สวรรค์บันดาล: ข้าพเจ้าสร้างวิถี - บทที่ 8 สิ่งที่ดีที่สุดในโลก ราชวงศ์ต้าหลี
“พุทธบุตรเข้าสู่โลกฆราวาสแล้ว?” เจ้าสำ นักวิหารนักรบ ฮุ่ยเหวิน รีบตอบสนองทันที พระสงฆ์ของวัดต้าฉานลงจากเขาเข้าสู่โลกฆราวาส ท่องเที่ยวไปทั่วโลก ไม่ใช่เรื่องแปลก
เจ้าอาวาสฮุ่ยหยวนและเจ้าสำ นักหลายคนก็เคยผ่านประสบการณ์นี้มา แล้ว ไม่ใช่แค่ครั้งเดียว
สำ หรับพระสงฆ์ระดับสูง การลงจากเขาเข้าสู่โลกฆราวาส ถือเป็นการ ฝึกฝนทางจิตใจ
เพียงแต่ในใจของเจ้าอาวาสฮุ่ยหยวนและคนอื่นๆ หลินหยวนนั่งอยู่ในหอพระไตรปิฎกมาสิบปี เหมือนกับทุกวัน จิตใจเช่นนี้ อย่างน้อยเจ้าสำ นักหลายคนก็เทียบไม่ได้
ดังนั้นจึงมองข้ามไปว่า หลินหยวนยังไม่เคยลงจากเขามาก่อน “พุทธบุตรลงจากเขาเพียงลำ พัง จะเกิดอันตราย อะไรหรือไม่…” เจ้าสำ นักวิหารวินัย เหมือนนึกถึงอะไรบางอย่าง จึงอดไม่ได้ที่จะพูด อย่างไรก็ตาม คำ พูดนี้ยังไม่ทันจบ ก็กลืนกลับลงไป เจ้าอาวาสฮุ่ยหยวนและเจ้าสำ นักคนอื่นๆ มองหน้ากัน
พูดเล่นอะไร
อันตราย? พวกเขาไม่รู้ว่าหลินหยวนอยู่ในระดับไหน
แต่เมื่อห้าปีก่อน หลินหยวนก็อยู่ในระดับมหาปรมาจารย์แล้ว
ห้าปีผ่านไป แม้ว่าหลินหยวนจะไม่ก้าวหน้า ก็ยังเป็นมหาปรมาจารย์ ด้วยพลังของมหาปรมาจารย์ แม้จะถูกล้อมด้วยกองทัพหลายแสนนาย ใช้เวลาสักหน่อย ก็สามารถฆ่ากองทัพนั้นได้จนหมด อย่างน้อยที่สุดก็สามารถถอยกลับได้อย่างปลอดภัย มหาปรมาจารย์ท่องเที่ยวไปทั่วโลก ตราบใดที่ไม่อยากตาย ก็จะไม่ตาย “ไม่เป็นไร”
“รูปของพุทธบุตร ได้แจกจ่ายไปยังวัดต่างๆ ทั่วโลกแล้ว” “พระสงฆ์ของวัดต้าฉานในทุกที่ จะรับฟังคำ สั่งของพุทธบุตร” เจ้าอาวาสฮุ่ยหยวนกล่าวอย่างช้าๆ
วัดต้าฉานสามารถเป็นศาสนสถานอันศักดิ์สิทธิ์ของพุทธศาสนาและเป็น สำ นักยุทธที่ยิ่งใหญ่ของโลกได้
อิทธิพลและอำ นาจที่ซ่อนเร้น ล้วนลึกลับเกินคาดเดา
แม้กระทั่งในบรรดาสำ นักยุทธที่ยิ่งใหญ่อื่นๆ วัดต้าฉานก็ยังถือว่าเป็น อันดับหนึ่ง
นอกวัดต้าฉาน
ท้องฟ้ากว้างใหญ่ ไร้ขอบเขต พระหนุ่มในจีวรสีเทา เดินอยู่บนทางแคบๆ บนภูเขา
หากมีคนสังเกตอย่างใกล้ชิด ก็จะพบว่า
พระหนุ่มผู้นี้ ทุกครั้งที่ก้าวออกไป
ร่างกายก็จะปรากฏขึ้นห่างออกไปหลายเมตร เป็นสิ่งที่แปลกประหลาด อย่างยิ่ง
พระหนุ่มผู้นี้คือหลินหยวน
หลังจากออกจากวัดต้าฉาน หลินหยวนใช้เวลาสองชั่วโมง ก็เดินทางได้ หนึ่งพันสองร้อยลี้ ( 2 ลี้เท่ากับ 1 กิโลเมตร เดินประมาณ 600 กิโลเมตร ใน เวลา 2 ชั่วโมง )
เมื่อเทียบกับระดับมหาปรมาจารย์
ผู้ฝึกยุทธในระดับตำ นาน ปราณในร่างกายได้พัฒนาไปสู่พลังงานระดับที่ สูงกว่าแล้ว
หลินหยวนเรียกพลังนี้ว่า ‘พลังหยวน’ ชั่วคราว
พลังหยวนหนึ่งสาย สามารถทำ ลายปราณของมหาปรมาจารย์ได้สิบสาย
แน่นอน นี่เป็นเพียงการคำ นวณอย่างง่ายๆ
ในการต่อสู้จริง จะเป็นอีกสถานการณ์หนึ่ง
ตามการคาดเดาของหลินหยวน พลังการต่อสู้ที่แท้จริงของเขาได้ไปถึง ระดับที่ไม่เคยมีมาก่อน
แม้ว่ามหาปรมาจารย์ทุกคนในอดีตจะฟื้นคืนชีพ
และยืนอยู่ตรงหน้าเขา เพียงฝ่ามือเดียว ก็เพียงพอ
“ฮ่าๆๆๆๆๆ”
“สบายใจ จริงๆ”
รั้ ที่
ทุกครั้งที่หลินหยวนก้าวออกไป เลือดลมในร่างกายก็พลุ่งพล่าน ‘พลัง หยวน’ หมุนเวียน
ความร้อนที่น่ากลัวแผ่กระจายออกไปทุกทิศทุกทาง เหมือนเตาหลอมที่ กำ ลังลุกไหม้
ร่างกายของผู้ฝึกยุทธในระดับตำ นาน ทำ ให้หลินหยวนเหมือนสัตว์ ประหลาดร่างมนุษย์
ทันใดนั้น
ในเวลานั้น
หลินหยวนหยุดกะทันหัน
ลมพัดผ่านมาเบาๆ
หลินหยวนถึงกับยืนนิ่งอยู่กับที่
ดวงอาทิตย์ขึ้นและตกดิน ผ่านไปหลายวัน
【ความเข้าใจท้าทายสวรรค์ อ่านตำ รามากมาย สัมผัสสายลมทีพัดผ่าน ฟัง เสียงแห่งสายลม เข้าใจแก่นแท้ของยุทธ ‘วิชาเก้าก้าวย่างเทพวายุ’】
หลินหยวนลืมตาขึ้น แสงสว่างนับไม่ถ้วนส่องประกายในหัวรวมตัวกันเป็น ยุทธวิชาแก่นแท้
ยุทธวิชาแก่นแท้ เป็นยุทธที่เหนือกว่ายุทธของปรมาจารย์
ผู้ฝึกยุทธในระดับตำ นานต้องใช้เวลาและพลังงานอย่างมาก จึงมีโอกาส สร้างขึ้นมาได้
ครั้งนี้หลินหยวนออกจากวัดต้าฉาน จิตใจผ่อนคลาย หลุดพ้นจากกรงขัง สัมผัสสายลมแห่งสวรรค์และปฐพี ด้วยความเข้าใจเป็นเลิศ จึงสร้างยุทธวิชานี้ ขึ้นมาได้
“วิชาเก้าก้าวย่างเทพวายุ” หลินหยวนสัมผัสอย่างละเอียด ยุทธวิชานี้เป็นยุทธประเภทเคลื่อนไหว
ใช้ ‘พลังหยวน’ ในร่างกาย ดึงดูดพลังแห่งสวรรค์และปฐพี หลังจากเก้าก้าว ทำ ให้ตัวเองกลมกลืนกับสายลมให้มากที่สุด จากนั้นความเร็วของตัวเองก็จะเพิ่มขึ้นหลายเท่า “น่ากลัว”
หลินหยวนรู้สึกทึ่งในใจ ในระดับของเขา ทุกด้านได้ไปถึงขีดสุดแล้ว
แม้จะเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย ก็ยากลำ บากอย่างยิ่ง ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการเพิ่ม ขึ้นหลายเท่า?
“ยุทธวิชาแก่นแท้ เริ่มดึงดูดพลังแห่งสวรรค์และปฐพีแล้วเส้นทางข้างหน้า จะเกี่ยวข้องกับสวรรค์และปฐพีด้วยหรือไม่?”
หลินหยวนยังคงยืนอยู่ที่เดิม สีหน้าครุ่นคิด วัดผูตู๋
วัดแห่งนี้สร้างขึ้นโดยพระสงฆ์ระดับสูงของวัดต้าฉานที่เดินทางมาที่นี่เมื่อ สามร้อยปีก่อน
หลายร้อยปีมานี้ ยังคงติดต่อกับวัดต้าฉานอย่างใกล้ชิด “พุทธบุตรเดินทางไปพระราชวังหมิงเย่ว์มีธุระอันใดหรือไม่?” เจ้าอาวาสวัดผูตู๋ถามอย่างระมัดระวัง ตรงหน้าเขามีพระหนุ่มนั่งอยู่ นั่นคือหลินหยวน
ที่ รั้ นี้
เป้าหมายหลักของหลินหยวนที่ออกจากวัดต้าฉานในครั้งนี้ คือการดูยุทธวิชาขั้นสูงของสำ นักอื่นๆ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำ นักที่เทียบเท่ากับวัดต้าฉาน ซึ่งเป็นสำ นักยุทธที่ยิ่ง ใหญ่ ถือเป็นตัวเลือกแรก
สำ นักที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นสำ นักยุทธที่ยิ่งใหญ่ โดยพื้นฐานแล้วผู้ก่อ ตั้งล้วนเป็นมหาปรมาจารย์
และในแต่ละรุ่นก็มีปรมาจารย์เกิดขึ้นมากมาย และพระราชวังหมิงเย่ว์ก็เป็นสำ นักยุทธที่ยิ่งใหญ่เช่นกัน
ผู้ก่อตั้งพระราชวังหมิงเย่ว์ยังเป็นมหาปรมาจารย์หญิงที่หาได้ยาก “ข้าอยากศึกษาตำ ราวิชายุทธของพระราชวังหมิงเย่ว์” หลินหยวนนั่งขัดสมาธิ พูดอย่างใจเย็น ระหว่างทางไปพระราชวังหมิงเย่ว์ หลินหยวนผ่านวัดผูตู๋ จึงแวะพัก แม้ว่าจะเป็นผู้ฝึกยุทธในระดับตำ นาน ก็ยังเป็นมนุษย์ เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่เหนื่อยเหมือนหุ่นยนต์
วัดผูตู๋มีความสัมพันธ์อันลึกซึ้งกับวัดต้าฉาน เจ้าอาวาสวัดผูตู๋จำ หลินหยวนได้ จึงรีบต้อนรับด้วยตัวเอง “พระราชวังหมิงเย่ว์”
เจ้าอาวาสวัดผูตู๋มีสีหน้าลังเล
“เรียนพุทธบุตร เมื่อครึ่งปีก่อน ปรมาจารย์ของพระราชวังหมิงเย่ว์ได้
สิ้นชีพิตักษัย ไม่มีผู้สืบทอด พระราชวังหมิงเย่ว์ เกิดกบฏภายใน ตำ ราวิชายุทธ
จำ นวนมากน่าจะสูญหายไป” เจ้าอาวาสวัดผูตู๋พูดเบาๆ แม้ว่าพระราชวังหมิงเย่ว์จะพยายามปกปิดเรื่องนี้ แต่วัดผูตู๋ก็ได้ทราบเรื่องนี้ผ่านช่องทางพิเศษ “หืม?”
หลินหยวนขมวดคิ้วเล็กน้อย
“หากพุทธบุตรต้องการดูตำ ราวิชายุทธของพระราชวังหมิงเย่ว์สามารถไป ที่เมืองหลวงของอาณาจักรต้าหลีได้”
“ในอดีต ปฐมกษัตริย์แห่งต้าหลีได้พิชิตโลก กวาดล้างทุกทิศทุกทาง และ ยังเคยไปที่พระราชวังหมิงเย่ว์ คัดลอกตำ ราวิชายุทธทั้งหมดกลับไป”
เจ้าอาวาสวัดผูตู๋หยุดครู่หนึ่ง แล้วพูดถึงอีกเรื่องหนึ่งอย่างอ้อมๆ ในตอนนั้น ไม่ใช่แค่พระราชวังหมิงเย่ว์
สำ นักยุทธที่ยิ่งใหญ่อื่นๆ รวมถึงวัดต้าฉาน ล้วนถูกปฐมกษัตริย์แห่งต้าหลี ไปเยี่ยมเยียน
ตำ ราวิชายุทธต่างๆ ถูกคัดลอกไปทั้งหมด ปฐมกษัตริย์แห่งต้าหลีในฐานะมหาปรมาจารย์ ไม่มีใครเทียบได้ในยุคนั้น ไม่มีสำ นักยุทธใดกล้าปฏิเสธ ได้แต่ยอมรับความพ่ายแพ้นี้
“โอ้?” ดวงตาของหลินหยวนเป็นประกาย
เขาไม่เคยเห็นเรื่องนี้ในหนังสือของวัดต้าฉาน มื่
แต่เมื่อคิดดูอีกที ก็สมเหตุสมผล
การที่คนอื่นบุกเข้ามาเอาตำ ราวิชายุทธไปทั้งหมด ไม่ใช่เรื่องทีน่าภาค ภูมิใจ
แม้ว่าคนๆ นั้นจะเป็นปฐมกษัตริย์แห่งต้าหลี เป็นมหาปรมาจารย์ก็ตาม
แม้ว่าวัดต้าฉานจะไม่ได้ตั้งใจปิดบังเรื่องนี้ ก็คงไม่จดบันทึกและเผยแพร่ เป็นพิเศษ
“หมายความว่า ในเมืองหลวงของอาณาจักรต้าหลี มีตำ ราวิชายุทธของ สำ นักยุทธที่ยิ่งใหญ่ทั้งหมดในยุคปัจจุบันหรือ?”
หลินหยวนถาม
“ในอดีต ปฐมกษัตริย์ต้าหลีต้องการก้าวหน้าต่อไป ดังนั้นจึงรวบรวมวิชา ยุทธทั่วโลก ตราบใดที่เป็นสำ นักยุทธที่มีชื่อเสียง ล้วนต้องส่งมอบวิชาและเคล็ด วิชาของตนเอง ไม่มีข้อยกเว้น”
เจ้าอาวาสวัดผูตู๋พูดตามความจริง “แบบนี้ก็ดี”
หลินหยวนพยักหน้าเล็กน้อย เดิมที หากหลินหยวนต้องการดูวิชายุทธของแต่ละสำ นัก คงต้องไปทีละสำ นัก สำ นักยุทธที่ยิ่งใหญ่ของโลกตั้งอยู่กระจัดกระจาย หากหลินหยวนไปหาทีละสำ นัก คงต้องเสียเวลามาก
ตอนนี้กลับง่ายขึ้น เพียงแค่ไปที่เมืองหลวงของอาณาจักรต้าหลีก็เพียง พอแล้ว