สวรรค์บันดาล: ข้าพเจ้าสร้างวิถี - บทที่ 788 ยิ่งห่างไกลออกไป
“ที่แท้ขั้นบันไดหยกขาวทั้งหมด จะหลอมรวมเป็นสายเดียวสินะ”
สีหน้าหลินหยวนกระจ่างแจ้ง ทั้งเหนือความคาดหมาย และอยู่ในเหตุผล
หากขั้นบันไดหยกขาวเป็นตัวแทนของเส้นทางหลุดพ้น
เช่นนั้นแล้วขั้นบันไดหยกขาว 33,333 สาย จะหมายถึงโอกาสหลุดพ้น
33,333 ครั้งเชียวรึ?
นี่จะเป็นไปได้อย่างไร?
นับตั้งแต่การเปิดฉากของมิติอนันต์ไร้สิ้นสุด
การหลุดพ้น ล้วนเป็นเป้าหมายสูงสุดของจ้าวแห่งกาลเวลาทุกตน
นับแต่อดีตกาลไม่เคยได้ยินว่ามีจ้าวฯ ตนใดสามารถหลุดพ้นได้เลย
ต่อให้ขั้นบันไดหยกขาวเป็นเส้นทางหลุดพ้นจริงๆ
เช่นนั้นแล้วผู้ที่มีความหวังจะหลุดพ้นในท้ายที่สุดก็ย่อมน้อยอย่างยิ่งยวด
เป็นไปไม่ได้ที่จะมีมากถึง 33,333
นี่ไม่ใช่เพียงการคาดเดาของหลินหยวน
จ้าวฯ ในตำนาน อื่นๆ ก็มีความคิดเช่นนี้
เพียงแต่ไม่ชัดเจนว่าในท้ายที่สุดจะถือกำเนิดผู้หลุดพ้นผ่านรูปแบบใด
“ต่อไป”
ความคิดหลินหยวนรวบกลับ เริ่มปีนป่ายอีกครั้ง
ขั้
นึ่
ปัจจุบันเขายังคงอยู่บนขั้นบันไดหยกขาวสายหนึ่ง
ยังห่างไกลจากขั้นบันไดหยกขาวหนึ่งเดียวที่หลอมรวมจากขั้นบันไดหยก
ขาวทั้งหมดอยู่มาก
เป็นระยะทางอันยาวไกล เพียงแค่มองเห็นได้จากมุมนี้เท่านั้น
การปีนขั้นบันไดหยกขาวจำเป็นต้องไปทีละก้าวๆ ไม่สามารถเดินทางข้าม
มิติได้
ครืนนน
ทุกครั้งที่ก้าวออกไป พลังกดทับบิดเบือนอันเกรียงไกรก็ถาโถมเข้าใส่หลิน
หยวน
เมื่อมาถึงความสูงระดับที่หลินหยวนอยู่ตอนนี้ พลังกดทับบิดเบือนใหญ่โต
จนเหลือเชื่อ
จ้าวฯ ในตำนานระดับผ่านทุกข์ 100,000,000 ครั้งทั่วไป ก็ไม่อาจทนทาน
ได้นาน
ทว่าสำหรับหลินหยวนผู้สรรค์สร้าง《ห้าไท่กำเนิดฟ้า》ทีสมบูรณ์
พลังเพิ่งจะเกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงคุณภาพ พลังกดทับบิดเบือนเหล่านี้
ย่อมเหมือนสายลมวสันต์ลูบไล้ใบหน้า
ไม่หวาดหวั่นแม้แต่น้อย
“มหาเต๋ามหาศูนยตาต้นกำเนิดแห่งความโกลาหล…”
ทุกก้าวที่หลินหยวนก้าวออกไป ในจิตใจล้วนบังเกิดแสงแห่งปัญญา
มากมาย
เขาหยั่งรู้มหาเต๋าไท่จี๋ต้นกำเนิดแห่งความโกลาหล ใช้เวลากว่าแสนปี
นี้ริ่
ยั่
บัดนี้เริ่มจากศูนย์ กลับไปหยั่งรู้มหาเต๋ามหาศูนยตาต้นกำเนิดแห่งความ
โกลาหล ย่อมใช้เวลาน้อยกว่านั้นมากโข
ภายใต้การมองจากที่สูง ความเร็วในการก้าวหน้าของมหาเต๋ามหาศูนยตา
ต้นกำเนิดแห่งความโกลาหลรวดเร็วอย่างยิ่ง
บวกกับมีการนำทางของขั้นบันไดหยกขาว กล่าวได้ว่าก้าวกระโดดก็ไม่เกิน
เลย
“ถึงแล้ว”
หลายเดือนต่อมา หลินหยวนหยุดฝีเท้าอีกครั้ง
มองไปยังขั้นบันไดหยกขาวเบื้องหน้าที่หลอมรวมมาจากขั้นบันไดหยกขาว
33,333 สาย
เมื่อเทียบกับขั้นบันไดหยกขาว 33,333 สายก่อนหน้า
ขั้นบันไดหยกขาวที่หลอมรวมกันแล้วนี้ยิ่งดูสมจริง
ลวดลาย ที่สลักอยู่ด้านบนก็ยิ่งลึกลับล้ำลึก
“ตอนนี้เราคงจะนำหน้าจ้าวฯ ในตำนานอื่นๆ อยู่ไกลลิบ”
หลินหยวนก้มหน้ามองลงไป เมฆหมอกเลือนราง
ต่อให้สุดสายตา ก็ไม่เห็นจ้าวฯ ในตำนานแม้แต่ตนเดียว
จ้าวฯ ในตำนานที่แข็งแกร่งที่สุดในกาลอวกาศปัจจุบัน ไม่กี่ตนนั้น——
จ้าวฯ เฮ่าเทียน จ้าวฯ พรหมเทียน และอื่นๆ
จ้าวฯ ในตำนานที่ผ่านทุกข์ 300,000,000 ครั้ง
ในการปีนขั้นบันไดหยกขาว อย่าว่าแต่ไล่ตามหลินหยวนให้ทันเลย
นี้
ทั่
ที่
บัดนี้กระทั่งคุณสมบัติที่จะแหงนมองหลินหยวนยังไม่มี
“เดิมทีเมื่อขั้นบันไดหยกขาวทั้งหมดหลอมรวมเป็นหนึ่ง ควรจะต้องเกิด
การต่อสู้สังหารขึ้น เพื่อแย่งชิงตำแหน่งหน้าสุดบนขั้นบันไดหยกขาวหนึ่งเดียว
สายนี้…”
หลินหยวนคิดในใจ
จ้าวฯ ในตำนานอย่างจ้าวฯ พรหมเทียน, จ้าวฯ เฮ่าเทียน พลังและการ
สะสมรากฐาน ไม่ได้แตกต่างกันมากนัก
ความเร็วในการปีนขั้นบันไดหยกขาวก็คงไม่ต่างกันมากท้ายที่สุด มีโอกาส
สูง ที่จะมาถึงบริเวณขั้นบันไดแห่งนี้ในเวลาใกล้เคียงกัน
เมื่อถึงเวลานั้น ย่อมต้องลงมือต่อสู้สังหารกันอย่างแน่นอน เดิมทีขั้นบันได
หยกขาว 33,333 สายกระจายแยกกันอยู่
จ้าวฯ ในตำนานแต่ละตนไม่ได้มีความสัมพันธ์แบบ ‘แข่งขัน’ ต่อกัน
แต่ตอนนี้เหลือเพียงขั้นบันไดหยกขาวสายเดียว ย่อมต้องทลาย
‘สถานการณ์’ เดิมลงอย่างแน่นอน
เพียงแต่ตอนนี้?
ด้วยความสูงที่หลินหยวนนำอยู่ในตอนนี้
รอจนจ้าวฯ เฮ่าเทียน จ้าวฯ พรหมเทียนมาถึงที่นี่ ก็ไม่รู้ว่าปีนไปถึงไหน
แล้ว
แข่งขัน?
จ้าวฯ ในตำนานอย่างจ้าวฯ เฮ่าเทียน จ้าวฯ พรหมเทียน กระทั่งเกณฑ์ขั้น
ต่ำที่จะแข่งขันกับหลินหยวนยังไปไม่ถึง
แน่นอนว่า นี่สำหรับจ้าวฯ เฮ่าเทียน จ้าวฯ พรหมเทียนแล้ว ก็ถือเป็นเรื่องดี
เช่นกัน
ที่
หลังจากสรรค์สร้าง《ห้าไท่กำเนิดฟ้า》ที่สมบูรณ์แล้ว พลังของหลินหยวนก็
ทิ้งห่างพวกพระองค์ไปมาก
หากต้องแข่งขันกันจริงๆ ฝ่ายหลังต่อให้ร่วมมือกันก็มีแต่จะถูกกวาดล้าง
เท่านั้น
ถึงตอนนั้นอย่าว่าแต่การขึ้นสู่ขั้นบันไดหยกขาวที่หลอมรวมกันแล้วเลย
เกรงว่าคงต้องเริ่มใหม่ตั้งแต่ต้น
“ขั้นบันไดหยกขาวหลังจากหลอมรวมกันแล้ว เกรงว่าความยากในการปีน
จะพุ่งสูงขึ้นอย่างมาก”
หลินหยวนสังเกตการณ์ขั้นบันไดหยกขาวเบื้องหน้า คิดในใจเงียบๆ
เห็นได้ชัดว่า เส้นทางหลุดพ้นสายขั้นบันไดหยกขาวนี้ แบ่งออกเป็นสอง
ช่วง
หนึ่งคือช่วงขั้นบันไดหยกขาว 33,333 สายในตอนแรก
สองคือช่วงขั้นบันไดหยกขาวหนึ่งเดียวที่หลอมรวมกันเบื้องหน้านี้
ความยากในการปีนของแต่ละช่วง มีความเป็นไปได้สูงที่จะไม่เหมือนกัน
“บางทีขั้นบันไดหยกขาวช่วงแรกอาจจะไม่มีอันตราย ขั้นบันไดหยกขาว
ช่วงที่สองคงจะไม่เหมือนเดิม”
หลินหยวนคิดในใจ
จนถึงปัจจุบัน การปีนขั้นบันไดหยกขาว 33,333 สาย
ยังไม่ปรากฏอันตรายที่คุกคามจ้าวฯ ในตำนาน
อันตรายที่ใหญ่ที่สุดยังคงมาจากผู้ร่วมเดินทางปีนป่าย——จ้าวฯ ในตำนา
นอื่นๆ
“ลองดูเถอะ”
หลินหยวนหยุดชั่วครู่ ก็เหยียบขึ้นสู่ขั้นบันไดหยกขาวที่หลอมรวมกันแล้ว
เบื้องหน้า
ปีนมาถึงนี่แล้ว หลินหยวนย่อมเป็นไปไม่ได้ที่จะยอมแพ้กลางคัน
อันตราย? เส้นทางหลุดพ้นสายใดบ้างไม่อันตราย?
เมื่อเทียบกันแล้ว ขั้นบันไดหยกขาวอันไร้สิ้นสุด ถือว่าดีมากแล้ว
ตูม!
ในชั่วพริบตาที่หลินหยวนเหยียบขึ้นไป ก็สัมผัสได้ถึงความแตกต่าง
นอกจากพลังกดทับบิดเบือนอันเกรียงไกรที่เพิ่มสูงขึ้นมากแล้ว
หลินหยวนยิ่งสัมผัสได้ว่าตนเองเริ่มตกเข้าสู่ห้วงมายาซ้ำซ้อน
ภาพมายาที่สมจริงอย่างยิ่งยวดถาโถมเข้ามาอย่างท่วมท้น
“ภาพมายาเหล่านี้? แม้แต่เราก็ยังได้รับผลกระทบเล็กน้อย”
หลินหยวนประหลาดใจ เล็กน้อย
ภายใต้การโคจรของ《ห้าไท่กำเนิดฟ้า》เขาได้รับการยกระดับในทุกด้าน
รวมถึงจิตวิญญาณและเจตจำนง
ภาพมายาที่ต้องการส่งผลกระทบต่อหลินหยวนได้ จะต้องน่าสะพรึงกลัว
เพียงใด?
“แต่ก็เป็นเพียงผลกระทบ ไม่มีปัญหาอะไร”
หลินหยวนไม่ได้ใส่ใจนัก
《ห้าไท่กำเนิดฟ้า》 ที่สมบูรณ์ กำลังบำรุงหล่อเลี้ยงจิตวิญญาณและ
เจตจำนงของเขาอยู่ตลอดเวลา
สี่
บวกกับการทำความเข้าใจมหาเต๋าต้นกำเนิดแห่งความโกลาหลอีกสี่สาย
จิตวิญญาณและเจตจำนงก็ย่อมยกระดับตามไปด้วย
อย่างน้อยที่สุดภาพมายาซ้ำซ้อนที่กำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบันส่งผลกระทบ
ต่อหลินหยวนไม่มากนัก
“แม้ว่าความยากในการปีนจะเพิ่มขึ้น แต่ผลในการนำทางก็พุ่งสูงขึ้นมาก
เช่นกัน”
รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าหลินหยวน
เพียงแค่ขึ้นสู่ขั้นแรกของขั้นบันไดหยกขาวที่หลอมรวมกันแล้ว
เขาก็สัมผัสได้เลือนรางว่ามหาเต๋ามหาศูนยตาต้นกำเนิดแห่งความโกลาหล
ใกล้จะหยั่งรู้ได้อย่างทะลุปรุโปร่ง
เมื่อถึงเวลานั้น การครอบครองมหาเต๋าต้นกำเนิดแห่งความโกลาหลที่เป็น
ตัวแทนของสองไท่ใน 《ห้าไท่กำเนิดฟ้า》
พลังของหลินหยวนก็จะพุ่งสูงขึ้นอีก
ความยากในการปีนขั้นบันไดหยกขาวที่เพิ่มขึ้น ยังเทียบไม่ได้กับความเร็ว
ในการพุ่งสูงขึ้นของพลังหลินหยวน
หลายเดือนต่อมา
หลินหยวนในที่สุดก็หยั่งรู้ทิศทางที่ขั้นบันไดปัจจุบันนำทางได้อย่างทะลุ
ปรุโปร่ง
“ขั้นบันไดหยกขาวช่วงแรก เราต้องการเพียงหลายสิบลมหายใจอย่างมาก
ที่สุดก็หลายร้อยลมหายใจก็สามารถปีนสู่ขั้นต่อไปได้ แต่ขั้นบันไดหยกขาวช่วง
ที่สองที่หลอมรวมกันแล้ว เรากลับต้องใช้เวลาหลายเดือนในการทำความ
เข้าใจ?”
หลินหยวนส่ายหน้าเบาๆ
แต่การยกระดับการนำทางสำหรับมหาเต๋าต้นกำเนิดแห่งความโกลาหล
ของตนเองก็ใหญ่หลวงเพียงพอแล้ว
เมื่อคิดถึงตรงนี้ หลินหยวนก็ไม่ลังเลที่จะเลือกก้าวขึ้นสู่ขั้นบันไดถัดไป
ตูม~ พลังกดทับบิดเบือนอันท่วมท้น มาพร้อมกับภาพมายาซ้ำซ้อน
ถาโถมเข้ามา กาลเวลาค่อยๆ ไหลผ่านไป
จ้าวฯ พรหมเทียนหยุดนิ่งอยู่นาน ในที่สุดก็ก้าวไปยังขั้นบันไดถัดไป
“มหาเต๋าต้นกำเนิดแห่งความโกลาหลของข้า…”
จ้าวฯ พรหมเทียนสัมผัสถึงมหาเต๋าต้นกำเนิดแห่งความโกลาหลของ
ตนเองส่วนหนึ่งที่เริ่มแปรเปลี่ยนอีกครั้ง
รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้า
แม้ว่าระดับการแปรเปลี่ยนจะไม่ใหญ่มาก แต่ตราบใดที่สามารถแปร
เปลี่ยนต่อไปได้เรื่อยๆ
มหาเต๋าต้นกำเนิดแห่งความโกลาหลของพระองค์ ไม่ช้าก็เร็ววันหนึ่ง ย่อม
สามารถแปรเปลี่ยนไปถึงมรรคาวิถีอันยิ่งใหญ่แห่งกฎเกณฑ์สูงสุดได้
“ขั้นบันไดหยกขาวนี้ สามารถปีนต่อไปได้เรื่อยๆ จริงๆ น่ะรึ?”
ความคิดจ้าวฯ พรหมเทียนรวบกลับ มองไปยังขั้นบันไดอันไร้จุดสิ้นสุดด้าน
บนโดยไม่รู้ตัว นี่ก็เป็นนิสัย ของพระองค์ ทุกครั้งที่ก้าวข้ามไปยังขั้นบันไดถัดไป
ก็จะมองขึ้นไปแวบหนึ่ง
“นั่นคือ?”
สีหน้าจ้าวฯ พรหมเทียนเคร่งขรึม: “ขั้นบันไดหยกขาว 33,333 สาย กำลัง
เคลื่อนเข้าหากันรึ?”
จากความสูงระดับของจ้าวฯ พรหมเทียน ไม่สามารถมองเห็นขั้นบันได
หยกขาวที่หลอมรวมกันแล้วได้
ลื่
ขั้
แต่ก็สามารถสังเกตเห็นแนวโน้ม การเคลื่อนเข้าหากันของขั้นบันไดหยก
ขาวทั้งหมดได้
“หรือว่า…”
การคาดเดามากมายผุดขึ้นในใจจ้าวฯ พรหมเทียน
กาลเวลายังคงไหลผ่านไป จ้าวฯ พรหมเทียนปีนขั้นบันไดหยกขาวขึ้นไป
อีกมากพอสมควร
“เป็นจริงดังคาด”
“ขั้นบันไดหยกขาว 33,333 สาย ในที่สุดก็หลอมรวมเป็นขั้นบันไดหยก
ขาวสายเดียว”
สายตาจ้าวฯ พรหมเทียนจับจ้อง การค้นพบนี้ทำให้พระองค์ตระหนัก ว่า
ตนเองเกรงว่าจะไม่สามารถปีนต่อไปอย่างสบายๆ เช่นนีได้อีกแล้ว
ไม่นานหลังจากที่จ้าวฯ พรหมเทียนมองเห็นขั้นบันไดหยกขาวทีหลอมรวม
กันนั้นอย่างเลือนราง
จ้าวฯ ในตำนานกลุ่มที่แข็งแกร่งที่สุดอย่างจ้าวฯ เฮ่าเทียน, จ้าวฯหมื่น
ลักษณ์ ก็ทยอยค้นพบเช่นกัน
“ขั้นบันไดหยกขาวทั้งหมดหลอมรวมเป็นหนึ่งรึ?”
“ก็ถูกแล้ว นี่ถึงจะปกติ มิฉะนั้นขั้นบันไดหยกขาว 33,333 สายจะสามารถ
หลุดพ้นพร้อมกันได้เชียวรึ?”
ความคิดของจ้าวฯ ในตำนานอย่างจ้าวฯ เฮ่าเทียน, จ้าวฯ หมื่นลักษณ์หมุน
วน แม้จะตระหนักว่าต่อไปจะเกิดการต่อสู้อันดุเดือดขึ้นแย่งชิงโอกาสที่จะขึ้นสู่
ขั้นบันไดหยกขาวที่หลอมรวมกันแล้วนั้นเป็นคนแรก
แต่ในใจก็รู้สึกผ่อนคลายลงมากเช่นกัน
หากขั้นบันไดหยกขาวยังคงดำเนินไปเช่นนี้ตลอดเวลา
ลี่
ทำให้มหาเต๋าต้นกำเนิดแห่งความโกลาหลของพวกพระองค์แปรเปลี่ยนไป
อย่างต่อเนื่องโดยไม่มีอุปสรรคใดๆ
จ้าวฯ ในตำนานเหล่านี้ในใจถึงจะรู้สึกไม่สบายใจ
ยิ่งระดับสูง พลังยิ่งแข็งแกร่ง ก็ยิ่งสามารถเข้าใจถึงแก่นแท้บางอย่างของ
มิติอนันต์ไร้สิ้นสุดได้
นั่นคือทุกการได้รับย่อมมีความเสี่ยง
อนันตภาวะกำเนิดเป็นเช่นนี้ อนันตทุกข์เป็นเช่นนี้ ชีวิตทีสมบูรณ์แบบก็
เป็นเช่นนี้
เส้นทางหลุดพ้นสายใหม่——ขั้นบันไดหยกขาวอันไร้สิ้นสุดตามหลักการ
แล้ว ก็ควรจะเป็นเช่นนี้
กาลอวกาศลึกลับแห่งหนึ่ง ร่างอวตารของจ้าวฯ ในตำนานสี่ตนอย่างจ้าวฯ
พรหมเทียน, จ้าวฯ เฮ่าเทียน มาชุมนุมกันที่นี่
“หากขั้นบันไดหยกขาวทั้งหมดหลอมรวมเป็นหนึ่ง เช่นนั้นแล้วผู้ใดจะ
สามารถเป็นคนแรกที่เหยียบขึ้นสู่ขั้นบันไดหยกขาวที่หลอมรวมกันแล้วได้?”
จ้าวฯ ในตำนานสี่ตนอย่างจ้าวฯ เฮ่าเทียน จ้าวฯ พรหมเทียนต่างรู้จักกัน
บรรยากาศกลายเป็นกดดันอย่างเลือนรางอย่างยิ่งยวด
ผู้ใดๆ ก็รู้ว่า การนำไปก้าวหนึ่ง ย่อมนำไปทุกก้าว
ในเวลานี้ ผู้ใดที่ก้าวขึ้นสู่ขั้นบันไดหยกขาวที่หลอมรวมกันแล้วเป็นคนแรก
มีโอกาสสูงที่จะสามารถนำต่อไปได้เรื่อยๆ
เมื่อถึงเวลานั้น หากมีความเป็นไปได้ที่จะถือกำเนิดผู้หลุดพ้นจริงๆ
ก็ย่อมต้องเป็นผู้นำผู้นั้นอย่างแน่นอน
“จากสถานการณ์ปัจจุบัน ข้าอยู่ใกล้ขั้นบันไดหยกขาวที่หลอมรวมกันแล้ว
ที่สุด ควรจะเป็นข้าที่เหยียบขึ้นไปเป็นคนแรก”
จ้าวฯ พรหมเทียนเอ่ยปากกล่าว
“ใกล้ที่สุด ไม่ได้หมายความว่าจะก้าวขึ้นไปเป็นคนแรก”
น้ำเสียงจ้าวฯ เฮ่าเทียนเรียบเฉย ยิ่งเข้าใกล้ขั้นบันไดหยกขาวทีหลอมรวม
กันแล้วมากเท่าใด
ระยะห่างระหว่างขั้นบันไดหยกขาวอื่นๆ ก็ยิ่งใกล้กันมากขึ้นเท่านั้น
และยิ่งใกล้ ก็หมายความว่าสามารถลงมือต่อกันได้
จ้าวฯ พรหมเทียนอยู่ใกล้ขั้นบันไดหยกขาวที่หลอมรวมกันแล้วที่สุด เห็น
ได้ชัดว่าจะต้องถูกขัดขวางจากจ้าวฯ ในตำนานอื่นๆ
“เช่นนั้นก็ขึ้นอยู่กับพลังของพวกท่านแล้ว”
สายตาจ้าวฯ พรหมเทียนเฉียบคม พระองค์เตรียมพร้อมที่จะต่อสู้สังหาร
กับจ้าวฯ เฮ่าเทียน, จ้าวฯ หมื่นลักษณ์นานแล้ว
ครืนนน—— เบื้องหน้าขั้นบันไดหยกขาวที่หลอมรวมกันแล้วกาลอวกาศ
เกิดระลอกคลื่น ซ้ำซ้อน
จ้าวฯ ในตำนานอย่างจ้าวฯ เฮ่าเทียน, จ้าวฯ หมื่นลักษณ์ ขณะทีปีนขั้น
บันไดหยกขาว ก็กำลังลงมือต่อสู้สังหาร ขัดขวางซึ่งกันและกัน
“ข้าจะต้องเป็นคนแรกที่ก้าวขึ้นสู่ขั้นบันไดหยกขาวที่หลอมรวมกัน!”
จ้าวฯ พรหมเทียนก้าวออกไปก้าวหนึ่ง ผลลัพธ์กลับถูกจ้าวฯ ในตำนานอีก
สามตนร่วมมือกันขัดขวาง
ถูกกดดันกลับมาทันที
“พวกเจ้า?”
จ้าวฯ พรหมเทียนโกรธจัด กลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวสั่นสะเทือนกาล
อวกาศ หากไม่ใช่เพราะที่นี่คือบนขั้นบันไดหยกขาว กาลอวกาศมั่นคงอย่าง
ยิ่
ยิ่งยวด
เพียงแค่ความเคลื่อนไหว ที่เกิดจากการลงมือของจ้าวฯ พรหมเทียน
ก็เพียงพอที่จะก่อให้เกิดคลื่นทำลายล้าง ระลอกแล้วระลอกเล่าในมิติ
อนันต์ไร้สิ้นสุด
ห้วงมิติ, ฟ้าดินแห่งมิติ ทีละแห่งๆ จะถึงกาลเกิดมหาดับสูญก่อนเวลาอัน
ควรเพราะเหตุนี้
ซ่าาาา
บนขั้นบันไดหยกขาวสายหนึ่ง
พลันมีร่างเงาสายหนึ่งพุ่งออกมา
ความแข็งแกร่งของกลิ่นอายไม่ด้อยไปกว่า จ้าวฯ ในตำนานอย่างจ้าวฯ
พรหมเทียน, จ้าวฯ เฮ่าเทียน เลย
ร่างเงาที่ปรากฏขึ้นอย่างกะทันหันนี้ เห็นได้ชัดว่าซุ่มซ่อน มานานแล้ว
ฉวยโอกาส ตอนที่จ้าวฯ ทั้งสี่อย่างจ้าวฯ พรหมเทียนกำลังต่อสู้สังหารกัน
ต้องการฉวยโอกาสตอนชุลมุน ก้าวขึ้นสู่ขั้นบันไดหยกขาวทีหลอมรวม กัน
แล้วเป็นคนแรก
“จิ่วหลง กลับมา!”
จ้าวฯ หมื่นลักษณ์ ยกมือขึ้น กาลอวกาศชั้นแล้วชั้นเล่าบีบอัด
ร่างเงาที่เดิมทีกำลังจะก้าวเข้าสู่ขั้นบันไดหยกขาวที่หลอมรวมกันแล้ว ถูก
ดึงกลับมาอย่างแข็งขัน
“วิธีการที่ดียิ่งนัก”
จ้าวฯ จิ่วหลงหันกลับมา
ลิ่
ชั่
พระองค์ซ่อนเร้นพลังและกลิ่นอาย ระเบิดพลังออกมาในชั่วขณะสำคัญ
ผลลัพธ์กลับยังคงไม่สมประสงค์
“จิ่วหลง ท่านผ่านทุกข์ 300,000,000 ครั้ง ตั้งแต่เมื่อใด?”
จ้าวฯ พรหมเทียนมองไปยังจ้าวฯ จิ่วหลง เอ่ยปากถาม
“เรื่องนี้ท่านไม่จำเป็นต้องรู้”
จ้าวฯ จิ่วหลงหัวเราะเหอะๆ
ต่อไป
การต่อสู้ทวีความรุนแรง ขึ้นเรื่อยๆ นอกจากจ้าวฯ จิ่วหลงแล้วยังมีจ้าวฯ
ในตำนานที่ผ่านทุกข์ 300,000,000 ครั้งเพิ่มขึ้นมาอีกสองตน
แต่เมื่อเทียบกับจ้าวฯ หยินเหอ ที่ปรากฏตัวขึ้นจากความว่างเปล่าแล้ว
จ้าวฯ ในตำนานสามตนอย่างจ้าวฯ จิ่วหลง ต่างก็มีชื่อเสียงมานานแล้ว
ต่อให้ไม่ได้ระเบิดพลังเทียบเท่า เฮ่าเทียน, พรหมเทียน ก่อนหน้านี้ก็ใกล้
เคียงระดับนี้
หึ่ง หึ่ง หึ่ง~ กลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวเจ็ดแปดสายกำลังต่อสู้สังหารกัน
อยู่หน้าขั้นบันไดหยกขาวที่หลอมรวมกันแล้ว
ในท้ายที่สุด——
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
จื้อเจ่อ ทั่วร่างแผ่กระจายกลิ่นอายท่วมท้น
ทลายการปิดล้อม ของจ้าวฯ ในตำนานอื่นๆ อย่างแข็งขัน
ในที่สุดก็ก้าวขึ้นสู่ขั้นบันไดหยกขาวที่หลอมรวมกันแล้ว
จื้
“จื้อเจ่อรึ?”
จ้าวฯ เฮ่าเทียนมองร่างเงาชรา ที่ยืนอยู่บนขั้นบันไดหยกขาวทีหลอมรวม
กัน
สำหรับจื้อเจ่อ จ้าวฯ ในตำนานโบราณ ผู้นี้ พระองค์ไม่เห็นอยู่ในสายตา
เลย ถือกำเนิดขึ้นไม่นานหลังจากมิติอนันต์ไร้สิ้นสุดเปิดฉากแต่กลับใช้ชีวิต
อย่างน่าอดสูมาจนถึงปัจจุบัน
การสำรวจเส้นทางหลุดพ้นยังเทียบไม่ได้กับพระองค์รึ?
ทว่าผ่านการต่อสู้เมื่อครู่นี้
จ้าวฯ เฮ่าเทียนพบว่า พลังของจื้อเจ่อไม่ด้อยไปกว่าพระองค์แม้แต่น้อย
มิฉะนั้นก็เป็นไปไม่ได้ที่จะสามารถขึ้นสู่ขั้นบันไดหยกขาวทีหลอมรวมกัน
ได้อย่างแข็งขันท่ามกลางการต่อสู้สังหารของจ้าวฯ ในตำนานระดับพวกท่าน
“คิดไม่ถึง พวกเราล้วนดูถูกท่านไป”
จ้าวฯ พรหมเทียนก็มองไปยังจื้อเจ่อเช่นกัน จ้าวฯ ในตำนานทีละตนต่าง
ทยอยหยุดมือ
“ข้าขอรับไว้”
รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าจื้อเจ่อ
เดิมทีในด้านพลัง พระองค์ด้อยกว่าจ้าวฯ พรหมเทียน, จ้าวฯ เฮ่าเทียน
บนขั้นบันไดหยกขาวสายนี้ ได้กระตุ้นการสะสมรากฐานของจือเจ่อออกมา
จนหมดสิ้น
ทำให้พลังของพระองค์พุ่งสูงขึ้น ก้าวขึ้นสู่ระดับของพรหมเทียน, เฮ่าเทียน
ในคราวเดียว
จื้
บวกกับจื้อเจ่อประสบกาลเวลามายาวนานเพียงพอ สร้างสรรค์เคล็ดวิชา
ลับและวิธีการมากมาย จึงสามารถเดินมาถึงจุดสุดท้ายในการต่อสู้ครั้งนี้ได้
“หลุดพ้น ข้าจะต้องหลุดพ้นในที่สุด!”
จื้อเจ่อยืนตระหง่านอยู่บนขั้นบันไดหยกขาวที่หลอมรวมกันแล้ว
จื้อเจ่อทะเยอทะยานอย่างยิ่งใหญ่ สายตากวาดผ่านจ้าวฯ ในตำนานอย่าง
จ้าวฯ พรหมเทียน, จ้าวฯ เฮ่าเทียน, จ้าวฯ หมื่นลักษณ์:
“ข้าได้เหยียบย่ำ จ้าวฯ ในตำนานที่แข็งแกร่งที่สุดทั้งหมดไว้ใต้ฝ่าเท้าแล้ว
หากข้าไม่หลุดพ้น ผู้ใดจะสามารถหลุดพ้นได้?”
ความคิดของจื้อเจ่อหมุนวนร้อยรอบ มองดูจ้าวฯ ในตำนานทีละตนที่อยู่
ด้านล่าง
ทันใดนั้นก็ตระหนักเลือนรางถึงความผิดปกติ
จ้าวฯ พรหมเทียน, จ้าวฯ เฮ่าเทียน, จ้าวฯ หมื่นลักษณ์…บวกกับจ้าวฯ อีก
สามตนที่ผ่านทุกข์ 300,000,000 ครั้งอย่างลับๆ
รวมเป็นจ้าวฯ ในตำนานเจ็ดตน ล้วนอยู่ข้างล่าง
แล้วจ้าวฯ หยินเหอเล่า?
เกี่ยวกับการต่อสู้ที่จ้าวฯ หยินเหอทลายจ้าวฯ จั๋วเหอนั้น จื้อเจ่อก็ได้ดูเช่น
กัน
ชัดเจนอย่างยิ่งว่าตนเองก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของจ้าวฯ หยินเหอ ก่อนทีจะแย่งชิง
ขั้นบันไดหยกขาวที่หลอมรวมกันแล้ว จื้อเจ่อได้ป้องกันมาโดยตลอด
ป้องกันจ้าวฯ หยินเหอที่ซ่อนตัวอยู่ในความมืด
แต่ตั้งแต่ต้นจนจบ จ้าวฯ หยินเหอกลับไม่เคยปรากฏตัวออกมาเลย
พื่
หากกล่าวว่าตอนแรกจ้าวฯ หยินเหอซ่อนตัวอยู่ในความมืดไม่ลงมือ ก็เพื่อ
ที่จะระเบิดพลังก้าวขึ้นสู่ขั้นบันไดหยกขาวที่หลอมรวมกันในคราวเดียว
แต่ตอนนี้ตนเองได้ขึ้นสู่ขั้นบันไดหยกขาวที่หลอมรวมกันแล้วจ้าวฯ หยิน
เหอถึงกับยังไม่ลงมือรึ?
“จ้าวฯ หยินเหอรึ?”
สายตาของจื้อเจ่อกวาดมองไปตามขั้นบันไดหยกขาวทีละสาย
ในที่สุดก็ยังคงไม่ได้อะไรเลย ไม่ได้พบร่องรอยของจ้าวฯ หยินเหอเลย
โดยไม่รู้ตัว สายตาของจื้อเจ่อเริ่มมองขึ้นไปด้านบนของขั้นบันไดหยกขาว
ที่หลอมรวมกันแล้ว
ขั้นบันไดหยกขาวทีละขั้นทอดยาวไร้จุดสิ้นสุด ราวกับทอดไปสู่จุดสูงสุด
อันเป็นนิรันดร์
ณ สุดสายตา ห่างจากตำแหน่งที่จื้อเจ่อยืนอยู่ในขณะนี้ไม่รู้กีขั้นบันได
จื้อเจ่อในที่สุดก็เห็นร่างเงาสายหนึ่งกำลังหันหลังให้พระองค์
ค่อยๆ ปีนป่ายขึ้นไป
เนื่องจากระยะทางไกลเกินไป ทำให้ร่างเงาสายนี้ดูเลือนรางไม่ชัดเจน
แต่จื้อเจ่อจำได้ในทันทีว่าร่างเงาสายนี้คือจ้าวฯ หยินเหอ
“นี่?!!”
จิตใจของจื้อเจ่อว่างเปล่า สั่นสะท้าน…