สวรรค์บันดาล: ข้าพเจ้าสร้างวิถี - บทที่ 795 เหนือกว่าการหลุดพ้น (จบ)
หมัวซวีจวิน หลัวโหวและสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาอื่นๆ ตั้งใจฟังอย่างสงบ
หลังจากได้รับคำตอบ ในใจก็เกิดความปั่นป่วนราวคลื่นกระทบฝั่ง
อยู่บนเส้นทาง?
กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือหลินหยวนยังไม่ได้หลุดพ้น?
แข็งแกร่งถึงเพียงนี้ ยังไม่ใช่การหลุดพ้นอีกรึ?
ความคิดมากมายผุดขึ้นในใจของหมัวซวีจวิน หลัวโหว และสิ่งมีชีวิตแห่ง
กาลเวลาอื่นๆ
“หลังจากนี้ข้าจะปิดด่านเป็นเวลานานมาก จะไม่ปรากฏตัวอีก” หลิน
หยวนเอ่ยปากกล่าว
บัดนี้เขาได้ละทิ้ง เส้นทางหลุดพ้น ‘อนันตทุกข์’ นี้แล้ว เพราะไม่อาจหลุด
พ้นได้เลย
เตรียมทุ่มเทพลังใจพลังกายทั้งหมดไปกับการปีนขั้นบันไดหยกขาวอันไร้
สิ้นสุด
อย่างน้อยจนถึงตอนนี้ หลินหยวนในการปีนขั้นบันไดหยกขาวยังคงสัมผัส
ได้ถึงแรงกดดันมหาศาล
มหาเต๋าใหม่เอี่ยม ที่ถือกำเนิดจากการหลอมรวมของมหาเต๋าต้นกำเนิด
แห่งความโกลาหลทั้งห้า ยังคง ห่างไกลจากการสั่นคลอนตัวขั้นบันไดหยกขาว
อันไร้สิ้นสุดได้
หมัวซวีจวิน หลัวโหว และสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาอื่นๆ พยักหน้า
การปิดด่านสำหรับสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาแล้วเป็นเรื่องปกติอย่างยิ่ง
นี้ชื่
ทั่
ทั้
และหลังจากวันนี้ ชื่อของจ้าวฯ หยินเหอจะก้องกังวานไปทั่วทั้งอดีต
ปัจจุบัน และอนาคต
ไม่มีจ้าวฯ ใดกล้าระรานพวกพระองค์
“ความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล… เราจะทำให้มันกระโดดออกจากเส้น
เวลา ไม่ถูกการดำรงอยู่ใดๆ สังเกตการณ์ ได้” ความคิดในใจของหลินหยวน
ขยับเล็กน้อย ความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลทั้งมวลก็เริ่มกึกก้อง
อันที่จริง ก่อนที่จะยังไม่ได้หยั่งรู้มหาเต๋ามหาธาตุแท้ต้นกำเนิดแห่งความ
โกลาหล หลินหยวนก็สามารถทำให้ความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลหลุดพ้น
จากเส้นเวลาได้แล้ว แต่ยังคงไม่สมบูรณ์อยู่บ้าง
แต่ตอนนี้ ต่อให้เป็นเจตจำนงแห่งมรรคาวิถีอันยิ่งใหญ่แห่งกฎเกณฑ์สูงสุด
ก็ยากมากที่จะล็อกเป้า ตำแหน่งพิกัดที่แน่ชัดของความว่างเปล่าแห่งความ
โกลาหล
ภายใต้สายตาจับจ้องของหมัวซวีจวิน หลัวโหว และสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลา
อื่นๆ ร่างของหลินหยวนหายไปอย่างเงียบเชียบ
“คิดไม่ถึงว่าหยินเหอยังไม่ได้หลุดพ้น?”
หมัวซวีจวินตั้งสติ กล่าวด้วยน้ำเสียงทอดถอนใจ
“สำหรับพวกเรา สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลา จ้าวแห่งกาลเวลา หยินเหอจะ
หลุดพ้นหรือไม่ ไม่มีความแตกต่าง มากนัก”
จู้อินกล่าว
สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาอื่นๆ พยักหน้าเห็นด้วย หลินหยวนแข็งแกร่งเกินไป
แล้ว แข็งแกร่งถึงระดับที่สามารถใช้พลังเพียงคนเดียวสังหารหมู่ จ้าวฯ ใน
ตำนาน ทั้งหมดในอดีต ปัจจุบันและอนาคตได้อย่างง่ายดาย
นี่ไม่ใช่การหลุดพ้นรึ?
หากไม่ใช่
สิ่
แล้วสิ่งใดคือการหลุดพ้นเล่า?
บนขั้นบันไดหยกขาวอันไร้สิ้นสุด
หลินหยวนยังคงปีนป่ายอย่างไม่รีบร้อนไม่เชื่องช้า
“ขั้นบันไดหยกขาวสายนี้…”
หลินหยวนทอดถอนใจในใจ แม้กระทั่งด้วยพลังของเขาในตอนนี้มหาเต๋า
ใหม่เอี่ยมที่ถือกำเนิดจากการหลอมรวมมหาเต๋าต้นกำเนิดแห่งความโกลาหลทั้ง
ห้า ในระหว่างการปีนขั้นบันไดหยกขาว ยังคงสามารถสัมผัสได้ว่ามหาเต๋าใหม่
เอี่ยมกำลังเปลี่ยนแปลงแปรผันอย่างต่อเนื่อง
“การหลุดพ้น…” สายตาของหลินหยวนฉายแววลึกล้ำ
ตอนนี้เขาไม่เพียงแต่ยังไม่ได้หลุดพ้น กลับกัน ยังห่างไกลจากการหลุดพ้น
มาก มากเสียจนมองไม่เห็นจุดสิ้นสุด
“จากระดับ 13 ถึงระดับ 14 ช่องว่างมันใหญ่เกินไปจริงๆ”
หลินหยวนส่ายหน้าเล็กน้อย
หากระดับ 14 เทียบเท่าการหลุดพ้น เช่นนั้นระดับ 13 ต้องการทะลวงผ่าน
ไปยังระดับ 14 โดยพื้นฐานแล้วไม่มีความเป็นไปได้เลยช่วงห่างระหว่างกลาง
ใหญ่เกินไป
นี่ก็คือเหตุผลที่เส้นทางหลุดพ้นสายชีวิตสมบูรณ์แบบนี้ จนถึงปัจจุบัน ไม่มี
จ้าวฯ ใดเดินไปจนสุดทาง
ล้วนกล่าวกันว่าเส้นทางหลุดพ้นสายชีวิตสมบูรณ์แบบ จะเดินไปจนสุดทาง
ได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับโชคชะตา ขึ้นอยู่กับเส้นทางของตนเอง
อันที่จริง จุดนี้ไม่ถูกต้องนัก อย่างน้อยด้วยระดับและสายตาของหลิน
หยวนในปัจจุบัน มองเพียงครั้งเดียว ก็มองออกว่าเหตุผลทีสิ่งมีชีวิตแห่งกาล
เวลาสมบูรณ์แบบไม่มีจ้าวฯ ใดเปลี่ยนแปลงแปรผันสำเร็จ เหตุผลที่แท้จริง คือ
ช่วงห่างใหญ่เกินไป
ระดับ 12 สามารถทะลวงผ่านไปยังระดับ 13 ได้ เป็นเพราะรากฐานของ
ตนเองอยู่ที่นั่น
แต่หากระดับ 1 ต้องการก้าวข้ามไปยังระดับ 13 โดยตรง ผลลัพธ์เดียวคือ
ถูกพลังอัดจนระเบิดโดยตรง
และระดับ 13 ต้องการก้าวข้ามไปยังระดับ 14 ห่างไกลกว่าการทีระดับ 1
ก้าวข้ามไปยังระดับ 13 โดยตรงอย่างมหาศาล
แน่นอนว่า เส้นทางของตนเอง สามารถตัดสินว่าจะสามารถกลายเป็นสิ่งมี
ชีวิตแห่งกาลเวลาสมบูรณ์แบบระดับ 14 ได้หรือไม่ อันที่จริงก็ไม่ได้ผิด
หากศักยภาพของเส้นทางตนเองยิ่งใหญ่ สามารถแบกรับช่องว่างช่วงห่าง
มากมายราวกับเหวสวรรค์ได้อย่างง่ายดาย เช่นนั้นย่อมสามารถเปลี่ยนแปลง
แปรผันไปสู่สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาสมบูรณ์แบบได้อย่างราบรื่น
แต่จนถึงตอนนี้ ยังไม่เคยปรากฏเส้นทางเช่นนี้
ต่อให้เป็นเส้นทาง ก็ต้องการการเติบโต วิถีไท่จี๋ที่หลินหยวนหยั่งรู้เมื่อตอน
ระดับ 2 ก็คงไม่คาดการณ์ว่า วิถีไท่จี๋จะเปลี่ยนแปลงแปรผันกลายเป็นมหาเต๋า
ห้าไท่กำเนิดฟ้าแห่งความโกลาหลในปัจจุบัน
ระหว่างที่ความคิดหมุนเวียน หลินหยวนไม่ได้ชะลอความเร็วในการปีนขั้น
บันไดหยกขาว
ทุกครั้งที่ปีนขึ้นหนึ่งขั้น มหาเต๋าต้นกำเนิดของหลินหยวนก็สมบูรณ์ขึ้น
ส่วนหนึ่ง พลังก็เพิ่มขึ้นส่วนหนึ่ง ราวกับขั้นบันไดหยกขาวที่ไม่มีที่สิ้นสุด
และพร้อมกับการปีนขึ้นไปอย่างต่อเนื่อง กาลอวกาศรอบด้านค่อยๆ เกิด
การเปลี่ยนแปลงอย่างเลือนราง
ได้เริ่มหลุดออกจากขอบเขตของมิติอนันต์ไร้สิ้นสุดแล้ว ราวกับว่าจุดสิ้นสุด
ของขั้นบันไดหยกขาวไม่ได้อยู่ในมิติอนันต์ไร้สิ้นสุด แต่อยู่ ณ สถานที่อันเป็นนิ
รันดร์และสูงสุดแห่งใดแห่งหนึ่ง
ขั้
นี้
“ขั้นบันไดหยกขาวในตอนนี้…”
หลินหยวนนอกเหนือจากการปีนป่าย ก็ค้นพบการเปลี่ยนแปลงของขั้น
บันไดหยกขาวด้วย
ยิ่งความสูงมากขึ้น ขั้นบันไดหยกขาวก็ยิ่งลึกล้ำห่างไกลมากขึ้นราวกับ…
‘ประตูสู่ภพหมื่น’ ที่อยู่ในส่วนลึกของจิตใจของหลินหยวน
ทั้งสองสิ่งมีความแตกต่างอย่างชัดเจน แต่ในบางด้าน กลับมีความ
คล้ายคลึงอยู่เล็กน้อย
“ขั้นบันไดหยกขาว เกี่ยวข้องกับประตูสู่ภพหมื่น…”
หลินหยวนแบ่งจิตใจ จมดิ่งลงสู่ส่วนลึกที่สุดของจิตใจ มองไปยังประตูสู่
ภพหมื่นอันยิ่งใหญ่ตระการตา บานนั้น
ต่อให้มาถึงตอนนี้ ประตูสู่ภพหมื่นในส่วนลึกที่สุดของจิตใจหลินหยวนก็ยัง
คงไม่ใช่ร่างจริง แต่เป็นเงามายาภาพฉาย
อันที่จริง ตอนที่เส้นทางหลุดพ้นสายขั้นบันไดหยกขาวอันไร้สิ้นสุดนี้
ปรากฏขึ้น หลินหยวนก็สงสัยแล้วว่ามันมีความเชื่อมโยงบางอย่างกับประตูสู่
ภพหมื่น
ท้ายที่สุดแล้ว ก่อนที่จะทะลวงผ่านไปสู่สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาเขาเคยฝัน
ประหลาดพิสดาร ในความฝันสุดท้ายเหล่านั้น ตนเองได้ผ่านการปีนขั้นบันได
หยกขาวอันไร้สิ้นสุด มาถึงสถานที่สูงสุดแห่งหนึ่ง ที่นั่นมีประตูแสงบานหนึ่งที่
สูงใหญ่อย่างไร้ขีดจำกัด รวมถึงบุรุษหลับตาที่พิงอยู่บนประตูแสง
“ไม่ว่าเกี่ยวข้องกันหรือไม่ เดินไปถึงจุดสิ้นสุดก็คงจะรู้เอง”
ความคิดของหลินหยวนรวบรวมกลับมา ปีนป่ายต่อไป
เวลาไหลผ่านอย่างรวดเร็ว
10,000 ปี
100,000 ปี
1,000,000 ปี
5,000,000 ปี
หลินหยวนยังคงปีนป่ายขั้นบันไดหยกขาวอันไร้สิ้นสุด
“หืม?” ในชั่วขณะหนึ่ง ในใจของหลินหยวนขยับเล็กน้อย
เสียงเรียกหา เสียงอัญเชิญสายหนึ่งจากกาลอวกาศอดีตสร้างการเชื่อมต่อ
กับเขาอย่างเลือนราง
เท้าขวาของหลินหยวนที่กำลังเตรียมก้าวไปยังขั้นบันไดถัดไปหยุดชะงัก
เล็กน้อย
“เป็นตอนนั้นรึ?”
หลินหยวนพลันเข้าใจกระจ่างในใจ บัดนี้ผู้ที่ติดต่อมาหาเขา คือร่างอดีต
เมื่อหลายล้านปีก่อนที่กำลังสำรวจในหมื่นมิติกาลอวกาศผลคือถูกจ้าวฯ เสวี่ย
ไห่บีบคั้น
ฟุ่บ!
หลินหยวนสะบัดแขนเสื้อ เบาๆ
พลังงานไร้ลักษณ์ข้ามผ่านกาลอวกาศ ทวนกระแสเส้นเวลาโหมกระหน่ำ
ไปยังกาลอวกาศอดีต
จากนั้น อดีตและอนาคตของจ้าวฯ เสวี่ยไห่ล้วนพังทลายดับสูญสิ้น
ทำทั้งหมดนี้เสร็จสิ้น หลินหยวนก็เริ่มปีนป่ายต่อไป ก้าวขึ้นไปทีละขั้น
การบีบคั้นของจ้าวฯ เสวี่ยไห่ สำหรับหลินหยวนในตอนนั้นแล้วแรงกดดัน
ใหญ่หลวงอย่างน่าเหลือเชื่อ
ที่
นั่
นึ่
ท้ายที่สุดแล้ว นั่นคือจ้าวฯ ในตำนานตนหนึ่ง
แต่สำหรับตอนนี้เล่า?
เมื่อ 5,000,000 ปีก่อน มดปลวกเช่นจ้าวฯ เสวี่ยไห่ แม้แต่คุณสมบัติที่จะ
ปรากฏตัวต่อหน้าหลินหยวนก็ยังไม่มี
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงตอนนี้
5,000,000 ปีแห่งการปีนป่าย พลังของหลินหยวนเป็นพันเท่าหมื่นเท่า
ของเมื่อ 5,000,000 ปีก่อน
“ยังคงหลุดพ้นไม่ได้…”
หลินหยวนคิดในใจเงียบๆ บัดนี้เขารู้สึกว่าตนเองสามารถปะทะซึ่งๆ หน้า
กับเจตจำนงแห่งมรรคาวิถีอันยิ่งใหญ่แห่งกฎเกณฑ์สูงสุดได้แล้ว
กล่าวอีกนัยหนึ่ง ต่อให้เจตจำนงแห่งมรรคาวิถีอันยิ่งใหญ่แห่งกฎเกณฑ์
สูงสุดลงมือด้วยตนเอง ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะลบล้างเขา
“ปีนต่อไปเถอะ”
หลินหยวนไม่ได้คิดมาก หยุดชะงักเล็กน้อยครู่หนึ่ง ก้าวขึ้นสู่ขั้นบันไดถัด
ไปอีกครั้ง
เวลาเริ่มไหลผ่านอย่างรวดเร็วอีกครั้ง
10,000,000 ปี
100,000,000 ปี
1,000,000,000 ปี
1 วัฏจักรแห่งมหาดับสูญ
2 วัฏจักรแห่งมหาดับสูญ
100 วัฏจักรแห่งมหาดับสูญ
ที่นี่คือจุดสูงสุด ในความหมายเชิงพื้นที่ แหล่งกำเนิดแรกเริ่ม ในความ
หมายเชิงเวลา
ประตูแสงอันยิ่งใหญ่ตระการตาบานหนึ่งตั้งตระหง่านอยู่ที่นั่นการดำรงอยู่
ของประตูแสงบานนี้ ส่งผลกระทบอย่างเงียบเชียบต่อเส้นเวลาทีละสาย มิติ
แต่ละแห่ง และสิ่งมีชีวิตแต่ละตน
และ ณ ธรณีประตูของประตูแสง มีร่างเงาเลือนรางสายหนึ่งกำลังพิงอยู่
ร่างเงาเลือนรางมองไม่เห็นใบหน้าชัดเจน หลับตาทั้งสองข้างอย่างเลือน
รางราวกับหลับใหล
พระองค์ดูเหมือนพิงอยู่ใต้ประตูแสงอันยิ่งใหญ่ตระการตาอย่างหาที่
เปรียบมิได้บานนั้น เพียงแต่กลิ่นอายที่แผ่ออกมาอย่างเลือนรางกลับอยู่เหนือ
กว่าประตูแสง ความผันผวนจากลมหายใจแผ่วเบา ก็โหมกระหน่ำไปทั่วเส้น
เวลานับไม่ถ้วน สรรพสิ่งในจักรวาล มิติอนันต์ไร้สิ้นสุด ล้วนถือกำเนิดขึ้นในลม
หายใจของพระองค์
ฟู่~ ร่างเงาเลือนรางที่พิงอยู่บนประตูแสงขยับเล็กน้อย ดวงตาทั้งสองข้าง
ค่อยๆ ลืมขึ้น
บัดนี้ร่างเงาสายนี้ไม่เลือนรางอีกต่อไป ทุกสิ่งชัดเจนขึ้นรูปลักษณ์ของ
พระองค์ไม่แตกต่างจากหลินหยวน
เพียงแต่แข็งแกร่งกว่ามากนัก ลึกล้ำกว่ามากนัก กลิ่นอายเพียงสายเดียวที่
แผ่ออกมาอย่างผ่อนคลายก็เหนือกว่าเจตจำนงแห่งมรรคาวิถีอันยิ่งใหญ่แห่งกฎ
เกณฑ์สูงสุดไปไกลแล้ว
“วัฏจักรนี้ ถึงกับจบลงเร็วถึงเพียงนี้รึ?”
หลินหยวนยืนขึ้น ยืนอยู่ใต้ประตูแสงอันยิ่งใหญ่ของมิติอนันต์ไร้สิ้นสุด
มองลงไปเบื้องล่าง
ขั้
สิ้
นึ่
ที่นี่
เห็นเพียงขั้นบันไดหยกขาวอันไร้สิ้นสุดสายหนึ่ง ทอดตัวมายังที่นี่ ส่วน
ปลายทางเริ่มต้น กลับเป็นมิติอนันต์ไร้สิ้นสุด
สายตาของหลินหยวนกวาดมองไปทั่วทั้งมิติอนันต์ไร้สิ้นสุด ไม่เพียงแต่
กวาดมองในระดับพื้นที่ ระดับเวลาก็รับเข้ามาในสายตาตั้งแต่มิติอนันต์ไร้สิ้น
สุดถูกบุกเบิกจนถึงปัจจุบัน ทุกเรื่องราวทีเกิดขึ้นล้วนปรากฏชัดต่อหน้าหลิน
หยวน ไม่มีการปกปิดซ่อนเร้นใดๆ ทั้งสิ้น
“นี่คือวัฏจักรครั้งที่ 33,333 วัฏจักร 33,332 ครั้งก่อนหน้า ล้วนต้องผ่านยุค
แห่งวัฏจักรทั้งหมดจึงจะจบลง ครั้งนี้จบลงเร็วกว่ากำหนดมากถึงเพียงนี้ ดูท่า
การสะสมของเราคงจะเต็มแล้ว”
หลินหยวนคิดในใจ
มิติอนันต์ไร้สิ้นสุด คือสิ่งที่หลินหยวนบุกเบิกสร้างขึ้น ส่วนประโยชน์
ใช้สอย?
ก็คือใช้เพื่อเดินบนเส้นทางที่แตกต่างกันอีกครั้ง เพิ่มพูนสะสมรากฐานของ
ตนเอง เพื่อที่จะก้าวเข้าสู่ระดับ ที่สูงขึ้น
โดยปกติแล้ว เวลาที่ใช้ในหนึ่งวัฏจักรจะไม่เกินกว่าเวลาตั้งแต่การกำเนิด
ใหม่จนถึงการดับสลายของมิติอนันต์ไร้สิ้นสุด
วัฏจักรในอดีต หลินหยวนล้วนต้องผ่านยุคแห่งวัฏจักรที่สมบูรณ์จึงจะตื่น
ขึ้น และประสบการณ์ทั้งหมดในยุคแห่งวัฏจักรนี้ เส้นทางทีเดินผ่าน ล้วนจะ
กลายเป็นรากฐานที่สะสมไว้ทั้งสิ้น
แต่ตอนนี้ กลับใช้เวลาเพียงไม่กี่ร้อยวัฏจักรแห่งมหาดับสูญ?
ไม่กี่ร้อยวัฏจักรแห่งมหาดับสูญ เมื่อเทียบกับยุคแห่งวัฏจักรทีสมบูรณ์ ไม่
ต่างอะไรกับการงีบหลับครั้งหนึ่งเท่านั้น
“ทุกครั้งที่เข้าสู่วัฏจักร เราจะสละทิ้งทุกวิธีการ กระทั่งความทรงจำก็ถูก
ผนึกไว้ มีเพียงเงาภาพฉาย ของ ‘ประตูสู่ภพหมื่น’ สายหนึ่งอยู่เคียงข้างกาย แต่
พื่
พิ่
มื่
เพื่อเพิ่มแรงกดดัน เงาภาพฉายของประตูสู่ภพหมื่นก็ไม่มีวิธีการต่อต้านศัตรู
ใดๆ ความสามารถในการโจมตีทีแท้จริงล้วนถูกข้าเอาออกไป”
สีหน้าของหลินหยวนฉายแววทอดถอนใจเล็กน้อย ประตูสู่ภพหมื่นคือ
ศาสตราวุธคู่ชีวิตที่พระองค์หลอมขึ้น ประโยชน์ใช้สอยทีใหญ่ที่สุดของเงาภาพ
ฉายก็คือการพาร่างในวัฏจักรของหลินหยวนผ่านประสบการณ์ในมิติเชิงพื้นที่ที
ละแห่ง แน่นอนว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือการผ่านประสบการณ์ในโลกต้นกำเนิดทั้ง
33 แห่งนั้น
โลกต้นกำเนิดทั้ง 33 แห่งนี้ ห่างไกลจากความเรียบง่ายที่เห็นบนผิวเผิน
มากนัก เป็นสิ่งที่หลินหยวนทุ่มเทแรงกายแรงใจมหาศาลเตรียมไว้ให้กับร่างใน
วัฏจักรของตนเอง
วัฏจักรก่อนหน้า 33,332 ครั้ง หลินหยวนยังไม่หยั่งรู้แก่นแท้ลึกล้ำของโลก
ต้นกำเนิดทั้ง 33 แห่งได้ ทว่าในวัฏจักรครั้งที่ 33,333 นี้ตนเองสำรวจไปเพียง
สิบกว่าโลกต้นกำเนิด ก็จบวัฏจักรลงหมายความว่า ได้หยั่งรู้แก่นแท้ของโลกต้น
กำเนิดทั้ง 33 แห่งอย่างสมบูรณ์แล้ว
ก็เหมือนกับถังไม้ที่ยังเติมไม่เต็ม น้ำที่ไหลเข้ามาจะไม่ล้นออกมาต่อเมื่อ
เติมเต็มแล้ว จึงจะมีน้ำล้นออกมา
วัฏจักรครั้งนี้หลินหยวนจบลงเร็วขนาดนี้ หมายความว่าการสะสมเต็มแล้ว
ไม่จำเป็นต้องดำเนินวัฏจักรต่อไปอีก
“มหาเต๋ามหาจักรวาลต้นกำเนิดแห่งความโกลาหล? ห้าไท่กำเนิดฟ้า? มหา
เต๋าหลอมรวมห้าไท่กำเนิดฟ้าแห่งความโกลาหล?” หลินหยวนสัมผัสถึงผลเก็บ
เกี่ยวของวัฏจักรครั้งนี้ ใบหน้าปรากฏรอยยิ้ม: “มิน่าเล่า ถึงจบลงเร็วถึงเพียงนี้
เส้นทางที่หยั่งรู้ได้เติมเต็มเส้นทางที่ข้าเดินอย่างสมบูรณ์แล้ว”
“มิติอนันต์ไร้สิ้นสุด…” สายตาของหลินหยวนกวาดมองไปทั่วมิติอนันต์ไร้
สิ้นสุด วัฏจักร 33,333 ครั้ง เหตุการณ์ที่ประสบในแต่ละวัฏจักรโดยรวมแล้ว
เหมือนกัน
เช่น ในวัฏจักรก่อนหน้ามากมาย เมื่อหลินหยวนเดินไปถึงจุดสุดท้าย ก็จะ
เผชิญการขัดขวางจากเจตจำนงแห่งมรรคาวิถีอันยิ่งใหญ่แห่งกฎเกณฑ์สูงสุด
เช่นกัน อัญเชิญการดำรงอยู่อันน่าสะพรึงกลัวมากมายจากอดีตและอนาคตมา
จัดการตนเอง
ในวัฏจักรเหล่านั้น หลินหยวนโดยพื้นฐานแล้วต้านทานไม่ได้ทำได้เพียง
ละทิ้งกลุ่มชนบ้านเกิด ญาติสนิทมิตรสหาย จากนั้นเปลี่ยนความโกรธแค้นและ
ความไม่ยินยอมในใจทั้งหมดให้กลายเป็นพลังขับเคลื่อนในการฝึกฝน
นี่ก็เป็นสิ่งที่หลินหยวนตั้งใจทำ
เส้นทางการฝึกฝน เป็นไปไม่ได้ที่จะราบรื่นตลอด ต้องมีแรงกดดันบีบคั้น
จากภายนอก
ด้วยเหตุนี้ ร่างในวัฏจักรช่วงแรกๆ ของหลินหยวนจึงล้วนมีชีวิตที่น่าสังเวช
อย่างยิ่ง บ่อยครั้งที่ในวัยเยาว์ บิดามารดาถูกศัตรูสังหารทรัพยากรในบ้านเกิด
ถูกปล้นชิง ตนเองถูกไล่ล่า เป็นต้น
มากมายเกินไปแล้ว
ก็เพราะภายใต้แรงกดดันบีบคั้นเหล่านี้เอง หลินหยวนจึงสามารถเดินออก
จากเส้นทางที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้นได้
ส่วนวัฏจักรครั้งนี้ที่มีรากฐานซึ่งเกิดจากวัฏจักรก่อนหน้า 33,332 ครั้ง
หลินหยวนต่อให้พยายามทำให้ตนเองอ่อนแอลงเท่าทีจะทำได้ ก็ยังทำได้ยาก
เพราะความเร็วในการฝึกฝนเร็วเกินไปบ่อยครั้งที่ศัตรูยังไม่ได้ลงมือ หลินหยวน
ก็อยู่เหนือกว่าศัตรูไปไกลแล้ว
เช่น ในโลกต้นกำเนิดแห่งที่หก อาณาจักรโบราณตั้งอยู่ เดิมทีหลินหยวน
จะต้องยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับบรรพบุรุษทั้งหก ย่อมต้องถูกสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลา
ทั้งหกนี้ไล่ล่า
แต่ความเร็วในการเติบโตของหลินหยวนเร็วเกินไป ทำให้บรรดา
บรรพบุรุษตกใจกลัวกับเส้นเวลาในอนาคต จึงเลือกที่จะผูกมิตรกระชับความ
สัมพันธ์โดยไม่สนใจสิ่งใดโดยตรง
รั้
ที่
ขึ้
วัฏจักร 33,333 ครั้ง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยรวมคล้ายคลึงกันในด้านราย
ละเอียดยังคงมีความแตกต่างเล็กน้อย
เช่น จำนวนครั้งของวัฏจักร ในวัฏจักรครั้งที่ 33,333 แก่นแท้ของมิติอนันต์
ไร้สิ้นสุดก็เกี่ยวข้องกับตัวเลข 33,333 นี้
ส่วนในวัฏจักรครั้งที่ 11,111 แก่นแท้ของมิติอนันต์ไร้สิ้นสุดก็เกี่ยวข้องกับ
11,111
มิติอนันต์ไร้สิ้นสุดทั้งหมด คือสิ่งที่หลินหยวนบุกเบิกสร้างขึ้นด้วยตนเอง
เจตจำนงแห่งมรรคาวิถีอันยิ่งใหญ่แห่งกฎเกณฑ์สูงสุด ก็เป็น ‘จิตวิญญาณ’
ส่วนหนึ่งที่หลินหยวนหลอมขึ้นมาอย่างง่ายๆ ใช้เพื่อรักษากลไกการทำงานของ
มิติอนันต์ไร้สิ้นสุด
ส่วนเส้นทางหลุดพ้น ‘อนันตทุกข์’ นี้เล่า?
จ้าวฯ ในตำนานเหล่านั้นคิดว่าผ่านทุกข์ทั้งหมดก็จะหลุดพ้นได้อันที่จริง
ไม่ใช่ ต่อให้เดินจบเส้นทาง ‘อนันตทุกข์’ นี้จริงๆ สิ่งที่ได้รับก็เป็นเพียงคำ
สัญญาหนึ่งข้อจากเจตจำนงแห่งมรรคาวิถีอันยิ่งใหญ่แห่งกฎเกณฑ์สูงสุด
เท่านั้น
สามารถทำให้เจตจำนงแห่งมรรคาวิถีอันยิ่งใหญ่แห่งกฎเกณฑ์สูงสุดลงมือ
ช่วยพระองค์ทำเรื่องหนึ่งเรื่องได้
ในยุคแห่งวัฏจักรก่อนหน้า ความเร็วในการเติบโตของร่างในวัฏจักรของ
หลินหยวนเชื่องช้า ในนั้นก็มีศัตรูที่เดินจบเส้นทาง ‘อนันต
ทุกข์’ นี้ ยื่นข้อเรียกร้องต่อเจตจำนงแห่งมรรคาวิถีอันยิ่งใหญ่แห่งกฎ
เกณฑ์สูงสุด——ลบล้างการดำรงอยู่ของหลินหยวน
เจตจำนงแห่งมรรคาวิถีอันยิ่งใหญ่แห่งกฎเกณฑ์สูงสุดลงมือด้วยตนเอง
สำหรับหลินหยวนแล้ว นับเป็นสถานการณ์คับขันถึงที่สุดที่ไม่เคยมีมาก่อน
สุดท้ายต้องใช้พลังต้นกำเนิดทำลายขอบเขตทั้งหมดจนหมดสิ้น จึงสามารถยื้อ
ชีวิตรอดมาได้
รั้
ที่
เพียงแต่ในวัฏจักรครั้งที่ 33,333 ความเร็วในการเติบโตของหลินหยวนไม่
เปิดโอกาสให้ศัตรูเลย
ส่วนเส้นทางหลุดพ้น ‘อนันตภาวะกำเนิด’ นี้เล่า?
อันที่จริงก็หลุดพ้นไม่ได้เช่นกัน เพราะสิ่งที่เรียกว่า แหล่งกำเนิดของเวลา
ก็คือสถานที่ที่ร่างจริงของหลินหยวนหลับใหลนั่นเองสิ่งมีชีวิตใดๆ ในมิติอนันต์
ไร้สิ้นสุดล้วนเป็นไปไม่ได้ที่จะเข้าใกล้ที่นี่ต่อให้เข้าใกล้ได้ ย่อมต้องถูกลบล้างใน
ทันที
สุดท้าย ช่วงห่างจากสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาระดับ 13 ไปสู่การหลุดพ้นนั้น
ใหญ่เกินไปจริงๆ ตอนนั้น หลินหยวนไม่รู้ว่าผ่านทุกข์ภัยมามากเท่าใด จึงได้
กลายเป็นผู้หลุดพ้น จนกระทั่งถึงจุดสูงสุดของผู้หลุดพ้นในปัจจุบัน
เพียงแต่ ยุคแห่งวัฏจักรเดียวต้องการให้กำเนิดผู้หลุดพ้นอีกคนรึ? ไม่มีทาง
เป็นไปได้เลย
“ยุคแห่งวัฏจักรนี้ เราเติบโตมาราบรื่นเกินไปจริงๆ”
หลินหยวนหวนนึกอยู่ครู่หนึ่ง ส่ายหน้าเล็กน้อย เมื่อเทียบกับร่างในวัฏจักร
ก่อนหน้ามากมาย แทบจะไม่ได้ประสบความยากลำบากและความทุกข์ทรมาน
ที่สมน้ำสมเนื้อเลย ญาติสนิทมิตรสหายล้วนอยู่ครบ
สาเหตุในนั้น ก็คือความเร็วในการเติบโตของตนเองเร็วเกินไปเร็วเสียจนไม่
เปิดโอกาสให้ความยากลำบากและความทุกข์ทรมานทีเตรียมการไว้ล่วงหน้ามี
เงื่อนไขที่จะปรากฏขึ้นมาได้เลย
“การสะสมสมบูรณ์พร้อม ทะลวงผ่านได้แล้ว”
สายตาของหลินหยวนค่อยๆ หนักแน่นจริงจังขึ้น ก่อนที่จะเริ่มต้นยุคแห่ง
วัฏจักรครั้งที่ 33,333 เขาก็เป็นจุดสูงสุดของผู้หลุดพ้นอยู่แล้ว
และหลังจากผ่านวัฏจักรมามากมายหลายครั้งเช่นนี้ เส้นทางทีเดินใน
แต่ละวัฏจักรล้วนไม่เหมือนกัน การสะสมรากฐานบรรลุถึงความสมบูรณ์พร้อม
การทะลวงผ่านจึงเป็นเรื่องที่ดำเนินไปตามลำดับขั้นและสมเหตุสมผล
นี้
“เหนือกว่าการหลุดพ้น? จนถึงบัดนี้ยังไม่มีผู้หลุดพ้นคนใดสัมผัสถึง…”
หลินหยวนสัมผัสถึงการเปลี่ยนแปลงแปรผันของตนเอง อันที่จริงหลังจาก
ตื่นขึ้น การสะสมสมบูรณ์พร้อม เขาก็ได้เริ่มเปลี่ยนแปลงแปรผันไปตาม
ธรรมชาติแล้ว
นอกมิติอนันต์ไร้สิ้นสุด คือโลกอันกว้างใหญ่ไพศาลที่หลินหยวนดำรงอยู่
ณ ที่แห่งนี้ ผู้หลุดพ้นก็เป็นการดำรงอยู่ที่สูงส่งไร้ใดเปรียบ มีจำนวนน้อยนิด
หึ่ง หึ่ง หึ่ง~
พร้อมกับการเปลี่ยนแปลงแปรผันดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง จิตใจของหลิน
หยวนทะยานสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว หลุดพ้นจากข้อจำกัดทั้งปวง ในที่สุดก็สัมผัส
ถึงขอบเขตใหม่เอี่ยมแห่งหนึ่ง
“เหนือกว่าการหลุดพ้น… คือความจริงแท้ ความจริงแท้อย่างสมบูรณ์…”
หลังจากหลินหยวนหลุดพ้นจากข้อจำกัดและพันธนาการทั้งปวงขอบเขต
แห่งความจริงแท้ที่น่าเหลือเชื่อยิ่งกว่าโลกอันกว้างใหญ่ไพศาลที่เขาอยู่ก็
ปรากฏขึ้นในการรับรู้
“ความจริงแท้…” หลินหยวนแววตาเปล่งประกาย
ทันใดนั้น ก็พลิกฝ่ามือขวา ฉีกโลกอันกว้างใหญ่ไพศาลกระโจนเข้าสู่
ขอบเขตแห่งความจริงแท้…
(จบบริบูรณ์)