สามีข้าคือขุนนางใหญ่ - บทที่ 286 ไทเฮาเสด็จ! (1)
ไม่ว่าอย่างไรฮูหยินใหญ่ถังก็เป็นสตรีออกเรือนที่
ขลุกอยู่แต่ในจวน ไม่ได้มักใหญ่ใฝั่สูงหรือทะเยอะ
ทะยานอะไร ถูกถังเย่ว์ซานสงสัยเช่นนี้ จึงน้อย
อกน้อยใจขึ้นมาอยู่เนืองๆ นางแย้งขึ้นอย่างอด
ไม่ได้ว่า “ข้าเปล่า…ข้าไม่ได้จะฆ่าหมิงเอ๋อร์…”
“กริชเล่มนั้น…” ถังเย่ว์ซานเบนสายตาตกลงบน
กริชประกายเย็นเยียบในมือฮูหยินใหญ่ถัง จู่ๆ ก็
นึกบางอย่างขึ้นมาได้ เขามองไปยังบ่าวรับใช้ที่
แววตาเลื่อนลอยคุกเข่าอยู่บนพื้น แล้วถีบใส่
“สารเลว! เจ้าจะฆ่าหมิงเอ๋อร์รึ”
บ่าวรับใช้สติยังคงเลื่อนลอย เขาล้มลงพื้นกระอัก
เลือดออกมา แล้วยิ้มอย่างไร้สติ “ฆ่า…แหะ…ฆ่า
นายน้อย…”
บ่าวรับใช้คนนี้เป็นลูกชายของครอบครัวในจวน
และเป็นคนที่ถังหมิงต้องการให้มารับใช้เอง ไหน
เลยจะรู้ว่าได้เลี้ยงงูพิษไว้กับตัว
“ใครให้เจ้ามาฆ่านายน้อย” ถังเย่ว์ซานเอ่ยเสียง
เย็นเยียบ
ฤทธิ์ยาที่กู้เจียวฉีดให้เขายังไม่หมดไป จิตใต้
สำนึกเขาอ่อนแอมาก ถามอะไรเขาก็ตอบไปตาม
จิตใต้สำนึกทั้งสิ้น
เขาเอ่ยอย่างเลื่อนลอย “นะ…นายท่าน…นาย
ใหญ่…”
ยังคงเป็นคำตอบเดิมที่กู้เฉิงเฟิงรู้ แต่มาได้ยินอีก
รอบกลับให้ความรู้สึกที่ต่างออกไป เขาอยากรู้ว่า
กู้เจียวคิดอะไรอยู่ในใจ จึงหันไปมองกู้เจียว
สีหน้ากู้เจียวเรียบนิ่งดุจสายน้ำ
เด็กคนนี้มีหัวใจหรือไม่ ยังเป็นคนเป็นๆ อยู่
หรือไม่
กู้เฉิงเฟิงลอบตำหนิอยู่ในใจ ก็ตั้งใจจดจ่อกับพวก
ถังเย่ว์ซานต่อ
ประตูห้องแง้มเปิด แสงจันทร์นวลผ่องและแสง
เทียนสาดส่องเข้ามา ทำให้ภายในห้องมีแสงสลัว
เล็กน้อย
หลังจากได้ยินคำว่านายท่านใหญ่แล้ว ถังเย่ว์ซาน
กับฮูหยินใหญ่ถังก็สีหน้าเปลี่ยนทันที
ถังเย่ว์ซานนั้นตกใจ ฮูหยินใหญ่ถังก็ตกใจเช่นกัน
แต่มีเพลิงโทสะด้วย ทว่าเพลิงโทสะนี้พลันโดน
บดบังโดยความเสียใจและรู้สึกผิดมหาศาล
นางร่างอ่อนยวบ กริชในมือตกลงพื้นอย่างไร้
เรี่ยวแรง เกิดเป็นเสียงตุบดังก้อง
ครู่ต่อมานางก็ปิดหน้า คุกเข่ากับพื้นสะอึกสะอื้น
ขึ้นมาอย่างเจ็บปวด “เขารู้แล้ว…เขารู้ทุกอย่าง
แล้ว…”
นางตัวสั่นสะท้าน น้ำตาไหลลงมาตามซอกนิ้ว
เสียงสะกดอารมณ์ของนางแฝงไว้ด้วยความ
เจ็บปวดเหลือแสน
เดิมทีถังเย่ว์ซานกำลังตกใจหนัก ได้ยินนางสะอื้น
ไห้อย่างเจ็บปวดทั่วทั้งร่างก็พลันนิ่งงันไป
เขาข่มความเดือดดาลในใจเอาไว้ ค่อยๆ เดินไป
ตรงหน้าฮูหยินใหญ่ถัง คุกเข่าลงข้างหนึ่ง สีหน้า
อ่อนโยนขึ้นมาไม่น้อย
กู้เฉิงเฟิงเห็นมาถึงตรงนี้ก็สัมผัสได้ถึงความ
ผิดปกติบางอย่าง แต่อย่างไรเสียเขาก็ไม่เคยผ่าน
เรื่องเช่นนี้มาก่อน และได้ยินมาน้อยมาก จึงไม่มี
ปฏิกิริยาใดเกิดขึ้น
แต่กู้เจียวกลับเข้าใจขึ้นมาไม่น้อยแล้ว
ถังเย่ว์ซานยื่นมือออกไป เขาลังเลครู่หนึ่ง สุดท้าย
ก็ตบลงบนบ่านางเบาๆ “เจ้าอย่าร้อง”
ฮูหยินใหญ่ถังร้องเสียงดังกว่าเดิม
เหมือนว่านางจะร้องระบายความไม่เป็นธรรมทั้ง
ชีวิตนี้ออกมาทั้งหมด
“ข้าไม่ดีเอง…ข้าไม่ดีเอง…ข้าไม่มีหน้ามีชีวิตอยู่ใน
โลกนี้แล้ว…ข้าผิดเอง…”
กู้เฉิงเฟิงใช้สายตาถามกู้เจียวว่า เกิดอะไรขึ้นรึ
กู้เจียว ดูเอาเอง
กู้เฉิงเฟิง “…”
ดูเองก็ดูเอง ขี้งกจริง!
ฮูหยินใหญ่ถังร้องไห้เจ็บปวดเจียนตาย แทบจะ
ขาดใจ
ถังเย่ว์ซานน้อยนักจะเผยสีหน้าทำอะไรไม่ถูก
เช่นนี้ออกมา เขาไม่รู้ว่าควรปลอบอีกฝั่ายอย่างไร
ดี นานทีเดียวจึงเอ่ยออกมาได้ “ไม่ใช่ความผิด
เจ้าหรอก”
ฮูหยินใหญ่ถังร้องไห้จนหายใจไม่ทัน “ข้าจะไม่
ผิดได้อย่างไร ข้าไม่ควร…ไม่ควร…”
ไม่ควรอะไร
ต่อให้เป็นกลางค่ำกลางคืนเช่นนี้ ในสถานที่เกิด
เหตุที่ถูกคนเปิดแผลเช่นนี้ นางก็ยังคงยากจะเอ่ย
ปากถึงเรื่องเมื่อปีนั้นอยู่ดี
นางแต่งเข้าตระกูลถังตอนสิบหก พอสิบเจ็ดก็
เป็นม่าย ปีแรกที่แต่งงานพวกนางมีวันคืน
ช่วงหนึ่งที่ทำผู้คนอิจฉาอยู่เหมือนกัน แต่สวรรค์ก็
ไม่เป็นใจสามีนางตกม้ากลายเป็นอัมพาต
วันสองวันไม่รู้สึกอะไรหรอก แต่เป็นปีสองปี…
นางเป็นคนมีชีวิตจิตใจ นางก็ต้องการโดน
ปลอบโยนเหมือนกัน นางข่มความเหงาไว้ไม่อยู่…
ถังเย่ว์ซานหน้าด้านกว่านาง คำบางคำเขาเอ่ย
ออกมาได้ เขาถอนหายใจเฮือกหนึ่งแล้วเอ่ย
“เรื่องเมื่อปีนั้นจะโทษเจ้าได้อย่างไร ข้าเป็นคน
ข่มขืนเจ้าเอง”
เรื่องนี้พูดแล้วยาว มีอยู่ครั้งหนึ่งระหว่างทางกลับ
จวน เขาเจอพี่สะใภ้ใหญ่ดูละครกับบุรุษคนหนึ่ง
ทั้งคู่สนิทสนมกัน แค่มองก็รู้ว่ามีลับลมคมใน
บางอย่าง
ตอนนั้นเขายังหนุ่มยังแน่น ซ้ำเพิ่งจะดื่มสุรามา
กับเพื่อนร่วมงาน ไม่ค่อยมีสตินัก จึงไปชกบุรุษ
คนนั้น แล้วซักถามพี่สะใภ้ใหญ่ว่าเหตุใดต้องหัก
หลังพี่ชาย
นางข่มความเหงาไม่ได้เพียงนี้เลยรึ
นางชอบยั่วผู้ชายเพียงนี้เลยรึ
นาง…
สรุปก็คือเขาเอ่ยคำพูดบาดหูสารพัดออกมา ไม่รู้
เหมือนกันว่าท่าทางดิ้นรนของพี่สะใภ้ใหญ่กวนใจ
เขา หรือว่าสุราแรงทำพิษกับสติปัญญาของเขา
พอเขาได้สติแล้ว ความผิดมหันต์ก็จบสิ้นลง
จากนั้นพี่สะใภ้ใหญ่ก็ตั้งท้อง พวกเขาใช้ยากับพี่
ใหญ่เพื่อไม่ให้พี่ใหญ่รู้ บอกว่าไม่ว่าอย่างไรก็ให้พี่
ใหญ่มีทายาทไว้บ้าง
พี่ใหญ่ก็เชื่อ
และคิดว่าพี่สะใภ้ใหญ่ตั้งครรภ์ลูกของตัวเอง
จริงๆ
ระหว่างตั้งท้องพี่สะใภ้ใหญ่เสียใจไม่ใช่แค่ครั้ง
เดียว อยากจะทำร้ายเด็กคนนี้ให้แท้งไปเสีย ถึง
ขนาดคลอดออกมาแล้วพี่สะใภ้ใหญ่ก็ยังเย็นชา
กับเด็กคนนี้มาก
จากนั้นหมิงเอ๋อร์ยิ้มแย้มหัวเราะได้แล้ว เรียกแม่
เป็นแล้ว จึงค่อยๆ ทำให้ใจนางอ่อนลง
หากแต่อย่างไรเสียก็เคยมีบทเรียนมาแล้ว เขา
มักจะกังวลว่าพี่สะใภ้ใหญ่จะไม่อยากเห็นเด็กคน
นี้ และเห็นเด็กคนนี้เป็นมารหัวขน ดังนั้นเขาจึง
รับหมิงเอ๋อร์มาไว้ที่เรือนตัวเอง
…พี่ใหญ่รู้ความจริงตั้งแต่เมื่อใดกัน
เป็นตอนที่หลังจากหมิงเอ๋อร์โตแล้ว เขาไปข่มขืน
พี่สะใภ้ใหญ่อีกหลายหนนั่นหรือ
ถังเย่ว์ซานกำหมัดแน่น เขาลุกพรวดขึ้น สาวเท้า
ราวกับดาวตกเดินออกประตูไป
ฮูหยินใหญ่ถังสีหน้าพลันเปลี่ยน ราวกับนึก
บางอย่างขึ้นมาได้ นางโผไปกอดขาถังเย่ว์ซานไว้
“เจ้าอย่าฆ่าเขานะ! อย่านะ…”
ถังเย่ว์ซานกำหมัดแน่น ดวงตาวาวโรจน์ดั่งเปลว
เพลิง “ข้ายอมรับว่าข้าทำผิดต่อเขา แต่หลายปี
มานี้ข้าปฏิบัติต่อเขาอย่างไรเจ้าก็เห็นอยู่ หากเขา
ส่งคนมาฆ่าข้า ข้ายังจะไม่ถือสาเขาเลยด้วยซ้ำ!
แต่นี่เขาจะฆ่าหมิงเอ๋อร์!”
ฮูหยินใหญ่ถังร้องไห้อ้อนวอน “ข้าขอร้องล่ะ ข้า
ขอร้อง เจ้าไว้ชีวิตเขาสักครั้งเถอะ เขาอยู่ไม่สู้ตาย
แล้วตอนนี้ เจ้าอย่าฆ่าเขาเลยนะ”
ถังเย่ว์ซานหัวเราะเสียงเย็น “เหอะ บางทีเขา
อาจจะกำลังร้องขอความตายอยู่ก็ได้ เทียบกับ
ชีวิตอันทรมานเช่นนี้แล้ว ไม่สู้ให้เขาได้ไปสบาย
ดีกว่า!”
ฮูหยินใหญ่ถังกอดขาถังเย่ว์ซานไว้แน่น น้ำตานาง
อาบชายเสื้อผ้าเขา “เขาเป็นพ่อของหมิงเอ๋อร์นะ
..เจ้าฆ่าเขา…แล้วหมิงเอ๋อร์จะทำอย่างไร…”
ถังเย่ว์ซานเอ่ยเสียงเย็น “ข้าต่างหากที่เป็นพ่อ
เขา!”
กู้เฉิงเฟิงตั้งอกตั้งใจฟังมาก ไม่ทันสังเกตว่าผ้าผูก
ผมตัวเองคลายลงแล้ว ปอยผมยาวพลันปรกลง
มาปัดผ่านหน้าเขา ไล้ปลายจมูกเขาไปมา
เขาคันปลายจมูกขึ้นมา ข่มอาการตัวสั่นเอาไว้ไม่
อยู่ “ฮัดชิ่ว!”
จบเห่แล้ว!
จบแล้ว!
กู้เฉิงเฟิงหลับตาปี แทบจะทำตัวเองหัวโล้น
เหมือนกู้เฉิงหลินแล้ว!
ถังเย่ว์ซานกับฮูหยินใหญ่ถังถูกเสียงจามกะทันหัน
นี้ทำเอาตกใจจนสีหน้าชะงักไป เสียงร้องไห้ของฮู
หยินใหญ่ถังพลันชะงักลง
บ่าวรับใช้อยู่ข้างเตียง แต่เสียงจามมาจากตู้
เสื้อผ้าที่อยู่ตรงข้าม
ฮูหยินใหญ่ถังลุกขึ้นมา สีหน้าพลันซีดเผือด
ถังเย่ว์ซานขวางนางไว้ด้านหลัง ก่อนมองไปที่ตู้
เสื้อผ้าอย่างระแวดระวัง “ใครน่ะ ออกมา
เดี๋ยวนี้!”
ในตู้เสื้อผ้าไร้ความเคลื่อนไหวใด
ถังเย่ว์ซานฟาดลมออกจากฝั่ามือไปโดยไม่ยั้งแรง
กำลังภายในอันแข็งแกร่งดุจผืนน้ำบ้าคลั่ง พุ่งไป
ยังตู้เสื้อผ้าอย่างแรง ชั่วขณะที่ประตูตู้เสื้อผ้าถูก
ทำลายเป็นชิ้นๆ ลูกดอกจำนวนนับไม่ถ้วนก็พุ่ง
ทะยานออกมา
กู้เฉิงเฟิงอาศัยลูกดอกบินบดบังดึงตัวพลางกู้เจียว
ออกจากตู้แล้วเร้นกายออกจากประตูไป
ถังเย่ว์ซานหลบลูกดอกบินจึงช้าไปสองก้าว แต่
เขายังคงไล่ตามออกไปอย่างรวดเร็วอยู่ดี
แม้ว่าเมื่อครู่นี้จะรวดเร็วมาก แต่เขาก็จำคนชุดดำ
หนึ่งในนั้นได้ นั่นคือนักฆ่าที่ไล่ทำร้ายหมิงเอ๋อร์
ในคืนนั้น!
ถังเย่ว์ซานขบเขี้ยวเคี้ยวฟันดังกรอดๆ “ดีนัก ข้า
กำลังหาตัวเจ้าพอดีเลย นึกไม่ถึงว่ายังจะกล้าเข้า
ห้องมาอีก! หากวันนี้ข้าจับเจ้าไม่ได้ ครึ่งชีวิตชาย
ชาติทหารของข้าคงสูญเปล่า!”
ถังเย่ว์ซานพายอดฝีมือในจวนไล่ตามออกไป
บทที่ 286 ไทเฮาเสด็จ! (2)
วิชาตัวเบาของกู้เฉิงเฟิงนับว่าไม่เลว แต่ยอดฝีมือ
ในจวนเหล่านั้นก็ไม่ใช่ไก่กา โดยเฉพาะยามนี้ที่
พวกเขาพกธนูมาด้วย
ทหารเหล็กของจวนเซวียนผิงโหวและมือธนูของ
จวนหยวนไซว่ล้วนเป็นที่เลื่องชื่อในหกแคว้น
ธนูแกร่งถูกง้างเป็นทิวแถว ลูกธนูหวีดหวิวร่ำร้อง
เต็มผืนฟั้า ถนนหนทางเต็มไปด้วยห่าธนู
ทั้งคู่จำต้องเร้นกายเข้าไปในตรอกข้างๆ
พิงกำแพงไว้ เสียงห่าธนูหวีดหวิวอยู่ข้างหู กู้เฉิง
เฟิงใจเต้นราวกับรัวกลอง “น่ากลัวยิ่งนัก!”
มิน่าเล่าว่ากันว่ามีมือธนูตระกูลถังเฝั้าปกปั้อง
เมือง แม้แต่กองทัพแคว้นเยี่ยนก็ยังโจมตีไม่ได้
กล้าหาญองอาจเกินไปแล้ว!
ฟิววว!
พวกเขาหลบเข้ามาในตรอกแล้วแท้ๆ ทว่ายังคงมี
ลูกธนูดอกหนึ่งที่เหมือนมีตาพุ่งมาหาพวกเขาอยู่!
ทั้งคู่พากันถอยหลังไป
ลูกธนูปักอยู่บนพื้นหินอ่อนสามชุ่น ขนธนูแกว่ง
เป็นเงา!
แม้แต่กู้เจียวที่เคยเห็นอาวุธมายังอดยอมรับไม่ได้
ว่ามือธนูตระกูลถังร้ายกาจ
ไอสังหารเข้มข้นกว่าคืนนั้นที่พวกเขาไล่ฆ่านาง
มากนัก คืนนั้นถังเย่ว์ซานคงคิดจะจับเป็น จึง
ไม่ได้ใช้เรี่ยวแรงทั้งหมด
ทว่าคืนนี้พวกนางได้ยินความลับที่เหลือจะทน
ที่สุดของจวนถังเข้าแล้ว ถังเย่ว์ซานไม่มีทางให้
พวกนางมีชีวิตได้เห็นดวงตะวันในวันพรุ่งนี้
แน่นอน
มีองครักษ์ควบม้าไล่ตามเข้าตรอกมา
กู้เจียวยิงเข็มเงินใส่อีกฝั่ายให้ตกลงมาจากหลังม้า
จากนั้นนางก็พลิกตัวขึ้นหลังม้า กู้เฉิงเฟิงก็พลิก
ตัวขึ้นมาเช่นกัน เขานั่งอยู่ด้านหลังกู้เจียว
ยามนี้ถังเย่ว์ซานมาถึงพอดี เขาฟาดฝั่ามือมาอีก
หน
กู้เจียวควบม้าออกไป ทว่าก็ยังช้าไปก้าวหนึ่งอยู่ดี
ควันหลงจากกำลังภายในฟาดใส่แผ่นหลังกู้เฉิง
เฟิงเข้า
กู้เฉิงเฟิงพลันกระอักเลือดออกมาทันที
สีหน้าเขาเจ็บปวดจนเหยเก เหตุใดเขาต้องนั่งม้า
ตัวเดียวกับนางด้วย รอม้าตัวต่อไปก็ได้นี่นา
ม้าของหยวนไซว่ไม่เลวจริงๆ นอกจากม้าของกู้
ฉังชิงแล้ว ม้าที่กู้เจียวเคยขี่ได้เร็วที่สุดก็คือม้าตัว
นี้นี่แหละ
ม้าวิ่งอย่างรวดเร็ว หากแต่…ทิศทางที่ไปค่อนข้าง
แปลกๆ
กู้เฉิงเฟิงมองม้าที่เหมือนจะวิ่งคดไปเคี้ยวมา จึง
เอ่ยถามอย่างสงสัย “เจ้าขี่ม้าเป็นหรือไม่น่ะ”
กู้เจียวตอบตามจริง “ไม่เป็น”
“ว่าอย่างไรนะ”
กู้เฉิงเฟิงว้าวุ่นขึ้นมาทันที!
กู้เฉิงเฟิงแทบจะตกใจตายอยู่รอมร่อ เขารู้สึกว่า
อวัยวะภายในย้ายตำแหน่งไปหมดแล้ว ฝั่ามือนั้น
ของถังเย่ว์ซานไม่ได้ทำให้เขาบาดเจ็บภายใน
เท่าใดนัก แต่เด็กคนนี้ขี่ม้าแทบจะทำเขาบาดเจ็บ
สาหัสแล้ว!
โคลงเคลงต่ออีกพักใหญ่ กู้เฉิงเฟิงรู้สึกว่าทิวทัศน์
มันแปลกไป “นี่เจ้าจะไปไหนน่ะ”
“วังหลวง” กู้เจียวบอก
กู้เฉิงเฟิง “ไปวังหลวงทำไม เจ้าบ้าไปแล้วรึ! พอ
ไปถึงวังหลวงแล้ว ต่อให้พวกเราติดปีกก็บินได้
ยากแล้ว! นี่ นี่ นี่! เจ้าหยุดได้หรือไม่…เจ้าหยุด
เดี๋ยวนี้! หยุด…อ้ากกก!”
เด็กหน้าเหม็นนี่!
กู้เจียวเคยไปวังหลวงมาหลายครั้ง ทุกครั้งล้วนจง
ใจเดินในเส้นทางที่ต่างออกไป นางรู้ว่าถนนเส้น
ไหนใกล้ที่สุด หากแต่สิ่งที่นางคาดคิดได้ ถังเย่ว์
ซานก็คิดได้เช่นกัน
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงถังเย่ว์ซานที่เป็นคนเมืองหลวง
ขนานแท้เลย หากว่ากันเรื่องภูมิประเทศของ
เมืองหลวงนั้น ไม่มีใครเชี่ยวชาญเท่าเขาอีกแล้ว
เมื่อห่างจากวังหลวงราวๆ ครึ่งลี้ กู้เจียวกับกู้เฉิง
เฟิงก็ถูกพวกถังเย่ว์ซานตามมาทัน
ถังเย่ว์ซานโอบล้อมสองคนหนึ่งม้าอย่างรวดเร็ว
มือธนูจวนถังตั้งกระบวนคอยท่า ง้างคันชักจนตึง
บนสายธนูทุกคันมีลูกธนูอย่างน้อยๆ สามดอก
หากยิงไปยังทั้งคู่ คงได้ยิงจนทั้งคู่พรุนเป็น
ตะแกรงแน่
ม้าของกู้เจียวหยุดลง
ถังเย่ว์ซานนั่งอยู่บนพาหนะตัวสูงใหญ่องอาจ
ค่อยๆ เดินไปหากู้เจียวกับกู้เฉิงเฟิงช้าๆ ก่อน
หยุดอยู่ห่างราวๆ สิบฝีก้าว
เขาดึงบังเหียนแน่น แล้วมองทั้งคู่อย่างไม่แยแส
และเดือดดาล “จะให้โอกาสพวกเจ้าสักครั้ง ใคร
ส่งพวกเจ้ามา เหตุใดจึงต้องทำร้ายหมิงเอ๋อร์ด้วย
หากพวกเจ้าบอกอย่างกระจ่างแจ้ง ข้าก็จะส่ง
พวกเจ้าไปสบาย!”
“แต่คงจะมีชีวิตรอดต่อไปไม่ได้แล้ว พวกเจ้าทำ
ร้ายคนที่ไม่ควรทำร้าย ซ้ำยังได้ยินในสิ่งที่ไม่ควร
ได้ยิน ข้าจะทรมานพวกเจ้าเพียงเล็กน้อยและให้
พวกเจ้าจากไปอย่างสบาย นี่ก็ถือว่าเมตตาเจ้า
มากที่สุดแล้ว”
กู้เฉิงเฟิงกัดฟัน “เหตุใดเจ้าไม่ไปตายเองล่ะ ขัด
ต่อสวรรค์นัก! ไร้จริยธรรมจรรยา! กับพี่สะใภ้
ตัวเองก็ยังจะ…”
ฟุั่บบบ!
ถังเย่ว์ซานกางฝั่ามือออก แรงกำลังทะยานผ่านกู้
เจียวไปพุ่งใส่กู้เฉิงเฟิงให้ตกร่วงลงพื้น!
วิชาตีวัวข้ามภูเขารึนี่
กู้เจียวประเมินแรงกำลังของถังเย่ว์ซานอยู่ในใจ
สุดท้ายได้ข้อสรุปออกมา ยามนี้ตนยังไม่ใช่คู่ต่อสู้
ของเขา
กู้เจียวครุ่นคิด ก่อนจะล้วงสมุดเล่มเล็กออกมา
จากอ้อมอก แล้วใช้ดินสอถ่านเขียนว่า ‘เอาละ
ข้าท้า’
ถังเย่ว์ซาน นี่นางเป็นใบ้รึ!
กู้เจียวเขียนต่ออย่างรวดเร็วว่า ‘มีคนสั่งให้พวก
ข้ามาจริง คนผู้นั้นก็คือ…’
ตัวหนังสือของกู้เจียวเขเกบิดเบี้ยว ถังเย่ว์ซาน
เปลืองแรงอ่านนัก เขาขยับเข้ามาใกล้ไม่ได้หมาย
จะอ่านชื่อสุดท้ายนั่นว่าเป็นใคร
เพียงพริบตาเดียวเท่านั้น กู้เจียวก็ทะยานตัวขึ้น
มีดผ่าตัดเล่มหนึ่งตกลงในฝั่ามือ นางขึ้นขี่ม้า
ถังเย่ว์ซาน แล้วใช้มีดจ่อลำคอของถังเย่ว์ซาน
เอาไว้จากด้านหลัง!
โธ่เว้ย ติดกับเสียแล้ว!
เจ้าใบ้น้อยนี่มีฝีมือไม่เบา!
หากคิดว่าแค่นี้ก็ขวางเขาได้ นั่นก็ใสซื่อเกินไป
แล้ว!
ถังเย่ว์ซานยกมือคว้าคมมีดของกู้เจียวไว้ นึกไม่ถึง
ว่าเขาจะไม่สนใจความอันตรายที่จะโดนตัดมือ
ขาดเลยสักนิด เขาสะบัดกู้เจียวลงจากหลังม้า
ส่วนตัวเขาก็ล้มลงเช่นกัน “ยิง!”
กู้เจียว “เจ้าไม่กลัวจะโดนยิงเป็นเม่นรึ”
ถังเย่ว์ซานหัวเราะเสียงเย็น “ข้าสวมเกราะไหม
ทองแล้ว หอกดาบฟันแทงไม่เข้า!”
กู้เจียว จุกจนพูดไม่ออกเลย แพ้ให้กับเครื่องแต่ง
กายเสียแล้ว!
ธนูนับพันดอกพุ่งทะยานออกไป!
สีหน้ากู้เฉิงเฟิงพลันเผือดสี!
ในขณะนั้นเอง ประตูวังพลันเปิดออก เสียงก้อง
กังวานเรียบนิ่งดังลอยมาอย่างยิ่งใหญ่ ราวกับ
เปิดประตูราตรีอันมืดมิดออก
“ไทเฮาเสด็จ…”