลังที่สั่นสะเทือนมิติอนันต์ไร้สิ้นสุดทั้งผืน… แม้แต่เจตจำนงแห่งมรรคา
วิถีอันยิ่งใหญ่แห่งกฎเกณฑ์สูงสุดยังต้องหลีกทาง…”
“หลุดพ้น ย่อมต้องเกี่ยวข้องกับการหลุดพ้น”
“ไม่น่าแปลกใจที่เมื่อกว่าหนึ่งแสนปีก่อน ข้าไม่สามารถมองเห็นเส้นเวลา
ของช่วงเวลานี้ได้ เป็นเช่นนี้ ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้”
จ้าวฯ ในตำนาน โบราณทีละองค์ต่างปรากฏตัวขึ้น จ้าวฯ ในตำนานที่ท่อง
ไปในอดีตและอนาคตก็กลับคืนสู่กาลอวกาศปัจจุบันอย่างรวดเร็ว สัมผัสถึงพลัง
อันแปลกประหลาดที่แทรกซึมไปทั่วทั้งมิติอนันต์อันกว้างใหญ่นี้
ซ่า ซ่า ซ่า
กาลอวกาศบิดเบี้ยว ร่างสิบสองกรปรากฏขึ้น เงยหน้าขึ้นมองไปยังต้น
กำเนิดของระลอกคลื่นอันแปลกประหลาดนั้น
ณ ขณะนั้น ที่นั่นตกอยู่ในสภาวะโกลาหลโดยสมบูรณ์ มีพลังอันไม่อาจหยั่ง
รู้กำลังแผ่กระจายออกไป
“พรหมเทียน ท่านก็กลับมาแล้วรึ”
ไม่ไกลจากร่างสิบสองกร ร่างหนึ่งรวมตัวขึ้น รูปลักษณ์ของร่างนี
เปลี่ยนแปลงไปทุกชั่วขณะ ราวกับกำลังจำลองทุกสิ่งในมิติอนันต์ไร้สิ้นสุดนี้
“หมื่นลักษณ์ ท่านคิดว่าสิ่งนี่คือพลังใด?”
จ้าวฯ พรหมเทียน ร่างสิบสองกร ถามขึ้นมาเอง
หากมีจ้าวฯ ในตำนานอื่นอยู่ ณ ที่นี้ คงจะตกตะลึงจนแทบสิ้นสติพบว่าไม่
ว่าจะเป็นจ้าวฯ พรหมเทียน หรือจ้าวฯ หมื่นลักษณ์ ล้วนเป็นจ้าวฯ ในตำนานที่
เก่าแก่และทรงพลังอย่างยิ่ง
ที่
ทั่
นานมาแล้วก่อนยุคสมัยนับไม่ถ้วน ก็เป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปแล้วว่าได้
ผ่านทุกข์ครั้งที่ 300,000,000 ในช่วงสุดท้ายไปแล้ว เป็นการดำรงอยู่ที่น่าสะ
พรึงกลัวซึ่งใกล้จะถึงจุดสิ้นสุดของเส้นทางหลุดพ้น
“เกี่ยวข้องกับการหลุดพ้น พลังนั้นข้าจะรู้ได้อย่างไร?”
จ้าวฯ หมื่นลักษณ์กล่าว สายตาเผยแววปรารถนาออกมาเล็กน้อย
พระองค์ท่องไปในอดีตอันเก่าแก่และอนาคตอันไกลโพ้น สิ่งทีแสวงหาก็
มิใช่พลังเช่นนี้รึ?
หึ่ง~ ในขณะนั้นเอง ร่างอีกร่างหนึ่งก็รวมตัวขึ้น
“เฮ่าเทียน”
จ้าวฯ หมื่นลักษณ์มองไปยังร่างที่สาม สีหน้าเผยแววหวาดเกรง
จ้าวฯ พรหมเทียนและจ้าวฯ เฮ่าเทียน คือ ‘ทวิเทียน’ ที่สร้างความครั่น
คร้ามให้กับจ้าวฯ ในตำนานจำนวนมาก กระทั่งในกาลอวกาศต่างๆ ทั้งอดีตและ
อนาคต ก็ยังคงมีชื่อเสียงของจ้าวฯ ทั้งสองนีเล่าขานสืบต่อกันมา (“ทวิเทียน”
จึงแปลตรงตัวได้ว่า “สองสวรรค์”,
“สวรรค์คู่”, หรือ “สองฟ้า”)
พร้อมกับการไหลผ่านของเวลา
ร่างทีละร่างปรากฏตัวขึ้นตามลำดับ ที่นี่คือตำแหน่งที่ใกล้กับต้นกำเนิด
ของระลอกคลื่นอันแปลกประหลาดที่สุด จ้าวฯ ในตำนานทีสามารถยืนหยัดอยู่
ณ ที่แห่งนี้ได้ ต่อให้ยังไม่ผ่านทุกข์ครั้งที่ 300,000,000 ในช่วงสุดท้าย ก็คงไม่
ห่างไกลนัก
“จื้อเจ่อ มาแล้ว”
ทันใดนั้น ร่างหนึ่งก็รวมตัวขึ้น ดึงดูดสายตาของจ้าวฯ ในตำนานจำนวน
มาก
จื้
“จื้อเจ่อรึ?”
สายตาของจ้าวฯ ในตำนานอย่างจ้าวฯ พรหมเทียน, จ้าวฯ เฮ่าเทียน ก็มอง
ไปยังร่างที่ปรากฏตัวขึ้นเป็นคนสุดท้ายเช่นกัน
‘จื้อเจ่อ’ ไม่ใช่จ้าวฯ ในตำนานที่แข็งแกร่งที่สุด ทุกข์ที่ท่านผ่านพ้นไป ก็
เป็นเพียงทุกข์ครั้งที่ 260,000,000 ในช่วงสุดท้ายเท่านั้น
เทียบไม่ได้กับการดำรงอยู่เช่นจ้าวฯ เฮ่าเทียน, จ้าวฯ พรหมเทียน
แต่กาลเวลาที่ ‘จื้อเจ่อ’ ประสบมา ย่อมเก่าแก่ที่สุดในบรรดาจ้าวฯ ใน
ตำนานทั้งหมดอย่างแน่นอน
กล่าวกันว่าหลังจากที่มิติอนันต์ไร้สิ้นสุดนี้ก่อกำเนิดขึ้นไม่นานจื้อเจ่อก็ถือ
กำเนิดขึ้นแล้ว
จ้าวฯ ในตำนานในยุคเดียวกับ ‘จื้อเจ่อ’ โดยพื้นฐานแล้วล้วนดับสูญไปบน
เส้นทางหลุดพ้นสายใดสายหนึ่ง
ที่เป็นเช่นนี้ ก็เพราะจื้อเจ่อไม่ทำเรื่องที่ไม่มีความมั่นใจอย่างเด็ดขาด
การสำรวจ ‘อนันตทุกข์’ ก็เช่นกัน หากไม่มีความมั่นใจ ย่อมไม่ลองผ่าน
ทุกข์อย่างเด็ดขาด
และด้วยกาลเวลาที่ประสบมายาวนานเก่าแก่ ความลับที่รู้ก็มากมายดุจ
มหาสมุทร จึงได้สมญานามว่า ‘จื้อเจ่อ’ (ผู้มีปัญญา, ผู้รอบรู้, นักปราชญ์)
แม้ว่าจ้าวฯ ในตำนานจะสามารถมองเห็นเส้นเวลาอดีตและอนาคตได้ แต่
ความลับมากมาย โดยเฉพาะความลับที่เกี่ยวข้องกับการหลุดพ้นนั้น ไม่
สามารถสังเกตการณ์ได้จากเส้นเวลา มีเพียงต้องประสบด้วยตนเองเท่านั้น
“จื้อเจ่อ” จ้าวฯ หมื่นลักษณ์เอ่ยปาก: “ท่านสามารถบอกได้หรือไม่ว่า
เหตุผลของการปรากฏขึ้นของพลังระดับหลุดพ้นเช่นนี้คือสิ่งใด?”
“เหตุผลรึ?” สายตาของจื้อเจ่อมุ่งตรงไปยังต้นกำเนิดของระลอกคลื่นอัน
แปลกประหลาดอย่างเงียบงัน ไม่ได้ตอบคำถามนี้โดยตรง
ที่
พิ่
สิ้
รื่
ขึ้
“ข้าจำได้ว่าตอนที่เพิ่งกลายเป็นจ้าวฯ มิติอนันต์ไร้สิ้นสุดเกิดเรื่องใหญ่ขึ้น
เรื่องหนึ่ง”
“เพิ่งกลายเป็นจ้าวฯ ?”
“เรื่องใหญ่?”
จ้าวฯ ในตำนานทุกพระองค์พลันเกิดความอยากรู้ขึ้นมา
ตอนที่จื้อเจ่อเพิ่งกลายเป็นจ้าวฯ ? นั่นมันต้องเป็นยุคสมัยทีเก่าแก่เพียงใด
กัน?
“ตอนนั้นข้ายังอ่อนแอมาก ผู้ที่สร้างความครั่นคร้ามไปทั่วทั้งมิติอนันต์อัน
กว้างใหญ่คือจ้าวฯ ‘อู๋โยว’ พระองค์บรรลุถึงขีดสุดของจ้าวฯ กำลังจะแปร
เปลี่ยนไปสู่ระดับ 14 หรือก็คือสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาทีสมบูรณ์แบบ”
“จากความไม่สมบูรณ์สู่ความสมบูรณ์ การก้าวกระโดดของแก่นแท้แห่ง
ชีวิตระดับนั้น ทำให้มิติอนันต์ทั้งผืนสั่นสะเทือน แม้ว่าสุดท้ายจ้าวฯ ‘อู๋โยว’ จะ
ล้มเหลว แต่จ้าวฯ รุ่นหลังล้วนรู้ว่า สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาที่สมบูรณ์แบบคือจุด
สิ้นสุดของพวกเราเหล่าจ้าวฯ และ
นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ชีวิตที่สมบูรณ์แบบก็ได้กลายเป็นเส้นทางหลุดพ้น
สายหนึ่ง”
น้ำเสียงของจื้อเจ่อเจือไปด้วยความรำลึกถึงอดีต
เส้นทางหลุดพ้นสายสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาที่สมบูรณ์แบบนี้แตกต่างจาก
‘อนันตภาวะกำเนิด’และ ‘อนันตทุกข์’ มันเป็นสิ่งที่เหล่าจ้าวฯ ค้นพบด้วย
ตนเอง
“ความหมายของท่านคือ พลังสายนี้จะวิวัฒนาการกลายเป็นเส้นทางหลุด
พ้นสายใหม่รึ?”
จ้าวฯ เฮ่าเทียนที่ไม่เคยเอ่ยปากมาตลอดพลันกล่าวขึ้น
ตลอดกาลเวลาอันยาวนาน เส้นทางหลุดพ้นมีอยู่หลายสาย แต่เส้นทาง
หลุดพ้นที่เป็นกระแสหลักและได้รับการยอมรับจากจ้าวฯจำนวนมากนั้น มี
เพียงสามสายเท่านั้น
ชีวิตที่สมบูรณ์แบบ
อนันตภาวะกำเนิด
อนันตทุกข์
“เป็นเช่นนั้น”
“ภาพฉากที่สั่นสะเทือนมิติอนันต์ทั้งผืนเช่นนี้ เคยปรากฏขึ้นเพียงครั้งแรก
ตอนที่มีการแปรเปลี่ยนจากความไม่สมบูรณ์สู่ความสมบูรณ์เท่านั้น…”
จื้อเจ่อพยักหน้า จากนั้นก็กล่าวเสริม: “แต่ข้าก็เพียงแค่คาดเดาจะเป็น
อย่างไรกันแน่ก็ไม่อาจยืนยันได้”
“รอไปก่อน”
“จะเป็นเส้นทางหลุดพ้นสายที่สี่หรือไม่ รอต่อไปก็จะรู้เอง”
จ้าวฯ พรหมเทียนเอ่ยปาก
จ้าวฯ ในตำนานอื่นๆ ได้ยินดังนั้น ก็กดความกระวนกระวายในใจลง อดทน
รอคอยต่อไป
ไม่นานนัก
ภายใต้สายตาจับจ้องของจ้าวฯ ในตำนานทั้งหมด
ต้นกำเนิดของระลอกคลื่นอันแปลกประหลาดพลันเริ่ม ‘ระเบิดออก’ กลิ่น
อายทีละสายร่วงหล่นลงสู่มิติอนันต์ไร้สิ้นสุด
กลิ่นอายแต่ละสายในระหว่างที่ร่วงหล่นลงมา ก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างต่อ
เนื่อง ก่อตัวเป็นขั้นบันไดหยกขาวทีละขั้น
ขั้
ชื่
สิ้
ปลายล่างของขั้นบันไดหยกขาวเชื่อมต่อกับมิติอนันต์ไร้สิ้นสุดส่วนปลาย
บน? กลับมองไม่เห็นจุดสิ้นสุด ราวกับทอดไปสู่ความเป็นนิรันดร์อันสูงสุด
“ขั้นบันไดหยกขาว?”
จ้าวฯ ในตำนานทีละองค์ต่างสังเกตการณ์อย่างละเอียด
“มีขั้นบันไดหยกขาวทั้งหมด 33,333 ขั้น กระจายอยู่ตามที่ต่างๆในมิติ
อนันต์ไร้สิ้นสุด”
จ้าวฯ หมื่นลักษณ์มองไปยังขั้นบันไดหยกขาวทีละขั้น เอ่ยปากกล่าว
“ไปดูกัน”
จ้าวฯ เฮ่าเทียนก้าวออกไปหนึ่งก้าว ปรากฏตัวอยู่หน้าขั้นบันไดหยกขาวที่
ใกล้ที่สุดทันที
จากมุมนี้ ขั้นบันไดหยกขาวทอดยาวขึ้นไปทีละขั้น ไม่มีที่สิ้นสุดไม่มีจุดเริ่ม
ต้น ไม่มีจุดสิ้นสุด
“พลังระดับหลุดพ้นก่อตัวเป็นขั้นบันไดนี้ ย่อมไม่ใช่เรื่องไร้ความหมาย
อย่างแน่นอน”
จ้าวฯ ในตำนานจำนวนมากต่างพิจารณาอย่างต่อเนื่อง แต่กลับไม่มีผู้ใด
กล้าเหยียบขึ้นไปบนขั้นบันไดขั้นแรก
“พวกท่านไม่กล้า เช่นนั้นข้าไปเอง”
จ้าวฯ พรหมเทียนเหลือบมองจ้าวฯ ในตำนานจำนวนมาก ก้าวออกไป
อย่างองอาจโดยตรง เหยียบลงบนขั้นบันไดขั้นแรก
“หืม?”
เมื่อยืนอยู่บนขั้นบันไดขั้นแรก สีหน้าของจ้าวฯ พรหมเทียนเปลี่ยนแปลง
เล็กน้อย หยุดชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็ก้าวขึ้นสู่ขั้นบันไดขั้นที่สองทันที
ขึ้
ขั้
ผ่านไปหลายสิบลมหายใจ จ้าวฯ พรหมเทียนก็ปีนขึ้นไปได้สิบกว่าขั้นแล้ว
“ไม่เป็นไรรึ?”
“พรหมเทียนไม่เป็นไรรึ?”
จ้าวฯ ในตำนานอื่นๆ เห็นดังนั้น ก็ลองก้าวขึ้นสู่ขั้นบันไดขั้นแรกเช่นกัน
“นี่คือ?”
มีจ้าวฯ ในตำนานผู้หนึ่งนัยน์ตาหดแคบลง “ข้ารู้สึกถึงทิศทางการแปร
เปลี่ยนของมหาเต๋าต้นกำเนิดแห่งความโกลาหลของข้าเอง เพียงแค่ดำเนินไป
ตามทิศทางนี้ ก็จะสามารถแปรเปลี่ยนไปสู่ระดับมรรคาวิถีอันยิ่งใหญ่แห่งกฎ
เกณฑ์สูงสุดได้?”
“ใช่ ข้าก็รู้สึกได้เช่นกัน”
“ที่แท้มหาเต๋าต้นกำเนิดแห่งความโกลาหลไม่ใช่จุดสิ้นสุด พวกเราก็มี
ความหวังที่จะก้าวเข้าสู่ระดับมรรคาวิถีอันยิ่งใหญ่แห่งกฎเกณฑ์สูงสุดได้รึ?”
สายตาของจ้าวฯ ในตำนานทีละองค์ต่างเต็มไปด้วยความคลั่งไคล้
มรรคาวิถีอันยิ่งใหญ่แห่งกฎเกณฑ์สูงสุด? นั่นคือการดำรงอยู่ทีเทียบ
เท่ากับสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาที่สมบูรณ์แบบ
เหตุใดเจตจำนงแห่งมรรคาวิถีอันยิ่งใหญ่แห่งกฎเกณฑ์สูงสุดจึงถูกเรียกว่า
กึ่งสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาที่สมบูรณ์แบบ? ก็เพราะอำนาจของมันส่งผลกระทบ
ไปทุกหนแห่ง ไร้สิ่งใดที่ทำไม่ได้
มหาเต๋าต้นกำเนิดแห่งความโกลาหลของตนเองแปรเปลี่ยนเป็นมรรคาวิถี
อันยิ่งใหญ่แห่งกฎเกณฑ์สูงสุด?
นั่นมิใช่การหลุดพ้นแล้วจะเป็นสิ่งใดได้อีก
“เส้นทางหลุดพ้น! เพียงแค่เดินไปถึงจุดสิ้นสุดของขั้นบันไดหยกขาว มหา
เต๋าต้นกำเนิดแห่งความโกลาหลก็จะแปรเปลี่ยนเป็นมรรคาวิถีอันยิ่งใหญ่แห่ง
ขั้
นี้
กฎเกณฑ์สูงสุด ข้าก็จะสามารถหลุดพ้นได้ขั้นบันไดหยกขาวนี้ คือเส้นทางหลุด
พ้น เส้นทางหลุดพ้นสายที่สี่!”
ความคิดมากมายผุดขึ้นในใจของจ้าวฯ ในตำนานจำนวนมากต่างเริ่ม
เหยียบขึ้นสู่ขั้นบันไดหยกขาว
แต่จ้าวฯ ในตำนานส่วนใหญ่ไม่ได้เลือกขั้นบันไดหยกขาวนี้ แต่กลับมุ่งหน้า
ไปยังขั้นบันไดหยกขาวอื่นๆ
หลังจากระลอกคลื่นอันแปลกประหลาดระเบิดออก ขั้นบันไดหยกขาวที่
ก่อตัวขึ้นมีทั้งหมด 33,333 ขั้น ไม่ใช่มีเพียงขั้นบันไดทีอยู่ตรงหน้านี้เท่านั้น
โดยเฉพาะจ้าวฯ อย่างจ้าวฯ เฮ่าเทียน, จ้าวฯ หมื่นลักษณ์ขั้นบันไดหยก
ขาวนี้มีจ้าวฯ พรหมเทียนเดินนำอยู่ข้างหน้าแล้ว พวกพระองค์ไม่ต้องการที่จะ
แย่งชิงขั้นบันไดหยกขาวนี้กับจ้าวฯ พรหมเทียน
“แม้ว่าขั้นบันไดหยกขาวจะเป็นเส้นทางหลุดพ้น แต่จำนวนจ้าวฯที่
สามารถหลุดพ้นได้ในท้ายที่สุดย่อมมีจำกัดอย่างแน่นอน ขั้นบันไดหยกขาวนี้มี
พรหมเทียนอยู่แล้ว ช่างเถอะ ช่างเถอะ ข้าเลือกสายอื่นดีกว่า”
ความคิดของจ้าวฯ เฮ่าเทียนหมุนวน มุ่งหน้าไปยังขั้นบันไดหยกขาวอีก
แห่งหนึ่ง
“เส้นทางหลุดพ้น อา…”
สายตาของจื้อเจ่อซับซ้อน พึมพำกับตนเองเสียงเบา: “ไม่รู้ว่าครั้งนี้จะมี
จ้าวฯ ในตำนานตายไปอีกกี่มากน้อย…”
พระองค์ประสบกาลเวลาอันยาวนาน วัฏจักรแห่งมหาดับสูญทีละครั้ง…
ย่อมรู้ดีว่า เส้นทางหลุดพ้นเป็นทั้งความหวังและก็เป็นทางตายด้วย ยกตัวอย่าง
เส้นทางหลุดพ้นสายชีวิตที่สมบูรณ์แบบ ไม่รู้ว่ามีจ้าวฯ ในตำนานดับสูญไปบน
เส้นทางนี้กี่มากน้อยแล้ว
“ข้ามีชีวิตอยู่มานานถึงเพียงนี้ ครั้งนี้ก็ลองดูได้กระมัง?”
จื้
ขั้
นึ่
จื้อเจ่อมาถึงหน้าขั้นบันไดหยกขาวอีกแห่งหนึ่ง ในใจก็บังเกิดความ
ปรารถนาขึ้นมาเช่นกัน
แม้ว่าพระองค์จะมีชื่อเสียงอย่างมากในหมู่จ้าวฯ ในตำนาน ไม่ต้องพูดถึง
เรื่องอื่น แค่กาลเวลาอันไร้สิ้นสุดที่ประสบมา ก็เพียงพอที่จะทำให้จ้าวฯ ใน
ตำนานต้องยำเกรงแล้ว
แต่จื้อเจ่อรู้ดีในใจว่า จ้าวฯ ในตำนานอย่างเฮ่าเทียน, พรหมเทียน, หมื่น
ลักษณ์นั้น มีความดูแคลนต่อพระองค์อยู่
สำหรับจ้าวฯ ในตำนานแล้ว การมีชีวิตอยู่อย่างขี้ขลาดไปเรื่อยๆนั้นไม่มี
ความหมายมากนัก
การตายเพื่อแสวงหาการหลุดพ้นต่างหาก คือจุดหมายปลายทาง
“สหายของข้าล้วนตายบนเส้นทางหลุดพ้น ข้าก็ควรจะลองเสี่ยงดูสักครั้ง
แล้ว”
ความคิดของจื้อเจ่อหมุนวนนับพันครั้ง สุดท้ายเลือกที่จะก้าวขึ้นสู่ขั้นบันได
หยกขาวขั้นแรก
“หืม?”
—
ความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล
หลินหยวนพลันลืมตาขึ้น เขาก็สัมผัสได้ถึงระลอกคลื่นอันแปลกประหลาด
ที่ปกคลุมมิติอนันต์ทั้งผืนเช่นกัน
“ทุกข์แรกของทุกข์ระดับที่ 2 จิตวิญญาณไท่จี๋ของเราเข้าสู่สถานที่พิเศษ
แห่งหนึ่ง ทำให้จิตใจทั้งหมดของเราต้องจดจ่ออยู่กับมันตอนนี้เพิ่งจะสังเกต
เห็น?”
หลินหยวนขมวดคิ้ว
ที่
นั้
เดิมทีคิดว่าทุกข์แรกของระดับที่ 2 นั้นง่ายดาย
อันที่จริงก็เป็นเช่นนั้น ไม่ยาก แต่กลับดึงรั้งจิตใจทั้งหมดของหลินหยวนไว้
ชั่วคราว
“หยินเหอ” จ้าวฯ ในตำนานจื่อกวง ส่งสารมา: “ขั้นบันไดหยกขาวนั้น
ท่านคงจะรู้แล้วกระมัง?”
“อืม เพิ่งรู้” หลินหยวนพยักหน้า
“มีจ้าวฯ ในตำนานกลุ่มหนึ่งเหยียบขึ้นสู่ขั้นบันไดหยกขาวแล้ว” จ้าวฯ ใน
ตำนานจื่อกวงกล่าว: “ขั้นบันไดหยกขาวในมิติอนันต์ไร้สิ้นสุด มีทั้งหมด
33,333 ขั้น ถูกมองว่าเป็นเส้นทางหลุดพ้นสายที่สี่”
“เส้นทางหลุดพ้นสายที่สี่?”
สายตาของหลินหยวนประหลาดใจ เบื้องหน้าปรากฏภาพฉากขั้นบันได
หยกขาวทีละขั้น
ภาพฉากที่คล้ายคลึงกันนี้เขาเคยเห็นมามากกว่าหนึ่งครั้งแล้วกล่าวให้ถูก
ต้องคือสามครั้ง
ครั้งล่าสุดที่เห็นขั้นบันไดหยกขาว คือเมื่อแสนกว่าปีก่อน ตอนนั้นร่าง
อนาคตในตำนานของจ้าวเสวี่ยไห่ บีบให้ร่างอนาคตของหลินหยวนออกมา ใน
ภาพฉากอนาคตก็มีทิวทัศน์ของขั้นบันไดหยกขาวเช่นกัน
ส่วนครั้งก่อนหน้านั้น… คือก่อนที่หลินหยวนจะทะลวงสู่การเป็นสิ่งมีชีวิต
แห่งกาลเวลาเสียอีก
ก่อนที่การทดสอบวัฏจักรแห่งกาลเวลาจะมาถึง หลินหยวนเคยหลับใหลไป
สองพันปี ระหว่างนั้นได้ฝันประหลาดนับไม่ถ้วน หนึ่งในความฝันนั้นก็มีฉากที่
คล้ายกับขั้นบันไดหยกขาว
ในความฝันนั้น ตนเองได้ปีนขึ้นไปถึงจุดสิ้นสุดของขั้นบันไดหยกขาว ได้
เห็นประตูแสงอันน่าเหลือเชื่อแห่งหนึ่ง รวมถึงร่างเงาเลือนรางสายหนึ่งที่พิงอยู่
นั้
ข้างธรณีประตูแสงนั้น
“เมื่อเหยียบขึ้นสู่ขั้นบันไดหยกขาว จะหยั่งรู้ถึงทิศทางการแปรเปลี่ยนของ
มหาเต๋าต้นกำเนิดแห่งความโกลาหลของตนเองทิศทางที่แปรเปลี่ยนไปสู่
มรรคาวิถีอันยิ่งใหญ่แห่งกฎเกณฑ์สูงสุด” จ้าวฯ ในตำนานจื่อกวงกล่าว น้ำเสียง
ก็ไม่สงบเช่นกัน
สำหรับสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาแล้ว มหาเต๋าระดับต้นกำเนิดโกลาหลก็ถือ
เป็นขีดสุดแล้ว
แม้แต่จ้าวฯ ในตำนาน มหาเต๋าที่ครอบครองก็ยังคงเป็นมหาเต๋าต้นกำเนิด
แห่งความโกลาหล เพียงแต่มีจำนวนมากขึ้นเล็กน้อยเท่านั้น
ส่วนมหาเต๋าต้นกำเนิดแห่งความโกลาหลของตนเองแปรเปลี่ยนไปใน
ทิศทางของมรรคาวิถีอันยิ่งใหญ่แห่งกฎเกณฑ์สูงสุด? ไม่น่าแปลกใจที่ขั้นบันได
หยกขาวถูกเรียกว่าเส้นทางหลุดพ้นสายที่สี่ หากเป็นจริง ก็นับเป็นทิศทางการ
หลุดพ้นสายหนึ่งอย่างแท้จริง
เหตุใดอนันตทุกข์จึงถูกเรียกว่าเส้นทางหลุดพ้น? ก็เพราะทุกครั้งที่ผ่าน
ทุกข์ไปได้ พลังของตนเองก็จะเพิ่มขึ้นส่วนหนึ่ง
แม้ว่าหลังจากผ่านทุกข์ทั้งหมดไปแล้วจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงเชิงคุณภาพ
ในท้ายที่สุด แค่การยกระดับที่เกิดจากทุกข์หลายพันล้านครั้ง ก็เพียงพอที่จะ
ทำให้ตนเองหลุดพ้นแล้ว
ขั้นบันไดหยกขาวก็เป็นหลักการที่คล้ายคลึงกัน เพียงแค่มหาเต๋าต้นกำเนิด
แห่งความโกลาหลของตนเองแปรเปลี่ยนไปถึงระดับมรรคาวิถีอันยิ่งใหญ่แห่ง
กฎเกณฑ์สูงสุด นั่นก็คือการหลุดพ้น
“ไม่มีข้อจำกัดใดๆ เลยรึ?” หลินหยวนถาม
อนันตทุกข์ก็ต้องทำทุกข์หนึ่งให้สำเร็จก่อน พลังถึงจะยกระดับขึ้น
มีการลงทุนถึงจะมีผลตอบแทน
จื่
ที่
“ข้อจำกัดก็มีอยู่” จ้าวฯ ในตำนานจื่อกวงกล่าว: “ปัจจุบันตามทีจ้าวฯ ที่ได้
เหยียบขึ้นสู่ขั้นบันไดหยกขาวแล้วนั้น ขั้นบันไดหยกขาวแต่ละขั้น จะมอบ
ทิศทางการแปรเปลี่ยนของมหาเต๋าต้นกำเนิดแห่งความโกลาหลของตนเองไปสู่
มรรคาวิถีอันยิ่งใหญ่แห่งกฎเกณฑ์สูงสุด แต่ก็เป็นเพียงทิศทาง ท่านต้องหยั่งรู้
ให้ทะลุปรุโปร่งและยกระดับมหาเต๋าต้นกำเนิดแห่งความโกลาหลของตนเองให้
ถึงระดับนั้นก่อน จึงจะสามารถเหยียบขึ้นสู่ขั้นบันไดถัดไปได้”
“และแต่ละขั้นจะต้องทนรับแรงกดดันอันไม่อาจหยั่งรู้ ยิ่งปีนขั้นบันไดสูง
ขึ้น แรงกดดันก็จะยิ่งแข็งแกร่งขึ้น”
จ้าวฯ ในตำนานจื่อกวงหยุดไปครู่หนึ่ง กล่าวต่อ: “และขั้นบันไดหยกขาว
ทั้งหมด มีเพียงจ้าวฯ เท่านั้นที่สามารถปีนได้ ส่วนสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาที่ต่ำ
กว่าระดับที่ 3 รึ? อย่างมากก็แค่สัมผัสได้ ไม่สามารถแตะต้องได้”
ข้อสุดท้ายนี้ถือเป็นเรื่องปกติ เส้นทางหลุดพ้นสายอื่นๆ ก็ต้องกลายเป็น
จ้าวฯ ก่อนถึงจะมีคุณสมบัติแตะต้องได้
“ที่แท้เป็นเช่นนี้”
หลินหยวนพยักหน้า
“นี่คือตำแหน่งของขั้นบันไดหยกขาว 33,333 ขั้น หยินเหอท่านเตรียมจะ
เลือกขั้นใด ข้าจะได้หลีกเลี่ยงท่านก่อน” จ้าวฯ ในตำนานจื่อกวงกล่าวเสียงเบา
ภายในห้วงเวลาหมื่นมิติ จ้าวฯ จื่อกวงจำได้ว่าร่างอนาคตของหลินหยวนก็
อยู่บนขั้นบันไดหยกขาวทีละขั้น
แม้จะไม่รู้ว่าตอนนั้นหลินหยวนปีนไปถึงระดับใดแล้ว แต่เห็นได้ชัดว่า คาด
ว่าคงจะนำหน้าจ้าวฯ ในตำนานส่วนใหญ่ไปแล้ว จ้าวฯ ในตำนานจื่อกวงย่อมไม่
กล้าเลือกเส้นทางหลุดพ้นสายเดียวกับหลินหยวน
“ข้าเลือกขั้นนี้”
หลินหยวนมองไปยังขั้นบันไดหยกขาวแห่งหนึ่ง
ที่
จื่
ในขณะที่เขากำลังสนทนากับจ้าวฯ ในตำนานจื่อกวง ร่างต้นก็ได้มาถึงหน้า
ขั้นบันไดหยกขาวแห่งนี้แล้ว