สามีข้าคือขุนนางใหญ่ - บทที่ 521 จบสิ้น (1)
ขณะที่กู้เจียวกำลังเล็งเปั้าจะฟันคอของหวงฝูั่เจิง
อีกฟากหนึ่งของการต่อสู้ ทหารนายหนึ่งคว้าตัว
หมอถงไว้และใช้มีดจี้ไปที่คอของเขา
“วางมือเสีย! ไม่เช่นนั้นเจ้าหมอนี่ตายแน่!”
กู้เจียวหันกลับไปมองด้วยสายตาอำมหิตจน
ทหารคนนั้นถึงกับตัวหด ก่อนจะเล็งทวนพู่แดง
แล้วยิงทะลุกะโหลกของทหารอย่างไม่รอช้า!
หมอถงรู้สึกได้ถึงของเหลวร้อนๆ ถูกเข้าบริเวณ
ใบหน้า เขายืนหลับตาตัวแข็งทื่อ ไม่กล้าแม้แต่จะ
คิดว่าสิ่งนั้นมันคือเลือดหรือของเหลวจากสมอง
กันแน่!
หวงฝูั่เจิงตกตะลึงกับภาพที่เขาเห็น
แม้เขาจะรู้ว่าคนทีล่าหมาปั่าได้ฝีมือคงไม่ธรรมดา
แต่คาดไม่ถึงว่าจะใจโฉดและเด็ดเดี่ยวได้ถึงเพียง
นี้!
วินาทีที่นางถูกข่มขู่ เขาแทบไม่เห็นสายตาของ
ความลังเลจากนางเลยแม้แต่นิด และในช่วงเวลา
นั้นเอง ที่เขารู้สึกได้ถึงเลือดที่พลุ่งพล่านใน
ร่างกายของเขา ทั้งความรู้สึกตื่น ทั้งหวาดกลัว
และรู้สึกชื่นชมในคราวเดียวกัน
หวงฝูั่เจิงมองกู้เจียวด้วยสายตาราวกับไม่เชื่อสิ่งที่
กำลังเห็นอยู่ตรงหน้า
กู้เจียวใช้เท้าขยี้บนแผ่นอกของเขาจนซี่โครงหัก
ทันที พร้อมกับกระอักเลือดออกมาเต็มปาก!
เขารู้สึกเจ็บจนสั่นไปทั้งร่าง
แววตาของกู้เจียวที่มองเขา ทั้งว่างเปล่าและไร้
อารมณ์ใดๆ
การฆ่าไม่ใช่เรื่องน่ากลัว ที่น่ากลัวคือการฆ่าอย่าง
เลือดเย็นต่างหาก
หวงฝูั่เจิงรู้จักคำว่าขวัญกระเจิงก็ตอนวินาทีนี้
เพียงแค่กู้เจียวออกแรงเหยียบอีกนิด ซี่โครงของ
เขาก็จะทะลุเข้าไปในปอด
และในเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ หวงฝูั่เจิง
เลือกที่จะเบนความสนใจไปที่องค์หญิงหนิงอัน
องค์หญิงหลบหน้าเขา
“หนิงอัน” เขาเอ่ยเรียกชื่อนางขณะที่กดความ
เจ็บปวดเอาไว้
องค์หญิงหนิงอันกลืนน้ำลายลงคอ ไม่รู้ว่านางจะ
ได้ยินเขาหรือไม่ แต่ที่แน่ๆ คือนางไม่หันกลับมา
มองเขาเลยแม้แต่นิด
จู่ๆ หวงฝูั่เจิงก็โพล่งหัวเราะออกมา “ครั้งหนึ่งยี่
อ๋องทรงเคยตรัสกับข้าไว้ว่า หากพระองค์ได้ขึ้น
ครองราชย์ จะทรงแต่งตั้งให้ข้าขึ้นเป็นองค์รัช
ทายาท และเมื่อถึงเวลานั้น เจ้าก็จะเป็นฮองเฮา
ของข้า”
“หนิงอัน เป็นฮองเฮาไม่ดีตรงไหนหรือ ไยเจ้าถึง
ไม่ต้องการ”
“พวกมันเป็นผู้ปลิดชีวิตเสด็จแม่ของเจ้า เป็นศัตรู
ของเจ้า แต่เจ้ากลับเลือกที่จะไปอยู่กับพวกมัน
และละทิ้งตำแหน่งฮองเฮาของเจ้าไปอย่างนั้นรึ”
“หนิงอัน”
“พูดจบยัง” กู้เจียวเอ่ยเสียงต่ำ
หวงฝูั่เจิงไอออกมาเป็นเลือด ละสายตาออกจาก
องค์หญิง ก่อนจะหันมาถากถางกู้เจียว “เจ้าคิด
หรือว่ากำจัดข้าแล้วพวกเจ้าจะหนีรอดไปได้น่ะ
เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าอุทิศตนสร้างอุโมงค์ลับนี่ไปมาก
แค่ไหน ไม่ว่าใครหน้าไหนอย่าได้คิดออกไปจาก
ที่นี่โดยเด็ดขาด!”
“รวมถึงองค์หญิงด้วยรึ”
คราวนี้หวงฝูั่เจิงเริ่มได้ยินเสียงที่ฟังดูเหมือนเสียง
สตรีมากขึ้นของกู้เจียวแล้ว เพียงแต่ตอนนี้เขายัง
ไม่ต้องการใส่ใจในเรื่องนั้น “ใช่ รวมนางด้วย”
“ขนาดกำลังจะตายแล้วยังไม่ยอมปล่อยพระองค์
ไปอีก นี่คือวิธีที่เจ้าปฏิบัติต่อพระองค์อย่างนั้นรึ”
หวงฝูั่เจิงกัดฟันแล้วเอ่ยตอบ “หากเจ้ายอมมอบ
ยาให้ข้า ข้าก็ไม่ตาย และหนิงอันก็จะไม่สูญเสีย
สามีไป”
“อ้อ เจ้าคิดว่าเป็นความผิดของข้าหรือ” กู้เจียว
เอียงศีรษะลงอย่างเฉยเมย มองเขาแล้วเอ่ย
“โรคระบาดน่ะ มันมาจากเจ้าต่างหาก”
หวงฝูั่เจิงถึงกับพูดไม่ออก
สิ่งที่เขาสร้างขึ้นเพื่อทำลายผู้อื่นกำลังย้อนกลับ
มาทำร้ายตัวเขาเองต่างหาก
หวงฝูั่เจิงเต็มไปด้วยความสาหัสทั้งทางกายและ
จิตใจ สักพักเขากระอักเลือดออกมาอีกครั้ง
“ปล่อยให้เขาดับสูญไปเองเถิด!” องค์หญิงหนิง
อันหันกลับมาพร้อมกับน้ำเสียงที่ข่มอาการสั่นไว้
ไม่อยู่ “ในเมื่อเขาติดเชื้อแล้ว อย่างไรคงอยู่ได้ไม่
นาน”
หวงฝูั่เจิงเบิกตาโตหลังจากที่ได้ยินคำตัดพ้อของ
นาง!
วินาทีถัดมา เขาก็ได้ยินนางเอ่ยอีกครั้ง “พอพวก
เราข้ามสะพานได้ จงรีบตัดสะพาดให้ขาดเลย
นะ”
สะพานนี้เป็นเส้นทางเดียวในอุโมงค์ลับ หากถูก
ตัดลง จะไม่สามารถออกไปจากอุโมงค์แห่งนี้ได้
หวงฝูั่เจิงชักสีหน้า “…หนิงอัน ไยเจ้าต้องบีบข้า
เช่นนี้”
“แม่นางกู้ ไปกันเถอะ!” องค์หญิงหนิงอันเดิน
ออกจากถ้ำโดยไม่หันหลังกลับ
กู้เจียวเดินไปหยิบทวนพู่แดงออกมา
หวงฝูั่เจิงมองแผ่นหลังองค์หญิงที่กำลังเดินจาก
ไป “ข้าเคยบอกแล้วว่าไม่มีทางที่พวกเจ้าจะหนี
พ้นหรอก! มีเพียงข้าผู้เดียวที่สามารถออกไปจาก
อุโมงค์นี้ได้! ไม่เชื่อพวกเจ้าก็ลองดู!”
ขณะที่เท้าข้างหนึ่งขององค์หญิงเหยียบขึ้นไปบน
สะพานแขวน
พอสิ้นคำของหวงฝูั่เจิงก็เกิดลังเลขึ้นมาครู่หนึ่ง
แต่สุดท้ายก็เลือกที่จะไม่สนใจและเดินไป
ข้างหน้าต่อ
และแล้ว เรื่องที่ไม่คาดคิดก็ได้บังเกิดขึ้น
แรงสั่นสะเทือนบางอย่างเกิดขึ้นจนสะพานแขวน
เริ่มแกว่ง ปรากฏหน้าผ้าที่อยู่อีกฟากเริ่มเขยื้อน
สั่นราวกับมีอะไรบางอย่างกำลังแตกออก และ
ทันใดนั้นสิ่งที่ดูเหมือนเป็นประตูหินได้ถูกเปิด
ออก
เสียงโครมครามดังขึ้น ปรากฏร่างของทหาร
หน่วยกล้าตายที่อยู่ในสภาพบ้าคลั่งเดินออกมา
จากประตูนั้น
ร่างของชายผู้นั้นสูงและกำยำพอๆ กับหมาปั่า
ยักษ์ รวมถึงจิตสังหารของเขาก็เช่นกัน
แววตากู้เจียวเริ่มเย็นวาบ
นี่มัน…
หวงฝูั่เจิงยิ้มอย่างเย็นชา “ใช่แล้ว นี่ล่ะเจ้าหมา
ปั่ายักษ์ของข้า เจ้าคิดหรือว่าข้าจะมีมือดีแค่คน
เดียว แม้ว่ามันจะไม่ทรงพลังเท่าเจ้าหมาปั่ายักษ์
ตัวก่อน แต่เจ้านี่ก็ไม่ได้ด้อยกว่าใครเลย พลังของ
มันเพียงพอจะล้มเจ้าได้สบายๆ เลยล่ะ!”
กู้เจียวเริ่มมีอาการเหนื่อยหอบและหายใจติดขัด
ตอนที่นางต่อสู้กับหวงฝูั่เจิงก็แทบจะใช้พลังกาย
ไปจนหมดแล้ว เพิ่มเจ้าหมาปั่ายักษ์นี่เข้าไปอีก
เกรงว่าคงจะหมดหวังชนะแล้ว
หวงฝูั่เจิงกล่าวอย่างเย่อหยิ่ง “ส่งยามาให้ข้า แล้ว
ศพของเจ้าจะครบสามสิบสอง”
“อย่าทำร้ายนางเด็ดขาด!” องค์หญิงหนิงอันรีบ
ย่ำเท้ามาทางกู้เจียว
“จัดการมัน!” หวงฝูั่เจิงออกคำสั่ง
การเคลื่อนไหวของทหารหน่วยกล้าตายเร็วอย่าง
ไม่น่าเชื่อ เขาวิ่งผ่านสะพานแขวนแทบจะใน
พริบตาเดียว ผ่านองค์หญิงหนิงอัน และมาถึง
ด้านหลังกู้เจียว
เขาคว้าลำคอกู้เจียว พยายามจะยกร่างของนาง
ขึ้น และในวินาทีที่เขากำลังจะออกแรง จู่ๆ
ปรากฏร่างกำยำของใครบางคนวิ่งข้ามสะพาน
แขวนมาด้วยความเร็วสูง
ทันใดนั้น ลำดาบยาวอันแหลมคมฟันเข้าที่หลัง
ของเขา!
เขาหลบไม่ทัน ทำให้ชุดเกราะของเขาถูก
กระแทกอย่างแรงและเกิดรอยแตกร้าว
และในจังหวะเดียวกันนั้น กู้เจียวใช้ช่องโหว่นี้ใน
การยกเท้าถีบหน้าอกของเขาจนร่างของนางหลุด
พ้นจากมือของเขา!
แม้แรงของกู้เจียวจะไม่ทำให้เขาบาดเจ็บ แต่ก็
พอที่จะกระตุกต่อมเดือดของเขา
ทหารหน่วยกล้าตายยกมือขึ้นและพยายามคว้า
ร่างกู้เจียว และในตอนนั้นเองที่กู้ฉังชิงวิ่งเข้ามา
ตัดหน้าแล้วใช้ดาบฟันเข้าที่ข้อมือของเขา
เกราะที่ข้อมือของหน่วยกล้าตายถูกฟันจนร้าว
แตก
จากนั้นกู้ฉังชิงคว้าเอวของกู้เจียวไว้ เขย่งปลาย
เท้า ก้าวถอยหลังสิบก้าวมายังบริเวณปากถ้ำ
แม้มือถือดาบ แต่เขากลับมองผู้เป็นน้องด้วยแวว
ตาที่อ่อนโยน “เจ้าเดินไหวไหม ข้ามสะพานไป
ก่อนแล้วรอข้าที่นั่น”
กู้เจียวพยักหน้า
กู้เจียวแทบไม่ต้องกังวลกับพวกทหารลูกสมุนที่
เหลือ เพราะพวกเขาพากันขวัญผวากันตั้งแต่ที่
นางชักทวนขึ้น จนไม่มีใครกล้าเข้าไปขวางทาง
นางแม้แต่คนเดียว
กู้เจียว องค์หญิงและคนอื่นๆ พากันเดินข้าม
สะพานแขวน
“จับพวกมันไว้!” หวงฝูั่เจิงตะโกนลั่น
กู้ฉังชิงถือดาบยาวในมือ จ้องเขม็งไปยังทหาร
หน่วยกล้าตายที่วิ่งมาหาเขาด้วยสายตาเย็นชา
พร้อมเอ่ยกับกู้เจียว “รีบขึ้นสะพาน อย่า
ย้อนกลับมาเป็นอันขาด”
“ตกลง”
กู้เจียวไม่ได้หันกลับไป
และเดินนำไปยังบนสะพานแขวน
ตามมาด้วยองค์หญิงเหลียนเอ่อร์
และหมอถง
แต่หมอถงกลัวความสูงนี่นา!
คราวนี้ไม่ใช่บ่อน้ำแบบเมื่อครู่นี้แล้ว แต่เป็นหุบ
เหวลึก!
ที่แย่ไปกว่านั้นคือสะพานนี้มันโยกได้!
ฮือ ฮือ ฮือ!
ข้าช่างโชคร้ายแท้
“มันมากันแล้ว!” กู้เจียวเอ่ย
“อ๊ากกก!” หมอถงได้ยินดังนั้นก็รีบตีปีกสับเท้า
ข้ามสะพานแขวนจนกลายเป็นคนแรกที่ไปถึง
หน้าผาฝังตรงข้าม!
เสียงต่อสู้ยังคงดังมาจากด้านหลัง สายลมเย็นพัด
พาจากถ้ำตรงไปยังทิศทางของสะพานแขวนจนกู้
เจียวได้กลิ่นเลือดอันแสนรุนแรง ไม่รู้ว่ากลิ่นนั้น
เป็นของศัตรูหรือกู้ฉังชิง
บทที่ 521 จบสิ้น (2)
กู้เจียวเชื่อฟังคนเป็นพี่อย่างดี
ไม่ได้หันหลังกลับไปมอง
พวกเขาทั้งหมดข้ามสะพานแขวนและมาถึงอีก
ฟากหนึ่งได้สำเร็จ
ท้องฟั้าเกิดหิมะตกอีกครั้ง และแม้ว่าพวกเขา
ต้องการหันกลับไปมองฉากต่อสู้เบื้องหลังเพียงใด
ก็ทำไม่ได้แล้ว พวกเขาได้ยินเพียงเสียงกระดูกหัก
และเสียงของอาวุธแหลมคมที่กระทบกัน…
สักพัก พวกเขาก็ได้ยินเสียงฝีเท้าบนสะพาน
แขวนดังขึ้น
เสียงฝีเท้าเริ่มเข้าใกล้พวกเขาเรื่อยๆ พร้อมกับ
กลิ่นคาวของโลหิต!
ไม่นานเสียงกระทบรุนแรงของบางอย่างดัง
ตามมาติดๆ !
ปรากฏว่าเป็นเสียงของสะพานแขวนที่ถูกตัดขาด!
กู้เจียวหันกลับไปมองในทันที
ร่างใหญ่ที่มาพร้อมกับรังสีอำมหิตและกลิ่นคาว
เลือดทั่วตัวโผกอดเข้าหากู้เจียวโดยพยายามไม่ให้
ส่วนที่เปือนเลือดถูกเนื้อตัวของนาง “ข้าบอกแล้ว
ใช่ไหมว่าไม่ให้หันหลังกลับ ทำไมไม่เชื่อฟังเล่า”
ทันใดนั้นรังสีอำมหิตของเขาก็พลันสลายไป
กู้เจียวเอียงหัวเล็กๆ ของตัวเองแนบลงไปที่อก
ของเขา และยกนิ้วชี้ไปข้างหลัง “นั่นต่างหากข้าง
หลัง ข้าเปล่าหันย้อนกลับนะ”
“ยังจะเถียงข้างๆ คูๆ อีกนะ” กู้ฉังชิงยกมุมปาก
ขึ้นอย่างอดไม่ได้
กู้เจียวสูดหายใจลึก พลางกล่าว “เจ้าบาดเจ็บ”
“เลือดของมันน่ะ ข้าไม่ได้บาดเจ็บ” กู้ฉังชิงเอ่ย
“แล้วมันตายหรือยัง”
“อืม”
ไม่ว่าใครหน้าไหนที่มารังแกน้องสาวของเขา เขา
ไม่มีวันปล่อยให้ลอยนวลแม้แต่คนเดียว
ท่ามกลางหิมะที่โปรยปรายในถ้ำ ร่างของทหาร
หน่วยกล้าตายถูกแทงที่หน้าอกด้วยแท่งน้ำแข็ง
ย้อยขนาดใหญ่ และข้างๆ กันนั้น ร่างของหวงฝูั่
เจิงถูกแทงตรงกลางอกด้วยดาบคมพร้อมกับ
ศีรษะที่หันไปทางสะพานแขวน
ไม่เพียงแต่กู้เจียวที่ไม่ยอมหันกลับไปมอง
เบื้องหลัง
หนิงอันเองก็เช่นกัน
…
แผนที่ที่องค์หญิงหนิงอันเคยเห็นเป็นเพียงแค่
ครึ่งหนึ่งของเส้นทางเท่านั้น ดังนั้นที่เหลือพวก
เขาต้องเดากันเอาเอง
พวกเขาเดินผ่านปากถ้ำในภูเขานับไม่ถ้วน และ
พวกเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตอนนี้อยู่ที่ไหน
กู้ฉังชิงแบกกู้เจียวไว้บนหลังพร้อมกับแบกอาวุธ
ของนางไว้ข้างหน้า
“ข้าปั่วยอยู่นะ” กู้เจียวเอ่ย “ปั่วยด้วย
โรคติดต่อ”
ดังนั้นเจ้าต้องวางข้าลง
กู้เจียวพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังในฐานะที่ตัวเองเป็น
หมอ
แต่สำหรับคนเป็นพี่อย่างกู้ฉังชิง พอฟังแล้วกลับ
คิดไปว่าน้องสาวของเขากำลังเจ็บปวดและ
ทรมานอยู่อย่างแน่นอน
“เป็นความผิดของข้าเอง” กู้ฉังชิงเอ่ย “ข้าดูแล
เจ้าไม่ดีเอง”
กู้เจียว “…”
อะไรของเขากันเนี่ย
กู้เจียว “ข้าไม่อยากให้เจ้าแบกข้า”
กู้ฉังชิง “งั้นเดี๋ยวข้าอุ้มเจ้าแทนนะ”
กู้เจียว “ไม่เอา”
กู้ฉังชิงครุ่นคิดอย่างจริงจัง “เช่นนั้น…เจ้าขี่คอ
ข้า”
กู้เจียว“…!!”
กู้เจียวสวมหน้ากากให้ตัวเองรวมถึงกู้ฉังชิง อีกทั้ง
ให้กู้ฉังชิงกินยาเพื่อปั้องกันการติดเชื้อ และ
แน่นอนว่าองค์หญิงกับเหลียนเอ่อร์ด้วยเช่นกัน
สองพี่น้องเดินนำขบวนแถว
ตอนนี้อีกสามคนที่เหลือรู้แล้วว่ากู้ฉังชิงคือนาย
น้อยแห่งกองทัพตระกูลกู้ ส่วนกู้เจียวเป็น
น้องสาวของเขา
ระหว่างทาง เมื่อใดก็ตามที่เจอของดี กู้ฉังชิงจะ
มอบให้น้องสาวของเขาก่อน
สำหรับเขาแล้ว หน้าที่ของพี่ชายต้องมาก่อน
รองลงมาคือข้ารับใช้ขององค์หญิง
“เจ้าหาที่นี่เจอได้อย่างไร” กู้เจียวเอ่ยถาม
กู้ฉังชิงพูดตอบเสียงเรียบ “ข้าไปถามจาก
ข้าหลวงคนหนึ่งของพวกอดีตราชวงศ์มาน่ะ”
เขาจะไม่ลงรายละเอียดว่าเขาถามมันมาด้วยวิธี
ใด
เขารู้แล้วว่าทำไมกู้เจียวถึงฆ่าหมาปั่ายักษ์ วันนั้น
เขาตามหานางทั่วทั้งปั่าแต่ก็ไม่พบ จึงย้อนกลับ
ไปที่จวนไท่โส่วเพื่อตามหาเบาะแส จึงได้ไปรู้เรื่อง
จากปากของข้าราชบริพารคนนั้นที่รับใช้หวงฝูั่
เจิง
ปรากฏว่า หวงฝูั่เจิงได้ทำการซื้อกลุ่มทหารหน่วย
กล้าตายที่ทรงพลังจากแคว้นเยี่ยนมา โดยคนที่
เป็นหัวหน้ามีนามว่าหมาปั่ายักษ์ และดูเหมือน
อีกคนก็คือคนที่เขาเพิ่งฆ่าไปก่อนหน้านี้
ยี่อ๋องและหวงฝูั่เจิงต้องการนำผู้ปั่วยโรคระบาด
ไปแพร่เชื้อในกองทัพตระกูลกู้ ส่วนหมาปั่ายักษ์
จุดประสงค์คือเอาไว้ต่อกรกับกู้ฉังชิง
พวกมันต้องการท่อนขาทั้งสองข้างของเขาและให้
เขาใช้ชีวิตอยู่แบบตายทั้งเป็น
กู้เจียวคงล่วงรู้แผนการของหวงฝูั่เจิงมาโดย
บังเอิญ
นางถึงได้ทำเพื่อเขา
เขายิ่งรู้สึกปวดใจ
เขามีน้องสาวที่ดีที่สุดในโลก และเขาเองก็ต้อง
เป็นพี่ชายที่ดีที่สุดให้จงได้
“เจ้าไม่เชื่อฟัง!” กู้เจียวพูดจบก็ผล็อยหลับเอน
หัวลงบนหัวไหล่ของเขา
เสียงหายใจเป็นจังหวะค่อยๆ ดังขึ้น เผยให้เห็น
แววตาของความรู้สึกเอ็นดูของผู้เป็นพี่
จากนั้นเขาหยิบผ้าห่มขึ้นมาคลุมบนหลัง ห่อหุ้ม
ร่างเล็กบางของนาง
ไม่ว่านางจะพบเจอกับความเจ็บปวดมากแค่ไหน
เขาจะตอบแทนนางทีละนิดในวันข้างหน้า
ลมหนาวอันขมขื่นและหิมะที่ปลิวว่อนอย่างบ้า
คลั่งตัดผ่านหน้าเขาราวกับมีด แต่กู้เจียวกลับไม่
รู้สึกเลยสักนิด
นางผล็อยหลับไปบนแผ่นหลังอันอบอุ่นและกว้าง
ของเขา
…
อำนาจของอดีตราชวงศ์เริ่มทรุดลง
กองทัพของแคว้นเฉินในเมืองเปั่ยหยางและ
เมืองเยี่ยยังมีกำลังพลเหลืออยู่อีกแปดหมื่นนาย
วันที่ยี่สิบเจ็ด เดือนสิบเอ็ด กู้ฉังชิงนำกองกำลัง
หกหมื่นนายเข้าโจมตีเมืองเปั่ยหยาง กองกำลัง
ของศัตรูสองหมื่นนายถูกกำราบในชั่วข้ามคืน ปั๋อ
ชินอ๋องพ่ายแพ้และนำกองทหารที่เหลืออีกสอง
หมื่นคนของแคว้นเฉินละทิ้งเมืองและหลบหนีไป
เข้าร่วมกับกองกำลังกับทหารตระกูลหรงอีกสี่
หมื่นนายที่เมืองเยี่ย
สามวันถัดมา กู้ฉังชิงนำกองทัพเก้าหมื่นนายบุก
เมือง
และในตอนนั้นเอง กองกำลังเสริมแปดหมื่นนาย
ของแคว้นเฉินก็ได้เดินทางมาถึง
ปั๋อชินอ๋องพอใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้กองกำลังเสริม
พร้อมทั้งวางแผนที่จะโจมตีกองทัพตระกูลกู้ แต่
หารู้ไม่ว่า ผู้นำกำลังเสริมที่ว่านั้นกลับเป็นหยวน
ถัง
หยวนถังควบอาชาไนยนำทัพ พร้อมเงยหน้ามอง
ไปทางปั๋อชินอ๋องและหรงเหยาที่อยู่บนหอคอย
เขาแสดงราชโองการสีเหลืองสดใสในมือของเขา
พร้อมกับกล่าวด้วยวาจาที่รัดกุม “เสด็จพ่อของ
ข้าได้รับคำสั่งให้ยอมจำนนต่อพวกกบฏ ผู้ที่
กลับมาจะได้รับการอภัยโทษ และผู้ที่เป็นกบฏ
จะต้องถูกกำจัด!”
ทั้งกองทัพตระกูลกู้เกือบแสนนาย และกองกำลัง
แปดหมื่นนายของแคว้นเฉิน เรียกได้ว่ากองกำลัง
หกหมื่นนายของปั๋อชินอ๋องและหรงเหยา
ในตอนนี้กำลังอยู่ในสถานการณ์หนีเสือปะจระเข้
ยากที่จะคว้าชัยชนะ
ยังไม่นับที่หยวนถังนำพระราชโองการออกมาให้
ดูด้วยตนเอง
นายทหารหกหมื่นคนถึงกับอกสั่นขวัญเสีย
หยวนถังมองไปที่หรงเหยาอีกครั้งพร้อมกับคลี่ยิ้ม
อย่างอ่อนโยนแล้วเอ่ย “ท่านลุง สิ่งที่เสด็จพ่อ
ของต้องการคือจับกุมปั๋อชินอ๋อง หากท่านกำจัด
เขา ความผิดของท่านทั้งหมดจะได้รับการยก
โทษ”
เขาพูดราวกับกลัวว่าหรงเหยาจะไม่เชื่อ เขามอบ
ฎีกาในมือให้กับทหารที่อยู่ข้างๆ แล้วส่งเข้าไปใน
เมือง
ในฎีกามีบันทึกไว้ว่าปั๋อชินอ๋องผู้ทรยศต้องถูกตัด
ศีรษะ
หรงเหยากำม้วนกระดาษแน่น แววตาเริ่มสั่นคลอ
ปั๋อชินอ๋องแสดงสีหน้าตื่นตระหนก พลางตะโกน
“หรงเหยา! อย่าหลงกลพวกมัน! เจ้าหันหลังให้
พวกมันแล้ว ถ้าเจ้าฆ่าข้า เสด็จพี่ของข้าจะไม่
ปล่อยเจ้าไว้แน่!”
หรงเหยาเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชา “หลังจากที่
ข้ากลับเมืองหลวง ฮ่องเต้จะไม่มีทางปล่อยข้า
แน่ๆ แต่ถ้าข้าไม่ฆ่าเจ้าในตอนนี้ หยวนถังคงไม่
ปล่อยข้า ข้าขอโทษ… ปั๋อชินอ๋อง!”
กู้ฉังชิงไม่สนใจเรื่องการเมืองภายในแคว้นเฉิน
แต่ถ้าเขาสามารถชนะโดยไม่ต้องเปิดสงครามได้ก็
นับว่าเป็นกลยุทธ์ที่ดี
และแล้วปั๋อชินอ๋องและหรงเยาเปิดฉากไล่สังหาร
กันบนหอคอย
หยวนถังควบม้าอย่างสบายใจเฉิบไปทางกู้ฉังชิง
กองทัพของตระกูลกู้ต้องการรั้งเขาไว้ แต่กู้ฉังชิง
ยกมือขึ้นห้าม
หยวนถังขี่ม้ามือเปล่าไร้อาวุธ แสดงให้เห็นถึง
ความบริสุทธ์ใจของเขา
“ข้าเป็นสหายของท่านหมอกู้ นามหยวนถัง”
หยวนถังแนะนำตัวให้กับกู้ฉังชิง
กู้ฉังชิงมองคนตรงหน้าอยู่พักหนึ่ง ยืดอกขึ้น
พร้อมกับเอ่ยด้วยท่าทางภูมิใจ “ข้าคือพี่ชายของ
เจียวเจียว นามกู้ฉังชิง”
ทหารที่ยืนอยู่ข้างๆ “…”
เหตุใดประโยคแนะนำตัวของพวกเขาถึงฟังดู
แปลกๆ นะ
ควรจะเป็นองค์ชายหกจากแคว้นเฉินและแม่ทัพ
ของกองทัพตระกูลกู้มิใช่หรอกรึ
หรือในสายตาของพวกท่าน ตำแหน่งพวกนี้ยังไม่
สูงส่งพอเท่ากับการเป็น ‘สหายของท่านหมอกู้’
และ’พี่ชายของเจียวเจียว’ อย่างนั้นรึ