สามีข้าคือขุนนางใหญ่ - บทที่ 618 เศรษฐีตัวพ่อ (1)
เซียวเหิงมุ่งหน้าไปที่ห้องของเซวียนผิงโหวทันที
หลังออกมาจากห้องหนังสือ
เซวียนผิงโหวยังคงต้องนั่งอยู่บนรถเข็น
และเขาก็รู้เรื่องของกู้เหยี่ยนแล้ว แม้จะไม่รู้เรื่อง
เกี่ยวกับห้องผ่าตัด แต่ก็เข้าใจว่าถ้าแม้แต่กู้เจียว
ยังรักษาเขาไม่ได้ แคว้นเยี่ยนอาจเป็นความหวัง
เดียวที่จะรักษากู้เหยี่ยนไว้ได้
“อย่าแม้แต่จะคิด ข้าไม่รู้ ข้าไม่มี ถึงมีก็ไม่ยกให้”
เซวียนผิงโหวรีบตัดบทในทันที
เซียวเหิงขมวดคิ้ว “รู้หรือว่าข้าจะถามเรื่อง
อะไร”
เซวียนผิงโหวเอนตัวลงบนพนักรถเข็นแล้วเลิกคิ้ว
มองเขา “เจ้าจะถามว่า คนที่ให้กำเนิดเจ้าเป็น
ใคร ได้ทิ้งของต่างหน้าไว้หรือไม่ หากมีเจ้าขอเอา
ไปได้หรือไม่”
เซียวเหิงขนลุกขึ้นมาทันที
สมแล้วที่เป็นพ่อลูกกัน
“อะไรกัน เจ้าจะไปแคว้นเยี่ยนรึ” เซวียนผิงโหว
เอ่ยถาม “ที่นั่นมีคนอยากฆ่าเจ้ารู้หรือเปล่า”
เซียวเหิงรู้ดี
แต่นั่นไม่ใช่เหตุผลที่เขาจะยอมแพ้
“ของที่เจียวเจียวต้องการมีอยู่แค่ที่แคว้นเยี่ยน
ถ้าได้มันมา อาจช่วยชีวิตกู้เหยี่ยนไว้ได้”
ที่แท้นางหาทางรักษาได้หรอกหรือ เพียงแต่ยัง
ขาดอุปกรณ์
“ภรรยาเจ้านี่บ้าบิ่นดีนี่” เซวียนผิงโหวเอ่ยอย่าง
พึงพอใจ
“ตอนนั้น…” เซียวเหิงเอ่ยไปได้นิดนึงก็หยุด
กลางคัน เขาลังเลว่าจะเรียกคนคนนั้นว่าอะไรดี
“คนคนนั้นไม่ได้ทิ้งอะไรไว้เลยรึ”
“ไม่มีเลย นางทำลายหลักฐานทุกอย่างแม้แต่ผม
เส้นเดียวก็ไม่เหลือไว้ เพื่อตัดขาดกับเจ้า” เซวียน
ผิงโหวเอ่ยไปก็พลางนึกขึ้นได้ว่าสิ่งที่เขาพูดอาจ
ทำให้เจ้าลูกชายเข้าใจผิด “ไม่ใช่อย่างที่เจ้าคิดนะ
ข้าหมายถึง นางไม่อยากให้เจ้าลำบาก”
ไม่ใช่ว่านางไม่ต้องการเจ้าแล้ว
เซียวเหิงฟังจบก็ไม่พูดอะไรต่อ
เขาไม่เคยคิดสงสัยความรู้สึกที่นางมีต่อเขา
ไม่อย่างนั้นนางคงไม่ลงมือฆ่าเซียวชิ่งเพื่อแลกกับ
ยาถอนพิษให้เขา
บางครั้งเขาก็อดสงสัยไม่ได้ว่านางเป็นคนแบบ
ไหนกัน ถึงกล้าทำกับลูกของตัวเองได้ลงคอ
นางจะเป็นเหมือนกับพวกตระกูลหนานกงหรือไม่
แต่ต่อให้เป็นเช่นนั้น เขาก็ไม่มีสิทธิ์กล่าวโทษนาง
ที่เขาอยู่ได้จนถึงวันนี้ก็เพราะความชั่วร้ายของ
นาง
เซียวเหิงยังคงหาวิธีเดินทางไปยังแคว้นเยี่ยน
ไม่ได้อยู่ดี กู้เจียวจึงลองไปขอความช่วยเหลือจาก
กู้ฉังชิง
ทุกวันนี้กู้ฉังชิงแทบจะกินนอนในสนามประลอง
ใต้ดิน ทักษะการต่อสู้ของเขาแข็งแกร่งขึ้นทุกวัน
ท่วงท่าที่สุดจะบ้าระห่ำของเขาทำให้อีกไม่นาน
เขาจะได้ขึ้นเป็นนักรบอันดับต้นๆ ของแคว้น
หากเขาไต่ขึ้นได้ถึงสามอันดับแรก ก็จะถูกส่งไปที่
แคว้นเยี่ยนเพื่อประลองต่อ แม้ภายนอกเหมือน
เป็นการแข่งขัน แต่จริงๆ แล้วมันคือการคัดคน
ฝีมือดีจากทั่วทุกแคว้น
กู้เจียวสั่งให้องครักษ์คนที่หนึ่งไปหากู้ฉังชิง
แต่ไม่ทันเสียแล้ว
องครักษ์กลับมาพร้อมกับข่าวร้าย “ท่านชาย
ชื่อจื่อเดินทางออกไปแล้วขอรับ!”
“เขาไปที่ไหน” กู้เจียวถาม
“คนที่จวนบอกว่าซื่อจื่อขออนุญาตเดินทางลงไป
ยังทิศใต้ของแม่น้ำแยงซีเพื่อค้นหานกศักดิ์สิทธิ์
เป็นของกำนัลสำหรับหมั้นหมายบุตรสาวของ
ตระกูลหยวนขอรับ”
ที่แคว้นเจามีธรรมเนียมที่ผู้ชายจะจับห่านปั่าเพื่อ
หมั้นหมายกับคู่หมั้น ยิ่งห่านปั่าพันธุ์ดีเท่าไร
ความจริงใจก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้น
นกศักดิ์สิทธิ์ไม่ใช่ห่านปั่า แต่เป็นนกฟีนิกซ์ใน
ตำนาน
กู้เจียวเคยเห็นรูปของนกฟีนิกซ์ และรู้สึกว่าพวก
มันมีลักษณะเหมือนนกฟลามิงโกจากชาติก่อน
ของตน
แน่นอนว่านกแบบนั้นเป็นแค่คำขานเล่าใน
ตำนานและไม่มีอยู่จริง
ด้วยความที่กู้ฉังชิงไม่อยากแต่งงาน เขาจึง
ประโคมข่าวใหญ่ว่าออกจากเมืองหลวงเพื่อตาม
หานกหายากในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อแบบนี้ เพื่อ
ปกปิดความจริงที่ว่าเขาอาจกำลังแอบเข้าไปใน
แคว้นเยี่ยนก็เป็นได้
“ออกไปนานแค่ไหนแล้ว” กู้เจียวถาม
“สามวันขอรับ” องครักษ์ตอบ
กู้ฉังชิงเคยบอกเรื่องนี้กับกู้เจียวไว้นานแล้ว หาใช่
ว่าเขาลาโดยที่ไม่แจ้งก่อน
เพียงแต่กู้เจียวอดสงสัยไม่ได้อยู่ดี
นี่ก็ผ่านไปสามวันแล้ว จะตามเขาไปคงไม่ทันการ
แล้วสินะ
เซียวเหิงเองก็กำลังหาวิธีเข้าไปที่แคว้นเยี่ยน เซ
วียนผิงโหวช่วยอะไรเขาไม่ได้ จึงตัดสินใจไปหา
องค์หญิงซิ่นหยางแทน
พอองค์หญิงซิ่นหยางรู้เข้า ท่าทีของนางไม่ต่างกับ
เซวียนผิงโหวแม้แต่นิด นางไม่เห็นด้วย
แต่ในเมื่อเขาไม่ใช่เด็กแล้ว พวกเขาทำได้แค่ให้
ความเห็น แต่จะไม่เข้าไปตัดสินใจแทนเขา
ในเมื่อเขาดึงดันที่จะไป คนเป็นพ่อเป็นแม่อย่าง
พวกเขาจึงทำได้แค่ช่วยคิดหาวิธี
องค์หญิงซิ่นหยางพลันนึกถึงหมอยาคนหนึ่งที่
เป็นคนของแคว้นเยี่ยน “อวี้จิ่น เจ้าไปเชิญหมอ
ยาคนนั้นมาพบข้าที หากเขาปฏิเสธ ก็ให้หลงอี
จับตัวเขามาเสีย!”
อวี้จิ่นจึงมุ่งหน้าไปยังสนามประลองใต้ดินกับหลง
อี แต่กลับพบว่าหมอยาคนนั้นออกเดินทางไปยัง
แคว้นเยี่ยนกับกลุ่มของกู้ฉังชิงแล้ว
เช่นนั้น อาจเป็นไปได้ว่าหมอยาคนนั้นคือคนที่จะ
พากู้ฉังชิงเข้าแคว้นเยี่ยน
ทั้งกู้เจียวและเซียวเหิงเดินกลับมาที่ห้องหลัก
จากนั้นทั้งคู่นั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้โดยไม่ได้เอ่ยอะไร
อาจารย์แม่หนานเซียงเดินออกมาจากห้องนอน
หลังจากปั้อนยาให้กู้เหยี่ยนเสร็จตามคำสั่งของกู้
เจียว
เมื่อได้เห็นสีหน้าของเด็กทั้งสอง ก็พอจะเดาออก
ว่าเกิดอะไรขึ้น “ไม่ค่อยราบรื่นรึ”
“อาจารย์แม่หนานเซียง ยังมีวิธีอื่นที่จะเข้าไปใน
แคว้นเยี่ยนได้หรือไม่ ลักลอบเข้าไปได้ไหม”
“ลักลอบรึ” อาจารย์แม่หนานเซียงถึงกับงง
“หมายความว่าอย่างไร”
“ประมาณว่า แอบเข้าไป”
อาจารย์แม่หนานเซียงรีบส่ายศีรษะทันที “ไม่ได้
หรอก มันอันตรายเกินไป แค่เจ้าคนเดียวยังยาก
เลย จะพากู้เหยี่ยนไปด้วยยิ่งไม่ต้องพูดถึง”
“ไม่มีวิธีไหนเลยหรือ”
ขณะที่อาจารย์แม่หนานเซียงกำลังจะอ้าปากพูด
อะไรบางอย่าง
ปรมาจารย์หลู่ก็รีบหยิกหลังมือของนางพร้อมกับ
ขมวดคิ้วส่ายหัว
“ข้าอยากช่วยเหยี่ยนเอ๋อร์นี่” อาจารย์แม่หนาน
เซียงโอด
ทั้งกู้เจียวและเซียวเหิงมองพวกเขาด้วยแววตา
สงสัย อีกทั้งไม่เข้าใจว่าสิ่งที่พูดถึงเกี่ยวอะไรกัน
กับประโยคก่อนหน้าของกู้เจียว
“แต่พวกเขาไม่มีเอกสารอะไรเลยนะ วิธีเดียวที่
เจ้าจะพาพวกเขาเข้าไปได้ คือต้องประทับ
เครื่องหมายทาสให้พวกเขา” อาจารย์หลู่เอ่ยขึ้น
พลางถอนหายใจยาว
ที่แคว้นเยี่ยนจะไม่ถือว่าทาสเป็นคน แต่จะถือว่า
เป็นสัมภาระติดตัว
“อาจารย์แม่หนานเซียง…เป็นคนแคว้นเยี่ยนรึ”
กู้เจียวเอ่ยถาม
กู้เจียวรู้อยู่แล้วว่าอาจารย์แม่หนานเซียงนั้นไม่
ธรรมดา แต่ก็ไม่คิดว่าจะพิเศษถึงขั้นนี้
“ข้าไม่ใช่คนแคว้นเยี่ยน แต่ข้าเข้าแคว้นเยี่ยนได้”
อาจารย์แม่หนานเซียงตอบ
นั่นหมายความว่านางอาจมาจากแคว้นระดับสูง
หรือไม่ก็มาจากกองกำลังที่ทรงพลังจากนอก
แคว้น
ในเมื่ออาจารย์แม่หนานเซียงไม่เอ่ยถึง พวกเขาก็
ไม่กล้าซักไซ้ต่อ
ทุกคนต่างก็มีความลับของตัวเองกัน
อาจารย์แม่หนานเซียงถอนหายใจ “สามีของข้า
พูดถูก คนที่ไม่มีหลักฐานแสดงตัวตนไม่สามารถ
เข้าสู่แคว้นเยี่ยนได้ ถ้าข้าพาพวกเจ้าไปที่นั่น ข้าก็
จำต้อง… เปลี่ยนสถานะพวกเจ้าให้เป็นทาส”
สำหรับแคว้นเยี่ยน ทาสคือชนชั้นที่ต่ำที่สุด หาก
ทาสคนไหนได้รับความโปรดปรานจากบุคคล
ระดับสูงแล้วอาจถูกแย่งชิงตัวได้ตลอดเวลา
ดังนั้นที่อาจารย์หลู่ไม่เห็นด้วยก็ย่อมมีเหตุผล
เมื่อครู่นี้นางหุนหันพลันแล่นเกินไป คิดแค่เพียง
ว่าจะต้องเข้าไปในนั้นให้ได้ แต่นางลืมไปว่าถ้ากู้
เหยี่ยนกลายเป็นทาส เขาไม่มีสิทธิ์ที่จะได้รับการ
รักษาด้วยซ้ำ
“เจียวเจียว ข้ากลัว”
เสี่ยวจิ้งคงเดินกอดหมอนออกมาจากห้องนอน
เขาเข้านอนแล้วก็จริง แต่ต้องตื่นเพราะฝันร้าย
กู้เจียวเดินเข้าไปจูงมือเขา พลางเอ่ย “ไม่ต้อง
กลัวนะ”
เจ้าตัวเล็กอ้าปากหาวหวอด แล้วโผเข้าอ้อมกอด
ของกู้เจียว “เมื่อครู่นี้พวกเจ้าคุยอะไรกันหรือ”
“คุยเรื่องเอกสารน่ะ” กู้เจียวตอบ
เซียวเหิงยื่นเสื้อคลุมให้กู้เจียว จากนั้นกู้เจียวก็
หยิบมันมาห่มบนร่างของเจ้าตัวเล็ก
“มันคืออะไร” เสี่ยวจิ้งคงเอ่ยถาม
“เป็นเอกสารประเภทหนึ่งที่อนุญาตให้เจ้า
เดินทางไปที่อื่นได้ เจ้าลืมไปแล้วสินะตอนพวก
เรามาถึงเมืองหลวงครั้งแรกก็ต้องใช้เอกสารนั้น”
“อ๋อ” เสี่ยวจิ้งคงนั่งลงบนตักของกู้เจียวแล้วเอน
หัวพิง
หากไม่ติดว่าเจ้าตัวเล็กกำลังอยู่ในช่วงสะเทือนใจ
ปั่านนี้คงเข้าไปแยกร่างของเขาออกจากกู้เจียว
แล้ว
ทันใดนั้น เซียวเหิงพลันนึกอะไรขึ้นได้ “จิ้งคง
เจ้ามีเอกสารของแคว้นเยี่ยนไหม”
บทที่ 618 เศรษฐีตัวพ่อ (2)
อาจารย์ทั้งสองพอได้ยินดังนั้นก็เป็นอันตะลึงไป
ชั่วขณะ
ถามอะไรของเขาน่ะ เด็กตัวแค่นี้จะไปมีของแบบ
นั้นได้อย่างไร
ส่วนกู้เจียวได้แต่กระพริบตาปริบๆ
นั่นสินะ เกือบลืมไปเสียสนิทเลยว่าเจ้าตัวเล็กเป็น
มหาเศรษฐีขาใหญ่
เขามีแม้กระทั่งโฉนดที่ดินของแคว้นเหลียง!
เสี่ยวจิ้งคงยกนิ้วขึ้นมานวดขมับ พยายามนั่งนึก
อยู่นานสองนาน ก่อนจะลงเอยที่ส่ายศีรษะ “ไม่
มี”
“ไม่มีจริงๆ รึ เจ้าลองคิดดูอีกที” เซียวเหิงเอ่ยขึ้น
เสี่ยวจิ้งคงง่วงจนเกือบจะหลับในอ้อมอกของกู้
เจียว เอ่ยตอบเสียงอู้อี้ “ไม่มีหรอกน่า…ท่าน
อาจารย์ไม่เคยให้ของแบบนั้นกับข้า”
ทั้งเซียวเหิงและกู้เจียวต่างก็ถอนหายใจพร้อมกัน
โดยไม่นัดหมาย
“มีแต่ของสิ่งนั้น” เสี่ยวจิ้งคงเพ้อออกมา
แววตาของกู้เจียวเปล่งประกาย “ของอะไรรึ”
“อันนั้นไง…สิ่งนั้น…” น้ำลายของเจ้าตัวเล็กเริ่ม
ไหลย้อย เขาพยายามลืมตาและตื่นตัว แต่มันก็
ยากจริงๆ ที่จะไม่หลับไปในอ้อมแขนของเจียว
เจียว “กล่อง… กล่อง…”
“เขาพูดว่าอะไรนะ” เซียวเหิงเอ่ยถาม
หลังจากกู้เจียวพยายามถอดรหัสอย่างตั้งใจ ก็
ตอบกลับเซียวเหิง “ดูเหมือนเขาพูดถึงกล่อง…
ครั้งล่าสุดที่กู้ฉังชิงมาที่นี่ เขานำกล่องมาให้เสี่ยว
จิ้งคง! เป็นกล่องที่มีขนาดใหญ่มากและมีดอกบัว
แกะสลักอยู่ในนั้น”
เซียวเหิงเข้าไปในห้องนอนของเขา จากนั้นควาน
หากล่องที่ว่าจากหีบสมบัติที่แสนจะรกรุงรังของ
เสี่ยวจิ้งคง
“กล่องนี้ใช่ไหม” กู้เจียวหยิบกล่องนั้นมาแล้ว
ถามเจ้าตัวเล็ก
เปลือกตาของจิ้งคงหนักจนเขาแทบจะลืมตาไม่
ขึ้นแล้ว
“อือ…” เขาพยักหน้าในสภาพสะลึมสะลือ
“ข้าขอเปิดดูข้างในกล่องได้ไหม” กู้เจียวถามเขา
อีกครั้ง
“กล่องนี้ ข้ายกให้เจียวเจียว” แม้เจ้าตัวเล็กแทบ
ไม่ได้สติแล้ว แต่จิตใต้สำนึกของเขาบอกว่า ถ้ากู้
เจียวอยากได้อะไร เขาก็จะยกให้ทุกอย่าง
กู้เจียวจึงยื่นกล่องให้เซียวเหิงช่วยเปิด
พอกล่องถูกเปิดออก ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นถึงกับสติ
หลุด
โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาจารย์แม่หนานเซียง เมื่อได้
เห็นของที่อยู่ในกล่องก็ถึงกับขวัญผวา สงสัยว่า
ตัวเองกำลังฝันอยู่แน่ๆ
เณรน้อยผู้นี้เป็นใครมาจากภูเขาลูกไหนกันนะ
เหตุใดจึงมีเอกสารการรับเข้าเรียนจากสำนัก
บัณฑิตของแคว้นเยี่ยนอยู่ที่เขาล่ะ!
สำนักบัณฑิตเทียนฉง หนึ่งในสถาบันการศึกษา
แห่งแคว้นเยี่ยนที่มีอายุสี่ศตวรรษ ได้รับการ
ขนานนามอย่างดีว่าเป็นสำนักบัณฑิตชั้นเยี่ยม
ของเหล่าพระบรมวงศานุวงศ์ เพราะมีฮองเฮา
สามองค์และฮ่องเต้อีกสององค์เคยศึกษาอยู่ที่
สำนักบัณฑิตแห่งนี้
ที่น่าบังเอิญคือเอกสารการรับเข้าเรียนมีจำนวน
พอดีกับสมาชิกเด็กชายที่เรือนทั้งสี่คน
จนหนานเซียงอดสงสัยไม่ได้ว่าพวกเขาแอบเปิด
ธุรกิจรับทำหนังสือเข้าเรียนไว้หรือไม่
แม้วันนี้กู้เจียวจะเจอกับเหตุการณ์น่าสะพรึง
หลายครั้ง แต่นางก็สงบลงอย่างรวดเร็ว จากนั้น
ถามเด็กน้อยในอ้อมแขน “จิ้งคง ทำไมเจ้าไม่
บอกข้าละว่ามีของแบบนี้อยู่กับเจ้า”
จิ้งคงหลับตาตอบ “ข้า…ข้าไม่อยากเรียน
หนังสือ…ไม่เรียน ไม่เรียน ไม่เรียน”
ดูเหมือนว่าของกำนัลในครั้งนั้นไม่ได้มาจากเจ้า
อาวาส แต่มาจากอาจารย์ของเสี่ยวจิ้งคง
กู้เจียวเริ่มสงสัยเกี่ยวกับตัวตนของตาเฒ่าเครา
ขาวคนนั้นมากขึ้นเรื่อยๆ จนอยากจะไปเยี่ยมเขา
อีกสักครั้งหากมีโอกาส
เอกสารจากสำนักบัณฑิตเทียนฉงเป็นเครื่องนำ
ทางที่ดีที่สุดในการพาพวกเขาเข้าไปที่แคว้นเยี่ยน
ขณะที่กู้เจียวกำลังเก็บข้าวของของนาง เซียวเหิง
ก็ผลักประตูแล้วเดินเข้าไปในห้องพร้อมกับ
เอกสารการรับเข้าเรียนที่มีชื่อของเขาเขียนอยู่บน
นั้น “ข้าลองหาแล้ว แต่ไม่เจอชื่อของเจ้า”
กู้เจียวคิดว่าท่านอาจารย์คนนั้นคงมองว่านางเป็น
สตรี อีกทั้งไม่เคยเรียนหนังสือ จึงไม่ได้เตรียม
เอกสารไว้ให้
“ดื่มชาก่อนสิ” กู้เจียววางของในมือลง ก่อนจะ
รินน้ำชาให้เขา
เซียวเหิงจิบชาไปสองจอกจนรู้สึกอุ่นท้อง จากนั้น
เอ่ยต่อ “แต่ข้าถามอาจารย์แม่หนานเซียงแล้ว
นางบอกว่าบัณฑิตสามารถพาภรรยาไปด้วยได้”
กู้เจียวก้มหน้าพับผ้าพร้อมตอบเขา “ไม่จำเป็น
หรอก”
เซียวเหิงตกใจและหยุดดื่มชาในทันที “เจ้าจะไม่
ไปรึ”
“ไปสิ ทว่าข้าไม่ต้องพาเจ้าไปหรอก” กู้เจียวเอ่ย
ด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ
เซียวเหิงขมวดคิ้ว “แล้วเจ้าจะไป…”
ก่อนที่เขาจะพูดจบก็เกิดอาการวิงเวียนศีรษะจน
เผลอทำถ้วยหลุดมือ
กู้เจียวรีบเข้ามาคว้าถ้วยอย่างมั่นคงด้วยมือข้าง
หนึ่ง และกอดเขาด้วยมืออีกข้าง
“เจ้า…” เซียวเหิงเหลือบตามองนาง
“มันอันตรายเกินไปสำหรับเจ้า ดังนั้น ข้าจึง
ตัดสินใจ…” กู้เจียววางถ้วยชาลง หยิบเอกสารใน
มือ “ไปด้วยตัวเอง”
เซียวเหิงกัดฟันอย่างอ่อนแรง กู้ เจียว!
แล้วเซียวเหิงก็เป็นลมหมดสติในอ้อมแขนของ
นาง
…
ยาสลบของกู้เจียวออกฤทธิ์ได้ดีเยี่ยมเลยทีเดียว
กว่าเซียวเหิงจะฟืนก็ปาเข้าไปวันที่สามแล้ว เมื่อ
เขาลืมตาขึ้น ก็เห็นเจ้าตัวเล็กที่อยู่ในชุด
เครื่องแบบของกั๋วจื่อเจียนกำลังนั่งย่อตัวลงและ
วาดวงกลมบนกระดาษ
“เอ่อ…” เซียวเหิงลุกขึ้นนั่ง
“กว่าจะฟืนได้” เสี่ยวจิ้งคงเงยหน้าขึ้นพร้อมกับ
มองเขาด้วยท่าทีไม่พอใจ
“เจียวเจียวล่ะ” เซียวเหิงเอ่ยถามเสี่ยวจิ้งคง
พลางมองไปที่ประตู
เสี่ยวจิ้งคงกระทืบเท้าพร้อมกับถอนหายใจ
“ออกไปแล้ว! เป็นความผิดของเจ้าที่รั้งเจียวเจียว
ไว้ไม่ได้! แถมเจียวเจียวยังฝากให้ข้าดูแลเจ้า เลย
อดไปด้วยเลย!”
เจียวเจียวไม่คิดจะพาเจ้าไปแต่แรกอยู่แล้ว
ต่างหากล่ะ
กู้เจียวต้องดูแลกู้เหยี่ยน เจ้าตัวเล็กไปด้วยก็มีแต่
จะเพิ่มภาระให้กับนาง
กระนั้น เขาก็ไม่พูดออกไป
อีกอย่าง กู้เจียวคงวางแผนที่จะล้างแค้นคนที่ทำ
ร้ายกู้เหยี่ยน เลยไม่ให้เขาไปด้วย
“นางพากู้เหยี่ยนไปคนเดียวรึ” เซียวเหิงถาม
เพราะอยากรู้ว่าพวกอาจารย์แม่หนานเซียง
เดินทางไปกับพวกเขาด้วยหรือไม่
เจ้าตัวเล็กไม่เข้าใจว่าเขาหมายถึงอะไรและตอบ
อย่างบูดบึ้งตามความเข้าใจของเขาเอง “ท่านพี่
เสี่ยวซุ่นก็ไปด้วย!”
ว่าไงนะ!
พาเสี่ยวซุ่นไป แต่ไม่พาเขาไปเนี่ยนะ!
ชักโมโหแล้วสิ!
“เจ้า อยากไปหาเจียวเจียวหรือเปล่า” เสี่ยวจิ้ง
คงเบะปากถามลองเชิงเขา
“เจ้าหมายความว่าอะไร หรือว่า เจ้ามีเอกสาร
การรับเข้าเรียนอีกอย่างนั้นรึ แต่คนที่ติดตามไป
ด้วยได้จะต้องเป็นคู่ชีวิตหรือไม่ก็ครอบครัวทาง
สายเลือดเท่านั้นนี่นา”
จิ้งคงยืดอกขึ้นอย่างมั่นใจพร้อมกับอธิบายต่อ
“ตราบใดที่เจ้าสัญญาว่าจะพาข้าไปด้วย ข้าย่อม
มีวิธี”
เซียวเหิงไม่เชื่อ
“สัญญาก่อนสิ”
เซียวเหิงยังคงมองเสี่ยวจิ้งคงด้วยความสงสัย “ก็
ได้ ข้าสัญญา”
เสี่ยวจิ้งคงไม่ใช่เด็กที่จะถูกหลอกได้ง่ายๆ “เจ้า
ต้องสาบานก่อนว่า ถ้าเจ้าโกหก ขอให้เจียวเจียว
มีสามีใหม่!”
เจ้าเด็กบ้า นี่มันแรงเกินไปไหม!
แต่ด้วยความปรารถนาที่จะตามกู้เจียวไปนั้น
รุนแรงยิ่งกว่า เซียวเหิงจึงยอมสาบาน
จากนั้นจิ้งคงก็ไปคุ้ยอะไรบางอย่างในหีบสมบัติ
ของเขา แล้ววิ่งกลับมาพร้อมกับกล่องเล็กๆ ที่ฝัง
ด้วยทองคำ “อะ นี่”
เซียวเหิงเปิดกล่อง พบว่าข้างในมีเอกสารการ
รับเข้าเรียนอีกฉบับ
เขาผู้เจอกับเรื่องโชคร้ายมานาน ในที่สุดก็มีวันที่
ชะตาพลิกผันกับเขาสักที!
ดวงตาของเขาเปล่งประกาย แต่หลังจากอ่าน
ข้อความบนเอกสาร สีหน้าของเขาก็พลันขรึมลง
ทันที
ข้อความบนเอกสารเขียนไว้ว่า โรงเรียนสตรีชังห
ลัน
เซียวเหิง “…”